Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เปิดแผนการคลังฉบับ“เอกนิติ” รัดเข็มขัด 4 ปี ลดขาดดุล พึ่งจีดีพีโตพยุงหนี้

    เปิดแผนการคลังฉบับ“เอกนิติ” รัดเข็มขัด 4 ปี ลดขาดดุล พึ่งจีดีพีโตพยุงหนี้

    การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้(18 พ.ย. 68) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเสนอการปรับปรุงแผนการคลังระยะปานกลาง ปีงบประมาณ 2570–2573 ซึ่งเป็นกรอบทิศทางการใช้จ่ายและรายได้ของรัฐบาลในช่วง 4 ปีข้างหน้าให้ที่ประชุมพิจารณา

    แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงการคลังเปิดเผยฐานเศรษฐกิจว่า จุดสำคัญของแผนการคลังระยะปานกลาง ปีงบประมาณ 2570–2573 คือการลดระดับการขาดดุลลงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพหนี้สาธารณะ และอาศัยการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพื่อให้สัดส่วนหนี้ต่อ GDP อยู่ในระดับที่บริหารได้

    ตลอดช่วงแผนการคลังปี 2570–2573 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดย GDP เพิ่มจาก 19.37 ล้านล้านบาทในปี 2569 เป็น 20.05 ล้านล้านบาทในปี 2570 หรือเติบโต 3.5% ก่อนจะขยับขึ้นเป็น 20.83 ล้านล้านบาทในปี 2571 เติบโต 3.9%

    การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังดำเนินต่อเนื่องในปี 2572 ซึ่ง GDP เพิ่มเป็น 21.69 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 4.1% และขยายตัวในอัตราสูงสุดของช่วงแผนในปี 2573 ที่ 4.5% ดันมูลค่า GDP แตะ 22.66 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ฐานเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้นช่วยลดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ในช่วงท้ายแผน

    ปีงบประมาณ 2570: รายได้แตะ 3 ล้านล้านครั้งแรก ขาดดุลลดลงเล็กน้อย

    ในปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลคาดว่ารายได้สุทธิจะอยู่ที่ 3,000,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2569 ประมาณ 2.7% ขณะที่ GDP ขยายตัวขึ้นจาก 19,371,000 ล้านบาท เป็น 20,049,000 ล้านบาท

    ด้านรายจ่าย รัฐบาลตั้งงบรายจ่ายที่ 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% จากปีก่อน เป็นการขยายตัวในระดับต่ำตามเป้าการควบคุมรายจ่าย ส่งผลให้ดุลการคลังในปีนี้ขาดดุล 788,000 ล้านบาท คิดเป็น 3.9% ของ GDP

    ส่วนหนี้สาธารณะคงค้างเพิ่มขึ้นเป็น 13,794,810 ล้านบาท หรือคิดเป็น 69.4% ของ GDP

    เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    ปีงบประมาณ 2571: รายได้ขยับขึ้นต่อเนื่อง ขาดดุลลดลงกว่าแสนล้าน

    ในปี 2571 รายได้รัฐบาลเพิ่มเป็น 3,145,000 ล้านบาท โดยอัตราการเพิ่มอยู่ที่ 4.8% สอดคล้องกับการขยายตัวของ GDP ที่เพิ่มขึ้นเป็น 20,831,000 ล้านบาท

    งบประมาณรายจ่ายขยับขึ้นเป็น 3,826,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 1% ส่งผลให้ดุลการคลังขาดดุลลดลงมาอยู่ที่ 681,000 ล้านบาท ลดลงชัดเจนจากปีก่อน และคิดเป็น 3.3% ของ GDP

    หนี้สาธารณะคงค้างในปีนี้อยู่ที่ 14,419,390 ล้านบาท ซึ่งเป็นปีที่สัดส่วนหนี้ต่อ GDP สูงสุดของแผน อยู่ที่ 69.8%

    ปีงบประมาณ 2572: ขาดดุลลดลงต่อเนื่อง เศรษฐกิจขยายตัวหนุนตัวเลขการคลัง

    ปี 2572 รัฐบาลประเมินรายได้สุทธิไว้ที่ 3,274,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากปีก่อน ขณะที่ GDP เติบโตขึ้นเป็น 21,685,000 ล้านบาท

    งบรายจ่ายถูกกำหนดที่ 3,864,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ทำให้ดุลการคลังขาดดุลลดลงเหลือ 590,000 ล้านบาท หรือ 2.7% ของ GDP แสดงให้เห็นการปรับลดขาดดุลอย่างสม่ำเสมอตามเป้าหมายของแผน

