Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • อิหร่านเตรียมนัดเจรจากลุ่มประเทศ ร่วมมือสหรัฐใช้มาตรการเศรษฐกิจกดดัน

    อิหร่านเตรียมนัดเจรจากลุ่มประเทศ ร่วมมือสหรัฐใช้มาตรการเศรษฐกิจกดดัน

    อิหร่านเตรียมนัดเจรจากลุ่มประเทศ ร่วมมือสหรัฐใช้มาตรการเศรษฐกิจกดดัน

    วันนี้, 07:46น.

             โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน  เตือนเมื่อวันเสาร์ (22 ส.ค.) ว่า ประเทศใดที่เข้าร่วมมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐต่ออิหร่าน จะถูกโจมตีตอบโต้

              เรซาอีให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ IRIB ของทางการว่า อิหร่านจะเจรจากับประเทศที่เข้าร่วมมาตรการดังกล่าวเป็นอันดับแรก พร้อมเรียกร้องให้ถอนตัวออกจากความขัดแย้ง พร้อมเตือนว่า หากประเทศเหล่านั้นปฏิเสธ อิหร่านจะโจมตีผลประโยชน์ของประเทศดังกล่าว และหากประเทศเพื่อนบ้านเลือกเข้าร่วมมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจที่นำโดยสหรัฐฯ อิหร่านจะไม่ยอมให้มีการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแม้แต่หยดเดียว

              เรซาอีกล่าวว่า อิหร่านมีประสบการณ์ในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และสามารถเดินหน้าส่งออกน้ำมันได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

               ขณะเดียวกัน เรซาอีย้ำจุดยืนของอิหร่านว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดอยู่จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามข้อตกลงความเข้าใจเพื่อสันติภาพระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ที่ลงนามเมื่อเดือนมิ.ย. โดยระบุว่า ในครั้งนี้สหรัฐฯ ต้องเป็นฝ่ายดำเนินการก่อน

               ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะดำเนินปฏิบัติการทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาต่ออิหร่าน พร้อมเรียกมาตรการดังกล่าวว่าเป็นสงครามเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยวในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

              สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ (21 ส.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับประเทศที่ยังทำการค้ากับอิหร่าน ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกอาจตึงตัวมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า  สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ ปิดที่ 87.06 ดอลลาร์/บาร์เรล

              ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 61 เซนต์ ปิดที่ 94.39 ดอลลาร์/บาร์เรล

              ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (21 ส.ค.) ปิดที่ 53,277.01 จุด เพิ่มขึ้น 517.80 จุด ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,674.37 จุด เพิ่มขึ้น 33.21 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,180.46 จุด เพิ่มขึ้น 113.29 จุด

              สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันศุกร์ (21 ส.ค.) แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน และปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ราคาพุ่งทะลุแนวต้านทางเทคนิคที่สำคัญได้ ขณะที่แผนซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กดดันให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งช่วยหนุนแรงซื้อทองคำ ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 109.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 4,680.60 ดอลลาร์/ออนซ์

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/163929&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IXehlYjeMaGGrQPFbNDmf

  • คลังสหรัฐเตรียมประกาศ ‘สงครามเศรษฐกิจ’ วันนี้ อิหร่านเมินคำขู่

    คลังสหรัฐเตรียมประกาศ ‘สงครามเศรษฐกิจ’ วันนี้ อิหร่านเมินคำขู่

    รัฐมนตรีคลังสหรัฐเตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านในวันจันทร์นี้ ขณะที่เตหะรานเมินคำขู่ ‘สงครามเศรษฐกิจ’ สหรัฐเตือนประเทศต่างๆ ให้เลือกข้าง มิฉะนั้นจะถูกตอบโต้

    รัฐมนตรีคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ จะจัดแถลงข่าวในวันจันทร์ (24 ส.ค.69) ตามเวลาสหรัฐ เพื่อประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซีว่า เป็น “การโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจแบบประสานงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก”

    “ในรุ่งอรุณ สงครามวันดีเดย์ (D-Day) ทางเศรษฐกิจจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติการทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดทัพเพื่อต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม” เบสเซนต์เขียนไว้ในบทความแสดงความเห็นในหนังสือพิมพ์ Financial Times เมื่อวันอาทิตย์

    รัฐมนตรีคลังสหรัฐบอกกับซีเอ็นบีซี เมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐ จะ “ทำให้ประเทศสาธารณรัฐอิสลามล่มสลาย” ด้วย “มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดที่สุดในประวัติศาสตร์”

    เบสเซนต์กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์เรียกร้องให้พันธมิตรสหรัฐและประเทศอื่นทั่วโลกหยุดทำธุรกิจกับอิหร่าน โดยสหรัฐจะใช้ “พลังทั้งหมด” ของตนจัดการกับทุกประเทศที่ไม่ปฏิบัติตาม เขาบอกกับซีเอ็นบีซีว่า “เรากำลังไปบอกพวกเขาว่า คุณอยู่ข้างเราหรืออยู่ฝ่ายตรงข้าม ถึงเวลาแล้วที่พันธมิตรและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต้องตัดสินใจ และเราจะบดขยี้เศรษฐกิจของระบอบฆาตกรนี้”

    การแถลงข่าวของเบสเซนต์มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าสหรัฐจะโจมตีอิหร่านด้วย “ปฏิบัติการทางเศรษฐกิจที่บดขยี้ที่สุดเท่าที่เคยมีต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง”

    ทรัมป์ยังขู่จะใช้มาตรการลงโทษทางการเงินอย่างรุนแรงต่อทุกประเทศที่ช่วยให้อิหร่านหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร โดยระบุในโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ Truth Social ว่า “นี่จะเป็นสงครามเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยวในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

    • อิหร่านไม่หวั่นคำขู่

    ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แสดงท่าทีเมินเฉยต่อคำขู่ของรัฐบาลทรัมป์ ตามรายงานสื่อของรัฐ โฆษก IRGC ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า อิหร่านมีวิธี “รับมือผลกระทบด้านลบจากสงครามของศัตรู” และ “สามารถสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย”

    “ประธานาธิบดีสหรัฐบอกว่า เขาประกาศสงครามเศรษฐกิจและเปิดฉากแคมเปญทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดกับอิหร่าน เรื่องนี้เท่ากับเป็นการยอมรับโดยนัยถึงความพ่ายแพ้อย่างน่าอับอายของศัตรูในสมรภูมิทางทหาร” โฆษก IRGC กล่าวตามรายงานของสื่อรัฐ

    เฮลิมา ครอฟต์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ตลาดโลกของ RBC Capital Markets ระบุว่า อิหร่านเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกคว่ำบาตรมากที่สุดในโลก และยังไม่ชัดเจนว่าการกดดันทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมจะทำให้พฤติกรรมของเตหะรานเปลี่ยนไปหรือไม่ เธอกล่าวกับซีเอ็นบีซีในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ว่า อิหร่านดูเหมือนจะเชื่อว่าตนสามารถ “อยู่รอดได้นานกว่า” รัฐบาลทรัมป์ ซึ่งต้องการให้สงครามจบลงอย่างรวดเร็ว

    ครอฟต์กล่าวว่า เตหะรานยังมีศักยภาพในการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซและโครงสร้างพื้นฐานในตะวันออกกลาง

    ครอฟต์กล่าวว่า “อิหร่านยังมีศักยภาพในการสร้างความปั่นป่วนอย่างมีนัยสำคัญอยู่มาก คำถามคือมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมจะเปลี่ยนสมการนี้ได้อย่างไร”

    “อิหร่านยังคงมีความสามารถในการก่อกวนอย่างมีนัยสำคัญ” ครอฟต์กล่าว “คำถามคือสิ่งนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อมีมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1248705&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw356qRAOoYtRJdebnbUBRKU

  • อิหร่านประณามสหรัฐฯ ปมจ่อประกาศคว่ำบาตรรอบใหม่ 24 ส.ค.

    อิหร่านประณามสหรัฐฯ ปมจ่อประกาศคว่ำบาตรรอบใหม่ 24 ส.ค.

    วันนี้ (23 ส.ค.2569) โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวโจมตีสหรัฐฯ ว่า กำลังทำให้ความมั่นคงของชาติพันธมิตรในภูมิภาคตกอยู่ในอันตราย เพราะเห็นแก่อิสราเอล พร้อมย้ำว่า การจัดระเบียบความมั่นคงในภูมิภาคต้องเป็นอิสระและสร้างขึ้นโดยคนในพื้นที่เองเท่านั้น จึงจะนำมาซึ่งสันติภาพและความมั่นคงอย่างแท้จริง

    อิหร่านประณามสหรัฐฯ ปมจ่อประกาศคว่ำบาตรรอบใหม่ 24 ส.ค.

