Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 ร่วมประชุมงานวิชาการ “ร่วมคิด ร่วมทำ รวมพลังผู้นำการศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน – OBEC

    สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 ร่วมประชุมงานวิชาการ “ร่วมคิด ร่วมทำ รวมพลังผู้นำการศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน – OBEC

    วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.00 น. นายภมร หลอดแพง ผอ. สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 ร่วมงานวิชาการ “ร่วมคิด ร่วมทำ รวมพลังผู้นำการศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมี นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธาน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนรูปแบบวิธีการทำงานที่ประสานสอดคล้องกับสถานศึกษา รวมทั้งนำเสนอนิทรรศการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยมีจุดหมายเพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามนโยบายและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ชุมชน และท้องถิ่น ตลอดจนพัฒนาผู้เรียนให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและเต็มศักยภาพเท่าทันโลกในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ณ ห้อง Plenary Hall ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

    ข่าว : นางสาววราญา แพงแซง นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ

    ภาพ : นางสาวกิตติกา อบมาลี นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/23277&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MeIQOf52XgjMV1vSWoNvO

  • ครม.เศรษฐกิจ คลอด 4 มาตรการใหญ่ ฟื้นฟู-เยียวยาน้ำท่วม ชงครม.พรุ่งนี้

    ครม.เศรษฐกิจ คลอด 4 มาตรการใหญ่ ฟื้นฟู-เยียวยาน้ำท่วม ชงครม.พรุ่งนี้

    ครม.เศรษฐกิจ คลอด 4 มาตรการใหญ่ ฟื้นฟู-เยียวยาน้ำท่วม ชงครม.พรุ่งนี้ ดึงเงินมาตรา 28 พรบ.วินัยการเงินการคลังฯ ช่วยพักหนี้ ปล่อยซอฟต์โลน ช่วยประชาชน 2.9 ล้านคน หลังกระทบเศรษฐกิจในพื้นที่กว่า 5 แสนล้านบาท

    1 ธันวาคม 2568 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ เห็นชอบการออกมาตรการฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วม 4 มาตรการใหญ่ โดยจะเสนอให้กับที่ประชุมครม.พิจารณาในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) เห็นชอบ

    ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจและทรัพย์สินเป็นวงกว้างโดยกระทบกับประชาชนมากกว่า 2.9 ล้านคน และส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจในพื้นที่กว่า 5 แสนล้านบาท
    สำหรับมาตรการฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วม ทั้ง 4 มาตรการใหญ่ รัฐบาลเตรียมดึงเงินจากมาตรา 28 แห่งพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาใช้ในการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งประชาชน และภาคธุรกิจ โดยการนำเสนอต่อครม.วันพรุ่งนี้จะแยกออกเป็นกลุ่มหลัก 2 กลุ่ม นั่นคือ มาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และมาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี สรุปได้ดังนี้

    1.การลดภาระหนี้ โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจดำเนินมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 12 เดือน โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะยกเว้นการคิดดอกเบี้ยในช่วงเวลาการพักชำระหนี้ (คิดดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี) รายละไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะผ่อนเกณฑ์ไม่เป็นหนี้เสีย หรือ NPL ด้วย

    ขณะเดียวกันยังมีการให้สินเชื่อเพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เป็นสินเชื่อเพิ่มเติมภายใต้วงเงินกู้เดิมกับธนาคาร (ลูกหนี้เดิม) รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ปลอดดอกเบี้ย 12 เดือนแรก และการให้สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ปลอดดอกเบี้ย 12 เดือนแรก

    นอกจากนี้ธปท.และสมาคมธนาคารไทยยังจะผ่อนเกณฑ์ในการปล่อยสินค้า เพื่อชวยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี รวมทั้งหารปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันให้ภาคธุรกิจด้วย

    2.การเก็บเงินไว้ในกระเป๋า โดยนายกฯกำชับเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยตามเกณฑ์ครัวเรือนละไม่เกิน 9,000 บาท กระทรวงมหาดไทย จะเสนอที่ประชุมครม. วันพรุ่งนี้ เพื่อของบกลาง และจะเร่งเบิกจ่ายให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังได้ขยายเงินทดลองให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำมาใช้จ่ายต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น จังหวัดละ 100 ล้านบาท พร้อมผ่อนเกณฑ์ในการเบิกจ่ายให้สามารถใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อมาช่วยประชาชนที่เดือดร้อนในพื้นที่

    ด้านการประกันภัย สำหรับประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหาย บริษัทประกันจะเร่งจ่ายค่าชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนร้านค้าต่าง ๆ จะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 30,000 บาท ส่วนรถยนต์จะเร่งเคลมให้รวดเร็ว โดยสามารถถ่ายรูปรถยนต์ให้เห็นทะเบียนและระดับน้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถเคลมยนต์ได้ทันที

    ส่วนกระทรวงแรงงาน ได้ขยายระยะเวลาเงินนำส่งประกันสังคมทั้งหมด ขณะที่ลูกจ้าง จะมีการจะจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในกรณีไม่สามารถทำงานได้ในอัตรา 50% ของค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 180 วัน และจัดสินเชื่อให้ผู้ประกอบการเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ในกิจการที่มีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน กู้ได้ไม่เกินรายละ 15 ล้านบาท

    3. การลดภาระค่าใช้จ่าย โดยจะขยายเวลาชำระภาษีและค่าธรรมเนียม จะประสานกับทางกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ที่ประสบภัย พร้อมลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับซ่อมแซมทรัพย์สินตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อซ่อมแซมรถยนต์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท

    ส่วนผู้ประกอบการที่มีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมทรัพย์สิน สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักได้ 2 เท่า นอกเหนือจากนั้นผู้ที่บริจาคช่วยผู้ประสบภัย และองค์กรสาธารณกุศลต่าง ๆ ก็สามารถลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน

    4. ด้านอื่น ๆ เช่น รัฐวิสาหกิจตรวจสอบความปลอดภัยตามที่อยู่อาศัย สิ่งปลูกสร้างระบบท่อน้ำ ระบบไฟฟ้า รางรถไฟ เป็นต้น การอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด การจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานพันธมิตร โดยลงพื้นที่ให้คำปรึกษาและบริการต่าง ๆ ด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ผู้ประกอบการถึงในพื้นที่ การอำนวยความสะดวกในการยื่นงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น เป็นต้น

    พร้อมทั้งได้มีการมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย พิจารณาแนวทางที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ที่ประสบอุทกภัยได้รับความช่วยเหลือที่สอดคล้องกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือของสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่อไป

    รองนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ยังได้มอบหมายให้ถอดบทเรียนจากภัยพิบัติครั้งนี้ โดยขอให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ เป็นประธานในการถอดบทเรียนต่าง ๆ ทั้งการแก้ปัญหาในระยะสั้น และการเตรียมความพร้อมระยะยาว โดยกระทรวงต่างประเทศ จะขอความช่วยเหลือกับประเทศที่ได้มีปัญหาประสบอุทกภัย เช่น ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาวางระบบในการที่จะดูแล

    นอกจากนี้นายกฯ ยังได้มอบหมายกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยว หลังจากฟื้นฟูและให้หน่วยราชการต่าง ๆ จัดสัมมนาในจังหวัดที่ประสบภัยเพื่อให้กระตุ้นการท่องเที่ยวช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ต่อไป ส่วนมาตรการลดค่าน้ำประปา และค่าไฟฟ้า ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยรับไปดำเนินการต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/906698/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1aLoACam7fVNQtajI0lkkI

  • นายกฯ ประชุม ครม.เศรษฐกิจ เร่งฟื้นฟูเยียวยา ‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ ให้กลับเป็นปกติเร็วที่สุด

    นายกฯ ประชุม ครม.เศรษฐกิจ เร่งฟื้นฟูเยียวยา ‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ ให้กลับเป็นปกติเร็วที่สุด

    นายกฯ เผย “ในหลวง” พระราชทานเงินส่วนพระองค์ ช่วยผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ รายละ 2 หมื่นบาท ถกครม.เศรษฐกิจเร่งเยียวยา เข้า ครม.พรุ่งนี้ สั่ง สธ. ระดมจิตแพทย์ลงพื้นที่ดูแล หวั่นประชาชนเป็นซึมเศร้า กำชับ “ดีอี” อัพเกรดระบบเตือนภัย

    1 ธันวาคม 2568 – เมื่อเวลา 13.50 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 6/2568 โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

    โดยนายกฯ กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า ทุกช่วงบ่ายของวันจันทร์จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีมหันตภัย สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ร่วมกันออกมาตรการต่างๆในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งตนเห็นว่าเนื่องจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเป็นเมืองเศรษฐกิจ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อุทกภัยในครั้งนี้ ทำให้มีผลกระทบอย่างรุนแรงมากในเรื่องของเศรษฐกิจต่อทั้งตัวจังหวัดเอง ผู้ประกอบการ และต่อประชาชนทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบของการเสริมสร้างรายได้ของพวกเขา

    ตนจึงได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านให้มาร่วมประชุมกับทางคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้นำหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนสมาคมทางด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆลงไปในพื้นที่ เพื่อให้พวกท่านได้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะเราจะต้องเร่งทำการฟื้นฟูให้ส่วนที่เสียหายไปนั้นได้กลับมามีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างรายได้และทำให้โอกาสต่างๆกลับคืนมาต่อไป เรื่องของการฟื้นฟูตัวจังหวัด ล้างบ้าน ล้างเมือง และเร่งนำประชาชนกลับเข้าบ้านให้เร็วที่สุด

    นายกฯ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญพระราชกระแสเนื่องด้วยเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุ โดยเฉพาะครอบครัวผู้เสียชีวิต จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับศพผู้เสียชีวิตทุกรายไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ รวมทั้งให้กำลังใจกับบุคลากรทางการแพทย์และจิตอาสา ทั้งนี้ได้พระราชทานเงินจำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ และซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ทดแทนที่เสียหายและจากพระราชทานโดรนสำหรับค้นหาและส่งอาหาร ยุทธภัณฑ์ต่างๆให้แก่กองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เพื่อใช้ในการช่วยเหลือประชาชน ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

    นายกฯ กล่าวว่า ในการนี้ตนได้รับการแจ้งย้ำว่าขอให้ดำเนินการรับศพผู้เสียชีวิตทุกรายไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซึ่งหมายความว่าในส่วนของผู้ที่เป็นชาวพุทธจะมีการพระราชทานเพลิงให้กับทุกราย ส่วนผู้ที่ศาสนามุสลิมจะมีการพระราชทานดินฝังศพ ตามประเพณีและวัฒนธรรมที่ดำเนินกันมาอยู่แล้ว ฉะนั้นตรงนี้ขออนุญาตแจ้งผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทยให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอที่มีผู้เสียชีวิตได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด อย่าให้ตกหล่น

    “ผมได้รับแจ้งมาว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ตรงนี้ขอให้กำชับว่าให้ดำเนินการตามประเพณีและให้ทำรายงานแจ้งกลับราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อนำความกราบบังคมทูลให้พระกรุณาทรงทราบว่าได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว“นายกฯกล่าว

    นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ได้รับข้อเสนอจากประธานสภาหอการค้าไทย และภาคีภาคเอกชนต่างๆ ได้มีข้อเสนออยากให้รัฐบาลช่วยสนับสนุน ก็จะส่งมอบให้นายเอกนิติ ได้ช่วยรับข้อเสนอต่างๆเหล่านี้ เพื่อจัดทำแนวทางในการช่วยเหลือที่เหมาะสมอย่างเร่งด่วน ตอนนี้ในส่วนของสถานการณ์ได้เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นมาก น้ำลดลงแล้วเกือบจะ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ยกเว้นพื้นที่ต่ำหรือมีน้ำท่วมขัง ทางผู้ว่าราชการจังหวัด นายกอบจ. สงขลา ยังดำเนินการดูแลฟื้นฟูสภาพเมืองอยู่ทุกวัน วันนี้มีเรื่องต่างๆมากมายที่ต้องเร่งในการฟื้นฟูเยียวยา จะใช้มติของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อเร่งดำเนินการให้การช่วยเหลือโดยเร็ว เพื่อที่จะนำเสนอให้ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในการประชุมวันที่ 2 ธ.ค.นี้ และในการเข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมมาตรการช่วยเหลือฟื้นฟู หลังเหตุการณ์ในเรื่องของการช่วยเหลือฟื้นฟูจะต้องเร่งสปีดไปข้างหน้าเพื่อให้ประชาชนพลิกฟื้นความเลวร้ายต่างๆของพวกเขาให้กลับมาสู่การมีโอกาสต่างๆให้มากขึ้นโดยเร็ว ซึ่งไม่ได้มีแค่เพียงมิติเศรษฐกิจเท่านั้น แต่จะต้องเร่งดูแลทั้งในเรื่องของการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ถนน ไฟฟ้า ประปา อินเตอร์เน็ต ให้กลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุด

    นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพจิต สุขภาพกายของผู้ประสบอุทกภัย โดยขอให้รมว.สาธารณสุข เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด คนที่สูญเสียทั้งบ้านเรือน สูญเสียธุรกิจ และสูญเสียรายได้ สูญเสียครอบครัว เราจะต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิดมากๆ เพื่อให้เขาไม่มีอาการซึมเศร้าถึงขั้นอันตรายที่จะไปทำในสิ่งที่ไม่มีใครต้องการให้มันเกิดขึ้น จึงต้องฝากรมว.สาธารณสุขด้วย ทราบดีว่าท่านได้จัดเตรียมทีมลงไปดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว จึงขอเน้นย้ำว่าตอนนี้หลังจากน้ำลดลงแล้วชาวบ้านกลับเข้าบ้านได้แล้ว ไปเห็นสภาพความเสียหายของบ้าน เห็นการสูญเสียของโอกาสต่างๆ ตนคิดว่ามันสามารถทำให้เกิดความหดหู่ทางจิตใจ ซึ่งจะพัฒนาไปสู่เรื่องการซึมเศร้า และนำไปสู่สิ่งที่ไม่พึงประสงค์ได้ ดังนั้นต้องเกณฑ์จิตแพทย์ และนักจิตวิทยา ลงไปดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิดด้วย

    นายกฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่ได้หารือ เช่น การปรับปรุงการเตือนภัยอย่างเร่งด่วน การจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต ซึ่งเรื่องของการเตือนภัยเร่งด่วนได้หารือกับรมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจกิจและสังคม(ดีอี) แล้ว ซึ่งรัฐมนตรีจะได้ไปหาหนทางและวิธีการ และหาแพลตฟอร์มในการอัปเกรดการเตือนภัยให้เร่งด่วนและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ เรื่องสำคัญ ในเบื้องต้นที่จะเร่งดูแลพี่น้องประชาชน คือการจ่ายเงินเยียวยา ทั้งเยียวยาในรายครัวเรือนและเยียวยาในเรื่องของผู้เสียชีวิต ตนจะให้ทางรมว.คลังได้นำเสนอให้ที่ประชุมได้รับทราบ และตนได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย เร่งนำเสนองบประมาณในการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและครอบครัวผู้ประสบภัยเข้าครม.ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/906550/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VMchxLQa-OYd_ti-8ica4

  • สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 ร่วมประชุมการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวง ศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 14 ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting – OBEC

    สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 ร่วมประชุมการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวง ศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 14 ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting – OBEC

    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมพลอยชมพู อาคารศรีสัตตพัฒน์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 นางสาวธรรศญา หล่าอุดม รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 พร้อมด้วย นางกุลจิรา ไตรภูมิ ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน บุคลากรกลุ่มนโยบายและแผน และประธานกลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบบูรณาการ เข้าร่วมประชุมการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เขตตรวจราชการที่ 14 (จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอำนาจเจริญ) โดยมี นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุม และบรรยายพิเศษ เรื่อง เรื่อง การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2569 สู่การปฏิบัติ และมี นายสมใจ วิเศษทักษิณ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้กล่าวรายงาน และบรรยายพิเศษ เรื่อง ทิศทางการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2569 สู่การปฏิบัติ ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting////// ปาริชาติ อาจสำแดง ภาพ / ข่าว  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/23321&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VLfbj_QFTIITZ3jUwHoVl

  • ดวงรายปี 2569 ราศีธนู 15 ธ.ค. – 13 ม.ค. โดย อ.แทมมี่ เมจิก ทาโร่ต์

    ดวงรายปี 2569 ราศีธนู 15 ธ.ค. – 13 ม.ค. โดย อ.แทมมี่ เมจิก ทาโร่ต์

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เช็กดวงปีนี้ ดวงการเงิน ดวงการงาน ดวงความรัก ตลอดทั้งปีจะเป็นอย่างไร พร้อมวิธีแก้เคล็ด เสริมดวง

    ดูดวงปี 2569 มาดูกันว่า ดวงปี 2569 ราศีธนู หรือผู้ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. – 13 ม.ค. โดย อาจารย์แทมมี่ เมจิก ทาโร่ต์ ดวงชะตาชาวราศีธนู ตั้งแต่เดือนมกราคม ไปจนถึงธันวาคมสิ้นปี ดวงแต่ละด้านจะเป็นอย่างไร เช็กดวงของท่านได้ดังรายละเอียดนี้ พร้อมวิธีเสริมดวง

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เดือนมกราคม

    การงาน คนรองานจะได้งานเข้ามาพร้อม ๆ กัน ตัดสินใจเลือกไม่ถูกเพราะเป็นงานที่อยากทำทั้งคู่ ใครที่มีงานประจำทำแล้วก็ระวังงานล้นมือ งานเก่ายังไม่เสร็จแต่งานใหม่ก็มารอแล้ว อีเว้นท์ปังอยู่นะ     

    การเงิน รายรับมั่นคงขึ้น จะมีคนมาจ้างให้ทำงานพิเศษ แต่ต่อไปรายได้เสริมอาจจะแซงหน้ารายได้หลักก็ได้ ไหน ๆ ก็ชอบเอฟของแล้วก็ลองปักตะกร้าขายของเสียเลย โชคลาภเป็นเรื่องปลอบใจตัวเอง ทำงานดีกว่า

    ความรัก คนโสด บทจะมีคนเข้ามาก็ชอบมาเป็นแพ็คคู่ จะเลือกใครดีเพราะชอบเธอทั้งสองคน ถ้าต้องให้เลือกคนคุยเก่งอารมณ์ดีไว้ก่อน หรือคนแนวรักธรรมชาติ

    คนมีคู่ ต่างคนต่างเหนื่อย ต้องผลัดกันให้กำลังใจกันและกัน ฉันบ้างเธอบ้าง อย่าเอาแต่ปัญหาเก่า ๆ มาคุยกันมากนัก ถ้าตัดจบเร็วได้ก็ยิ่งดี บางทีจะได้น้องหมาน้องแมวมาเป็นลูกรักก็เพลินดี

    สุขภาพ ปวดหัว แผลอักเสบ ฟกช้ำ

    วิธีแก้ดวงหรือเสริมดวง ทำบุญการศึกษา อุปกรณ์การเรียน โป๊วรอยแตกรอยร้าวหรือปูนกระเทาะของตัวบ้าน ทาสีปิดทับให้สวยงาม วอลเปเปอร์มือถือรูปปลาคาร์ฟ

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เดือนกุมภาพันธ์

    การงาน มีเรื่องให้ตัดสินใจที่ยังหาบทสรุปไม่ได้ อาจจะต้องปรึกษาผู้ที่มีประสบการณ์ด้านนั้น ๆ มาก่อน จะได้แสดงความรู้ภูมิปัญญาออกสื่อ ซึ่งทำได้ดีด้วย คนมีไอเดียลองโพสต์โชว์จะมีคนติดตาม

    การเงิน รอเงินตกเบิก หนี้เก่ามีโอกาสได้เงินคืน แต่จะถูกเลื่อนนัดออกไป อย่าไปหวังจากเงินประเภทเสี่ยงโชคมากนัก เพราะดวงต้องออกแรงถึงจะได้เงิน หญิงสูงวัยจะให้โชคอย่างหนึ่ง

    ความรัก คนโสด จะเจอคนประเภทชอบแซะชอบแซว เอาไว้คุยขำ ๆ ได้ เพราะต่างฝ่ายก็ยังรักอิสระกันอยู่ ถ้าเพิ่งมีรักเป็นครั้งแรก อย่าเพิ่งปล่อยตัวปล่อยใจหรือคาดหวังมากนัก

    คนมีคู่ คู่ครองคนรักของท่านเกิดสนใจเรื่องสายมูหรือมีความเชื่อในเรื่องแปลก ๆ แบบไม่เคยเป็นมาก่อน เดินทางต่างถิ่นต่างที่ควรไหว้พระก่อนนอน แผ่เมตตาให้เจ้าที่เจ้าทางตามความเชื่อ

    สุขภาพ น้ำในหูไม่เท่ากัน ความดัน บ้านหมุน ระบบหมุนเวียนโลหิต

    วิธีแก้ดวงหรือเสริมดวง หมั่นทาครีมบำรุงผิวให้มือชุ่มชื้นอยู่เสมอ เพราะเป็นจุดแห่งความอุดมสมบูรณ์ และดื่มน้ำทับทิม

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เดือนมีนาคม

    การงาน มีแต่ความคึกคักสนุกสนานและเรื่องรื่นเริงบันเทิงใจ ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานอยู่ในขั้นดีมาก หากร่วมลงทุนกับผู้อื่นจะสำเร็จ จะมีคนเสนองานใหม่ ๆ ให้ทำ อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจลาออกจนกว่าจะชัวร์

    การเงิน การตกลงกันเรื่องผลประโยชน์จะลงตัว ได้เงินจากค่านายหน้าหรือโดยเสน่หา แต่ก็มักต้องแลกด้วยผลประโยชน์อย่างอื่นเสมอ ถ้าทำธุรกิจร่วมกับคนรักหรือครอบครัวของแฟน จะเจริญก้าวหน้ารายได้ดี

    ความรัก คนโสด ถึงไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ก็คงหนีไม่พ้น มีคนมาเกาะแกะและถ้าได้ยุ่งเกี่ยวแล้วความสัมพันธ์มักเลยเถิด

    คนมีคู่ หากต้องการมีบุตรนับเป็นโอกาสดีในเดือนนี้

    สุขภาพ จะเจริญอาหาร น้ำหนักขึ้นง่ายมาก

    วิธีแก้ดวงหรือเสริมดวง ปลูกต้นวาสนา เป็นไม้มงคลยอดนิยม เพราะชื่อดีและดูแลง่าย สีนำโชค ขาว, น้ำเงิน, ครีม

