Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • พิษเศรษฐกิจ “ลูกไก่ทอง” ปรับแนวรบจับมนุษย์เงินเดือน

    พิษเศรษฐกิจ “ลูกไก่ทอง” ปรับแนวรบจับมนุษย์เงินเดือน

    พิษเศรษฐกิจ “ลูกไก่ทอง” ปรับแนวรบจับมนุษย์เงินเดือน

    ธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา และกำลังซื้อที่ลดลง รวมไปถึงต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะธุรกิจครอบครัวสู่ทายาทรุ่นต่อไป จำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อประคองการเติบโตและความอยู่รอดในระยะยาว

    หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าจับตา คือ ร้านอาหาร “ลูกไก่ทอง” ซึ่งปัจจุบันบริหารโดย นายแสงณรงค์ มนตรีวัต ทายาทรุ่นที่ 2 ร่วมกับนางสาวกาญจนา ทัตติยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาญณรงค์ กรุ๊ป จำกัด โดยบริษัทเลือกเดินเกมเชิงรุก ทั้งด้านการตลาด การพัฒนาเมนู และการขยายสาขา เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่ผันผวน

    “ฐานเศรษฐกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ ถึงแผนธุรกิจนับจากนี้ “แสงณรงค์” เล่าให้ฟังว่า บริษัทดำเนินธุรกิจมากกว่า 16 ปี ปัจจุบันมี 2 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ ลูกไก่ทองเป็นแบรนด์หลัก และ ปังชา โดยแผนธุรกิจช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงปีหน้า จะเน้นกระตุ้นกำลังซื้อผ่านแคมเปญและโปรโมชั่นตามเทศกาล ควบคู่กับการพัฒนาเมนูใหม่เพื่อดึงลูกค้ากลับมาใช้บริการ

    หนึ่งในไฮไลต์คือเมนูพิเศษ “ปังชาคริสต์มาส” ที่ออกแบบทั้งรสชาติและภาพลักษณ์ให้สอดรับกับบรรยากาศปลายปี โดยตั้งเป้าใช้เมนู Seasonal เป็นตัวเร่งยอดขายช่วงไฮซีซัน คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ปลายปีราว 30–40%

    ขณะเดียวกัน แบรนด์ลูกไก่ทองได้เพิ่มโปรโมชั่นเซ็ตอาหารสำหรับการจัดเลี้ยงและกลุ่มสังสรรค์ เพื่อกระตุ้นการจองโต๊ะในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการรับประทานอาหารนอกบ้านเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งปรับพอร์ตเมนูด้วยการเพิ่มอาหารจานเดี่ยวมากขึ้น หลังพบว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลของลูกค้าลดลงราว 20% จากผลกระทบค่าครองชีพและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

    “เมนูจานเดี่ยวที่พัฒนาขึ้น เน้นความรวดเร็ว รับประทานง่าย และตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายต่อมื้อ แต่ยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพอาหารไว้ควบคู่กัน”

    ด้านการบริหารต้นทุน บริษัทเลือกใช้แนวทาง “คุมเข้ม แต่ไม่ลดคุณภาพ” โดยให้ความสำคัญกับการจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการคัดเลือกวัตถุดิบ การบริหารสต๊อก และการลดของเสียในกระบวนการผลิต แม้ต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น แต่บริษัทยืนยันไม่ลดคุณภาพสินค้า โดยยึดหลัก “เสียของไม่ยอมเสียแขก” หากวัตถุดิบไม่ได้มาตรฐานจะตัดทิ้งทันที เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว

    ปัจจุบันร้านลูกไก่ทองมีสัดส่วนลูกค้าคนไทยราว 60–70% และชาวต่างชาติ 30–40% ซึ่งแตกต่างกันตามทำเล เช่น สาขาไอคอนสยามและสยามพารากอน มีลูกค้าไทยและต่างชาติในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ขณะที่สาขาสุวรรณภูมิ ลูกค้าต่างชาติสูงถึงประมาณ 70%

    พิษเศรษฐกิจ “ลูกไก่ทอง” ปรับแนวรบจับมนุษย์เงินเดือน

    ด้านนางสาวกาญจนา กล่าวว่า ในระยะยาวบริษัทวางกลยุทธ์รักษามาตรฐานคุณภาพอาหารและการบริการเป็นหัวใจหลัก ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าและการเปิดตลาดใหม่ โดยอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายสาขาไปต่างประเทศ เน้นตลาดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายใน 3–5 ปีข้างหน้า

    ส่วนการตลาดบริษัทปรับการสื่อสารมาเน้นโซเชียลมีเดียมากขึ้น ทั้ง TikTok, Facebook และ Instagram เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ผ่านการเล่าเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของแบรนด์มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว

    สำหรับผลประกอบการของ บริษัท กาญณรงค์ กรุ๊ป จำกัด จากข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ปี 2565 บริษัทมีรายได้ 289.9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 29.7 ล้านบาท ปี 2566 มีรายได้ 522.5 ล้านบาท กำไรสุทธิ 25.3 ล้านบาท ปี 2567 มีรายได้ 583.9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 27.5 ล้านบาท โดยปี 2568 บริษัทตั้งเป้าอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10–15%

    หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,158 วันที่ 18 – 20 ธันวาคม  พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/business/marketing/646964&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pclOlwNdPkLEk7epty8eO

  • โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รุกต่อยอดความสำเร็จของ “Outdoor Zone” เร่งเสริมศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น เติบโตร่วมกัน พร้อมเร่งเครื่องขยายโครงการนี้ทั่วประเทศ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ารุกต่อยอดความสำเร็จของ “Outdoor Zone” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากทั้งผู้ประกอบการท้องถิ่นและลูกค้าผู้ใช้บริการ โดยโครงการ Outdoor Zone ตอกย้ำจุดมุ่งหมาย “ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน” หรือ “Central to Life” ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายหลักในการดำเนินธุรกิจที่เซ็นทรัล รีเทล ยึดมั่นมาโดยตลอด ล่าสุดโรบินสันไลฟ์สไตล์เตรียมขยายโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดให้บริการและประสบความสำเร็จแล้วใน 3 สาขา ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และร้อยเอ็ด พร้อมเดินหน้าปักหมุดเพิ่มอีก 3 สาขาในปี 2569 ที่สกลนคร เพชรบุรี และลพบุรี พร้อมตั้งเป้าขยายโครงการนี้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

