Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • คมนาคม จ่อดันผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” ฉบับใหม่ รวมระบบท่อขนส่งก๊าซ-น้ำมัน ชงบอร์ดชุด “เอกนิติ” : อินโฟเควสท์

    คมนาคม จ่อดันผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” ฉบับใหม่ รวมระบบท่อขนส่งก๊าซ-น้ำมัน ชงบอร์ดชุด “เอกนิติ” : อินโฟเควสท์

    สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ (ภาพ: Thaigov)

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า การศึกษาโครงการ “แลนด์บริดจ์” ของคณะกรรมการชุดที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังเป็นประธาน จะนำผลการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มาร่วมพิจารณาด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา สนข.ได้มีรายงานฉบับเดิม และรายงานฉบับใหม่ ซึ่งในรายงานฉบับใหม่นี้ ได้นำที่ปรึกษาเอกชนมาช่วยในการศึกษาด้วย

    โดยที่ผ่านมา โครงการแลนด์บริดจ์อาจจะพูดถึงเพียงระบบรางเท่านั้น แต่ไม่ได้พูดถึงระบบท่อขนส่งน้ำมันและก๊าซ ซึ่งเรื่องนี้จะช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเดิมทีมีการขนส่งน้ำมันและก๊าซเฉพาะฝั่งตะวันออก แต่ถ้ามีโครงการดังกล่าว จะทำให้มีการขนส่งน้ำมันและก๊าซในฝั่งตะวันตกด้วย ซึ่งผลการศึกษาล่าสุด จะทำให้เห็นประโยชน์ของท่าเรือน้ำลึก และการขนส่งที่เชื่อมโยงกันได้มากขึ้น

    ส่วนข้อเสนอให้ทำเฟสย่อยของโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเริ่มจากท่าเรือบางฝั่งก่อนนั้น รมช.คมนาคม กล่าวว่า ข้อเสนอต่าง ๆ มีความเป็นไปได้ทั้งหมด เนื่องจากในการลงทุน รัฐไม่ได้เป็นผู้ลงทุนแต่ฝ่ายเดียว แต่เป็นการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (PPP) ซึ่งไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นการลงทุนเฉพาะต่างชาติ หรือนักลงทุนจากไทย สามารถเป็นเอกชนรายใดก็ได้ที่มีความสนใจในโครงการนี้ โดยรัฐบาลจะกำหนดรูปแบบของการลงทุนแบบ PPP ว่าการลงทุนจะเป็นรูปแบบใด

    “การลงทุนจะเป็นรูปแบบไหน รัฐบาลไม่ได้ตัดสินใจโดยลำพัง จะต้องมีทั้งบริษัทที่ปรึกษา ผู้ที่สนใจลงทุน มาดำเนินการศึกษาเรื่องนี้ร่วมกัน ซึ่งเราก็ฟังข้อเสนอของทุกฝ่าย” นายสิริพงศ์ กล่าว

    สำหรับข้อกังวลที่มองว่าหากโครงการแลนด์บริดจ์ ไม่คุ้มทุน แล้วจะมีการขุดคลองไทยเพื่อเชื่อม 2 ฝั่งทะเล เหมือนเช่นคลองปานามาหรือไม่นั้น รมช.คมนาคม กล่าวว่า คงไม่มีการดำเนินการในรูปแบบนั้น เนื่องจากผลการศึกษาที่ออกมาพบว่าโครงการคลองไทย ใช้งบประมาณมากกว่าโครงการแลนด์บริดจ์มากกว่าหนึ่งเท่าตัว โดยโครงการแลนด์บริดจ์ ใช้เงินลงทุนประมาณ 9 แสนล้านบาท ส่วนโครงการคลองไทยต้องใช้เงินลงทุนถึง 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อพิจารณาความคุ้มค่าและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจแล้ว จากการศึกษาพบว่าโครงการแลนด์บริดจ์ มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (FIRR) ดีกว่า

