
มิติหุ้น – ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว จับมือกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) สนับสนุนโครงการ G-Green ออกแพ็กเกจ Green HOTEL SOLUTION ส่งสินเชื่อ Green Loan อัตราดอกเบี้ยพิเศษ MLR-1.25% ต่อปี พร้อมบริการด้าน ESG ครบวงจร มุ่งหวังช่วยให้ธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนผ่านสำเร็จเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันธุรกิจไทยในเวทีโลก
ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรมมีการปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงต้องเตรียมปรับตัวเพื่อรองรับระเบียบข้อบังคับใหม่ด้านความยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero โดยที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยให้การสนับสนุนลูกค้าทั้งเงินทุน องค์ความรู้ และการให้บริการโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำได้สำเร็จ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจ
ล่าสุดได้จับมือกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมสนับสนุนโครงการ
G – Green โดยให้การสนับสนุนโรงแรมที่มุ่งส่งเสริมการผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Green Hotel ที่ได้รับการรับรองความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายใต้สัญลักษณ์ G – Green เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานคาร์บอนต่ำ ด้วยแพ็กเกจ Green HOTEL SOLUTION เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน 4 ด้าน ได้แก่
- สนับสนุนเงินทุน ด้วยสินเชื่อ Green Loan อัตราดอกเบี้ยพิเศษ MLR-1.25% ต่อปี* ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 5 ปี เมื่อสมัครสินเชื่อตั้งแต่ 1 ก.ย. 2568 – 31 ธ.ค. 2569
- สนับสนุนเครื่องมือในการเปลี่ยนผ่าน ได้แก่ บริการที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน K-CLIMATE ESG Advisory และแพลตฟอร์มคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ KCLIMATE1.5
- สนับสนุนระบบจัดการโรงแรม ด้วยแพลตฟอร์ม KONCIERGE+ ซึ่งรวบรวม Solution สำหรับบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมครบจบในที่เดียว
- สนับสนุนการตลาด โดยได้เข้าร่วมโปรโมชันและพื้นที่ประชาสัมพันธ์กับบัตรเครดิต กสิกรไทย** และแพลตฟอร์ม TAGTHAI ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ
ดร.กรินทร์ กล่าวในตอนท้ายว่าธนาคารมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยลงมือเปลี่ยนผ่านธุรกิจได้จริง ซึ่งนอกจากจะเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ธุรกิจไทยในการแข่งขันบนเวทีสากลแล้ว ยังเป็นการร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ https://www.kasikornbank.com/k_greenhotel
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/19/604842/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Mpkk55mVNd6T1TMtd1no_






นายยัญชัย บุญใช้ CEO iHERB GROUP ร่วมส่งเสริมการศึกษาเด็กนักเรียนยากไร้ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ
นายยัญชัย บุญใช้ CEOหนุ่มแห่ง iHERB GROUP เจ้าของอาณาจักรผลิตอาหารเสริมรายใหญ่ของประเทศไทย กล่าวว่า “ในโอกาสใกล้วันเด็กปีนี้ ทางบริษัทเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาที่เป็นสิ่งสำคัญของเด็กไทย จึงได้คัดเลือกโรงเรียนหนองตาแพ่งซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชน อยู่ใกล้เคียงกับโรงงานไอเฮิร์บ จ.กาญจนบุรี โดยได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 10 ทุน ทุนละ 5,000 บาท(ห้าพันบาท) รวมมูลค่า 50,000 บาท(ห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยคัดเลือกจากนักเรียนที่เรียนดี ความประพฤติดี แต่ขาดทุนทรัพย์ รวมถึงบริจาคอุปกรณ์กีฬา ขนม และร่วมสมทบทุนซ่อมแซมอาคารเรียน รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท โดยหวังว่าสิ่งเล็กๆเหล่านี้ จะเป็นแรงกำลังใจแก่นักเรียนและคณะครูต่อไป”
นายยัญชัย บุญใช้ กล่าวเสริมในช่วงท้ายถึงทิศทางของ iHERB GROUP ในปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงว่า “ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมานั้น iHERB GROUP มีความตั้งใจในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เราสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก และนวัฒกรรมอันทันสมัยตามแบบฉบับของiHERB ราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ในคอนเซปของดีราคาไม่แพง เพื่อตอบโจทย์ในทุกกลุ่มเป้าหมาย และในปี 2569 iHERB เองก็จะยังคงจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งต่อสินค้าที่มีคุณภาพให้กับทุกคน รวมไปถึงการแบ่งปันสิ่งดีๆ ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดปี เช่น ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม, ทำนุบำรุงพุทธศานา, ช่วยเหลือผู้พิการทหารผ่านศึก เป็นต้น.




วันที่ 18 ธ.ค. 2568 การเมืองในพื้นที่จังหวัดสงขลาเริ่มคึกคักขึ้น เมื่อ พล.ต.ท. พัฒนวุธ อังคะนาวิน หรือ “ผู้การวุธ” อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดสงขลา พรรคเศรษฐกิจ แสดงจุดยืนและวิสัยทัศน์ทางการเมืองอย่างชัดเจน ในการประชุมจัดตั้งตัวแทนพรรคเศรษฐกิจประจำจังหวัดสงขลา โดยยืนยันว่าการตัดสินใจลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เป็นสำคัญ

พล.ต.ท. พัฒนวุธ กล่าวย้ำว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งทางการเมืองกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง พร้อมยกย่องว่าเป็นนักการเมืองที่ดี มีวิสัยทัศน์ และทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างจริงใจ โดยมองว่าการเมืองควรเป็นการทำงานเชิงสร้างสรรค์ ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่การสร้างความแตกแยก พร้อมระบุว่าปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดสงขลามีความแตกต่างกัน ซึ่งตนเลือกเข้ามาทำงานเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะของชาวหาดใหญ่ โดยใช้พรรคเศรษฐกิจเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย

ในด้านอุดมการณ์ทางการเมือง พล.ต.ท. พัฒนวุธ ระบุว่า ตนยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีความเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจเป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีนายทุน ไม่ใช้เงินซื้อเสียง และไม่ดำเนินการใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย พร้อมย้ำว่าหากได้รับเลือกตั้ง จะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรอย่างเต็มกำลัง ดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียมทุกพื้นที่ ไม่จำกัดเฉพาะเขต 2 หาดใหญ่เท่านั้น แม้ตนจะไม่ใช่คนหาดใหญ่โดยกำเนิด แต่ได้ใช้ชีวิตและทำงานในพื้นที่มากว่า 40 ปี จนผูกพันและพร้อมทุ่มเทพัฒนาเศรษฐกิจ ปากท้อง ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนลัยลักษณ์

อนุกูล บุญมี ผู้สื่อข่าวข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา

