Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ยกเครื่องเพื่อไทย เดิมพันคนรุ่นใหม่ ปักหมุดเศรษฐกิจดิจิทัล

    ยกเครื่องเพื่อไทย เดิมพันคนรุ่นใหม่ ปักหมุดเศรษฐกิจดิจิทัล

    ยกเครื่องเพื่อไทย เดิมพันคนรุ่นใหม่ ปักหมุดเศรษฐกิจดิจิทัล

    พ่ายเลือกตั้งคือสัญญาณเตือน ยกเครื่องทั้งพรรค 

    การเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 คือจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ของ พรรคเพื่อไทย เมื่อพรรคที่เคยครองบทบาทแกนนำทางการเมืองต้องถอยมาเป็นอันดับสอง กระแสวิจารณ์หลังวันเลือกตั้งไม่ได้หยุดแค่ผลคะแนน แต่ลุกลามไปถึงคำถามเชิงโครงสร้าง ว่าพรรคยังตอบโจทย์สังคมไทยยุคใหม่ได้หรือไม่

    แรงกดดันจากการคาดการณ์ว่า ที่นั่งอาจ “ต่ำร้อย” ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป กลายเป็นตัวเร่งให้พรรคต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ นั่นคือการ “ยกเครื่อง” ทั้งโครงสร้าง วิธีคิด และวิธีทำงาน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในสนามการเมืองที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

    ยุทธศาสตร์ใหม่นี้ไม่ใช่การปรับภาพลักษณ์ระยะสั้น หากแต่เป็นความพยายามเปลี่ยนพรรคจากการเมืองที่ผูกกับตัวบุคคล ไปสู่การเป็น “สถาบันการเมือง” ที่มีระบบ มีนโยบาย และมีผู้นำหลายรุ่นรองรับอนาคต

    รื้อโครงสร้างภายใน สร้างระบบพรรคแท้จริง 

    หัวใจของการเปลี่ยนแปลงเริ่มจากการยอมรับข้อผิดพลาด แกนนำพรรคอย่าง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ยอมรับตรงไปตรงมาว่า ความพ่ายแพ้ส่วนหนึ่งมาจากการบริหารกระแสและการสื่อสารช่วงท้ายที่ล้มเหลว แม้นโยบายรัฐบาลตลอดสองปีจะเดินหน้า แต่กลับไม่สามารถสื่อสารให้ประชาชนรับรู้ได้อย่างมีพลัง

    ยกเครื่องเพื่อไทย เดิมพันคนรุ่นใหม่ ปักหมุดเศรษฐกิจดิจิทัล

    พรรคจึงเริ่มต้นจากการยกเครื่องระบบสื่อสาร เปลี่ยนจากการตั้งรับเป็นเชิงรุก ใช้เครื่องมือดิจิทัลและ Social Listening ติดตามอารมณ์สังคมแบบเรียลไทม์ เพื่อกลับมาชิงบทบาทการกำหนดวาระสาธารณะ ซึ่งเป็นสมรภูมิสำคัญของการเมืองยุคใหม่

    พร้อมกันนี้ เพื่อไทยได้ขยับโครงสร้างภายในให้เป็นระบบมากขึ้น ผ่านการตั้ง “คณะกรรมการยุทธศาสตร์” อย่างเป็นทางการ โดยมี จาตุรนต์ ฉายแสง เป็นประธาน กลไกนี้ถูกมองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญในการลดข้อครหาการครอบงำจากบุคคลหรือเครือข่ายเดิม และยืนยันว่าการตัดสินใจของพรรคขับเคลื่อนผ่านโครงสร้าง ไม่ใช่สายสัมพันธ์นอกระบบ

