Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘ภารดร’ เร่งดันงบกระตุ้นเศรษฐกิจลงระบบเศรษฐกิจ เบิกจ่ายแล้วกว่า 5.7 หมื่นล้าน

    ‘ภารดร’ เร่งดันงบกระตุ้นเศรษฐกิจลงระบบเศรษฐกิจ เบิกจ่ายแล้วกว่า 5.7 หมื่นล้าน

    เศรษฐกิจ

    17 พ.ย. 2025 เวลา 9:00 น.

    'ภารดร' เร่งดันงบกระตุ้นเศรษฐกิจลงระบบเศรษฐกิจ เบิกจ่ายแล้วกว่า 5.7 หมื่นล้าน

    ‘ภราดร’ เร่งเครื่องเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าระบบให้ประชาชนเห็นผลเร็วที่สุด งบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 วงเงิน 157,000 ล้านบาท ซึ่งปรับเปลี่ยนจากงบเดิมของโครงการ Digital Wallet ได้รับการจัดสรรจริง 131,141 ล้านบาท และได้มีการเบิกจ่ายแล้ว 57,166 ล้านบาท

    นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ ย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเดินหน้าเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อให้เม็ดเงินจากภาครัฐไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะงบรายจ่ายลงทุนที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างการจ้างงานและกระตุ้นรายได้ให้กับประชาชนในวงกว้าง

    มากไปกว่านั้น นายภราดรยังเปิดเผยด้วยว่า ได้ติดตามความก้าวหน้าของการเบิกจ่ายอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้สำนักงบประมาณแจ้งส่วนราชการทุกหน่วยเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 และงบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 โดยเน้นให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า

    สำหรับงบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 วงเงิน 157,000 ล้านบาท ซึ่งปรับเปลี่ยนจากงบเดิมของโครงการ Digital Wallet ได้รับการจัดสรรจริง 131,141 ล้านบาท และได้มีการเบิกจ่ายแล้ว 57,166 ล้านบาท คงเหลือ 73,974 ล้านบาท โดยมีการลงนามในสัญญาแล้วกว่า 52,000 ล้านบาท ขณะที่ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

    ทั้งนี้ ยังมีเม็ดเงินอีกหลายหมื่นล้านบาทของงบลงทุนภาครัฐที่กำลังจะทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญต่อการฟื้นตัว การสร้างงาน และการสร้างรายได้ของประชาชน

    พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้าเร่งรัดการเบิกจ่ายควบคู่กับการรักษามาตรฐานความโปร่งใส เพื่อให้ประโยชน์ตกถึงมือประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน. นายภราดรกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1207925&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Nm5i_NNzb87DIyo_uE8si

  • หายใจแทบไม่ออก! หมอกควันเดลีพุ่งระดับอันตราย คนอินเดียแห่ซื้อเครื่องฟอกอากาศ

    หายใจแทบไม่ออก! หมอกควันเดลีพุ่งระดับอันตราย คนอินเดียแห่ซื้อเครื่องฟอกอากาศ

             คุณภาพอากาศของกรุงเดลีทรุดตัวลงอย่างรุนแรงในฤดูกาลนี้ โดยระดับค่าเฉลี่ยของดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index: AQI) พุ่งขึ้นจากระดับ 197 ในเดือนตุลาคม เป็น 309 ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้เมืองหลวงของอินเดียเข้าสู่ระดับ “อันตรายต่อสุขภาพ” อย่างเป็นทางการ สาเหตุของมลพิษที่พุ่งสูงขึ้นมาจากปัจจัยเดิมในช่วงฤดูหนาว ได้แก่ ลมที่หยุดนิ่ง ปรากฏการณ์อุณหภูมิกลับชั้น (temperature inversion) การปล่อยควันจากยานพาหนะและอุตสาหกรรม การเผาตอซังในรัฐใกล้เคียง รวมถึงฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ซึ่งทั้งหมดนี้นำไปสู่ หมอกควันหนาทึบ การระคายเคืองต่อดวงตา และผลกระทบเพิ่มขึ้นขในระบบทางเดินหายใจ แม้เมืองเดลีจะเป็นจุดสนใจของข่าว แต่คุณภาพอากาศที่แย่ลงได้กลายเป็น ปัญหาระดับชาติของอินเดีย ส่งผลกระทบต่อทั้งมหานครหลักและเมืองรองในเขตลุ่มแม่น้ำคงคา–สินธุและพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ เหตุมลภาวะที่เกิดซ้ำทุกฤดูหนาวได้ทำให้ประชาชนอินเดียตระหนักถึงคุณภาพอากาศอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในระดับครัวเรือนและสถานประกอบการ หลายแห่งเริ่มหันมาลงทุนใน เครื่องฟอกอากาศและมาตรการป้องกันอื่นๆ เพื่อปกป้องสุขภาพของตนเองและคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการทำงาน

    ที่อยู่อาศัยและสำนักงาน — สองแรงขับเคลื่อนหลักของอุปสงค์เครื่องฟอกอากาศ
    •    ความต้องการจากภาคครัวเรือน (Residential Demand): ความกังวลต่อสุขภาพของเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง กลายเป็นปัจจัยต่อการพิจารณา เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านที่จำเป็น ไม่ต่างจากเครื่องกรองน้ำเมื่อสิบปีก่อน ยอดขายมักพุ่งสูงในช่วงก่อนเข้าฤดูหนาว ขณะที่ครัวเรือนเตรียมรับมือกับหมอกควันที่จะมาถึง ผู้ค้าปลีกในเขตชุมชนเมืองที่เผชิญกับมลพิษระดับสูงได้รายงานถึง ภาวะความต้องการซื้ออย่างกะทันหัน (panic buying) และภาวะสินค้าขาดตลาดบางส่วน ก่อนที่ความต้องการจะคงที่

    air purify-1.png

    ที่มา: IMARC,2025
    •    ความต้องการจากภาคองค์กรและสถาบัน (Institutional Demand): บริษัท สำนักงาน และสถาบันการศึกษา ต่างติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเพื่อปกป้องสุขภาพของพนักงานและนักเรียน ลดการลาป่วย และรักษาประสิทธิภาพการทำงาน ในช่วงที่มลพิษยืดเยื้อ โดยเฉพาะสำนักงานในอินเดียมีอุปสงค์ของเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม ที่มีอัตราการระบายอากาศบริสุทธิ์สูง (Clean Air Delivery Rate: CADR) และสามารถติดตั้งได้หลายเครื่องในพื้นที่ประชุม โถงต้อนรับ และพื้นที่เปิดโล่ง
    ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาผลรวมของปัจจัยการเปลี่ยนเครื่องฟอกอากาศในครัวเรือน และการขยายการติดตั้งในภาคองค์กร พบว่า ยอดขายในภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นมีส่วนเร่งการเติบโตของตลาดในภาพรวม“เชิงปริมาณ” ขณะที่การจัดซื้อของภาคองค์กรเพิ่ม “เชิงมูลค่า” ผ่านการซื้อเครื่องขนาดใหญ่ สัญญาบำรุงรักษา และยอดขายไส้กรองแบบต่อเนื่อง

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    1.ขนาดอุตสาหกรรม: อุตสาหกรรมเครื่องฟอกอากาศและส่วนประกอบของอินเดีย มีมูลค่ามากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยแนวโน้มนั้นกำลังก้าวสู่การเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านและสำนักงาน อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการเปลี่ยนไส้กรองที่สูง ช่องว่างในการให้บริการหลังการขาย และความอ่อนไหวต่อราคา ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจชะลอการขยายตลาดในบางภูมิภาค อย่างไรก็ตาม การตระหนักรู้ด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และปัญหามลพิษที่ซ้ำทุกปี ทำให้ความต้องการในระยะยาวยังคงมีแนวโน้มมั่นคง

    air purify-2.png

    ที่มา: IMARC,2025
    2.แนวโน้มการเติบโต: จากรายงานสถาบันวิจัย IMARC คาดว่ามูลค่าตลาดจะบรรลุ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576 (2033) สะท้อนอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่สูงถึงร้อยละ 14.06 สาเหตุจากการขยายตัวของตลาดและความนิยมในเครื่องฟอกอากาศที่มีคุณสมบัติขั้นสูง นอกจากนี้ สถาบันวิจัยอื่น ๆ ยังประเมินอัตราเติบโตในระดับ ตัวเลขหลักเดียวถึงสองหลัก (single- to double-digit CAGR) ในแต่ละภาคส่วน ทั้งตลาดมูลค่าปานกลางและตลาดระดับพรีเมียม/สมาร์ต
    3.โครงสร้างและสัดส่วนตลาด (Segment Dynamics & Market Share): สำหรับโครงสร้างแบรนด์ชั้นนำจำนวนมากมาจากผู้ผลิตจากภูมิภาคเอเชียตะวันออก (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี) หรือบริษัทข้ามชาติที่มีเครือข่ายจำหน่ายในอินเดีย เช่น Xiaomi, Philips, Dyson, Daikin และ Panasonic ในขณะที่สัดส่วนของตลาดอาจมีความไม่แน่นอนแตกต่างกันไปแต่ภาพรวมสามารถจำแนกได้ ดังนี้ 1) กลุ่มเครื่องฟอกอากาศระดับ Entry-level เน้นราคาย่อมเยา ครองสัดส่วนปริมาณขายสูง โดยเฉพาะในเมืองรองและกลุ่มผู้บริโภคที่คำนึงถึงราคา 2) กลุ่มระดับกลางถึงพรีเมียม (Mid-to-Premium)  ใช้ระบบกรอง HEPA + Activated Carbon มีค่า CADR สูงและฟังก์ชันสมาร์ต เติบโตโดดเด่นในมหานครและในกลุ่มผู้ซื้อระดับองค์กร
    ความท้าทาย
        1.ความตระหนักเรื่องสุขภาพ: เมื่อปัญหามลพิษทางอากาศกลายเป็นสิ่งที่มองเห็นและสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน ครัวเรือนจำนวนมากจึงเริ่มมองว่า เครื่องฟอกอากาศเป็นของจำเป็น ไม่ต่างจากเครื่องกรองน้ำในอดีต โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มีรายได้สองทางและพนักงานองค์กรระดับมืออาชีพ ซึ่งพร้อมจะลงทุนในสินค้าที่มอบผลลัพธ์ด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม
         2.ต้นทุนการบำรุงรักษาสูง: ไส้กรอง HEPA + Activated Carbon จำเป็นต้องเปลี่ยนทุก 6 เดือน และค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ระหว่าง 2,000 ถึง 5,000 รูปี (ประมาณ 25–60 เหรียญสหรัฐ) ต่อครั้ง ซึ่งเป็นภาระสำหรับผู้ใช้ที่อ่อนไหวต่อราคาในเมืองรอง

