Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ครม.เศรษฐกิจ ไฟเขียว!  4 มาตรการเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้

    ครม.เศรษฐกิจ ไฟเขียว! 4 มาตรการเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 6 / 2568 ว่า มีมาตรการหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 

    1. มาตรการลดภาะระหนี้ และปล่อยสินเชื่อ โดยจะพักเงินต้นและดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะผ่อนเกณฑ์ไม่ให้เป็นหนี้เสีย หรือ NPL 

    1.1 สินเชื่อเยียวยา ให้ผู้ประสบภัยกู้เพิ่มรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน อนุมัตวงเงินโดยเร็ว

    1.2 สินเชื่อฟื้นฟู ดอกเบี้ยต่ำ 0% นาน 12 เดือน ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดย ธปท. และสมาคมธนาคารไทย จะไปออกแบบมาตรการต่างๆ 

    1.3 สำหรับมาตรการช่วยเหลือ SME จะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟต์โลน โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. มาค้ำประกันให้ โดยนำต้นแบบสินเชื่อจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้มาปรับใช้ 

    ”สำหรับมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน จากเหตุการณ์น้ำท่วม จะดำเนินการโดยใช้เงินเงินทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือ SFIs ทั้งหมด ยืนยันว่า ไม่กระทบต่องบประมาณของภาครัฐ เนื่องจากไม่ได้ใช้เงินของรัฐ แต่เป็นความร่วมมือของสถาบันการเงิน ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชน“

    ส่วนสถาบันการเงินของเอกชน นายเอกนิติ ระบุว่า หากมีความเสียหายเกิดขึ้น ทางภาครัฐจะช่วยดูแลโดยกำหนดให้ตั้งเป็นโครงการสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อดูแลความเสี่ยงสถาบันการเงินของเอกชน 

    โดยธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของตนเองอยู่แล้ว ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย จะร่วมบูรณาการให้เกิดมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ พร้อมพิจารณาผ่อนคลายกฎเกณฑ์ให้ธนาคารเอกชนสามารถเข้าร่วมมาตรการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะมีการหารือกับกระทรวงการคลัง ในเรื่องของเงินชดเชยเป็นลำดับต่อไป

    2. มาตรการเพิ่มเงินในกระเป๋า ส่วนหนึ่งเป็นเงินเยียวยา 9,000 บาท โดยวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.68) ที่ประชุม ครม. จะมีการอนุมัติงบกลางที่จะเบิกให้กับประชาชนครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยได้เตรียมระบบไว้เรียบร้อยแล้ว                                                     

    2.1 กระทรวงการคลังได้ขยายเงินทดลองเพื่อให้เอามาใช้จ่ายจังหวัดละ 100 ล้านบาท และจะมีการผ่อนเกณฑ์ในการเบิกจ่ายในระเบียบต่างๆให้สามารถใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อมาช่วยประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ                                   

    2.2 ประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหาย ทางคณะกรรมการกำกับส่งเสริมธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. จะจ่ายให้ไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับที่อยู่อาศัย / ร้านค้า 30,000 บาท (มีประกัน) / รถยนต์ ถ่ายรูปมาเคลมได้เร็วขึ้น จากการถ่ายรูปรถคู่กับทะเบียนและระดับน้ำที่ท่วม                                

    2.3 สำหรับแรงงาน กรณีเงินนำส่งประกันสังคม จะขยายให้ทั้งหมด ส่วนลูกจ้าง จะมีการจ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงาน ร้อยละ 50% ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 180 วัน ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะมีสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน โดยมีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน กู้ได้ไม่เกิน 15 ล้านบาท

    3. มาตรการลดภาระค่าใช้จ่าย จะมีการขยายการจ่ายค่าภาษีและค่าทำเนียมทั้งหมด / ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ประสบภัยตามความต้องการของผู้ประกอบการ / ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการซ่อมแซมสินทรัพย์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท และ ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากรณีซ่อมแซมรถยนต์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท / สำหรับผู้ประกอบการที่มีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมทรัพย์สิน สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่บริจาคช่วยผู้ประสบภัย องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ ก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 

    ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า มาตรการของกระทรวงพาณิชย์จะช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูผู้ประสบภัยภาคใต้ แบ่งเป็น 3 ระยะ 

    ระยะที่ 1 ช่วยเหลือเร่งด่วน ด้วยการส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นให้ประชาชน โดยจะร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้า ห้างโมเดิร์นเทรด และพันธมิตร ช่วยลดราคาสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะอุปกรณ์ทำความสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยจะจัดงานธงฟ้า ลดสูงสุด 80%  

    ระยะที่ 2 การเยียวยา ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน ยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยได้อย่างสะดวก 

    ระยะที่ 3 การฟื้นฟู โดยจะจัดมหกรรมธงฟ้า ส่งเสริมอาชีพผ่านแฟรนไชส์ราคาประหยัด เปิดจุดจำหน่ายสินค้า และจัดงานแสดงสินค้าภาคใต้ พร้อมจัดหน่วยเคลื่อนที่ให้เข้าถึงชุมชนที่เข้าถึงยาก และนำผู้ประกอบการแฟรนไชส์ต่างๆลงพื้นที่เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสมัครเพื่อสร้างอาชีพใหม่ โดยกระทรวงพาณิชย์จะประสานกับกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังได้ร่วมมือกับ SME DBank เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

    4. มาตรการฟื้นฟูระยะยาว จะมีการตั้งคณะทำงานถอดบทเรียนภัยพิบัติ เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาว ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศ จะมีการประสานร่วมมือกับประเทศที่มีประสบการณ์ เช่น ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยของไทย / ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเตรียมแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวและให้หน่วยงานราชการจัดสัมมนาในพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้และเม็ด

    นอกจากนี้ สำหรับมาตรการค่าน้ำค่าไฟฟรีเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณา

    โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเอกนิติ ได้ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “คู่หูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน” ระบุว่า จากสถานการ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่หาดใหญ่ แม้จะไม่กระทบต่อ GDP โดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดคือ “ชีวิตของประชาชน” โดยเฉพาะครอบครัวรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดและไม่รู้จะเริ่มต้นใหม่อย่างไร

    กระทรวงการคลัง
    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “คู่หูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน”

    โดยนายเอกนิติ กล่าวว่า จากการที่ตนเพิ่งลงพื้นที่หาดใหญ่ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงเที่ยงคืนเมื่อวานนี้ (30 พ.ย.68) พร้อมผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ผู้บริหารสถาบันการเงินของรัฐ และคณะจากกระทรวงการคลัง เพื่อประเมินสถานการณ์จริง พบว่า ความเสียหายในพื้นที่มีความรุนแรงต่อประชาชนมากกว่าที่จะวัดได้จากตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเน้นว่า การทำนโยบายต้องมองทั้งเสถียรภาพเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชน ไม่ใช่มองเฉพาะตัวเลขภาพใหญ่

    “ที่ท่านอาจารย์ป๋วยเคยบอกเสมอว่า งานของนักเศรษฐศาสตร์ไม่ได้ดูแค่ภาพใหญ่หรือเสถียรภาพมหภาค แต่คือ ชีวิตของคนจริง ๆ การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เราเห็นชัดว่าต่อให้ผลกระทบทางแมคโครไม่มาก แต่ชีวิตของประชาชน ครอบครัว โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยได้รับความเสียหายหนัก คนจำนวนมากไม่เหลืออะไรเลย”

    ขณะที่คสามคืบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นายเอกนิติระบุว่า ขณะนี้  ต้องรอดูก่อนว่าจะใช้งบประมาณจากแหล่งใด เพราะงบประมาณกลางจากปี 2569 จะต้องนำมาช่วยน้ำท่วม ซึ่งต้องขอดูภาพรวมก่อน โดยการประชุมครม.เศรษฐกิจ วันนี้ กระทรวงการคลังได้เสนอนโยบายเพื่อเต็มออกซิเจนพักต้น โดยเชิญคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)  สมาคมธนาคารไทย เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเสริมสภาพคล่องในด้านค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น อัตราดอกเบี้ย 0%

    กระทรวงการคลัง
    ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

    ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเสริมว่า แม้นโยบายการเงินจะดูภาพรวมและไม่เจาะจงแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่ ธปท. ได้สั่งผ่อนเกณฑ์สถาบันการเงินทุกด้านเพื่อช่วยผู้ประสบภัยเต็มที่ ทั้งการไม่ให้ลูกหนี้ผิดนัดชำระถูกจัดชั้นเป็น NPL การลดภาระดอกเบี้ย รวมถึงการลดอัตราผ่อนชำระบัตรเครดิตจาก 8% ลงเหลือ 0–3% ตามความจำเป็น

    ขณะเดียวกัน นายวิทัย กล่าวว่า หาดใหญ่และสงขลามีสัดส่วนต่อ GDP ประเทศประมาณ 2.6% ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจราว 0.1–0.2% แต่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนัก จึงต้องอาศัยมาตรการเจาะจง เช่น การลดดอกเบี้ยเป็น 0% ในพื้นที่เสียหายรุนแรง และมาตรการช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม 9 จังหวัดที่เตรียมทยอยออกตามมา

    พร้อมย้ำว่า ธนาคารพาณิชย์และธนาคารรัฐต่างพร้อมร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อให้ความช่วยเหลือเกิดขึ้นเร็วที่สุด โดยเฉพาะมาตรการที่ต้องทำแบบเฉพาะหน้าเพื่อประคองประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ประสบภัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/262693&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uR223WMGaBe6F-DXIGF5J

  • ส่อง “เศรษฐกิจผมสีเงิน (银发经济)” วงการสินค้าและบริการเพื่อผู้สูงอายุ

    ส่อง “เศรษฐกิจผมสีเงิน (银发经济)” วงการสินค้าและบริการเพื่อผู้สูงอายุ

                   เมื่ออัตราการแต่งงานและอัตราการเกิดในแต่ละประเทศมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด การเพิ่มปริมาณของภาวะประชากรสูงอายุได้กลายมาเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในยุคปัจจุบัน สำหรับประเทศจีนในปีพ.ศ. 2567 จำนวนประชากรที่อายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนถึง 310 ล้านคน คิดเป็น 22.0% ของประชากรทั้งหมด การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของประชากรผู้สูงอายุได้ก่อให้เกิดพลวัตทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เรียกขานโดยชื่อเฉพาะว่า วงการ เศรษฐกิจผมสีเงิน (银发经济)” ซึ่งหมายถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคสูงอายุเป็นหลัก รูปแบบเศรษฐกิจดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเภทสินค้าและการบริการอาทิ การดูแลทางการแพทย์และการพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมขอบเขตที่หลากหลาย เช่น การศึกษาสำหรับผู้สูงอายุ อุปกรณ์ช่วยเหลือ การเงินเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ ฯลฯ ซึ่งได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล และมีแนวโน้มขยายขอบเขตทางเศรษฐกิจต่อไปอย่างต่อเนื่อง

                   จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของกลุ่มผู้สูงวัย มีจุดเริ่มต้นมาจากปี พ.ศ. 2542 จีนได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเป็นทางการ ด้วยการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจและสังคม เป็นเหตุให้อัตราการเกิดและเจริญพันธุ์ลดลงอย่างต่อเนื่อง อายุเฉลี่ยของประชากรจึงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และภาวะสูงวัยของประชากรก็ทวีคูณขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2567 ประชากรจีนมีจำนวนถึง 1.41 พันล้านคน แต่กลับมีแนวโน้มการเจริญพันธุ์ที่ติดลบ ขณะเดียวกัน สัดส่วนประชากรสูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นเป็น 22.0% หรือคิดเป็น 310 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด และอัตราส่วนการพึ่งพิงผู้สูงอายุก็สูงถึง 23.2% ซึ่งเพิ่มขึ้น 11.8% และ 12.9% จากปี พ.ศ.2543 ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอัตราประชากรผู้สูงวัยในประเทศจีน

    fdc92f4a-c3ff-4a81-95ff-d16a9a688708.png

                   ในปี พ.ศ.2562 คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและคณะรัฐมนตรีได้ออกแถลงแผนวาระแห่งชาติเพื่อรับมือกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุอย่างจริงจัง โดยระบุว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเงื่อนไขพื้นฐานสำหรับการพัฒนาชาติจีนในระยะยาว พร้อมยกประเด็นการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุรวมถึงการสร้างระบบบริการและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสำหรับผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญของรัฐบาล ต่อมาในปี พ.ศ. 2564 โครงร่าง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ระยะ 5 ปี และเป้าหมายระยะยาวปี พ.ศ.2578中华人民共和国国民经济和社会发展第十四个五年规划和2035年远景目标纲要ได้เสนอการดำเนินยุทธศาสตร์ชาติเพื่อรับมือกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ในปี พ.ศ. 2566 แนวคิด เศรษฐกิจผมสีเงิน ได้รับการเสนออย่างเป็นทางการครั้งแรกในการประชุมเชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจกลาง ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุและการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ในปี พ.ศ. 2567 สำนักงานคณะรัฐมนตรีได้ออก “ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจผมสีเงินและการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุ”关于发展银发经济增进老年人福祉的意见โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าและการบริการสำหรับผู้สูงวัยในสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ การเงินเพื่อการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว การดูแลสุขภาวะผู้สูงอายุอย่างมืออาชีพ ฯลฯ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาแนวทางของเศรษฐกิจผมสีเงินอย่างเป็นรูปธรรม

    b20b1647-0541-4e93-a03e-85738cdcb23e.png

                   โครงสร้างภาพรวมของเศรษฐกิจผมสีเงินในประเทศจีนแบ่งขอบเขตออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ การเงินเพื่อการดูแลผู้สูงวัย สุขภาพผู้สูงวัย ความสุขในการใช้ชีวิต และสินค้าผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงวัย โดยในแต่ละประเภทได้ขยายขอบเขตสินค้าและบริการเพื่อผู้สูงอายุอย่างครอบคลุม ทั้งในด้านการดูแลทางการแพทย์ กิจกรรมในการดำรงชีวิต อาหารการกิน ความบันเทิง นวัตกรรมเทคโนโลยี การบริหารทรัพย์สิน ฯลฯ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคสูงอายุที่มีจำนวนมากในทุก ๆ ด้าน อีกทั้งยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีความจำเป็นต้องดูแลผู้สูงอายุ ทั้งการดูแลภายในครอบครัว และการดูแลในสถานที่เฉพาะ เช่น โรงพยาบาล บ้านพักคนชรา หรือ สถานสงเคราะห์ เป็นต้น ซึ่งสินค้าและบริการในวงการเศรษฐกิจผมสีเงิน ล้วนเป็นที่นิยมและมีความต้องการสูงในท้องตลาดยุคสังคมผู้สูงอายุอย่างล้นหลาม

    2775b969-c5cc-4a2a-8157-245aa320093d.png

                  จากข้อมูลบทวิเคราะห์การตลาดเศรษฐกิจผมสีเงินที่จัดทำโดย CCID พบว่า มูลค่าตลาดเศรษฐกิจผมสีเงินในประเทศจีนมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ถึงพ.ศ. 2567 ขนาดตลาดได้เพิ่มขึ้นจาก 5.7 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 25.98 ล้านล้านบาท) เป็น 8.3 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 37.85 ล้านล้านบาท) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปี พ.ศ.2567 อัตราการเติบโตของขนาดตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 16.9% สร้างรายได้มูลค่ามหาศาล ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งแนวทางนโยบายที่ภาครัฐให้การสนับสนุนและขนาดของฐานอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี 

                 ในปี พ.ศ.2567 สินค้าและบริการด้านสุขภาพและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงวัย ถือเป็นประเภทย่อยที่สามารถสร้างรายได้ได้อย่างประสบความสำเร็จที่สุด เนื่องจากสินค้าและบริการวงการเศรษฐกิจผมสีเงินในประเทศจีนได้รับการยอมรับจากตลาดสูง และมีรูปแบบธุรกิจที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นผลให้ตลาดด้านสุขภาพผู้สูงอายุสามารถครองสัดส่วนได้มากที่สุดในบรรดาสินค้าและการบริการ ด้วยมูลค่าราว 3 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 13.68 ล้านล้านบาท) และถึงแม้ว่าขนาดตลาดในปัจจุบันของสินค้าและบริการประเภทอื่น ๆ เช่น การเงินเพื่อการดูแลผู้สูงวัย ด้านความสุขในการใช้ชีวิต ฯลฯ จะยังมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก แต่ก็มีศักยภาพในการพัฒนาอย่างมหาศาลบนฐานความต้องการบริโภคสินค้าและการบริการคุณภาพสูงที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