    อิหร่านประณามสหรัฐฯ ปมจ่อประกาศคว่ำบาตรรอบใหม่ 24 ส.ค.

    ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โจมตีสหรัฐฯ ว่า แผนประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่การทำสงครามเศรษฐกิจต่ออิหร่าน แต่เป็นการอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือรัฐสมาชิกที่เป็นอิสระทุกประเทศของสหประชาชาติ และมาตรการคว่ำบาตรนี้ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

    ท่าทีนี้มีขึ้นภายหลังรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ เตรียมบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ต่ออิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้ประเทศอื่น ๆ ร่วมมือด้วย คาดว่า จะเปิดเผยรายละเอียดต่าง ๆ ผ่านการแถลงข่าวในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 24 ส.ค.นี้ ตามเวลาท้องถิ่น

    ด้านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ส่งสัญญาณเตือนถึงประเทศเพื่อนบ้าน โดยระบุว่าประเทศใดก็ตามที่เข้าร่วมการทำสงครามเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะถูกมองว่าเป็นศัตรูของอิหร่าน และอิหร่านจะโจมตีผลประโยชน์ของประเทศนั้น ๆ เพื่อตอบโต้

    อ่านข่าว :

    เลื่อนปล่อยจรวดลองมาร์ช 5 Y14 ในภารกิจ “ฉางเอ๋อ 7” ออกไป 1 เดือน

    “อภิสิทธิ์” ห่วงสถานการณ์ชายแดนใต้ ชี้รัฐบาลยังไร้นโยบายชัดเจน

    รฟท.ประกาศปิดทาง “สถานีมะรือโบ–สถานีตันหยงมัส” ชั่วคราว รางเสียหายจากเหตุระเบิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/509780&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AUkd3lyX8mHbtOf_yjFfs

  • ราชกิจจาฯ ประกาศคงอัตราเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 6.3% ถึง 30 ก.ย.70

    ราชกิจจาฯ ประกาศคงอัตราเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 6.3% ถึง 30 ก.ย.70

    วันนี้ (23 ส.ค.2569) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 807) พ.ศ.2569 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

    โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ.2534 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

    มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 807) พ.ศ.2567

    มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2569 เป็นตันไป

    มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 646) พ.ศ.2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 799) พ.ศ.2568 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

    “มาตรา 4 ให้ลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร และคงจัดเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 6.3 สำหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้าทุกกรณี ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2560 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2570”

    อ่านข่าว :

    ด่วน ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข นิรโทษกรรมคดีการเมือง

    กรมศิลป์ ยืนยัน “พระอุโบสถวัดภูมินทร์” โครงสร้างยังแข็งแรง

    เลื่อนปล่อยจรวดลองมาร์ช 5 Y14 ในภารกิจ “ฉางเอ๋อ 7” ออกไป 1 เดือน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/509779&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AIwG_pHs6psMu6BPx8lwB

  • ประเด็นร้อนข่าวเศรษฐกิจ วันที่ 24 สิงหาคม 2569

    ประเด็นร้อนข่าวเศรษฐกิจ วันที่ 24 สิงหาคม 2569

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/169562&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_9_3ZS0_Sfc1g0vE620tr

  • “ศุภจี” ลุยศรีสะเกษ ติดตาม “ข้าวประณีต” ดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง พร้อมรับฟังปัญหา เร่งเชื่อมตลาดให้เกษตรกร

    “ศุภจี” ลุยศรีสะเกษ ติดตาม “ข้าวประณีต” ดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง พร้อมรับฟังปัญหา เร่งเชื่อมตลาดให้เกษตรกร

    “ศุภจี” ลุยศรีสะเกษ ติดตาม “ข้าวประณีต” ดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง พร้อมรับฟังปัญหา เร่งเชื่อมตลาดให้เกษตรกร


    23/08/2569 | 186 |

    วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ประชุมหารือร่วมกับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร หรือ “ข้าวประณีต” ณ บริษัท ไร่ทอง ออร์แกนิกส์ ฟาร์ม จำกัด อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายวิทวัส ไตรสรณกุล สส. เขต 9 จังหวัดศรีสะเกษ ดร.รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าศรีสะเกษ และตัวแทนจากกลุ่มข้าวประณีตในพื้นที่ อาทิ วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง ศูนย์ข้าวชุมชนเกษตรตำบลบ่อแก้ว และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ศรีสะเกษ จำกัด พร้อมเกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าร่วม

    นางศุภจี กล่าวว่า ตนมีความผูกพันกับจังหวัดศรีสะเกษเป็นพิเศษ และรู้สึกยินดีที่ได้เห็นความก้าวหน้าของเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน โดยเฉพาะบริษัท ไร่ทอง ออร์แกนิกส์ ฟาร์ม จำกัด และชุมชนโดยรอบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าข้าวสามารถพัฒนาได้มากกว่าการเป็นสินค้าเกษตรทั่วไป ทั้งการแปรรูป การสร้างมูลค่า และการรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมกล่าวว่า “ดีใจที่เราไม่มองข้าวเป็นแค่ข้าว แต่ข้าวเป็นพืชที่สามารถสร้างประโยชน์ได้ในหลายเรื่อง และเป็นต้นแบบที่ดีได้”

    นางศุภจี กล่าวว่า จากการรับฟังปัญหา ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขคือเมล็ดพันธุ์ข้าว เพราะหากไม่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ข้าวไทยมีคุณภาพไม่แตกต่างจากคู่แข่งและต้องแข่งขันกันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว ขณะที่ไทยยังมีผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง จึงต้องวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยต้องบูรณาการและพูดคุยต่อกับกรมการข้าว เพราะต้องแก้ตั้งแต่ต้นทาง

    นอกจากนี้ เกษตรกรยังสะท้อนปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนและเครื่องมือหลังการเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะเครื่องลดความชื้นข้าว ซึ่งมีความจำเป็นต่อการรักษาคุณภาพผลผลิต แต่เนื่องจากแต่ละชุมชนมีความต้องการแตกต่างกัน และมีแผนดูแลให้ครบทั้ง 466 ชุมชนในโครงการข้าวประณีต นางศุภจีจึงมอบหมายให้สำรวจความต้องการของแต่ละชุมชน เพื่อสนับสนุนให้ตรงกับปัญหา โดยจะประสาน ธ.ก.ส. เพื่อช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุนที่มีต้นทุนเหมาะสมและมีวงเงินเพียงพอ

    สำหรับ “ข้าวประณีต” นางศุภจี กล่าวว่า เป็นแนวทางเปลี่ยนจาก “ขายปริมาณ” สู่ “ขายคุณค่า” โดยดูแลตั้งแต่การผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกร

    “ถ้าเราขายข้าวธรรมดาทั่วไป เราก็แข่งแต่ราคา แต่ข้าวประณีตเป็นข้าวที่มีเรื่องราว เป็นข้าวที่เราใส่ใจตั้งแต่ต้นทางถึงการแปรรูป เป้าหมายคือยกระดับมูลค่าของสินค้าข้าว และทำให้พื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการมีทั้งเครื่องมือและตลาด” นางศุภจี กล่าว

    ด้านตลาด กระทรวงพาณิชย์จะบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) ช่วยดูดซับผลผลิตในช่วงราคาตกต่ำ กรมการค้าต่างประเทศเร่งขยายตลาดส่งออก ขณะที่กรมการค้าภายในและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะช่วยเชื่อมโยงสินค้าข้าวและสินค้าแปรรูปของชุมชนกับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการเจรจาธุรกิจ Business Matching และ Contract Farming ล่วงหน้า

    นางศุภจี กล่าวว่า ปีนี้กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าส่งออกข้าว 7 ล้านตัน พร้อมเดินหน้าหาตลาดใหม่และตลาดทดแทน เพื่อสร้างโอกาสให้ข้าวไทย ขณะเดียวกันต้องให้ความสำคัญกับการทำให้ราคาที่ดีส่งผ่านไปถึงเกษตรกร ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่เฉพาะคนกลาง

    พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดทำงานใกล้ชิดกับจังหวัดและผู้ประกอบการ จัดทำ “ปฏิทินสินค้าเกษตร” เพื่อให้รู้ล่วงหน้าว่าสินค้าแต่ละชนิดจะออกสู่ตลาดช่วงใด และสามารถเตรียมตลาดก่อนผลผลิตออกจำนวนมาก เพื่อป้องกันปัญหาราคาตกต่ำ