    ข้อคิดเห็น
           ตลาดเครื่องฟอกอากาศและส่วนประกอบ ของอินเดียมีมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตแตะ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576(2033) หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 14–16% จากการขยายตัวของชนชั้นกลาง ความตระหนักด้านสุขภาพ และปัญหามลพิษที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น เดลี มุมไบ และบังกะลอร์ ซึ่งมีความต้องการสูงในช่วงฤดูหนาว รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านโปรแกรมต่างๆ เช่น National Clean Air Program (NCAP) หากพิจารณาถึงสถิติการค้าเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 อินเดียนำเข้าเครื่องฟอกอากาศจากทั่วโลก (HS 84213920) การนำเข้าในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2568 มีมูลค่า 38.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 17.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีตลาดนำเข้าสำคัญได้แก่ จีน (61.47%) เบลเยียม (7.41%) และสหราชอาณาจักร (5.0%) สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 12 ของตลาดผู้นำเข้าสินค้าของอินเดีย ด้วยมูลค่าการนำเข้า 359,159 ดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วน 0.92% สะท้อนศักยภาพในการขยายตลาดเพิ่มเติม ผู้ประกอบการไทยจึงมีโอกาสเข้ามาเจาะตลาดผ่านการผลิตแบบ OEM/ODM ให้แบรนด์อินเดียหรือสากล การส่งออกชิ้นส่วนหลัก เช่น ไส้กรอง HEPA และคาร์บอนดูดซับ หรือการพัฒนาแบรนด์ไทยที่ชูจุดขายด้านความเหมาะสมกับภูมิอากาศร้อนชื้นและระบบประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ การจับมือกับ ผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงตลาดได้รวดเร็ว โดยเฉพาะในเขตเมืองหลักและเมืองรอง ซึ่งมีอัตราการขยายตัวของผู้บริโภคสูงกว่า 20% ต่อปี หากผู้ประกอบการไทยสามารถปรับผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามมาตรฐานพลังงานและการรับรองของอินเดีย จะมีศักยภาพสูงในการเติบโตและสร้างส่วนแบ่งตลาดในอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในช่วงขยายตัวนี้

    ที่มา: 1. https://economictimes.indiatimes.com/industry/cons-products/durables/breathless-air-ahead-delhiites-rush-to-add-air-purifying-plants-to-shopping-carts-demand-surges-as-aqi-worsens/articleshow/125225524.cms
    2. https://www.imarcgroup.com/india-air-purifier-market
    3. https://www.renub.com/india-air-purifier-market-p.php?utm_source=chatgpt.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/i077gzc1cxfgsi0i4afzxi0q&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YcWaXfyyfGSsDyBFyeXBJ

  • โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47  – ข่าวในวงการรถยนต์ |

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47 – ข่าวในวงการรถยนต์ |

    โตโยต้า จัดกิจกรรม “การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า” สร้างความมั่นใจและตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการบริการลูกค้า อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 47 The 47th Toyota Dealer Customer Service Skills Contest


    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าครบทุกประเภท

    พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า รอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นางสาว ฉัตรประอร นิยม  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  และผู้บริหารภาครัฐในสังกัดกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และส่วนงานพื้นที่ฉะเชิงเทราเข้าร่วมกิจกรรม โดยมี มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และคณะผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าครบทุกประเภท

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มุ่งมั่นในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำแห่งการขับเคลื่อน (Mobility Company) และหนึ่งในกลไกสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร นั่นคือ การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า ที่โตโยต้าได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะการบริการของบุคลากรผู้แทนจำหน่าย  ให้มีความพร้อมในการให้บริการลูกค้า ภายใต้ความเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านพฤติกรรม ความต้องการของลูกค้า และเทคโนโลยียานยนต์ที่มีพัฒนาการก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อรักษาความผูกพันของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47

    จัดกิจกรรมแข่งขันครบทุกประเภท

    ในปี 2568 นี้ เป็นการแข่งขันปีที่ 47 (47th Toyota Dealer Customer Service Skills Contest) โดยมีการจัดกิจกรรมแข่งขันครบทั้ง 8 ประเภทการแข่งขันครอบคลุมการปฏิบัติงานด้านบริการลูกค้า และด้านตัวถังและสีรถยนต์ พร้อมเนื้อหาที่เข้มข้น มุ่งเน้นการประยุกต์จากการปฏิบัติที่หน้างานจริงที่ผู้แทนจำหน่าย โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันจากทุกผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศกว่า 1,100 คน เข้าร่วมสอบทฤษฎีเพื่อคัดกรอง และผ่านเข้าสู่การแข่งขันภาคปฏิบัติในรอบคัดเลือก รวม 730 คน และมีเพียง 90 คนเท่านั้น ที่เป็นสุดยอดฝีมือผ่านการแข่งขันเข้ามาจนถึงรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

    มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาบุคลากรว่า “การพัฒนาทรัพยากรบุคคลคือหัวใจสำคัญในการสร้าง Ever Better Dealer และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า”

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47

    ภายใต้กรอบนโยบาย Toyota Service Promise โตโยต้ามุ่งเน้นการสร้างความสุขของพนักงาน (Employee Happiness) ผ่านการพัฒนาทักษะ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และกิจกรรมส่งเสริมแรงจูงใจ เพราะเมื่อพนักงานมีความสุข จะส่งต่อบริการที่มีคุณภาพไปยังลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยโตโยต้ามีแนวทางสำคัญในการพัฒนาบุคลากรผู้แทนจำหน่าย

    เริ่มจากการผลิตบุคลากรคุณภาพผ่านวิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า ซึ่งได้ผลิตบุคลากรกว่า 3,900 คน พร้อมเปิดหลักสูตรเทคนิคยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโต ควบคู่กับความร่วมมือกับภาครัฐผ่านโครงการ T-TEP และระบบทวิภาคี (DVT) เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกงานจริงและได้รับการรับรองมาตรฐานโตโยต้า รวมถึงการอบรมต่อเนื่องครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ โดยมีบุคลากรกว่า 6,000 คนต่อปีเข้ารับการอบรม

