Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • รุกดันแหล่งผลิตสินค้าGIเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

    รุกดันแหล่งผลิตสินค้าGIเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

    วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.10 น.

    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) เป็นผู้แทนกรมฯ หารือกับนายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะ เกี่ยวกับความร่วมมือในการจัดทำแผนพัฒนาแหล่งผลิตสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวนวัตวิถี เพื่อยกระดับพื้นที่ๆมีศักยภาพให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สินค้า GI ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนในระยะยาว

    ทั้งนี้กรมฯและ ททท. มีเป้าหมายร่วมกันในการเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ชุมชน Plus” ของรัฐบาล ที่มุ่งสร้างไทยให้เป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคการท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง โดยสินค้า GI ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน และสามารถต่อยอดสร้างรายได้ในหลายมิติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหาร การอนุรักษ์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น และการเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ให้กับสินค้าชุมชน ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใหม่ นอกจากนี้ยังได้หารือแผนงานสนับสนุนการจัดกิจกรรมวิ่ง “Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” ใน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ระยอง ขอนแก่น นครศรีธรรมราช เพชรบุรี ระหว่างวันที่ 3 พฤษภาคม-26 มิถุนายน 2569  

    นายวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 256 รายการ ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ซึ่งสินค้า GI เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีความเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมในแหล่งผลิต เช่น ดิน น้ำ อากาศ ผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้เกิดสินค้าเฉพาะถิ่นที่มีคุณภาพและชื่อเสียง

    โดยการนำสินค้า GI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมวิ่งในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของชุมชน ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจให้แก่นักวิ่งและผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก ทั้งยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในพื้นที่ซึ่งนำมาสู่การการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การสร้างรายได้หมุนเวียนและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ผลิตสินค้า GI ได้อย่างเป็นรูปธรรม

    “ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน และมุ่งขยายขอบเขตความร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้แหล่งผลิตสินค้า GI กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยเตรียมความพร้อมให้ไทยกลายเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ธรรรมชาติ และวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล”นายวิโรจน์ กล่าว

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    532.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/962325&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SVbzXKIJ81sU-8DWCTNPy

  • รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยัน “ไทย” ไม่พร้อมจัดยูธโอลิมปิก 2030 เหตุขาดงบประมาณ

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยัน “ไทย” ไม่พร้อมจัดยูธโอลิมปิก 2030 เหตุขาดงบประมาณ

    โดย ดิถดนัย สิริประทีปสุข

    เขียนเมื่อ 05/05/2026 17:42 | อัพเดทล่าสุด 05/05/2026 17:42 146

    สืบเนื่องจากช่วงวันที่ 28-30 เมษายนที่ผ่านมา Mrs. Danka Hrbékova (นางดังก้า เออเบโกวา) สมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) และประธานคณะทำงาน Youth Olympic Games 2030 ได้เดินทางมาที่ประเทศไทย และลงพื้นที่ตรวจสนามแข่งขันในกรุงเทพมหานครและจังหวัดชลบุรี พร้อมแถลงสรุปความพร้อม หลังจากประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนโอลิมปิกเกมส์ 2030 หรือ ยูธ โอลิมปิก 2030 และได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 ชาติสุดท้าย ร่วมกับ ปารากวัย และชิลี ก่อนจะมีการย้ำว่ารัฐบาลไทยต้องมีการส่งหนังสือรับรองการสนับสนุน ภายใน 2 สัปดาห์

    ล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยความคืบหน้าประเด็นดังกล่าว หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งยอมรับว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินของประเทศในปัจจุบัน ไทยยังไม่มีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ

    “จากการที่รัฐบาลได้มีการหารือร่วมกันอย่างรอบคอบแล้ว ตอนนี้ด้วยสภาวะเศรษฐกิจเรายังต้องกู้เงินอยู่เลย แน่นอนด้วยสถานะการเงินของเรายังไม่พร้อมที่จะจัด เพราะการจัดการแข่งขันต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นก็จะต้องมีการแจ้งทางโอลิมปิกสากลไปว่าทางเรายังไม่พร้อมเรื่องงบประมาณจริงๆ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mainstand.co.th/th/news/9/article/25142&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1i5FgxegHG0vA1NvsA-SNE

  • W

    W

    Wookco แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวในรูปแบบ Impact-Linked Travel Gateway ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านนวัตกรรม ด้วยการเปิดใช้งานฟีเจอร์ “Wookco AI Assistant” ในเฟสแรกอย่างเป็นทางการ การอัปเกรดในครั้งนี้มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เพื่อขจัดปัญหาความยุ่งยากซับซ้อนในการค้นหาข้อมูลการเดินทางแบบเดิมๆ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในการเข้าถึงข้อมูลด้านความยั่งยืน (Sustainability) สำหรับนักเดินทางยุคใหม่ทั่วโลก

    Wookco ยกระดับอุตสาหกรรม Travel Tech เปิดตัว

    นวัตกรรมที่เกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้นำและการผสานเทคโนโลยีระดับสากล

    ความโดดเด่นของการพัฒนาในครั้งนี้ คือการที่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Wookco ได้ลงมือเป็นผู้ร่วมวางโครงสร้างทางเทคนิค (Architectural Design) และร่วมพัฒนาโปรแกรมด้วยตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งาน โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Nomad และนักเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ

    นอกจากนี้ Wookco ได้เลือกใช้โซลูชันจาก SiteSpeakAI ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI ชั้นนำระดับสากลเข้ามาเป็นกลไกหลักในการประมวลผล (Core Engine) ทำให้ AI Assistant ของ Wookco มีความสามารถในการสื่อสารที่เป็นธรรมชาติ เข้าใจบริบทการท่องเที่ยวที่ซับซ้อน และสามารถดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลพาร์ทเนอร์ที่ผ่านการตรวจสอบ (Verified Partners) มานำเสนอได้อย่างรวดเร็ว

    รายละเอียดการอัปเกรดและฟีเจอร์เด่นในเฟสแรก:

    1. AI-Powered Trip & Activity Discovery: นักเดินทางสามารถสอบถามและค้นหาทริปหรือกิจกรรมท่องเที่ยวได้ผ่านการแชทที่เป็นธรรมชาติ ระบบจะทำการวิเคราะห์ความต้องการและนำเสนอตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดจากฐานข้อมูลพาร์ทเนอร์ทั่วโลก ลดขั้นตอนการค้นหาข้อมูลแบบเดิมที่ต้องใช้เวลานาน
    2. Access to Sustainability Data: หนึ่งในเป้าหมายหลักคือการทำให้ข้อมูลด้านความยั่งยืนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น (Simplified Sustainability) โดย AI จะทำหน้าที่คัดกรองและให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบเชิงบวกของแต่ละทริป ช่วยให้นักเดินทางตัดสินใจเลือกสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู (Regenerative Tourism) ได้ทันที
    3. Founder-Led Integration: ด้วยการร่วมพัฒนาโดย CEO ทำให้ระบบ AI ถูกเชื่อมโยงเข้ากับระบบ Impact Loop ของ Wookco อย่างไร้รอยต่อ ทุกการแนะนำทริปจะคำนึงถึงการสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมตามพันธกิจหลักของแบรนด์
    4. Verified Partner Synergy: ระบบจะให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลจากพาร์ทเนอร์ที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแล้วเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจของผู้ใช้บริการ