    นโยบายจากประชาชน สู่เศรษฐกิจดิจิทัล

    อีกแกนหนึ่งของการยกเครื่อง คือการเปลี่ยนวิธีทำนโยบาย จากแนวคิดบนลงล่าง สู่กระบวนการ “Outside In” พรรคเริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้าง ก่อนเปิดพื้นที่ให้กลุ่มเป้าหมายจริงอย่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ SME และแรงงาน เข้ามามีส่วนร่วม ผ่านเวิร์กช็อปและการรับฟังเชิงลึก เพื่อนำข้อมูลกลับมาหล่อหลอมเป็นนโยบายขั้นสุดท้าย

    กระบวนการใหม่นี้ตกผลึกชัดเจนในการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คือ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ผสานสายเลือดการเมืองดั้งเดิมเข้ากับวิสัยทัศน์อนาคต การเลือกเขาส่งสัญญาณสองชั้น คือความเปลี่ยนแปลง และความต่อเนื่อง ไปพร้อมกัน

    วิสัยทัศน์หลักถูกวางบนฐานเศรษฐกิจดิจิทัล ตั้งแต่การใช้ AI บริหารโครงสร้างพื้นฐาน การผลักดัน Digital Government เพื่อความโปร่งใส การยกระดับความมั่นคงไซเบอร์ ไปจนถึงการ “ปลดหนี้ทั้งระบบ” เพื่อปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว นี่คือการขยับหมากครั้งใหญ่ เพื่อพาเพื่อไทยออกจากภาพจำเดิม สู่พรรคการเมืองแห่งอนาคต

    บทสรุป เดิมพันสูงบนเส้นทางใหม่ 

    การยกเครื่องพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ คือการเดิมพันทางการเมืองที่มีความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนก็สูงไม่แพ้กัน หากพรรคสามารถเชื่อมอดีตกับอนาคต เชื่อมฐานเสียงเดิมกับคนรุ่นใหม่ได้จริง เพื่อไทยอาจกลับมาเป็นแกนหลักของการเมืองไทยในทศวรรษหน้า

    คำถามสุดท้ายจึงไม่ใช่ว่า พรรค “เปลี่ยนหรือไม่” แต่คือการเปลี่ยนครั้งนี้ จะลึกพอที่จะทำให้สังคมเชื่อหรือไม่ ว่านี่คือเพื่อไทยยุคใหม่อย่างแท้จริง

    ที่มา: เนชั่นสุดสัปดาห์ (คลิ๊กชม)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/735316&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zjZaK5xeQI5-kfeFEuEbR

  • เผ่าภูมิ เปิด 10 หลักคิดนโยบายเศรษฐกิจเพื่อไทย

    ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบแนวคิดนโยบายเศรษฐกิจเพื่อไทย ก่อนทยอยประกาศนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง ดังนี้

    1. สร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจ รับผิดชอบทางการคลัง ลดการขาดดุลงบประมาณ ยกระดับเครดิตเรตติ้งประเทศผ่านการคลังที่มั่นคง

    2. สิทธิ์สู่มือประชาชนผ่านการกระตุ้นด้านดีมานด์ ให้ประชาชนเป็นผู้ถือเงินหรือคูปองในการเลือกใช้บริการภาครัฐ เปลี่ยนการใส่งบประมาณไปที่หน่วยงานรัฐแล้วจัดซื้อจัดจ้าง เป็นใส่สิทธิ์ตรงให้ประชาชนโดยตรงเป็นผู้มีอำนาจในการเลือก

    3. หนี้ดีต้องได้รางวัล หนี้เสียรัฐต้องช่วยเหลือ – ปลดหนี้ประชาชนทั้งระบบ ครบทุกกลุ่ม เน้นไปที่หนี้เสียเรื้อรัง ให้กลับมายืนได้อีกครั้ง

    4. ไม่มุ่งแต่ใช้งบประมาณ แต่ปลดล็อคกฎหมายและระบบภาษี เพื่อดึงดูดเม็ดเงิน เอาเงินต่างชาติที่ถูกกฎหมาย มาหมุนเศรษฐกิจไทย การลงทุนภาครัฐต้องเหนี่ยวนำการลงทุนภาคเอกชน

    5. “แปลงสินทรัพย์เป็นทุน” ยังคงเป็นหลักคิดที่สำคัญ ทรัพย์สินของรัฐ ที่ดินของรัฐ ต้องสร้างรายได้ ต้องไม่ถูกปล่อยทิ้งร้าง และประชาชนต้องมีส่วนร่วมลงทุน

    6. การพัฒนาทุนมนุษย์ จะมีการให้สิทธิ์ตรงลงไปที่ประชาชนโดยตรง (ไม่ผ่านตัวกลาง) เลือกเพื่อเพิ่มทักษะในสาขาเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ

    7. เปลี่ยน “รัฐควบคุม” เป็น “รัฐบริการ” ระบบใบอนุญาตจะไม่ใช่วิจารณญาณจากเจ้าหน้าที่รัฐ แต่จะกลายเป็นหลักปฏิบัติที่มีมาตรฐานเดียวกัน จะมีระบบที่เปิดให้ประชาชนเข้าถึงงบประมาณ สถานะโครงการ การจัดซื้อจัดจ้าง เพราะเราจะสร้างรัฐที่โปร่งใส

    8. เศรษฐกิจมูลค่าสูง คุณภาพมาก่อนปริมาณ เมื่อเข้าสู่สังคมสูงวัย เมื่อปริมาณแรงงานน้อยลง แก่ขึ้น ต้องยกระดับผลิตภาพแรงงาน ยกระดับเทคโนโลยีโดยเฉพาะ AI

    9. ยกเศรษฐกิจใต้ดินขึ้นบนดิน ดึงเศรษฐกิจนอกระบบสู่ในระบบ เพิ่มการจ้างงานที่ถูกกฎหมาย

    10. ลดภาระ ต้นทุนชีวิตประชาชน ทั้งด้านค่าใช้จ่ายประจำวัน ค่ารักษาพยาบาล ประกันชีวิตผู้เสี่ยงภัย ค่าเดินทาง ค่าไฟ รวมถึงต้นทุนการผลิตภาคธุรกิจทั้งระบบ ระบบภาษีต้องเอื้อผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SME ให้รัฐเป็นลูกค้า SME เพิ่มขึ้น

    เหล่านี้คือกรอบที่เราใช้คิดเพื่อออกแบบนโยบาย เตรียมพบกับนโยบายเพื่อไทยเร็วๆนี้ครับ

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/803305&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nSgudhfRDIjvRCAERJGqI

  • LINE ประเทศไทย จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงนาม MOU หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ดิจิทัล

    LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด

    ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลและ LINE STICKERS Creators ให้มีความรู้ ความเข้าใจด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การจดทะเบียนสิทธิ และแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมาย และยั่งยืน

    ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงดังกล่าว LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะร่วมกันส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้อง รวมถึงการเคารพสิทธิของผู้อื่น และการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล

    บันทึกข้อตกลงฉบับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาครัฐที่มีต่อ LINE ประเทศไทย ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตอกย้ำพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในยุคดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1552621&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V7r6UA7-l3tIcOvp3Ou55

  • LINE ประเทศไทย จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงนาม MOU หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ดิจิทัล

    LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด

    ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลและ LINE STICKERS Creators ให้มีความรู้ ความเข้าใจด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การจดทะเบียนสิทธิ และแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมาย และยั่งยืน

    ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงดังกล่าว LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะร่วมกันส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้อง รวมถึงการเคารพสิทธิของผู้อื่น และการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล

    บันทึกข้อตกลงฉบับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาครัฐที่มีต่อ LINE ประเทศไทย ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตอกย้ำพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในยุคดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1552621&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V7r6UA7-l3tIcOvp3Ou55

  • สภากาชาดไทย ชวนบริจาคโลหิต เพื่อสำรองคงคลัง ให้กับผู้ป่วยในช่วงเทศกาลหยุดยาว กับกิจกรรม “บริจาคโลหิตส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัย โชคดีได้บุญ”

    สภากาชาดไทย ชวนบริจาคโลหิต เพื่อสำรองคงคลัง ให้กับผู้ป่วยในช่วงเทศกาลหยุดยาว กับกิจกรรม “บริจาคโลหิตส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัย โชคดีได้บุญ”

    ก่อนหมดปีนี้ แวะมาเติมเรื่องราวดีๆ บันทึกไว้ในปี 2568 กัน วันที่ 22 – 31 ธันวาคม นี้ มา #บริจาคโลหิต เพื่อสำรองคงคลัง ให้กับผู้ป่วยในช่วงเทศกาลหยุดยาว กับกิจกรรม “บริจาคโลหิตส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัย โชคดีได้บุญ”

    รับทันที เสื้อยืดที่ระลึก ลายพิเศษ “Give Blood Give Love”
    ปฏิทินหนูแดง สวัสดีปีใหม่ 2569 สอดแทรกความรู้เสมือนคู่มือของนักบริจาคโลหิต
    ***ของที่ระลึกมีจำนวนจำกัด***

    บริจาคโลหิต ได้ที่
    – ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
    – ภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ
    – หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station)
    – โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตฯ 8 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2256 4300

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/63554&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m1QRbmwgjajXMPMlL_oAS

  • CENTEL-ERW จ่อฟื้นตัวแรง! โบรกฯ ชี้เป้าปี 69 รับอานิสงส์

    ท่ามกลางสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐ กลุ่มท่องเที่ยวไทยกลับมาอยู่ในเรดาร์นักลงทุนอีกครั้ง หลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินเกมรุกเต็มรูปแบบดึงสายการบิน โดยนางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า ปี 2569 ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนไม่น้อยกว่า 6.7 ล้านคน เทียบเท่าปี 2567 และเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% จากปี 2568 ขณะเดียวกัน ททท. จะเร่งเพิ่มที่นั่งโดยสารสายการบินให้กลับมา 100% ของระดับปี 2562 ก่อนโควิด โดยปีนี้ที่ฟื้นแล้วราว 85%

    ล่าสุด ททท. อยู่ระหว่างเจรจากับ “ไห่หนาน แอร์ไลน์” เพื่อเพิ่มเส้นทางบินและความถี่ไปยังจุดหมายใหม่ในตารางบินฤดูร้อนปี 2569 พร้อมเตรียมเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “จงไท่อี้เจียซิน” (จีน–ไทย ครอบครัวเดียวกัน) จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย อีเวนต์ และเทศกาลตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นดีมานด์การเดินทางอย่างต่อเนื่อง

    นอกจากนี้ ททท.ยังได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์ม Tencent Video และ We TV ผลิตสารคดีอาหารชื่อดัง “TASTEFUL THAILAND” นำเสนอ 10 เส้นทางวัตถุดิบอาหารระดับตำนานทั่วไทย ควบคู่แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ถ่ายทำ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ โดยออกอากาศตอนแรกวันที่ 20 ธันวาคมนี้

    ด้านบล.ดาโอ (ประเทศไทย) มีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวจากภาครัฐที่เข้ามากระตุ้นการ ท่องเที่ยวจีนมากขึ้น โดยจะมีการเพิ่มประมาณที่นั่งของสายการบินเพิ่มขึ้นให้ เท่าช่วงก่อนโควิด พร้อมกันนี้ยังจะมีการประกาศแคมเปญใหญ่ ‘จงไท่อี้เจียซิน’ (จีน-ไทย ครอบครัวเดียวกัน) รวมถึงยังจะมีกิจกรรมเพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์ม ดังๆอย่าง “Tencent Video” และ “We TV” ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนปี 2569 มีโอกาสที่เราคาดไว้ที่ 5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก ททท. ที่ คาดไว้ที่ 6.7 ล้านคน

    โดยหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากมาก-น้อยเรียงตาม สัดส่วนรายได้ในประเทศไทยจากมาก-น้อยคือ ERW (88%) และมีสัดส่วน นักท่องเที่ยวจีนสูงสุดในกลุ่มที่ 13%, CENTEL (80%) และ MINT (15%) โดยคาดว่า ERW และ CENTEL จะได้ sentiment เชิงบวกจากจำนวน นักท่องเที่ยวจีนที่จะฟื้นตัวได้ดี ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวม/นักท่องเที่ยวจีนปี 2568 ที่ 33 ล้าน คน/4.5 ล้านคน ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2568 จะอยู่ที่ 33 ล้านคน ลดลง 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะอยู่ที่ 4.5 ล้าน คน ลดลง 33% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มฟื้นได้อย่างชัดเจนในไตรมาส 4/68 ให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดย Top pick ของกลุ่มเลือก CENTEL แนะนำซื้อราคาเป้า 36.00 บาท จากกำไรไตรมาส 4/68 มีโอกาสเพิ่มขึ้นทั้งเทียบช่วงเดียวกะนของปีก่อน และเทียบไตรมาสก่อนหน้า จากยอด Booking และการเติบโตของรายได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ไตรมาส 2/68 เป็นจุด Bottom ของปีไปแล้ว

    นอกจากนี้ยังได้ผลดีจาก สนามบินมัลดีฟส์ที่มีการเปิด Terminal ใหม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ CENTEL ที่มี สัดส่วนรายได้ที่มัลดีฟส์ราว 15% ERW (ซื้อ/เป้า 2.90 บาท)จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/68 จะเพิ่มขึ้นเทียบไตรมาสก่อนหน้า เพราะ ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/68 ขณะที่ ERW มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยว จีนสูงสุดในกลุ่มที่ 13%

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/803142&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QX_GbVgjqxVu2bkCf7WVq

  • LINE ประเทศไทย จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงนาม MOU หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ดิจิทัล

    LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด

    ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลและ LINE STICKERS Creators ให้มีความรู้ ความเข้าใจด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การจดทะเบียนสิทธิ และแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมาย และยั่งยืน

    ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงดังกล่าว LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะร่วมกันส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้อง รวมถึงการเคารพสิทธิของผู้อื่น และการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล

    บันทึกข้อตกลงฉบับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาครัฐที่มีต่อ LINE ประเทศไทย ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตอกย้ำพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในยุคดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1552621&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V7r6UA7-l3tIcOvp3Ou55

  • LINE ประเทศไทย จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงนาม MOU หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ดิจิทัล

    LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด

    ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลและ LINE STICKERS Creators ให้มีความรู้ ความเข้าใจด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การจดทะเบียนสิทธิ และแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมาย และยั่งยืน

    ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงดังกล่าว LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะร่วมกันส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้อง รวมถึงการเคารพสิทธิของผู้อื่น และการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล

    บันทึกข้อตกลงฉบับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาครัฐที่มีต่อ LINE ประเทศไทย ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตอกย้ำพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในยุคดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1552621&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V7r6UA7-l3tIcOvp3Ou55

  • คมคุย คมคิด:การท่องเที่ยว…ฟันเฟืองเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ อาทิตย์ที่ 21-12-68เวลา19:30 น. (เทป)

    คมคุย คมคิด:การท่องเที่ยว…ฟันเฟืองเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ อาทิตย์ที่ 21-12-68เวลา19:30 น. (เทป)

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/p8-h9xi4OKE&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BZT2q8hSbmOlKak32najx

  • CENTEL-ERW จ่อฟื้นตัวแรง! โบรกฯ ชี้เป้าปี 69 รับอานิสงส์

    ท่ามกลางสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐ กลุ่มท่องเที่ยวไทยกลับมาอยู่ในเรดาร์นักลงทุนอีกครั้ง หลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินเกมรุกเต็มรูปแบบดึงสายการบิน โดยนางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า ปี 2569 ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนไม่น้อยกว่า 6.7 ล้านคน เทียบเท่าปี 2567 และเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% จากปี 2568 ขณะเดียวกัน ททท. จะเร่งเพิ่มที่นั่งโดยสารสายการบินให้กลับมา 100% ของระดับปี 2562 ก่อนโควิด โดยปีนี้ที่ฟื้นแล้วราว 85%