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เดือนเมษายน

    การงาน ผลตอบแทนดีจากสิ่งที่ตั้งใจลงแรงเอาไว้  ผู้ใหญ่หรือหัวหน้างานจะสนับสนุนตามเนื้องาน อุปสรรคต่าง ๆ จะคลี่คลาย ขนาดคู่แข่งก็ยังหายหน้าไปตามวาระ อยากขยับขยายกิจการจะมีลู่ทางมากขึ้น

    การเงิน โชคลาภได้มาตามบุญวาสนาพื้นดวงเดิมของแต่ละท่าน ถ้าไม่เคยมีโชคด้านการเสี่ยงเลยก็ควรลงทุนอย่างอื่น เช่น เล่นแชร์ ออมทอง มีโชคจากของเก่า ลองเปิดดูเลขใต้ฐานพระ เป็นต้น

    ความรัก คนโสด ได้พบคนอุปถัมภ์หรือช่วยเหลือเกื้อกูลกันเรื่องงาน มีการพัฒนาเรื่องความรัก คนที่เข้ามามักจะเป็นคนหลักการเยอะ

    คนมีคู่ ไม่ต้องพูดกันเยอะก็เข้าใจกันแล้ว อาจต้องห่างกันเพราะเรื่องหน้าที่การงานของฝ่ายหนึ่ง แต่ก็คุยไลน์เปิดกล้องกันทุกวัน ลูก ๆ อยากไปเที่ยวแคมป์ปิ้งต้องหาเวลาแล้ว

    สุขภาพ แข็งแรงดี ควรออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ ทำ IF บ้าง

    วิธีแก้ดวงหรือเสริมดวง ใส่สร้อยข้อมือตุ้งติ้ง ที่มีเสียงดังกรุ๊งกริ๊งด้วย

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เดือนพฤษภาคม

    การงาน ต้องลดความใจร้อนและสงบปากหรือควรพูดเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับขอบเขตงาน ไม่ควรเข้าไปอยู่ท่ามกลางคนที่มีปัญหากันเพราะท่านจะโดนหางเลขได้ จะมีคนชี้เป้าในเรื่องงาน ให้ท่านไปหาหนทางเอาเอง

    การเงิน ได้เงินจากงานพิเศษ มีลาภปากของฝากหรือได้ลงทุนค้าขายเป็นเจ้าแรก ย่อมได้เปรียบในการชิงลูกค้า เอฟซีเยอะ มีโอกาสได้โชคฟลุค ๆ  โชคมักจะมาจากโต๊ะที่ท่านชอบวางกระเป๋าสตางค์

    ความรัก คนโสด จะเจอคนเอาใจเก่งสายเปย์แต่ขี้หึงมาก ซึ่งตอนแรกก็รู้สึกปลาบปลื้มดี แต่ระวังกระดิกตัวไปไหนไม่ได้ ถ้ายังไม่ชัวร์ก็อย่าเพิ่งยอมรับสถานะแฟนก็แล้วกัน

    คนมีคู่ ว่าอะไรก็ว่าตามกัน ช่วงนี้มีงานสังสรรค์ปาร์ตี้กันบ่อย จะมีนัดหมายรวมญาติของทั้งสองฝ่าย ระวังเรื่องของคนอื่นที่มาเกี่ยวพันกับครอบครัวของท่านโดยไม่ได้ตั้งใจ ลูกของท่านเริ่มมีความคิดแปลก ๆ

    สุขภาพ ระวังปวดหัวไมเกรน บ้านหมุน กรดไหลย้อน

    วิธีแก้ดวงหรือเสริมดวง ใช้กระเป๋าแฮนด์เมดจากสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ  พวงกุญแจแฮนด์เมดเช่นกัน

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เดือนมิถุนายน

    การงาน การสอบแข่งขันหรือวิ่งเต้นใด ๆ ต้องใช้ความสามารถและประสบการณ์ล้วน ๆ  เกิดไอเดียโดนใจ หัวหน้างานถึงกับอึ้ง ถ้าเป็นอินฟลูฯยอดติดตามพุ่ง

    การเงิน ยังอยู่ระหว่างการรอคอยหรือท่านทำงานเอาสังคม ได้กล่องมากกว่าได้เงิน จะได้ทำงานการกุศลหรือจิตอาสาที่ได้มิตรภาพใหม่ ๆ  เพื่อนเพศเดียวกันมีเกณฑ์ชวนลงทุน โชคลาภจากการเดินทาง เลขตั๋ว เลขรถ

    ความรัก คนโสด เจอใครก็ยังกั๊กไว้ก่อนเพราะอีกฝ่ายก็ฟอร์มเยอะจริง ท่านมักจะหน้าตาอ่อนกว่าอายุเลยเจอแต่เด็กมาจีบ แต่ดวงว่าคบกับคนสูงวัยกว่าจะดี

    คนมีคู่ คนของท่านจะดูกรุ้มกริ่มกับท่าน ควรแบ่งเวลาให้กับครอบครัวอย่าได้พร่อง อย่าเอาแต่คุยเรื่องงานในวันหยุดพักผ่อน ลูก ๆ จะมีไอเดียที่ท่านเองก็คาดไม่ถึงตามแนวเด็กสมัยใหม่

    สุขภาพ ระวังเรื่องการติดเชื้อต่าง ๆ  หมั่นล้างมือบ่อย ๆ  

    วิธีแก้ดวงหรือเสริมดวง ไหว้พระทำบุญวัดที่มีพระยืนหรือทำบุญถวายน้ำดื่ม ร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เดือนกรกฎาคม

    การงาน จะมีคนให้โอกาสแบบไม่น่าเชื่อ เป็นงานที่ไม่เคยคาดหวังมาก่อน ถ้ามีการพิจารณาผลงานหรือปรับตำแหน่งจะมีรายชื่อของท่านอยู่ในโผ ได้ผู้ใหญ่เป็นหญิงแนวคุณนายมาสนับสนุน

    การเงิน ไม่มีปัญหาในช่วงนี้ ยังพอหาหมุนเงินได้ทัน มีรายได้จากหุ้นส่วน/ลูกค้า ได้กินเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่ง มีโชคในด้านที่อยู่อาศัย เลขบ้าน เลขอายุแม่นำโชค

    ความรัก คนโสด ถูกกับเพื่อนรุ่นพี่หรือคนที่มียศตำแหน่ง สถานะทางสังคมสูงกว่า ถ้าวัยเดียวกันเขาจะดูมีฟอร์มเว่อร์ หัวหน้างานแนะนำให้รู้จัก

    คนมีคู่ คนของท่านไม่ค่อยอยู่ติดที่ มีเรื่องต้องไปโน่นมานี่ชีพจรลงเท้า ซึ่งท่านเองก็ชอบเหมือนกันเพราะจะได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง ลูก ๆ มีจินตนาการเยอะจนท่านแอบยิ้ม

    สุขภาพ ระวังการเดินในห้องน้ำและการขับรถช่วงฝนตก

    วิธีแก้ดวงหรือเสริมดวง สวมใส่เครื่องประดับพลอยสีเขียวอมฟ้าหรือสีฟ้าน้ำทะเล เสริมความรัก ปะการังเป็นเครื่องราง

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เดือนสิงหาคม

    การงาน กำลังใจพร้อมวางแผนชัวร์แล้วเดินหน้าต่อ จะต้องกล้าคิดกล้าทำก่อนคนอื่นหนึ่งก้าวย่อมสำเร็จเร็วกว่า ได้รับเชิญไปบรรยายหรือรวมกลุ่มรวมทีม งานสื่อ คอนเทนต์จะปังมาก ได้ยอดติดตามเพียบ