    ก้าวต่อไปของ Wookco

    การเปิดตัวในเฟสแรกนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความเปลี่ยนแปลง Wookco มีแผนที่จะพัฒนาขีดความสามารถของ AI Assistant ในเฟสต่อๆ ไป เพื่อให้ครอบคลุมการวางแผนการเดินทางที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพื่อสร้างนิเวศการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ

    Wookco Team กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีที่สุดคือเทคโนโลยีที่ใช้งานง่ายและสร้างความหมายให้กับชีวิต การนำ AI เข้ามาในครั้งนี้จะช่วยให้การเดินทางเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป”

    นักเดินทางและพาร์ทเนอร์ที่สนใจ สามารถทดลองใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ Wookco.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieovrqfpwx9qs3cw7hao9cbwfc1cco7t&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30xd6qt29loyHHXhdHHKEx

  • สวนผลไม้ระยอง 2569 เปิดแล้ว ! อิ่มไม่อั้นกับทุเรียน มังคุด สดจากสวน

    สวนผลไม้ระยอง 2569 เปิดแล้ว ! อิ่มไม่อั้นกับทุเรียน มังคุด สดจากสวน

              สวนผลไม้ระยอง 2569 เปิดฤดูกาลให้อร่อยอีกครั้ง ไปอิ่มอร่อยกับผลไม้สดจากสวนแบบไม่อั้น ได้ทั้งกิน เที่ยว และพักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติสบาย ๆ 

              สวนผลไม้ระยอง 2569 กลับมาอีกครั้งกับฤดูกาลท่องเที่ยวสุดคึกคักที่หลายคนรอคอย ชวนออกไปสัมผัสประสบการณ์เที่ยวสวน ชิมผลไม้สด ๆ จากต้นแบบบุฟเฟต์ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด เงาะ หรือผลไม้ตามฤดูกาล เหมาะทั้งสายกิน สายเที่ยว และครอบครัวที่อยากหาทริปสั้น ๆ ได้ทั้งความอร่อย ความสนุก และการพักผ่อนในวันเดียว 

    เที่ยวสวนผลไม้ระยอง 2569

              ททท. สำนักงานระยอง ชวนเปิดฤดูกาลเที่ยวสวนผลไม้ระยอง 2569 สายกินห้ามพลาดกับ “Durian Rayong Road Trip” อิ่มอร่อยกับผลไม้สดจากสวน โดยเฉพาะทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ชื่อดังของเมืองระยอง พร้อมรับสิทธิพิเศษเมื่อเข้าสวนที่ร่วมโครงการ ช้อปผลไม้และของฝากครบตามเงื่อนไข รับส่วนลดสุดคุ้มทันที ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 15 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

    สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานระยอง

    สวนผลไม้ระยอง 2569

    สวนผลไม้ระยอง 2569

    1. สวนนิมิต

              สวนผลไม้และจำหน่ายผักผลไม้จากธรรมชาติ ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง และหญ้าหวาน ปลอดสารเคมี ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ได้มาตรฐาน GAP มั่นใจได้ทั้งความสด สะอาด และคุณภาพจากแหล่งปลูกโดยตรง 

    สวนนิมิต สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนนิมิต

    • ที่อยู่ : 74/9 หมู่ 4 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 
    • โทรศัพท์ : 09 4484 4175
    • เฟซบุ๊ก : สวนนิมิต

    2. วสช.กลุ่มเกษตรแปรรูปตำบลนาตาขวัญ

              ที่นี่มีทั้งผลไม้สดตามฤดูกาลและสินค้าแปรรูปจากชุมชนให้เลือกชิมเลือกซื้อ ได้ทั้งความอร่อยและสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นในบรรยากาศเป็นกันเอง 

    3. สวนวิเศษ

              อีกหนึ่งสวนผลไม้ระยองน่าแวะ มีผลไม้สดตามฤดูกาลให้ชิมแบบใกล้ชิด ทั้งทุเรียน มังคุด และเงาะ บรรยากาศสวนร่มรื่น เที่ยวเพลิน อิ่มอร่อยได้ในทริปเดียว 

    • ที่อยู่ : หมู่ 5 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
    • โทรศัท์ : 09 4464 2592, 08 1431 1986
    • เฟซบุ๊ก : ที่นี่สวนวิเศษฮิ

    4. สวนงามสุขโฮมสเตย์

              เต็มอิ่มทั้งที่กินและที่พัก มีผลไม้สดตามฤดูกาลให้ชิม พร้อมบรรยากาศโฮมสเตย์เรียบง่ายใกล้ธรรมชาติ 

    สวนผลไม้ สวนงามสุขโฮมสเตย์ สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนผลไม้ สวนงามสุขโฮมสเตย์

    5. สวนสละคุณประสงค์

              โดดเด่นเรื่องสละรสหวานฉ่ำ มีผลไม้ตามฤดูกาลให้ชิมแบบสดจากสวน บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะสำหรับแวะเที่ยวชิมผลไม้แบบใกล้ชิดธรรมชาติ

    สวนสละคุณประสงค์ สวนงามสุขโฮมสเตย์ สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สละลอยแก้วเพื่อเกษตร – สวนสละคุณประสงค์ Salacca Garden

    6. สวนเรือนแก้ว

              อิ่มหนำกับผลไม้สดตามฤดูกาลให้ชิมแบบใกล้ชิด ทั้งทุเรียน มังคุด และเงาะ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น เที่ยวสบาย อิ่มอร่อยได้ในสวนเดียว

    • ที่อยู่ : 4/2 หมู่ 6 ตำบลนาตาขวัญ อำภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
    • โทรศัพท์ : 08 0446 1562, 09 4516 1442
    • เฟซบุ๊ก : สวนเรือนแก้ว

    7. สวนวรินทร

              เต็มอิ่มกับทุเรียนคัดคุณภาพพร้อมผลไม้ตามฤดูกาลแบบจัดเต็ม ท่ามกลางบรรยากาศสวนร่มรื่นและเป็นกันเอง 

    สวนสละคุณประสงค์ สวนงามสุขโฮมสเตย์ สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนวรินทร

    • ที่อยู่ : 50/4 หมู่ 3 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
    • โทรศัพท์ : 09 2959 6462, 06 3429 4164
    • เฟซบุ๊ก : สวนวรินทร

    8. สวนสง่าสินธุ

              สวนผลไม้ท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดดเด่นด้วยทุเรียนคุณภาพและบุฟเฟต์ผลไม้สด ๆ จากต้น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชาวสวนขนานแท้ และการต้อนรับที่อบอุ่นเหมือนไปพักผ่อนบ้านญาติ

    สวนสละคุณประสงค์ สวนงามสุขโฮมสเตย์ สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนสง่าสินธุ ระยอง /suansangasinthu

    9. สวนเจตสมมา

              อีกหนึ่งสวนผลไม้บรรยากาศอบอุ่น ที่พร้อมเสิร์ฟผลไม้สดจากสวนแบบจุใจ อิ่มอร่อยกับทุเรียน มังคุด เงาะ แบบใกล้ชิดธรรมชาติ ฟีลชิลเหมือนไปเที่ยวบ้านญาติ เหมาะทั้งสายกินและสายพักผ่อน 

    • ที่อยู่ : 102 หมู่ 5 ตำบลนาตาขวัญ​ อำเภอเมืองระยอง​ จังหวัดระยอง
    • โทรศัพท์ : 09 5484 6888
    • เฟซบุ๊ก : สวนผลไม้เจตสมมา

