Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “รมว.ซาบีดา” เปิด “งานเทศกาลปลาไหล ผ้าไหม ข้าวใหม่หอมมะลิ และงานกาชาดชุมพลบุรี ประจำปี 2568” หนุนพื้นที่การท่องเที่ยววัฒนธรรมใหม่ในชุมชน | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 14/12/2025 18:23

    รมว.วัฒนธรรม เปิด “งานเทศกาลปลาไหล ผ้าไหม ข้าวใหม่หอมมะลิ และงานกาชาดชุมพลบุรี ประจำปี 2568” หนุนเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมใหม่ในชุมชน

    “รมว.ซาบีดา” เปิด “งานเทศกาลปลาไหล ผ้าไหม ข้าวใหม่หอมมะลิ และงานกาชาดชุมพลบุรี ประจำปี 2568” หนุนพื้นที่การท่องเที่ยววัฒนธรรมใหม่ในชุมชน – Top News รายงาน

    รมว.ซาบีดา

    เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลปลาไหล ผ้าไหม ข้าวใหม่หอมมะลิ และงานกาชาดชุมพลบุรี ประจำปี 2568 โดยมี นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นางเสริมกิจ ชัยมงคล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายอำเภอชุมพลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    การจัดงานดังกล่าวสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงวัฒนธรรมในการ “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด “ไท ไทย” ซึ่งเป็นนโยบาย Quick Big Win ที่สามารถดำเนินการได้ทันทีและเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งส่งเสริมพลังวัฒนธรรมให้ก่อให้เกิดรายได้จริง ผ่านการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมใหม่ในชุมชน (Unseen Thai Thai) การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย หรือ CPOT เพื่อยกระดับรายได้ของชุมชน สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นย้ำการบูรณาการทีมประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในระยะเร่งด่วน ควบคู่กับการวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

    awdawfw

    600322263_894546856336764_3396526153848550950_n

    ชุมชนหมู่บ้านพฤกษา 20 จัดงานนมัสการหลวงพ่อพุทธโสธร (องค์จำลอง) ครบรอบปีที่ 10 อย่างยิ่งใหญ่ ต้อนรับปลายปี–ปีใหม่

    เปิดนิทรรศการ “กากเหล้าแดง” มรดกอาหารจีนฮกจิว

    ตร.นครสวรรค์ เร่งคลายปมชายถูกฆาตกรรม หัวขาด กลางไร่อ้อย ตำรวจชี้อาจป่วยตาย แต่ญาติยังติดใจเรื่องการตาย

    แม่ใจสลาย! กลับจากทำบุญ พบ ลูกชายป่วยซึมเศร้า กรีดแขนลาโลกคาเตียง!

    “นายกฯอนุทิน” ลงพื้นที่ให้กำลังใจชาวบ้านศูนย์พักพิง “บุรีรัมย์-สุรินทร์” ลั่น “ทนได้ก็ทนไป” กัมพูชาไม่เจรจา ไม่รับผิดชอบผิดละเมิด

    ปู่ฤาษีพรหมเมศศักดิ์สิทธิ์ลูกศิษย์นำฟักทอง 999 ลูกแก้บนไม่พลาดส่องเลขเทวะบันดาลอ่างน้ำมนต์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1423267&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Er5VqjVhCTEdCq3gXRaQf

  • Wingstop เดินหน้าบุกตลาดไทย

    ปราการ ไรวา ผู้บริหารแบรนด์วิงสต๊อปประเทศไทย หรือ Wingstop Bro กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ผมสนใจ แบรนด์ Wingstop เป็นพิเศษ ไม่ได้เกิดจากชื่อเสียงระดับโลก หรือความสำเร็จกว่า 3,000 สาขาใน 18 ประเทศเท่านั้น แต่เริ่มจากความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสรสชาติของแบรนด์ที่มีความเข้มข้น สนุก และมีเอกลักษณ์ในแบบที่หาไม่ได้จากแบรนด์อื่น โดยมีแก่นของแบรนด์ที่ชัดเจนมากว่าไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ไก่ทอดดังประโยคติดร้าน “We’re not in the wings business. We’re in the flavour business.” เพราะเราเชื่อว่ารสชาติไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร แต่เป็น “ประสบการณ์” ที่ทำให้ชีวิตของผู้คนมีรสชาติพิเศษขึ้นในทุกๆวัน ผ่านรสชาติที่แบรนด์นำเสนอด้วยความกล้า ชัดเจน และเต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์ Wingstop จะมีฐานลูกค้าทั่วโลก เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คนรุ่นใหม่ทั้งโลกเทใจให้ แม้กระทั่งในประเทศไทยเองก็เคยมีกระแสคนรักแบรนด์นี้เรียกร้องอยากให้ Wingstop มาเปิดในประเทศไทยตั้งแต่ยังไม่เปิดบริการด้วยซ้ำ

    กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย

    การนำ Wingstop มาสู่ประเทศไทยจึงไม่ใช่แค่การถ่ายทอดวัฒนธรรมรสชาติระดับโลกหรือการนำสูตรสำเร็จจากต่างประเทศไทยมาใช้ แต่คือการออกแบบประสบการณ์ให้เข้ากับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนไทยรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งทำให้เกิดเป็น กลยุทธ์ 4 ข้อหลักที่วางขึ้นเพื่อให้แบรนด์เติบโตได้อย่างยั่งยืนประเทศไทย ดังนี้

    1. กระบวนการทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่ (ConZmer Centric)  

      สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของ Wingstop ดังนั้นแบรนด์จึงออกแบบกระบวนการทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่จากอินไซต์จริง เช่น การจับมือร่วมกับนักศึกษามหาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง หลักสูตร  Design, Business & Technology Management กว่า 80 คน เพื่อเรียนรู้ไม่เพียงแค่พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ แต่ทำความเข้าใจลึกลงไปถึงความคิดและวัฒนธรรม (Mindset & Culture) ของคนรุ่นใหม่ ความคิดเห็นต่อผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ของแบรนด์ ฯลฯ เพราะ Wingstop ไม่ได้ต้องการทำแบรนด์เพื่อคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ต้องการสร้างแบรนด์จากคนรุ่นใหม่จริงๆ

    2. กลยุทธ์ผู้นำด้านรสชาติ (Flavour Pioneers)

      หัวใจของ Wingstop คือการเป็นธุรกิจแห่งรสชาติ (“We’re in the flavour business”) ดังนั้นทุกอย่างจึงเริ่มต้นจากรสชาติเป็นศูนย์กลาง

    2.1 ความหลากหลายของรสชาติ (Variety) เพราะแต่ละคนมีชีวิต เรื่องราว และ ความชอบที่แตกต่างกัน Wingstop จึงออกแบบให้แต่ละรสมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของทุกคน ซึ่งเริ่มต้นเปิดตัวในประเทศไทยด้วย 9 รสชาติ 3 ระดับความเผ็ด 

     NO HEAT

    1.การ์ลิก พาร์เมซาน (GARLIC PARMESAN)

    2.เลมอน เปปเปอร์ (LEMON PEPPER)

    3.ฮิกคอรี สโมก บาร์บีคิว (HICKORY SMOKED BBQ)

    ● SOME HEAT 

    4.ฮอท ฮันนี่ รับ (HOT HONEY RUB)

    5.หลุยเซียน่า รับ (LOUISIANA RUB)

    6.เท็กซัส บัฟฟาโล (TEXAS BUFFALO)

    ● ALL THE HEAT 

    7.แมงโก ฮาบาเนโร (MANGO HABANERO)

    8.อินเฟอร์โน (INFERNO)

    9.อะตอมมิค บลาสต์ (ATOMIC BLAST)