    การเงิน ได้รับเงินก้อนแบบไม่ต้องรอนาน เกณฑ์ได้โชคแบบซ้ำซ้อนหรือได้ของมาเป็นคู่ ๆ  โชคลาภมักจะเป็นเลขซ้ำ ๆ หรือเลขที่เคยได้มาแล้ว เลี้ยงขนมทีมงานบ่อย ๆ

    ความรัก คนโสด ชอบคุยกับเด็ก แต่คนสูงวัยก็เปย์ดีมาก จะเอายังไงดี ระวังการให้ความหวังกับคนมาคุย ถ้าเขาจริงจังทีหลังจะปลีกตัวยาก

    คนมีคู่ เน้นเรื่องเฮฮาปาร์ตี้ภายในบ้านเป็นพิเศษ นั่งล้อมวงแบบใครมีอะไรมาคุยกันหรือวางแผน มีเกณฑ์ท่องเที่ยวครั้งใหญ่กับคนในครอบครัว

    สุขภาพ อ้วนลงพุง น้ำหนักขึ้น ระวังปวดขา

    วิธีแก้ดวงหรือเสริมดวง บูชาพระด้วยดอกอัญชัน เชื่อว่าเสริมความรักความมั่นคง

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เดือนกันยายน

    การงาน ระวังเจอลักษณะท่าดีทีเหลวหรือเอาเรื่องผลประโยชน์มาเชิญชวน ควรตรวจสอบก่อนจะตัดสินใจ ได้แสดงความสามารถพิเศษให้คนอื่นเห็น ผู้ชายผิวเข้มจะอุปถัมภ์เรื่องงาน

    การเงิน การลงทุน การเสี่ยงศึกษาหาข้อมูลเยอะ ๆ จนกว่าจะแน่ใจ วางแผนคิดหาซื้อรถใหม่แต่ลังเลระหว่างรถสองรุ่น มักได้โชคจากความฝันหรือเซ้นส์ บางท่านจะได้มรดก

    ความรัก คนโสด ได้เพื่อนที่สนิทสนมกันเป็นพิเศษเหมือนแฟน ถ้าไม่ใช่ต้องรีบบอกเดี๋ยวจะเสียโอกาส คนโสดอาจจะต้องโปรโมตตัวเองเสียหน่อย

    คนมีคู่ ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมากนัก ช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี ดูแลสุขภาพของคนรัก ต้องคอยเตือนกันโดยเฉพาะเรื่องการเข้าไปอยู่ในสถานที่ฝุ่นควันหรืออยู่กับคนหมู่มาก

    สุขภาพ ระวังการแพ้อากาศแพ้เกสรดอกไม้ การติดเชื้อ เจ็บคอ

    วิธีแก้ดวงหรือเสริมดวง ทำบุญกับผู้สูงอายุ ทำบุญอุทิศให้กับบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ดูแลโกฐของท่านให้ดี อย่าให้ตะไคร่ขึ้นรั้วบ้าน

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เดือนตุลาคม

    การงาน สิ่งที่เคยพลาดมีโอกาสได้กลับมาทำอีกครั้ง ซึ่งท่านทำได้ดีกว่าเดิมและอาจต่อยอดไปถึงอนาคต ได้ลูกน้องบริวารเพิ่มขึ้น ต้องเหนื่อยกับการสอนงาน งานฝีมือเก่า ๆ ลองเอามาทำใหม่

    การเงิน ระวังการสั่งสินค้าออนไลน์ได้ของไม่ตรงปก ถ้ามีสมบัติเก่าจะได้รับโอนรับช่วง ถ้าขายจะมีแต่คนมาแย่งเสนอราคา มีรายได้เสริมที่เอาไปต่อทุน เคลียร์ตู้เอกสารจะเจอของหาย ได้เลขจากแถวนั้น

    ความรัก คนโสด คุยกับใครผู้ใหญ่ก็ไม่ค่อยจะถูกใจ สุดท้ายกลายเป็นพ่อสื่อแม่ชักหาแฟนให้เสียเอง ซึ่งอาจจะเป็นคนในเครือญาติ ลูกเพื่อน

    คนมีคู่ ต้องระวังในเรื่องการตกลงรับปากแล้วไม่ทำตามสัญญา จะเสียคำพูดแถมเสียอารมณ์ด้วย ท่านที่มีลูกอยู่ในวัยรุ่นต้องดูแลเรื่องการคบเพื่อน ควรให้อยู่ในสายตาหรือรู้จักเพื่อนลูกทุกคน

    สุขภาพ ระวังระบบสืบพันธุ์ โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน

    วิธีแก้ดวงหรือเสริมดวง จัดฮวงจุ้ยในห้องครัว ระวังการตั้งเตาไมโครเวฟอย่าให้อยู่ใกล้ก็อกน้ำ ร่วมทำบุญออกโรงทาน

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เดือนพฤศจิกายน

    การงาน ได้จับงานที่เป็นพรสวรรค์ งานสร้างสรรค์ได้ใช้จินตนาการต่าง ๆ  ได้พันธมิตรทางการงานใหม่ ๆ  ผู้ใหญ่สนับสนุนหรือให้คอนเนคชั่น งานที่รอคอยจะได้ไม่เกินสองสัปดาห์หรือสองเดือน

    การเงิน ได้เงินจากงานที่มาจากความเชื่อความศรัทธา สายมูเตลูจะปัง คอนเทนต์หมอดู รีวิวเรื่องกินเรื่องท่องเที่ยวจะเด่นดัง ติดขัดเรื่องการเงินจะมีคนช่วยเหลือได้ทันท่วงที เสี่ยงเซียมซีได้เลขใดเอาเลขนั้นไปเสี่ยงโชค

    ความรัก คนโสด เจอคนที่มีบุคลิกภาพแปลก ๆ  ชอบเรื่องลี้ลับ สายมู หรือเชิงปรัชญาต่าง ๆ  เน้นคุยกันแบบมิตรภาพเสียก่อน ส่วนอนาคตค่อยว่ากันอีกที

    คนมีคู่ ถึงจะมีงอนกันบ้างแต่สุดท้ายก็คุยกันกระหนุงกระหนิง คู่ครองดูแลท่านเหมือนพ่อแม่ดูแลลูก แม้ท่านจะรำคาญใจบ้างก็ยอม ๆ ไปเถอะ บุตรบริวารช่วงนี้ว่าง่ายหรือมีอะไรก็มาบอกไม่ให้กังวลใจ

    สุขภาพ ปวดเมื่อยตามตัว ข้อต่อต่าง ๆ มีปัญหา ระวังการใส่รองเท้าบีบมากเกินไป

    วิธีแก้ดวงหรือเสริมดวง ช่วยเหลือคนชรายากไร้ในมูลนิธิต่าง ๆ  ออกค่าโดยสารให้พระสงฆ์

    ดูดวงปี 2569 ราศีธนู เดือนธันวาคม

    การงาน จะทำการสิ่งใดต้องได้รับความร่วมมือดี การสอบแข่งขันต่าง ๆ จะสำเร็จตามที่วางเป้าหมายเอาไว้ ผู้ใหญ่จะสนับสนุนเรื่องงาน ขยันไลฟ์บ่อย ๆ ก็ปั่นกระแสได้ ยอดติดตามพุ่ง

    การเงิน จะมีโชคเรื่องมรดก การจัดการกับของเก่า ของสะสม เอามาขายได้ราคา จะได้รับอนุมัติเงินกู้ซื้อบ้าน ที่อยู่อาศัย โชคลาภมาจากเลขของเก่า ๆ ในบ้าน ลองไปเปิดดู