    10. สวนยายดา-เจ๊บุญชื่น

              แลนด์มาร์กบุฟเฟต์ผลไม้ระดับตำนานของระยอง ที่ขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนหมอนทองพรีเมียมและส้มตำรสเด็ด จัดเต็มทั้งเงาะ มังคุด และสละ เป็นจุดเช็กอินที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าของคนที่รักการกินผลไม้คุณภาพเสมอมา

    สวนยายดา - เจ๊บุญชื่น สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนยายดา – เจ๊บุญชื่น (Suan-Yai-Da)

    11. สวนคุณตุ้ม คุณตู่

              สวนผลไม้ท่องเที่ยว ที่เน้นความเป็นกันเองและผลไม้คุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุดที่คัดสดใหม่รสชาติถูกปาก ท่ามกลางบรรยากาศสวนแท้ ๆ ที่เรียบง่ายและร่มรื่น 

    • ที่อยู่ : 18/2 หมู่ที่ 7 ตำบลแกลง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 21160
    • โทรศัพท์ : 09 1407 2049, 09 4682 6363
    • เฟซบุ๊ก : สวนคุณตุ้มคุณตู่

    12. สวนผู้ใหญ่สมควร

              ศูนย์การเรียนรู้และสวนผลไม้ท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดดเด่นด้วยทุเรียนคุณภาพหลากหลายสายพันธุ์และมังคุดคัดเกรด พร้อมกิจกรรมชมสวนที่ให้ความรู้และสัมผัสวิถีธรรมชาติอย่างใกล้ชิด 

    • ที่อยู่ : 8 หมู่ 5 ตำบลบ้านแลง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
    • โทรศัพท์ : 08 1761 9497, 083 062 7824

    13. สวนธรรมเจริญ

              พิกัดผลไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทองที่เน้นความสุกกำลังดีและผลไม้หลากหลายชนิดที่จัดเต็มแบบไม่อั้น ให้ความรู้สึกเป็นกันเองเหมือนมาทานผลไม้ในสวนบ้านเพื่อน

    สวนธรรมเจริญ สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนธรรมเจริญ

    • ที่อยู่ : 2/5 หมู่ 4 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
    • โทรศัพท์ : 08 6099 8638, 08 9968 3823
    • เฟซบุ๊ก : สวนธรรมเจริญ

    14. สวนลุงทองใบ

              จุดเช็กอินระดับท็อปของระยอง ที่ขึ้นชื่อทุเรียนหมอนทองและผลไม้เมืองร้อนแบบจัดเต็ม พร้อมกิจกรรมนั่งรถรางชมสวนที่สะอาดและร่มรื่น มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ครบครันทั้งความรู้และความอร่อย

    • ที่อยู่ : 96/1 หมู่ 11 ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 
    • โทรศัพท์ : 08 3769 6172

    15. สวนผู้ใหญ่เสวตร

              ประทับใจกับทุเรียนคุณภาพและอาหารพื้นบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศสวนร่มรื่น เรียบง่าย เป็นกันเองแบบวิถีชาวสวนดั้งเดิม เหมาะสำหรับการพักผ่อนพร้อมอิ่มอร่อยกับผลไม้สดใหม่จากต้น

    สวนธรรมเจริญ สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนผู้ใหญ่เสวตร

    • ที่อยู่ : 131/2 หมู่ 11 ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 
    • โทรศัพท์ : 08 4870 8238
    • เฟซบุ๊ก : สวนผู้ใหญ่เสวตร

    16. สวนมีสบาย

              สวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่เน้นความผ่อนคลายสมชื่อ ด้วยบุฟเฟต์ผลไม้คุณภาพและทุเรียนคัดเกรดในบรรยากาศร่มรื่น ท่ามกลางการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ทำให้การมาทานผลไม้สด ๆ จากต้นกลายเป็นวันพักผ่อนที่ชวนประทับใจ

    สวนมีสบาย สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนมีสบาย

    • ที่อยู่ : 88/2 หมู่ 6 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
    • โทรศัพท์ : 08 4566 8546, 08 993 86585
    • เฟซบุ๊ก : สวนมีสบาย

    17. สวนวรรณมงคล

              สวนผลไม้ระยอง 2569 ที่อบอุ่นด้วยเรื่องราวจากครอบครัว มีผลไม้ตามฤดูกาลทั้งเงาะ มังคุด และทุเรียนหลากหลายพันธุ์ให้เลือก ใส่ใจทุกขั้นตอน ได้รสชาติคุณภาพจากสวนที่ดูแลด้วยความรัก 

    • ที่อยู่ : 43 ถ.วัดโขดหิน-เขาไผ่ ต.ทับมา อ.เมืองระยอง จ.ระยอง 21000
    • โทรศัพท์ : โทร. 0656131347, 0851224747

    18. มีสุขฟาร์ม

              แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ผสมผสานสวนผลไม้เข้ากับวิถีเกษตรอินทรีย์และคาเฟ่สุดชิค อิ่มอร่อยกับผลไม้สดคุณภาพดีและเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ ท่ามกลางบรรยากาศฟาร์มที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับสายสโลว์ไลฟ์ที่อยากหาที่พักผ่อนชิล ๆ 

    • ที่อยู่ : 8 หมู่ 4 ต.กะเฉด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
    • โทรศัพท์ : 06 5616 6266, 08 2898 7886
    • เฟซบุ๊ก : Mesook Farm

    19. สวนสุภัทราเเลนด์

              อาณาจักรท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มาพร้อมกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งนั่งรถรางชมสวน อิ่มกับบุฟเฟต์ผลไม้ชนิดต่าง ๆ เรียกได้ว่าสนุกและถูกใจในคราวเดียว 

    20. สวนประสมทรัพย์

              สวนผลไม้ระยอง ที่เที่ยวได้พร้อมพักผ่อน มีผลไม้หลากหลายตามฤดูกาล ปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ปลอดสารเคมี บรรยากาศเรียบง่าย อิ่มอร่อยและพักค้างคืนได้ในสวนเดียว

    21. สวนป้าเพียร

              สวนผลไม้ได้มาตรฐาน GAP ที่มีประสบการณ์ปลูกทุเรียนยาวนานกว่า 40 ปี โดดเด่นด้วยทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและชิมผลไม้สดจากสวน ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติร่มรื่น

    • ที่อยู่ : 79/7 หมู่ 8 ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
    • โทรศัพท์ : 09 6813 3737, 08 9784 7899

    22. สวนมังคุดไทยระยอง

              พิกัดสวนสำหรับคนรักมังคุดโดยเฉพาะ เต็มอิ่มกับมังคุดคัดเกรดรสชาติหวานเย็นชื่นใจ ท่ามกลางบรรยากาศสวนที่ร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะกับการมาพักผ่อนและลิ้มรส “ราชินีแห่งผลไม้” จากต้นขนานแท้ 

    • ที่อยู่ : 31/4 หมู่ 4 ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง 
    • โทรศัพท์ : 08 1421 1277
    • เฟซบุ๊ก : สวนมังคุดไทย ระยอง

    23. สวนละไม

              อีกหนึ่งแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีพื้นที่กว้างขวางและรถรางนำชมสวนท่ามกลางหุบเขา จัดเต็มบุฟเฟต์ทุเรียนและผลไม้ตามฤดูกาล มอบประสบการณ์การกินเที่ยวที่ทันสมัย ครบวงจร และบรรยากาศดีตลอดทั้งปี

    สวนละไม สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : สวนละไม / Suan Lamai

