Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • กสิกรไทยเดินหน้าเศรษฐกิจสีเขียว จับมือกรมลดโลกร้อนหนุนผู้ประกอบการเข้าโครงการ G-Green ออกแพ็กเกจ Green HOTEL SOLUTION เพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างครบวงจร – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    กสิกรไทยเดินหน้าเศรษฐกิจสีเขียว จับมือกรมลดโลกร้อนหนุนผู้ประกอบการเข้าโครงการ G-Green ออกแพ็กเกจ Green HOTEL SOLUTION เพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างครบวงจร – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว จับมือกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) สนับสนุนโครงการ G-Green ออกแพ็กเกจ Green HOTEL SOLUTION ส่งสินเชื่อ Green Loan อัตราดอกเบี้ยพิเศษ MLR-1.25% ต่อปี พร้อมบริการด้าน ESG ครบวงจร มุ่งหวังช่วยให้ธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนผ่านสำเร็จเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันธุรกิจไทยในเวทีโลก

    ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรมมีการปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงต้องเตรียมปรับตัวเพื่อรองรับระเบียบข้อบังคับใหม่ด้านความยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero โดยที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยให้การสนับสนุนลูกค้าทั้งเงินทุน องค์ความรู้ และการให้บริการโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำได้สำเร็จ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจ

    ล่าสุดได้จับมือกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมสนับสนุนโครงการ

    G – Green โดยให้การสนับสนุนโรงแรมที่มุ่งส่งเสริมการผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Green Hotel ที่ได้รับการรับรองความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายใต้สัญลักษณ์               G – Green เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานคาร์บอนต่ำ ด้วยแพ็กเกจ Green HOTEL SOLUTION เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน 4 ด้าน ได้แก่

    1. สนับสนุนเงินทุน ด้วยสินเชื่อ Green Loan อัตราดอกเบี้ยพิเศษ MLR-1.25% ต่อปี* ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 5 ปี เมื่อสมัครสินเชื่อตั้งแต่ 1 ก.ย. 2568 – 31 ธ.ค. 2569
    2. สนับสนุนเครื่องมือในการเปลี่ยนผ่าน ได้แก่ บริการที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน K-CLIMATE ESG Advisory และแพลตฟอร์มคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ KCLIMATE1.5
    3. สนับสนุนระบบจัดการโรงแรม ด้วยแพลตฟอร์ม KONCIERGE+ ซึ่งรวบรวม Solution สำหรับบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมครบจบในที่เดียว
    4. สนับสนุนการตลาด โดยได้เข้าร่วมโปรโมชันและพื้นที่ประชาสัมพันธ์กับบัตรเครดิต กสิกรไทย** และแพลตฟอร์ม TAGTHAI ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ

    ดร.กรินทร์ กล่าวในตอนท้ายว่าธนาคารมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยลงมือเปลี่ยนผ่านธุรกิจได้จริง ซึ่งนอกจากจะเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ธุรกิจไทยในการแข่งขันบนเวทีสากลแล้ว ยังเป็นการร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ https://www.kasikornbank.com/k_greenhotel

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/19/604842/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Mpkk55mVNd6T1TMtd1no_

  • กลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมฟื้นฟูโรงเรียนประสบอุทกภัยในอ.หาดใหญ่ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    กลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมฟื้นฟูโรงเรียนประสบอุทกภัยในอ.หาดใหญ่ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งสร้างผลกระทบและความเสียหายในวงกว้างให้กับผู้คนหลายภาคส่วน กลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและฟื้นฟูโรงเรียนวัด  ท่าแซ ภายหลังน้ำลด เพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาดำเนินการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็ว โดยมี นายชัยมงคล ทัดเทียมเพชร (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรม บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ ดร.ธีระชัย พิพิธศุภผล (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างและประสาน
    งานราชการ วัน แบงค็อก พร้อมด้วยพนักงาน ร่วมปรับปรุงโรงอาหารพร้อมส่งมอบเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น โต๊ะรับประทานอาหาร หม้อหุงข้าว ตู้เย็น รวมถึงบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอน โดยมี นางสาวนันทิยา จันทร์สุวรรณ (ที่ 3 จากขวา) ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดท่าแซ เป็นผู้รับมอบ

    สำหรับโรงเรียนวัดท่าแซเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยเป็นโรงเรียนประจำตำบลคลองอู่ตะเภา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทำการสอนในระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา โดยเสียหายทั้งในส่วนของห้องเรียนและโรงอาหาร ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ พร้อมเดินหน้าให้ความช่วยเหลือและพื้นฟูพื้นที่ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นการส่งต่อพลังใจให้ผู้คนสามารถก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ และกลับมาใช้ชีวิตใหม่ได้อย่างเข้มแข็ง

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/19/604704/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nmyJlRzsAehsJk49qfj2Y

  • ‘iHERB GROUP’ ร่วมส่งเสริมการศึกษาเด็กนักเรียนยากไร้ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ’69

    ‘iHERB GROUP’ ร่วมส่งเสริมการศึกษาเด็กนักเรียนยากไร้ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ’69

    วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.30 น.

    นายยัญชัย บุญใช้ กรรมการบริหาร iHERB GROUP ผู้ผลิตอาหารเสริมแบรนด์อินเซนต์ (Inzent) มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนเรียนดี แต่ยากไร้  มูลค่ารวม 50,000 บาท ณ โรงเรียนหนองตาแพ่ง จังหวัดกาญจนบุรี 

    นายยัญชัย บุญใช้ CEOหนุ่มแห่ง iHERB GROUP กล่าวว่า “ในโอกาสใกล้วันเด็กปี 2569 นี้ ทางบริษัทเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาที่เป็นสิ่งสำคัญของเด็กไทย  จึงได้คัดเลือกโรงเรียนหนองตาแพ่งซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชน อยู่ใกล้เคียงกับโรงงานไอเฮิร์บ จ.กาญจนบุรี โดยได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 10 ทุน ทุนละ 5,000 บาท(ห้าพันบาท) รวมมูลค่า 50,000 บาท(ห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยคัดเลือกจากนักเรียนที่เรียนดี ความประพฤติดี แต่ขาดทุนทรัพย์ รวมถึงบริจาคอุปกรณ์กีฬา ขนม และร่วมสมทบทุนซ่อมแซมอาคารเรียน รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท โดยหวังว่าสิ่งเล็กๆเหล่านี้ จะเป็นแรงกำลังใจแก่นักเรียนและคณะครูต่อไป”

    ด้านนางสาวสุดาพร  สุดใจ รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองตาแพ่ง กล่าวว่า “รู้สึกดีใจแทนนักเรียนของเรา โดยโรงเรียนเราเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนเพียง 41 คน ส่วนใหญ่พ่อแม่ผู้ปกครองประกอบอาชีพเกษตรกร เลี้ยงสัตว์ รับจ้างทั่วไป ในละแวกใกล้เคียง โดยนักเรียนจำนวนมากประสบปัญหาขาดทุนการศึกษา รวมไปถึงอุปกรณ์การเรียนต่างๆ เมื่อได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ทางไอเฮิร์บก็ได้มีการสนับสนุนที่ดีมาโดยตลอด”

    นายยัญชัย บุญใช้ กล่าวเสริมในช่วงท้ายถึงทิศทางของ iHERB GROUP ในปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงว่า “ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมานั้น iHERB GROUP มีความตั้งใจในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เราสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก และนวัฒกรรมอันทันสมัยตามแบบฉบับของiHERB ราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ในคอนเซปของดีราคาไม่แพง เพื่อตอบโจทย์ในทุกกลุ่มเป้าหมาย และในปี 2569 iHERB เองก็จะยังคงจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งต่อสินค้าที่มีคุณภาพให้กับทุกคน รวมไปถึงการแบ่งปันสิ่งดีๆ ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดปี เช่น ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม , ทำนุบำรุงพุทธศานา , ช่วยเหลือผู้พิการทหารผ่านศึก เป็นต้น

    -(016)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/935949&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2s-pSSl7qDLFdySO6SSRHK

  • นายยัญชัย บุญใช้ CEO iHERB GROUP ร่วมส่งเสริมการศึกษาเด็กนักเรียนยากไร้ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ

    นายยัญชัย บุญใช้ CEO iHERB GROUP ร่วมส่งเสริมการศึกษาเด็กนักเรียนยากไร้ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ

    นายยัญชัย บุญใช้ CEO iHERB GROUP ร่วมส่งเสริมการศึกษาเด็กนักเรียนยากไร้ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ

    นายยัญชัย บุญใช้ กรรมการบริหาร iHERB GROUP ผู้ผลิตอาหารเสริมแบรนด์อินเซนต์ (Inzent)  มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนเรียนดี แต่ยากไร้  มูลค่ารวม 50,000 บาท ณ โรงเรียนหนองตาแพ่ง จังหวัดกาญจนบุรี

