Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ในปี 2026 ธนาคารแห่ง สปป.ลาว ตั้งเป้าควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับ 5% ต่อปี

    ในปี 2026 ธนาคารแห่ง สปป.ลาว ตั้งเป้าควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับ 5% ต่อปี

    ลงเมื่อ

    12 ธันวาคม 2568 14:45

    สคต. ณ กรุงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) (TTC, Vientiane (Lao PDR))

             ธนาคารแห่ง สปป.ลาว (ธหล) ได้เปิดเผยทิศทางแผนการเงินตราปี 2026 ต่อการประชุมสภาแห่งชาติ โดยได้กำหนดเป้าหมายหลักในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับ 5% พร้อมกับมาตรการดูแลรักษาเสถียรภาพด้านการเงินตราในทุกมิติรายงานที่นำเสนอต่อการประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 10 ของสภาแห่งชาติ สมัยที่ 9 ระหว่างวันที่ 10–21 พฤศจิกายน 2025 แสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จที่โดดเด่น โดยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 เดือนของปี 2025 อยู่ที่ระดับ 8.3% และปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนมาอยู่ที่ 4.0% ในเดือนตุลาคม ท่าน บุญคำ วอละจิด ผู้ว่าการ ธหล กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบผสมผสาน รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3 ครั้ง จาก 10.5% เหลือ 9% ต่อปี พร้อมกับการพัฒนาตลาดการเงินให้มีความเคลื่อนไหวแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิม สำหรับปี 2026 ซึ่งจะเป็นปีแรกของการดำเนินการตามมติขยายผลของการประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศครั้งที่ 12 ของพรรค ธหล ได้กำหนดเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ที่ 5% รักษาระดับทุนสำรองเงินตราต่างประเทศให้ครอบคลุมการนำเข้าอย่างน้อย 5 เดือน ควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ไม่ให้เกิน 3% โดย ธหล จะเดินหน้าดำเนินนโยบายการเงินแบบผสมผสานต่อไป โดยเน้นการพัฒนาเครื่องมือนโยบายให้ครบถ้วน การประเมินและทบทวนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราส่วนเงินสำรองภาคบังคับให้เป็นไปตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับสถานการณ์ นอกจากนี้ ธหล ยังจะควบคุมปริมาณเงิน M2 ให้สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรวมศูนย์บัญชีการเงิน (TSA) และศึกษากลไกการกำหนดราคาทองคำและโครงสร้างราคาสินค้า ธหล จะดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนตามกลไกตลาดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ โดยกำหนดอัตราอ้างอิงให้เหมาะสม ปรับปรุงและพัฒนาตลาด LFX ให้กว้างขึ้น พร้อมศึกษากลไกธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ ผลสำเร็จในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2025 แสดงให้เห็นว่า ค่าเฉลี่ยอัตราแลกเปลี่ยนกีบ/ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเพียง 0.10% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยตลอดปี 2024 ในขณะที่ส่วนต่างระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารกับตลาดนอกระบบลดลงมาอยู่ที่ระดับ 0.62% การกำหนดเป้าหมายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ธหล ในการรักษาเสถียรภาพเงินตราแห่งชาติ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ–สังคมอย่างยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ “เงินกีบมั่นคง สถาบันการเงินแข็งแกร่ง บริการคล่องตัวทันสมัย”
    ที่มา : Laoxpert
     

    Share :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ambcm92gh5ow1sowyej8f34x&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gJoNPugDFSegJEeBfKX-i

  • KTC คาดไม่เกิดสุญญากาศการเมือง เกาะติดเศรษฐกิจใกล้ชิด – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย หรือ KTC เปิดเผยภายหลังนายกฯประกาศยุบสภา ว่า คาดหวังว่าจะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง โดยรัฐบาลรักษาการยังบริหารจัดการเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป และดำเนินการจัดการเลือกตั้ง

    ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมือง เป็นเรื่องที่ภาคเอกชนเผชิญมาโดยตลอด ทำให้สามารถรับมือ มีความยืดหนุ่นพร้อมปรับตัวรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ยืนยัน ไม่ทบทวนเป้าหมายสินเชื่อปี 68-69 โต 2% คุม NPL ไม่กิน 2%

    สำหรับหน้าตารัฐบาลที่ภาคเอกชนต้องการ ควรจะเข้าใจปัญหา เศรษฐกิจอย่างแท้จริง และปัญหาที่หยั่งรากลึกมานาน มีวิสัยทัศน์ กำหนดแผนงานระยะสั้นและระยะยาว ชัดเจนและผลักดันแผนงานทำให้เกิดขึ้นได้จริง ก่อให้ให้เกิดการพัฒนาในระยะยาวอย่างยั่งยืน

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/12/602611/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cmRE2S-zV0RzQybWhTFlQ

  • KTC คาดไม่เกิดสุญญากาศการเมือง เกาะติดเศรษฐกิจใกล้ชิด – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย หรือ KTC เปิดเผยภายหลังนายกฯประกาศยุบสภา ว่า คาดหวังว่าจะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง โดยรัฐบาลรักษาการยังบริหารจัดการเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป และดำเนินการจัดการเลือกตั้ง

    ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมือง เป็นเรื่องที่ภาคเอกชนเผชิญมาโดยตลอด ทำให้สามารถรับมือ มีความยืดหนุ่นพร้อมปรับตัวรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ยืนยัน ไม่ทบทวนเป้าหมายสินเชื่อปี 68-69 โต 2% คุม NPL ไม่กิน 2%

    สำหรับหน้าตารัฐบาลที่ภาคเอกชนต้องการ ควรจะเข้าใจปัญหา เศรษฐกิจอย่างแท้จริง และปัญหาที่หยั่งรากลึกมานาน มีวิสัยทัศน์ กำหนดแผนงานระยะสั้นและระยะยาว ชัดเจนและผลักดันแผนงานทำให้เกิดขึ้นได้จริง ก่อให้ให้เกิดการพัฒนาในระยะยาวอย่างยั่งยืน

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/12/602611/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cmRE2S-zV0RzQybWhTFlQ

  • สุญญากาศการเมืองฉุดเศรษฐกิจ เอกชนเข้าใจยุบสภาแต่เร่งจัดเลือกตั้งเคลียร์งานค้างท่อ

    สุญญากาศการเมืองฉุดเศรษฐกิจ เอกชนเข้าใจยุบสภาแต่เร่งจัดเลือกตั้งเคลียร์งานค้างท่อ

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยกรณีการยุบสภาว่า หอการค้าไทยระบุเข้าใจเหตุผลทางการเมืองที่นำไปสู่การยุบสภา ท่ามกลางความผันผวนทั้งเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาชายแดน แต่ย้ำต้องเร่งจัดการเลือกตั้งภายในกรอบกฎหมาย เพื่อให้ประเทศมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มีอำนาจเต็มโดยเร็ว เหตุยังมีวาระเศรษฐกิจค้างอยู่จำนวนมาก ทั้งกฎหมายสำคัญ การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) พร้อมฝากรัฐบาลรักษาการเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือภาคใต้และดูแลชายแดนโดยไม่ให้สะดุด แม้จะมีข้อจำกัดด้านอำนาจตามกฎหมายก็ตาม

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การยุบสภาครั้งนี้ ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะนายกรัฐมนตรีได้ส่งสัญญาณมาก่อนแล้ว แต่ยอมรับว่าประหลาดใจต่อการที่พรรคประชาชน เป็นฝ่ายยื่นนำอภิปราย กดดันจนต้องยุบสภา ทั้งที่ก่อนหน้าเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นฝ่ายขยับก่อน และเตือนว่าช่วงรัฐบาลรักษาการ 60 วันต่อจากนี้ มีความเสี่ยงต่อการเร่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจปลายปี โดยเฉพาะมาตรการ Quick Big Win ที่ถูกวางไว้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจีดีพีไตรมาส 3 โตเพียง 1.2% ต่ำกว่าคาด พร้อมเตือนเกียร์ว่างข้าราชการ มักเกิดขึ้นทุกครั้งที่เข้าสู่ช่วงสุญญากาศทางการเมือง จึงฝากปลัดกระทรวงต่าง ๆ เร่งเดินงานที่ค้างอยู่ให้ต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจชะงักก่อนเข้าสู่รัฐบาลใหม่