    คุณณัฐวัฒน์ รัชพงศ์กุลยศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “โครงการ Outdoor Zone ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในการต่อยอดโมเดลธุรกิจใหม่ เราเชื่อมั่นว่าการพัฒนา Outdoor Zone จะช่วยเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีพื้นที่เติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง และสร้างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เรายังคงยึดมั่นในหลักการเติบโตร่วมกันกับ ‘ลูกค้า – คู่ค้า – สังคม’ เพื่อสร้างคุณค่าและความแข็งแกร่งให้กับทุกภาคส่วนไปพร้อมกัน”

    Outdoor Zone ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น ช่วย ‘คู่ค้า’ เติบโตในทำเลศักยภาพ

    Outdoor Zone คือโครงการใหม่ภายในพื้นที่ของโรบินสันไลฟ์สไตล์ เปิดตัวครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2567 ออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในพื้นที่ เน้นการกระจายศักยภาพเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่น โดย Outdoor Zone ในแต่ละสาขามีพื้นที่รวมกว่า 40 ยูนิต ครอบคลุมร้านค้าและบริการหลากหลายประเภท ทั้งหมวดอาหารและเครื่องดื่ม บริการสุขภาพและความงาม การศึกษา และบริการในชีวิตประจำวัน โดยจะตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพบริเวณด้านหน้าของศูนย์การค้าฯ เพื่อสร้าง Traffic เชื่อมต่อกับพื้นที่หลักของศูนย์การค้าฯ และสนับสนุนการเติบโตซึ่งกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพ

    Outdoor Zone ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจท้องถิ่นสามารถขยายกิจการในทำเลศักยภาพได้อย่างคุ้มค่า รองรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ต้องการขยายฐานลูกค้าในย่านเศรษฐกิจสำคัญของแต่ละจังหวัด พร้อมพื้นที่จอดรถที่ช่วยให้ลูกค้าทั่วไป สามารถเข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย และมีความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดเวลาเปิด–ปิดร้านได้ตามลักษณะธุรกิจ พร้อมระบบสาธารณูปโภคครบครัน การดูแลบำรุงรักษาและระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานศูนย์การค้าฯ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถตกแต่งร้านค้าตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ และยังร่วมทำกิจกรรมการตลาดกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    ยกระดับประสบการณ์ช้อป เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของ ‘ลูกค้า’ ในที่เดียว

    ในแง่มุมของลูกค้า โครงการ Outdoor Zone ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิต มีร้านค้าหลากหลายหมวดหมู่ เช่น หมวดอาหารและเบเกอรี่ หมวดเสื้อผ้าและแฟชั่น หมวดบริการด้านสุขภาพและความงาม และหมวดบริการ เป็นต้น

    – หมวดอาหารและเบเกอรี่ อาทิ ไข่หวานบ้านซูชิ, LOBSTER CITY ร้านอาหารซีฟู้ด, คุุณทิพย์ เย็นตาโฟ, ก๋วยเตี๋ยวเรือนีออน, นมเหน่อ ร้านนมและขนมหวาน, NJ Yumi Cha ชานมไข่มุก, และ Send Love ร้านไอศกรีมบิงซู เป็นต้น

    – หมวดเสื้อผ้าและแฟชั่น อาทิ PakPak Sport ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น, ห้องเสื้อบอดี้ชอฟ ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น, BrandName Shop ร้านขายสินค้าแบรนด์เนม, Madam Woman Clothing ร้านเสื้อผ้า, LOLLIPOP FASHIONS ร้านเสื้อผ้า, Mr.beer sneakersth ร้านรองเท้า, Spa Bag By Monnaie ร้านสปากระเป๋าแบรนด์เนม และ Teen Like ร้านรองเท้ามือสอง เป็นต้น

    – หมวดบริการด้านสุขภาพและความงาม อาทิ คลินิกทันตกรรมยูเดนท์ คลินิคทันตกรรมครบวงจร, B Plus Clinic คลินิกเสริมความงาม, MADAM CLINIC ร้านคลินิกความงาม, Shuda Skincare คลินิกเสริมความงาม, เรือนรักษ์ ร้านนวดไทย, La la lash ร้านต่อขนตา, Nail IT ร้านทำเล็บ, ไพบูลย์นวดแผนไทย ร้านนวดแผนไทย, และสักคิ้วอาจารย์อ๊อด ร้านสักคิ้วชื่อดัง เป็นต้น

    – หมวดบริการสินเชื่อ โรงเรียนเสริมทักษะสำหรับเด็กและเยาวชน รวมถึง บริการในชีวิตประจำวันที่อำนวยความสะดวกให้กับคนในชุมชน อาทิ กรุงไทย ไทยแลนด์ โรบินสัน โรงรับจำนำ, KAI AUTO บริการประกันรถยนต์, Otteri ร้านบริการซักผ้า, Top One โรงเรียนกวดวิชา, MY BLOCK ร้านต่อ lego เสริมทักษะ, Kru Lek Art Center โรงเรียนสอนศิลปะสร้างสรรค์, Bostan Pilates สถาบันสอนกีฬา Pilates, Wash Hub ร้านซักผ้าหยอดเหรียญ 24 ชั่วโมง, และ Ship Smile ร้านขนส่งและรับต่อ พ.ร.บ. เป็นต้น

    โครงการนี้จึงไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางชีวิตของทุกคน Central to Life ที่ผสานความต้องการของคนในพื้นที่เข้ากับการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่นอย่างกลมกลืน สอดคล้องกับเป้าหมายของโรบินสันไลฟ์สไตล์ในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

    เติบโตร่วมกันอย่างแข็งแกร่งทั้ง Ecosystem สนับสนุนความสำเร็จในทุกด้าน

    Outdoor Zone จึงเป็นโครงการล่าสุดที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ได้พัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจเชิงระบบ ที่มุ่งยกระดับศักยภาพคู่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตและประสบความสำเร็จร่วมกันอย่างแข็งแกร่งไปพร้อมกับองค์กร (Inclusive Growth) ผ่านการสร้าง Business Ecosystem โดยโรบินสันไลฟ์สไตล์ได้เข้ามาสนับสนุนคู่ค้าใน 3 แกนสำคัญ ทั้ง 1) การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์การทำธุรกิจที่แม่นยำมากขึ้น ตรงใจกลุ่มเป้าหมายดีขึ้น, 2) การสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ ช่วย Matching ผู้ประกอบการอื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้าและบริการ ตอบโจทย์ต่อยอดธุรกิจคู่ค้าเติบโตได้รวดเร็วขึ้น และ 3) การสนับสนุนเชิงลึกด้านการบริหารธุรกิจ ด้วยการดูแลคู่ค้าอย่างใกล้ชิดด้วยทีมงานคุณภาพ ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ ลงลึกไปถึงการวางแผนทางการตลาดเพื่อสนับสนุนการขาย ทั้งหมดนี้ เพื่อผลักดันให้คู่ค้าสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