    95a8af00-66ae-4675-a23e-98d241302387.png

    ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน: เมื่อสังคมทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะประชากรผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ปรากฏการณ์ “เศรษฐกิจผมสีเงิน” ได้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจครั้งใหญ่ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม ประเทศจีนถือเป็นตัวอย่างสำคัญของประเทศที่กำลังผลักดันเศรษฐกิจผู้สูงวัยอย่างจริงจังและเป็นระบบ ทั้งด้านนโยบาย การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างตลาดสินค้า–บริการรูปแบบใหม่เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีจำนวนกว่า 310 ล้านคน หรือคิดเป็น 22% ของประชากรจีนในปีพ.ศ.2567 สะท้อนให้เห็นว่า “เศรษฐกิจผมสีเงินไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตได้ในระยะยาว

    สำหรับเมืองเซี่ยเหมิน-มณฑลฝูเจี้ยน ก็ได้รับอิทธิพลของเศรษฐกิจผมสีเงินเช่นเดียวกัน จากข้อมูลพบว่าในปีพ.ศ.2568 ภายในเมืองเซี่ยเหมินมีประการผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการจำนวน 507,000 คน โดยผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไปคิดเป็น 12.4% และมีผู้สูงวัยที่อายุเกิน 100 ปีกว่า 294 คน โดยคาดการณ์ว่าจำนวนผู้สูงอายุดังกล่าวจะไต่ระดับถึง 600,000 คนภายในปีพ.ศ.2572 และอัตราการสูงวัยจะเพิ่มขึ้นเป็น 17.2% ภายในปีพ.ศ.2573 ดังนั้น การเกิดขึ้นของสถานบริการเพื่อผู้สูงอายุจึงมีการขยายขอบเขตและขนาดอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้เมืองเซี่ยเหมินมีสถานพักพิงคนชรากว่า 44 แห่ง รองรับได้ 23,010 เตียง, ศูนย์สงเคราะห์ 60 แห่ง, ศูนย์บริการผู้สูงอายุตามบ้าน 398 แห่ง, บริการดูแลที่สามารถเข้าถึงผู้สูงวัยได้ภายใน 15 นาที เป็นต้น ครอบคลุมเครือข่ายทั้งในเขตเมืองและชนบท เกิดเป็นวงจรเศรษฐกิจผมสีเงินมูลค่ามหาศาล ทั้งยังมีการประยุกต์ใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีติดตามสุขภาพอัจฉริยะ เพื่อให้สามารถตามติดพิกัด ดูแลและคอยเฝ้าระวังผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันเวลา

    ผู้ประกอบการไทยสามารถอาศัยวงการเศรษฐกิจผมสีเงินในประเทศจีนเป็นกรณีศึกษาในการขยายขอบเขตทางการค้า เนื่องด้วยวงการเศรษฐกิจดังกล่าว ไม่ได้จำกัดเพียงการดูแลด้านสุขภาพของผู้สูงวัยเพียงเท่านั้น หากแต่ครอบคลุมรูปแบบสินค้าและการบริการที่เจาะกลุ่มผู้สูงอายุในทุก ๆ ประเภท โดยมีแนวโน้มฐานผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการไทยสามารถสามารถนำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยเป็นตัวชูโรงในการโฆษณาและสร้างอัตลักษณ์ทางการค้า อย่างผลิตภัณฑ์อาหารไทยเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย การนวดแผนไทยและสปา อุปกรณ์ทางการแพทย์สมัยใหม่และตามหลักแพทย์แผนไทย อาหารเสริมทางการแพทย์ บริการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ฯลฯ โดยไทยมีศักยภาพและทรัพยากรเพียงพอในการตีตลาดเศรษฐกิจผมสีเงิน สามารถทำให้ประเทศไทยตลอดจนสินค้าไทยเป็นที่ดึงดูดในตลาดจีนต่อไปได้

    https://mp.weixin.qq.com/s/BSeeymS4m4KhdoXlnGlSWg

    https://q7.itc.cn/q70/

    https://www.workpointtoday.com/

    https://mr.baidu.com/

    เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน

    25 พฤศจิกายน 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ewpg8vgqna4w894lj0abh4qv&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1G7y5H3MiYq1JfBG5IBlmH

  • น้ำท่วมภาคใต้กระทบเศรษฐกิจ 5 แสนล้าน  ‘ครม.เศรษฐกิจ’ เคาะ 4 ชุดมาตรการเร่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

    น้ำท่วมภาคใต้กระทบเศรษฐกิจ 5 แสนล้าน ‘ครม.เศรษฐกิจ’ เคาะ 4 ชุดมาตรการเร่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

    เศรษฐกิจ

    01 ธ.ค. 2025 เวลา 17:16 น.

    ครม.เศรษฐกิจ เคาะมาตรการ “เยียวยา-ฟื้นฟู” ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ชงเข้า ครม.พรุ่งนี้ “เอกนิติ” ชูพักหนี้ 1 ปี ดอกเบี้ย 0%  ทั้งประชาชน และภาคธุรกิจ ซอฟต์โลนสูงสุด 15 ล้านให้กับเอสเอ็มอี

    • ครม.เศรษฐกิจรับทราบผลกระทบน้ำท่วมใต้กระทบเศรษฐกิจ 5 แสนล้าน 
    • เคาะมาตรการ “เยียวยา-ฟื้นฟู” ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ชงเข้า ครม.พรุ่งนี้ “เอกนิติ” ชูพักหนี้ 1 ปี ดอกเบี้ย 0%  ทั้งประชาชน และภาคธุรกิจ เคาะซอฟต์โลนสูงสุด 15 ล้านให้กับเอสเอ็มอี
    • พร้อมขอมหาดไทยลดภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ลดภาระธุรกิจ
    • ด้าน “ศุภจี” อัดธงฟ้าพิเศษ ลดราคาสินค้าซ่อมแซมสูงสุด 80% พร้อมให้นำเอาแฟรนไชส์สร้างอาชีพลงไปในพื้นที่

    วันนี้ (1 ธ.ค.68) ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรม.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันแถลงข่าว

    นายเอกนิติ กล่าวว่า การประชุม ครม.เศรษฐกิจวันนี้เป็นวาระพิเศษในการขับเคลื่อน มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ที่จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้พา ครม.เศรษฐกิจ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปในพื้นที่เมื่อวันที่ 30 พ.ย.68 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ทุกฝ่ายได้เห็นความเดือดร้อนของประชาชนจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศมาตรการเยียวยา ฟื้นฟูแบบบูรณาการ

    โดยมุ่งเน้นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวบรวมชุดมาตรการ และรายละเอียดเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.68) การใช้งบประมาณของโครงการต่างๆ โดยบางส่วนจะให้งบประมาณ และบางส่วนใช้งบประมาณมาตรา 28 ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ โดยให้ธนาคารของรัฐออกไปก่อนแล้วรัฐบาลชดเชยให้ภายหลัง ขณะที่บางส่วนธนาคารเฉพาะกิจของรัฐได้ใช้งบประมาณของตนเองเพื่อช่วยเหลือประชาชน ส่วนงบกลางฯ ที่ต้องเข้าไปช่วยส่วนของสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการคลัง และสมาคมธนาคารไทยอยู่ระหว่างหารือกันในส่วนนี้

    สำหรับ มาตรการ Soft Loan สำหรับ SME จัดให้มี เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาประกอบธุรกิจได้

    สำหรับแหล่งเงินทุนที่ใช้จาก มาตรการพักหนี้ และสินเชื่อข้างต้นจะใช้เงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ โดยจะมีการตั้งเป็น บัญชี PSA (Public Service Account) เพื่อให้ความเป็นธรรม หากเกิดความเสียหายขึ้น ภาครัฐจะเข้ามาดูแล

    – การเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชนได้แก่  เงินเยียวยาครัวเรือน : คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติงบกลางในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายเงินสดจำนวน 9,000 บาทต่อครัวเรือน ให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเพิ่มเงินทดลองผู้ว่าราชการจังหวัด โดยกระทรวงการคลังได้ขยายเงินทดลองให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน จังหวัดละ 100 ล้านบาท พร้อมทั้งผ่อนคลายเกณฑ์ และระเบียบการเบิกจ่ายต่างๆ เพื่อความรวดเร็วในการช่วยเหลือประชาชน

    นอกจากนี้ยังมีการขยายเวลากำหนดเวลาการนำส่งเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตนตามมาตรา 33  และมาตรา 39 ในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติ เป็นต้น

    มาตรการลดภาระภาษี ให้ประชาชน และผู้ประกอบการ ประกอบไปด้วยมาตรการขยายเวลาชำระภาษี : ขยายเวลาชำระภาษี และค่าธรรมเนียมทั้งหมด และลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการซ่อมแซม ได้แก่ ซ่อมแซมทรัพย์สิน ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และลดหย่อยภาษีซ่อมแซมรถ  ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท

    สำหรับผู้ประกอบการ สามารถนำค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทรัพย์สินของผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัย สามารถนำมา หักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า

    สำหรับผู้บริจาค ผู้ที่บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ สามารถลดหย่อนภาษีได้ ส่วนข้อเสนอของเอกชนที่ขอให้ลด ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง กระทรวงการคลังจะมีการประสานกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณา ตามข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการในพื้นที่

    – การลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการ เช่น การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับเครื่องจักรและชิ้นส่วนเพื่อทดแทนหรือซ่อมแซมความเสียหายจากอุทกภัย การยกเว้นการเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้เช่า ที่ราชพัสดุที่ประสบอุทกภัย การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญาที่ทำจัดซื้อจัดจ้าง การลดค่าน้ำประปาในพื้นที่อุทกภัย การเตรียมจัดงานธงฟ้าเยียวยาค่าครองชีพ โดยเน้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาดหลังน้ำลด และอุปโภคบริโภคจำเป็น การบรรเทาภาระด้านเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการสินค้า GI (Geographical Indication) การเว้นค่าเช่า และค่าเช่าซื้อ เป็นต้น

    ส่วนมาตรการอื่นๆ เช่น รัฐวิสาหกิจตรวจสอบความปลอดภัยตามที่อยู่อาศัย สิ่งปลูกสร้างระบบท่อน้ำ ระบบไฟฟ้า รางรถไฟ เป็นต้น การอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน และบริษัทจำกัด  การจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานพันธมิตร โดยลงพื้นที่ ให้คำปรึกษา และบริการต่างๆ ด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ผู้ประกอบการถึงในพื้นที่ การอำนวยความสะดวกในการยื่นงบการเงิน และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น เป็นต้น พร้อมทั้งได้มีการมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย พิจารณาแนวทางที่เหมาะสม และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์  และผู้ให้บริการทางการเงินอื่นๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ที่ประสบอุทกภัยได้รับความช่วยเหลือ
    ที่สอดคล้องกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือของสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่อไป

    ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หน้าที่หลักของกระทรวงพาณิชย์คือ การทำให้มั่นใจว่าประชาชนมีเครื่องอุปโภคบริโภคเพียงพอ ไม่ขาดแคลน และมีราคาที่ต่ำ กระทรวงพาณิชย์ได้แบ่งมาตรการช่วยเหลือออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

    1. ระยะเร่งด่วน โดยเน้นการดูแลปากท้อง และควบคุมราคา โดยได้เน้นการจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภค : มีการส่งวัตถุดิบอาหาร เช่น ไข่ไก่ ข้าวสาร และอาหารต่างๆ ลงไปเป็นวัตถุดิบที่โรงครัว เพื่อให้ประชาชนได้รับอาหารอย่างทันที และต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับภาคเอกชน และห้างต่างๆ การควบคุมราคา และป้องกันการกักตุน : ควบคุมราคาสินค้าไม่ให้แพงเกินไป และป้องกันไม่ให้มีการกักตุนสินค้า เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอในพื้นที่

    2. ระยะเยียวยา โดยเน้นที่การลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมลดราคาอุปกรณ์ซ่อมแซม โดยได้ประสานกับห้างสรรพสินค้า และห้างเฉพาะกิจ เช่น Big C, Lotus, Home Pro, Global House เพื่อร่วมกันลดราคาสินค้าสำหรับซ่อมแซมบ้าน ยานพาหนะ และอุปกรณ์ไฟฟ้าจำเป็น โดยมีการ ลดราคาสูงสุดถึง 80% โดยมี สินค้าจำเป็นที่เร่งนำเข้าพื้นที่ ได้แก่ เบรกเกอร์ สายไฟ และหัวเทียน เพื่อช่วยให้รถมอเตอร์ไซค์สามารถสัญจรได้ ความร่วมมือ : ร่วมมือกับ SCG ในการนำอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน และช่างต่างๆ เข้าไปในพื้นที่

    3. ระยะฟื้นฟู โดยเน้นที่การสร้างรายได้ และการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ ได้แก่

    1 ) มหกรรมธงฟ้าพิเศษ โดยเตรียมจัด มหกรรมธงฟ้า ที่มีลักษณะพิเศษ นอกเหนือจากการเน้นสินค้าอุปโภคบริโภค

    2)หน่วยเคลื่อนที่ (Mobile Unit) : จัดหน่วยเคลื่อนที่เข้าไปยังจุดที่ประชาชนไม่สะดวกเดินทางมายังจุดแสดงสินค้าธงฟ้า

    3)สนับสนุนแฟรนไชส์ โดยนำผู้ประกอบการแฟรนไชส์ลงไปในพื้นที่เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และอาชีพ กระทรวงพาณิชย์จะประสานกับกระทรวงการคลัง และ สสว. เพื่อช่วยสนับสนุนเงินในส่วนของค่าแฟรนไชส์บางส่วน

    4) การเข้าถึงแหล่งทุน และอำนวยความสะดวก : กรมพัฒนาธุรกิจการค้าทำงานร่วมกับ SMED Bank เพื่อให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กเข้าถึงแหล่งทุน พร้อมทั้งให้ความสะดวก และรวดเร็วในการขอใบรับรอง การจดทะเบียนบริษัท และใบอนุญาตต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการกลับมาทำการค้าได้รวดเร็ว

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1210102&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3eWtHNz33SFkvDjEhb1Jhe

  • ขออภัย ไม่พบข้อมูลที่คุณต้องการ

    ขออภัย ไม่พบข้อมูลที่คุณต้องการ

    ขออภัย ไม่พบข้อมูลที่ท่านต้องการ

    ขออภัย
    ไม่พบข้อมูลที่ท่านต้องการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.set.or.th/th/market/news-and-alert/newsdetails%3Fid%3D100345301%26symbol%3DSET&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16QkzC3UV0-cuKK8JMMR7i

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานการประชุมแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 27 – กระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานการประชุมแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 27 – กระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานการประชุมแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 27

    วันที่นำเข้าข้อมูล 1 ธ.ค. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 1 ธ.ค. 2568

    | 38 view

    เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานการประชุมแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 27 โดยไทยเป็นเจ้าภาพจัดที่กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดหลัก “ส่งเสริมการเติบโตที่ครอบคลุม การพัฒนาที่สมดุล และความเจริญรุ่งเรืองผ่านการบูรณาการรัฐบาลท้องถิ่นและภาคเอกชนในภูมิภาค GMS”

    ไทยเสนอประเด็นยุทธศาสตร์ 3 ด้านในการขับเคลื่อน GMS ได้แก่ (1) การรับมือกับความท้าทายเร่งด่วนในอนุภูมิภาค อาทิ อาชญากรรมข้ามชาติ คุณภาพน้ำและการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงมลพิษข้ามพรมแดน (2) การส่งเสริมความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ ผ่านการดําเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดน (Cross Border Transport Facilitation Agreement: CBTA) และ (3) การส่งเสริมความสอดประสานระหว่าง GMS กับกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง อาทิ ACMECS และ MLC ตลอดจนกรอบความร่วมมืออื่น ๆ อาทิ IMT-GT และ BIMSTEC

    รัฐมนตรีฯ ยังได้เป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีแผนงาน GMS อย่างไม่เป็นทางการ (Ministerial Retreat) ก่อนการประชุมระดับรัฐมนตรีฯ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนและรัฐบาลท้องถิ่นในการขับเคลื่อนการเติบโตผ่านโครงการของ GMS การระดมทุน และการส่งเสริมนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุมในภูมิภาค

    อนึ่ง แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เป็นความร่วมมือของประเทศริมฝั่งแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีนตอนใต้ (มณฑลยูนนานและเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง) สปป.ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 โดยมีธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) เป็นสำนักเลขาธิการ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค ทั้งนี้ GMS มีสาขาความร่วมมือทั้งสิ้น 10 สาขา ได้แก่ คมนาคมขนส่ง โทรคมนาคม พลังงาน การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข อำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุน การเกษตร และการพัฒนาเมือง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/fm-chairs-27th-ministerial-con-gms-th%3Fpage%3D5d5bd3cc15e39c306002a9e9%26menu%3D5d5bd3cc15e39c306002a9ea&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UqMbrIH7t1-WgcEpaovly