    ด้านนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) แม้การยุบสภาเป็นไปตามกลไกประชาธิปไตย แต่จะทำให้งบประมาณปี 2570 ล่าช้าและกระทบการเบิกจ่ายช่วงต้นปีงบประมาณ ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดชายแดนส่งผลต่อมุมมองด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางแบบอิสระ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องเร่งสร้างความมั่นใจว่าแหล่งท่องเที่ยวหลักยังเดินทางได้ตามปกติ ส่วนข้อเสนอของภาคเอกชนท่องเที่ยวที่ยื่นต่อรัฐบาลก่อนยุบสภา เช่น มาตรการกระตุ้นตลาดและการของบกลางเพื่อเร่งผลักดัน คาดว่าจะต้องชะลอออกไป เนื่องจากรัฐบาลรักษาการไม่สามารถอนุมัติแผนงานใหม่ที่ผูกพันกับรัฐบาลชุดถัดไปได้

    ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า การยุบสภาจะกดดันเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ให้ชะลอลงเล็กน้อย จากการหยุดชะงักของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายโครงการ และข้อจำกัดของรัฐบาลรักษาการที่ไม่สามารถอนุมัติงานใหม่หรือโครงการผูกพันได้ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งปีไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม โดยยังคงประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 ที่ 1.6%

    นอกจากนี้ให้จับตาความเสี่ยงช่วงเปลี่ยนผ่านหลังเลือกตั้ง ทั้งประเด็นความต่อเนื่องของนโยบาย การเบิกจ่ายงบประมาณ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งอาจทำให้ภาคธุรกิจเข้าสู่ภาวะ wait-and-see ขณะที่ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลผสมอาจกดดันการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และสร้างความท้าทายต่อรัฐบาลชุดใหม่ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจช่วงต้นปีหน้า

    ส่วนนางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจกดดันความเชื่อมั่น แต่หวังว่าจะไม่เกิดสุญญากาศยืดเยื้อ และต้องการให้การเลือกตั้ง–ตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสะดุดในช่วงเปลี่ยนผ่านปัจจัยที่น่ากังวลกว่าการเมืองคือเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ แต่เคทีซียังคงเป้าหมายปี 2569 เดิมไม่ปรับเป้าหมายเพราะเรื่องการเมือง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2901582&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ay6h-3qm08YsWqL5oK5aW

  • KTC คาดไม่เกิดสุญญากาศการเมือง เกาะติดเศรษฐกิจใกล้ชิด – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย หรือ KTC เปิดเผยภายหลังนายกฯประกาศยุบสภา ว่า คาดหวังว่าจะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง โดยรัฐบาลรักษาการยังบริหารจัดการเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป และดำเนินการจัดการเลือกตั้ง

    ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมือง เป็นเรื่องที่ภาคเอกชนเผชิญมาโดยตลอด ทำให้สามารถรับมือ มีความยืดหนุ่นพร้อมปรับตัวรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ยืนยัน ไม่ทบทวนเป้าหมายสินเชื่อปี 68-69 โต 2% คุม NPL ไม่กิน 2%

    สำหรับหน้าตารัฐบาลที่ภาคเอกชนต้องการ ควรจะเข้าใจปัญหา เศรษฐกิจอย่างแท้จริง และปัญหาที่หยั่งรากลึกมานาน มีวิสัยทัศน์ กำหนดแผนงานระยะสั้นและระยะยาว ชัดเจนและผลักดันแผนงานทำให้เกิดขึ้นได้จริง ก่อให้ให้เกิดการพัฒนาในระยะยาวอย่างยั่งยืน

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/12/602611/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cmRE2S-zV0RzQybWhTFlQ

  • KTC คาดไม่เกิดสุญญากาศการเมือง เกาะติดเศรษฐกิจใกล้ชิด – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย หรือ KTC เปิดเผยภายหลังนายกฯประกาศยุบสภา ว่า คาดหวังว่าจะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง โดยรัฐบาลรักษาการยังบริหารจัดการเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป และดำเนินการจัดการเลือกตั้ง

    ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมือง เป็นเรื่องที่ภาคเอกชนเผชิญมาโดยตลอด ทำให้สามารถรับมือ มีความยืดหนุ่นพร้อมปรับตัวรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ยืนยัน ไม่ทบทวนเป้าหมายสินเชื่อปี 68-69 โต 2% คุม NPL ไม่กิน 2%

    สำหรับหน้าตารัฐบาลที่ภาคเอกชนต้องการ ควรจะเข้าใจปัญหา เศรษฐกิจอย่างแท้จริง และปัญหาที่หยั่งรากลึกมานาน มีวิสัยทัศน์ กำหนดแผนงานระยะสั้นและระยะยาว ชัดเจนและผลักดันแผนงานทำให้เกิดขึ้นได้จริง ก่อให้ให้เกิดการพัฒนาในระยะยาวอย่างยั่งยืน

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/12/602611/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cmRE2S-zV0RzQybWhTFlQ

  • สอท.หวั่นยุบสภา ทำเศรษฐกิจสะดุด จี้แก้ไข3โจทย์ใหญ่ ช่วงรบ.รักษาการ

    สอท.หวั่นยุบสภา ทำเศรษฐกิจสะดุด จี้แก้ไข3โจทย์ใหญ่ ช่วงรบ.รักษาการ

    วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    สอท.หวั่นยุบสภา

    ทำเศรษฐกิจสะดุด

    จี้แก้ไข3โจทย์ใหญ่

    ช่วงรบ.รักษาการ

    ส.อ.ท.หวั่นยุบสภา ทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสะดุด ชี้ช่วงรักษาการ เร่งแก้ 3 ปัญหาใหญ่ ยังคาราคาซัง ทั้งเยียวยาน้ำท่วมใต้-ปะทะชายแดนไทย-เขมร และเจรจาภาษีสหรัฐฯ ด้านหอการค้าฯ เรียกร้องให้เลือกตั้งใหม่ตามกรอบ ก.ม.เพื่อให้มีรัฐบาลชุดใหม่ ฟื้นความเชื่อมั่นเศรษฐกิจทั้งภายในและต่างประเทศ ย้ำพร้อมร่วมมือทุกฝ่าย

    เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องน่าตกใจหรือแปลกใจ เนื่องจากนายกฯ เคยส่งสัญญาณและพูดถึงเงื่อนไขไว้แล้ว หลายฝ่ายมีการคาดการณ์ถึงช่วงเวลาการยุบสภาไว้ถึง 3 ระยะ และช่วงเวลานี้ถือเป็นระยะที่ 1 ที่ใกล้ที่สุด ตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเท่ากับว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่โครงสร้างมีความเปราะบางนี้ ได้อยู่บริหารประเทศเต็มที่ประมาณ 2 เดือนกว่า และยุบสภาเร็วกว่ากำหนดประมาณเดือนกว่า

    นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า สิ่งที่ทำให้แปลกใจเล็กน้อย คือการที่พรรคประชาชน เป็นฝ่ายยื่นเรื่องซักฟอก แทนที่จะเป็นพรรคเพื่อไทย ตามที่เคยคาดการณ์ไว้ การยุบสภาครั้งนี้มาจากการที่พรรคประชาชน ไม่พอใจการผิดข้อตกลง MOA ส่วนตัวกังวลว่าการยุบสภา เข้าสู่ช่วงรัฐบาลรักษาการ เป็นเวลาประมาณ 60 วัน อาจส่งผลกระทบต่อความเข้มข้นในการขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ ที่จำเป็นต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการพยุงเศรษฐกิจ หรือ GDP ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

    ทั้งนี้ มาตรการ “Quick Big Win” ที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ออกมา เพื่อหวังไม่ให้เศรษฐกิจไทยเหมือนรถติดหล่ม มีความจำเป็นมาก เนื่องจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศว่า GDP ในไตรมาสที่ 3 เหลือเพียง 1.2% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ถึง 0.5% แม้ว่ามาตรการเหล่านี้ถือว่าทำได้ดีและได้ผลตอบรับที่ดีในช่วงต้น แต่จำเป็นต้องคอยติดตามว่าการเป็นรัฐบาลรักษาการ จะส่งผลอย่างไรและจะลดความเข้มข้นของมาตรการเหล่านี้หรือไม่