    ด้านหนี้สาธารณะคงค้างเพิ่มเป็น 14,954,436 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อ GDP ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 69.5%

    ปีงบประมาณ 2573: ขาดดุลต่ำสุดของแผน–สัดส่วนหนี้ลดลงชัดจากแรงหนุนของจีดีพี

    ในปีสุดท้ายของแผน ระบุว่ารายได้รัฐบาลจะเพิ่มเป็น 3,422,000 ล้านบาท ขยายตัว 4.5% เป็นปีที่รายได้เพิ่มขึ้นในอัตราสูงที่สุดของช่วงแผน ขณะที่ GDP เติบโตต่อเนื่องเป็น 22,661,000 ล้านบาท

    งบรายจ่ายขยับขึ้นเป็น 3,903,000 ล้านบาท เพิ่ม 1% ทำให้ขาดดุลลดลงมาอยู่ที่ 481,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขขาดดุลต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี คิดเป็น 2.1% ของ GDP

    ปริมาณหนี้สาธารณะคงค้างเพิ่มขึ้นตามกลไกการชดเชยขาดดุล อยู่ที่ 15,335,708 ล้านบาท แต่ด้วยการเติบโตของ GDP ทำให้สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ลดลงเหลือ 68.2% เป็นระดับเดียวกับฐานปี 2569 สะท้อนเสถียรภาพทางการคลังที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงกลางแผน

    แผนการคลังระยะปานกลาง ปีงบประมาณ 2570–2573

    ภาพรวมตลอดช่วงแผน: ลดขาดดุลเป็นขั้นบันได–ควบคุมการเติบโตของรายจ่าย–พึ่งพาการขยายตัวของเศรษฐกิจ

    ข้อมูลทั้งหมดสะท้อนว่า นโยบายการคลังในช่วง 2570–2573 มุ่งเน้นการลดขาดดุลแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยรายได้รัฐเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่งบรายจ่ายถูกควบคุมให้ขยายตัวเพียง 0.2–1% ต่อปี ส่งผลให้ดุลการคลังขาดดุลลดลงจาก 788,000 ล้านบาท ในปี 2570 เหลือ 481,000 ล้านบาท ในปี 2573

    ขณะเดียวกัน แม้หนี้สาธารณะคงค้างเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี แต่สัดส่วนเมื่อเทียบกับ GDP มีแนวโน้มปรับลดในช่วงท้ายของแผน เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจช่วยขยายฐานรายได้และลดแรงกดดันด้านหนี้สาธารณะ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/644286&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GJCTqICBtaeyKXZZoq8Jz

  • พรรณไม้งาม อร่ามชล ครั้งที่ 8 คึกคัก! เปิดพื้นที่โชว์ความงดงามของไม้ดอกไม้ประดับ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและตลาดเกษตรท้องถิ่น | TOPNEWS

    พรรณไม้งาม อร่ามชล ครั้งที่ 8 คึกคัก! เปิดพื้นที่โชว์ความงดงามของไม้ดอกไม้ประดับ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและตลาดเกษตรท้องถิ่น | TOPNEWS

    ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน “พรรณไม้งาม อร่ามชล” ครั้งที่ 8 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตร สนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม้ดอกไม้ประดับ
    ภายในงานมี นางสุพิณญา นิรามัยวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นางสาวขวัญเรือน ศรีจันทร์ ปลัดจังหวัดชลบุรี นางพรทิพย์ ศรีสมโภชน เกษตรจังหวัดชลบุรี นายสิริวุฒิ วุฒิศิริ ประธานวิสาหกิจชุมชนไม้ดอกไม้ประดับชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมงาน

    ผู้ร่วมงานได้ร่วมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นเป็นพิธีมอบรางวัลการประกวดจัดสวนถาดนักเรียน พร้อมชมนิทรรศการพรรณไม้เทิดพระนาม ดอกไม้ในพระนามาภิไธย “ควีนสิริกิติ์” รวมทั้งเยี่ยมชมงานพรรณไม้งามอร่ามชล ซึ่งจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการผลิตไม้ประดับ เพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

    การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นส่งเสริมการตลาดเพิ่มศักยภาพการจำหน่ายสินค้าเกษตรเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนตลอดจนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรีอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว วิศาล แสงเจริญ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชลบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1394379&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aiBR6PH_ektebP7WO32tl

  • ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลั่นนโยบายคุมเข้มต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว สร้างความพร้อม ความปลอดภัย ความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

    ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลั่นนโยบายคุมเข้มต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว สร้างความพร้อม ความปลอดภัย ความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลั่นนโยบายคุมเข้มต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว สร้างความพร้อม ความปลอดภัย ความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

    วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.05 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 18 พ.ย.68  พล.ต.ท.ศักย์ศิรา  เผือกอ่ำ ผบช.ทท.สั่งการให้ ตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศ เสริมมาตรการ เส้นทางสีขาว ไม่ว่าจะเป็น ทางบก หรือทาง น้ำ สร้างความปลอดภัย อบอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว 

    ทั้งนี้สถานีตำรวจท่องเที่ยว ระนอง – ชุมพร นำทีมโดยพ.ต.อ.ณรภณ  วัฒนะกรทวี ผกก.2 บก.ทท.3    พ.ต.ท.นิติพงศ์ มหศักดิ์สุนทร รอง ผกก.2 บก.ทท.3 พ.ต.ท.วชิรพิศักดิ์  ณ สงขลา  สว.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.3  

    ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าท่า ตำรวจน้ำ ตำรวจภูธร ตรวจมาตรการความปลอดภัยบริเวณท่าเทียบเรือไปเกาะช้าง เกาะพยาม ต.ปากน้ำ อ.เมือง จว.ระนอง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แนะนำนักท่องเที่ยวให้สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งที่ใช้บริการเรือ รวมทั้งได้ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบว่า หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทร 1155 สายด่วน ตำรวจท่องเที่ยว ได้ตลอด 24 ชม.พร้อมทั้งได้ดำเนินการโครงการเส้นทางสีขาวทางน้ำ ตรวจปัสสวะเพื่อหาสารเสพติด ของบุคคลากรในวงจรการท่องเที่ยว  เพื่อเสริมความปลอดภัย อีกทางหนึ่งด้วย


     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/454805&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LlOunJgbR09F6pI1xuZ_i

  • พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรับมือกับการเติบโตของเมือง

    หนึ่งในปัญหาสำคัญที่พัทยาเผชิญมายาวนานคือ “ปัญหาน้ำท่วม” เมืองพัทยาจึงเดินหน้าลงทุนระบบระบายน้ำและอุโมงค์ผันน้ำประสิทธิภาพสูง เพื่อให้ถนนสายหลักและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญสามารถรองรับฝนตกหนักได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการจราจรติดขัดและความเสียหายทางเศรษฐกิจ

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    ฮับคมนาคมระดับชาติ เปิดประตูสู่ภูมิภาค

    พัทยายังถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางด้านการเดินทางของภาคตะวันออก ผ่านโครงการสำคัญระดับประเทศ ได้แก่

    • รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา)
    • การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นเมืองการบินภาคตะวันออก

    ทั้งสองโครงการจะยกระดับศักยภาพการเดินทาง เชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจ และดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    ก้าวสู่ Smart City ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

    หัวใจสำคัญของ “เมืองอัจฉริยะ” คือเทคโนโลยี เมืองพัทยาได้ร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาระบบดิจิทัลทั่วทั้งเมือง ไม่ว่าจะเป็น

    • โครงข่าย 5G
    • ระบบบริหารจัดการจราจรอัจฉริยะ
    • ระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย
    • บริการภาครัฐบนแอปพลิเคชันเพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    ลงทุนวันนี้ เพื่ออนาคตของเมืองพัทยา

    การพัฒนาเหล่านี้สะท้อนถึงมิติใหม่ของพัทยา จากเมืองแห่งแสงสีสู่เมืองที่มีโครงสร้างพื้นฐานทันสมัยและเป็นมิตรต่อการอยู่อาศัย เมืองที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยว นักลงทุน และประชาชนในพื้นที่ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    พัทยากำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งโอกาส และพร้อมเป็นหัวใจสำคัญของ EEC อย่างแท้จริง

    การลงทุนในวันนี้ ไม่ได้จำกัดเพียงอาคาร ถนน หรือระบบสาธารณูปโภค แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนของเมืองที่พร้อมต้อนรับโลก

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/pr-news/news/social/378969556&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lU-EcCOY3P7QSr_h1g7Fd

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ ชี้ทุกการกระทำเชิงลบส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย วอนช่วยเคารพวัฒนธรรมต่างชาติ

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ชี้ทุกการกระทำเชิงลบส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย วอนช่วยเคารพวัฒนธรรมต่างชาติ

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ชี้ทุกการกระทำเชิงลบส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย วอนช่วยเคารพวัฒนธรรมต่างชาติ

