Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “ม.หอการค้า” ชี้ ผู้ปกครองยอมลดเที่ยว-ใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อลงทุนด้านการศึกษาให้ลูกมากขึ้น

    “ม.หอการค้า” ชี้ ผู้ปกครองยอมลดเที่ยว-ใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อลงทุนด้านการศึกษาให้ลูกมากขึ้น

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมปี 2569 พบว่ามีมูลค่าการใช้จ่ายรวมสูงถึง​ 66,372.50 ล้านบาท​ ขยายตัว 6% ซึ่งเป็นการขยายตัวและมีมูลค่าสูงสุดช่วง 10 ปี 

    โดยโครงสร้างการใช้จ่ายหลักยังคงเป็น​ค่าเทอม​ ​ค่าบำรุงโรงเรียน​ (ตามปกติ) ​ค่าบำรุงโรงเรียน​(​กรณีเปลี่ยนโรงเรียนใหม่​/แป๊ะเจี๊ยะ)​ รวมถึงอุปกรณ์การเรียนและหนังสือ

    แม้กระทรวงศึกษาธิการจะมีนโยบายผ่อนปรนเรื่องชุดนักเรียน แต่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังคงเลือกซื้อชุดและรองเท้าใหม่ให้บุตรหลานเนื่องจากเห็นความสำคัญทางการศึกษา

    พร้อมประเมินค่าจ่ายในช่วงเปิดเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 29,000 บาทต่อครัวเรือน​ แต่ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ผู้ปกครองยอมประหยัดส่วนอื่นเพื่อการศึกษา โดยลดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว ลดการใช้จ่ายส่วนตัว​ ลดค่าอาหาร และใช้เงินออมมาจ่ายค่าเทอมและซื้อ อุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นจำนวนมากขึ้น​ 

    สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในลักษณะ Sideway และเริ่มมีการซึมตัว ประชาชนเริ่มกังวลเรื่องสินค้าราคาแพงขึ้นและภาระค่าครองชีพจากราคาพลังงานที่กระทบต่อค่าเดินทาง​ แต่สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตเนื่องจากยังไม่เห็นการปลดคนงานหรือลดเงินเดือน และรัฐบาลยังคงตรึงราคาพลังงานอยู่

    อย่างไรก็ตาม​ ​ผู้ปกครอง​จำนวน​ 72.9% ​มีเงินเพียงพอในการใช้จ่าย​ ขณะที่​จำนวน​ 27.1% มีเงินไม่เพียงพอในการใช้จ่าย​ ​ซึ่งส่วนใหญ่​แก้ปัญหา​ด้วยการกู้เงินในระบบ​มากขึ้น​ แทนการจำนำทรัพย์สินที่เป็นพฤติกรรมรองลงมา

    นอกจากนี้ ผู้ปกครองที่มีกำลังซื้อเริ่มขยับไปสู่โรงเรียนนานาชาติ สองภาษา หรือห้องเรียนพิเศษ เนื่องจากเชื่อมั่นในคุณภาพและผลดีจากการใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนมากกว่าโรงเรียนรัฐภาคปกติ​ โดยผู้ปกครองมีเสนอต้องการให้รัฐบาลเพิ่มบุคลากรทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่ออนาคตของเด็กไทย

    Freepik/-
    ผู้ปกครองยอมลด เที่ยว -ใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อลงทุนภาคการศึกษามากขึ้น

    สำกหรับกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ มีมาตรการผ่อนปรนเรื่องการแต่งกายของนักเรียน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง มองว่ามาตรการดังกล่าวถือเป็นทางเลือก​ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวที่ขาดแคลน โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด

    ขณะที่การสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค ยังไม่พบสัญญาณการลดการซื้อชุดนักเรียนอย่างรุนแรง และคาดว่าตลาดชุดนักเรียนในปีนี้อาจขยายตัวไม่มากนัก เนื่องจากผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นตามภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่จะไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อผู้ประกอบการร้านค้าในระยะนี้

    นายธนวรรธน์ ย้ำว่าหน่วยงานด้านนโยบายเศรษฐกิจ​ของไทย ทั้ง​ สศช. ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง ต่างมีความเห็นตรงกันว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของไทยคือ ปัญหาเชิงโครงสร้าง​ ซึ่งการจะหลุดพ้นจากภาวะการเติบโตต่ำได้ จำเป็นต้องย้อนกลับไปแก้ไขที่รากฐานสำคัญนั่นคือ ภาคการศึกษา เพื่อสร้างนวัตกรรมและขีดความสามารถใหม่ให้กับประเทศในอนาคต

    โดยกล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาทเพื่อนำมาเยียวยาประชาชนและพัฒนาการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทยด้วยว่า นอกจาก วัตถุประสงค์สองด้านดังกล่าวยังมีเรื่องการศึกษาที่รัฐบาลควรนำเงินจากการกู้มาช่วยพัฒนาด้วย เนื่องจากต้องเร่งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดของการใช้เงิน

    ทั้งนี้ ในมุมมองของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ได้แนะนำว่าภาครัฐควร เร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ไม่ให้ล้าหลังตามประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและมาเลเซีย อีกทั้งควรจัดสรรงบประมาณเพื่อทรัพยากรด้านการศึกษาให้มากขึ้น เพิ่มบุคลากรทางการศึกษาให้เหมาะสม เพื่อนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้กับเด็กไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/274848&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HBNoHhOJ9oeKJER9sppuW

  • “อีฟ-ลีเดียร์” หวดลิ่ว 16 คน ศึกเทนนิส “ไอทีเอฟ วีเมนส์” สนาม 2 | เดลินิวส์

    “อีฟ-ลีเดียร์” หวดลิ่ว 16 คน ศึกเทนนิส “ไอทีเอฟ วีเมนส์” สนาม 2 | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสอาชีพชาย เอ็ม 25 รายการ ไอทีเอฟ เมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ (2) ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 974,700 บาท และเทนนิสอาชีพหญิง ดับเบิลยู 15 รายการ ไอทีเอฟ วีเมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ (2) ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 487,350 บาท ที่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 69 ประเภทหญิงเดี่ยว รอบแรก (32 คน) “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช มือวางอันดับ 1 ดีกรีรองแชมป์สัปดาห์ก่อน หวดชนะ โอ จียุน นักหวดวัย 15 ปี จากเกาหลีใต้ 2-0 เซต 6-4, 6-0 ผ่านเข้ารอบ 2 ไปพบกับ เหวียน เคนซี จากสหรัฐอเมริกา

    ขณะที่ ลีเดียร์ พอดโกริชานี่ เอาชนะ ชิน จีโฮ จากเกาหลีใต้ 2-1 เซต 3-6, 6-4, 6-2 เข้ารอบ 16 คน ไปพบกับ หลิว หยูฮั่น จากจีน ต่อไป

    ผลคู่อื่น ๆ ประเภทหญิงเดี่ยว รอบแรก อัญชิสา ฉันทะ แพ้ หลิว หยูฮั่น (จีน) 5-7, 3-6, พิมพ์ลภัส ลิม แพ้ จาง จุนฮาน 2-6, 2-6, เหวียน เคนซี (สหรัฐ) ชนะ คานาโกะ โอซาฟุเนะ (ญี่ปุ่น) 6-1, 6-0, ประเภทชายเดี่ยว รอบแรก วิชยา ตรงเจริญชัยกุล แพ้ ไอแซค เบครอฟต์ (นิวซีแลนด์) 6-7 (7-9), 7-6 (7-3), 2-6, ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ แพ้ แมทธิว เดลลาเวโดวา (ออสเตรเลีย) 3-6, 0-6, กษิดิศ สำเร็จ แพ้ ครูซ ฮิววิตต์ (ออสเตรเลีย) 4-6, 0-2 Ret. (หายใจไม่ทัน), ฐานทัพ สุขสำราญ แพ้ โมเอรานี บูซิจ (ออสเตรเลีย) 1-6, 6-7 (1-7), มาร์คุส มาลาซแชค วูยือ แพ้ เดฟ จาเวีย (อินเดีย) 2-6, 0-2 Ret. (ปวดท้อง)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5840109/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2r0LOYe7uTGEMwJuc0PgN_

  • IT และบ.ย่อย ไตรมาส 1/69กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 91.73 ลบ.

    IT และบ.ย่อย ไตรมาส 1/69กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 91.73 ลบ.

    IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์

    บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน)และบริษัทย่อย  ไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 91.73 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.25 บาท

    เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 28.87 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.079 บาท

              บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) แจ้งผลประกอบการ(รวมบริษัทย่อย)  งวดไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 สรุปได้ดังนี้                                                  สอบทาน/ตรวจสอบ                        สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม      (หน่วย : พันบาท)                                                  ไตรมาส 1                                         ปี      2569      2568  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                          91,733    28,870  กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)                  0.25     0.079

    โดย ศศิธร ซิมาภรณ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRG50IQ9SUUMCD55B2FND9H4JIBNY2JM&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27PEi3MdCNXJn9YQDKnWTU

  • พัชรินทร์-ลีเดียร์ พาเหรดคว้าชัยทะลุรอบ 16 คน เทนนิสไอทีเอฟ นครปฐม

    พัชรินทร์-ลีเดียร์ พาเหรดคว้าชัยทะลุรอบ 16 คน เทนนิสไอทีเอฟ นครปฐม

    พัชรินทร์ ชีพชาญเดช มือ 1 ของรายการ ฟอร์มแกร่งอัดดาวรุ่งโสมขาว 2 เซตรวด ด้าน ลีเดียร์ พลิกนรกแซงชนะเกาหลีใต้ เข้ารอบ 16 คนสุดท้ายศึกเทนนิสไอทีเอฟที่กำแพงแสน

    การแข่งขันเทนนิสอาชีพนานาชาติ รายการ ไอทีเอฟ เมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ (2) (M25) ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 974,700 บาท) และรายการ ไอทีเอฟ วีเมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ (2) (W15) ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 487,350 บาท) ณ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เป็นการแข่งขันรอบแรกวันที่สอง

    ไฮไลต์ในประเภท หญิงเดี่ยว รอบแรก (32 คน) “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช นักหวดสาวจากขอนแก่นวัย 31 ปี ดีกรีรองแชมป์เมื่อสัปดาห์ก่อน และเป็น มือวางอันดับ 1 ของรายการ (มือ 452 ของโลก) ลงสนามพบกับ โอ จียุน ดาวรุ่งวัย 15 ปีจาก เกาหลีใต้ ที่ผ่านมาจากรอบคัดเลือก ผลปรากฏว่า พัชรินทร์ อาศัยประสบการณ์ที่เหนือกว่าเอาชนะไปได้อย่างเด็ดขาด 2-0 เซต สกอร์ 6-4 และ 6-0 ผ่านเข้าสู่รอบสอง (16 คนสุดท้าย) ไปพบกับ เหวียน เคนซี จาก สหรัฐฯ มือ 1311 ของโลกต่อไป

    อีกหนึ่งคู่ที่น่าสนใจ ลีเดียร์ พอดโกริชานี่ นักเทนนิสดาวรุ่งลูกครึ่งไทย-รัสเซีย มือ 1641 ไอทีเอฟ แรงกิ้ง ที่ได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ด โชว์หัวใจสู้หลังพลาดท่าแพ้ไปก่อนในเซตแรก พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ ชิน จีโฮ จาก เกาหลีใต้ มือ 1182 ของโลก ไปอย่างสุดมัน 2-1 เซต ด้วยสกอร์ 3-6, 6-4 และ 6-2 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย ไปพบกับ หลิว หยูฮั่น จาก จีน

    สรุปผลการแข่งขันคู่อื่นที่น่าสนใจ:

    ประเภทหญิงเดี่ยว รอบแรก

    • อัญชิสา ฉันทะ (มือวาง 2) แพ้ หลิว หยูฮั่น (จีน) 0-2 เซต 5-7, 3-6

    • พิมพ์ลภัส ลิม แพ้ จาง จุนฮาน (มือวาง 5-จีน) 0-2 เซต 2-6, 2-6

    • เหวียน เคนซี (สหรัฐฯ) ชนะ คานาโกะ โอซาฟุเนะ (ญี่ปุ่น) 2-0 เซต 6-1, 6-0

    ประเภทชายเดี่ยว รอบแรก

    • วิชยา ตรงเจริญชัยกุล แพ้ ไอแซค เบครอฟต์ (นิวซีแลนด์) 1-2 เซต 6-7(7-9), 7-6(7-3), 2-6

    • ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ แพ้ แมทธิว เดลลาเวโดวา (มือวาง 4-ออสเตรเลีย) 0-2 เซต 3-6, 0-6

    • กษิดิศ สำเร็จ (มือวาง 2) แพ้ ครูซ ฮิววิตต์ (ออสเตรเลีย) 4-6, 0-2 Ret. (กษิดิศ ถอนตัวเนื่องจากหายใจไม่ทัน)

    • ฐานทัพ สุขสำราญ แพ้ โมเอรานี บูซิจ (มือวาง 3-ออสเตรเลีย) 0-2 เซต 1-6, 6-7(1-7)

    • มาร์คุส มาลาซแชค วูยือ แพ้ เดฟ จาเวีย (อินเดีย) 2-6, 0-2 Ret. (มาร์คุส ถอนตัวเนื่องจากอาการปวดท้อง)

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/103397/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IabD0cR3qy-u6_ST8CZnC

  • ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯม.หอการค้า ประเมินเปิดเทอมปี69 เงินสะพัดกว่า 6 หมื่นล. สูงสุดเป็นประวัติการณ์

    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯม.หอการค้า ประเมินเปิดเทอมปี69 เงินสะพัดกว่า 6 หมื่นล. สูงสุดเป็นประวัติการณ์

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/145831&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oIC6n0ojeMwR0FhS7uG5r

  • บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 06 พฤษภาคม 2569 – InterGold

    บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 06 พฤษภาคม 2569 – InterGold

    กลยุทธ์ : เล่นในกรอบ
    แนวรับ : $4,510 หรือ 70,200
    แนวต้าน : $4,660 หรือ 71,300

    .
    ทองคำดีดกลับจากแนวรับ $4,500 แล้ว แต่ยังเจอแรงกดดันจากสงคราม Hormuz, เงินเฟ้อ และท่าที Hawkish ของ FED แบบนี้ ควร “ไล่ซื้อ” หรือ “เล่นในกรอบ” รอจังหวะทำกำไรระยะสั้น?

    .

    ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ $4,510 หรือประมาณ 70,200 บาท และแนวต้านบริเวณ $4,660 หรือประมาณ 71,300 บาท ภาพรวมตลาดยังถูกกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังช่องแคบ Hormuz มีความเสี่ยงด้านการเดินเรือมากขึ้น และ UAE รายงานการตอบโต้ภัยคุกคามจากมิสไซล์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นอีกครั้ง และกดดันเงินเฟ้อให้สูงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ เพราะอาจทำให้ FED ยังไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้เร็วตามที่ตลาดคาดหวัง

    ขณะเดียวกัน Kevin Warsh ส่งสัญญาณนโยบายการเงินในโทน Hawkish ทำให้ตลาดกลับมาประเมินว่า FED อาจคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่คาด ส่งผลให้ดอลลาร์และ Bond Yield ฟื้นตัวขึ้น โดย DXY ขยับจาก 98.05 สู่ 98.48 และ Bond Yield 10 ปีฟื้นจาก 4.38% เป็น 4.43% ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้กดดันทองคำโดยตรง เพราะทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองสูงขึ้น