    นายเกรียงไกรกล่าวอีกว่า ขณะนี้มีปัญหาใหญ่หลายเรื่องที่ยังคาราคาซัง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่ปกติ จำเป็นต้องขับเคลื่อนจากรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม แต่กลับอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ ได้แก่ 1.สถานการณ์ภาคใต้ ที่อยู่ในระหว่างฟื้นฟูหลังจากประสบอุทกภัยอย่างหนัก ทั้ง 9 จังหวัด อาจล่าช้าหรือสะดุดไป 2.การปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา รอบ 2 ยังทวีความรุนแรงและกินบริเวณกว้าง ส่งผลกระทบต่อการค้า การท่องเที่ยว และภาคการเกษตรจังหวัดชายแดนหลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประชาชนหลายแสนคนต้องอพยพ และนิคมอุตสาหกรรมบางแห่งต้องหยุดดำเนินการ และ 3.การเจรจาระหว่างประเทศ ระหว่างไทย-สหรัฐฯ ถือเป็นการบ้านใหญ่ ที่ยังค้างและชะลออยู่ หากมีการเจรจาในช่วงนี้ ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีข้อจำกัด หรือเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจหรือไม่

    “ส.อ.ท.จึงฝากให้ปลัดกระทรวงต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยดำเนินงาน มีการบ้านที่ค้างอยู่เหล่านี้ ดังนั้นช่วงนี้จะต้องจับตาว่านโยบายหรือมาตรการต่างๆ ที่ประกาศและอนุมัติไปแล้ว จะมีการขับเคลื่อนได้เต็มที่หรือไม่ อย่างไร เพราะ Quick Big Win ที่ออกมาถือว่าเป็นนโยบายที่จะหนุนเศรษฐกิจในช่วงท้ายของปีที่ดี และยิ่งขณะนี้ประเทศต้องสะดุดในหลายเรื่อง จะกระทบ GDP ที่โตช้าไปอีกหรือไม่ อย่างไร” นายเกรียงไกร กล่าว

    ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีการยุบสภา ว่าเข้าใจถึงความจำเป็นทางการเมือง ในการตัดสินใจของนายกฯ แต่ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในและระหว่างประเทศ ที่มีความผันผวนสูง รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดน และปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจโลก ล้วนส่งผลต่อเสถียรภาพและการบริหารประเทศ จึงเห็นว่าเป็นการตัดสินใจที่อยู่บนพื้นฐานของกรอบประชาธิปไตยและกฎหมายรัฐธรรมนูญ

    ทั้งนี้ หอการค้าไทย ขอเรียกร้องให้มีการเร่งดำเนินการจัดการเลือกตั้งตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ประเทศมีรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีอำนาจเต็มโดยเร็ว เนื่องจากในปัจจุบันยังมีกฎหมายสำคัญและกรอบการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่รอการพิจารณาและผ่านสภาฯ และต้องมีขับเคลื่อนอีกหลายประเด็น อาทิ การเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐอเมริกา การเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศคู่ค้า เช่น FTA Thai-EU ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงรัฐบาลรักษาการหอการค้าไทย เห็นว่ายังคงมีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินนโยบายและมาตรการต่างๆ ที่มติ ครม.อนุมัติไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ ที่ประสบปัญหา รวมถึงการดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งควรดำเนินการต่อเนื่องไม่ให้สะดุด โดยให้ระวังเรื่องข้อจำกัดของรัฐบาลรักษาการตามระเบียบ เชื่อมั่นว่าทั้งรัฐบาลรักษาการ ข้าราชการ และภาคเอกชน จะร่วมกันทำงานต่อเนื่องเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศจนกว่าจะมีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่แม้จะมีข้อจำกัด

    นายพจน์กล่าวอีกว่า หอการค้าไทย ไม่ต้องการให้การยุบสภาครั้งนี้ ส่งผลให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศหยุดชะงัก และขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งความเชื่อมั่น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง และมีรัฐบาลชุดใหม่โดยเร็ว เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/934387&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13Km7HGZlJfqDIrDxOmvwH

