Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • จากเด็กวัดสู้ชีวิต สู่ครูเกียรตินิยมอันดับ 1 “น้องตุ๊กตา” สานฝันบ้านเกิด

    จากเด็กวัดสู้ชีวิต สู่ครูเกียรตินิยมอันดับ 1 “น้องตุ๊กตา” สานฝันบ้านเกิด

    ภูมิภาค

    จากเด็กวัดสู้ชีวิต สู่ครูเกียรตินิยมอันดับ 1 “น้องตุ๊กตา” สานฝันบ้านเกิด

    วันจันทร์ ที่ 04 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เรื่องราวสุดประทับใจถูกแชร์ในโลกออนไลน์ เมื่อ “น้องตุ๊กตา” น.ส.ศันสนีย์ ตาบู้ เด็กวัดในจังหวัดราชบุรี สามารถพลิกชีวิตจากเด็กยากไร้ สู่บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 และเตรียมบรรจุเป็นข้าราชการครู เพื่อกลับไปพัฒนาบ้านเกิด

    เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ศันสนีย์ ตาบู้ ชาวอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี อดีตเด็กในความอุปการะของวัดใหม่สี่หมื่น ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พร้อมคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 สร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ดูแลและผู้เกี่ยวข้อง

    พระครูโสภณจันทรังสี หรือ หลวงพ่อพงษ์ เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น เปิดเผยว่า น้องตุ๊กตาเข้ามาอยู่ในความดูแลของวัดตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น ระหว่างเรียนเป็นเด็กมีความประพฤติดี ขยัน และช่วยงานวัดอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเรียนรู้ช้ากว่าเพื่อนบ้าง แต่ไม่เคยย่อท้อ

    จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมีโครงการ “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดรับสมัคร โดยหลวงพ่อและอาจารย์ที่ปรึกษาได้สนับสนุนให้น้องสมัครสอบ แม้ในช่วงแรกเจ้าตัวลังเล แต่ด้วยคำสอนเรื่อง “การให้โอกาสและการเป็นผู้ให้” ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วม และสามารถสอบผ่านโครงการได้สำเร็จ

    จากนั้น น้องตุ๊กตาได้เข้าศึกษาต่อในคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และรักษาผลการเรียนในระดับดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง จนสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.66

    พระครูโสภณจันทรังสี กล่าวว่า ความสำเร็จของน้องเกิดจากความมุ่งมั่นและแรงสนับสนุนจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะญาติโยมที่ร่วมบริจาคช่วยเหลือเด็กยากไร้ พร้อมย้ำว่าวัดเป็นเพียงผู้ส่งต่อโอกาสให้เยาวชนได้เติบโตเป็นคนดีของสังคม

    ด้านนายธนกฤต สาขะจันทร์ ประธานสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ระบุว่า น้องตุ๊กตาเป็นนักศึกษาที่มีความรับผิดชอบสูง มีจิตอาสา และมีความมุ่งมั่นในการเรียน ส่งผลให้สามารถทำผลงานได้โดดเด่นจนจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1

    น้องตุ๊กตา เปิดใจว่า ตนเป็นเด็กชาติพันธุ์กะเหรี่ยง สัญชาติไทย เติบโตในครอบครัวฐานะยากจน การได้เข้ามาอยู่ในวัดทำให้มีโอกาสทางการศึกษา พร้อมยืนยันว่าจะนำความรู้กลับไปพัฒนาเด็กๆ ในชุมชนบ้านเกิดให้ดีที่สุด

    ทั้งนี้ น้องตุ๊กตามีกำหนดเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการครูในเดือนตุลาคม 2569 ที่โรงเรียนนาขุนแสน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เพื่อสานฝันและส่งต่อโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/474835&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OJqoMk9L1Atn1JcenK4W5

  • เตรียมอินฟินอีกครั้ง วงเวียนหัวใจลุ้นรัก นายหัวทศ โบว์ สุดเข้มข้น – แนวหน้า

    เตรียมอินฟินอีกครั้ง วงเวียนหัวใจลุ้นรัก นายหัวทศ โบว์ สุดเข้มข้น – แนวหน้า

    ฟิล์ม ฉัตรดาว. วงเวียนหัวใจ เล่าเรื่องราวของ โบว์ (นาว ทิสานาฏ) สาวสวยนักเรียนนอก ที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย พร้อมกับการได้รับข่าวร้ายว่า วราพงษ์ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/962303&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw311Lp-EhuiGn7CUmJfpAbY