  • “เอกนิติ” ชง ครม. เศรษฐกิจ ให้แบงก์พาณิชย์ พักต้น ลดดอก พยุงเศรษฐกิจภาคใต้

    “เอกนิติ” ชง ครม. เศรษฐกิจ ให้แบงก์พาณิชย์ พักต้น ลดดอก พยุงเศรษฐกิจภาคใต้

    วินทร์ กุมภเศรษฐ์ เผยแพร่เมื่อ : 1 ธ.ค. 2568, 13:21 1

    วันนี้(1 ธ.ค. 68) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “คู่หูเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน” (Fiscal-Monetary Synergy in Sight)โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นภาคใต้หลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่หาดใหญ่ส่งผลให้กระทบเศรษฐกิจแมคโครโดยเฉพาะชีวิตคน ส่วนในแง่ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ใหญ่ของยังไม่กระทบมาก สิ่งที่ต้องเร่งทำวันนี้คือการเยียวยาชีวิตคนและเร่งฟื้นฟู

    อย่างไรก็ดีการประชุมคณะกรรมนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) บ่ายวันนี้กระทรวงการคลังเตรียมเสนอนโยบายเพื่อเต็มออกซิเจน โดยให้ธนาคารพาณิชย์พักเงินต้น และลดดอกเบี้ย โดยเชิญคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)  สมาคมธนาคารไทย เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเสริมสภาพคล่องในด้านค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น อัตราดอกเบี้ย 0%

    “วันนี้ต้องเอาเรื่องช่วยเยียวยาเพื่อเติมออกซิเจน ให้ความสำคัญกับชีวิตคนก่อน ต้องช่วยฟื้นฟูธุรกิจและชีวิตคนก่อน”

    ส่วน โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 รอดูก่อนว่าจะใช้งบประมาณจากแหล่งใด เพราะงบประมาณกลางจากปี 2569 จะต้องนำมาช่วยน้ำท่วม ซึ่งต้องขอดูภาพรวมก่อน 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ejan.co/economics/g80clgc4ces&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SiDYlRbSGqBYmbg7GTwRd

  • “นฤมล” นำทีมศธ.สำรวจความเสียหาย โรงเรียนหาดใหญ่ เตรียมเสนอครม.อนุมัติงบฯฟื้นฟู บรรเทาเดือดร้อน เห็นสภาพจริงความสียหาย อนุโลมเด็กไม่ต้องใส่ชุดนักเรียน | TOPNEWS

    “นฤมล” นำทีมศธ.สำรวจความเสียหาย โรงเรียนหาดใหญ่ เตรียมเสนอครม.อนุมัติงบฯฟื้นฟู บรรเทาเดือดร้อน เห็นสภาพจริงความสียหาย อนุโลมเด็กไม่ต้องใส่ชุดนักเรียน | TOPNEWS

    1 ธันวาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจสภาพความเสียหายบริเวณวงเวียนสายสงขลา–หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย พร้อมเปิดเผยภายหลังการตรวจพื้นที่ว่า กระทรวงศึกษาธิการได้เร่งติดตามข้อมูลความเสียหายของสถานศึกษาในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เพื่อพิจารณาใช้กองทุนช่วยเหลือครู บุคลากร และสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ

    รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ตอนนี้โรงเรียนทุกแห่งเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยครู ผู้ปกครอง และหน่วยงานในพื้นที่ร่วมมือกันทำความสะอาด ขนย้ายโคลนและสิ่งสกปรกออกจากอาคารเรียน เช่น โรงเรียนบ้านคลองหวะ ได้ทีมตำรวจกว่าร้อยนาย พร้อมอุปกรณ์มาช่วยล้างโคลนจนพื้นที่เริ่มกลับมาใช้งานได้บางส่วน

    “ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเก็บกู้รอบที่สอง เร่งฟื้นฟูอาคาร อุปกรณ์การเรียน และระบบสาธารณูปโภค เพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาเปิดเรียนได้โดยเร็วที่สุด โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกกระทรวง เร่งสำรวจความเสียหาย และส่งข้อมูลไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อนำเข้าที่ประชุม ครม.อนุมัติงบประมาณฟื้นฟูโดยด่วน“ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ส่วนการจัดการเรียนการสอนในช่วงที่โรงเรียนยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ รมว.ศึกษาธิการ ระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีระบบรองรับ เช่น การสอนออนไลน์หรือรูปแบบผสมผสาน แต่ยอมรับว่า มีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และความพร้อมของนักเรียนในหลายพื้นที่ จึงเน้นให้พื้นที่ประเมินสถานการณ์เป็นรายพื้นที่ ขณะที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวจากเดิมที่มีผู้อยู่อาศัยกว่า 7,000 คน ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 200 คนแล้ว หลังระดับน้ำลดและประชาชนทยอยกลับบ้าน

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งสำรวจความเสียหาย ฟื้นฟูโรงเรียน และประสานทุกหน่วยงานเพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้ได้เร็วที่สุด พร้อมให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือครู บุคลากร และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง โดยนักเรียนที่จะเดินทางมาเรียน ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดนักเรียน เพราะบางคนชุดนักเรียนเสียหายทั้งหมด ดังนั้น จึงได้เน้นย้ำแล้วว่า จะใส่ชุดอะไรมาเรียนก็ได้ เอาตามที่ผู้ปกครองสะดวก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1409917&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wlcL1r6PDYRgD_83QIU_Y

  • ‘อนุทิน’ มอบนโยบายจัดทำงบปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน รับมือความเสี่ยง 4 ด้าน

    ‘อนุทิน’ มอบนโยบายจัดทำงบปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน รับมือความเสี่ยง 4 ด้าน

    เศรษฐกิจ

    01 ธ.ค. 2025 เวลา 11:39 น.

    “อนุทิน” มอบนโยบายจัดทำงบปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน ตอบโจทย์แก้ปัญหา 4 ภัยที่ประเทศต้องเผชิญหน้าทั้งภัยเศรษฐกิจ ภัยความมั่นคง ภัยสังคม และภัยธรรมชาติ ย้ำลดขาดดุล–คุมหนี้สาธารณะไม่เกิน 70% แนะใช้แหล่งเงินตามกฎหมายที่นอกเหนือจากงบประมาณช่วยลงทุน เช่น PPP เงินสะสมส่วนท้องถิ่น

    • “อนุทิน” มอบนโยบายจัดทำงบปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน
    • มุ่งตอบโจทย์แก้ปัญหา 4 ภัยที่ประเทศต้องเผชิญหน้าทั้งภัยเศรษฐกิจ ภัยความมั่นคง ภัยสังคม และภัยธรรมชาติ
    • ย้ำลดขาดดุล–คุมหนี้สาธารณะไม่เกิน 70%
    • แนะใช้แหล่งเงินตามกฎหมายที่นอกเหนือจากงบประมาณช่วยลงทุน เช่น PPP กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเงินสะสมองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

    วันนี้ (1 ธ.ค.68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยมีนายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวรายงานและเปิดการประชุม

    นายอนันต์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 โดยให้ดำเนินการภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนด้านความมั่นคง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตลอดจนแผนปฏิบัติราชการของแต่ละกระทรวง และให้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดสรรงบประมาณ มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วน สร้างโอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคำนึงถึง การใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส คุ้มค่า และประหยัดที่สุด โดยเน้นการจัดสรรงบประมาณแบบมุ่งพื้นที่ (area-based) ให้ตรงกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ พร้อมกำหนดให้ทุกหน่วยงานจัดทำคำของบประมาณ และแผนการใช้จ่ายงบปี 2570 ส่งสำนักงบประมาณภายในวันที่ 26 ธันวาคม 

    ด้านนายอนุทิน กล่าวมอบนโยบายว่า งบประมาณปี 2570 เป็นปีที่ประเทศไทยต้องเผชิญความท้าทายพร้อมกันหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเข้าสู่สังคมสูงวัย ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้รัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการป้องกันภัยพิบัติ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งต้องเร่งปรับระบบราชการให้ทันสมัย ใช้ดิจิทัล และเทคโนโลยีมาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

    “งบปี 2570 จะต้องตอบโจทย์ให้ครบ สร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ การดูแลสังคม และการรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด นายอนุทิน กล่าว พร้อมย้ำว่ารัฐบาลกำหนดนโยบายการคลังตามแผนการคลังระยะปานกลาง ปี 2570–2573 แม้งบประมาณปี 2570 ยังเป็นงบแบบขาดดุล แต่รัฐบาลมีเป้าหมายลดการขาดดุลลงต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เป็นภาระในอนาคต และรักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม”