  • KTC คาดไม่เกิดสุญญากาศการเมือง เกาะติดเศรษฐกิจใกล้ชิด – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย หรือ KTC เปิดเผยภายหลังนายกฯประกาศยุบสภา ว่า คาดหวังว่าจะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง โดยรัฐบาลรักษาการยังบริหารจัดการเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป และดำเนินการจัดการเลือกตั้ง

    ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมือง เป็นเรื่องที่ภาคเอกชนเผชิญมาโดยตลอด ทำให้สามารถรับมือ มีความยืดหนุ่นพร้อมปรับตัวรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ยืนยัน ไม่ทบทวนเป้าหมายสินเชื่อปี 68-69 โต 2% คุม NPL ไม่กิน 2%

    สำหรับหน้าตารัฐบาลที่ภาคเอกชนต้องการ ควรจะเข้าใจปัญหา เศรษฐกิจอย่างแท้จริง และปัญหาที่หยั่งรากลึกมานาน มีวิสัยทัศน์ กำหนดแผนงานระยะสั้นและระยะยาว ชัดเจนและผลักดันแผนงานทำให้เกิดขึ้นได้จริง ก่อให้ให้เกิดการพัฒนาในระยะยาวอย่างยั่งยืน

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/12/602611/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cmRE2S-zV0RzQybWhTFlQ

  • KTC คาดไม่เกิดสุญญากาศการเมือง เกาะติดเศรษฐกิจใกล้ชิด – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย หรือ KTC เปิดเผยภายหลังนายกฯประกาศยุบสภา ว่า คาดหวังว่าจะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง โดยรัฐบาลรักษาการยังบริหารจัดการเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป และดำเนินการจัดการเลือกตั้ง

    ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมือง เป็นเรื่องที่ภาคเอกชนเผชิญมาโดยตลอด ทำให้สามารถรับมือ มีความยืดหนุ่นพร้อมปรับตัวรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ยืนยัน ไม่ทบทวนเป้าหมายสินเชื่อปี 68-69 โต 2% คุม NPL ไม่กิน 2%

    สำหรับหน้าตารัฐบาลที่ภาคเอกชนต้องการ ควรจะเข้าใจปัญหา เศรษฐกิจอย่างแท้จริง และปัญหาที่หยั่งรากลึกมานาน มีวิสัยทัศน์ กำหนดแผนงานระยะสั้นและระยะยาว ชัดเจนและผลักดันแผนงานทำให้เกิดขึ้นได้จริง ก่อให้ให้เกิดการพัฒนาในระยะยาวอย่างยั่งยืน

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/12/602611/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cmRE2S-zV0RzQybWhTFlQ

  • KTC คาดไม่เกิดสุญญากาศการเมือง เกาะติดเศรษฐกิจใกล้ชิด – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย หรือ KTC เปิดเผยภายหลังนายกฯประกาศยุบสภา ว่า คาดหวังว่าจะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง โดยรัฐบาลรักษาการยังบริหารจัดการเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป และดำเนินการจัดการเลือกตั้ง

    ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมือง เป็นเรื่องที่ภาคเอกชนเผชิญมาโดยตลอด ทำให้สามารถรับมือ มีความยืดหนุ่นพร้อมปรับตัวรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ยืนยัน ไม่ทบทวนเป้าหมายสินเชื่อปี 68-69 โต 2% คุม NPL ไม่กิน 2%

    สำหรับหน้าตารัฐบาลที่ภาคเอกชนต้องการ ควรจะเข้าใจปัญหา เศรษฐกิจอย่างแท้จริง และปัญหาที่หยั่งรากลึกมานาน มีวิสัยทัศน์ กำหนดแผนงานระยะสั้นและระยะยาว ชัดเจนและผลักดันแผนงานทำให้เกิดขึ้นได้จริง ก่อให้ให้เกิดการพัฒนาในระยะยาวอย่างยั่งยืน

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/12/602611/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cmRE2S-zV0RzQybWhTFlQ