    ทั้งหมดนี้มีตั้งแต่รสชาติยอดฮิตที่คัดมาแล้วว่าโดนใจมหาชน ไปจนถึงรสชาติแปลกใหม่สุดท้าทาย เพื่อมอบประสบการณ์รสชาติความอร่อยแบบที่คนไทยไม่เคยสัมผัสจากที่ไหนมาก่อน
    2.2 มาตรฐานระดับโลก (Standardized) รสชาติของ Wingstop ได้รับการพิสูจน์มาแล้วจากแฟนๆ ทั่วโลกจนเกิดเป็นความชื่นชอบ ดังนั้น เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์แบบเดียวกับทุกประเทศ จึงยึดมาตรฐานการผลิตและคุณภาพที่เข้มข้นเหมือนกันทั่วโลก เพื่อให้ “รสชาติของ Wingstop” เป็นรสชาติระดับสากล ไม่ว่ารับประทานที่ใดบนโลกก็เป็นรสชาติเดียวกัน

    3.ระบบปฏิบัติการแบบมาตรฐานโลก  (Process & Operation: Global Standardized)

    รสชาติที่ดีเริ่มจากระบบที่ดี Wingstop จึงให้ความสำคัญกับหลังบ้านที่แข็งแรง ผ่านการวางมาตรฐานด้าน กระบวนการทำงาน ระบบการจัดการควบคุมคุณภาพ การฝึกอบรมทีมงานมาตรฐานสากลเพื่อให้ประสบการณ์ของลูกค้าในไทย “เสมอต้นเสมอปลาย”  ไม่ว่าจะเข้าร้านวันไหน เวลาไหน หรือสาขาใด ก็ต้องได้รสชาติและบริการแบบเดียวกับทั่วโลก เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายสาขาในอนาคตอย่างราบรื่น 

    economic-business-thai-wingstop-SPACEBAR-Photo01.jpg

    4.การทำแบรนด์และการตลาด (Strengthening Brand & Marketing)

    เพื่อให้ Wingstop เติบโตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ในปัจจุบัน แบรนด์ได้วางแนวทางด้านการตลาดบนสองแกนหลัก ดังนี้
    4.1 การสร้างคัลเจอร์ของแบรนด์ (Culture) การทำการตลาดต้องโดดเด่นและแตกต่าง (Unique & Bold) เพื่อสร้างคัลเจอร์ของแบรนด์ให้เกิดขึ้นจริงในไทย เราเชื่อว่า Gen Z ไม่ใช่แค่กลุ่มอายุ แต่คือคัลเจอร์ที่กำลังก่อตัว (Gen Z is a culture, and it’s forming) และ Wingstop ต้องเป็นส่วนหนึ่งของคัลเจอร์นี้ หรือเป็นพื้นที่ในการทำให้วัฒนธรรมนี้เติบโต ผ่านกิจกรรมและเนื้อหาที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ สิ่งที่แบรนด์ได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่คือ Gen Z ไม่ได้มีแบบเดียว ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน หรือมีไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกันหมด แต่ความงดงามของ Gen Z คือความหลากหลายของการมีซับคัลเจอร์ ซึ่งแบรนด์มีหน้าที่เรียนรู้และทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่

    4.2 กลยุทธ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) Wingstop ให้ความสำคัญกับการฟังเสียงของผู้บริโภค และนำอินไซต์มาพัฒนาการตลาดที่จับต้องได้ ผ่านการปฏิสัมพันธ์ที่น่าสนใจ เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ไม่ใช่เพียงผู้รับสาร หรือเป็นเพียงผู้เฝ้าดูแบรนด์อย่างเดียว แต่ Gen Z พร้อมจะมีความคิดเห็นสะท้อนมายัง
    แบรนด์ได้เสมอ ดังนั้น ตั้งแต่ Wingstop ยังไม่เปิดบริการอย่างเป็นทางการ เราได้ทำกิจกรรมที่ทำให้ประสบการณ์จากแบรนด์เป็นสื่อกลางในการสะท้อนความคิดเห็นของ Gen Z และแบรนด์นำมาปรับตัวอยู่เสมอ เช่น 

    ป้ายพูดได้ (Hoarding Talking) ที่นอกจากจะทำหน้าที่สื่อสารว่า Wingstop จะมาเปิดบริการในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นป้ายที่ตั้งใจสร้างบทสนทนาของ Gen Z ในโซเชียลมีเดียที่มีต่อแบรนด์ เมื่อแบรนด์ทราบว่าแฟนๆ Wingstop ตื่นเต้นที่แบรนด์จะมาเปิดบริการในประเทศไทยเสียที แต่ไม่อยากรอนาน ป้ายนี้จึงสื่อสารกลับไปว่าแบรนด์ได้ยินแล้วว่าแฟนๆ ไม่อยากรอนานข้ามปี เดี๋ยวแบรนด์จัดให้ เพื่อให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมและรู้สึกว่า Wingstop เป็นแบรนด์ที่สร้างมาจากเสียงของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง อีกทั้งเป็นพื้นที่ในการสร้างรสชาติของประสบการณ์ร่วมกัน และถือเป็นการเปิดเกมธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ยังไม่เปิดร้านอย่างเป็นทางการ จนทำให้เกิดกระแสตั้งแต่วันแรกที่ขึ้นป้าย

    การเปิดตลาดไทยในครั้งนี้ Wingstop ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่ม 5-6 แห่งภายในปี 2026 และมุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์ Top of Mind ของคนรุ่นใหม่ เพื่อปูรากฐานให้แบรนด์เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยแบรนด์เชื่อว่าการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ต้องเกิดจากการฟังเสียงผู้บริโภคอย่างแท้จริง แบรนด์จึงตั้งใจทำให้กิจกรรมต่าง ๆ เป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็น และรู้สึกเป็นเจ้าของประสบการณ์ของแบรนด์ร่วมกัน เพื่อให้ Wingstop ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่เป็นแบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคทุกคน

    Wingstop ขอเชิญชวนทุกคนมาลอง “Bring the flavour” ในแบบของตัวเอง ได้ที่ Wingstop สาขาแรก MBK Center ชั้น 2 ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00–02.00 น. มาพิสูจน์รสชาติที่ครองใจผู้คนทั่วโลกที่ในที่สุดก็เดินทางมาถึงประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-wingstop&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34jvY5f80z3NZ0M0vepyFi

  • เตือนข่าวปลอม “หลอกลงทุนหุ้น OR” ระวังสูญเงิน – ข้อมูลส่วนบุคคล

    เตือนข่าวปลอม “หลอกลงทุนหุ้น OR” ระวังสูญเงิน – ข้อมูลส่วนบุคคล

    ดีอี เปิด 7 อันดับข่าวเรื่องที่คนสนใจ ทั้งจริง และบิดเบือน เตือนภัย มิจฉาชีพ “หลอกลงทุนหุ้น OR” ระวังสูญเงิน – ข้อมูลส่วนบุคคล

    นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

    ทั้งนี้ ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 163,361 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 13,104 ข้อความ

    สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 13,096 ข้อความ และช่องทาง Facebook 8 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 59 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 5 เรื่อง ข่าวปลอม 1 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่

    อันดับที่ 1 ข่าวปลอม : เรื่อง OR เปิดเพจเฟซบุ๊ก Government Savings ชวนลงทุนหุ้น

    อันดับที่ 2 ข่าวจริง : เรื่อง กินหน่อไม้สดปริมาณมาก เสี่ยงรับพิษจากสารไซยาไนด์ อันตรายถึงชีวิต

    อันดับที่ 3 ข่าวจริง : เรื่อง ทหารกัมพูชา ยิง BM-21 ลงเขตพื้นที่พลเรือน 55 จุด บ้านเรือนเสียหาย 13 หลัง

    อันดับที่ 4 ข่าวจริง : เรื่อง เตือนประชาชนออกจากพื้นที่ชายแดน งดใช้โทรศัพท์มือถือและห้ามนำสิ่งของไปมอบในพื้นที่เสี่ยง

    อันดับที่ 5 ข่าวจริง : เรื่อง กยศ.ช่วยผู้กู้ยืมที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ขอผ่อนผันหนี้ได้โดยไม่เสียดอกเบี้ย สูงสุด 2 ปี

    อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน : เรื่อง ห้องน้ำในสนามราชมังฯ ยังปรับปรุงไม่เสร็จสมบูรณ์ สกปรก มีกลิ่น

    อันดับที่ 7 ข่าวจริง : นายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ

    สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “OR เปิดเพจเฟซบุ๊ก Government Savings ชวนลงทุนหุ้น” กระทรวงดีอี ได้ประสานร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กระทรวงพลังงาน ตรวจสอบและยืนยันเป็น “ข่าวปลอม”

    เนื่องจากเพจดังกล่าวเป็นบัญชีที่มิจฉาชีพจัดทำขึ้น โดยแอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์และผลิตภัณฑ์ Café Amazon ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของ OR มาประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ลงทุนหุ้น ซึ่ง OR ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าวใด ๆ ทั้งสิ้น

    นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนว่าการให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้

    อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง 

    โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/734973&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09Sz41J8PKEWnB6psBhyiA

  • Wingstop เดินหน้าบุกตลาดไทย

    ปราการ ไรวา ผู้บริหารแบรนด์วิงสต๊อปประเทศไทย หรือ Wingstop Bro กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ผมสนใจ แบรนด์ Wingstop เป็นพิเศษ ไม่ได้เกิดจากชื่อเสียงระดับโลก หรือความสำเร็จกว่า 3,000 สาขาใน 18 ประเทศเท่านั้น แต่เริ่มจากความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสรสชาติของแบรนด์ที่มีความเข้มข้น สนุก และมีเอกลักษณ์ในแบบที่หาไม่ได้จากแบรนด์อื่น โดยมีแก่นของแบรนด์ที่ชัดเจนมากว่าไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ไก่ทอดดังประโยคติดร้าน “We’re not in the wings business. We’re in the flavour business.” เพราะเราเชื่อว่ารสชาติไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร แต่เป็น “ประสบการณ์” ที่ทำให้ชีวิตของผู้คนมีรสชาติพิเศษขึ้นในทุกๆวัน ผ่านรสชาติที่แบรนด์นำเสนอด้วยความกล้า ชัดเจน และเต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์ Wingstop จะมีฐานลูกค้าทั่วโลก เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คนรุ่นใหม่ทั้งโลกเทใจให้ แม้กระทั่งในประเทศไทยเองก็เคยมีกระแสคนรักแบรนด์นี้เรียกร้องอยากให้ Wingstop มาเปิดในประเทศไทยตั้งแต่ยังไม่เปิดบริการด้วยซ้ำ

    กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย

    การนำ Wingstop มาสู่ประเทศไทยจึงไม่ใช่แค่การถ่ายทอดวัฒนธรรมรสชาติระดับโลกหรือการนำสูตรสำเร็จจากต่างประเทศไทยมาใช้ แต่คือการออกแบบประสบการณ์ให้เข้ากับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนไทยรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งทำให้เกิดเป็น กลยุทธ์ 4 ข้อหลักที่วางขึ้นเพื่อให้แบรนด์เติบโตได้อย่างยั่งยืนประเทศไทย ดังนี้

    1. กระบวนการทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่ (ConZmer Centric)  

      สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของ Wingstop ดังนั้นแบรนด์จึงออกแบบกระบวนการทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่จากอินไซต์จริง เช่น การจับมือร่วมกับนักศึกษามหาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง หลักสูตร  Design, Business & Technology Management กว่า 80 คน เพื่อเรียนรู้ไม่เพียงแค่พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ แต่ทำความเข้าใจลึกลงไปถึงความคิดและวัฒนธรรม (Mindset & Culture) ของคนรุ่นใหม่ ความคิดเห็นต่อผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ของแบรนด์ ฯลฯ เพราะ Wingstop ไม่ได้ต้องการทำแบรนด์เพื่อคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ต้องการสร้างแบรนด์จากคนรุ่นใหม่จริงๆ

    2. กลยุทธ์ผู้นำด้านรสชาติ (Flavour Pioneers)

      หัวใจของ Wingstop คือการเป็นธุรกิจแห่งรสชาติ (“We’re in the flavour business”) ดังนั้นทุกอย่างจึงเริ่มต้นจากรสชาติเป็นศูนย์กลาง

    2.1 ความหลากหลายของรสชาติ (Variety) เพราะแต่ละคนมีชีวิต เรื่องราว และ ความชอบที่แตกต่างกัน Wingstop จึงออกแบบให้แต่ละรสมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของทุกคน ซึ่งเริ่มต้นเปิดตัวในประเทศไทยด้วย 9 รสชาติ 3 ระดับความเผ็ด 

     NO HEAT

    1.การ์ลิก พาร์เมซาน (GARLIC PARMESAN)

    2.เลมอน เปปเปอร์ (LEMON PEPPER)

    3.ฮิกคอรี สโมก บาร์บีคิว (HICKORY SMOKED BBQ)

    ● SOME HEAT 

    4.ฮอท ฮันนี่ รับ (HOT HONEY RUB)

    5.หลุยเซียน่า รับ (LOUISIANA RUB)

    6.เท็กซัส บัฟฟาโล (TEXAS BUFFALO)

    ● ALL THE HEAT 

    7.แมงโก ฮาบาเนโร (MANGO HABANERO)

    8.อินเฟอร์โน (INFERNO)

    9.อะตอมมิค บลาสต์ (ATOMIC BLAST)

    ทั้งหมดนี้มีตั้งแต่รสชาติยอดฮิตที่คัดมาแล้วว่าโดนใจมหาชน ไปจนถึงรสชาติแปลกใหม่สุดท้าทาย เพื่อมอบประสบการณ์รสชาติความอร่อยแบบที่คนไทยไม่เคยสัมผัสจากที่ไหนมาก่อน
    2.2 มาตรฐานระดับโลก (Standardized) รสชาติของ Wingstop ได้รับการพิสูจน์มาแล้วจากแฟนๆ ทั่วโลกจนเกิดเป็นความชื่นชอบ ดังนั้น เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์แบบเดียวกับทุกประเทศ จึงยึดมาตรฐานการผลิตและคุณภาพที่เข้มข้นเหมือนกันทั่วโลก เพื่อให้ “รสชาติของ Wingstop” เป็นรสชาติระดับสากล ไม่ว่ารับประทานที่ใดบนโลกก็เป็นรสชาติเดียวกัน

    3.ระบบปฏิบัติการแบบมาตรฐานโลก  (Process & Operation: Global Standardized)

    รสชาติที่ดีเริ่มจากระบบที่ดี Wingstop จึงให้ความสำคัญกับหลังบ้านที่แข็งแรง ผ่านการวางมาตรฐานด้าน กระบวนการทำงาน ระบบการจัดการควบคุมคุณภาพ การฝึกอบรมทีมงานมาตรฐานสากลเพื่อให้ประสบการณ์ของลูกค้าในไทย “เสมอต้นเสมอปลาย”  ไม่ว่าจะเข้าร้านวันไหน เวลาไหน หรือสาขาใด ก็ต้องได้รสชาติและบริการแบบเดียวกับทั่วโลก เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายสาขาในอนาคตอย่างราบรื่น 

    economic-business-thai-wingstop-SPACEBAR-Photo01.jpg

    4.การทำแบรนด์และการตลาด (Strengthening Brand & Marketing)

    เพื่อให้ Wingstop เติบโตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ในปัจจุบัน แบรนด์ได้วางแนวทางด้านการตลาดบนสองแกนหลัก ดังนี้
    4.1 การสร้างคัลเจอร์ของแบรนด์ (Culture) การทำการตลาดต้องโดดเด่นและแตกต่าง (Unique & Bold) เพื่อสร้างคัลเจอร์ของแบรนด์ให้เกิดขึ้นจริงในไทย เราเชื่อว่า Gen Z ไม่ใช่แค่กลุ่มอายุ แต่คือคัลเจอร์ที่กำลังก่อตัว (Gen Z is a culture, and it’s forming) และ Wingstop ต้องเป็นส่วนหนึ่งของคัลเจอร์นี้ หรือเป็นพื้นที่ในการทำให้วัฒนธรรมนี้เติบโต ผ่านกิจกรรมและเนื้อหาที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ สิ่งที่แบรนด์ได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่คือ Gen Z ไม่ได้มีแบบเดียว ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน หรือมีไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกันหมด แต่ความงดงามของ Gen Z คือความหลากหลายของการมีซับคัลเจอร์ ซึ่งแบรนด์มีหน้าที่เรียนรู้และทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่

    4.2 กลยุทธ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) Wingstop ให้ความสำคัญกับการฟังเสียงของผู้บริโภค และนำอินไซต์มาพัฒนาการตลาดที่จับต้องได้ ผ่านการปฏิสัมพันธ์ที่น่าสนใจ เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ไม่ใช่เพียงผู้รับสาร หรือเป็นเพียงผู้เฝ้าดูแบรนด์อย่างเดียว แต่ Gen Z พร้อมจะมีความคิดเห็นสะท้อนมายัง
    แบรนด์ได้เสมอ ดังนั้น ตั้งแต่ Wingstop ยังไม่เปิดบริการอย่างเป็นทางการ เราได้ทำกิจกรรมที่ทำให้ประสบการณ์จากแบรนด์เป็นสื่อกลางในการสะท้อนความคิดเห็นของ Gen Z และแบรนด์นำมาปรับตัวอยู่เสมอ เช่น 

    ป้ายพูดได้ (Hoarding Talking) ที่นอกจากจะทำหน้าที่สื่อสารว่า Wingstop จะมาเปิดบริการในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นป้ายที่ตั้งใจสร้างบทสนทนาของ Gen Z ในโซเชียลมีเดียที่มีต่อแบรนด์ เมื่อแบรนด์ทราบว่าแฟนๆ Wingstop ตื่นเต้นที่แบรนด์จะมาเปิดบริการในประเทศไทยเสียที แต่ไม่อยากรอนาน ป้ายนี้จึงสื่อสารกลับไปว่าแบรนด์ได้ยินแล้วว่าแฟนๆ ไม่อยากรอนานข้ามปี เดี๋ยวแบรนด์จัดให้ เพื่อให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมและรู้สึกว่า Wingstop เป็นแบรนด์ที่สร้างมาจากเสียงของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง อีกทั้งเป็นพื้นที่ในการสร้างรสชาติของประสบการณ์ร่วมกัน และถือเป็นการเปิดเกมธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ยังไม่เปิดร้านอย่างเป็นทางการ จนทำให้เกิดกระแสตั้งแต่วันแรกที่ขึ้นป้าย

    การเปิดตลาดไทยในครั้งนี้ Wingstop ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่ม 5-6 แห่งภายในปี 2026 และมุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์ Top of Mind ของคนรุ่นใหม่ เพื่อปูรากฐานให้แบรนด์เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยแบรนด์เชื่อว่าการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ต้องเกิดจากการฟังเสียงผู้บริโภคอย่างแท้จริง แบรนด์จึงตั้งใจทำให้กิจกรรมต่าง ๆ เป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็น และรู้สึกเป็นเจ้าของประสบการณ์ของแบรนด์ร่วมกัน เพื่อให้ Wingstop ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่เป็นแบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคทุกคน

    Wingstop ขอเชิญชวนทุกคนมาลอง “Bring the flavour” ในแบบของตัวเอง ได้ที่ Wingstop สาขาแรก MBK Center ชั้น 2 ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00–02.00 น. มาพิสูจน์รสชาติที่ครองใจผู้คนทั่วโลกที่ในที่สุดก็เดินทางมาถึงประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-wingstop&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34jvY5f80z3NZ0M0vepyFi

  • โฆษกรัฐบาล เผย USTR ส่งสัญญาณเดินหน้าเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ ต่อ

    โฆษกรัฐบาล เผย USTR ส่งสัญญาณเดินหน้าเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ ต่อ

    14 ธันวาคม 2568, 19:18น.

              นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หารือทางโทรศัพท์กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อค่ำวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้รับสัญญาณที่ชัดเจนจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ถึงความพร้อมในการเดินหน้าเจรจาการค้ากับประเทศไทยต่อไป สะท้อนให้เห็นว่า ข้อเสนอของประเทศไทยมิได้ล้มเหลว และยังได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังจากฝ่ายสหรัฐฯ แม้สถานการณ์การหยุดยิงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาจะยังไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลไทยจำเป็นต้องดำเนินนโยบายและตัดสินใจทุกประเด็นโดยยึด ผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประเทศเป็นหลัก

              นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จุดยืนของประเทศไทยยังคงชัดเจนและสม่ำเสมอ การหยุดยิงจะสามารถเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายกัมพูชาดำเนินการตามข้อเรียกร้องและเงื่อนไขที่ประเทศไทยเสนอไว้เท่านั้น เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของความรับผิดชอบและการเคารพพันธกรณีระหว่างประเทศ

              นอกจากนี้ยังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ว่า กระทรวงฯ ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โดยได้เน้นย้ำถึงผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศจากการเร่งเดินหน้าเจรจาการค้า พร้อมเสนอให้ฝ่ายสหรัฐฯ พิจารณาแยกประเด็นด้านความมั่นคงออกจากประเด็นทางการค้า เพื่อไม่ให้การเจรจาล่าช้าและกระทบต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย

              โดยกระทรวงพาณิชย์ยังได้รายงานผลการหารือกับสภาธุรกิจอาเซียน–สหรัฐฯ (USABC) และคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ ที่ลงทุนในประเทศไทยกว่า 40 ราย ซึ่งเห็นพ้องตรงกันว่าควรเร่งสรุปผลการเจรจาการค้าโดยเร็ว เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และประโยชน์ของผู้บริโภคทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะสินค้าที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตได้เอง เช่น ข้าวหอมมะลิไทยและสินค้าเกษตรอื่น ๆ

              นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากกระทรวงพาณิชย์ เช้าวันนี้ (14 ธ.ค.68) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่า จะประสานให้ USTR เดินหน้าการหารือในระดับเทคนิคกับฝ่ายไทย ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ

    ….

    #หารือการค้า

    #เศรษฐกิจ

    #ทำเนียบรัฐบาล

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/157450&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ACSWjoibXCviq58BpZ6__

  • Wingstop เดินหน้าบุกตลาดไทย

    ปราการ ไรวา ผู้บริหารแบรนด์วิงสต๊อปประเทศไทย หรือ Wingstop Bro กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ผมสนใจ แบรนด์ Wingstop เป็นพิเศษ ไม่ได้เกิดจากชื่อเสียงระดับโลก หรือความสำเร็จกว่า 3,000 สาขาใน 18 ประเทศเท่านั้น แต่เริ่มจากความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสรสชาติของแบรนด์ที่มีความเข้มข้น สนุก และมีเอกลักษณ์ในแบบที่หาไม่ได้จากแบรนด์อื่น โดยมีแก่นของแบรนด์ที่ชัดเจนมากว่าไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ไก่ทอดดังประโยคติดร้าน “We’re not in the wings business. We’re in the flavour business.” เพราะเราเชื่อว่ารสชาติไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร แต่เป็น “ประสบการณ์” ที่ทำให้ชีวิตของผู้คนมีรสชาติพิเศษขึ้นในทุกๆวัน ผ่านรสชาติที่แบรนด์นำเสนอด้วยความกล้า ชัดเจน และเต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์ Wingstop จะมีฐานลูกค้าทั่วโลก เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คนรุ่นใหม่ทั้งโลกเทใจให้ แม้กระทั่งในประเทศไทยเองก็เคยมีกระแสคนรักแบรนด์นี้เรียกร้องอยากให้ Wingstop มาเปิดในประเทศไทยตั้งแต่ยังไม่เปิดบริการด้วยซ้ำ

    กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย

    การนำ Wingstop มาสู่ประเทศไทยจึงไม่ใช่แค่การถ่ายทอดวัฒนธรรมรสชาติระดับโลกหรือการนำสูตรสำเร็จจากต่างประเทศไทยมาใช้ แต่คือการออกแบบประสบการณ์ให้เข้ากับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนไทยรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งทำให้เกิดเป็น กลยุทธ์ 4 ข้อหลักที่วางขึ้นเพื่อให้แบรนด์เติบโตได้อย่างยั่งยืนประเทศไทย ดังนี้

    1. กระบวนการทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่ (ConZmer Centric)  

      สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของ Wingstop ดังนั้นแบรนด์จึงออกแบบกระบวนการทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่จากอินไซต์จริง เช่น การจับมือร่วมกับนักศึกษามหาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง หลักสูตร  Design, Business & Technology Management กว่า 80 คน เพื่อเรียนรู้ไม่เพียงแค่พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ แต่ทำความเข้าใจลึกลงไปถึงความคิดและวัฒนธรรม (Mindset & Culture) ของคนรุ่นใหม่ ความคิดเห็นต่อผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ของแบรนด์ ฯลฯ เพราะ Wingstop ไม่ได้ต้องการทำแบรนด์เพื่อคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ต้องการสร้างแบรนด์จากคนรุ่นใหม่จริงๆ

    2. กลยุทธ์ผู้นำด้านรสชาติ (Flavour Pioneers)

      หัวใจของ Wingstop คือการเป็นธุรกิจแห่งรสชาติ (“We’re in the flavour business”) ดังนั้นทุกอย่างจึงเริ่มต้นจากรสชาติเป็นศูนย์กลาง

    2.1 ความหลากหลายของรสชาติ (Variety) เพราะแต่ละคนมีชีวิต เรื่องราว และ ความชอบที่แตกต่างกัน Wingstop จึงออกแบบให้แต่ละรสมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของทุกคน ซึ่งเริ่มต้นเปิดตัวในประเทศไทยด้วย 9 รสชาติ 3 ระดับความเผ็ด 

     NO HEAT

    1.การ์ลิก พาร์เมซาน (GARLIC PARMESAN)

    2.เลมอน เปปเปอร์ (LEMON PEPPER)

    3.ฮิกคอรี สโมก บาร์บีคิว (HICKORY SMOKED BBQ)

    ● SOME HEAT 

    4.ฮอท ฮันนี่ รับ (HOT HONEY RUB)

    5.หลุยเซียน่า รับ (LOUISIANA RUB)

    6.เท็กซัส บัฟฟาโล (TEXAS BUFFALO)

    ● ALL THE HEAT 

    7.แมงโก ฮาบาเนโร (MANGO HABANERO)

    8.อินเฟอร์โน (INFERNO)

    9.อะตอมมิค บลาสต์ (ATOMIC BLAST)

    ทั้งหมดนี้มีตั้งแต่รสชาติยอดฮิตที่คัดมาแล้วว่าโดนใจมหาชน ไปจนถึงรสชาติแปลกใหม่สุดท้าทาย เพื่อมอบประสบการณ์รสชาติความอร่อยแบบที่คนไทยไม่เคยสัมผัสจากที่ไหนมาก่อน
    2.2 มาตรฐานระดับโลก (Standardized) รสชาติของ Wingstop ได้รับการพิสูจน์มาแล้วจากแฟนๆ ทั่วโลกจนเกิดเป็นความชื่นชอบ ดังนั้น เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์แบบเดียวกับทุกประเทศ จึงยึดมาตรฐานการผลิตและคุณภาพที่เข้มข้นเหมือนกันทั่วโลก เพื่อให้ “รสชาติของ Wingstop” เป็นรสชาติระดับสากล ไม่ว่ารับประทานที่ใดบนโลกก็เป็นรสชาติเดียวกัน

    3.ระบบปฏิบัติการแบบมาตรฐานโลก  (Process & Operation: Global Standardized)

    รสชาติที่ดีเริ่มจากระบบที่ดี Wingstop จึงให้ความสำคัญกับหลังบ้านที่แข็งแรง ผ่านการวางมาตรฐานด้าน กระบวนการทำงาน ระบบการจัดการควบคุมคุณภาพ การฝึกอบรมทีมงานมาตรฐานสากลเพื่อให้ประสบการณ์ของลูกค้าในไทย “เสมอต้นเสมอปลาย”  ไม่ว่าจะเข้าร้านวันไหน เวลาไหน หรือสาขาใด ก็ต้องได้รสชาติและบริการแบบเดียวกับทั่วโลก เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายสาขาในอนาคตอย่างราบรื่น 

    economic-business-thai-wingstop-SPACEBAR-Photo01.jpg

    4.การทำแบรนด์และการตลาด (Strengthening Brand & Marketing)

    เพื่อให้ Wingstop เติบโตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ในปัจจุบัน แบรนด์ได้วางแนวทางด้านการตลาดบนสองแกนหลัก ดังนี้
    4.1 การสร้างคัลเจอร์ของแบรนด์ (Culture) การทำการตลาดต้องโดดเด่นและแตกต่าง (Unique & Bold) เพื่อสร้างคัลเจอร์ของแบรนด์ให้เกิดขึ้นจริงในไทย เราเชื่อว่า Gen Z ไม่ใช่แค่กลุ่มอายุ แต่คือคัลเจอร์ที่กำลังก่อตัว (Gen Z is a culture, and it’s forming) และ Wingstop ต้องเป็นส่วนหนึ่งของคัลเจอร์นี้ หรือเป็นพื้นที่ในการทำให้วัฒนธรรมนี้เติบโต ผ่านกิจกรรมและเนื้อหาที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ สิ่งที่แบรนด์ได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่คือ Gen Z ไม่ได้มีแบบเดียว ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน หรือมีไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกันหมด แต่ความงดงามของ Gen Z คือความหลากหลายของการมีซับคัลเจอร์ ซึ่งแบรนด์มีหน้าที่เรียนรู้และทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่

    4.2 กลยุทธ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) Wingstop ให้ความสำคัญกับการฟังเสียงของผู้บริโภค และนำอินไซต์มาพัฒนาการตลาดที่จับต้องได้ ผ่านการปฏิสัมพันธ์ที่น่าสนใจ เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ไม่ใช่เพียงผู้รับสาร หรือเป็นเพียงผู้เฝ้าดูแบรนด์อย่างเดียว แต่ Gen Z พร้อมจะมีความคิดเห็นสะท้อนมายัง
    แบรนด์ได้เสมอ ดังนั้น ตั้งแต่ Wingstop ยังไม่เปิดบริการอย่างเป็นทางการ เราได้ทำกิจกรรมที่ทำให้ประสบการณ์จากแบรนด์เป็นสื่อกลางในการสะท้อนความคิดเห็นของ Gen Z และแบรนด์นำมาปรับตัวอยู่เสมอ เช่น 

    ป้ายพูดได้ (Hoarding Talking) ที่นอกจากจะทำหน้าที่สื่อสารว่า Wingstop จะมาเปิดบริการในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นป้ายที่ตั้งใจสร้างบทสนทนาของ Gen Z ในโซเชียลมีเดียที่มีต่อแบรนด์ เมื่อแบรนด์ทราบว่าแฟนๆ Wingstop ตื่นเต้นที่แบรนด์จะมาเปิดบริการในประเทศไทยเสียที แต่ไม่อยากรอนาน ป้ายนี้จึงสื่อสารกลับไปว่าแบรนด์ได้ยินแล้วว่าแฟนๆ ไม่อยากรอนานข้ามปี เดี๋ยวแบรนด์จัดให้ เพื่อให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมและรู้สึกว่า Wingstop เป็นแบรนด์ที่สร้างมาจากเสียงของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง อีกทั้งเป็นพื้นที่ในการสร้างรสชาติของประสบการณ์ร่วมกัน และถือเป็นการเปิดเกมธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ยังไม่เปิดร้านอย่างเป็นทางการ จนทำให้เกิดกระแสตั้งแต่วันแรกที่ขึ้นป้าย