    “วันนี้มาเห็นแล้วชื่นใจที่มีทั้งเกษตรกรตัวอย่าง ชุมชนตัวอย่าง และวิสาหกิจชุมชนตัวอย่าง เกษตรกรเองก็ต้องปรับตัว ถ้าเรายึดอยู่ในรูปแบบเดิม เราจะช่วยได้ยาก กระทรวงพาณิชย์จะช่วยเติมในสิ่งที่พื้นที่ขาด ทั้งเครื่องมือ ความรู้ และตลาด เพื่อให้ของดีที่มีอยู่แล้วสร้างมูลค่าเพิ่ม และทำให้รายได้กลับไปถึงเกษตรกรได้จริง” นางศุภจี กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moc.go.th/th/gallery/category/detail/id/5/iid/2123&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qzHdp5vnCNQ7KScUSaJUF

  • อิหร่านลั่น จะตอบโต้ประเทศที่ช่วยสหรัฐฯ คว่ำบาตรเศรษฐกิจเตหะราน

    อิหร่านลั่น จะตอบโต้ประเทศที่ช่วยสหรัฐฯ คว่ำบาตรเศรษฐกิจเตหะราน

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ออกโรงขู่ประเทศต่างๆ ว่า อย่าร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการคว่ำบาตรเศรษฐกิจของอิหร่าน มิเช่นนั้นจะต้องเผชิญการตอบโต้ที่เขาอ้างว่า จะรุนแรงระดับ “แผ่นดินไหว”

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านออกมาขู่ว่า พวกเขาจะตอบโต้ประเทศใดก็ตามที่เข้าร่วมกับสหรัฐอเมริกาในการทำ “สงครามเศรษฐกิจ” กับอิหร่าน ในขณะที่อียิปต์เรียกร้องให้เตหะรานและวอชิงตัน “กลับสู่เส้นทางทางการทูต” และยุติความขัดแย้งที่ดำเนินมานานเกือบ 6 เดือนแล้ว

    คำเตือนจากนายเรซาอีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (22 ส.ค. 2569) มีขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ มีแผนจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ในวันจันทร์นี้ (24 ส.ค.) ซึ่งอาจสร้างความกดดันให้แก่เศรษฐกิจของเตหะรานหนักยิ่งขึ้น

    ตามรายงานของ สถานีโทรทัศน์ IRIB ของอิหร่าน นายเรซาอีกล่าวว่า อิหร่านกำลังเรียกร้องให้ทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ไม่เข้าร่วมใน “สงครามเศรษฐกิจ” ของสหรัฐฯ

    “ประเทศใดก็ตามที่มีส่วนร่วมในการบังคับใช้ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจต่อเรา จะถือว่าเป็นศัตรู” เขากล่าว พร้อมเตือนถึงการตอบโต้ที่จะส่งผลสะเทือนระดับ “แผ่นดินไหว” ด้วย

    “แน่นอนว่า ขั้นแรกเราจะเจรจากับพวกเขาก่อน เราจะพูดคุยและบอกให้ถอยออกมาและรักษาระยะห่างจากสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าพวกเขายังไม่ทำ เราจะโจมตี โดยจะมุ่งเป้าหมายไปที่ผลประโยชน์ของประเทศนั้นๆ”

    ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า รัฐบาลของเขาจะดำเนินปฏิบัติการบดขยี้เศรษฐกิจของอิหร่านอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งยังรับปากว่าจะทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง ต่อประเทศใดก็ตามที่มอบความช่วยเหลือ “ทุกรูปแบบ” แก่อิหร่าน

    นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ย้ำคำขู่ดังกล่าวในวันถัดมา โดยส่งข้อความถึงชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ว่า “คุณจะอยู่ข้างเรา หรืออยู่ฝั่งตรงข้ามกับเรา” พร้อมทั้งเรียกร้องความร่วมมือจากจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันของอิหร่านประเภทขนส่งทางเรือมากกว่า 80%

    ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่ สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่แน่นอน โดยโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า ช่องแคบเปิดแล้ว แต่อิหร่านซึ่งปิดเส้นทางน้ำสายนี้มาตลอดนับตั้งแต่สงครามเริ่ม ยืนยันว่า จะไม่เปิดช่องแคบจนกว่าสหรัฐฯ จะทำตามข้อเรียกร้องของพวกเขา ในขณะที่การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่มีความคืบหน้ามาหลายเดือนแล้ว

    ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของอียิปต์ได้ประกาศว่า บาดร์ อับเดลัตตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้หารือกันทางโทรศัพท์ เพื่อทบทวนภาพรวมสถานการณ์ในภูมิภาค รวมถึงความพยายามที่กำลังดำเนินอยู่เพื่อ “สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลดความตึงเครียด”

    ทั้งสองยังได้หารือเกี่ยวกับการ “กลับสู่เส้นทางทางการทูต ไม่ว่าจะเป็นกรอบการเจรจาระหว่างโอมานกับอิหร่าน หรือการฟื้นฟูการบังคับใช้บันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมและยั่งยืน เพื่อยุติสงคราม, สร้างความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค”

    ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

    ที่มา : aljazeera

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2954754&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kX2775Xqhy6jIx58RlEFd

  • รวมคำทำนายราคาทองคำปี 69 จากหมอดูชื่อดังหลายสำนัก หมอลักษณ์ให้เป้าสูงสุด 100,000 บาท

    รวมคำทำนายราคาทองคำปี 69 จากหมอดูชื่อดังหลายสำนัก หมอลักษณ์ให้เป้าสูงสุด 100,000 บาท

    รวมคำทำนายราคาทองคำปี 69 จากหมอดูชื่อดังหลายสำนัก หมอลักษณ์ให้เป้าสูงสุด 100,000 บาท

    By

    สิงหาคม 23, 2026

    รวมคำทำนายราคาทองคำปี 69 จากหมอดูชื่อดังหลายสำนัก หมอลักษณ์ให้เป้าสูงสุด 100,000 บาท

    สรุปข่าว
    • กลุ่มหมอดูและโหราจารย์ชื่อดังหลายสำนักออกมาคาดการณ์ราคาทองคำในช่วงปลายปี 2569 ไปในทิศทางเดียวกันคือ “ขาขึ้น” นำโดย หมอลักษณ์ ฟันธง ที่มองว่าราคาทองคำมีโอกาสทะลุบาทละ 100,000 บาท ขณะที่ หมอปลาย พรายกระซิบ และ อ.โอเล่ ญาณสัมผัส มองเป้าหมายใกล้เคียงกันที่ประมาณ 90,000 บาท
    • อ.ภาวิดา มองเป้าหมายไว้ที่ 80,000 บาท ขณะที่อาจารย์ท่านอื่นอย่าง อ.เจน, อ.เพ็ชร และ อ.จู่เสียง ต่างมองทิศทางราคาทองคำในเชิงบวกเช่นกัน แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขเป้าหมายอย่างชัดเจน
    • เมื่อเทียบกับมุมมองของนักวิเคราะห์การเงินที่ประเมินจากปัจจัยพื้นฐาน เป้าหมายราคาทองคำในช่วงสิ้นปี 2569 ส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 73,000-85,000 บาท ซึ่งยังต่ำกว่าตัวเลข 90,000-100,000 บาทจากคำทำนายบางสำนัก สะท้อนความแตกต่างระหว่างมุมมองจากสายโหราศาสตร์กับการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์

    แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

    แม้คำทำนายจากหมอดูจะไม่ใช่การวิเคราะห์ราคาที่อ้างอิงปัจจัยเศรษฐกิจโดยตรง แต่การที่หลายสำนักออกมามองทองคำในทิศทางขาขึ้นพร้อมกัน อาจสะท้อน sentiment เชิงบวกของสังคมไทยที่มีต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำทั่วโลกกำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำจริงยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยอย่างทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ค่าเงินดอลลาร์ เงินเฟ้อ และแรงซื้อจากธนาคารกลาง มากกว่าคำทำนายทางโหราศาสตร์

    ช่วงปลายปี 2569 กำลังกลายเป็นช่วงเวลาที่วงการ “สายมู” และตลาดทองคำมาบรรจบกันอีกครั้ง หลังหมอดูและโหราจารย์ชื่อดังหลายสำนักออกมาคาดการณ์ว่าราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยรายที่ให้เป้าหมายสูงที่สุดคือ หมอลักษณ์ ฟันธง ซึ่งเคยวิเคราะห์ผ่านรายการ Thairath Talk ว่าทองคำกำลังเข้าสู่รอบขาขึ้นครั้งใหญ่ และมีโอกาสพุ่งแตะบาทละ 100,000 บาทในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 โดยมองทั้งจากหลักโหราศาสตร์และปัจจัยเศรษฐกิจโลกประกอบกัน ขณะที่ หมอปลาย พรายกระซิบ และ อ.โอเล่ ญาณสัมผัส มองเป้าหมายไว้ใกล้เคียงกันที่ประมาณ 90,000 บาท ส่วน อ.ภาวิดาประเมินไว้ที่ 80,000 บาท และยังมี อ.เจน, อ.เพ็ชร และ อ.จู่เสียง ที่มองแนวโน้มทองคำไปในทิศทางขาขึ้นเช่นกัน