  • ยันแลนด์บริดจ์คุ้มทุน!  ปรับแผนลงทุน PPP  เล็งให้เอกชนเช่า 50 ปี ไม่ใช่ 99 ปี – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ยันแลนด์บริดจ์คุ้มทุน! ปรับแผนลงทุน PPP เล็งให้เอกชนเช่า 50 ปี ไม่ใช่ 99 ปี – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/115086&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11dtiO9GZJJmudxRfORNiV

  • ก.อุตฯ เดินเกมรุก หนุนใช้ “DIPROM ITC” เปิดทาง SMEs เข้าถึงเทคโนโลยี

    ก.อุตฯ เดินเกมรุก หนุนใช้ “DIPROM ITC” เปิดทาง SMEs เข้าถึงเทคโนโลยี

    กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) จัดกิจกรรม “DIPROM PLUS @DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน” ณ DIPROM Center 8 (DC8) โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ผ่านกลไก DIPROM ITC โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้ทดลอง พัฒนา และต่อยอดผลิตภัณฑ์ได้ในสภาพแวดล้อมการผลิตจริง ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และเครื่องจักรสมัยใหม่ในกระบวนการผลิต พร้อมวางรากฐานการพัฒนา ขยายผลสู่ DIPROM Center ทั่วประเทศ 

    มุ่งเพิ่มมูลค่า ยกระดับมาตรฐาน และขยายโอกาสทางการตลาดของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเกษตรแปรรูป ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสำคัญของประเทศ โดยเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมในที่เดียว ทั้งเทคโนโลยี เครื่องจักร องค์ความรู้ และคำปรึกษา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาด อันจะเป็นการสร้างมูลค่า เพิ่มมาตรฐาน และต่อยอดสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง

    โดยนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย “Thailand 10 Plus” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเร่งนำนโยบายดังกล่าว มาใช้เป็นแนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด “ONE MIND :  อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” เพื่อให้การดำเนินงานทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะด้านการ “เพิ่มมูลค่า” ให้กับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะ “ครัวของโลก” มาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยมีสัดส่วน GDP ของอุตสาหกรรมอาหารต่อ GDP ประเทศอยู่ที่ร้อยละ 5.9 และมีบทบาททั้งในด้านการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่า มูลค่าการส่งออกอาหารไทยในปี 2569 จะสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท 

    “จากศักยภาพดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเดินหน้าวางโครงสร้างการพัฒนาใหม่ โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ เพื่อให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมสามารถตอบโจทย์ศักยภาพของแต่ละภูมิภาคได้อย่างตรงจุดผ่านการบูรณาการวัตถุดิบท้องถิ่น อัตลักษณ์พื้นที่ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นฐานในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละจังหวัด ควบคู่กับการพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องจักรที่จำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต รวมถึงการส่งเสริมการแปรรูปวัตถุดิบในพื้นที่เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้กลับสู่ชุมชน ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายโอกาสทางการค้า สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์”

    ด้านนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมฯ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เร่งแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง รวมถึงขาดกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน จึงดำเนินการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมอาหารชุมชนผ่าน DIPROM ITC ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาทดลองผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับสากลให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง พร้อมทั้งเชื่อมโยงองค์ความรู้ มาตรฐาน และแหล่งทุนที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจในมิติต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจรด้วยกลไก DIPROM PLUS ผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ผ่านกลไกเชิงพื้นที่ในการค้นหา คัดกรองผู้ประกอบการรวมถึงการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

    “DIPROM ITC จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่มีอยู่เพื่อต่อยอดธุรกิจได้ทันที โดยเฉพาะการเข้าถึงเครื่องจักร เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตในระยะเริ่มต้นซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และลดความเสี่ยงในการลงทุน พร้อมการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ มาตรฐาน และคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด และเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

    สำหรับการจัดกิจกรรมเปิดบ้านสุพรรณในครั้งนี้ เป็นการสร้างการรับรู้ถึงการให้บริการที่แตกต่างของ DIPROM ITC @DC8 โดยเป็นสถานที่ผลิตต้นแบบแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP ภายใต้ชื่อ“8-พร้อม-พัฒน์ (8 PROM PLUS)” ซึ่งมีการบ่มเพาะผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่านกระบวนการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย และอยู่ระหว่างการยกระดับสู่มาตรฐานและการขอรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถต่อยอดสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยมีผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมผง แป้งข้าว กข.43และผำผงอบแห้ง ซึ่งสะท้อนศักยภาพของการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้าอาหารมูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีศักยภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/274654&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37-L-T7Xa7Aoafq3BcOkj8

  • “รมช. คมนาคม” ยัน แลนด์บริดจ์ คุ้มทุนเศรษฐกิจ

    “รมช. คมนาคม” ยัน แลนด์บริดจ์ คุ้มทุนเศรษฐกิจ

    “รมช. คมนาคม” ยัน โครงการ แลนด์บริดจ์ คุ้มทุนเศรษฐกิจ แย้มปรับรูปแบบลงทุน เป็น PPP เล็งให้เอกชนเช่าพื้นที่ 50 ปี ไม่ใช่ 99 ปี ชี้ ประชาชนได้ประโยชน์ ไม่ทำลายวิถีชีวิต ขณะที่ไทม์ไลน์เดินหน้าโครงการเริ่ม 2573

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตุเร่งพลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในนโยบายของรัฐบาลว่า สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์หรือโครงการคลองไทยที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยกันได้พูดคุยมาเป็นนระยะเวลา 10 ปีแล้ว ดังนั้นคิดว่าการนำกลับมาพิจารณาในครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะมีการดูสถานการณ์โลกโดยรวม ทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หรือในหลายประเทศที่มีความพยายามที่จะเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบต่างๆ ประกอบกับการคาดการณ์ว่าช่องแคบมะละกา ประเทศมาเลเซียจะเต็มความจุในอีก 10 ปี ข้างหน้า ดังนั้นส่วนตัวคิดว่าจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะหยิบเรื่องนี้มาพูดในสถานการณ์โลกเช่นนี้ แต่หากไม่นำเรื่องนี้มาพิจารณาจะเป็นเรื่องที่แปลกมากกว่าว่าเราจะไปเอื้อให้ใครหรือไม่ ทั้งนี้สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์มีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นรัฐบาลต้องทำข้อมูลให้ครบถ้วนและทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด เนื่องจากตัวเลขที่มีในตอนนี้จะสร้างเศรษฐกิจ รายได้ ศร้างงานสร้างอาชีพใหม่ให้คนไทยได้จำนวนมาก

    เมื่อถามว่า ความคุ้มทุนในด้านเศรษฐกิจแต่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ สำนักงานขนส่งทางราง (สนข.) ได้มีการศึกษาทั้ง อัตราผลตอบแทนภายในทางการเงิน ( FIRR) และ อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ( EIRR ) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจ โดยตัวเลข FIRR อยู่ที่ประมาณร้อยละ 11 ส่วน EIRR อยู่ร้อยละ 8 ซึ่งทั้งหมด สนข. ได้จ้างที่ปรึกษาเอกชนเข้ามาร่วมศึกษาด้วย ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทระดับโลก จากประเทศเนเธอแลนด์ ซึ่งจตะเห็นได้ว่าความคุ้มค่าในการลงทุนไม่ใช่แค่รัฐบาลจะไปเชิญชวนต่างชาติมาลงทุนได้ แต่จะต้องประกอบด้วยภาคเอกชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเดินเรือ ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยได้เดินสายโรดโชว์มาแล้ว ซึ่งก็มีบริษทให้ความสนใจกว่า 400 บริษัทดังนั้นคิดว่าด้านเศรษฐกิจมีความคุ้มค่าและเป็นที่น่าสนใจต่อการลงทุนของภาคเอกชน ส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจะปฏิเสธไม่ได้เนื่องจากโครงการใหญ่ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศน์หรือสิ่งมีชีวิต จึงต้องหามาตรการทำให้คนอยู่กับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต มีประโยชน์ร่วมกันอย่างสูงสุดเท่าที่คนในพื้นที่จะได้รับ