    การเปิดตลาดไทยในครั้งนี้ Wingstop ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่ม 5-6 แห่งภายในปี 2026 และมุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์ Top of Mind ของคนรุ่นใหม่ เพื่อปูรากฐานให้แบรนด์เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยแบรนด์เชื่อว่าการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ต้องเกิดจากการฟังเสียงผู้บริโภคอย่างแท้จริง แบรนด์จึงตั้งใจทำให้กิจกรรมต่าง ๆ เป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็น และรู้สึกเป็นเจ้าของประสบการณ์ของแบรนด์ร่วมกัน เพื่อให้ Wingstop ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่เป็นแบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคทุกคน

    Wingstop ขอเชิญชวนทุกคนมาลอง “Bring the flavour” ในแบบของตัวเอง ได้ที่ Wingstop สาขาแรก MBK Center ชั้น 2 ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00–02.00 น. มาพิสูจน์รสชาติที่ครองใจผู้คนทั่วโลกที่ในที่สุดก็เดินทางมาถึงประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-wingstop&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34jvY5f80z3NZ0M0vepyFi

  • แรงงานคืนถิ่น:ทางเลือกที่เป็นโอกาส

    แรงงานคืนถิ่น:ทางเลือกที่เป็นโอกาส

    สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับ บริษัท ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ จำกัด (SAB) ทำการสำรวจแรงจูงใจและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานกลับไปยังภูมิลำเนา และสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้แรงงานคืนถิ่นสามารถยกระดับเศรษฐกิจฐานราก โดยมีกลุ่มประชากรเป้าหมาย คือ คนทำงานตอนต้น (อายุ 20-35 ปี) ที่จบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ขึ้นไป ที่ย้ายเข้าไปทำงานในจังหวัดเศรษฐกิจ คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา จำนวน 2,563 ตัวอย่าง

    โดยผลการสำรวจพบว่า สาเหตุที่ทำให้คนทำงานตอนต้นย้ายมาจังหวัดเศรษฐกิจมักเกี่ยวกับเรื่องงาน โดย 60.5% ตั้งใจเข้ามาเพื่อมาทำงาน รองลงมา 21.5% เริ่มต้นเข้ามาเพื่อเรียน ซึ่งเกือบทั้งหมดเลือกทำงานต่อในจังหวัดที่เรียนจบ เพราะมองว่ามีรายได้และสวัสดิการที่ดีกว่าภูมิลำเนา รวมถึงมีความคุ้นชินกับสภาพแวดล้อม

    ขณะที่แนวโน้มการย้ายกลับภูมิลำเนามีไม่มากและระยะเวลาการย้ายกลับค่อนข้างนาน โดยมีเพียง 1 ใน 3 ที่มีแนวโน้มย้ายกลับ ซึ่งกลุ่มลูกจ้างภาครัฐจะกลับเมื่อเกษียณ ขณะที่ลูกจ้างเอกชนและกลุ่มอาชีพอิสระจะกลับเมื่อมีเงินเก็บตามเป้าหมาย

    นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบอุปสรรคต่อการย้ายกลับภูมิลำเนา ได้แก่ 1.การสูญเสียรายได้หรือสวัสดิการ เพราะระดับรายได้ปัจจุบันดีกว่าในภูมิลำเนา และยังมีเหลือให้เก็บออม 2.การมีภาระต่างๆ อาทิ การมีบ้านหรือมีลูกกำลังเรียนอยู่ในจังหวัดเศรษฐกิจ รวมถึงการมีหนี้ และ 3.ความผูกพันกับท้องถิ่นที่ลดลง ซึ่งทำให้มองว่าเมืองเศรษฐกิจ ที่อยู่ในปัจจุบันเป็นบ้านมากกว่าภูมิลำเนา

    ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึงปัจจัยที่จะสามารถจูงใจให้กลับไปทำงานที่ภูมิลำเนา พบว่า การมีโครงสร้างและระบบสนับสนุนทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมที่ดี อาทิ การมีสวัสดิการพิเศษในการกลับไปทำงานในท้องถิ่นของกลุ่มลูกจ้างภาครัฐ/เอกชน การมีเงินทุนสนับสนุนของกลุ่มอาชีพอิสระ อีกทั้งแรงงานบางส่วนยังให้ความสำคัญกับการมีคุณภาพชีวิตในภูมิลำเนาที่ดีขึ้น ทั้งระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม ระบบไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ตที่เสถียร โดยเฉพาะระบบการศึกษาที่ควรมีคุณภาพทัดเทียมกับจังหวัดเศรษฐกิจ ซึ่งอาจช่วยดึงดูดกลุ่มแรงงานที่มีลูกให้กลับมา รวมถึงเป็นแหล่งผลิตแรงงานที่มีคุณภาพให้แก่สถานประกอบการในพื้นที่

    ข้อค้นพบข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า ภาครัฐอาจต้องให้ความสำคัญกับการทำให้แรงงานอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ต้น เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดจากปัจจัยผูกมัดต่างๆ ที่แรงงานมีหลังจากย้ายออกไปทำงานในจังหวัดเศรษฐกิจ โดยต้องดำเนินการ ได้แก่ 1.พัฒนาโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิลำเนา โดยขยายผลนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง ส่งเสริมการลงทุนที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของจังหวัดเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจของภูมิภาค ควบคู่กับการเร่งผลักดันการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางในภูมิภาคต่างๆ 2.สร้างแหล่งเงินทุน และส่งเสริมความรู้/ทักษะ ในการประกอบอาชีพ 3.ยกระดับคุณภาพของสาธารณูปโภค บริการการศึกษาและสาธารณสุขในพื้นที่ โดยการพัฒนาคุณภาพและขยายความครอบคลุม และ 4.ส่งเสริมความผูกพันกับบ้านเกิดและสร้างเครือข่ายคนคืนถิ่นในพื้นที่

    อย่างไรก็ดี แม้แรงงานส่วนใหญ่ย้ายเข้าสู่จังหวัดเศรษฐกิจด้วยเหตุผลด้านการจ้างงาน รายได้และสวัสดิการที่ดีกว่า แต่แนวโน้มการย้ายกลับภูมิลำเนายังมีไม่มากและใช้ระยะเวลานาน เนื่องจากข้อจำกัดด้านรายได้ ภาระครอบครัว หนี้สิน และความผูกพันกับพื้นที่เดิมที่ลดลง โดยแรงงานยังคงให้ความสำคัญกับการมีโครงสร้างและระบบสนับสนุนทางเศรษฐกิจและสังคมที่เหมาะสมในภูมิลำเนา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐควรมุ่งเน้นการสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตในพื้นที่ตั้งแต่ต้นควบคู่กับการเสริมสร้างความผูกพันกับท้องถิ่น เพื่อรักษาและดึงดูดแรงงานคุณภาพให้มีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน.