    • ที่อยู่ : 19/9 หมู่ 1 ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง
    • โทรศัพท์ : 09 3595 9393, 06 1426 9466
    • เฟซบุ๊ก : สวนละไม / Suan Lamai

    24. สวนโคกหนองนา บ้านใหม่สามัคคี

              เที่ยวสวนผลไม้ระยอง ที่ได้ฟีลเกษตรผสมผสาน มีผลไม้ตามฤดูกาลให้ชิม พร้อมเรียนรู้วิถีโคกหนองนาแบบใกล้ชิด เหมาะสำหรับสายเที่ยวเชิงธรรมชาติและอยากสัมผัสชีวิตสวนแบบเรียบง่าย 

    • ที่อยู่ : 126 หมู่ 3 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง
    • โทรศัพท์ : 08 1864 5338, 08 5666 8568

    25. ทุเรียนสวนคุณยาย

              พิกัดยอดฮิตที่คนรักทุเรียนต้องมาสัมผัสด้วยคุณภาพทุเรียนหมอนทอง รสชาติหวานมันและเนื้อนุ่มละมุนเป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางบรรยากาศสวนที่ร่มรื่นและเรียบง่าย ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้กินผลไม้สด ๆ ในสวนหลังบ้านที่ดูแลด้วยความใส่ใจ

    สวนละไม สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ทุเรียนสวนคุณยาย

    • ที่อยู่ : 76 หมู่ 7 ตำบลชำฆ้อ อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง 
    • โทรศัพท์ : 06 2969 3245, 08 1969 9936
    • เฟซบุ๊ก : ทุเรียนสวนคุณยาย

    26. สวนเย็นเซ

              แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีทั้งสวนทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกองให้ชิมตามฤดูกาล บวกกับกิจกรรมขับ ATV ชมสวนและคาเฟ่บนเนินวิว 360 องศาท่ามกลางทิวเขา นั่งจิบชากุหลาบสูตรเฉพาะของสวนได้ในบรรยากาศสดชื่น ยังมีบ้านพักและลานกางเต็นท์สำหรับค้างคืนอีกด้วย 

    • ที่อยู่ : 108 หมู่ 1 ตำบลเขาน้อย อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง
    • โทรศัพท์ : 06 5475 1415
    • เฟซบุ๊ก : สวนเย็นเซ

    27. สวนคุณประยูร

              สวนผลไม้กว่า 160 ไร่ที่มาพร้อมอุโมงค์ต้นยางร่มรื่น มีบุฟเฟต์ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สละ กินอิ่มไม่อั้น พร้อมนั่งรถรางชมสวนและชิมผลไม้สดจากต้น ยังมีกิจกรรมปั่นจักรยาน ปั่นเรือ และลานกางเต็นท์บนเขาวิวสวยอีกด้วย 

    สวนคุณประยูร สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนคุณประยูร

    • ที่อยู่ : 114 หมู่ 4 ตำบลชากโดน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 
    • โทรศัพท์ : 09 6235 2256, 08 8231 8413
    • เฟซบุ๊ก : สวนคุณประยูร

    28. สวนคุณปู่ริมเขา

              สวนผลไม้บรรยากาศร่มรื่น โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ฟีลเงียบสงบ อิ่มอร่อยกับผลไม้สดจากสวน ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ แบบจัดเต็มในฤดูกาล 2569 เหมาะกับคนที่อยากกินแบบชิล ๆ พร้อมพักผ่อน สูดอากาศดี ๆ ให้เต็มปอด 

    • ที่อยู่ : 263 หมู่ 3 ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
    • โทรศัพท์ : 09 6235 2256, 08 8231 8413, 09 6296 4646, 08 1205 1326

    29. สวนลุงทวน

              สวนผลไม้บรรยากาศเป็นกันเอง เสิร์ฟความอร่อยสด ๆ จากต้น จัดเต็มทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ให้กินกันแบบฟิน ๆ ได้ทั้งความอร่อยและฟีลเที่ยวสวนแบบชิล ๆ ในวันเดียว 

    สวนลุงทวน สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนลุงทวน Tuan’s garden

    • ที่อยู่ : 11/4 หมู่ 2 วังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 
    • โทรศัพท์ : 08 9611 5743, 08 1344 2486
    • เฟซบุ๊ก : สวนลุงทวน Tuan’s garden

    30. สวนคุณพิชัย

              สวนผลไม้ระยองที่มีกิจกรรมให้มากกว่าการชิม นอกจากผลไม้สดอย่างสละ ทุเรียน มังคุด ยังมีเวิร์กช็อปสนุก ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำด้วยตัวเอง เที่ยวเพลิน ได้ทั้งความรู้และความอร่อยในบรรยากาศเป็นกันเอง 

    • ที่อยู่ : 101/2 หมู่ 4 ตำบลชากโดน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 
    • โทรศัพท์ : 08 1782 4645

    31. สวนคุณน้อย

              อีกหนึ่งสวนผลไม้ระยอง ที่สายทุเรียนไม่ควรพลาด ชิมทุเรียนสุกธรรมชาติ ไม่ป้ายยา พร้อมผลไม้สดจากสวน ได้รสชาติแท้ ๆ ในบรรยากาศเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ 

    สวนคุณน้อย สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนคุณน้อย – Suan Khunnoy

    • ที่อยู่ : 35 ถนนเจริญสุข ตำบลวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 
    • โทรศัพท์ : 08 9025 5259, 08 1940 4384
    • เฟซบุ๊ก : สวนคุณน้อย – Suan Khunnoy

    32. สวนเจริญทรัพย์

              อีกหนึ่งไฮไลต์สวนผลไม้ระยอง ที่ผสมผสานทั้งสวนทุเรียนและคาเฟ่ ชิมเมนูจากทุเรียน พร้อมนั่งพักในบรรยากาศสวนสวยสไตล์อังกฤษ เหมาะทั้งสายกิน สายถ่ายรูป และคนที่อยากสัมผัสเสน่ห์ทุเรียนแบบครบจบในที่เดียว

    สวนเจริญทรัพย์ สวนผลไม้ระยอง 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนเจริญทรัพย์

    • ที่อยู่ : 108 หมู่ 2 ตำบลวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
    • โทรศัพท์ : 06 2959 6245
    • เฟซบุ๊ก : สวนเจริญทรัพย์

              สวนผลไม้ระยอง 2569 เริ่มขึ้นแล้ว บอกเลยว่าระยองไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่ผลไม้ก็เด็ดไม่แพ้กัน ^ ^ 

              หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ สวนผลไม้ 2569 บุฟเฟต์ผลไม้ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานระยอง, เฟซบุ๊ก สวนนิมิต, เฟซบุ๊ก เกษตรแปรรูปตำบลนาตาขวัญ, เฟซบุ๊ก ที่นี่สวนวิเศษฮิ, เฟซบุ๊ก สวนผลไม้ สวนงามสุขโฮมสเตย์, เฟซบุ๊ก สละลอยแก้วเพื่อเกษตร – สวนสละคุณประสงค์ Salacca Garden, เฟซบุ๊ก สวนเรือนแก้ว, เฟซบุ๊ก สวนวรินทร, เฟซบุ๊ก สวนสง่าสินธุ ระยอง /suansangasinthu, เฟซบุ๊ก สวนผลไม้เจตสมมา, เฟซบุ๊ก สวนยายดา – เจ๊บุญชื่น (Suan-Yai-Da), เฟซบุ๊ก สวนคุณตุ้มคุณตู่, เฟซบุ๊ก สวนธรรมเจริญ, เฟซบุ๊ก สวนมีสบาย, เฟซบุ๊ก Mesook Farm, เฟซบุ๊ก สวนสุภัทราแลนด์ / Suphattraland Rayong, เฟซบุ๊ก สวนประสมทรัพย์ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง, เฟซบุ๊ก สวนมังคุดไทย ระยอง, เฟซบุ๊ก สวนละไม / Suan Lamai, เฟซบุ๊ก ทุเรียนสวนคุณยาย, เฟซบุ๊ก สวนเย็นเซ, เฟซบุ๊ก สวนคุณประยูร, เฟซบุ๊ก สวนลุงทวน Tuan’s garden, เฟซบุ๊ก สวนคุณน้อย – Suan Khunnoy, เฟซบุ๊ก สวนเจริญทรัพย์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view300795.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mZOGYqPEW6zqA4axlwAs8

  • “พิพัฒน์” ย้ำไม่ได้น้อยใจ นายกฯ สั่งคลังศึกษา “แลนด์บริดจ์” 90 วัน ชี้หากคุ้มค่าลุยต่อทันที

    “พิพัฒน์” ย้ำไม่ได้น้อยใจ นายกฯ สั่งคลังศึกษา “แลนด์บริดจ์” 90 วัน ชี้หากคุ้มค่าลุยต่อทันที

    “พิพัฒน์” ยันหลังนายกฯ สั่งคลังศึกษาแลนด์บริดจ์ 90 วัน ย้ำไม่ได้น้อยใจ มองเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงเล็งดึงหลายกระทรวงร่วมวิเคราะห์รอบด้าน ครอบคลุมทุกมิติ ชี้ผลศึกษาจะเป็นตัวชี้ขาด หากคุ้มค่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการต่อทันที

    นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงการคลังตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ในระยะเวลา 90 วันว่า เป็นแนวทางที่เหมาะสมเพื่อให้การศึกษามีความครบถ้วนรอบด้านมากยิ่งขึ้น โดยมีการแต่งตั้งประธานคณะทำงานและเปิดทางให้คัดเลือกคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมพิจารณาอย่างครอบคลุม ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกน้อยใจต่อการตัดสินใจดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามเหตุผลและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

    นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การศึกษาครั้งใหม่นี้จะครอบคลุมทุกมิติที่ในอดีตอาจยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระบบขนส่งทั้งทางราง ถนน และท่อขนส่ง รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลังท่าเรือซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการ ไม่ใช่เพียงการพัฒนาท่าเรือสองฝั่งเท่านั้น นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อพื้นที่และข้อกังวลของประชาชน เช่น ประเด็นการเวนคืนที่ดิน ซึ่งจำเป็นต้องมีข้อมูลชัดเจนก่อนตัดสินใจ

    “เมื่อครบกำหนด 90 วัน คณะทำงานจะสรุปผลการศึกษาเสนอรัฐบาล หากพบว่าโครงการมีความคุ้มค่า กระทรวงคมนาคมก็พร้อมผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป โดยย้ำว่าผลการศึกษาจะเป็นตัวชี้ขาดสำคัญ” นายพิพัฒน์ กล่าว

    นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้ แม้จะแล้วเสร็จไปแล้ว แต่เป็นข้อมูลเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ซึ่งยังไม่ครอบคลุมสถานการณ์ใหม่ในปัจจุบัน เช่น แนวโน้มการจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบมะละกา หรือการเปลี่ยนแปลงด้านโลจิสติกส์โลก ทำให้จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตข้อมูลให้ทันสมัย

    ทั้งนี้ในส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ยอมรับว่าโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ย่อมมีผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ระดับผลกระทบจะมากน้อยเพียงใดต้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามาศึกษาร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ โดยคณะทำงานชุดใหม่นี้จะมีตัวแทนจากหลายกระทรวง อาทิ พลังงาน อุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การประเมินเป็นไปอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงมุมมองของกระทรวงคมนาคมเพียงฝ่ายเดียว

    นายพิพัฒน์ กล่าวว่าส่วนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) มีความเกี่ยวข้องกับหลายจังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ซึ่งที่ผ่านมาอาจมีการพูดถึงเพียงบางพื้นที่เท่านั้น ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงภาพรวมทั้งหมดให้เป็นโครงการเดียวกันอย่างแท้จริง มองว่าการศึกษาเพิ่มเติม 90 วันยังอยู่ในกรอบเวลาของรัฐบาล โดยคาดว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน การก่อสร้างอาจเริ่มได้ในช่วงปี 2573

    สำหรับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่เป็นการหารือในอดีต อย่างไรก็ตาม ในโครงสร้างโครงการใหม่ยังคงมีองค์ประกอบสำคัญ เช่น ระบบท่อขนส่งน้ำมัน ระบบราง และถนน ซึ่งจะเชื่อมโยงกับพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่าง EEC และท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าไปยังยุโรปและเอเชีย โดยลดการพึ่งพาการถ่ายลำที่สิงคโปร์

    “รัฐบาลยืนยันว่า หากผลการศึกษาชี้ว่าโครงการมีความคุ้มค่า ก็พร้อมเดินหน้าต่อทันที เพราะแนวคิดนี้มีการผลักดันมาตั้งแต่ปี 2562 และอยู่ในกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด. การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีในการให้ศึกษารอบใหม่ ถือเป็นการทำให้ข้อมูลทันสมัยและรอบด้านมากขึ้น เพื่อลดข้อกังวลของทุกภาคส่วน และสร้างความมั่นใจว่าโครงการขนาดใหญ่นี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศในระยะยาว นายพิพัฒน์ กล่าว

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2930802&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Lx0T65OBEZM0M-C-hQWFD

  • “วราวุธ” ชี้ควรรอผลศึกษาแลนด์บริดจ์ก่อน ย้ำต้องฟังคนพื้นที่ ดูสถานการณ์ปัจจุบัน

    “วราวุธ” ชี้ควรรอผลศึกษาแลนด์บริดจ์ก่อน ย้ำต้องฟังคนพื้นที่ ดูสถานการณ์ปัจจุบัน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/145530&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1L7WDpgbvjl12LY-HLXBha

  • ​พิพัฒน์​ ยกเลิกร่วมคณะลงพื้นที่ดู แลนด์บริดจ์​ 8 พ.ค.นี้​ รอผลศึกษา​ 90 วัน​

    ​พิพัฒน์​ ยกเลิกร่วมคณะลงพื้นที่ดู แลนด์บริดจ์​ 8 พ.ค.นี้​ รอผลศึกษา​ 90 วัน​

    วันนี้ (5 พฤษภาคม) ​พิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ รองนายก​รัฐมนตรี​ และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​คมนาคม​ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ อนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​ และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ มอบหมายให้ เอกนิติ​ นิติ​ทัณฑ์ประภาศ​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​คลัง​ เป็นประธานศึกษาโครงการแลน​ด์บริดจ์​ ว่า​ ในวัน​ 8 พฤษภาคมนี้​ ตนไม่ได้เดินทางลงพื้นที่​ เพราะรอผลการศึกษาจาก คณะกรรมการชุดของเอกนิติ ที่จะดำเนินการศึกษาระยะเวลา 90 วัน ตามที่ได้รับมอบหมายให้เรียบร้อยก่อน​