    ปัจจุบัน โครงการ Outdoor Zone เปิดให้บริการแล้วใน 3 สาขา ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และร้อยเอ็ด สกลนคร ซึ่งต่างได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่างดี  สะท้อนถึงความสำเร็จของโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม และการให้ความเอาใจใส่ในการพัฒนาพื้นที่ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง ในอนาคตโรบินสันไลฟ์สไตล์ยังเตรียมแผนเดินหน้าพัฒนาขยายโมเดลนี้ในสาขาศักยภาพต่อเนื่องทั่วประเทศ เช่น สกลนคร เพชรบุรี ลพบุรี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชลบุรี แม่สอด และกำแพงเพชร เพื่อขยายเครือข่ายการลงทุนและการสร้างงานในระดับภูมิภาค

    “โรบินสันไลฟ์สไตล์เชื่อมั่นว่า การพัฒนาโมเดลธุรกิจอย่าง ‘Outdoor Zone’ ไม่เพียงช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เรามุ่งพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า คู่ค้า และสังคมในทุกมิติ สอดคล้องกับเป้าหมายของเซ็นทรัล รีเทล ที่ยึดจุดมุ่งหมาย ‘Central to Life’ ให้ทุกพื้นที่ที่เราก้าวเข้าไปดำเนินธุรกิจ คือ ‘ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน’ อย่างแท้จริง” คุณณัฐวัฒน์ กล่าวสรุป

    ติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมใหม่ ของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ผ่านทาง Facebook Page: Robinson Lifestyle (https://www.facebook.com/RobinsonLifestyleMall)

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/19/605021/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bI71iRN5KjQ6gkRuGOK6E

  • โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รุกต่อยอดความสำเร็จของ “Outdoor Zone” เร่งเสริมศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น เติบโตร่วมกัน พร้อมเร่งเครื่องขยายโครงการนี้ทั่วประเทศ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ารุกต่อยอดความสำเร็จของ “Outdoor Zone” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากทั้งผู้ประกอบการท้องถิ่นและลูกค้าผู้ใช้บริการ โดยโครงการ Outdoor Zone ตอกย้ำจุดมุ่งหมาย “ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน” หรือ “Central to Life” ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายหลักในการดำเนินธุรกิจที่เซ็นทรัล รีเทล ยึดมั่นมาโดยตลอด ล่าสุดโรบินสันไลฟ์สไตล์เตรียมขยายโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดให้บริการและประสบความสำเร็จแล้วใน 3 สาขา ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และร้อยเอ็ด พร้อมเดินหน้าปักหมุดเพิ่มอีก 3 สาขาในปี 2569 ที่สกลนคร เพชรบุรี และลพบุรี พร้อมตั้งเป้าขยายโครงการนี้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

    คุณณัฐวัฒน์ รัชพงศ์กุลยศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “โครงการ Outdoor Zone ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในการต่อยอดโมเดลธุรกิจใหม่ เราเชื่อมั่นว่าการพัฒนา Outdoor Zone จะช่วยเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีพื้นที่เติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง และสร้างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เรายังคงยึดมั่นในหลักการเติบโตร่วมกันกับ ‘ลูกค้า – คู่ค้า – สังคม’ เพื่อสร้างคุณค่าและความแข็งแกร่งให้กับทุกภาคส่วนไปพร้อมกัน”

    Outdoor Zone ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น ช่วย ‘คู่ค้า’ เติบโตในทำเลศักยภาพ

    Outdoor Zone คือโครงการใหม่ภายในพื้นที่ของโรบินสันไลฟ์สไตล์ เปิดตัวครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2567 ออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในพื้นที่ เน้นการกระจายศักยภาพเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่น โดย Outdoor Zone ในแต่ละสาขามีพื้นที่รวมกว่า 40 ยูนิต ครอบคลุมร้านค้าและบริการหลากหลายประเภท ทั้งหมวดอาหารและเครื่องดื่ม บริการสุขภาพและความงาม การศึกษา และบริการในชีวิตประจำวัน โดยจะตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพบริเวณด้านหน้าของศูนย์การค้าฯ เพื่อสร้าง Traffic เชื่อมต่อกับพื้นที่หลักของศูนย์การค้าฯ และสนับสนุนการเติบโตซึ่งกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพ

    Outdoor Zone ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจท้องถิ่นสามารถขยายกิจการในทำเลศักยภาพได้อย่างคุ้มค่า รองรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ต้องการขยายฐานลูกค้าในย่านเศรษฐกิจสำคัญของแต่ละจังหวัด พร้อมพื้นที่จอดรถที่ช่วยให้ลูกค้าทั่วไป สามารถเข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย และมีความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดเวลาเปิด–ปิดร้านได้ตามลักษณะธุรกิจ พร้อมระบบสาธารณูปโภคครบครัน การดูแลบำรุงรักษาและระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานศูนย์การค้าฯ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถตกแต่งร้านค้าตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ และยังร่วมทำกิจกรรมการตลาดกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    ยกระดับประสบการณ์ช้อป เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของ ‘ลูกค้า’ ในที่เดียว

    ในแง่มุมของลูกค้า โครงการ Outdoor Zone ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิต มีร้านค้าหลากหลายหมวดหมู่ เช่น หมวดอาหารและเบเกอรี่ หมวดเสื้อผ้าและแฟชั่น หมวดบริการด้านสุขภาพและความงาม และหมวดบริการ เป็นต้น

    – หมวดอาหารและเบเกอรี่ อาทิ ไข่หวานบ้านซูชิ, LOBSTER CITY ร้านอาหารซีฟู้ด, คุุณทิพย์ เย็นตาโฟ, ก๋วยเตี๋ยวเรือนีออน, นมเหน่อ ร้านนมและขนมหวาน, NJ Yumi Cha ชานมไข่มุก, และ Send Love ร้านไอศกรีมบิงซู เป็นต้น

    – หมวดเสื้อผ้าและแฟชั่น อาทิ PakPak Sport ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น, ห้องเสื้อบอดี้ชอฟ ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น, BrandName Shop ร้านขายสินค้าแบรนด์เนม, Madam Woman Clothing ร้านเสื้อผ้า, LOLLIPOP FASHIONS ร้านเสื้อผ้า, Mr.beer sneakersth ร้านรองเท้า, Spa Bag By Monnaie ร้านสปากระเป๋าแบรนด์เนม และ Teen Like ร้านรองเท้ามือสอง เป็นต้น

    – หมวดบริการด้านสุขภาพและความงาม อาทิ คลินิกทันตกรรมยูเดนท์ คลินิคทันตกรรมครบวงจร, B Plus Clinic คลินิกเสริมความงาม, MADAM CLINIC ร้านคลินิกความงาม, Shuda Skincare คลินิกเสริมความงาม, เรือนรักษ์ ร้านนวดไทย, La la lash ร้านต่อขนตา, Nail IT ร้านทำเล็บ, ไพบูลย์นวดแผนไทย ร้านนวดแผนไทย, และสักคิ้วอาจารย์อ๊อด ร้านสักคิ้วชื่อดัง เป็นต้น

    – หมวดบริการสินเชื่อ โรงเรียนเสริมทักษะสำหรับเด็กและเยาวชน รวมถึง บริการในชีวิตประจำวันที่อำนวยความสะดวกให้กับคนในชุมชน อาทิ กรุงไทย ไทยแลนด์ โรบินสัน โรงรับจำนำ, KAI AUTO บริการประกันรถยนต์, Otteri ร้านบริการซักผ้า, Top One โรงเรียนกวดวิชา, MY BLOCK ร้านต่อ lego เสริมทักษะ, Kru Lek Art Center โรงเรียนสอนศิลปะสร้างสรรค์, Bostan Pilates สถาบันสอนกีฬา Pilates, Wash Hub ร้านซักผ้าหยอดเหรียญ 24 ชั่วโมง, และ Ship Smile ร้านขนส่งและรับต่อ พ.ร.บ. เป็นต้น

    โครงการนี้จึงไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางชีวิตของทุกคน Central to Life ที่ผสานความต้องการของคนในพื้นที่เข้ากับการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่นอย่างกลมกลืน สอดคล้องกับเป้าหมายของโรบินสันไลฟ์สไตล์ในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

    เติบโตร่วมกันอย่างแข็งแกร่งทั้ง Ecosystem สนับสนุนความสำเร็จในทุกด้าน

    Outdoor Zone จึงเป็นโครงการล่าสุดที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ได้พัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจเชิงระบบ ที่มุ่งยกระดับศักยภาพคู่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตและประสบความสำเร็จร่วมกันอย่างแข็งแกร่งไปพร้อมกับองค์กร (Inclusive Growth) ผ่านการสร้าง Business Ecosystem โดยโรบินสันไลฟ์สไตล์ได้เข้ามาสนับสนุนคู่ค้าใน 3 แกนสำคัญ ทั้ง 1) การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์การทำธุรกิจที่แม่นยำมากขึ้น ตรงใจกลุ่มเป้าหมายดีขึ้น, 2) การสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ ช่วย Matching ผู้ประกอบการอื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้าและบริการ ตอบโจทย์ต่อยอดธุรกิจคู่ค้าเติบโตได้รวดเร็วขึ้น และ 3) การสนับสนุนเชิงลึกด้านการบริหารธุรกิจ ด้วยการดูแลคู่ค้าอย่างใกล้ชิดด้วยทีมงานคุณภาพ ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ ลงลึกไปถึงการวางแผนทางการตลาดเพื่อสนับสนุนการขาย ทั้งหมดนี้ เพื่อผลักดันให้คู่ค้าสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

    ปัจจุบัน โครงการ Outdoor Zone เปิดให้บริการแล้วใน 3 สาขา ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และร้อยเอ็ด สกลนคร ซึ่งต่างได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่างดี  สะท้อนถึงความสำเร็จของโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม และการให้ความเอาใจใส่ในการพัฒนาพื้นที่ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง ในอนาคตโรบินสันไลฟ์สไตล์ยังเตรียมแผนเดินหน้าพัฒนาขยายโมเดลนี้ในสาขาศักยภาพต่อเนื่องทั่วประเทศ เช่น สกลนคร เพชรบุรี ลพบุรี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชลบุรี แม่สอด และกำแพงเพชร เพื่อขยายเครือข่ายการลงทุนและการสร้างงานในระดับภูมิภาค

    “โรบินสันไลฟ์สไตล์เชื่อมั่นว่า การพัฒนาโมเดลธุรกิจอย่าง ‘Outdoor Zone’ ไม่เพียงช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เรามุ่งพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า คู่ค้า และสังคมในทุกมิติ สอดคล้องกับเป้าหมายของเซ็นทรัล รีเทล ที่ยึดจุดมุ่งหมาย ‘Central to Life’ ให้ทุกพื้นที่ที่เราก้าวเข้าไปดำเนินธุรกิจ คือ ‘ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน’ อย่างแท้จริง” คุณณัฐวัฒน์ กล่าวสรุป

    ติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมใหม่ ของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ผ่านทาง Facebook Page: Robinson Lifestyle (https://www.facebook.com/RobinsonLifestyleMall)

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/19/605021/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bI71iRN5KjQ6gkRuGOK6E

  • “อภิสิทธิ์” ขอบคุณกระแสตอบรับ “ประเทศไทยจะไม่ทน”ชวนร่วมโพลพรุ่งนี้

    “อภิสิทธิ์” ขอบคุณกระแสตอบรับ “ประเทศไทยจะไม่ทน”ชวนร่วมโพลพรุ่งนี้

    “อภิสิทธิ์” ขอบคุณกระแสตอบรับ “ประเทศไทยจะไม่ทน” ชี้ประเทศติดกับดักการเมืองเทา–ทุนใหญ่ ปฏิรูปการศึกษา–เลิกประชานิยม ชวนร่วมโพลพรุ่งนี้

    วันที่ 19 ธ.ค. 2568 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยความคืบหน้าแคมเปญรณรงค์รับฟังความคิดเห็น “ประเทศไทยไม่ทน” หลังเปิดตัววันแรกพบว่ามีพี่น้องประชาชนร่วมส่งเสียงสะท้อนปัญหาของประเทศที่ต้องทนอย่างล้นหลาม เตรียมนำทุกข้อเสนอเข้าสู่การจัดทำนโยบาย พร้อมชวนคนไทยร่วมทำโพลสำรวจความคิดเห็นตลอดวันพรุ่งนี้

    นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า จากการเปิดรับฟังความอัดอั้นตันใจของประชาชนว่า “ประเทศไทยไม่ควรทนกับอะไรอีกต่อไป” พบว่ามีคำตอบที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือการปฏิรูปธรรมาภิบาลในภาครัฐ

    โดยประชาชนสะท้อนว่าไม่ต้องการทนกับนักการเมืองที่รับใช้กลุ่มทุนมากกว่ารับใช้ประชาชน รวมถึงกลุ่มข้าราชการที่ทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อส่วนรวม  ในเรื่องการปฏิรูปการศึกษา มีเสียงสะท้อนว่าความล้มเหลวของการศึกษาไทยในปัจจุบัน คือต้นตอที่ไม่สามารถสร้าง “คนดีและคนเก่ง” ให้กับสังคมได้

    ประชาชนรุ่นใหม่เสนอว่าไม่ต้องการนโยบายประชานิยมที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ยั่งยืน แต่อยากเห็นรัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และ “สร้างคนมากกว่าสร้างตึก” เสียงจากพี่น้องชาวหาดใหญ่ที่ย้ำชัดว่า “จะไม่ยอมทนกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก” อีกต่อไป

    นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเสียงบ่น แต่คือ “ขุมทรัพย์ทางความคิด” ที่พรรคประชาธิปัตย์จะนำไปกลั่นกรองและร้อยเรียงเป็นนโยบายที่จับต้องได้ เพื่อเสนอเป็นทางออกให้กับประเทศในสัปดาห์หน้า

    “ทุกความคิดเห็นคือประโยชน์ต่อบ้านเมืองครับ พรรคประชาธิปัตย์จะนำเสียงของพวกท่านไปใช้ในการนำเสนอนโยบายที่จริงจังและเป็นมืออาชีพ เพื่อให้ประเทศไทยไม่ต้องทนกับปัญหาเดิมๆ อีกต่อไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

    ในช่วงท้าย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ร่วมแสดงพลังผ่านช่องทางออนไลน์ในวันพรุ่งนี้ (วันเสาร์) โดยพรรคจะเปิด “โพลสำรวจความคิดเห็น” ตลอดทั้งวัน เพื่อรวบรวมสถิติและลำดับความสำคัญของปัญหาที่คนไทยอยากให้แก้ไขเร่งด่วนที่สุด เพื่อนำไปสู่การแถลงแผนปฏิบัติการล้างปัญหาประเทศในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2903051&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V5JvSB82vZVcxK45guRki

  • สพฐ.เรียกรายงานตัวเพื่อขอรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

    เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหนังสือ ศธ 04009/ว1925 เรื่อง รายงานตัวเพื่อขอรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

    ดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร

    ที่มา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    ชุดไทยจิตรลดา โทนสีดำ ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรทิพย์ งานละเอียดปราณีต แพทเทิร์นเข้ารูป สวยหรู ทันสมัย #ภาพถ่ายจากสินค้าจริง

    ฿1,790

    https://s.shopee.co.th/8ANnSpUT4P?share_channel_code=6


    สพฐ.เรียกรายงานตัวเพื่อขอรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเรียกรายงานตัว รอง ผอ.เขตบรรจุ รอง ผอ.เขตรอง ผอ.สพท.

    Advertisement

    ≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

    :: เรื่องปักหมุด ::

    Advertisement

    ≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡

    คุรุสภาจัดประกวดสปอตโทรทัศน์วันครู ประจำปี 2569 ชิงเงินรางวัลรวม 160,000 บาท

    คุรุสภาจัดประกวดสปอตโทรทัศน์วันครู ประจำปี 2569 ชิงเงินรางวัลรวม 160,000 บาท

    เปิดอ่าน 280 ☕ 17 ธ.ค. 2568

    ด่วน!ผู้แทนครูภาคใต้ยื่นฟ้องเพิกถอนประกาศรับสมัคร ผอ.สกสค.จังหวัด/กทม. เมื่อองค์วิชาชีพครูถูกบริหารโดยผู้มิใช่ครู และหลักความเสมอภาคถูกทำให้เลือนหาย

    ด่วน!ผู้แทนครูภาคใต้ยื่นฟ้องเพิกถอนประกาศรับสมัคร ผอ.สกสค.จังหวัด/กทม. เมื่อองค์วิชาชีพครูถูกบริหารโดยผู้มิใช่ครู และหลักความเสมอภาคถูกทำให้เลือนหาย

    เปิดอ่าน 433 ☕ 17 ธ.ค. 2568

    ประกาศผลการคัดเลือกโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ รุ่นที่ 16

    ประกาศผลการคัดเลือกโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ รุ่นที่ 16

    เปิดอ่าน 532 ☕ 17 ธ.ค. 2568

    คําขวัญวันเด็ก 2569 จากนายกรัฐมนตรี

    คําขวัญวันเด็ก 2569 จากนายกรัฐมนตรี “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

    เปิดอ่าน 4,814 ☕ 17 ธ.ค. 2568

    แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    เปิดอ่าน 2,739 ☕ 12 ธ.ค. 2568

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    “การผลิต” กับการศึกษาประเทศสิงคโปร์

    เปิดอ่าน 14,084 ครั้ง

    ความแตกต่างระหว่าง แก๊ส LPG และ ก๊าซ NGV

    ความแตกต่างระหว่าง แก๊ส LPG และ ก๊าซ NGV

    เปิดอ่าน 24,353 ครั้ง

    คุณภาพการศึกษา...คืออะไร

    คุณภาพการศึกษา…คืออะไร

    เปิดอ่าน 83,564 ครั้ง

    เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด ตอนที่ 10 : เมื่อโรงเรียนเป็นนิติบุคคลแล้วประชาชนได้อะไร

    เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด ตอนที่ 10 : เมื่อโรงเรียนเป็นนิติบุคคลแล้วประชาชนได้อะไร

    เปิดอ่าน 11,140 ครั้ง

    การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ

    การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ

    เปิดอ่าน 34,143 ครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93120&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zPauuifk1vFF-h6TVCo8F

  • ทูตไทย ณ กรุงโซล จับมือวิทยุการบินฯ สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เที่ยวไทย ย้ำไทยยังคงปลอดภัยด้านการบิน พร้อมผนึกความร่วมมือด้านการสื่อสาร กระตุ้นการท่องเที่ยวไทยในช่วงไฮซีซั่น

    ทูตไทย ณ กรุงโซล จับมือวิทยุการบินฯ สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เที่ยวไทย ย้ำไทยยังคงปลอดภัยด้านการบิน พร้อมผนึกความร่วมมือด้านการสื่อสาร กระตุ้นการท่องเที่ยวไทยในช่วงไฮซีซั่น

    ทูตไทย ณ กรุงโซล จับมือวิทยุการบินฯ สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เที่ยวไทย ย้ำไทยยังคงปลอดภัยด้านการบิน พร้อมผนึกความร่วมมือด้านการสื่อสาร กระตุ้นการท่องเที่ยวไทยในช่วงไฮซีซั่น

    (18 ธ.ค.68) นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล กล่าวว่า สถานทูตไทยให้ความสำคัญกับการเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง หลังมีข่าวสารเชิงลบในสื่อเกาหลีใต้และต่างประเทศ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนด้านข้อมูลข่าวสาร โดยขอยืนยันว่าประเทศไทยยังคงมีความปลอดภัยสูง เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่เป็นข่าวอยู่ ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวมาก ซึ่งต้องขอขอบคุณ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.)  ที่ได้ชี้แจงถึงแนวทางการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ ในเส้นทางบินไทย – เกาหลีใต้ ว่าไม่ได้รับผลกระทบต่อความปลอดภัยทางการบิน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ในการตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้สถานทูตไทยได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางแผนรุกตลาดเชิงบวก หลังปีใหม่ 2569 โดยเตรียมเชิญ Influencers และ Content Creators ชาวเกาหลีใต้ เดินทางมาเยือนไทย เพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาเชิงบวก ถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยว และกระตุ้นความสนใจในกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ผ่านสื่อออนไลน์ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทยในฐานะ “Green Destination” เน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม และความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ในปัจจุบัน โดยการหารือกับ บวท. ดังกล่าว ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการต่างประเทศ การท่องเที่ยว และความปลอดภัยทางการบิน ในการส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ว่า “ประเทศไทยยังคงปลอดภัย พร้อมต้อนรับด้วยรอยยิ้ม และมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ รอให้มาสัมผัส”

    นายพิเชฐ  คุณาธรรมรักษ์ ประธานกรรมการ บวท. เปิดเผยภายหลังเดินทางเยือนสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ว่า  ภาพรวมเที่ยวบินระหว่างไทย–เกาหลีใต้ ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ เที่ยวบินเพิ่มจาก 54 เที่ยวบินต่อวัน เป็น 60 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่ง บวท. ได้เตรียมมาตรการบริหารจัดการจราจรทางอากาศและจัดเส้นทางบินอย่างรัดกุม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ด้วยศักยภาพของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ควบคู่เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ และมาตรการความปลอดภัยระดับสากล ขอยืนยันว่า สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย –กัมพูชา ไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบินและการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย บวท. พร้อมสนับสนุนในการสื่อสารข้อมูลด้านความปลอดภัยทางการบิน รวมถึงสร้างความเข้าใจที่ดีต่อสาธารณชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและสายการบิน  เพื่อช่วยผลักดันการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/63496&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QDU10n3MfcPqGD9YJKPON

  • “กรุงเทพมหานคร” คว้าอันดับ 1 เมืองท่องเที่ยว

    รัฐบาลปลื้ม “กรุงเทพมหานคร” คว้าอันดับ 1 เมืองที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากที่สุด ประจำปี 68 คาดปี 69 เที่ยวบินรวม เพิ่มขึ้น 3% สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรองรับเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นช่วงเทศกาลปีใหม่

    นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลปลื้ม ผลสำรวจข้อมูลทางการตลาดระดับโลก Euromonitor International ในหัวข้อ Top 100 City Destinations Index 2025กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย คว้าอันดับหนึ่ง ในฐานะเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลก ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 30.3 ล้านคน ตอกย้ำนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล และสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของคนไทยในฐานะเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    นางสาวอัยรินทร์ กล่าวต่อว่า จากรายงานข้อมูลของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ปีงบประมาณ 2568 (กันยายน 2567 -ตุลาคม 2568)ที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยมีปริมาณเที่ยวบินรวม 904,796 เที่ยวบิน และเพิ่มขึ้นช่วงปลายปี ซึ่งจากตารางบิน Winter Schedule เดือนธันวาคม 2568 มีปริมาณเที่ยวบินรวม 84,543 เที่ยวบิน และในเดือนมกราคม 2569 คาดว่าจะมีเที่ยวบินรวม 87,835 เที่ยวบิน ในขณะเดียวกัน ได้คาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินในปีงบประมาณ 2569 (กันยายน 2568 – ตุลาคม 2569) รวม 928,165 เที่ยวบิน ประกอบด้วย เที่ยวบินระหว่างประเทศ 473,364 เที่ยวบิน เที่ยวบินภายในประเทศ 343,422 เที่ยวบิน เที่ยวบินบินผ่านน่านฟ้า 111,379 เที่ยวบิน โดยมีปริมาณเที่ยวบินเฉลี่ย 2,543 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 3%

    ทั้งนี้ ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องช่วงปีใหม่ (วันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569) คาดการณ์ว่า จะมีเที่ยวบิน รวม 27,632 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 2,763 เที่ยวบิน รัฐบาลกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและเตรียมมาตรการด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อให้การจัดการจราจรทางอากาศปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และลดความล่าช้า

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_980947/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wD07RZbIN-qj8HYL2AKSq

  • โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รุกต่อยอดความสำเร็จของ “Outdoor Zone” เร่งเสริมศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น เติบโตร่วมกัน พร้อมเร่งเครื่องขยายโครงการนี้ทั่วประเทศ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ารุกต่อยอดความสำเร็จของ “Outdoor Zone” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากทั้งผู้ประกอบการท้องถิ่นและลูกค้าผู้ใช้บริการ โดยโครงการ Outdoor Zone ตอกย้ำจุดมุ่งหมาย “ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน” หรือ “Central to Life” ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายหลักในการดำเนินธุรกิจที่เซ็นทรัล รีเทล ยึดมั่นมาโดยตลอด ล่าสุดโรบินสันไลฟ์สไตล์เตรียมขยายโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดให้บริการและประสบความสำเร็จแล้วใน 3 สาขา ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และร้อยเอ็ด พร้อมเดินหน้าปักหมุดเพิ่มอีก 3 สาขาในปี 2569 ที่สกลนคร เพชรบุรี และลพบุรี พร้อมตั้งเป้าขยายโครงการนี้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

    คุณณัฐวัฒน์ รัชพงศ์กุลยศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “โครงการ Outdoor Zone ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในการต่อยอดโมเดลธุรกิจใหม่ เราเชื่อมั่นว่าการพัฒนา Outdoor Zone จะช่วยเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีพื้นที่เติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง และสร้างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เรายังคงยึดมั่นในหลักการเติบโตร่วมกันกับ ‘ลูกค้า – คู่ค้า – สังคม’ เพื่อสร้างคุณค่าและความแข็งแกร่งให้กับทุกภาคส่วนไปพร้อมกัน”

    Outdoor Zone ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น ช่วย ‘คู่ค้า’ เติบโตในทำเลศักยภาพ

    Outdoor Zone คือโครงการใหม่ภายในพื้นที่ของโรบินสันไลฟ์สไตล์ เปิดตัวครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2567 ออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในพื้นที่ เน้นการกระจายศักยภาพเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่น โดย Outdoor Zone ในแต่ละสาขามีพื้นที่รวมกว่า 40 ยูนิต ครอบคลุมร้านค้าและบริการหลากหลายประเภท ทั้งหมวดอาหารและเครื่องดื่ม บริการสุขภาพและความงาม การศึกษา และบริการในชีวิตประจำวัน โดยจะตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพบริเวณด้านหน้าของศูนย์การค้าฯ เพื่อสร้าง Traffic เชื่อมต่อกับพื้นที่หลักของศูนย์การค้าฯ และสนับสนุนการเติบโตซึ่งกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพ

    Outdoor Zone ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจท้องถิ่นสามารถขยายกิจการในทำเลศักยภาพได้อย่างคุ้มค่า รองรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ต้องการขยายฐานลูกค้าในย่านเศรษฐกิจสำคัญของแต่ละจังหวัด พร้อมพื้นที่จอดรถที่ช่วยให้ลูกค้าทั่วไป สามารถเข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย และมีความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดเวลาเปิด–ปิดร้านได้ตามลักษณะธุรกิจ พร้อมระบบสาธารณูปโภคครบครัน การดูแลบำรุงรักษาและระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานศูนย์การค้าฯ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถตกแต่งร้านค้าตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ และยังร่วมทำกิจกรรมการตลาดกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    ยกระดับประสบการณ์ช้อป เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของ ‘ลูกค้า’ ในที่เดียว

    ในแง่มุมของลูกค้า โครงการ Outdoor Zone ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิต มีร้านค้าหลากหลายหมวดหมู่ เช่น หมวดอาหารและเบเกอรี่ หมวดเสื้อผ้าและแฟชั่น หมวดบริการด้านสุขภาพและความงาม และหมวดบริการ เป็นต้น

    – หมวดอาหารและเบเกอรี่ อาทิ ไข่หวานบ้านซูชิ, LOBSTER CITY ร้านอาหารซีฟู้ด, คุุณทิพย์ เย็นตาโฟ, ก๋วยเตี๋ยวเรือนีออน, นมเหน่อ ร้านนมและขนมหวาน, NJ Yumi Cha ชานมไข่มุก, และ Send Love ร้านไอศกรีมบิงซู เป็นต้น

    – หมวดเสื้อผ้าและแฟชั่น อาทิ PakPak Sport ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น, ห้องเสื้อบอดี้ชอฟ ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น, BrandName Shop ร้านขายสินค้าแบรนด์เนม, Madam Woman Clothing ร้านเสื้อผ้า, LOLLIPOP FASHIONS ร้านเสื้อผ้า, Mr.beer sneakersth ร้านรองเท้า, Spa Bag By Monnaie ร้านสปากระเป๋าแบรนด์เนม และ Teen Like ร้านรองเท้ามือสอง เป็นต้น

    – หมวดบริการด้านสุขภาพและความงาม อาทิ คลินิกทันตกรรมยูเดนท์ คลินิคทันตกรรมครบวงจร, B Plus Clinic คลินิกเสริมความงาม, MADAM CLINIC ร้านคลินิกความงาม, Shuda Skincare คลินิกเสริมความงาม, เรือนรักษ์ ร้านนวดไทย, La la lash ร้านต่อขนตา, Nail IT ร้านทำเล็บ, ไพบูลย์นวดแผนไทย ร้านนวดแผนไทย, และสักคิ้วอาจารย์อ๊อด ร้านสักคิ้วชื่อดัง เป็นต้น

    – หมวดบริการสินเชื่อ โรงเรียนเสริมทักษะสำหรับเด็กและเยาวชน รวมถึง บริการในชีวิตประจำวันที่อำนวยความสะดวกให้กับคนในชุมชน อาทิ กรุงไทย ไทยแลนด์ โรบินสัน โรงรับจำนำ, KAI AUTO บริการประกันรถยนต์, Otteri ร้านบริการซักผ้า, Top One โรงเรียนกวดวิชา, MY BLOCK ร้านต่อ lego เสริมทักษะ, Kru Lek Art Center โรงเรียนสอนศิลปะสร้างสรรค์, Bostan Pilates สถาบันสอนกีฬา Pilates, Wash Hub ร้านซักผ้าหยอดเหรียญ 24 ชั่วโมง, และ Ship Smile ร้านขนส่งและรับต่อ พ.ร.บ. เป็นต้น

    โครงการนี้จึงไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางชีวิตของทุกคน Central to Life ที่ผสานความต้องการของคนในพื้นที่เข้ากับการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่นอย่างกลมกลืน สอดคล้องกับเป้าหมายของโรบินสันไลฟ์สไตล์ในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