    ส่วนการตั้งข้อสังเกตุว่าเงิรทุนนับล้านล้านบาทสูงเกินที่จะมาดำเนินโครงการนี้นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า งบประมาณโครงการนี้ได้ประมาณการว่าการทำท่าเรือและระบบล้อ ราง ท่อ วงเงินอยู่ที่ประมาณกว่า 9 แสนล้านบาท ซึ่งจะไม่ใช่งบฯญ รัฐบาล แต่จะเป็นโครงการร่วมทุน PPP หลังจากนี้จะประเมินว่าจะใช้ PPP รูปแบบใด และย้ำว่าไทม์ไลน์การดำเนินโครงการจะเป็นไปตามที่ สนข. กำหสด อย่้างเร็วการวางโครงสร้างพื้นฐานใน 2573 แต่อันดับแรกจะต้องมีการพลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SECหลังจากนั้นก็จะมาดูเรื่องความพร้อม สภาพพื้นที่ ข้อกฎหมาย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเชิญชวนนักลงทุน โดยภายในปีนี้ร่างพ.ร.บ. SEC จะเข้าสู่ที่ประชุมสภาและเดินหน้าได้ ทั้งนี้นายสิริพงศ์ กล่าวทอิ้งท้ายว่าจะเห็นว่าโครงการนี้ หากติดตามาตั้งแต่ต้นจะเห็นว่าเงื่อนไขต่างๆ ได้ปรับเปลี่ยนมาเรื่อย เช่น เมื่อก่อนมีคำถามว่าจะให้เช่าพื้นที่ 99 ปี แต่ตอนนี้มีธงแล้วว่าจะเป็นการเช่าพื้นที่ 50 เป็นต้น นั่นหมายความวว่ารัฐบาลฟังเสียงประชาชน และฟังข้อท้วงติงจากประชาชนเช่นกัน ดังนั้นร่างพ.ร.บ. SEC ดังกล่าวหลักๆ มาจากการฟังข้อคิดเห้นจากประชาชนด้วย ซึ่งในเร็วๆ นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ จะลงพื้นที่เพื่อไปรับฟังพูดคุย โดยมีกระบสนการรับฟังความคิดเห็นไม่ว่าจากกระทรวงคมนาคม หรือ งแค์การปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_1027639/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gD6IbSMKKr-1jx6ErtAP4

  • เกษตรกรไม่ฟื้น “ธปท.” สรุปเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก กำลังซื้อ มี.ค.69 ติดลบ | TOPNEWS

    เกษตรกรไม่ฟื้น “ธปท.” สรุปเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก กำลังซื้อ มี.ค.69 ติดลบ | TOPNEWS

    เกษตรกรไม่ฟื้น “ธปท.” สรุปเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก กำลังซื้อ มี.ค.69 ติดลบ การลงทุนลด-นทท.ต่างชาติลด

    #topnewstv #เกษตรกร #เศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1565087&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3M0J8D_gcxIHZ_9PL54Uga

  • ธนาคารโลกหั่นเศรษฐกิจเอเชียปี 69 เหลือโต 4.2% ไทยเสี่ยงต้นทุนน้ำมันแพง

    ธนาคารโลกหั่นเศรษฐกิจเอเชียปี 69 เหลือโต 4.2% ไทยเสี่ยงต้นทุนน้ำมันแพง

    ธนาคารโลกหั่นเศรษฐกิจเอเชียปี 69 เหลือโต 4.2% ไทยเสี่ยงต้นทุนน้ำมันแพง

    ธนาคารโลกเปิดเผยรายงาน East Asia & Pacific Economic Update เดือนเมษายน 2569 โดยประเมินว่าเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAP) ปี 2569 จะขยายตัวเพียง 4.2% ลดลงจาก 5% ในปี 2568 ก่อนจะฟื้นเล็กน้อยเป็น 4.4% ในปี 2570 ท่ามกลางแรงกดดันจากการชะลอตัวของจีน ราคาพลังงานโลกที่เร่งตัว และความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าโลก

    รายงานระบุว่า จีนซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดของภูมิภาคจะเติบโตลดลงจาก 5% เหลือ 4.2% ในปีนี้ จากกำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแรง ภาคอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวช้า และอุปสงค์จากต่างประเทศชะลอลง

    ขณะที่ประเทศอื่นในภูมิภาคไม่รวมจีนจะชะลอตัวจาก 4.9% เหลือ 4.1% สะท้อนผลกระทบจากต้นทุนพลังงานนำเข้าที่สูงขึ้นและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังเปราะบาง

    ไทยติดกลุ่มเปราะบาง รับแรงกระแทกน้ำมันแพงเต็มตัว

    ธนาคารโลกชี้ว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะราคาพลังงานโลกพุ่งสูงมากที่สุดในภูมิภาค เนื่องจากไทยมีการนำเข้าน้ำมันและก๊าซสุทธิคิดเป็นประมาณ 7% ของ GDP ทำให้ต้นทุนภาคการผลิต ภาคขนส่ง และค่าครองชีพภาคครัวเรือนเผชิญแรงกดดันพร้อมกัน

    ธนาคารโลกหั่นเศรษฐกิจเอเชียปี 69 เหลือโต 4.2% ไทยเสี่ยงต้นทุนน้ำมันแพง

    รายงานประเมินว่า หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้น 30% หรือประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (650 บาท) จะทำให้อัตราเงินเฟ้อของไทยเร่งขึ้นอีก 0.67 จุดเปอร์เซ็นต์ภายใน 6 เดือน ซึ่งเป็นระดับผลกระทบสูงสุดกลุ่มหนึ่งของเอเชียตะวันออก ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมจะเผชิญต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

    นอกจากนี้ ไทยยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีพื้นที่ใช้นโยบายการคลังค่อนข้างจำกัด หลังภาระหนี้รัฐบาลอยู่ที่ราว 66% ของ GDP ส่งผลให้ความสามารถในการออกมาตรการอุดหนุนเพิ่มเติมเพื่อพยุงเศรษฐกิจทำได้ไม่มากเท่าที่ควร

    ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ AI โตแรง ช่วยพยุงเศรษฐกิจบางส่วน

    แม้ภาพรวมเศรษฐกิจภูมิภาคจะชะลอ แต่ธนาคารโลกระบุว่า กระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ยังเป็นแรงส่งสำคัญให้ภาคการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ของหลายประเทศในอาเซียนขยายตัว โดยไทยมียอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ปี 2568 เพิ่มขึ้นถึง 32% สูงกว่าการส่งออกสินค้าทั่วไปอย่างชัดเจน

    ธนาคารโลกหั่นเศรษฐกิจเอเชียปี 69 เหลือโต 4.2% ไทยเสี่ยงต้นทุนน้ำมันแพง

    การขยายตัวดังกล่าวมาจากคำสั่งซื้อชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุปกรณ์รองรับ AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้ไทยยังได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกเตือนว่า การใช้ AI ในภาคธุรกิจของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ โดยปัจจุบันมีเพียง 13-17% ของบริษัทย่อยข้ามชาติในไทยและจีนที่เริ่มใช้ AI เทียบกับ 37% ในสหรัฐ สะท้อนข้อจำกัดด้านทักษะแรงงานดิจิทัล ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และระบบนิเวศนวัตกรรมที่ยังต้องเร่งพัฒนา

    ชี้เอเชียต้องเร่งปฏิรูปผลิตภาพ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

    ธนาคารโลกยังเตือนว่า เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกในระยะยาวกำลังเผชิญภาวะขยายตัวจากการสะสมทุนมากกว่าการเพิ่มผลิตภาพ ทำให้ศักยภาพการแข่งขันเริ่มอ่อนแรง โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง

    ดังนั้น ประเทศในภูมิภาคจำเป็นต้องเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและดิจิทัล พัฒนาทักษะแรงงาน และปรับนโยบายอุตสาหกรรมให้รองรับคลื่นการลงทุนใหม่จาก AI และเซมิคอนดักเตอร์ หากไม่สามารถเร่งปฏิรูปได้ทัน เศรษฐกิจเอเชียรวมถึงไทยอาจเผชิญแรงกดดันซ้ำซ้อนจากทั้งต้นทุนพลังงานสูงและการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงขึ้นในระยะข้างหน้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/658211&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lVIX2wZbQGYg-I48i8of5

  • เตหะรานเริ่มอดอยาก “สหรัฐฯ” บีบ “อิหร่าน” ผ่านมาตรการเศรษฐกิจ วิกฤตเงินเฟ้อรุนแรง | TOPNEWS

    เตหะรานเริ่มอดอยาก “สหรัฐฯ” บีบ “อิหร่าน” ผ่านมาตรการเศรษฐกิจ วิกฤตเงินเฟ้อรุนแรง | TOPNEWS