    ความรัก คนโสด จะเจอคนมีตำหนิมาก่อน หรือหนักกว่านั้นเจอป๋าสายเปย์อยากขอดูแลค่าเทอม ช่วยค่างวดรถ ของแบบนี้ถ้าไม่ใช่แนวก็หลบได้ หรือมีรุ่นพี่ที่ปรึกษามาขอเป็นคนคุย

    คนมีคู่ ช่วงนี้ร่างกายสมบูรณ์พร้อมมากสำหรับการเป็นคุณแม่ คู่ครองของท่านทำไมช่วงนี้เอาอกเอาใจดีจังเลยหรือเขาจะได้โชคจากการงาน การเงิน แล้วส่งผลมาถึงท่านด้วย ลูก ๆ ขยันสั่งของกินเข้าบ้าน

    สุขภาพ หู คอ จมูก น้ำหนักขึ้น

    วิธีแก้ดวงหรือเสริมดวง ไหว้พระทำบุญขอพรที่วัดปากน้ำ ซึ่งมีหลายแห่งให้เลือกตามที่สะดวก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/316587/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09MG88dA7hc3L6pkIGS_d0

  • ธนาคารกลางเม็กซิโกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2025 เหลือร้อยละ 0.3

    ธนาคารกลางเม็กซิโกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2025 เหลือร้อยละ 0.3

           ธนาคารกลางเม็กซิโก เผยรายงานเศรษฐกิจประจำไตรมาสที่ 3 โดยปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของเม็กซิโกปี 2025 จากเดิมร้อยละ 0.6 เหลือร้อยละ 0.3 สาเหตุหลักมาจากการหดตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ผ่านมา ซึ่งผู้ว่าการธนาคารกลางนางวิคทอเรีย รอดริเกซ เซฮา ชี้แจงว่า การชะลอตัวดังกล่าวสะท้อนความอ่อนแอของเศรษฐกิจเม็กซิโกมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วง 9 เดือนแรก แม้ภาคการเกษตรและบริการจะขยายตัวร้อยละ 2.9 และร้อยละ 1.2 ตามลำดับ แต่ภาคอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนสูงสุดของ GDP หดตัวร้อยละ 1.5 ส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพรวมในปีนี้ขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์

              อย่างไรก็ดี แนวโน้มเศรษฐกิจเม็กซิโกจะกลับมาขยายตัวได้ที่ร้อยละ 1.1 ในปี 2026 และเพิ่มเป็นร้อยละ 2 ในปี 2027 โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจเม็กซิโกดังกล่าวคือการที่ความตกลงการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ยังคงมีผลบังคับใช้หลังการเจรจาทบทวนความตกลงฯ ที่จะมีขึ้นในปี 2026 ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน และสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา  ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 เม็กซิโกได้รับ FDI สูงกว่า 4.09 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ธนาคารกลางยังประเมินปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ ได้แก่ ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าและการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลัก ที่อาจกระทบต่อการส่งออกของเม็กซิโก

              สำหรับสภาวะเงินเฟ้อและตลาดงาน คาดว่าอัตราเงินเฟ้อปลายปี 2025 จะอยู่ที่ร้อยละ 3.5 และมีแนวโน้มลดลงสู่ระดับร้อยละ 3 ภายในไตรมาส 3 ปี 2026 และอยู่ในระดับเป้าหมายที่ร้อยละ 2 – 4 ในปี 2027 ด้านตลาดงาน แม้อัตราการว่างงานในไตรมาส 3 จะอยู่ที่ร้อยละ 2.9 อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวอาจสูงกว่าความเป็นจริง เนื่องจากกว่าร้อยละ 55.4 ของแรงงานในช่วงดังกล่าวเป็นการจ้างงานนอกระบบ ทั้งนี้ คาดว่าทั้งปี 2025 จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นระหว่าง 210,000–310,000 ตำแหน่ง และในปี 2026 จะเพิ่มขึ้นระหว่าง 260,000 – 460,000 ตำแหน่ง และ 400,000 – 600,000 ตำแหน่ง ในปี 2027 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีต่อไป


    สคต. ณ กรุงเม็กซิโก

    แหล่งที่มา

    https://mexiconewsdaily.com/business/mexico-economic-growth-forecast-2025/ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/uxmr0wlgxm3kcb2emairtivf&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24QgS_KlWuBH5SHcvVuAn3

  • น้ำท่วมภาคใต้ กระทบจีดีพี 0.2% ‘เอกนิติ’ ชงครม.เศรษฐกิจเยียวยา

    น้ำท่วมภาคใต้ กระทบจีดีพี 0.2% ‘เอกนิติ’ ชงครม.เศรษฐกิจเยียวยา

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “คู่หูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤติสู่ความยั่งยืน: Fiscal-Monetary Synergy in Sight” จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2568 

    โดยนายเอกนิติ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้มีผลในเชิงเศรษฐกิจมหภาคเยอะ แต่สิ่งที่กระทบ คือ ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ รวมทั้งทรัพย์สินด้วย ฉะนั้น ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจวันนี้ (1 ธ.ค.68) ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาหารือเพื่อออกมาตรการดูแลร่วมกัน ทั้งคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 

    “เราเตรียมได้เสนอครม.เศรษฐกิจ ออกมาตรการเยียวยา โดยเน้นการให้ “ลมหายใจ” หรือออกซิเจนในระยะสั้น เช่น การพักหนี้ทั้งเงินต้น และพักดอกเบี้ย นอกจากนี้ ยังมีการดึงกระทรวงแรงงาน ผ่านสำนักงานประกันสังคม เข้ามาช่วยภาคธุรกิจ เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องไล่คนงานออก”

    ขณะที่การฟื้นฟูระยะยาวนั้น มีแนวคิดการเปลี่ยนหาดใหญ่ให้เป็น Smart City เพื่อให้กลับมาแข็งแรงและดีกว่าเดิม เช่น การส่งเสริมอุตสาหกรรม Semiconductor โดยใช้ศักยภาพของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นต้น

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    นอกจากนี้  จะมีการเสนอครม.เศรษฐกิจอนุมัติมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยในระยะสั้น จะเป็นการสภาพคล่อง ค้ำประกัน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) และระยะยาว เน้นการนำเทคโนโลยี และเอไอ มาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจ ทั้งนี้ ยังมีโครงการ “พี่ช่วยน้อง” เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ซัพพลายเชน นอกจากนี้ จะใช้เงินจากกองทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) 1 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนการทำ Automation ให้เอสเอ็มอีลดต้นทุน

    ทั้งนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างเตรียมออกแพ็กเกจส่งเสริมการออมในตลาดทุน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากปัจจุบันคนรวยมักได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีมากกว่า จะมีการจัดทำ Individual Saving Account (ISA) ให้ประชาชนทุกคนมี 1 บัญชี เพื่อเลือกลงทุนในตลาดทุนได้เองตามความเสี่ยงที่รับได้ ช่น หุ้น หรือพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาการบิดเบือนตลาดที่เคยเกิดขึ้นกับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) โดยจะเสนอครม.เศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า

    ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ (หาดใหญ่/สงขลา) แม้ผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจมหภาคจะไม่มากนัก แต่พื้นที่ได้รับผลกระทบมี Contribution ต่อ GDP ประมาณ 2.6% และผลกระทบต่อ GDP รวมอาจอยู่ที่ไม่เกิน 0.1-0.2% อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กระทบมาก คือ ชีวิตคน โดยเฉพาะคนหาเช้ากินค่ำที่สูญเสียทรัพย์สินทั้งหมด

    ทั้งนี้ ธปท. ได้กำกับดูแลสถาบันการเงินให้ผ่อนปรนเกณฑ์ทั้งหมดที่ทำได้ เช่น เกณฑ์การจัดชั้นลูกหนี้ไม่ให้ไหลเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) การลดต้นลดดอกเบี้ย และการลดสัดส่วนการจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิต จาก 8% เหลือ 0-3% ขณะที่สถาบันการเงินของรัฐได้ลดต้นลดดอกเบี้ยเป็น 0% ในพื้นที่ที่มีความเสียหายรุนแรงแล้ว และมีมาตรการเสริมในพื้นที่น้ำท่วม 9 จังหวัด

    “การทำงานของธปท. กับกระทรวงการคลังในยุคนี้ไม่มีปัญหา policy coordination อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลัง ดูแลเรื่องการเติบโตทั้งระยะสั้นและระยะยาว ขณะที่ ธปท. ดูแลเรื่อง เสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคระยะยาว และการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/645442&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MNB32SXme4EJyDuOzU3no

  • สพฐ. จัดประชุมปรับปรุงคู่มือการใช้หลักสูตรประถมศึกษา ปี 68 – OBEC

    สพฐ. จัดประชุมปรับปรุงคู่มือการใช้หลักสูตรประถมศึกษา ปี 68 – OBEC

    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ ) เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการปรับปรุงคู่มือการใช้หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษา พุทธศักราช 2568 ณ โรงแรมสยามแกรนด์ จังหวัดอุดรธานี โดยมี นายภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 ศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักวิชาการศึกษา จำนวน 74 คน เข้าร่วมประชุม

    สพฐ. จัดประชุมปรับปรุงคู่มือการใช้หลักสูตรประถมศึกษา ปี 68

    นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ กล่าวในช่วงหนึ่งว่า การขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรระดับประถมศึกษา พุทธศักราช 2568 มุ่งเน้นการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะเพื่อพัฒนาผู้เรียนตามช่วงวัย ส่งเสริมให้ผู้เรียนประยุกต์ความสามารถและความรู้ได้ในบริบทโลกจริง ผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และการประเมินผลที่เน้นการประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ และเพื่อเป็นการพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง สพฐ. อยู่ระหว่างการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนปลาย โดยต่อยอดจากความสามารถจากชั้นประถมศึกษาตอนต้น โดยเน้นที่การใช้ความรู้เพื่อการดำเนินชีวิตประจำวันในระดับที่สูงมากยิ่งขึ้น ซึ่งการขับเคลื่อนดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความร่วมมือและตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปสู่การพัฒนาเยาวชนของประเทศไทยให้มีพื้นฐานการเรียนรู้ที่ดี ทันยุคทันสมัย และเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

    ขอขอบคุณ

    ข้อมูล / สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา

    ภาพ / สพป.อุดรธานี เขต 1

    เรียบเรียง / บรรพต เติมลาภ

    ศูนย์สารนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/23651&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vf7TRPSBS18Tm_z4v7O05

  • เปิดประวัติ ณัฐวุฒิ ปงลังกา นักข่าวชื่อดังช่อง 8 ก่อนจากไปอย่างกะทันหันด้วยวัยเพียง 35 ปี

    เปิดประวัติ ณัฐวุฒิ ปงลังกา นักข่าวชื่อดังช่อง 8 ก่อนจากไปอย่างกะทันหันด้วยวัยเพียง 35 ปี

    วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.38 น.

    วงการสื่อมวลชนและโลกออนไลน์ถึงคราวเศร้ากันอีกครั้งกับการจากไปอย่างกะทันหันของนักข่าวและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ นัท นักข่าวชื่อดังของทางช่อง 8 ด้วยวัยเพียง 35 ปี ที่บ้านพักย่านบางกรวย จ.นนทบุรี ทำเอาแฟนคลับบนโลกออนไลน์ต่างก็แสดงความเสียใจและความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากต่อการจากไปของหนุ่มนักข่าวหน้าใสฝีมือดีคนนี้

    ณัฐวุฒิ ปงลังกา เป็นนักข่าวที่ทุ่มเทให้กับหน้าที่เป็นอย่างมากในฐานะสื่อมวลชนและเป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางด้วยลีลาเฉพาะตัว ทำให้ นัท มีแฟนคลับและผู้ติดตามจำนวนมาก ก่อนที่ นัท จะได้ทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายในรายการ PhuttaTalk ร่วมกับผู้ประกาศข่าวชื่อดังอย่าง ไอซ์ สารวัตร และ พุทธ อภิวรรณ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาก่อนที่เขาจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

    ณัฐวุฒิ ปงลังกา เกิดเมื่อ วันศุกร์ ที่ 14 กันยายน 2533 อายุ 35 ปี เป็นคนเชียงราย สำเร็จการศึกษาจากคณะบัญชีจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม

    ณัฐวุฒิ ปงลังกา

    ก่อนที่ ณัฐวุฒิ ปงลังกา จะเริ่มเส้นทางในสายอาชีพสื่อมวลชนเคยเป็นดีเจมาก่อนอยู่ที่จังหวัดเชียงราย และเริ่มเข้าสู่เส้นทางสื่อมวลชนโดยเริ่มต้นที่สำนักข่าว INN ก่อนจะย้ายไปเป็นผู้สื่อข่าวสายการเมืองของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักในวงกว้างขณะทำหน้าที่นักข่าวภาคสนามที่อมรินทร์ทีวี

    ณัฐวุฒิ ปงลังกา

    ณัฐวุฒิ ปงลังกา ยังเคยได้รับรางวัล “บุคคลต้นแบบ-สื่อมวลชนดีเด่น” และรางวัล “เทพนารายณ์ นาคราช” ประจำปี 2568 จนกระทั่ง นัท ย้ายมาอยู่กับสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในฐานะนักข่าวและผู้ประกาศข่าวจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

    ณัฐวุฒิ ปงลังกา

    ณัฐวุฒิ ปงลังกา

    ณัฐวุฒิ ปงลังกา

    ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก nattawut ponglangka

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    อาลัย ณัฐวุฒิ ปงลังกา นักข่าวช่องดังเสียชีวิต จากไปกะทันหัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/931773&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NfvbRrc5qeWoepTxBJbIk

  • ‘ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้’ กางแผน 5 ปี ทุ่ม 6 พันล้าน เพิ่มพอร์ตโฟลิโอ 75 โรงแรมทั่วโลก

    ‘ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้’ กางแผน 5 ปี ทุ่ม 6 พันล้าน เพิ่มพอร์ตโฟลิโอ 75 โรงแรมทั่วโลก

    นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าว่า ขณะนี้บริษัทได้วางแผนการขยายธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2569 ถึงปี 2573) โดยตั้งงบลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาทในการเพิ่มพอร์ตโฟลิโอ

    ซึ่งจะมุ่งเน้นการขยายธุรกิจผ่านโครงการร่วมทุน (Joint Venture – JV) จำนวน 2-3 โครงการหลัก รวมถึงการรับบริหารโรงแรม เพื่อเสริมสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและรองรับการขยายตัวในอนาคต 

    ออนิกซ์ วางเป้าหมายเพิ่มจำนวนโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ให้ได้มากกว่า 75 แห่งทั่วโลก ภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่มีทรัพย์สินเปิดให้บริการแล้ว 49 แห่งใน 6 ประเทศ การขยายธุรกิจนี้จะเป็นไปอย่างรอบคอบ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างกำไรและป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงจากการเติบโตที่รวดเร็วเกินไป ทั้งนี้โครงการร่วมทุนหลักๆที่กำลังดำเนินการ ได้แก่