    นายยัญชัย บุญใช้ CEOหนุ่มแห่ง iHERB GROUP เจ้าของอาณาจักรผลิตอาหารเสริมรายใหญ่ของประเทศไทย กล่าวว่า “ในโอกาสใกล้วันเด็กปีนี้ ทางบริษัทเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาที่เป็นสิ่งสำคัญของเด็กไทย  จึงได้คัดเลือกโรงเรียนหนองตาแพ่งซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชน อยู่ใกล้เคียงกับโรงงานไอเฮิร์บ จ.กาญจนบุรี โดยได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 10 ทุน ทุนละ 5,000 บาท(ห้าพันบาท) รวมมูลค่า 50,000 บาท(ห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยคัดเลือกจากนักเรียนที่เรียนดี ความประพฤติดี แต่ขาดทุนทรัพย์ รวมถึงบริจาคอุปกรณ์กีฬา ขนม และร่วมสมทบทุนซ่อมแซมอาคารเรียน รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท โดยหวังว่าสิ่งเล็กๆเหล่านี้ จะเป็นแรงกำลังใจแก่นักเรียนและคณะครูต่อไป”

    ด้านนางสาวสุดาพร  สุดใจ รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองตาแพ่ง กล่าวว่า “รู้สึกดีใจแทนนักเรียนของเรา โดยโรงเรียนเราเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนเพียง 41 คน ส่วนใหญ่พ่อแม่ผู้ปกครองประกอบอาชีพเกษตรกร เลี้ยงสัตว์ รับจ้างทั่วไป ในละแวกใกล้เคียง โดยนักเรียนจำนวนมากประสบปัญหาขาดทุนการศึกษา รวมไปถึงอุปกรณ์การเรียนต่างๆ เมื่อได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ทางไอเฮิร์บก็ได้มีการสนับสนุนที่ดีมาโดยตลอด”

    นายยัญชัย บุญใช้ กล่าวเสริมในช่วงท้ายถึงทิศทางของ iHERB GROUP ในปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงว่า “ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมานั้น iHERB GROUP มีความตั้งใจในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เราสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก และนวัฒกรรมอันทันสมัยตามแบบฉบับของiHERB ราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ในคอนเซปของดีราคาไม่แพง เพื่อตอบโจทย์ในทุกกลุ่มเป้าหมาย และในปี 2569 iHERB เองก็จะยังคงจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งต่อสินค้าที่มีคุณภาพให้กับทุกคน รวมไปถึงการแบ่งปันสิ่งดีๆ ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดปี เช่น ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม, ทำนุบำรุงพุทธศานา, ช่วยเหลือผู้พิการทหารผ่านศึก เป็นต้น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/918213/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2q04nDmw7JASLCSwG2M6PX

  • อุบลฯ เดินหน้าขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ในระดับพื้นที่

    อุบลฯ เดินหน้าขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ในระดับพื้นที่

    ภูมิภาค

    อุบลฯ เดินหน้าขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ในระดับพื้นที่

    วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.50 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 19 ธ.ค.68 ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา กิจกรรมการสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาในระดับพื้นที่ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดอุบลราชธานี
                  
    การจัดโครงการดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 200 คน ประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาจากสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สถานศึกษาในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมถึงสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัด
                  
    โครงการดังกล่าวมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ โดยเฉพาะประเด็นที่ 4.6 ภาครัฐมีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมถึงแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (ประเด็นที่ 21) การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ (พ.ศ. 2561–2580) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2561

    ต่อมาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เสนอให้มีการพัฒนาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย 5 หลักสูตร ได้แก่ 1) หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) หลักสูตรอุดมศึกษา 3) หลักสูตรกลุ่มทหารและตำรวจ 4) หลักสูตรวิทยากร ป.ป.ช. บุคลากรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ และ 5) หลักสูตรโค้ช โดยกำหนดให้สถานศึกษาทุกสังกัดนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2566 เป็นต้นมา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำหลักสูตรดังกล่าวไปปรับใช้ตามภารกิจของแต่ละหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง
                    
    ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้มีการติดตามผลสัมฤทธิ์ของการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ เพื่อพัฒนาและขยายผลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาด้านหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหา ให้คำแนะนำ และสนับสนุนกลุ่มเป้าหมายในการนำหลักสูตรไปใช้ ตลอดจนการพัฒนาและปรับปรุง
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/459340&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oD9VlWIElcj2b5st46JEl

  • ‘ปชป.’ ชูประเทศไทยไม่ทน! ‘อภิสิทธิ์’ เตรียมเปิดนโยบาย-โชว์ขุนพล กทม. 22 ธ.ค.

    พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในช่วงแรก ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดแคมเปญในวันนี้ (19 ธ.ค.) แล้วว่า “ประเทศไทยไม่ทน” ซึ่งเป็นหนึ่งในการรณรงค์ก่อนหน้านี้ว่า “วันศุกร์สีฟ้า เปิดฟ้าใหม่ ช่วยกันส่งเสียงว่า ประเทศไทยไม่ควรทนกับอะไรบ้าง” โดยจะเป็นการเปิดให้ประชาชน แสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางเพจของพรรค หลังประชาชนต้องทนกับปัญหาคอร์รัปชั่น การศึกษาด้อยคุณภาพ ความยากจนซ้ำซาก ซึ่งขอให้ประชาชนร่วมกับพรรคฯ ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ จะนำแถลงนโยบายที่พรรคฯ จะดำเนินการต่อไปจากนี้

    ในวันที่ 20 ธ.ค. พรรคประชาธิปัตย์ จะมีการเปิดสำรวจความคิดเห็นของประชาชนว่า ที่ผ่านมาประชาชนต้องทนกับปัญหาอะไรบ้าง เพราะที่ผ่านมา การเมืองเทาทำให้คนไทยถูกทอดทิ้ง ดังนั้น วันนี้จึงไม่ต้องทนอีกต่อไป จึงขอเชิญชวนประชาชน แสดงความคิดเห็นผ่านเพจพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเติมเต็มนโยบายพรรคฯ ได้

    — พงศกร ขวัญเมือง

    ส่วน “ม็อตโต้” ในการหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์หลังจากนี้ พงศกร “กล่าวว่า ในช่วง 4 วันแรก จะเป็นการพูดถึงปัญหาก่อน และในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ อภิสิทธิ์ จะเป็นผู้แถลงนโยบาย เพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ยืนยันว่า นโยบายการเมืองสุจริตบนความเป็นมืออาชีพ และการทำนโยบายให้เป็นไปได้ เป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ยึดถือ แต่จะไม่ได้ใช้เป็นม็อตโต้ในการหาเสียง เช่น อย่างพรรคประชาชน ใช้ม็อตโต้ ‘เราเอาจริง’ แต่คำของพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีคำของพรรคฯ โดย อภิสิทธิ์ จะเป็นผู้เปิดเผยต่อไป”

    ส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจอย่างการประกันราคาสินค้าเกษตร จะถูกหยิบยกมาเป็นหนึ่งในนโยบายด้วยหรือไม่? โฆษกประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “อยู่ในนโยบายของพรรคฯ อยู่แล้ว แต่ประเทศไทยมีปัญหามากกว่านั้น ซึ่งในนโยบายเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ มีความมั่นใจ เนื่องจากมีรองหัวหน้าพรรคฯ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ จึงมั่นใจว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ไม่แพ้พรรคอื่นแน่นอน

    ส่วนนโยบายด้านความมั่นคง ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนจะนำมาตัดสินใจ ด้วยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พงศกร กล่าวว่า “พรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนการดำเนินการทางทหารและการทูตเชิงรุก ซึ่ง อภิสิทธิ์ จะเป็นผู้ดูแลเรื่องความมั่นคงต่อไป”

    เมื่อถามถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์? พงศกร ยังไม่ยืนยัน และไม่ได้ปฏิเสธว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ อีก 2 คน จะเป็น การดี เลียวไพโรจน์ และ วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคฯ หรือไม่ โดยระบุว่า “ทั้ง 2 คนถือว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ไม่แพ้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอื่นแน่นอน แต่สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคฯ ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ ยืนยันว่า เป็นบุคคลภายในพรรคประชาธิปัตย์ โดยจะต้องเป็นสมาชิกพรรค”

    โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสนามการเลือกตั้งภาคใต้ว่า “พรรคประชาธิปัตย์ กลับมาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น หลังจากผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของนิด้าโพล ได้สะท้อนว่า ความนิยมของพรรคฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นกำลังใจให้กับผู้สมัครของพรรคเป็นอย่างมาก ซึ่งหากประชาชนในพื้นที่เห็นด้วยกับนโยบายของพรรคฯ ที่จะมีการเปิดตัวในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ ก็มีโอกาสที่พรรคฯ จะได้รับการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงในพื้นที่อื่น ๆ ด้วย อย่างกรุงเทพมหานคร”

    พร้อมเผยด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์เตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้ลงสมัคร สส.กรุงเทพฯ ทั้ง 33 เขต ในวันที่ 22 ธ.ค.เวลา 09.00 น. ณ ที่พรรคประชาธิปัตย์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/abhisit-launches-democrat-policy-and-shows-bangkok-candidates-22-dec-2025&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12e0WjiKJWRCVQKqcrhR2K

  • ททท. ปักธงปี 69 กวาดนักท่องเที่ยวจีน 6.7 ล้านคน โตพุ่ง 40%

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ธ.ค.68) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทยในปี 2569 จะเติบโตเป็น 6.7 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 40% จากปี 2568 ซึ่งคาดว่าภาพรวมจะอยู่ที่ประมาณ 4.5-4.6 ล้านคน

    โดยจะใช้แคมเปญร่วมกันระหว่างประเทศไทยและจีน ภายใต้แนวคิด จงไท่อี้ เจียซิน ไทยจีน ครอบครัวเดียวกัน ผ่านการจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวทุกเดือน เช่น อีเวนต์ประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย และเทศกาลประเพณีต่าง ๆ รวมถึงการร่วมมือกับสำนักงานการท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิทยุ โทรทัศน์ และกีฬา เมืองไหโข่ว ประเทศจีน และได้ลงนามหนังสือเจตจำนง (LOI) ร่วมกับบริษัทถงเฉิง แทรเวล ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจองสินค้าและบริการออนไลน์ครบวงจร เช่น ตั๋วเครื่องบิน และโรงแรม ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทขนาดใหญ่ 20 อันดับแรกของจีน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ หรือ ทูเวย์ทัวร์ริสซึ่ม (Two-Way Tourism)

    ผู้ว่าการ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ททท. ร่วมมือกับเมืองไหโข่ว เกาะไห่หนานของจีน เนื่องจากมีศักยภาพและทรัพยากรธรรมชาติที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เชื่อมโยงระหว่างสองประเทศได้ โดยใช้จุดแข็งของทั้งสองประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win) นอกจากนี้ บริษัทถงเฉิงฯ ยังมีบริการครบวงจรที่สามารถสร้างการรับรู้สูงในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและทั่วโลก จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีนสามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

    ไห่หนานยังมีการบริหารจัดการท่องเที่ยวและธุรกิจไมซ์ (MICE) ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการจัดงานเอนเตอร์เทนเมนต์และคอนเสิร์ต ซึ่งได้มีการจัดงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ททท. จึงตั้งเป้าหมายจะดึงงานคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งมาจัดในประเทศไทยมากขึ้น ผ่านความร่วมมือครั้งนี้

    ในเดือนมกราคม 2568 ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเติบโตขึ้น 22% แต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์มีการลดลงจากเหตุการณ์นักแสดงจีน “ซิงซิง” หายตัวไปบริเวณชายแดนไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ของจีน แม้จะมีความท้าทายอื่น ๆ ตั้งแต่ต้นปี เช่น แผ่นดินไหวและน้ำท่วม แต่แคมเปญกระตุ้นตลาดที่ผ่านมา เช่น ไทยแลนด์ ซัมเมอร์ บลาสต์ (Thailand Summer Blast) และการร่วมมือกับโอที หรือ OT (Office of Tourism Promotion) ก็ช่วยลดการลดลงของตลาดจีนจาก 40% เหลือ 30%

    สำหรับกระแสการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่า ตลาดระยะไกลเติบโตอย่างมาก ล่าสุดมีจำนวนสะสมทะลุ 10 ล้านคน และคาดว่าในสิ้นปี 2568 จะได้มากถึง 11 ล้านคน ตลาดหลักคือ สหราชอาณาจักร รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการเดินทางเกิน 1 ล้านคนแล้ว

    ส่วนตลาดระยะใกล้ เช่น อินเดีย คาดว่าจะมีจำนวนถึง 2.5 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2.3 ล้านคน รวมถึงตลาดเกิดใหม่อย่างโปแลนด์ ที่มีการเติบโตเกือบ 40% และติด 10 อันดับแรกของตลาดระยะไกลที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด พร้อมทั้งนักท่องเที่ยวในตลาดนี้ใช้จ่ายต่อคนสูงมาก

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/803058&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1H76_AjXSglwX1n4TTVC69

  • พรรคเศรษฐกิจส่งผู้การวุธชิง ส.ส. เขต 2 สงขลา มุ่งแก้ปัญหาหาดใหญ่ | TOPNEWS

    วันที่ 18  ธ.ค. 2568 การเมืองในพื้นที่จังหวัดสงขลาเริ่มคึกคักขึ้น เมื่อ พล.ต.ท. พัฒนวุธ อังคะนาวิน หรือ “ผู้การวุธ” อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดสงขลา พรรคเศรษฐกิจ แสดงจุดยืนและวิสัยทัศน์ทางการเมืองอย่างชัดเจน ในการประชุมจัดตั้งตัวแทนพรรคเศรษฐกิจประจำจังหวัดสงขลา โดยยืนยันว่าการตัดสินใจลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เป็นสำคัญ

    พล.ต.ท. พัฒนวุธ กล่าวย้ำว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งทางการเมืองกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง พร้อมยกย่องว่าเป็นนักการเมืองที่ดี มีวิสัยทัศน์ และทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างจริงใจ โดยมองว่าการเมืองควรเป็นการทำงานเชิงสร้างสรรค์ ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่การสร้างความแตกแยก พร้อมระบุว่าปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดสงขลามีความแตกต่างกัน ซึ่งตนเลือกเข้ามาทำงานเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะของชาวหาดใหญ่ โดยใช้พรรคเศรษฐกิจเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย

    ในด้านอุดมการณ์ทางการเมือง พล.ต.ท. พัฒนวุธ ระบุว่า ตนยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีความเชื่อมั่นว่าพรรคเศรษฐกิจเป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีนายทุน ไม่ใช้เงินซื้อเสียง และไม่ดำเนินการใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย พร้อมย้ำว่าหากได้รับเลือกตั้ง จะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรอย่างเต็มกำลัง ดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียมทุกพื้นที่ ไม่จำกัดเฉพาะเขต 2 หาดใหญ่เท่านั้น แม้ตนจะไม่ใช่คนหาดใหญ่โดยกำเนิด แต่ได้ใช้ชีวิตและทำงานในพื้นที่มากว่า 40 ปี จนผูกพันและพร้อมทุ่มเทพัฒนาเศรษฐกิจ ปากท้อง ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนลัยลักษณ์

    อนุกูล บุญมี ผู้สื่อข่าวข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1428705&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06v8L5PfaYOVC_1nQ342zJ

  • ‘พี่ศรี’ มาแล้ว ร้องป.ป.ช.สอบ ผู้ว่ากกท.- รมว.ท่องเที่ยว จัดซีเกมส์ 33 ส่อทุจริตหรือไม่

    ‘พี่ศรี’ มาแล้ว ร้องป.ป.ช.สอบ ผู้ว่ากกท.- รมว.ท่องเที่ยว จัดซีเกมส์ 33 ส่อทุจริตหรือไม่

    19ธ.ค.2568 – นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า ได้ยื่นคำร้องต่อคุณะกรรมการ ป.ป.ช. ณ สำนักงานใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิด ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) รมว.กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลการจัดงานมหกรรมกีฬาชีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในประเทศไทย หลังพบพิรุธเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างอาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย และการจัดพิธีเปิดผิดพลาดล้มเหลว และการจัดการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆไม่เป็นมืออาชีพ ทั้งๆที่ใช้งบแผ่นดินหลายพันล้านบาทก็ตาม

    ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยมีพิธีเปิดไปเมื่อค่ำวันที่ 9 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากเพราะมีความผิดพลาดล้มเหลวในพิธีการหลายประการ ซึ่งเมื่อตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้เอกชนมารับจ้างเป็นผู้ดำเนินการจัดฯ ปรากฎว่าอาจไม่เป็นไปตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานพัสดุภาครัฐ 2560 ประกอบระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 หลายประการ อาทิ การจัดทำ TOR การประกาศราคากลาง การประกาศเชิญชวนให้เอกชนมาร่วมแข่งขันราคา และการประกาศผู้ชนะการประกวดราคา โดยไม่รอระยะเวลาของการอุทธรณ์ใดๆ มีการเร่งรีบในขั้นตอน ระยะเวลาอันสั้น ไม่เป็นไปตามระเบียบฯที่กำหนด อีกทั้งอาจมีการเตรียมกับเอกชนผู้ชนะงานล่วงหน้า โดยบริษัทเอกชนผู้ชนะได้ไปเตรียมงานในการจัดงานพิธีเปิดที่อินดอร์ฯหัวหมากก่อนล่วงหน้าก่อนประกาศให้เป็นผู้ชนะ ซึ่งเป็นข้อพิรุธว่าเป็นการเอื้อประโยชน์กันและกันของ กกท.หรือไม่