    เตหะรานเริ่มอดอยาก “สหรัฐฯ” บีบ “อิหร่าน” ผ่านมาตรการเศรษฐกิจ วิกฤตเงินเฟ้อรุนแรง

    • เผยแพร่ : 04/05/2026 14:46

    เตหะรานเริ่มอดอยาก “สหรัฐฯ” ลั่น กำลังบีบ “อิหร่าน” ผ่านมาตรการเศรษฐกิจ จำกัดศักยภาพ “ผู้นำ” วิกฤตเงินเฟ้อรุนแรง

    #TOPNEWS #topupdate
    #อิหร่าน #น้ำมันโลก #เยอรมนี
    #อิสราเอล #สหรัฐ #ทรัมป์ #ขีปนาวุธ
    #ปากีสถาน #น้ำมันอิหร่าน #ฮอร์มุซ
    #สงครามตะวันออกกลาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1565049&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24Tu4FoUsmWJ0xBtjv14EE

  • หอการค้าฯ ชี้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ดันจับจ่าย รัฐช่วย 60% กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    หอการค้าฯ ชี้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ดันจับจ่าย รัฐช่วย 60% กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    หอการค้าฯ ชี้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ดันจับจ่าย รัฐช่วย 60% กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ไทยช่วยไทยพลัส หรือชื่อเดิม คนละครึ่งพลัสที่รัฐบาลกำลังเตรียมดำเนินการ ว่า จากที่ติดตามรัฐน่าจะช่วย 60% ประชาชนออก 40% เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายของประชาชน ส่วนตัวตนมองว่าโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นมาตรการที่เห็นผลในด้านกระตุ้นการบริโภคโดยตรง เพราะช่วยให้ประชาชนกล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังต้องรอความชัดเจนเรื่องเงื่อนไขและรายละเอียดจากภาครัฐ หลังเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการ

    ส่วนข้อกังวลด้านฐานะการคลัง เชื่อว่ารัฐบาลยังสามารถบริหารจัดการได้ภายใต้กรอบวินัยการคลังเดิม โดยปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ประมาณ 66.6% จากเพดาน 70% จึงยังมีช่องว่างเหลืออีกประมาณ 4-5% ซึ่งคิดเป็นวงเงินหลายแสนล้านบาทที่ยังสามารถใช้ได้ นอกจากนี้ รัฐบาลอาจใช้งบประมาณจากการประหยัดรายจ่ายภาครัฐ เช่น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น งดการเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศ รวมถึงนำงบกลางจากส่วนราชการต่าง ๆ มารวมกันเพื่อจัดสรรช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจยังเปราะบาง และได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากหลายปัจจัย 

    อย่างไรก็ดี มองว่าเม็ดเงินของรัฐมีจำกัด ดังนั้นอาจต้องพิจารณาคัดกรองผู้ได้รับสิทธิตามความจำเป็น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

    นายวิศิษฐ์ กล่าวต่อไปอีก รัฐบาลต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้สำหรับสถานการณ์ไม่คาดคิดในอนาคต เพราะหากใช้เม็ดเงินจนเต็มเพดาน 70% แล้วเกิดวิกฤตซ้ำซ้อน การจะไปขออนุมัติขยายเพดานหนี้จากสภาฯ ให้เป็น 75% จะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากลำบาก 

    สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ยังพอมีความหวังเติบโตจากภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้ามูลค่าสูงที่ยังมีแนวโน้มขยายตัว 

    ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐยังเดินหน้าได้ภายใต้อัตราภาษี 10% และอยู่ระหว่างการเจรจามาตรการทางการค้าเพิ่มเติม ส่วนสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 

    แต่หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายจะช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้าและการขนส่ง โดยเฉพาะภาคเกษตรและอาหารซึ่งยังสามารถส่งออกได้ เพียงแต่ต้นทุนภายในประเทศยังอยู่ในระดับสูง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/658210&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Dhvk1exbI_hBOmBxH_Kh4

  • ‘ไทย’ ติด Top 3 กลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจ ‘มีความสุข’ ที่สุดในโลก

    ‘ไทย’ ติด Top 3 กลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจ ‘มีความสุข’ ที่สุดในโลก

    ไทย , สิงคโปร์ และไต้หวัน ถูกจัดอันดับอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจ ‘ทุกข์ยากน้อยที่สุด’ หรือเรียกได้ว่า ‘มีความสุขที่สุด’ ในโลก จากการวัดดัชนีความทุกข์ยากประจำปี 2025 (Hanke’s Annual Misery Index-HAMI) จัดทำโดย ‘สตีฟ ฮันเก’ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจระดับสูงของประธานาธิบดีซูฮาร์โตของอินโดนีเซียช่วงวิกฤตการเงินในเอเชีย รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำต่อรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ในการต่อต้านการคว่ำบาตรทางการเงินต่อฮ่องกงเมื่อปี 2020 

    สำหรับดัชนี HAMI มีการสำรวจทั้งหมด 178 ประเทศทั่วโลก ด้วยการนำ  (อัตราการว่างงาน + อัตราเงินเฟ้อ + อัตราดอกเบี้ยเงินกู้) มาลบกับ ‘อัตราการเติบโตของ GDP ต่อหัว’ = คะแนนความทุกข์ยาก ซึ่งยิ่ง ‘คะแนนต่ำ’ ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า ระบบเศรษฐกิจของประเทศนั้นก็จะยิ่ง ‘มีสุขภาพดี’ มากขึ้นเท่านั้น 

    โดยดัชนีดังกล่าว จะไม่นำขนาดของประเทศ อิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ และรายได้ต่อหัวสุทธิมาคำนวณร่วมด้วย ผลปรากฎว่า Top 3 ประเทศที่ถูกจัดอันดับอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจที่มีความสุขที่สุดในโลก ได้แก่ 

    อันดับ 1 : ‘ไต้หวัน’ ติดอยู่อันดับ 178 ด้วยคะแนน 2.1 ผลมาจากจากการเป็นศูนย์กลาง AI และเซมิคอนดักเตอร์โลก ดัน GDP พุ่งสูงถึง 9.2% ขณะที่เงินเฟ้อและว่างงานต่ำมาก

    อันดับ 2 : ‘สิงคโปร์’ ติดอยู่อันดับ 177 คะแนน 2.6 โดดเด่นด้วยตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง (ว่างงาน 2%) และการควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ยอดเยี่ยม

    อันดับ 3 : ‘ไทย’ ในอันดับที่ 176 ด้วยคะแนน 3.1 รั้งตำแหน่ง Top 3 เพราะแม้ GDP ของไทยจะโตช้าอยู่ที่ 2.5% แต่จุดแข็งคืออัตราการว่างงานที่ต่ำเพียง 0.8% และเงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพสูง

    ทำไมไทยถึงติดอันดับ ‘มีความสุขที่สุด’ แม้ GDP โตช้า?

    ศาสตราจารย์สตีฟ ฮันเก วิเคราะห์ว่า ความสำเร็จของไทยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจาก วินัยทางการเงิน’ ที่ดีตลอดทศวรรษ เมื่อเงินมีเสถียรภาพย่อมนำไปสู่ราคาสินค้าที่มีเสถียรภาพ ซึ่งนำไปสู่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ค่อนข้างต่ำ

    เมื่ออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ค่อนข้างต่ำก็นำไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีการว่างงานต่ำและเติบโตอย่างพอเหมาะ แสดงให้เห็นว่า คนไทยไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเศรษฐกิจที่ซบเซาในแง่ใดก็ตามที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

    ขณะที่ ‘เวเนซุเอลา’ ครองอันดับ 1 ประเทศที่ระบบเศรษฐกิจทุกข์ยากที่สุดในโลก ด้วยคะแนน 556.5 โดยต้นเหตุของปัญหา สตีฟ แฮงกี ระบุว่า เป็นผลกระทบต่อเนื่องจากการที่นานาชาติประกาศคว่ำบาตร หลังการเลือกตั้งของประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024

    นอกจากนี้ยังมาจากรายได้หลักของประเทศจากน้ำมันลดฮวบ, เงินเฟ้อพุ่งทะลุเพดานสูงถึง 475% ทำให้ข้าวของแพงขึ้นมหาศาลจนเงินแทบไม่มีค่า, อัตราการว่างงานสูงถึง 35% และค่าเงินของประเทศอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องจนวิกฤต

    .

    ที่มา

    https://www.scmp.com/week-asia/economics/article/3352182/why-singapore-thailand-are-among-worlds-happiest-economies

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1571722&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AsoTCJmLoQNXAY3geJ8m3