    ฝั่งเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้ ISM PMI เดือนเมษายนจะยังอยู่ในโซนขยายตัวที่ 52.7 จุด แต่รายละเอียดภายในเริ่มน่ากังวล โดยเฉพาะดัชนีราคาวัตถุดิบที่พุ่งแรงสุดในรอบ 4 ปี จากแรงกดดันของต้นทุนน้ำมัน ขณะที่ดัชนีการจ้างงานหดตัวลงมาอยู่ที่ 46.4 จุด สะท้อนภาพเศรษฐกิจแบบ Stagflation lite คือเงินเฟ้อยังสูง แต่ตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแรง ทำให้ FED ตัดสินใจได้ยากขึ้นว่าจะเลือกคุมเงินเฟ้อ หรือประคองเศรษฐกิจ

    ในสัปดาห์นี้ ตลาดยังต้องจับตาตัวเลขสำคัญอย่าง ISM Services PMI, Initial Jobless Claims และคาดการณ์เงินเฟ้อจาก University of Michigan หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ทองคำอาจถูกกดดันต่อ แต่ถ้าตลาดแรงงานอ่อนแอลงชัดเจน อาจทำให้ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยกลับมา และหนุนให้ทองคำมีโอกาสดีดกลับได้อีกครั้ง

    .

    กลยุทธ์ระยะสั้นยังแนะนำ “เล่นในกรอบ” มากกว่าการไล่ซื้อ เพราะราคาทองคำดีดขึ้นมาใกล้แนวต้าน $4,660 แล้ว ทำให้ Upside เริ่มจำกัด ขณะที่สัญญาณเทคนิคระยะสั้นยังให้น้ำหนักไปทางพักตัว นักลงทุนสามารถรอซื้อบริเวณแนวรับ $4,510 หรือประมาณ 70,200 บาท และรอขายทำกำไรเมื่อราคาดีดกลับขึ้นใกล้แนวต้าน $4,660 หรือประมาณ 71,300 บาท โดยยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสถานการณ์ Hormuz อย่างใกล้ชิด เพราะทั้งสองปัจจัยอาจทำให้ราคาทองผันผวนแรงได้ในระยะสั้น

    .

    บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD

    #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา

    สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/analyze-06-may-2026/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pLjcu81s6h396DvxUkyRj

  • “พรรคเศรษฐกิจ” จี้รัฐแก้ปมชุมชนชาวอิสราเอลบนเกาะพะงัน ชี้เสี่ยงดึงไทยสู่ภาวะสงครามตะวันออกกลาง

    “พรรคเศรษฐกิจ” จี้รัฐแก้ปมชุมชนชาวอิสราเอลบนเกาะพะงัน ชี้เสี่ยงดึงไทยสู่ภาวะสงครามตะวันออกกลาง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/145810&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pWdJY99DQp5eI6ZDSF-eb

  • รมว.ทส. ผลักดัน “เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” เร่งบูรณาการสู่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 | TOPNEWS

    รมว.ทส. ผลักดัน “เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” เร่งบูรณาการสู่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 | TOPNEWS

    นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งการให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เร่งบูรณาการนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) โดยเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หารือร่วมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำในมิติการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

    ที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) ข้อเสนอเพื่อประกอบการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อเศรษฐกิจไทย และแนวทางขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ อาทิ การผลักดันกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนผ่าน และการยกระดับกลไกบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนได้เน้นย้ำถึงการบูรณาการการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเสาหลักการพัฒนาทั้ง 4 เสาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือความเสี่ยง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

    ทั้งนี้ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมจะถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาในการประชุม คณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 5/2569 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1566919&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2a_cuUWwaQnOoFbKua8nQO

  • BOI ไฟเขียว 6 โครงการทุ่มงบเฉียด 1 ล้านล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล

    BOI ไฟเขียว 6 โครงการทุ่มงบเฉียด 1 ล้านล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล

    วันนี้ (6 พ.ค.2569) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยผลการประชุมบอร์ดบีโอไอ ที่ประชุม โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน มีมติอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ถึง 6 โครงการ มูลค่ารวม 958,168 ล้านบาท

    ส่งสัญญาณบวกที่ชัดเจนต่อนักลงทุนต่างชาติว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายการลงทุนที่โดดเด่น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดิจิทัล เทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมสีเขียว

    โครงการที่ได้รับการอนุมัติครั้งนี้ ไฮไลต์สำคัญคือการลงทุนของ บ.ติ๊กต๊อก ซิสเต็ม (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่า 842,350 ล้านบาท ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา โครงการนี้เป็นการขยายการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์และระบบดาตาโฮสติง เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานยุทธศาสตร์สำคัญ สำหรับการเก็บและประมวลผลข้อมูลของผู้ใช้ในภูมิภาคอาเซียน

    โดยบริษัทมีแผนพัฒนาหลักสูตร Digital Literacy และ e-Commerce เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย และพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลของประเทศให้มีศักยภาพสูงขึ้น

    นอกจากติ๊กต๊อกแล้ว ยังมีโครงการศูนย์รวมข้อมูลหรือ Data Center อีก 2 โครงการ ได้แก่ บ.สกายไลน์ ดาต้า เซ็นเตอร์ แอนด์ คลาวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด ในเครือ DAMAC Group จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลงทุน 46,869 ล้านบาท ที่ จ.ฉะเชิงเทรา รองรับ IT Load 200 เมกะวัตต์

    และ บ.บริดจ์ ดาต้า เซ็นเตอร์ ไอไอโอ (ประเทศไทย) จำกัด ลงทุน 24,619 ล้านบาท ที่ จ.ชลบุรี รองรับ IT Load 134 เมกะวัตต์ ทำให้ 3 โครงการ Data Center รวมมูลค่ากว่า 913,838 ล้านบาท

    โครงการอื่น ๆ ที่ได้รับการอนุมัติประกอบด้วย

    • บริษัท เพียวไซเคิล (ประเทศไทย) จำกัด ลงทุน 8,180 ล้านบาท ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่ได้รับสิทธิจาก Procter & Gamble (P&G) ตั้งโรงงานที่ จ.ระยอง เพื่อรองรับตลาดเอเชีย
    • บริษัท ด่านขุนทด วินด์ วัน จำกัด ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ขนาด 89.7 เมกะวัตต์ ลงทุน 4,728 ล้านบาท ที่ จ.นครราชสีมา
    • บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) ผลิตโพแทสเซียมคลอไรด์ ลงทุน 31,422 ล้านบาท ที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อนำไปผลิตปุ๋ยโพแทสสำหรับภาคการเกษตร

    นอกจากการอนุมัติโครงการใหญ่แล้ว ที่ประชุมยังเห็นชอบคัดเลือกโครงการสำคัญเข้าสู่ระบบ Thailand FastPass ล็อตที่ 2 เพิ่มอีก 9 โครงการ มูลค่ารวม 52,104 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ในระบบ Thailand FastPass ทั้งหมด 25 โครงการ มูลค่ารวม 223,216 ล้านบาท

    BOI ไฟเขียว 6 โครงการทุ่มงบเฉียด 1 ล้านล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล

    BOI ไฟเขียว 6 โครงการทุ่มงบเฉียด 1 ล้านล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล

    ระบบนี้จะเร่งรัดกระบวนการอนุมัติ-อนุญาตจากหลายหน่วยงาน เช่น บีโอไอ กรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กรมศุลกากร และหน่วยงานด้านไฟฟ้า เพื่อให้การลงทุนเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

    ในส่วนของการรองรับการลงทุนระยะยาว บอร์ดบีโอไอ ไหารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อย่างเข้มข้น เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกที่เริ่มมีข้อจำกัด

    มาตรการที่สำคัญ ได้แก่

    • การเร่งประกาศแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ใหม่
    • การผลักดันกลไก Direct PPA ที่ให้เอกชนซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง
    • การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจง (Utility Green Tariff 2: UGT2)
    • การปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เช่น การผ่อนคลายเงื่อนไขใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า (พค.2) สำหรับ Solar Rooftop และการสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (IPS) สำหรับ Solar Farm

    นายนฤตม์ กล่าวว่า ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก การที่นักลงทุนยังคงเลือกประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยในการเป็น Tech Hub ของภูมิภาค บีโอไอจึงมุ่งพัฒนาระบบนิเวศการลงทุนอย่างครบวงจร ทั้งการยกระดับทักษะบุคลากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด การเสริมสร้างซัพพลายเชนอุตสาหกรรมใหม่ และการอำนวยความสะดวกผ่านกลไก Thailand FastPass

    การลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะสร้างงานคุณภาพสูง สร้างรายได้ให้ประเทศ ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี และผลักดันเศรษฐกิจไทยไปสู่โมเดล BCG (Bio-Circular-Green Economy) อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการพัฒนาศูนย์รวมข้อมูล ที่จะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ให้แข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับโลก

    อ่านข่าวอื่น :

    “ณัฐชา” จี้กรมประมงโชว์ DNA ปลากระป๋องปลานิลหลังพบ “ไม่ตรงปก”

    เริ่มแล้ว “ธงเขียว พลัส” ลดต้นทุนเกษตรกรสูงสุด 2,100 บาท

    “ดร.โจ” ยื่นลาออก สส.สู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “เพชร กรุณพล” ขยับขึ้นแทน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/505573&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EOgWOVzsBlOnAjElmRjR3

  • พรรคเศรษฐกิจผวายิวตั้งชุมชนเกาะพะงัน เสี่ยงดึงไทยสู่สงคราม | เดลินิวส์

    พรรคเศรษฐกิจผวายิวตั้งชุมชนเกาะพะงัน เสี่ยงดึงไทยสู่สงคราม | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 พ.ค. 69 ที่รัฐสภา พรรคเศรษฐกิจ นำทีมโดย นายคริส โปตระนันทน์  สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค แถลงข่าวว่า พรรคได้หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีความห่วงใยเกี่ยวกับปัญหาชุมชนชาวอิสราเอลบนเกาะพะงัน ที่มีความสุ่มเสี่ยงดึงประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสงครามตะวันออกกลาง จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาดังกล่าว

    ชาวอิสราเอลได้มาพักอาศัยในระยะยาวประมาณ 4,000 คน และมีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลผ่านนโยบายฟรีวีซ่าของรัฐบาลที่เปรียบเสมือนการเปิดประตูกว้างโดยไม่มีการคัดกรองอีกประมาณ 3,000 คน รวมประมาณ 7,000 คน ทำให้เกิดปัญหาในพื้นที่ 2 ประเด็น คือ 1.มีการสร้างชาบาด ที่เป็นสถานที่สำหรับทำพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งอาจเป็นเป้าในการทำลายของประเทศคู่สงครามและจะทำให้เกาะพะงันได้รับความเดือดร้อน 

    2.มีการสร้างโรงแรม โรงเรียน และสถานประกอบการต่าง ๆ รวมทั้งมีการจัดงานเลี้ยงโดยมียาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่งเสียงดังรบกวนการดำรงชีวิตของชาวเกาะพะงัน อีกทั้งอาจเกิดปัญหาอาชญากรรม และมีการซื้อขายกิจการต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันระหว่างชาวอิสราเอลกันเอง โดยไม่มีการเสียภาษีผ่านประเทศไทย ทำให้ประเทศขาดรายได้

    นายคริส กล่าวว่า พรรคเศรษฐกิจขอเรียกร้องให้รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งขอให้ทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า และขอให้สื่อมวลชนร่วมกันตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศตกอยู่ในภาวะสงครามตะวันออกกลาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5839918/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VPbnXXmC6jU4lOhgqX5MP