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47

    เสริมแกร่งบุคลากร สู่บริการมาตรฐาน

    โตโยต้าจะเดินหน้าพัฒนาบุคลากรและยกระดับมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และรักษาความเป็นผู้นำด้านบริการในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคต่อไป

    สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โดย พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างโตโยต้ากับกระทรวงแรงงานว่า “ที่ผ่านมาโตโยต้าได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาความสามารถ ของกำลังแรงงานในภาคบริการ โดยใช้กระบวนการพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่เหมาะสมกับความต้องการของแรงงาน รวมถึงการยกระดับความสามารถของแรงงานเดิมให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

    พร้อมทั้งกล่าวถึงการจัดงานการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า “นับเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้บุคลากรมีการพัฒนาศักยภาพทักษะฝีมือและความรู้ในการทำงานของตนให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล และรองรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้คุณภาพการบริการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกค้ามีความอุ่นใจและมั่นใจในบริการ ทั้งยังเป็นตัวอย่างกลไกที่ดีในการยกระดับศักยภาพแรงงานไทย สอดคล้องกับแผนพัฒนาและยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล”

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47

    ผลการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า รอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2568

    1. ประเภท ผู้บริหารงานตัวถังและสีรถยนต์

    • รางวัลชนะเลิศ คุณพัชราภรณ์ แจ้งสนอง โตโยต้า โฆสิตอ่างทอง
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณดารารัตน์ พินิจเขียน โตโยต้า ฉะเชิงเทรา
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณนลินรัตน์ บุราณรมย์ โตโยต้า ทองรวยสีมา

    2. ประเภท ช่างซ่อมตัวถังรถยนต์

    • รางวัลชนะเลิศ คุณชนน สีขาว โตโยต้า เพิร์ล
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณมานพ นนท์ลา โตโยต้า บัสส์
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณอรรถพล ลือชัย โตโยต้า สระบุรี

    3. ประเภท ช่างซ่อมสีรถยนต์

    • รางวัลชนะเลิศ คุณวัชระ ปรีจินดา โตโยต้า เมืองตรัง
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณวิเชียร โทธุโย โตโยต้า ขอนแก่น
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณมานะ วิเศษสิงห์ โตโยต้า อุตรดิตถ์

    4. ประเภท พนักงาน Call Center

    • รางวัลชนะเลิศ คุณดวงจิตร บุบผา บริษัท พิธานพาณิชย์ (หาดใหญ่)
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณวาสนา ขัมอุปถัมป์ โตโยต้า วิชั่น
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณนันทนา บุญชู โตโยต้า ชัยรัชการ

    5. ประเภท พนักงานลูกค้าสัมพันธ์

    • รางวัลชนะเลิศ คุณกัลยาณี ปันวงค์ โตโยต้า ล้านนา
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณปุณณ์นิษฐ์ฐา นิ่มนวล โตโยต้า สุพรรณบุรี
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณนิรชา เนินคีรี โตโยต้า นครระยอง

    6. ประเภท พนักงานอะไหล่

    • รางวัลชนะเลิศ คุณชัญญานุช พงษ์วัน โตโยต้า พนมรุ้ง
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณวุฒิไกร สุวรรณแจ่ม โตโยต้า เมืองเลย
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณจักรภัทร เทียมสอน โตโยต้า นนทบุรี

    7. ประเภท ผู้บริหารงานบริการ

    • รางวัลชนะเลิศ คุณชนิตา นิ่มพริก โตโยต้า เพิร์ล
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณอรรถพล คันศร โตโยต้า นนทบุรี
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณสิทธิชัย จันทะแจ่ม โตโยต้า เน็กซ์

    8.ประเภท ช่างเทคนิคระดับพื้นฐาน

    • รางวัลชนะเลิศ คุณวิชัย จันชฎา โตโยต้า เค.มอเตอร์ส
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณสิทธา ปัญญากุล โตโยต้า ขอนแก่น
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณปิยะณัฐ โสตะบรรณ์ โตโยต้า กรุงไทย

    9.ประเภท ช่างเทคนิคระดับสูง

    • รางวัลชนะเลิศ คุณธีรพล คุณวงศ์ โตโยต้า เค.มอเตอร์ส
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณสยุมภู คูหาทอง โตโยต้า นครสวรรค์ 1981
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณศิริชัย กมลาไสย โตโยต้า ขอนแก่น

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47

    อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

    อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com

    ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.autospinn.com/2025/11/toyota-customer-service-2025-146216&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wBXDQC0xCDFZb9SLvRCRt

  • การให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านระบบ WCT

    การให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านระบบ WCT

    ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :

    ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


    Advertisement

    Advertisement

    การให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านระบบ WCT

    ดาวน์โหลดเอกสาร

    ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ. 

    ชุดไทยจิตรลดา โทนสีดำ ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรทิพย์ งานละเอียดปราณีต แพทเทิร์นเข้ารูป สวยหรู ทันสมัย #ภาพถ่ายจากสินค้าจริง

    ฿1,790

    https://s.shopee.co.th/8ANnSpUT4P?share_channel_code=6


    การให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านระบบ WCTการให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูประจำปีงบประมาณพ.ศ.2569ผ่านระบบWCT

    Advertisement

    ≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

    :: เรื่องปักหมุด ::

    Advertisement

    ≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡

    ว 26/2568 หลักเกณฑ์และวิธีการนำรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกในบัญชีอื่น ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.