    1.โครงการรีสอร์ตหรู ภูเก็ต ซึ่งออนิกซ์ จะร่วมมือกับ EQ บริษัทอสังหาริมทรัพย์จากมาเลเซีย มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 2,600 ล้านบาท โดยออนิกซ์ จะถือหุ้น 51% โครงการนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดที่หาดกะตะ ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 150-170 ห้อง ในรูปแบบวิลล่า  ขณะนี้การออกแบบโครงการเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว 80-90% และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571

    2. โครงการ ชามา (Shama) เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ พัทยา เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่ออนิกซ์ มุ่งเน้นการร่วมมือกับพันธมิตรในการพัฒนาโครงการ โดยออนิกซ์ ถือหุ้น 51% ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่เดียวกับโรงแรมอมารี และ โอโซ (OZO) พัทยา

    นายยุทธชัย จรณะจิตต์

    โดยบริษัทจะเช่าที่ดินเพิ่มประมาณ 3 ไร่ เป็นระยะเวลา 30 ปี เพื่อสร้างห้องพัก 150 ยูนิต  เนื่องจากมองว่าจุดเด่นของแบรนด์ Shama คือความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้แบรนด์นี้ได้รับการยอมรับในตลาด การขยายตัวของ Shama ในพัทยาจึงเป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดการท่องเที่ยวและที่พักอาศัยระยะยาว

    ในขณะเดียวกัน บริษัทยังมองหาโอกาสในการขยายโรงแรมอมารี สมุย โดยอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องการเช่าที่ดินเพิ่มเติม เพื่อขยายพื้นที่ของโรงแรมให้สามารถรองรับการเติบโตในอนาคตได้ โดยการขยายโรงแรมนี้จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์อมารี (Amari) ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

    ทั้งยังมีแผนที่จะมองหาโครงการร่วมทุนเพิ่มเติมอีก 2 โครงการในปีหน้า ในทำเลที่มีศักยภาพสูง เช่น ภูเก็ตและพัทยา บริษัทยังคงเน้นการทำโครงการที่เป็นของตนเอง ควบคู่ไปกับการรับบริหารจัดการโรงแรม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว

    ส่วนแผนธุรกิจในต่างประเทศ โรงแรมที่ฮ่องกงไปได้ดี ขณะนี้มี 10 กว่าแล้ว ด้านโรงแรมในมาเลเซีย ก็เติบโตดี ทั้งในปีหน้าก็มองหาโลเคชั่นใหม่ในมาเลเซีย เพื่อขยายโรงแรมโดยจะนำแบรนด์ชามา เข้าไปขยายตลาด ขณะที่โรงแรมในประเทศลาวก็ยังเติบโตได้ดี 

    รอจังหวะเปิดตัวกองรีท กลางปีหน้า

    นอกจากนี้ในปีหน้าบริษัท ก็รอจังหวะในการเปิดตัวกอง REIT (กองทรัสต์เพื่ออสังหาริมทรัพย์) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยคาดว่าจะเปิดตัวในเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม 2569 จากเดิมที่มีแผนจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้

    แต่จากการประเมินสถานการณ์ตลาดท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่กลับมาอย่างที่คาดหวัง จึงได้เลื่อนออกกองรีทมาเป็นปีหน้าแทน เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสมของตลาดทุนรวมไปออนิกซ์ จะฉลองครบรอบ 60 ปี จึงวางกลยุทธ์ในการขยายแบรนด์และธุรกิจสู่ตลาดใหม่ๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาแบรนด์ให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง

    โดยมีแผนการ รีเฟรชแบรนด์ต่างๆ เช่น Amari และ OZO เพื่อดึงดูดลูกค้ารุ่นใหม่และเสริมสร้างฐานลูกค้าใหม่ และยังมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรและการใช้เทคโนโลยีในยุคดิจิทัล โดยมีแผนจัดตั้ง Academy เพื่อพัฒนาความสามารถของบุคลากร และนำ AI หรือปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในโครงการ Tech for Tomorrow เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน การพัฒนาระบบ CRM ก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยปัจจุบันระบบนี้มีสมาชิกอยู่ราว 1.5 แสนราย ซึ่งช่วยในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าอีกด้วย

    ‘ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้’ กางแผน 5 ปี ทุ่ม 6 พันล้าน เพิ่มพอร์ตโฟลิโอ 75 โรงแรมทั่วโลก

    ปีนี้แม้ปัจจัยท้าทายมากแต่รายได้ยังโต

    ในด้านการดำเนินธุรกิจในปีนี้ นายยุทธชัย มองว่า เป็นปีที่ท้าทายสำหรับออนิกซ์ เนื่องจากต้องเผชิญกับปัจจัยลบหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ที่มีหลายปัจจัยทับซ้อนกัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวลดลง ประกอบกับการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่เต็มที่ตามที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ยอดการจองโรงแรมมีความไม่แน่นอนและลดลงอย่างชัดเจนในบางช่วง

    ส่วนไตรมาส 4 ปีนี้ เริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นโดยเฉพาะในทำเลหลักอย่างกรุงเทพฯ และภาคใต้ ที่ยังมีดีมานด์ท่องเที่ยวที่แข็งแรงประกอบกับเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว เขาย้ำว่าแม้ธุรกิจจะเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แต่บริษัทก็ยังสามารถประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้จากการบริหารจัดการที่ดี และการกระจายพอร์ตทรัพย์สินไปยังหลายทำเลที่สำคัญ

    ออนิกซ์ได้ขยายการพึ่งพาไปยังตลาดใหม่ๆ นอกเหนือจากตลาดจีน เช่น อินเดีย ตะวันออกกลาง และอาเซียน การขยายฐานลูกค้าในตลาดเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มการเข้าถึงลูกค้ารายใหม่เท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความมั่นคง ทำให้รายได้รวมของกลุ่มที่ยังคงเติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในช่วงที่ตลาดท่องเที่ยวจีนกลับมาช้ากว่าที่คาดการณ์      

    อีกทั้งหากมองเป็นรายพื้นที่ ตลาดโรงแรมในกรุงเทพฯ และพัทยาในปีนี้ ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูง ออนิกซ์ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การรักษามาตรฐานราคาและคุณภาพของห้องพัก โดยจะไม่ลดราคาผ่านการโปรโมทหรือแข่งขันด้านราคา เหมือนคู่แข่ง

    ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทเชื่อว่าจะสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว ขณะที่ตลาดที่เติบโตโดดเด่น คือ ภูเก็ตและสมุย โดยเฉพาะสมุยที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวและความนิยมของซีรีส์ไวท์โลตัส ส่งผลให้สมุยมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในสายตาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    การเติบโตของสมุยและภูเก็ตทำให้ ออนิกซ์ มองว่าเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ โดยบริษัทตั้งใจที่จะขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าระดับ Luxury ที่มีกำลังซื้อสูงจากตลาดระยะไกล เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และอิสราเอล ซึ่งมักจะพร้อมจ่ายในราคาห้องพักที่สูงกว่า

    ปัจจุบันราคาเฉลี่ยของห้องพักออนิกซ์อยู่ที่ประมาณ 3,000-6,000 บาทต่อคืน การขยายตลาดไปยังกลุ่ม Long-Haul ที่มีอำนาจการซื้อสูง จะช่วยให้ราคาเฉลี่ยของห้องพักเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ จากการดึงดูดลูกค้าระดับสูงที่พร้อมจ่ายในราคาที่สูงกว่าทั้งหมดล้วนเป็นทิศทางการดำเนินธุรกิจของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ในอีก 5 ปีข้างหน้านี้

    หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,154 วันที่ 4 – 6 ธันวาคม  พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/645479&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pKx5rGGn71knz17r2FAlX