    ครองขวัญ รอดหมวน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/915089/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw052WNE2X_OsGRGvZLtZJtF

  • “เลขาฯเพื่อไทย” ประกาศสัปดาห์หน้าจบรายชื่อผู้สมัคร 400 เขต ลั่นนโยบายเศรษฐกิจชุดใหญ่ปังแน่

    “เลขาฯเพื่อไทย” ประกาศสัปดาห์หน้าจบรายชื่อผู้สมัคร 400 เขต ลั่นนโยบายเศรษฐกิจชุดใหญ่ปังแน่

    “เพื่อไทย” พร้อม 100%! “ประเสริฐ” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ประกาศความพร้อมในการเลือกตั้ง ยืนยันภายในสัปดาห์หน้า สรุปรายชื่อผู้สมัครครบทั้ง 400 เขต พร้อมเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ 16 ธ.ค. ระบุไม่มีการประกาศลำดับอย่างเป็นทางการ การันตีว่านโยบายเศรษฐกิจชุดใหญ่จะได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม

    วันที่ 14 ธ.ค. 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พท. ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีการประกาศลำดับด้วยหรือไม่ ว่า ขณะนี้กำลังดูรูปแบบอยู่ อาจจะไม่มีการประกาศถึงขนาดนั้น เพราะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทุกคนมีความสำคัญ แต่ขอให้รอวันที่ 16 ธ.ค. และในวันที่ 15 ธ.ค.นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคอีกครั้ง

    เมื่อถามว่า นโยบายที่จะเปิดจะเป็นด้านใดบ้าง นายประเสริฐ กล่าวว่า จะเป็นในกรอบภาพรวม ต้องรอการประชุม กก.บห.พรรคซึ่งจะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าหากเปิดมาแล้วจะได้รับเสียงตอบรับจากประชาชน

    เมื่อถามถึง ความพร้อมในการส่งตัวผู้สมัครทั้ง 400 เขตรวมถึงว่าที่ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ นายประเสริฐ กล่าวว่า พร้อม ภายในสัปดาห์หน้าน่าจะจบทั้ง 400 เขต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/116914&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KqeZNaR9M-9E-TrlBYoW6

  • Wingstop เดินหน้าบุกตลาดไทย

    ปราการ ไรวา ผู้บริหารแบรนด์วิงสต๊อปประเทศไทย หรือ Wingstop Bro กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ผมสนใจ แบรนด์ Wingstop เป็นพิเศษ ไม่ได้เกิดจากชื่อเสียงระดับโลก หรือความสำเร็จกว่า 3,000 สาขาใน 18 ประเทศเท่านั้น แต่เริ่มจากความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสรสชาติของแบรนด์ที่มีความเข้มข้น สนุก และมีเอกลักษณ์ในแบบที่หาไม่ได้จากแบรนด์อื่น โดยมีแก่นของแบรนด์ที่ชัดเจนมากว่าไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ไก่ทอดดังประโยคติดร้าน “We’re not in the wings business. We’re in the flavour business.” เพราะเราเชื่อว่ารสชาติไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร แต่เป็น “ประสบการณ์” ที่ทำให้ชีวิตของผู้คนมีรสชาติพิเศษขึ้นในทุกๆวัน ผ่านรสชาติที่แบรนด์นำเสนอด้วยความกล้า ชัดเจน และเต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์ Wingstop จะมีฐานลูกค้าทั่วโลก เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คนรุ่นใหม่ทั้งโลกเทใจให้ แม้กระทั่งในประเทศไทยเองก็เคยมีกระแสคนรักแบรนด์นี้เรียกร้องอยากให้ Wingstop มาเปิดในประเทศไทยตั้งแต่ยังไม่เปิดบริการด้วยซ้ำ

    กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย

    การนำ Wingstop มาสู่ประเทศไทยจึงไม่ใช่แค่การถ่ายทอดวัฒนธรรมรสชาติระดับโลกหรือการนำสูตรสำเร็จจากต่างประเทศไทยมาใช้ แต่คือการออกแบบประสบการณ์ให้เข้ากับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนไทยรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งทำให้เกิดเป็น กลยุทธ์ 4 ข้อหลักที่วางขึ้นเพื่อให้แบรนด์เติบโตได้อย่างยั่งยืนประเทศไทย ดังนี้

    1. กระบวนการทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่ (ConZmer Centric)  

      สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของ Wingstop ดังนั้นแบรนด์จึงออกแบบกระบวนการทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่จากอินไซต์จริง เช่น การจับมือร่วมกับนักศึกษามหาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง หลักสูตร  Design, Business & Technology Management กว่า 80 คน เพื่อเรียนรู้ไม่เพียงแค่พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ แต่ทำความเข้าใจลึกลงไปถึงความคิดและวัฒนธรรม (Mindset & Culture) ของคนรุ่นใหม่ ความคิดเห็นต่อผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ของแบรนด์ ฯลฯ เพราะ Wingstop ไม่ได้ต้องการทำแบรนด์เพื่อคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ต้องการสร้างแบรนด์จากคนรุ่นใหม่จริงๆ

    2. กลยุทธ์ผู้นำด้านรสชาติ (Flavour Pioneers)

      หัวใจของ Wingstop คือการเป็นธุรกิจแห่งรสชาติ (“We’re in the flavour business”) ดังนั้นทุกอย่างจึงเริ่มต้นจากรสชาติเป็นศูนย์กลาง

    2.1 ความหลากหลายของรสชาติ (Variety) เพราะแต่ละคนมีชีวิต เรื่องราว และ ความชอบที่แตกต่างกัน Wingstop จึงออกแบบให้แต่ละรสมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของทุกคน ซึ่งเริ่มต้นเปิดตัวในประเทศไทยด้วย 9 รสชาติ 3 ระดับความเผ็ด 

     NO HEAT

    1.การ์ลิก พาร์เมซาน (GARLIC PARMESAN)

    2.เลมอน เปปเปอร์ (LEMON PEPPER)

    3.ฮิกคอรี สโมก บาร์บีคิว (HICKORY SMOKED BBQ)

    ● SOME HEAT 

    4.ฮอท ฮันนี่ รับ (HOT HONEY RUB)

    5.หลุยเซียน่า รับ (LOUISIANA RUB)

    6.เท็กซัส บัฟฟาโล (TEXAS BUFFALO)

    ● ALL THE HEAT 

    7.แมงโก ฮาบาเนโร (MANGO HABANERO)

    8.อินเฟอร์โน (INFERNO)

    9.อะตอมมิค บลาสต์ (ATOMIC BLAST)

    ทั้งหมดนี้มีตั้งแต่รสชาติยอดฮิตที่คัดมาแล้วว่าโดนใจมหาชน ไปจนถึงรสชาติแปลกใหม่สุดท้าทาย เพื่อมอบประสบการณ์รสชาติความอร่อยแบบที่คนไทยไม่เคยสัมผัสจากที่ไหนมาก่อน
    2.2 มาตรฐานระดับโลก (Standardized) รสชาติของ Wingstop ได้รับการพิสูจน์มาแล้วจากแฟนๆ ทั่วโลกจนเกิดเป็นความชื่นชอบ ดังนั้น เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์แบบเดียวกับทุกประเทศ จึงยึดมาตรฐานการผลิตและคุณภาพที่เข้มข้นเหมือนกันทั่วโลก เพื่อให้ “รสชาติของ Wingstop” เป็นรสชาติระดับสากล ไม่ว่ารับประทานที่ใดบนโลกก็เป็นรสชาติเดียวกัน

    3.ระบบปฏิบัติการแบบมาตรฐานโลก  (Process & Operation: Global Standardized)

    รสชาติที่ดีเริ่มจากระบบที่ดี Wingstop จึงให้ความสำคัญกับหลังบ้านที่แข็งแรง ผ่านการวางมาตรฐานด้าน กระบวนการทำงาน ระบบการจัดการควบคุมคุณภาพ การฝึกอบรมทีมงานมาตรฐานสากลเพื่อให้ประสบการณ์ของลูกค้าในไทย “เสมอต้นเสมอปลาย”  ไม่ว่าจะเข้าร้านวันไหน เวลาไหน หรือสาขาใด ก็ต้องได้รสชาติและบริการแบบเดียวกับทั่วโลก เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายสาขาในอนาคตอย่างราบรื่น 

    economic-business-thai-wingstop-SPACEBAR-Photo01.jpg

    4.การทำแบรนด์และการตลาด (Strengthening Brand & Marketing)