    สำหรับในด้านความมั่นคง นายอนุทิน กล่าวชัดถึงกรณีข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเอ่ยชื่อ “กัมพูชา” โดยตรง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะยึดแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาควบคู่กับการปกป้องอธิปไตย และเกียรติภูมิของชาติอย่างถึงที่สุด พร้อมยืนยันให้การสนับสนุนกองทัพ หน่วยงานความมั่นคง และฝ่ายปกครองอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และผลประโยชน์ของประเทศ

    ทั้งนี้ ครม.ได้อนุมัติแผนการคลังระยะปานกลาง กำหนดเป้าหมายปรับลดการขาดดุลงบประมาณไม่เกิน 3% ของจีดีพีภายในปีงบประมาณ 2572 และคงสัดส่วนหนี้สาธารณะไม่เกิน 70% ของจีดีพี ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนเพียงเล็กน้อย ขณะที่รายจ่ายประจำยังมีสัดส่วนสูงถึง 70–80% ของรายจ่ายรวม ทำให้มีพื้นที่สำหรับรายจ่ายลงทุนจำกัด

    นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้ทุกหน่วยงาน ของบประมาณเท่าที่จำเป็นจริงๆ โดยให้ระมัดระวังการเพิ่มรายจ่ายประจำ และหากจะเพิ่มควรเป็นรายจ่ายลงทุนที่สร้างสินทรัพย์หรือโครงสร้างพื้นฐานถาวร มากกว่ารายจ่ายที่ใช้แล้วหายไป พร้อมย้ำแนวคิด “value for money” ว่า “การใช้จ่ายงบประมาณทุกบาทต้องคุ้มค่าเงินภาษีประชาชน ใช้ไปแล้วต้องเห็นผลลัพธ์ตอบสนองกลับมาอย่างเป็นรูปธรรม

    นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลจัดกลุ่มนโยบายหลักเพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาประเทศออกเป็น 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) ด้านเศรษฐกิจ 2) ด้านความมั่นคง 3) ด้านสังคม 4) ด้านภัยธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม  5) ด้านการบริหารภาครัฐ และการปฏิรูปกฎหมาย ควบคู่กับกรอบคิด “4 ภัย” ที่รัฐบาลต้องเร่งรับมือ คือ ภัยเศรษฐกิจ ภัยความมั่นคง ภัยสังคม และภัยธรรมชาติ โดยให้งบประมาณปี 2570 ต้องช่วยให้ประเทศ “เดินพ้น 4 ภัย” ไปให้ได้เร็วที่สุด

    'อนุทิน' มอบนโยบายจัดทำงบปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน รับมือความเสี่ยง 4 ด้าน

    “ในช่วงที่รัฐบาลของผมได้เข้ามาบริหารประเทศนั้น ผมอยากจะนามสกุล ‘หลีกภัย’ แต่ผมกลายเป็นนามสกุล ‘เจอภัย’ เจอเข้าไป 4 ภัยเลย ก็คือ ภัยเศรษฐกิจ ภัยความมั่นคง ภัยสังคม และภัยธรรมชาติ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

    สำหรับในด้านเศรษฐกิจ นายกฯ ระบุว่า รัฐบาลดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นควบคู่กับการวางรากฐานระยะยาว ตามแนวทางของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส โดยมาตรการระยะสั้นที่ผ่านมา เช่น การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการ คนละครึ่งพลัส โครงการ เที่ยวดีมีคืน และการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานรัฐ ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท พร้อมกับมาตรการลดภาระหนี้ครัวเรือน เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ และเสริมสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี

    ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเร่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยบนเส้นทาง “เศรษฐกิจสีเขียว” และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ดิจิทัล AI ดาต้าเซนเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมสีเขียวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน และไม่ให้สินค้าไทยติดข้อจำกัดด้านมาตรการการค้าสีเขียวของต่างประเทศ

    ด้านเกษตร รัฐบาลจะบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับเหมาะสม ยกระดับเกษตรกรให้เป็น “เกษตรกรยุคใหม่” ที่ผลิตสินค้าโดยคำนึงถึงมาตรฐานสิ่งแวดล้อม รองรับเกณฑ์ส่งออกในตลาดโลก ส่วนด้านการท่องเที่ยว รัฐบาลจะใช้ศักยภาพการท่องเที่ยวเป็น “เครื่องยนต์สำคัญ” ในการสร้างรายได้ โดยผลักดันให้การท่องเที่ยวกระจายตัวไปทั่วประเทศ เน้นแนวคิด “เมืองหน้าท่องเที่ยว” ให้ทุกจังหวัดงัดจุดเด่น วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของตนเองออกมาดึงดูดนักท่องเที่ยว

    ในด้านการต่างประเทศ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเร่งเดินหน้าเจรจาเพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามการค้า และความเปลี่ยนแปลงในภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี 2573 เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และดึงดูดการลงทุนจากประเทศคู่ค้า และประชาคมระหว่างประเทศมากขึ้น

    ในด้านความมั่นคง นายอนุทิน กล่าวชัดถึงกรณีข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเอ่ยชื่อ “กัมพูชา” โดยตรง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะยึดแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาควบคู่กับการปกป้องอธิปไตย และเกียรติภูมิของชาติอย่างถึงที่สุด พร้อมยืนยันให้การสนับสนุนกองทัพ หน่วยงานความมั่นคง และฝ่ายปกครองอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และผลประโยชน์ของประเทศ

    ด้านสังคม รัฐบาลกำหนดให้การปราบปรามสแกมเมอร์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี การพนันผิดกฎหมาย ยาเสพติด และขบวนการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเป็น “วาระสำคัญ” ของรัฐบาล พร้อมยืนยันว่าจะยึดหลักนิติธรรม และความโปร่งใส ไม่ให้ผลประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้องมาบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน

    ในด้านภัยธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยเผชิญภัยพิบัติรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอุทกภัยในหลายจังหวัด เช่น พื้นที่หาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก รัฐบาลจึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งเยียวยาอย่างครอบคลุม และทั่วถึง ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนเร็วที่สุด พร้อมฝากทุกกระทรวง–หน่วยงาน หากมีการจัดอบรม สัมมนา หรือประชุมเชิงปฏิบัติการ ให้พิจารณาเลือกจัดในจังหวัดที่ประสบภัย เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนเข้าไปฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น

    นายกฯ ยังชี้ให้เห็นปัญหาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอดีตที่มุ่งความสะดวกด้านคมนาคมจนลืมคำนึงถึงเส้นทางน้ำ ทำให้บางพื้นที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มขึ้น พร้อมระบุว่ารัฐบาลจะเร่งปรับปรุงกฎหมาย และกฎระเบียบด้านการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถประกาศเขตภัยพิบัติได้ “ก่อนภัยจะเกิด” เมื่อมีสัญญาณหรือข้อมูลเตือนล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วจึงดำเนินการ

    ด้านสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ด้วยการลดการเผาในภาคเกษตร ส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานทดแทนรูปแบบต่างๆ และการจัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่มีมาตรฐานสากล “แม้ปี 2593 หลายคนในห้องนี้อาจไม่ได้อยู่ในวัยทำงานแล้ว แต่เราต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตของลูกหลาน และประเทศ” นายอนุทิน กล่าว

    ในด้านการบริหารภาครัฐ และการปฏิรูปกฎหมาย รัฐบาลมุ่งสู่การเป็น “รัฐบาลดิจิทัล” ให้บริการประชาชนอย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น ควบคู่กับการเร่ง “regulation guillotine” ทบทวน ยกเลิก หรือปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อประชาชน และภาคธุรกิจ เพื่อให้การดำเนินงานของรัฐทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

    นายอนุทิน ระบุว่า นอกเหนือจาก 5 ด้านนโยบายหลักแล้ว รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ “การวางรากฐานของประเทศ” โดยเฉพาะรากฐานสำคัญที่สุดคือ “คนไทยคุณภาพ” ต้องเร่งพัฒนาศักยภาพคนไทยทุกช่วงวัย ผ่านการปฏิรูปการศึกษาให้เป็น “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ไม่จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน และต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถอัปสกิล–รีสกิลได้ตลอดเวลา เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทั้งด้านคุณภาพการศึกษา มาตรฐานสถานศึกษา และโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้

    ในระบบสุขภาพ นายกฯ ย้ำว่า ประเทศไทยได้รับการชื่นชมจากนานาชาติในเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่รัฐบาลยังต้องเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพบริการ เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการปฐมภูมิ ใช้เทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวก เน้นการดูแลสุขภาพเชิงรุก ป้องกัน และจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่าการลงทุนด้านส่งเสริมสุขภาพ “ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง” แต่เป็นการลดค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยต้องดูแลคนไทยตั้งแต่ “ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน”

    ด้านโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลจะผลักดันการลงทุนระบบคมนาคม และโลจิสติกส์ทั้งทางอากาศ ทางราง ทางถนน และทางน้ำ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทดแทน การประหยัดพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลคุณภาพสูง เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ทั่วถึง

    นายอนุทิน กล่าวว่า แนวนโยบาย และยุทธศาสตร์ดังกล่าวถูกแปลงเป็น “ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ” ปี 2570 อย่างเป็นระบบ ให้เป็น “Pro–Growth Budget Initiative” ที่ทั้งรักษาเสถียรภาพการคลัง และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยสำนักงบประมาณ และรัฐบาลจะร่วมกันพิจารณางบประมาณอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกโครงการตอบโจทย์การแก้ปัญหา 4 ภัย และการพัฒนาประเทศในระยะยาว

    ทั้งนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานใช้งบประมาณแหล่งอื่นควบคู่กับงบประมาณแผ่นดินตามที่กฎหมายอนุญาต เช่น เงินกู้ โครงการร่วมลงทุนรัฐ–เอกชน (PPP) และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) รวมทั้งให้หน่วยงานที่มีเงินนอกงบประมาณ หรือรายได้สะสม นำเงินดังกล่าวมาใช้ดำเนินภารกิจก่อน เพื่อลดภาระงบประมาณในอนาคต

    นายอนุทิน ย้ำว่า รัฐบาลจะยึดหลักการทำงานที่พิทักษ์สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และบริหารราชการแผ่นดินบนหลักนิติธรรม และธรรมาภิบาล พร้อมฝากถึงข้าราชการทุกฝ่ายว่า “เราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องร่วมมือกันทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน” พร้อมขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อไม่ให้ประเทศต้องเผชิญวิกฤติการเงินการคลังในอนาคต

    หลังเสร็จสิ้นการมอบนโยบาย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณได้มอบของที่ระลึกแด่นายกรัฐมนตรี ก่อนเข้าสู่ช่วงการชี้แจงรายละเอียดเชิงเทคนิคด้านการจัดทำงบประมาณปี 2570 และการแบ่งกลุ่มหารือเชิงลึกเพื่อให้แต่ละหน่วยงานนำแนวนโยบายที่ได้รับไปปรับใช้ในการจัดทำคำของบประมาณต่อไป

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์   ศิลาวงษ์  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1210027&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1a2rh_NbSUKI4ZMf-NTy-C

  • กษัตริย์กัมพูชา แต่งตั้ง สมเด็จฮุน เซน รักษาการประมุขแห่งรัฐ

    กษัตริย์กัมพูชา แต่งตั้ง สมเด็จฮุน เซน รักษาการประมุขแห่งรัฐ

    กษัตริย์กัมพูชา แต่งตั้ง สมเด็จฮุน เซน รักษาการประมุขแห่งรัฐ

    วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.16 น.

    1 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวขแมร์ ไทม์ส รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา เสด็จออกจากกรุงพนมเปญเมื่อวันนี้ เวลา 09.00 น.  เพื่อไปปฏิบัติภารกิจเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อทรงเข้าร่วมการประชุมที่สถาบันวิทยาศาสตร์ 

    พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา ระองค์ได้ทรงแจ้งให้สาธารณชนทราบว่าในระหว่างที่พระองค์ประทับในต่างประเทศ ประธานวุฒิสภา ฮุน เซน จะทำหน้าที่รักษาการประมุขแห่งรัฐแทนพระองค์ 

    ระหว่างที่ประทับอยู่กรุงปารีส พระองค์ยังมีกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสถาบันทางวัฒนธรรมและวิชาการหลายแห่ง รวมถึงห้องสมุด ร้านขายดีวีดี เจดีย์เขมร (วัดเขมาราราม) ห้องสมุดมหาวิทยาลัยและอารยธรรม BULAC ตลอดจนที่ประทับของราชวงศ์กัมพูชาที่เพิ่งสถาปนาขึ้นใหม่ในปารีส 

    สถาบันวิทยาศาสตร์เอาเทรอ-แมร์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2465 โดยปอล บูร์ดารี เป็นสมาคมนักวิชาการที่อุทิศตนเพื่อการศึกษาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของแอฟริกา ละตินอเมริกา เอเชีย และโอเชียเนีย เดิมทีสถาบันนี้ใช้ชื่อว่า “สถาบันวิทยาศาสตร์อาณานิคม” ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2500 เพื่อสะท้อนถึงพันธกิจที่กว้างขึ้น

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    'กษัตริย์กัมพูชา'เสด็จไปจีน ตั้ง'ฮุนเซน' เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/931715&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MqGKIGBC8FHpzzX5JA_Rw

  • วิ่ง เดิน ปั่น ปีนเขา ท่ามกลางธรรมชาติยิ่งใหญ่นิวซีแลนด์

    วิ่ง เดิน ปั่น ปีนเขา ท่ามกลางธรรมชาติยิ่งใหญ่นิวซีแลนด์

    การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ (Tourism New Zealand) เชิญชวนนักเดินทางมาสัมผัสพลังใหม่ ความหมายใหม่ และความเชื่อมโยงในรูปแบบใหม่ผ่านภูมิประเทศอันน่าทึ่งและประสบการณ์ผจญภัยเชิงแอคทีฟระดับเวิลด์คลาส ตอบรับเทรนด์การท่องเที่ยวในยุคผู้คนมองหาพลังจากธรรมชาติและสุขภาพมากเป็นพิเศษ โดยนำเสนอความโดดเด่นของนิวซีแลนด์ในฐานะจุดหมายปลายทางในแบบ “ Active Escapes” เติมพลังชีวิตด้วยทริปกิจกรรมแนวแอคทีฟที่ทุกการเดินทางจุดประกายการค้นพบ และทุกเส้นทางนำพาสู่ตัวตนที่สมบูรณ์แบบ

    ทั่วประเทศนิวซีแลนด์ มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติ และเส้นทางเดินป่าให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจกว่า 1,555 เส้นทาง รวมถึง 11 เส้นทางเดินป่า Great Walks อันโด่งดัง และ 23 เส้นทางปั่นจักรยาน Great Rides ที่พาดผ่านชายฝั่งธรรมชาติ ป่าดึกดำบรรพ์ หุบเขาไฟโบราณ และเทือกเขาอันสูงตระหง่าน ไม่ว่าจะร่วมงานวิ่งระดับโลก ปั่นจักรยานชมไร่องุ่น หรือเดินเล่นในยามเช้า นักท่องเที่ยวสามารถเลือกจังหวะการเดินทางของตนเอง ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมและความงดงามของธรรมชาติ

    ในปัจจุบัน นักเดินทางมองหาจุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์ที่มีความหมาย แอคทีฟมีชีวิตชีวา และดีต่อสุขภาพ ทั้งยังเป็นการปลุกพลังความท้าทายและเติมพลังให้กับชีวิต โดยพบว่า 94% ของนักเดินทางในปัจจุบันเติมเต็มทริปด้วยกิจกรรมและการดูแลตัวเอง (ที่มา: Virtuoso Luxe Report 2024) 77% ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ใช่มากกว่าค่าใช้จ่าย โดมองหาการผจญภัยในแบบที่ “เปลี่ยนแปลงตัวเอง และเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต” (ที่มา: Amex 2024) 60% วางแผนทริปโดยการตั้งโจทย์จากกิจกรรมบันเทิงและกีฬา เช่นการวิ่ง ปั่นจักรยาน และเดิน (ที่มา: Amex 2025) 70% ของคนรุ่นมิลเลนเนียลและเจน Z มองว่าการเดินทางนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า การปั่นจักรยาน หรือการเดิน มีความสำคัญพอๆ กับจุดหมายปลายทาง (ที่มา: Travel Weekly 2025)

    ทั้งนี้ ด้วยเส้นทางอันหลากหลาย เรื่องราววัฒนธรรมทรงคุณค่า และทิวทัศน์งดงามตระการตา นิวซีแลนด์จึงเป็นจุดหมายที่มอบความลงตัวระหว่างพลังกาย ธรรมชาติ และความหมายที่เติมเต็มชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบสัมผัสประสบการณ์งานวิ่งระดับเวิลด์คลาส ที่มีให้เลือกเข้าร่วมได้ทั้งปี