    เติบโตร่วมกันอย่างแข็งแกร่งทั้ง Ecosystem สนับสนุนความสำเร็จในทุกด้าน

    Outdoor Zone จึงเป็นโครงการล่าสุดที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ได้พัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจเชิงระบบ ที่มุ่งยกระดับศักยภาพคู่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตและประสบความสำเร็จร่วมกันอย่างแข็งแกร่งไปพร้อมกับองค์กร (Inclusive Growth) ผ่านการสร้าง Business Ecosystem โดยโรบินสันไลฟ์สไตล์ได้เข้ามาสนับสนุนคู่ค้าใน 3 แกนสำคัญ ทั้ง 1) การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์การทำธุรกิจที่แม่นยำมากขึ้น ตรงใจกลุ่มเป้าหมายดีขึ้น, 2) การสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ ช่วย Matching ผู้ประกอบการอื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้าและบริการ ตอบโจทย์ต่อยอดธุรกิจคู่ค้าเติบโตได้รวดเร็วขึ้น และ 3) การสนับสนุนเชิงลึกด้านการบริหารธุรกิจ ด้วยการดูแลคู่ค้าอย่างใกล้ชิดด้วยทีมงานคุณภาพ ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ ลงลึกไปถึงการวางแผนทางการตลาดเพื่อสนับสนุนการขาย ทั้งหมดนี้ เพื่อผลักดันให้คู่ค้าสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

    ปัจจุบัน โครงการ Outdoor Zone เปิดให้บริการแล้วใน 3 สาขา ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และร้อยเอ็ด สกลนคร ซึ่งต่างได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่างดี  สะท้อนถึงความสำเร็จของโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม และการให้ความเอาใจใส่ในการพัฒนาพื้นที่ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง ในอนาคตโรบินสันไลฟ์สไตล์ยังเตรียมแผนเดินหน้าพัฒนาขยายโมเดลนี้ในสาขาศักยภาพต่อเนื่องทั่วประเทศ เช่น สกลนคร เพชรบุรี ลพบุรี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชลบุรี แม่สอด และกำแพงเพชร เพื่อขยายเครือข่ายการลงทุนและการสร้างงานในระดับภูมิภาค

    “โรบินสันไลฟ์สไตล์เชื่อมั่นว่า การพัฒนาโมเดลธุรกิจอย่าง ‘Outdoor Zone’ ไม่เพียงช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เรามุ่งพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า คู่ค้า และสังคมในทุกมิติ สอดคล้องกับเป้าหมายของเซ็นทรัล รีเทล ที่ยึดจุดมุ่งหมาย ‘Central to Life’ ให้ทุกพื้นที่ที่เราก้าวเข้าไปดำเนินธุรกิจ คือ ‘ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน’ อย่างแท้จริง” คุณณัฐวัฒน์ กล่าวสรุป

    ติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมใหม่ ของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ผ่านทาง Facebook Page: Robinson Lifestyle (https://www.facebook.com/RobinsonLifestyleMall)

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/19/605021/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bI71iRN5KjQ6gkRuGOK6E

  • แม้โรงเรียนจะปิด แต่การเรียนรู้จะต้องไม่หยุด ครูและบุคคลากรของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ จะร่วมมือรวมพลังอย่างเต็มที่ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพ และได้มาตรฐานสูงสุด

    แม้โรงเรียนจะปิด แต่การเรียนรู้จะต้องไม่หยุด ครูและบุคคลากรของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ จะร่วมมือรวมพลังอย่างเต็มที่ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพ และได้มาตรฐานสูงสุด

    แม้โรงเรียนจะปิด แต่การเรียนรู้จะต้องไม่หยุด ครูและบุคคลากรของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ จะร่วมมือรวมพลังอย่างเต็มที่ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพ และได้มาตรฐานสูงสุด


    19/12/2568 | 89 |

    “แม้โรงเรียนจะปิด แต่การเรียนรู้จะต้องไม่หยุด ครูและบุคคลากรของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ จะร่วมมือรวมพลังอย่างเต็มที่ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพ และได้มาตรฐานสูงสุด”

    ดร.พิทักษ์ โสตถยาคม
    ที่ปรึกษาด้านการศึกษาพิเศษและผู้ด้อยโอกาส 
    สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 
    19 ธ.ค.68

    #TeamThailand 
    #PeaceBeginsWithTruth
    #TruthFromThailand
    #CambodiaFiredFirst
    #ThailandSelfDefense


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/456838&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rF3giNfcskIoHarWiFwLo

  • สพฐ.เรียกรายงานตัวเพื่อขอรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

    เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหนังสือ ศธ 04009/ว1925 เรื่อง รายงานตัวเพื่อขอรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

    ดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร

    ที่มา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    ชุดไทยจิตรลดา โทนสีดำ ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรทิพย์ งานละเอียดปราณีต แพทเทิร์นเข้ารูป สวยหรู ทันสมัย #ภาพถ่ายจากสินค้าจริง

    ฿1,790

    https://s.shopee.co.th/8ANnSpUT4P?share_channel_code=6


    สพฐ.เรียกรายงานตัวเพื่อขอรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเรียกรายงานตัว รอง ผอ.เขตบรรจุ รอง ผอ.เขตรอง ผอ.สพท.

    Advertisement

    ≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

    :: เรื่องปักหมุด ::

    Advertisement

    ≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡

    คุรุสภาจัดประกวดสปอตโทรทัศน์วันครู ประจำปี 2569 ชิงเงินรางวัลรวม 160,000 บาท

    คุรุสภาจัดประกวดสปอตโทรทัศน์วันครู ประจำปี 2569 ชิงเงินรางวัลรวม 160,000 บาท

    เปิดอ่าน 265 ☕ 17 ธ.ค. 2568

    ด่วน!ผู้แทนครูภาคใต้ยื่นฟ้องเพิกถอนประกาศรับสมัคร ผอ.สกสค.จังหวัด/กทม. เมื่อองค์วิชาชีพครูถูกบริหารโดยผู้มิใช่ครู และหลักความเสมอภาคถูกทำให้เลือนหาย

    ด่วน!ผู้แทนครูภาคใต้ยื่นฟ้องเพิกถอนประกาศรับสมัคร ผอ.สกสค.จังหวัด/กทม. เมื่อองค์วิชาชีพครูถูกบริหารโดยผู้มิใช่ครู และหลักความเสมอภาคถูกทำให้เลือนหาย

    เปิดอ่าน 421 ☕ 17 ธ.ค. 2568

    ประกาศผลการคัดเลือกโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ รุ่นที่ 16

    ประกาศผลการคัดเลือกโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ รุ่นที่ 16

    เปิดอ่าน 518 ☕ 17 ธ.ค. 2568

    คําขวัญวันเด็ก 2569 จากนายกรัฐมนตรี

    คําขวัญวันเด็ก 2569 จากนายกรัฐมนตรี “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

    เปิดอ่าน 4,789 ☕ 17 ธ.ค. 2568

    แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    เปิดอ่าน 2,724 ☕ 12 ธ.ค. 2568

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93120&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zPauuifk1vFF-h6TVCo8F