    พิพัฒน์​ระบุอีกว่า​ การศึกษาโครงการแลน​ด์บริดจ์​จะต้องศึกษาใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม​ และสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับ พร้อมยืนยันว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้ทำเพียงเฉพาะระบบรางอย่างเดียว แต่จะมีระบบถนน ระบบท่อขนส่งพลังงาน แต่เชื่อว่าระยะเวลาการศึกษาจะอยู่ตามกรอบที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้

    เมื่อถามว่า จะทำความเข้าใจต่อเสียงคัดค้านของประชาชนอย่างไร พิพัฒน์​กล่าวว่า จะต้องทำความเข้าใจทั้งผลดีและผลเสีย โดยเฉพาะคนในพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง​ ที่จะได้สิทธิ​ในการทำมาหากินในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงมีการสงวนอาชีพ

    ให้กับผู้ที่เสียโอกาส กลุ่มประมงพื้นบ้าน

    พิพัฒน์ยังกล่าวด้วยว่า ไม่สามารถห้ามกรณีมีการชุมนุมปักหลักหน้าทําเนียบรัฐบาลได้ เพราะถือเป็นสิทธิของแต่ละคน แต่ก็ต้องทำความเข้าใจและชี้แจงให้ชัดว่าสิ่งที่ประเทศจะได้คืออะไร ทั้งนี้ขอให้รอผลการศึกษา ซึ่งไม่อยากพูดไป ซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้

    ส่วนกลุ่ม NGO ที่คัดค้าน พิพัฒน์กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นคนในหรือนอกพื้นที่ แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งที่จะดำเนินการโครงการขุดคอคอดกระในอดีต​ หรือ​คลองไทย​ อาจจะมีบางสิ่งที่ไม่สามารถทำให้เดินหน้าได้ แต่ปัจจุบันสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ก็ต้องทำการศึกษาใหม่ว่าจะคุ้มหรือไม่กับการลงทุนครั้งในครั้งนี้ และก่อนหน้านี้ก็เคยมีการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก​ (EEC) เชื่อว่าผู้ที่คัดค้านมีความกังวลเรื่องการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งหากผ่านภูเขา ก็จะใช้วิธีการสมัยใหม่ทำเป็นอุโมงค์ ฉะนั้นการทำลายระบบนิเวศก็จะน้อยลง แต่เชื่อว่าจะต้องมีการพัฒนา และทำการศึกษา

    เมื่อถามว่า โครงการแลน​ด์บริดจ์​จะไม่แท้งเหมือนโครงการคลองไทยใช่หรือไม่ พิพัฒน์ย้ำว่า อยู่ที่ผลการศึกษา อย่าให้ตนชี้ว่าอะไรถูกหรือผิด​ แต่ในฐานะของกระทรวงคมนาคมอะไรที่ทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย หรือมีโอกาสฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ก็จะหยิบยกขึ้นมา เพื่อบอกว่าประเทศไทยถึงเวลาแล้วกับการพัฒนาในส่วนนี้

    ส่วนที่เหตุใดการทำโครงการใหญ่นี้จึงไม่ถูกบรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาล พิพัฒน์ระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เคยพูดมาแล้วก่อนหน้านี้ และถือเป็นนโยบายธงเดิมที่ทำการหาเสียง​ และเมื่อกลับมาดูแลกระทรวงคมนาคม จึงนำมาเป็นธงในการดำเนินการต่อ

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/pipat-land-bridge-study/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QrwyqR-XPkpnN2zaBGXHT

  • DIP เดินหน้าเตรียมจัดงาน TCEX ต่อเนื่อง ผนึกพันธมิตรเพิ่มอีกกว่า 60 หน่วยงาน ชูบทบาท “IP

    DIP เดินหน้าเตรียมจัดงาน TCEX ต่อเนื่อง ผนึกพันธมิตรเพิ่มอีกกว่า 60 หน่วยงาน ชูบทบาท “IP

    DIP เดินหน้าเตรียมจัดงาน TCEX ต่อเนื่อง ผนึกพันธมิตรเพิ่มอีกกว่า 60 หน่วยงาน ชูบทบาท

    กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าจัดประชุมออนไลน์เตรียมความพร้อมการจัดงาน Thailand Character & Content Expo (TCEX) ครั้งที่ 2 ต่อเนื่อง ดึงเครือข่ายสถาบันการศึกษา พร้อมด้วยกลุ่มพันธมิตรด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Partner) อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย องค์กรด้านการพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานธุรกิจ สมาคมวิชาชีพ สถาบันการเงิน และกลุ่มนักสร้างสรรค์ เพิ่มอีกกว่า 60 หน่วยงาน ขยายเครือข่ายความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทะลุกว่า 100 หน่วยงาน ร่วมขับเคลื่อนไอเดียสู่โอกาสทางการค้าในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดเวทีผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่โลกธุรกิจสร้างสรรค์อย่างเต็มตัว

    DIP เดินหน้าเตรียมจัดงาน TCEX ต่อเนื่อง ผนึกพันธมิตรเพิ่มอีกกว่า 60 หน่วยงาน ชูบทบาท

    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการประชุมหารือเตรียมความพร้อมเพื่อจัดงาน TCEX ครั้งที่ 1 เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายที่จะร่วมกันกำหนดแนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์และทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในเชิงปฏิบัติตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะการเสริมบทบาทของสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นน้ำในการบ่มเพาะนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ในด้านการออกแบบ ศิลปะ และดิจิทัลคอนเทนต์ กลางน้ำคือภาคธุรกิจและเครือข่ายผู้ประกอบการที่มีบทบาทในการพัฒนาผลงานให้ตอบโจทย์ตลาด และปลายน้ำคือการเชื่อมโยงสู่โอกาสทางการค้าการลงทุนในตลาดทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการความร่วมมือกับสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐาน ตลอดจนกลุ่มนักสร้างสรรค์และเจ้าของผลงาน (Creator / IP Owner) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ สอดรับกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ขยายโอกาสทางธุรกิจ และยกระดับสู่ตลาดสากล

    ในการประชุมดังกล่าว ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาและกำหนดบทบาทการมีส่วนร่วมในการจัดงาน TCEX ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งแนวทางการออกแบบพื้นที่และกิจกรรมภายในงาน TCEX ให้สอดคล้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยจะมีการจัดพื้นที่แสดงผลงานตามสาขาอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้ตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการจัดกิจกรรมสัมมนาและเวิร์กชอปที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบกับพันธมิตร นักลงทุน และผู้ซื้อ (Buyer) ทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

    อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า การผนึกกำลังของหน่วยงานพันธมิตรในครั้งนี้ กรมฯ มุ่งหวังให้ TCEX เป็นมากกว่างานจัดแสดงผลงาน แต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงโอกาสให้กับ Creator ไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ให้สามารถเปลี่ยนไอเดียความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นธุรกิจจริง สร้างรายได้ และเติบโตสู่ระดับสากลได้อย่างเข้มแข็ง โดยงาน Thailand Character & Content Expo (TCEX) มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 12 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และสยามเซ็นเตอร์ โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการด้านคาแรกเตอร์และดิจิทัลคอนเทนต์เข้าร่วมแสดงผลงานอย่างหลากหลาย พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมฯ อยู่ระหว่างเปิดรับสมัครผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในงาน TCEX ประกอบด้วย 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ 1) Character & Art 2) Content & Story 3) Game & Interactive และ 4) Creative Lifestyle รวมทั้งเปิดรับหน่วยงานพันธมิตร (Supporting Partners) ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อาทิ ผู้ผลิตสินค้า IP แพลตฟอร์ม E-Commerce นักลงทุน สถาบันการเงิน ผู้จัดจำหน่ายและค้าปลีก หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เป็นต้น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเครือข่ายธุรกิจและสร้างโอกาสการลงทุนกับผู้ซื้อต่างประเทศ กรมฯ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้าร่วมงาน ผ่านทางเว็บไซต์ https://qr.ipthailand.go.th/xpnhnG5J ได้ตั้งแต่วันนี้ – 7 พฤษภาคม 2569 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-547-6040 หรืออีเมล [email protected]

    กรมทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมั่นว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูมิภาคในอนาคตอย่างยั่งยืนต่อไป


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12811488&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mEJ-zh2WalkWkuobu5zcv

  • “อัษฎางค์” ชี้ การเสด็จฯ สวีเดน ย้ำสัมพันธ์การทูต 2 ชาติ เชื่อสร้างผลดี Soft Power คือคำตอบสถาบันพระมหากษัตริย์มีไว้ทำไม? | TOPNEWS

    “อัษฎางค์” ชี้ การเสด็จฯ สวีเดน ย้ำสัมพันธ์การทูต 2 ชาติ เชื่อสร้างผลดี Soft Power คือคำตอบสถาบันพระมหากษัตริย์มีไว้ทำไม? | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 04/05/2026 12:18

    “เอ็ดดี้” ชี้ช่องเมื่อสวีเดนหันมามองไทย โอกาส ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ที่ต้องแปลงให้เป็นเศรษฐกิจจริง ชี้การเสด็จพระราชดำเนินของ “ในหลวง-พระราชินี” คือ “จังหวะทางการทูต” และทุนทางประวัติศาสตร์” ระบุได้คำตอบแล้วหรือยังสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ทำไม?

    “อัษฎางค์” ชี้ การเสด็จฯ สวีเดน ย้ำสัมพันธ์การทูต 2 ชาติ เชื่อสร้างผลดี Soft Power คือคำตอบสถาบันพระมหากษัตริย์มีไว้ทำไม? – Top News รายงาน

    อัษฎางค์

    เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เรื่อง เมื่อสวีเดนหันมามองไทย โอกาสของ Soft Power ที่ต้องแปลงให้เป็นเศรษฐกิจจริง มีสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ทำไม? มาหาคำตอบจากการเสด็จเยือนสวีเดน เนื้อหาระบุว่า “การเสด็จฯ สวีเดนทำให้เราเห็นว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้มีความหมายเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็น ‘ภาษาทางการทูต’ ที่โลกเข้าใจ ในวันที่ข่าวหนึ่งข่าวทำให้ชาวสวีเดนจำนวนมากหันมามองไทยอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่เงินโฆษณาซื้อได้ยาก

    การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสวีเดนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อร่วมงานเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ ไม่ได้เป็นเพียงข่าวราชสำนักธรรมดา แต่เป็น “จังหวะทางการทูต” ที่ทำให้ชื่อประเทศไทยกลับไปอยู่ในพื้นที่ข่าวของสวีเดนอีกครั้ง

    สื่อสวีเดนรายงานถึงการเสด็จฯ การรับเสด็จ และการปรากฏพระองค์ของพระมหากษัตริย์และพระราชินีไทยในฐานะแขกเกียรติยศของงานสำคัญระดับราชสำนักยุโรป ขณะที่พระราชดำรัสของกษัตริย์สวีเดนในงานเลี้ยงกาล่า ยังกล่าวขอบคุณแขกที่เดินทางไกล “จากไทยและยุโรป” ซึ่งเป็นถ้อยคำเล็ก ๆ แต่มีนัยยะมาก เพราะในเวทีที่เต็มไปด้วยราชวงศ์ยุโรป ไทยไม่ได้เป็นเพียงประเทศนอกภูมิภาคที่ถูกเชิญมา แต่เป็นประเทศเอเชียที่มีประวัติศาสตร์ราชไมตรีกับสวีเดนยาวนานพอที่จะถูกวางอยู่ในพื้นที่พิธีการระดับสูงของยุโรป
    นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “ทุนทางประวัติศาสตร์” ไทยกับสวีเดนไม่ได้เพิ่งรู้จักกันวันนี้ ความสัมพันธ์เริ่มต้นตั้งแต่สนธิสัญญาไมตรี พาณิชย์ และการเดินเรือ ค.ศ. 1868 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อเนื่องมาถึงการเสด็จเยือนสวีเดนของรัชกาลที่ 5 ในปี 1897 และต่อยอดผ่านความสัมพันธ์ระดับราชวงศ์ การทูต การค้า การศึกษา การท่องเที่ยว และประชาชนระหว่างกัน

    ปัญหาคือ ไทยมักมีทุนแบบนี้อยู่ในมือ แต่ใช้ไม่เต็มศักยภาพ เรามีประวัติศาสตร์ แต่ไม่แปลงเป็น story , เรามีราชไมตรี แต่ไม่แปลงเป็น public diplomacy, เรามีภาพลักษณ์เชิงบวก แต่ไม่แปลงเป็นสินค้า บริการ การท่องเที่ยว และความร่วมมือเศรษฐกิจใหม่ นี่คือจุดที่รัฐไทยและภาคเอกชนไทยควรอ่านเกมให้ทัน เพราะชาวสวีเดนรุ่นเก่าอาจรู้จักไทยผ่านภาพของทะเล ภูเก็ต สมุย กรุงเทพฯ อาหารไทย และรอยยิ้มของคนไทย แต่ชาวสวีเดนรุ่นใหม่จำนวนมากอาจยังไม่รู้จัก “ประเทศไทยยุคใหม่” มากพอ
    คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “สวีเดนรู้จักไทยไหม” แต่คือ “เขารู้จักไทยในมิติไหน” ถ้าเขารู้จักไทยเพียงประเทศท่องเที่ยวราคาดี ไทยก็ได้แค่รายได้ระยะสั้น แต่ถ้าเขารู้จักไทยในฐานะประเทศที่มีวัฒนธรรมลึก มีเสถียรภาพเชิงสังคม มีบริการคุณภาพ มีฐานธุรกิจในอาเซียน และมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับสวีเดนยาวนานกว่า 150 ปี ไทยจะได้มากกว่านักท่องเที่ยว ไทยจะได้ความเชื่อมั่น และในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ ความเชื่อมั่นสำคัญไม่น้อยกว่าเม็ดเงิน Soft Power ไม่ใช่แค่การทำให้ต่างชาติชอบเรา แต่คือการทำให้ความชอบนั้นกลายเป็นพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ

    ในกรณีสวีเดน โอกาสของไทยมีอย่างน้อย 5 ด้าน

    “หนึ่ง” การท่องเที่ยวคุณภาพสูง ชาวสวีเดนเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ธรรมชาติ สุขภาพ ความยั่งยืน และประสบการณ์มากกว่าการท่องเที่ยวแบบฉาบฉวย ไทยควรสื่อสารกับตลาดนี้ด้วยภาษาของเขา ไม่ใช่ขายแค่ทะเลสวย แต่ขาย “ชีวิตที่มีคุณภาพ” “สุขภาพ” “อาหาร” “ธรรมชาติ” และ “ความอบอุ่นของผู้คน”

    “สอง” อาหารไทยและสินค้าเกษตรคุณภาพ อาหารไทยเป็นประตูบานแรกที่ทำให้ชาวสวีเดนรู้จักไทย แต่ไทยควรพาเขาเดินต่อจากร้านอาหารไทย ไปสู่ข้าวหอมมะลิ ผลไม้ไทย สมุนไพร เครื่องปรุง GI product และสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีมาตรฐานสูง
    “สาม” เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ไทยมีแฟชั่น งานออกแบบ ภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะร่วมสมัย และวัฒนธรรมอาหารที่สามารถสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ในสวีเดนได้ดีมาก แต่ต้องเลิกนำเสนอแบบราชการแห้ง ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นคอนเทนต์ร่วมสมัย สั้น คม ภาษาสวีเดนหรืออังกฤษดีพอ และเข้าใจรสนิยมของคน Nordic

    อัษฎางค์

    “สี่” ความร่วมมือธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ ไทย–สวีเดนยกระดับเป็น Strategic Partnership แล้ว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ green transition, renewable energy, digitalisation, defence, innovation, startups, smart manufacturing และ education นี่คือพื้นที่ที่ควรต่อยอดจากภาพข่าวราชสำนักไปสู่ business forum, startup exchange, green economy dialogue และการจับคู่ธุรกิจจริง
    “ห้า” ชุมชนไทยในสวีเดน คนไทยในสวีเดนคือทูตวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุด เพราะเขาไม่ได้อยู่ในโปสเตอร์ของรัฐ แต่อยู่ในชีวิตจริงของสังคมสวีเดน ร้านอาหารไทย แม่ครัวไทย นักเรียนไทย ครอบครัวไทย ผู้ประกอบการไทย และแรงงานไทย คือสะพานที่ทำให้คนสวีเดนรู้จักไทยผ่านมนุษย์จริง ไม่ใช่ผ่านคำขวัญ

    ดังนั้น สิ่งที่ไทยควรทำไม่ใช่แค่ “ดีใจที่เป็นข่าว แต่ต้องรีบต่อยอดในช่วงที่ความสนใจยังสดอยู่ สวีเดนเป็นประเทศที่ให้ค่าน้ำหนักกับความยั่งยืน ความโปร่งใส คุณภาพชีวิต ความเท่าเทียม ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสังคม
    การเสด็จฯ สวีเดนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงภาพงดงามในหน้าข่าว แต่เป็นคำถามต่อรัฐไทยและภาคเอกชนไทยว่า เมื่อโลกหันมามองเราแล้ว เราพร้อมหรือยังที่จะบอกโลกว่า ประเทศไทยมีอะไรมากกว่าที่เขาเคยรู้จัก ได้คำตอบแล้วหรือยังว่า มีสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ทำไม?

    9

    เครื่องบินเล็กพุ่งชนตึกที่บราซิล

    “วิศวะ มช.” รวมพลังเครือข่ายธุรกิจ แสดงความยินดี “ดร.ธีระศักดิ์” นั่ง สว.เชียงราย จัด Entaneer CMU Business Club ครั้งที่ 107 ต่อจิ๊กซอว์ความร่วมมืออนาคต

    น้ำมันดิบรัสเซียล้อตแรกถูกส่งถึงญี่ปุ่นแล้ว

    “ฮุน มาเนต” โอดเสียดาย ไทยยกเลิก MOU 44 อ้างเขมรเคารพ กม. เตรียมใช้ UNCLOS หาทางออกอย่างสันติ

    ปากพนังตั้งรับภัยแล้ง ประชุมเข้มตั้งศูนย์บัญชาการ สู้วิกฤตปี 2569

    คณะผู้แทน “พล.ร.อ.สุวิทย์ ธาระรูป” มอบวัตถุมงคล–พระบรมฉายาลักษณ์ ให้โรงเรียนนาวิกโยธินบูรณะ เสริมสิริมงคลและแหล่งเรียนรู้

    กาญจนบุรี///รมช.เกษตรฯ เปิด “ตลาดเขื่อนแม่กลอง” ขนสินค้า GAP ขายตรงเพิ่มรายได้เกษตรกร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1564946&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NPvsAoT1a38vbImApa-R7

  • “iPhone 17” ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ตลาดสมาร์ตโฟนโลก ไตรมาสแรก ปี 2026

    “iPhone 17” ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ตลาดสมาร์ตโฟนโลก ไตรมาสแรก ปี 2026

    บริษัทวิจัยตลาดเผย “iPhone 17” ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ตลาดสมาร์ตโฟนโลก ไตรมาสแรก ปี 2026 iPhone 17 Pro – iPhone 17 Pro Max ตามมา ไร้ชื่อ “Samsung Galaxy S26 Ultra”

    Counterpoint Research บริษัทวิจัยตลาดชื่อดัง เปิดเผยรายงานล่าสุด ระบุว่า “iPhone 17” ของบริษัท Apple ขึ้นแท่นเป็นสมาร์ตโฟนที่มียอดขายสูงที่สุดในโลกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026

    ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่า iPhone 17 ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกที่ 6% แซงหน้า iPhone 17 Pro Max และ iPhone 17 Pro ซึ่งตามมาเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ

    ก่อนหน้านี้ ในไตรมาส 4 ปี 2025 iPhone 17 Pro Max เคยเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 5% ตามด้วย iPhone 17 และ iPhone 17 Pro

    Counterpoint Research
    “iPhone 17” ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ตลาดสมาร์ตโฟนโลก ไตรมาสแรก ปี 2026

    สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ Apple ที่สามารถครองหลายอันดับในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง

    สำหรับอันดับถัดมาใน Top 10 ได้แก่ Samsung Galaxy A07 4G, Samsung Galaxy A17 5G, iPhone 16, Samsung Galaxy A56, Samsung Galaxy A36, Samsung Galaxy A17 4G และ Redmi A5

    รายงานยังระบุว่า สมาร์ตโฟนทั้ง 10 อันดับแรกคิดเป็นสัดส่วนรวมถึง 25% ของยอดขายทั่วโลก ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดสำหรับไตรมาสแรกของปี 2026

    นักวิเคราะห์ของ Counterpoint ชี้ว่า ความสำเร็จของ iPhone 17 มาจากการอัปเกรดสำคัญ เช่น ความจุเริ่มต้นที่มากขึ้น ความละเอียดกล้องที่ดีขึ้น และอัตรารีเฟรชหน้าจอที่สูงขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงรุ่น Pro มากขึ้น และเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างกว่าเดิม

    นอกจากนี้ iPhone 17 ยังมียอดขายเติบโตแบบเลขสองหลักในตลาดสำคัญอย่างจีนและสหรัฐฯ รวมถึงเติบโตถึง 3 เท่าในเกาหลีใต้ ขณะที่รุ่น Pro และ Pro Max ยังคงโดดเด่นด้านกล้อง แบตเตอรี่ และดีไซน์

    อย่างไรก็ตาม สมาร์ตโฟนเรือธงอย่าง Samsung Galaxy S26 Ultra ไม่ติด 10 อันดับแรก แม้จะมียอดขายช่วงเปิดตัวดีกว่ารุ่นก่อนหน้า โดยมีจุดเด่นด้านฟีเจอร์ AI และหน้าจอความเป็นส่วนตัว

    ขณะเดียวกัน รุ่น iPhone Air ก็ไม่ปรากฏในรายชื่อเช่นกัน เช่นเดียวกับไตรมาสก่อนหน้า

    ที่มา: 9to5Mac

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/274766&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nQKxfbMEccW9rqdYDRWAO