    การดำเนินการที่เร่งรีบของ กกท. ทั้งๆที่รู้ล่วงหน้ามาตั้งแต่ปี 2023 จากประเทศกัมพูชาแล้วว่าประเทศไทยได้รับไม้ต่อมาเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาดังกล่าว แม้จะเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนรัฐมนตรีที่มารับผิดชอบและกำกับดูแล ก็มิใช่เหตุผลหรือสาระที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการรวบรัดขั้นตอนหรือกระบวนการจัดเตรียมงานโดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างการดำเนินงานต่างๆในแต่ละประเภทกีฬาเพื่อให้เป็นสากล และให้สมเกียรติเป็นหน้าเป็นตาของประเทศชาติได้ แต่ทว่ารูปธรรมที่เกิดขึ้นกลับมีแต่เรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์โลโก้ของบริษัทเอกชนผู้สนับสนุน และการประชาสัมพันธ์หน้าตาของรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบและกำกับดูแล จนเกิดความผิดพลาดล้มเหลวในการจัดสถานที่ พัสดุในการเตรียมงานในหลายประเภทชนิดกีฬา ถูกสื่อในประเทษอาเซียนนำไปครหาและวิพากษ์วิจารณ์มากมาย จนเป็นที่อับอายไปทั่วอาเซียน

    “ด้วยเหตุดังกล่าว องค์การรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องเรียนเพื่อชี้เบาะแสให้คุณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ไต่สวนและชี้มูลความผิดว่าการจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ มีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องตามเบาะแสและพยานหลักฐานหรือไม่ หากพบว่าเป็นไปตามคำร้องให้ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายของ ป.ป.ช.ให้ถึงที่สุดต่อไป” นายศรีสุวรรณ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/918062/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04Xc838V79Icv1RwtUn07d

  • ททท. บุกงานเทรดโชว์ท่องเที่ยว CITM 2025 เจาะตลาดจีนตอนใต้

    ททท. บุกงานเทรดโชว์ท่องเที่ยว CITM 2025 เจาะตลาดจีนตอนใต้

    ธุรกิจ

    19 ธ.ค. 2025 เวลา 13:00 น.

    ททท. ลุยงาน CITM 2025 เจาะกลุ่มตลาดจีนตอนใต้ที่เมืองไหโขว่ มณฑลไห่หนาน เร่งขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวจีนศักยภาพสูง

    วันนี้ (19 ธันวาคม 2568) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. นำทีม ร่วมงาน China International Travel Mart (CITM) 2025 จัดขึ้นในวันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 ณ Hainan International Convention & Exhibition Center เมืองไหโขว่ มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็น “Guest Country of Honor” ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) และการเชื่อมโยงทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของสองประเทศ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวให้เติบโตร่วมกันอย่างมั่นคง

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า งาน China International Travel Mart (CITM) 2025 เป็นงานแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่ทรงพลังที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้น ณ เมืองไหโขว่ มณฑลไห่หนาน ซึ่งตั้งอยู่ตอนใต้สุดของจีนล้อมรอบด้วยทะเลจีนใต้ โดยรัฐบาลจีนเร่งยกระดับให้มณฑลไห่หนานเป็นประตูสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจีนเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเมืองไห่โขว่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเศรษฐกิจและการเดินทาง นับเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงโดยเฉพาะกลุ่ม Millennials กลุ่มครอบครัว และกลุ่ม Health & Lifestyle Premium ซึ่งนิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ โดยประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพพร้อมรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี การเข้าร่วมงาน CITM 2025 ครั้งนี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติอย่างสูงสุดให้เป็นประเทศ “Guest Country of Honor”  สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล และมิตรภาพอันดีระหว่างสองประเทศในวาระ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน โดย ททท.เดินหน้ายุทธศาสตร์ในการบุกตลาด “South China Cluster” พร้อมต่อยอดสู่ตลาดจีนโดยรวมทั้งประเทศ เสริมสร้างความเชื่อมั่น และขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทย

    ททท. บุกงานเทรดโชว์ท่องเที่ยว CITM 2025 เจาะตลาดจีนตอนใต้

    สำหรับการเข้าร่วมงาน CITM 2025 ททท. จัดแสดงคูหาประเทศไทยในพื้นที่ 300 ตารางเมตร นำเสนอกิจกรรมทางการตลาดและประชาสัมพันธ์รูปแบบ B2B และ B2C พร้อมเชิญพันธมิตรผู้ประกอบการท่องเที่ยวในตลาดจีนที่นำเสนอขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของไทย อาทิ บริษัทนำเที่ยว ผู้ประกอบการรายใหญ่ และสายการบิน ร่วมออกบูทเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อในตลาดจีน นอกจากนี้ ยังมีการจัดการแสดงสาธิตการนวดฟ้อน การทำ DIY หัตถกรรมไทย อาทิ ถุงหอม ปั้นจิ๋วขนมไทย การแต่งตัวตุ๊กตาจากผ้าไหม การแสดงโขนตอนยกรบ นาฎศิลป์ชุดรำ 4 ภาค มวยไทย การจัดแสดงแฟชั่นโชว์ชุดพระราชนิยม 8 ชุด และชุดไทยร่วมสมัย 8 ชุด สร้างความประทับใจการรับรู้เชิงบวกต่อประเทศไทย รวมถึงชูจุดเด่นด้านมาตรฐานความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวก ความพร้อมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในทุกมิติ และกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีต่อเนื่องถึงเทศกาลตรุษจีนช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569

    ททท. บุกงานเทรดโชว์ท่องเที่ยว CITM 2025 เจาะตลาดจีนตอนใต้

    ทั้งนี้ นอกจากการเข้าร่วมงาน CITM 2025 ททท.ยังได้ร่วมลงนาม LOI กับสำนักงานการท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิทยุ โทรทัศน์ และกีฬา เมืองไหโข่ว และ Tongcheng Travel Holdings บริษัทแพลตฟอร์มท่องเที่ยวครบวงจร เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรม The Langham Haikou เพื่อส่งเสริมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพิ่มโอกาสในการสร้างการรับรู้สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว พร้อมผลักดันการเดินทางรูปแบบ Two Way Tourism และเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างไทยจีนในทุกมิติ รวมถึงได้จัดกิจกรรม Amazing Thailand Networking Lunch ร่วมพบปะสร้างเครือข่ายกับบริษัทนำเที่ยวในตลาดจีน จำนวน 12 บริษัท และสายการบิน จำนวน 2 สายการบิน ได้แก่ Hainan Airlines และ 9Air เพื่อโอกาสในการส่งเสริมตลาดร่วมกัน รวมถึงเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ Nihao China ซึ่งจัดโดยรัฐบาลมณฑลไห่หนาน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายช่องทางการนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวของประเทศไทยสู่ตลาดจีน

    ททท. บุกงานเทรดโชว์ท่องเที่ยว CITM 2025 เจาะตลาดจีนตอนใต้

    จากสถิติสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 12 ธันวาคม 2568 นักท่องเที่ยวจีนยังคงติดอันดับ 2 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยมากที่สุด รองจากมาเลเซีย โดยมีจำนวน 4,245,004 คน และเริ่มมีแนวโน้มการเดินทางเข้าประเทศไทยที่ฟื้นตัวที่ดีขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ขณะที่มีจำนวนวันพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8.5 วัน และค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 54,230 บาท/คน/ทริป โดยจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเยือนมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต และเชียงใหม่ และนิยมเดินทางในรูปแบบกลุ่มเพื่อน ครอบครัว และคู่สมรส สำหรับกิจกรรมที่ได้รับความนิยม ได้แก่ การรับประทานอาหารไทย ชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ นวดสปา กิจกรรมชายหาด และแสงสียามค่ำคืน

    ททท.เชื่อมั่นว่า การเข้าร่วมงาน CITM 2025 และการเดินหน้าบุกตลาดจีนด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดอย่างต่อเนื่องของสำนักงาน ททท. ในสาธารณรัฐประชาชนจีนทั้ง 5 สำนักงาน ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู คุนหมิง และกวางโจว จะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพเดินทางมาท่องเที่ยวไทยเพิ่มสูงขึ้น และทำให้ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางหลักของตลาดนักท่องเที่ยวจีน โดยมั่นใจว่าประเทศไทยจะได้รับการยกระดับภาพลักษณ์ในฐานะ “พันธมิตรทางการท่องเที่ยวเชิงยุทธศาสตร์ของจีน” และสร้างภาพจำใหม่ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพ (Quality Destination) ต่อไป

    ททท. บุกงานเทรดโชว์ท่องเที่ยว CITM 2025 เจาะตลาดจีนตอนใต้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1212850&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FgiQpV11MKCdEOGLdBGVO