    ว 26/2568 หลักเกณฑ์และวิธีการนำรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกในบัญชีอื่น ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.

    เปิดอ่าน 391 ☕ 17 พ.ย. 2568

    ศธ.เดินหน้าขับเคลื่อนการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ชาติไทย ออกประกาศแนวปฏิบัติบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาและการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง

    ศธ.เดินหน้าขับเคลื่อนการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ชาติไทย ออกประกาศแนวปฏิบัติบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาและการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง

    เปิดอ่าน 182 ☕ 17 พ.ย. 2568

    สพฐ.แจ้งเปลี่ยนแปลงกำหนดการในการตรวจสอบข้อมูลนักเรียนของสถานศึกษา การสอบ RT และการสอบ NT ปีการศึกษา 2568

    สพฐ.แจ้งเปลี่ยนแปลงกำหนดการในการตรวจสอบข้อมูลนักเรียนของสถานศึกษา การสอบ RT และการสอบ NT ปีการศึกษา 2568

    เปิดอ่าน 2,318 ☕ 14 พ.ย. 2568

    รับสมัครโรงเรียนเข้าร่วมโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล รุ่นปี พ.ศ.2569

    รับสมัครโรงเรียนเข้าร่วมโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล รุ่นปี พ.ศ.2569

    เปิดอ่าน 801 ☕ 14 พ.ย. 2568

    สพฐ.สำรวจข้อมูลการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมเชิงประจักษ์ เพื่อเสนอให้ ก.ค.ศ. กำหนดเป็นผลงานหรือรางวัลสำหรับการขอมีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ทุกตำแหน่ง

    สพฐ.สำรวจข้อมูลการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมเชิงประจักษ์ เพื่อเสนอให้ ก.ค.ศ. กำหนดเป็นผลงานหรือรางวัลสำหรับการขอมีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ทุกตำแหน่ง

    เปิดอ่าน 1,007 ☕ 14 พ.ย. 2568

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • ใบประกอบวิชาชีพครู
  • สอบ NETSAT คืออะไร
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • เรียน TGAT Online
  • สอบ ACT คืออะไร
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  

    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ


    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ


    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม


    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง


    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา


    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.

    Design by : kroobannok.com

    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 096-7158383

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ
     
         

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93069&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15NUu1CEIQcSjE1y_Sksj5

  • แอดไวซ์ ผนึกกำลัง Viu เปิดตัวแคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าดู Viu PREMIUM ฟรีสูงสุด 1 ปี – Notebookspec

    แอดไวซ์ ผนึกกำลัง Viu เปิดตัวแคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าดู Viu PREMIUM ฟรีสูงสุด 1 ปี – Notebookspec

    Advice x Viu 1

    แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีและสมาร์ทดีไวซ์ครบวงจรของประเทศไทย จับมือ Viu ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งยอดนิยมแห่งเอเชีย จัดแคมเปญสุดพิเศษด้วยการมอบสิทธิ์ดู Viu Premium ฟรีสูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าไอทีที่ร่วมรายการจากแอดไวซ์ มุ่งเป้าขยายฐานลูกค้าใหม่และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด

    Advice x Viu 2

    คุณชนัญญา จัยสิน ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Viu ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของแอดไวซ์ในการก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกไอทีที่มองหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจอยู่เสมอ เราเห็นว่าไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เราจึงไม่เคยหยุดที่จะศึกษา Customer Insight เพื่อเข้าใจถึงแก่นแท้ถึงสิ่งที่ลูกค้ากำลังสนใจ ซึ่งการผนึกกำลังกับ Viuที่เป็นผู้นำด้านคอนเทนต์ความบันเทิงระดับโลกในครั้งนี้  เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักของเราในการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานยุคดิจิทัลที่ชื่นชอบซีรีส์และภาพยนตร์เอเชีย พร้อมทั้งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัย และมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าเพื่อสร้างความแตกต่างและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเสริมไปกับการผลักดันสินค้าที่เป็นแกนหลักของธุรกิจเรา ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และกลุ่มสินค้าโน๊ตบุ๊ค ที่ลูกค้ามักจะใช้เพื่อทั้งการทำงานและความบันเทิง”

    Advice x Viu 3

    คุณอคิรากร อิกิติสิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Viu กล่าวว่า “ความร่วมมือกับแอดไวซ์ในครั้งนี้  นับเป็นก้าวสำคัญที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักของ Viu ในการขยายฐานสมาชิกและขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ เราเล็งเห็นจุดแข็งที่โดดเด่นของแอดไวซ์ ในฐานะผู้นำด้านไอทีที่มีช่องทางการจำหน่ายที่กว้างขวางและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ทั่วประเทศ การมอบสิทธิ์ดู Viu Premium ฟรีสูงสุด 1 ปี ผ่านการซื้อสินค้าไอทีที่ร่วมรายการนั้น จะยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงแบบไร้รอยต่อให้กับผู้ใช้งาน ทั้งการรับชมแบบไม่มีโฆษณาคั่นและภาพระดับ Full HD ซึ่งไม่เพียงแต่จะเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ไอทีของ แอดไวซ์ เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ Viu จะสามารถขยายฐานผู้ชมในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่แสวงหาความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดไปพร้อมกัน”

    Advice x Viu 4

    Advice x Viu ซื้อสินค้าไอทีกับแอดไวซ์ รับฟรี! Viu Premium

    สิทธิประโยชน์เฉพาะลูกค้า Advice เพลิดเพลินไปกับการรับชมภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการวาไรตี้โชว์แบบเต็มอิ่ม ไม่มีโฆษณาคั่น สูงสุด 1 ปีเต็ม เพียงซื้อสินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ทวอทช์ ตามเงื่อนไขราคาที่กำหนด รับสิทธิ์ชม Viu Premium ฟรีทันที

    • รับฟรี Viu Premium 1 ปี เมื่อซื้อสินค้า 20,000 บาทขึ้นไป 
    • รับฟรี Viu Premium 90 วัน เมื่อซื้อสินค้า 10,000 – 19,999 บาท 
    • รับฟรี Viu Premium 30 วัน เมื่อซื้อสินค้าราคาต่ำกว่า 10,000 บาท

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่นได้ที่ https://www.advice.co.th/article/advice_viu_premium

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://notebookspec.com/web/843342-advice-viu-premium&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V8z7v0bcmjBqN5x4y9QBr

  • “ปุ๋ง – สุดาวรรณ” อดีต รมว.วัฒนธรรม ผลักดันงบฯ ในสมัย นายก เศรษฐา ทวีสิน พัฒนาโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนิน | TOPNEWS

    “ปุ๋ง – สุดาวรรณ” อดีต รมว.วัฒนธรรม ผลักดันงบฯ ในสมัย นายก เศรษฐา ทวีสิน พัฒนาโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนิน | TOPNEWS

    “ปุ๋ง – สุดาวรรณ” อดีต รมว.วัฒนธรรม ผลักดันงบฯ ในสมัย นายก เศรษฐา ทวีสิน พัฒนาโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนิน

    • เผยแพร่ : 17/11/2025 22:00

    “ปุ๋ง – สุดาวรรณ” อดีต รมว.วัฒนธรรม ผลักดันงบฯ ในสมัย นายก เศรษฐา ทวีสิน พัฒนาโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนิน เร่งระดมช่างฝีมือเข้าพื้นที่บูรณะเพียง 10 เดือน จนแล้วเสร็จ พร้อมงานสมโภชวิหารประดิษฐานพระนอน 1,300 ปี

    วันที่ 17 พ.ย. 2568 น.ส.สุดาวรรณ  หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) พร้อมด้วย “สส.เม” ณัฎจิรา  อิ่มวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นครราชสีมา เขต 4 ชวนพี่น้องชาว จ.นครราชสีมา และ นักท่องเที่ยว ชมความสง่างามและทรงคุณค่า ของวิหารประดิษฐานพระนอน 1,300 ปี  ที่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ จนแล้วเสร็จ และจะมีการจัดงานสมโภชวิหารฯ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ณ โบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม ต.เสมา อ.สูงเนิน และ ร่วมชมการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ชุด อานุภาพรามราชจักรี โดยกรมศิลปากร เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

    “การบูรณะปฏิสังขรณ์วิหารประดิษฐานพระนอน 1,300 ปี เป็นโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม โดย อดีต รมว.วธ. สุดาวรรณฯ พร้อมด้วย สส.ณัฎจิรา ฯ ร่วมกันผลักดันงบประมาณ ในโอกาสที่ นายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งดำรงตำแหน่งอดีตนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ได้จัดประชุม ครม.สัญจร ณ จ.นครราชสีมา ช่วงเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งนายเศรษฐาฯ ได้ลงพื้นที่และได้เล็งเห็นถึงศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งนี้ จึงได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 30 ล้านบาท ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ และบูรณะหลังคา ให้มีความสวยงาม ทรงคุณค่า เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่คนรุ่นหลังและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ ตลอดจนสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและ จ.นครราชสีมา

    “พระนอน” ในวัดธรรมจักเสมาราม เป็นพระนอนหินทรายที่มีขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย สร้างขึ้นจากหินทรายแดงขนาดใหญ่ และมีธรรมจักรศิลาชนิดเดียวกับพระปฐมเจดีย์ สร้างขึ้นในวัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 – 16 และจากการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบศิลปกรรม เเละวิเคราะห์หลักฐานทางโบราณคดีที่พบจากการขุดค้น จึงสันนิษฐานว่า พระนอนองค์นี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 หรือประมาณ 1,300 ปีมาเเล้ว จึงนับได้ว่า พระนอน หรือพระพุทธรูปปางไสยาสน์เมืองเสมา เป็นพระนอนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    บเานปันสุข

    9

    “ปุ๋ง – สุดาวรรณ” อดีต รมว.วัฒนธรรม ผลักดันงบฯ ในสมัย นายก เศรษฐา ทวีสิน พัฒนาโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนิน

    ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกจิตอาสา 904 ภาค 3 กองบิน 41

    ผู้ว่าฯ พิจิตร ตรวจเข้มตลาดนัดข้าวเปลือก ข้าวหอมมะลิ ราคาพุ่งตันละ 400 บาท

    เร่งแก้ระบายน้ำถนนเบญจมฯ–พระพรหม ก่อนฤดูฝน

    นิทรรศการ “Art For Mom” เพชรบุรี! ศิลปินน้อมถวายความอาลัย “พระแม่ของแผ่นดิน”

    “หัวหิน” ขึ้นธงแดง! ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลจากคลื่นลมแรง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1394065&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yOJ-oc6OimxyVi61sSHBK

  • เศรษฐกิจ-การเมืองฉุดอสังหาเพอร์เฟคพลิกเกมปี69ดันยอดหมื่นล้าน

    เศรษฐกิจ-การเมืองฉุดอสังหาเพอร์เฟคพลิกเกมปี69ดันยอดหมื่นล้าน

    อสังหาริมทรัพย์

    17 พ.ย. 2025 เวลา 19:30 น.