    รมว.ท่องเที่ยวฯ รับยูทูบเบอร์ดังทำคลิปถอดเสื้อเต้นกลางจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ กระทบภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทย วอนช่วยกันเคารพวัฒนธรรมต่างชาติ ชี้ทุกการกระทำเชิงลบส่งผลต่อภาพลบประเทศ

    เมื่อเวลา 09.50 น.วันที่ 18 พ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ยูทูบเบอร์ไทยรายหนึ่ง ทำคลิปถอดเสื้อผ้าเต้นที่ประเทศญี่ปุ่น จะกระทบกับภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเที่ยวหรือไม่ว่า มันก็คงกระทบ ทั้งนี้ ตนยังไม่เห็นคลิปดังกล่าว ซึ่งเราไม่สามารถห้ามได้ เพราะเป็นสิทธิ

    นายอรรถกร กล่าวว่า  ที่ผ่านมาเราก็พยายามรณรงค์ โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ หากไปทำอะไรที่ไม่ถูกวัฒนธรรมหรือกฎระเบียบของเขา เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ขอให้นักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศ ให้ช่วยๆ กัน เพราะทุกการกระทำที่เป็นเชิงลบ จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ถ้าเป็นไปได้ ตนก็อยากให้เที่ยวในประเทศมากกว่า

    เมื่อถามว่า จะต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติ เพื่อไม่ให้เกิดการเหมารวมนักท่องเที่ยวไทยหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เราก็พยายามสื่อสารมาโดยตลอด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2896253&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ZNKLi3eTN-vT0gInIHluW

  • ‘รมว.ท่องเที่ยว’  รับคลิปยูทูบเบอร์ดังถอดเสื้อเต้นกลางญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์ วอนช่วยกันเคารพวัฒนธรรมด้วย

    ‘รมว.ท่องเที่ยว’  รับคลิปยูทูบเบอร์ดังถอดเสื้อเต้นกลางญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์ วอนช่วยกันเคารพวัฒนธรรมด้วย

    18 พ.ย. 2568- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกระแสวิจารณ์นายไพโรจน์ พาโพธิ์ หรือ แจ็กแปบโฮ ยูทูบเบอร์ไทยทำคลิปถอดเสื้อผ้าเต้นที่ประเทศญี่ปุ่นจะกระทบกับภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเที่ยวหรือไม่ว่า มันคงกระทบ ทั้งนี้ ตนยังไม่เห็นคลิปดังกล่าว ซึ่งเราไม่สามารถห้ามได้ เพราะเป็นสิทธิ แต่ที่ผ่านมาเราพยายามรณรงค์ โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ หากไปทำอะไรที่ไม่ถูกวัฒนธรรมหรือกฎระเบียบของเขา เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ขอให้นักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศ ให้ช่วยๆ กัน เพราะทุกการกระทำที่เป็นเชิงลบจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ถ้าเป็นไปได้ ตนอยากให้เที่ยวในประเทศมากกว่า

    เมื่อถามว่า จะต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติเพื่อไม่ให้เกิดการเหมารวมนักท่องเที่ยวไทยหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เราพยามสื่อสารมาโดยตลอด.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/897924/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05heLXMYegxozRlgFuVzyO

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ ยอมรับ! คลิปแจ็กแบ็กโฮ  กระทบภาพลักษณ์ประเทศไทย

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ยอมรับ! คลิปแจ็กแบ็กโฮ กระทบภาพลักษณ์ประเทศไทย

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ยอมรับ! คลิปแจ็กแบ็กโฮ กระทบภาพลักษณ์ประเทศไทย

    จากกรณีที่ แจ็กแบ็กโฮ ยูทูปเปอร์ชาวไทย มีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กมากกว่า 6.4 ล้านคน ได้โพสต์คลิปปีนรถที่จอดอยู่หน้ามินิมาร์ท Lawson แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองฟูจิคาวากุจิโกะ ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ ก่อนจะถอดเสื้อออกและเต้นอย่างเมามัน ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมา ซึ่งกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนชาวเน็ตได้แสดงความคิดเห็นในเฟสบุ๊กของสถานทูตญีปุ่นประจำประเทศไทย ให้ขึ้นบัญชีดำ และ ห้ามเข้าประเทศญี่ปุ่นอย่างถาวร

    ล่าสุดวันนี้ 18 พฤศจิกายน 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณี ยูทูบเปอร์ชาวไทยโพสต์วีดีโอไม่สวมเสื้อเต้นบนหลังคารถที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่า ตนเองยังไม่เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าว แต่ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย แต่มองว่าเป็นสิทธิที่ห้ามไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามรณรงค์ 

    โดยเฉพาะคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ หากทำอะไรที่ไม่ถูกวัฒนธรรม หรือไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศไทย จึงอยากให้นักท่องเที่ยวไทยทุกคนให้ความร่วมมือ เพราะการกระทำเชิงลบนั้นส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศอย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/644305&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CKyzkTWvgePi25T2p8B9A

  • ตำรวจท่องเที่ยวโคราชโชว์ระบบเอไอสุดล้ำ ช่วยสแกนจับผู้ต้องหาตามหมายจับแบบเรียลไทม์ จับได้แล้วรายที่ 616 ทั่วประเทศ เฉพาะโคราชยอดพุ่ง 238 ราย | TOPNEWS

    ตำรวจท่องเที่ยวโคราชโชว์ระบบเอไอสุดล้ำ ช่วยสแกนจับผู้ต้องหาตามหมายจับแบบเรียลไทม์ จับได้แล้วรายที่ 616 ทั่วประเทศ เฉพาะโคราชยอดพุ่ง 238 ราย | TOPNEWS

    ตำรวจท่องเที่ยวโคราชโชว์ระบบเอไอสุดล้ำ ช่วยสแกนจับผู้ต้องหาตามหมายจับแบบเรียลไทม์ จับได้แล้วรายที่ 616 ทั่วประเทศ เฉพาะโคราชยอดพุ่ง 238 ราย

    • เผยแพร่ : 18/11/2025 13:02

    ตำรวจท่องเที่ยวโคราชโชว์ระบบเอไอสุดล้ำ ช่วยสแกนจับผู้ต้องหาตามหมายจับแบบเรียลไทม์ จับได้แล้วรายที่ 616 ทั่วประเทศ เฉพาะโคราชยอดพุ่ง 238 ราย

    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ท.เทพทัฬห์ ขจรเกียรติอาชา สวญ.2 กก.1 บก.ทท. บช.ทท. เปิดเผยถึงการนำเทคโนโลยีเอไอมาใช้สนับสนุนการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมาว่า เป็นนโยบายสำคัญของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อช่วยลดภาระกำลังพลและเพิ่มความรวดเร็วในการติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ

    ปัจจุบันในพื้นที่โคราชมีการติดตั้งระบบเอไอคัดกรองใบหน้าจำนวน 2 จุดสำคัญ หากผู้ต้องหาตามหมายจับเดินผ่านกล้อง ระบบจะสแกนใบหน้าและเทียบข้อมูลกับฐานหมายจับทันที พร้อมแจ้งเตือนถึงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แบบเรียลไทม์ จากนั้นสายตรวจตำรวจท่องเที่ยวจะเข้าตรวจสอบ และหากยืนยันตัวบุคคลตรงกับหมายจับ ก็จะควบคุมตัวดำเนินคดีทันที

    พ.ต.ท.เทพทัฬห์ เปิดเผยว่า การจับกุมล่าสุดถือเป็น รายที่ 616 ในภาพรวมของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งระบบเอไอลักษณะนี้ในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ขอนแก่น และอุดรธานี

    สำหรับพื้นที่นครราชสีมาพบว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับที่ระบบสามารถตรวจพบรวม 238 ราย ส่วนใหญ่เป็นคดีบัญชีม้า แก๊งสแกมเมอร์ ยักยอก และฉ้อโกง ซึ่งระบบเอไอช่วยป้องปรามไม่ให้กลุ่มเหล่านี้เข้ามาก่อเหตุซ้ำในพื้นที่ท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    พ.ต.ท.เทพทัฬห์ กล่าวฝากถึงผู้กระทำผิดว่า “ไม่ว่าจะมาจากเส้นทางไหน หากคิดไม่ดีหรือเข้ามาก่อเหตุในเมืองย่าโม ระบบเอไอและตำรวจท่องเที่ยวพร้อมตรวจสอบทันที เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาเที่ยวโคราช รู้สึกปลอดภัยและมั่นใจสูงสุดในการเดินทาง.

    ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา รายงาน

    ปก web พัฒนาบุคลากรท่องเที่ยว

    25681118005

    โฮมไอเดียหลังบิ๊กซีน่าน มอบที่นอน 11 ผืน สนับสนุนศูนย์ดูแลสุขภาพเทศบาลเมืองน่าน

    “คุณลลิสา จงบารมี” เซเลปคนดัง เปิดบ้าน วิลล่า ลลิสา จงบารมี อ.ท่าเรือ แจกถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ

    นครปฐม ‘Kick Off’ ปฏิบัติการเข้ม! “รัฐเข้ม ตรวจจับ ปรับจริง ห้ามใช้รถควันดำ” สู้ศึก PM2.5

    นายกสมาคมท่องเที่ยวตราดเข้าพบผู้ว่าฯ คนใหม่ ผนึกกำลังดันตราดสู่เมืองท่องเที่ยวยั่งยืน คึกคักปลายปี ห้องพักเต็ม 90%–นักท่องเที่ยวทะลุ 2 ล้าน

    น่านจัดพิธีทำบุญ “หอประชุมนันทพัฒน์” เสริมสิริมงคล

    ญี่ปุ่นเตือนภัยพลเมืองตนเองขณะเที่ยวจีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1394343&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14m9yaMPp8FOCN2ffM7U4O

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ ยันไทยดูแลนักกีฬาทุกชาติเท่าเทียม โดยเฉพาะทีมชาติกัมพูชา

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ยันไทยดูแลนักกีฬาทุกชาติเท่าเทียม โดยเฉพาะทีมชาติกัมพูชา

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ยันไทยดูแลนักกีฬาทุกชาติเท่าเทียม โดยเฉพาะทีมชาติกัมพูชา

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรองรับนักกีฬาจากประเทศอาเซียนที่เดินทางร่วมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมชาติกัมพูชา ว่า เราไม่ได้มองว่านักกีฬากัมพูชากับนักกีฬาประเทศอื่นๆ แตกต่างกันอย่างไร โดยเรามองว่าเขาเป็นนักกีฬา และเป็นแขกบ้านแขกเมือง เราก็ดูแลด้านการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้ดีที่สุด

    นักกีฬาทีมชาติกัมพูชามีถอนตัวในกีฬาประเภทใดบ้างหรือไม่นั้น นายอรรถกร กล่าวว่า นักกีฬากับสตาฟฟ์ของทีมชาติกัมพูชาที่จะมารวมกันแข่งขันประมาณ 300 ชีวิต แต่ภายหลังเขาเพิ่งตัดสินใจถอนตัวไปบ้าง ซึ่งตนขอไม่วิจารณ์ เพราะเป็นเรื่องของความพร้อมของประเทศอื่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000110115&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AAZcMWC-NR_ALoCkj-pXe

  • รมต.ท่องเที่ยวยัน ซีเกมส์ ดูแลนักกีฬากัมพูชาเท่าเทียม

    รมต.ท่องเที่ยวยัน ซีเกมส์ ดูแลนักกีฬากัมพูชาเท่าเทียม

    วันนี้ (18 พ.ย. 68) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีความพร้อมการดูแลนักกีฬากัมพูชา ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ว่า ตนได้พูดคุยกับผู้บริหารของการกีฬาแห่งประเทศไทย เราไม่ได้คิดว่านักกีฬากัมพูชา หรือนักกีฬาจากประเทศอื่นแตกต่างกันอย่างไร เรามองว่าเขาเป็นนักกีฬา เป็นแขกบ้านแขกเมืองก็ดูแลให้ดีที่สุด ทั้งเรื่องการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย

    ส่วนกังวลหรือไม่ว่านักกีฬาของกัมพูชาอาจจะป่วนการแข่งขันเหมือนเวทีนางงาม นายอรรถกร กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าเขามาในฐานะนักกีฬา ถ้ามีสปิริตมีน้ำใจนักกีฬาเชื่อว่าหน้าที่ของเขาคือมาแข่งขัน ส่วนเราก็ดูแลในเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่แค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ดูแลทุกประเทศเหมือนกันหมด

    ส่วนเรื่องการถอนตัวนักกีฬา นายอรรถกร กล่าวว่า มีถอนตัวไปบ้างทั้งนักกีฬาและสตาฟประมาณ 300 คน ซึ่งเพิ่งมีการตัดสินใจในช่วงหลัง โดยตนขอไม่วิจารณ์ความพร้อมของประเทศอื่น ย้ำประเทศไทยก็เต็มที่และยืนยันว่ามีการคุ้มกันทุกประเทศเท่ากัน ซึ่งได้คุยทั้งฝ่ายตำรวจที่ได้วางแผนร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ส่วนที่พักอาศัยก็จัดให้เหมาะกับชนิดของกีฬา
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/61368&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FAAt09Q2tP5Av6043TiXX