    เส้นทางเทรลต่าง ๆ ในนิวซีแลนด์ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ ครอบครัว ไปจนถึงนักผจญภัยมากประสบการณ์ มีทั้งเส้นทางเดินเลียบชายฝั่ง วงรอบทะเลสาบ และเส้นทางปั่นจักรยานสำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งล้วนเข้าถึงง่ายและเหมาะสำหรับทุกวัย โดยสำหรับผู้ที่ต้องการความท้าทายในระดับปานกลาง สามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมเดินป่าแบบครึ่งวัน เส้นทางเทรลผ่านไร่องุ่น และเส้นทางป่าไม้ได้อย่างเต็มที่ ขณะที่นักวิ่งและนักเดินป่าที่มีประสบการณ์ ยังสามารถเลือกออกผจญภัยกับเส้นทางเดินป่าแบบหลายวัน รวมถึงการแข่งขันเทรลที่มีความยากและท้าทาย ซึ่งพร้อมมอบประสบการณ์และความสำเร็จอันน่าจดจำท่ามกลางภูมิทัศน์อันงดงามตระการตา

    ทุกเส้นทางในนิวซีแลนด์จะมีป้ายบอกทางชัดเจนและได้รับการดูแลอย่างดี เหมาะสำหรับนักเดินทางคนเดียว กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวหลายช่วงวัย นักเดินทางสามารถเลือกสัมผัสประสบการณ์แบบมีไกด์เพื่อเรียนรู้เรื่องราววัฒนธรรมและธรรมชาติ หรือเลือกเดินทางอิสระตามจังหวะของตนเอง ทริปท่องเที่ยวพร้อมประสบการณ์แบบ Active Escapes ในนิวซีแลนด์จึงตอบโจทย์ทุกคน ตั้งแต่ครอบครัวที่อยากเดินเล่นเพลิน ๆ ผู้เริ่มต้นที่ตั้งเป้าหมายวิ่ง 10 กม. ครั้งแรก ไปจนถึงนักกีฬาที่มุ่งคว้าสถิติใหม่ให้กับตัวเอง

    สำหรับปฏิทินงานวิ่งของนิวซีแลนด์นั้นดึงดูดทั้งนักกีฬาชั้นนำ นักวิ่งหน้าใหม่ และผู้สนใจเข้าร่วมครั้งแรกจากทั่วโลก โดยไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ Hawke’s Bay Marathon16 พฤษภาคม 2569 การแข่งขัน ASICS Hawke’s Bay Marathon ซึ่งจัดขึ้นในภูมิภาคอาหารและไวน์ที่มีชื่อเสียงของนิวซีแลนด์ นักวิ่งจะได้สัมผัสเส้นทางผ่านไร่องุ่น สวนผลไม้ ชายฝั่ง และถนนชนบทที่เงียบสงบ โดยเส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางเรียบ และมีทิวทัศน์ที่สวยงามตลอดเส้นทาง มีระยะให้เลือกตั้งแต่มาราธอนเต็มรูปแบบจนถึงการวิ่งสำหรับเด็ก เหมาะกับทุกช่วงอายุและทุกระดับความสามารถ โดยการแข่งขันปิดท้ายที่ Elephant Hill Estate & Winery อันโด่งดัง พร้อมการฉลองเส้นชัยแบบเฟสติวัลที่มีทั้งกิจกรรมบันเทิง อาหารท้องถิ่น และไวน์ที่ชนะรางวัล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เฉลิมฉลองวันสุดพิเศษอย่างสมบูรณ์แบบ โดย Hawke’s Bay Marathon เปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อสัมผัสประสบการณ์วิ่งท่ามกลางแหล่งอาหารและไวน์ชื่อดังของนิวซีแลนด์แล้ววันนี้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่นี่

    Race Tekapo  19 กันยายน 2569 ท่ามกลางความงดงามของทะเลสาบเทคาโป งานวิ่งในจุดหมายปลายทางแห่งนี้จะนำนักท่องเที่ยวสัมผัสวิวทะเลสาบและเทือกเขาอันโดดเด่น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้สัมผัสพื้นที่ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ความมืดของท้องฟ้า (International Dark Sky Reserve) ที่ขึ้นชื่อระดับโลก ด้วยตัวเลือกสำหรับกิจกรรมวิ่งถึงเจ็ดระยะทาง ผู้หลงใหลการวิ่งเทรลทุกระดับสามารถเลือกความท้าทายที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างลงตัว ร่วมสัมผัสบรรยากาศวันแข่งขันสุดคึกคัก ก่อนผ่อนคลายในบ่อน้ำแร่ หรือออกสำรวจยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ เพื่อปิดท้ายทริปสายแอคทีฟอย่างสมบูรณ์แบบ โดยงานนี้กำลังเปิดรับสมัครนักวิ่งอยู่เช่นกัน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่นี่

    First Light Marathon Tairāwhiti Gisborne  มกราคม 2570 ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้ทักทายแสงแรกของโลกกับมาราธอนริมชายฝั่งสุดพิเศษรายการนี้ จัดขึ้นที่กิสบอร์น เมืองแรกของโลกที่ได้ทักทายพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใคร เส้นทางวิ่งพาดผ่านผืนดินเมารี แหล่งประวัติศาสตร์ เนินเขา ไร่องุ่นชาร์โดเนย์ชื่อดัง และทิวทัศน์อันงดงามของชายฝั่งแปซิฟิก ที่ซึ่งมรดกและเรื่องราวเมารีถักทออยู่ในทุกช่วงของประสบการณ์ เคียงคู่กับการต้อนรับแสนอบอุ่นในแบบ Tairāwhiti ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ยามอรุณที่ไม่อาจลืมเลือน

    กิจกรรมการแข่งวิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินกิจกรรมแนวแอคทีฟที่คึกคักตลอดทั้งปีโดยมีทั้งเส้นทาง Great Walks, Great Rides และเส้นทางเดินระยะสั้นนับร้อยเส้นทางที่เหมาะกับทุกระดับความพร้อมของร่างกาย ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ทั้งการเดินทางแบบมีไกด์ที่เติมเต็มประสบการณ์ด้วยเรื่องเล่าวัฒนธรรม ไปจนถึงการผจญภัยแบบอิสระสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและจังหวะการเดินทางในแบบของตัวเอง ค้นพบรายการกิจกรรมและประสบการณ์การวิ่ง เดินชมธรรมชาติ เดินป่า และปั่นจักรยานระดับเวิลด์คลาสทั่วนิวซีแลนด์ได้ที่ www.newzealand.com/int/campaign/active-escapes/

    ทุกการผจญภัยแบบแอคทีฟในนิวซีแลนด์ล้วนผสานกิจกรรมผ่อนคลายที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้ฟื้นฟูไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการแช่น้ำพุร้อน การดูดาวใต้ท้องฟ้าที่มืดที่สุดในโลก การลิ้มลองอาหารท้องถิ่นอัน การเยี่ยมชมไร่องุ่นระดับโลก หรือการสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมเมารีที่มอบความเข้าใจในรากฐานแห่งชีวิต โดยผู้ที่ต้องการช่วงเวลาแห่งความสงบ สามารถเติมเต็มวันของการวิ่ง เดินป่า หรือปั่นจักรยาน ด้วยกิจกรรมฟื้นฟูที่ช่วยสร้างสมดุลได้อย่างพอดี

    นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนทริปเดินทางที่เติมเต็มทั้งพลังกายและพลังใจด้วยกิจกรรมแนวแอคทีฟได้ที่ www.newzealand.com/int/campaign/plan-your-100/

    ที่นิวซีแลนด์ ทุกการเดินทางคือโอกาสในการเชื่อมโยงกับประสาทสัมผัส ตัวตนภายใน และโลกโดยรอบ เป็นจุดหมายที่ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความหมาย และที่ซึ่งธรรมชาติจะค่อย ๆ นำผู้มาเยือนไปสู่ความกระจ่างชัดภายในใจ ความสงบ และโอกาสใหม่ ๆ ช่วยเติมเต็มศักยภาพตนเองได้อย่างเต็มที่ 100% การผจญภัยรออยู่ที่นิวซีแลนด์ ออกค้นหาเส้นทางที่เติมพลังและขับเคลื่อนทุกก้าวให้ไปข้างหน้า

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/tac/906705/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zotXOgM8rmYn9VhaMEkPE