    เศรษฐกิจ-การเมืองฉุดอสังหาเพอร์เฟคพลิกเกมปี69ดันยอดหมื่นล้าน

    พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เปิดเกมรุกปี69 ปรับธุรกิจสู้หลังเศรษฐกิจ-การเมืองฉุดอสังหาฯแผ่วสุดในรอบ 20 ปี ตั้งเป้ายอดขาย 1.1หมื่นล้านดันรายได้ประจำแตะ 30% ภายใน 3 ปี

    จากภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์เผชิญความท้าทายสูงสุดในรอบ2ทศวรรษ ทั้งอุปทานและอุปสงค์’ลดลง’ต่ำสุดในรอบ 20 ปี  ส่งผลให้โครงการเปิดใหม่ลดลงต่อเนื่องคาดว่าปี2568จะมีเพียง 30,000 หน่วย ขณะที่ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจะอยู่ที่46,000 หน่วย สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง บางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว

    ศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)  ระบุว่า 2 ปัจจัยหลักคือเศรษฐกิจและการเมืองเป็น 2 ตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่”ชะลอ”ซื้อเพื่อลงทุน โดยการเปลี่ยนผ่านผู้นำทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นโยบายเศรษฐกิจขาดความชัดเจนและต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ประเมินว่าภาพรวมตลาดจะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังการเลือกตั้งปีหน้า หากได้รัฐบาลใหม่ที่สามารถเรียกความเชื่อมั่น ประกอบกับมีทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง จะเป็นกลไกสำคัญต่อการฟื้นตัวและเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป 

    “อุปทานและอุปสงค์ลดลงต่ำสุดในรอบ 20 ปี ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ผู้ซื้อจำนวนมากชะลอการตัดสินใจ”
     

    ควบคุมคุณภาพ เปิดตัวแบบบ้านใหม่ทุกเซกเมนต์

    อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ทางพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ยังคงเดินหน้าธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ควบคู่กับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 11,000 ล้านบาท  แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค 9,000 ล้านบาท   และจากโครงการคอนโดมิเนียมของ แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ ซึ่งเป็นบริษัทในเครืออีก 2,000 ล้านบาท

    ถือเป็นเป้าหมายการฟื้นตัวกลับสู่ฐานเดิมของบริษัท แม้ว่าตลาดจะยังอยู่ในภาวะ “หดตัว”  บริษัทเชื่อมั่นว่าจะขับเคลื่อนยอดขายได้ตามเป้าหมาย ด้วยประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data-Driven) ที่ช่วยให้การพัฒนาสินค้าตอบโจทย์ตลาดได้แม่นยำขึ้น

    ศานิต กล่าวว่า กลยุทธ์สำคัญในปี 2569 บริษัทมุ่งเน้นการยกระดับผลิตภัณฑ์และคุณภาพงานก่อสร้าง โดยเตรียมเปิดตัวแบบบ้านรุ่นใหม่ในทุกเซกเมนต์ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ที่ผ่านการออกแบบร่วมกันระหว่างทีมสถาปนิกทั้งภายในและภายนอกองค์กร

    ทั้งการปรับรูปแบบบ้านและการปรับฟังก์ชั่นภายในให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างให้เข้มข้น โดยพัฒนากระบวนการตรวจสอบให้มีมาตรฐานสูงขึ้น พร้อมปรับปรุงโครงการที่มีอยู่ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาด และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคปัจจุบัน

    ปรับสโมสร เป็น Health & Lifestyleเต็มรูปแบบ

    นอกจากนี้ บริษัทได้วางแผนปรับปรุงสโมสรรวม 25 แห่งภายในโครงการต่าง ๆ  สู่การเป็น “ศูนย์สุขภาพและไลฟ์สไตล์ ” (Health & Lifestyle Club)พื้นที่ส่วนกลางรูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความสะดวกสบาย อย่างครบวงจร  เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกโครงการ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่โครงการ ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

    ลงทุนธุรกิจสร้างรายได้ประจำ 30% ใน 3 ปี

    นอกจากนี้ บริษัทยังมีการวิเคราะห์โอกาสเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างฐานรากที่แข็งแกร่ง ด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความกระชับขึ้น เน้นการสร้างรายได้จากบริษัทร่วมทุนให้เพิ่มขึ้น พร้อมหารายได้เพิ่มจากธุรกิจอื่น โดยขยายโอกาสในธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงในระยะยาว

    ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างวางแผนการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอ ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ประจำให้อยู่ในระดับไม่น้อยกว่า 30% ภายในปี 2571 โดยไม่พึ่งพิงรายได้จากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแต่เพียงอย่างเดียว

    “การสร้างรายได้ประจำคือหัวใจของการเสริมภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจ เรากำลังมองหาโอกาสลงทุนที่สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ เพื่อให้บริษัทเติบโตได้อย่างยั่งยืน”
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/property/1208066&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0keHVbVqnZFlM__b6jIq90

  • เมืองที่ร่ำรวยที่สุดในโลก 2025 แชมป์อยู่ในเอเชีย “กรุงเทพฯ” ก็ติด Top 100

    เมืองที่ร่ำรวยที่สุดในโลก 2025 แชมป์อยู่ในเอเชีย “กรุงเทพฯ” ก็ติด Top 100

    การจัดอันดับเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ปี 2025: โตเกียวยังคงครองแชมป์ กรุงเทพฯ ติด Top 100