    ย้อนดูคำทำนายที่เคยให้ไว้ตั้งแต่ต้นปี

    คำทำนายเรื่องทองคำทะลุ 100,000 บาทไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งถูกพูดถึงในช่วงนี้ แต่มีการคาดการณ์มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 โดย หมอปลาย พรายกระซิบ เคยให้สัมภาษณ์ในเดือนมีนาคมว่าไม่ควรรีบขายทองแม้ราคาจะขึ้นไปแตะระดับ 70,000 บาท พร้อมมองว่าช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมเป็นจังหวะสะสม ก่อนที่ราคาจะเริ่มขยับขึ้นหลังกลางปีและมีโอกาสแตะ 90,000 บาท และลุ้นไปถึงระดับ 100,000 บาทภายในปีเดียวกัน ขณะที่ หมอลักษณ์ เคยระบุไว้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของราคาทองจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม และมองช่วงพีคเอาไว้ระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ถึง 9 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น่าจับตาท่ามกลางการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำโลกในช่วงที่ผ่านมา

    สรุปคำทำนายราคาทองคำปี 2569

    • หมอลักษณ์ ฟันธง — 100,000 บาท/บาททองคำ
    • หมอปลาย พรายกระซิบ — 90,000 บาท/บาททองคำ
    • อ.โอเล่ ญาณสัมผัส — 90,000 บาท/บาททองคำ
    • อ.ภาวิดา — 80,000 บาท/บาททองคำ
    • อ.เจน — มองทองคำเป็นขาขึ้น (ไม่ได้ระบุตัวเลขเป้าหมายชัดเจน)
    • อ.เพ็ชร — มองทองคำเป็นขาขึ้น (ไม่ได้ระบุตัวเลขเป้าหมายชัดเจน)
    • อ.จู่เสียง — มองทองคำเป็นขาขึ้น (ไม่ได้ระบุตัวเลขเป้าหมายชัดเจน)

    เทียบกับมุมมองนักวิเคราะห์การเงิน ตัวเลขต่างกันแค่ไหน

    เพื่อให้เห็นภาพรอบด้านมากขึ้น คำทำนายเหล่านี้ควรถูกนำมาเปรียบเทียบกับมุมมองของนักวิเคราะห์ทองคำที่ใช้ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลักด้วย นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ นักวิเคราะห์การลงทุนทองคำ เคยประเมินราคาทองคำในช่วงสิ้นปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 73,000-75,000 บาท โดยพิจารณาจากแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟด ปัญหาหนี้สาธารณะสหรัฐฯ และการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก ขณะที่บทวิเคราะห์จาก กรุงศรี มองกรอบราคาทองคำไว้ที่ประมาณ 80,000-85,000 บาทในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า จะเห็นว่าตัวเลขจากฝั่งนักวิเคราะห์การเงินยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 90,000-100,000 บาทที่หมอดูบางสำนักคาดการณ์เอาไว้ค่อนข้างมาก แม้ทั้งหมดจะมีมุมมองตรงกันว่าทองคำยังมีโอกาสอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น


    ผู้เขียนมองว่าการที่หมอดูหลายสำนักออกมาคาดการณ์ราคาทองคำไปในทิศทางเดียวกันนั้นน่าสนใจในแง่ของความเชื่อของสังคมไทยที่มีต่อทองคำ มากกว่าจะนำมาใช้เป็นเครื่องมือคาดการณ์ราคาโดยตรง เพราะแม้แต่นักวิเคราะห์การเงินที่ใช้ข้อมูลเศรษฐกิจและตลาดเป็นหลักก็ยังประเมินราคาแตกต่างกันตั้งแต่ 73,000 ถึง 85,000 บาท สะท้อนให้เห็นว่าการฟันธงตัวเลขที่แน่นอนเป็นเรื่องยากในตลาดที่มีความผันผวนสูง

    สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลข 100,000 บาทจึงอาจเป็นการที่ทั้งฝั่งสายมูและนักวิเคราะห์การเงินต่างมองตรงกันว่าทองคำยังมีปัจจัยสนับสนุนในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะจากทิศทางดอกเบี้ย ดอลลาร์ที่อ่อนค่า ปัญหาหนี้สาธารณะ และแรงซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุน คำทำนายเหล่านี้ควรถูกมองเป็นข้อมูลประกอบหรือมุมมองด้าน sentiment มากกว่าจะใช้เป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจลงทุน เพราะท้ายที่สุดแล้วราคาทองคำจะถูกกำหนดจากปัจจัยเศรษฐกิจและตลาดจริงเป็นสำคัญ

    แหล่งอ้างอิง:

    รวมคำทำนายราคาทองคำปี 69 จากหมอดูชื่อดังหลายสำนัก หมอลักษณ์ให้เป้าสูงสุด 100,000 บาท

    Tharadon

    เริ่มรู้จักคริปโตในช่วงตลาดกระทิงปี 2020 และได้เห็นวัฏจักรขาขึ้น–ขาลงอย่างเต็มรูปแบบในปี 2021–2022 ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ตระหนักว่า “ราคา” อาจเป็นเพียงภาพสะท้อนของอารมณ์ตลาด แต่เทคโนโลยี Blockchain คือรากฐานที่แท้จริง และอาจเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงระบบต่าง ๆ ของโลกในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/08/23/horoscope-gold-price-prediction-2026-100000-baht-mor-lak-mor-plai/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-YfaYQIoRlUJ10h0HsJeL

  • จากคนละครึ่งถึงไทยช่วยไทย พลัส: เศรษฐศาสตร์ของมาตรการร่วมจ่าย

    จากคนละครึ่งถึงไทยช่วยไทย พลัส: เศรษฐศาสตร์ของมาตรการร่วมจ่าย

    Loading…

    จากคนละครึ่งถึงไทยช่วยไทย พลัส: เศรษฐศาสตร์ของมาตรการร่วมจ่าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-141&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gsQaMJLC0ZksYkNpqGo1t

  • ซูเปอร์บอร์ด กทม. เคาะแผนพัฒนาเมือง ระยะที่ 4 ชู 9 ยุทธศาสตร์หนุนเศรษฐกิจคู่คุณภาพชีวิต : อินโฟเควสท์

    ซูเปอร์บอร์ด กทม. เคาะแผนพัฒนาเมือง ระยะที่ 4 ชู 9 ยุทธศาสตร์หนุนเศรษฐกิจคู่คุณภาพชีวิต : อินโฟเควสท์

    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3/2569 โดยที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2571–2575) ซึ่งจัดทำโดยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมเห็นชอบการทบทวนวิสัยทัศน์ของเมือง จากเดิมที่ใช้ “กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน” เปลี่ยนเป็น “กรุงเทพฯ เมืองที่สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน” เพื่อความท้าทายและก้าวกระโดด

    ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง เพื่อให้ครอบคลุมมิติการทำงานที่กว้างและชัดเจนยิ่งขึ้น เดิมทีแนวคิด “เมืองน่าอยู่” จะเน้นน้ำหนักไปที่ฝั่งคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่จากการทบทวนพบว่า เมืองจะอยู่ได้ต้องมี 2 องค์ประกอบขับเคลื่อนคู่กัน คือ คนและธุรกิจ เนื่องจากเมืองทำหน้าที่เป็นตลาดแรงงานและระบบเศรษฐกิจ ที่จะสร้างรายได้กลับมาหมุนเวียนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในเมือง หัวใจการพัฒนาจึงมุ่งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับ Productivity และคุณภาพชีวิต เพื่อให้ผู้คนในเมืองมีความหวัง การพัฒนาเมืองที่น่าอยู่อย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องดึงดูดคนเก่ง ๆ ด้วยโอกาสในการทำธุรกิจด้วย

    สำหรับร่างยุทธศาสตร์ในแผนระยะที่ 4 นี้ ยึดตามกรอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ 9 ด้านหลัก ประกอบด้วย

    1.เดินทางดี

    2.ปลอดภัยดี

    3.โปร่งใสดี

    4.สิ่งแวดล้อมดี

    5.สุขภาพดี

    6.เรียนดี

    7.เศรษฐกิจดี

    8.สังคมดี

    9.บริหารจัดการดี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/636015&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MS29nDT_GAPVQtsOp0Lkm