    ล่าสุด ททท. อยู่ระหว่างเจรจากับ “ไห่หนาน แอร์ไลน์” เพื่อเพิ่มเส้นทางบินและความถี่ไปยังจุดหมายใหม่ในตารางบินฤดูร้อนปี 2569 พร้อมเตรียมเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “จงไท่อี้เจียซิน” (จีน–ไทย ครอบครัวเดียวกัน) จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย อีเวนต์ และเทศกาลตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นดีมานด์การเดินทางอย่างต่อเนื่อง

    นอกจากนี้ ททท.ยังได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์ม Tencent Video และ We TV ผลิตสารคดีอาหารชื่อดัง “TASTEFUL THAILAND” นำเสนอ 10 เส้นทางวัตถุดิบอาหารระดับตำนานทั่วไทย ควบคู่แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ถ่ายทำ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ โดยออกอากาศตอนแรกวันที่ 20 ธันวาคมนี้

    ด้านบล.ดาโอ (ประเทศไทย) มีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวจากภาครัฐที่เข้ามากระตุ้นการ ท่องเที่ยวจีนมากขึ้น โดยจะมีการเพิ่มประมาณที่นั่งของสายการบินเพิ่มขึ้นให้ เท่าช่วงก่อนโควิด พร้อมกันนี้ยังจะมีการประกาศแคมเปญใหญ่ ‘จงไท่อี้เจียซิน’ (จีน-ไทย ครอบครัวเดียวกัน) รวมถึงยังจะมีกิจกรรมเพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์ม ดังๆอย่าง “Tencent Video” และ “We TV” ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนปี 2569 มีโอกาสที่เราคาดไว้ที่ 5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก ททท. ที่ คาดไว้ที่ 6.7 ล้านคน

    โดยหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากมาก-น้อยเรียงตาม สัดส่วนรายได้ในประเทศไทยจากมาก-น้อยคือ ERW (88%) และมีสัดส่วน นักท่องเที่ยวจีนสูงสุดในกลุ่มที่ 13%, CENTEL (80%) และ MINT (15%) โดยคาดว่า ERW และ CENTEL จะได้ sentiment เชิงบวกจากจำนวน นักท่องเที่ยวจีนที่จะฟื้นตัวได้ดี ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวม/นักท่องเที่ยวจีนปี 2568 ที่ 33 ล้าน คน/4.5 ล้านคน ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2568 จะอยู่ที่ 33 ล้านคน ลดลง 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะอยู่ที่ 4.5 ล้าน คน ลดลง 33% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มฟื้นได้อย่างชัดเจนในไตรมาส 4/68 ให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดย Top pick ของกลุ่มเลือก CENTEL แนะนำซื้อราคาเป้า 36.00 บาท จากกำไรไตรมาส 4/68 มีโอกาสเพิ่มขึ้นทั้งเทียบช่วงเดียวกะนของปีก่อน และเทียบไตรมาสก่อนหน้า จากยอด Booking และการเติบโตของรายได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ไตรมาส 2/68 เป็นจุด Bottom ของปีไปแล้ว

    นอกจากนี้ยังได้ผลดีจาก สนามบินมัลดีฟส์ที่มีการเปิด Terminal ใหม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ CENTEL ที่มี สัดส่วนรายได้ที่มัลดีฟส์ราว 15% ERW (ซื้อ/เป้า 2.90 บาท)จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/68 จะเพิ่มขึ้นเทียบไตรมาสก่อนหน้า เพราะ ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/68 ขณะที่ ERW มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยว จีนสูงสุดในกลุ่มที่ 13%

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/803142&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QX_GbVgjqxVu2bkCf7WVq