    นิตยสารธุรกิจ CEOWORLD เปิดเผยการจัดอันดับความมั่งคั่งของเมืองทั่วโลกประจำปี 2025 พบว่า “โตเกียว” ยังคงครองแชมป์เมืองที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยตัวเลข GDP สูงถึง 2.55 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้าเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ โดยมี “นิวยอร์ก” ตามมาติดๆ เป็นอันดับ 2

    เกณฑ์การวัดความมั่งคั่งของเมือง

    นิตยสาร Newsweek รายงานว่า CEOWORLD ได้สำรวจเมืองกว่า 300 เมืองทั่วโลก โดยมองว่าเมืองขนาดใหญ่คือ “กระดูกสันหลังของเศรษฐกิจโลก” ซึ่งเป็นศูนย์กลางของทุน นวัตกรรม และอิทธิพล

    ความมั่งคั่งของเมืองไม่ได้พิจารณาเพียงจำนวนประชากรหรือโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง “ความหนาแน่นของนวัตกรรม”, “ความแข็งแกร่งของสถาบัน” และ “ความคล่องตัวของเงินทุน” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอีกด้วย

    โตเกียว-นิวยอร์ก ยังคงแข็งแกร่งในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก

    โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น ยังคงเป็นตัวอย่างของเมืองชั้นนำระดับโลกที่มีรากฐานจากนวัตกรรมระยะยาว ทั้งด้านเทคโนโลยี วิศวกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมการผลิตที่มีความแม่นยำสูง พร้อมระบบขนส่ง เครือข่ายการเงิน และซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ

    Vlad Alexandru Popa

    ส่วน มหานครนิวยอร์ก ที่ครองอันดับ 2 ยังคงเป็นศูนย์กลางการเงินที่สำคัญของโลก และมีระบบนิเวศสตาร์ทอัปที่คึกคัก ส่วน ลอสแอนเจลิส ที่อยู่อันดับ 3 โดดเด่นด้านเศรษฐกิจความบันเทิง รวมถึงได้รับอานิสงส์จากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการบินที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

    10 เมืองที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ปี 2025

    อันดับ เมือง ประเทศ GDP (พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
    1 โตเกียว ญี่ปุ่น 2,553.69
    2 นิวยอร์ก–นวร์ก–เจอร์ซีย์ซิตี สหรัฐอเมริกา 2,489.77
    3 ลอสแอนเจลิส–ลองบีช–อานาไฮม์ สหรัฐอเมริกา 1,619.68
    4 ลอนดอน สหราชอาณาจักร 1,472.40
    5 โซล เกาหลีใต้ 1,419.79
    6 ปารีส ฝรั่งเศส 1,394.52
    7 ชิคาโก–แนปเพอร์วิลล์–เอลจิน สหรัฐอเมริกา 1,251.58
    8 โอซาก้า–โกเบ ญี่ปุ่น 1,185.47
    9 ซานฟรานซิสโก–โอ๊คแลนด์–เบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา 1,153.67
    10 เซี่ยงไฮ้ จีน 1,145.87

    เอเชียมาแรง – กรุงเทพฯ ขยับสู่อันดับ 46 ของโลก

    เอเชียยังคงแสดงศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย โซล จากเกาหลีใต้ ติดอันดับ 5 ของโลก ขณะที่จีนมี 2 เมืองใหญ่อย่าง เซี่ยงไฮ้ และ ปักกิ่ง ติดใน 10 อันดับแรก 

    ด้านประเทศไทย กรุงเทพฯ อยู่อันดับที่ 46 จาก 100 อันดับแรกของโลก แสดงให้เห็นถึงบทบาททางเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวและศักยภาพของเมืองหลวงในฐานะศูนย์กลางธุรกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    กุญแจสู่ความรุ่งเรืองของเมืองในอนาคต

    CEO ของ CEOWORLD ระบุว่า เมืองที่รุ่งเรืองที่สุดในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ คือเมืองที่กล้าลงทุนใน “บุคลากร”, “โครงสร้างพื้นฐาน” และ “นวัตกรรม” โดยความมีชีวิตชีวาทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ การยอมรับความหลากหลาย และการเปิดโอกาสให้กับคนรุ่นต่อไป

    รายงานยังสรุปว่า เมืองที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวต้องมี “การวางแผนที่ยั่งยืน”, “ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ” และ “การใช้เทคโนโลยีอย่างยืดหยุ่น” เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตของประชาชน

    1. ETToday
    2. CEOWORLD Magazine

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9856902/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ynQe1ormbnzVfvrdpGXmx

  • “ถ้ำมองของกรมพระกำแพง” นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ จากสายพระเนตร ‘เสด็จในกรมพระ …

    “ถ้ำมองของกรมพระกำแพง” นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ จากสายพระเนตร ‘เสด็จในกรมพระ …

    นับเป็นครั้งแรกที่ภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ (Stereoscopic Glass Plate Photography) อันทรงคุณค่าและหาชมยาก ที่ได้รับการจัดเก็บอย่างหวงแหนในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipr.net/exhibition/3666231&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3j3qwU6fZB5QltldWCISd_

  • “ถ้ำมองของกรมพระกำแพง” นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ จากสายพระเนตร ‘เสด็จในกรมพระ …

    “ถ้ำมองของกรมพระกำแพง” นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ จากสายพระเนตร ‘เสด็จในกรมพระ …

    “ถ้ำมองของกรมพระกำแพง” นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ จากสายพระเนตร ‘เสด็จในกรมพระกำแพงเพ็ชรฯ’ นักบันทึกโลกเมื่อร้อยปีก่อน.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ietgryklwj1ay3dtvg14dsc44dwg26n9&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw256696eCOIZxIEJOH0jeIO