    เพื่อให้ Wingstop เติบโตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ในปัจจุบัน แบรนด์ได้วางแนวทางด้านการตลาดบนสองแกนหลัก ดังนี้
    4.1 การสร้างคัลเจอร์ของแบรนด์ (Culture) การทำการตลาดต้องโดดเด่นและแตกต่าง (Unique & Bold) เพื่อสร้างคัลเจอร์ของแบรนด์ให้เกิดขึ้นจริงในไทย เราเชื่อว่า Gen Z ไม่ใช่แค่กลุ่มอายุ แต่คือคัลเจอร์ที่กำลังก่อตัว (Gen Z is a culture, and it’s forming) และ Wingstop ต้องเป็นส่วนหนึ่งของคัลเจอร์นี้ หรือเป็นพื้นที่ในการทำให้วัฒนธรรมนี้เติบโต ผ่านกิจกรรมและเนื้อหาที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ สิ่งที่แบรนด์ได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่คือ Gen Z ไม่ได้มีแบบเดียว ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน หรือมีไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกันหมด แต่ความงดงามของ Gen Z คือความหลากหลายของการมีซับคัลเจอร์ ซึ่งแบรนด์มีหน้าที่เรียนรู้และทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่

    4.2 กลยุทธ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) Wingstop ให้ความสำคัญกับการฟังเสียงของผู้บริโภค และนำอินไซต์มาพัฒนาการตลาดที่จับต้องได้ ผ่านการปฏิสัมพันธ์ที่น่าสนใจ เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ไม่ใช่เพียงผู้รับสาร หรือเป็นเพียงผู้เฝ้าดูแบรนด์อย่างเดียว แต่ Gen Z พร้อมจะมีความคิดเห็นสะท้อนมายัง
    แบรนด์ได้เสมอ ดังนั้น ตั้งแต่ Wingstop ยังไม่เปิดบริการอย่างเป็นทางการ เราได้ทำกิจกรรมที่ทำให้ประสบการณ์จากแบรนด์เป็นสื่อกลางในการสะท้อนความคิดเห็นของ Gen Z และแบรนด์นำมาปรับตัวอยู่เสมอ เช่น 

    ป้ายพูดได้ (Hoarding Talking) ที่นอกจากจะทำหน้าที่สื่อสารว่า Wingstop จะมาเปิดบริการในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นป้ายที่ตั้งใจสร้างบทสนทนาของ Gen Z ในโซเชียลมีเดียที่มีต่อแบรนด์ เมื่อแบรนด์ทราบว่าแฟนๆ Wingstop ตื่นเต้นที่แบรนด์จะมาเปิดบริการในประเทศไทยเสียที แต่ไม่อยากรอนาน ป้ายนี้จึงสื่อสารกลับไปว่าแบรนด์ได้ยินแล้วว่าแฟนๆ ไม่อยากรอนานข้ามปี เดี๋ยวแบรนด์จัดให้ เพื่อให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมและรู้สึกว่า Wingstop เป็นแบรนด์ที่สร้างมาจากเสียงของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง อีกทั้งเป็นพื้นที่ในการสร้างรสชาติของประสบการณ์ร่วมกัน และถือเป็นการเปิดเกมธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ยังไม่เปิดร้านอย่างเป็นทางการ จนทำให้เกิดกระแสตั้งแต่วันแรกที่ขึ้นป้าย

    การเปิดตลาดไทยในครั้งนี้ Wingstop ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่ม 5-6 แห่งภายในปี 2026 และมุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์ Top of Mind ของคนรุ่นใหม่ เพื่อปูรากฐานให้แบรนด์เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยแบรนด์เชื่อว่าการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ต้องเกิดจากการฟังเสียงผู้บริโภคอย่างแท้จริง แบรนด์จึงตั้งใจทำให้กิจกรรมต่าง ๆ เป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็น และรู้สึกเป็นเจ้าของประสบการณ์ของแบรนด์ร่วมกัน เพื่อให้ Wingstop ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่เป็นแบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคทุกคน

    Wingstop ขอเชิญชวนทุกคนมาลอง “Bring the flavour” ในแบบของตัวเอง ได้ที่ Wingstop สาขาแรก MBK Center ชั้น 2 ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00–02.00 น. มาพิสูจน์รสชาติที่ครองใจผู้คนทั่วโลกที่ในที่สุดก็เดินทางมาถึงประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-wingstop&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34jvY5f80z3NZ0M0vepyFi

  • เคอร์ฟิวตราดสะเทือนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการหวั่นสถานการณ์

    เคอร์ฟิวตราดสะเทือนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการหวั่นสถานการณ์

    ภาคธุรกิจท่องเที่ยวแสดงความกังวลสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย–กัมพูชาที่ยืดเยื้อ หลังมีการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ จ.ตราด

    ภาคท่องเที่ยวจับตา สถานการณ์ชายแดน หวั่นยืดเยื้อกระทบความเชื่อมั่นนักเดินทาง

    สถานการณ์ความตึงเครียดตาม แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มแสดงความกังวล โดยเฉพาะหลังมีการ ประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดตราด ผู้ประกอบการมองว่า แม้ขณะนี้การท่องเที่ยวยังไม่หยุดชะงัก แต่หากเหตุการณ์ยืดเยื้อหรือทวีความรุนแรง อาจกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวในระยะต่อไป

    บรรยากาศการจำหน่ายแพ็กเกจทัวร์บริเวณ ถนนข้าวสาร เขตพระนคร ซึ่งเป็นแหล่งรวมบริษัทท่องเที่ยวสำหรับชาวต่างชาติ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยยังมีแพ็กเกจเดินทางไปยังจังหวัดตราด รวมถึง เกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด วางขายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยอมรับว่านักท่องเที่ยวเริ่มสอบถามข้อมูลด้านความปลอดภัยมากขึ้น

    พนักงานฝ่ายขายของ บริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด ผู้ให้บริการรถโดยสารและเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ในจังหวัดตราด เปิดเผยว่า การเดินรถและเดินเรือยังดำเนินการตามปกติ โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวออกเดินทางมากกว่า 100 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป แต่ยอมรับว่ามีนักท่องเที่ยวบางส่วนขอเลื่อนกำหนดการเดินทางออกไป เนื่องจากกังวลต่อสถานการณ์ชายแดน

    เคอร์ฟิวตราดสะเทือนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการหวั่นสถานการณ์  

    ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการจองตั๋วเดินทางอีกราย ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณการจองตั๋วไปจังหวัดตราดลดลงประมาณ ร้อยละ 50 โดยนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเลือกเปลี่ยนเส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้ เช่น เกาะสมุยและเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แทน สะท้อนความกังวลต่อภาพรวมความปลอดภัย

    ด้าน นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า เหตุปะทะตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปี ส่งผลให้ยอดจองที่พักในจังหวัดชายแดนลดลงเหลือเพียง 20–30% และยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยุติเมื่อใด ทำให้ยอดจองที่พักในพื้นที่ชายแดนแทบจะหายไปทั้งหมด

    นอกจากนี้ การประกาศกฎอัยการศึกในบางจังหวัด อาจนำไปสู่การออกประกาศเตือนการเดินทางจากหลายประเทศ รวมถึงกระทบต่อการทำประกันการเดินทางของนักท่องเที่ยว เนื่องจากบริษัทประกันบางแห่งอาจไม่ให้ความคุ้มครองในพื้นที่ที่มีเหตุความไม่สงบ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจเดินทาง

    ภาคธุรกิจท่องเที่ยวประเมินว่า ภาพความขัดแย้งที่ดูยืดเยื้อและรุนแรงกว่าครั้งก่อน อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในช่วงโค้งสุดท้ายของปี และทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ

    ด้าน นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เสนอให้รัฐบาลเร่งสื่อสารเชิงรุกกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อย้ำว่ายังมีหลายพื้นที่ของประเทศที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการใน 7 จังหวัดชายแดน และเร่งคลี่คลายสถานการณ์ เพื่อจำกัดผลกระทบทางเศรษฐกิจให้อยู่ในวงแคบที่สุด

    เคอร์ฟิวตราดสะเทือนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการหวั่นสถานการณ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tnews.co.th/social/social-news/640616&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0txV1_gpfkSlCjCCzsz4wr