    ส่วนจะเป็นการปิดประตู “โครงการคลองไทย” เลยหรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ณ ปัจจุบัน เท่าที่ได้เปรียบเทียบกันระหว่าง 2 โครงการจะพบว่าโครงการแลนด์บริดจ์ มีความคุ้มค่ามากกว่า และถ้าต้องเลือกโครงการคลองไทย จะถือว่าเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะมีความคุ้มค่าน้อยกว่า

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/590374&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OBQRTWlqR34p3loBRT7z4

  • สมุทรสงคราม///มูลนิธิชัยพัฒนาจับมือกรมการพัฒนาชุมชน และจังหวัดสมุทรสงคราม ลงนามความร่วมมือยกระดับชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มูลนิธิชัยพัฒนาจับมือกรมการพัฒนาชุมชน และจังหวัดสมุทรสงคราม ลงนามความร่วมมือยกระดับชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล | TOPNEWS

    มูลนิธิชัยพัฒนาจับมือกรมการพัฒนาชุมชน และจังหวัดสมุทรสงคราม ลงนามความร่วมมือยกระดับชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล


    วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโสมูลนิธิชัยพัฒนา รักษาการแทนกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา, นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในชุมชนอัมพวา เพื่อสนับสนุนการเป็นเมืองสร้างสรรค์ทางด้านอาหารจังหวัดสมุทรสงคราม ระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดสมุทรสงคราม


    การลงนามครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และชุมชนท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ให้กระจายสู่ประชาชนในชุมชนบนพื้นฐานของเสน่ห์ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ที่นำมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม อันเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน และสนับสนุนการเป็นเมืองสร้างสรรค์ทางด้านอาหารของจังหวัดสมุทรสงครามในระดับสากล


    ในการดำเนินงานครั้งนี้ มูลนิธิชัยพัฒนาจะทำหน้าที่ผ่านโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ ในการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมรวมถึงวิถีชีวิตพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนอัมพวา โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคมผ่านพื้นที่เชิงสร้างสรรค์และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนและขยายโอกาสสู่แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอื่น ๆ ต่อไป


    ขณะที่กรมการพัฒนาชุมชนจะมุ่งเน้นภารกิจในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคง โดยการยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP และชุมชนท่องเที่ยวให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ผ่านโปรแกรมการท่องเที่ยวที่หลากหลายและการสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่ดึงดูดใจ เพื่อสร้างความสุขและความเข้มแข็งจากภายในสู่ชุมชนอย่างแท้จริง


    ด้านจังหวัดสมุทรสงคราม จะดำเนินการตามแผนแม่บทเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร พ.ศ. 2569–2573 เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาจังหวัดในระยะกลางและระยะยาว โดยมุ่งยกระดับ “อาหาร” จากทรัพยากรท้องถิ่นให้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้วิสัยทัศน์การพัฒนาสู่การเป็น “เมืองอาหารที่กลมกลืนกับวิถีชีวิตและระบบนิเวศลุ่มน้ำแม่กลอง” และก้าวสู่การเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: Gastronomy) ต่อไป


    โดยทั้ง 3 หน่วยงานจะร่วมกันประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการพิจารณาคัดเลือกชุมชนต้นแบบเพื่อพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการ ส่งเสริมคุณภาพสินค้า OTOP โดยเฉพาะด้านอาหารที่เป็นอัตลักษณ์ ตลอดจนการสื่อสารประชาสัมพันธ์และการตลาดทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างและกระจายโอกาสไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดสมุทรสงครามอย่างยั่งยืนสืบไป

    ทั้งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นายกกิตติมศักดิ์ และประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา พระราชทานพระราชานุญาตให้มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน และจังหวัดสมุทรสงคราม ดำเนินงานขับเคลื่อนการส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในชุมชนอัมพวา บนพื้นฐานแห่งเสน่ห์ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ซึ่งท้ายที่สุดจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และสนับสนุนการเป็นเมืองสร้างสรรค์ทางด้านอาหารจังหวัดสมุทรสงคราม ในกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน 5 ปี


    การดำเนินงานโครงการฯ ได้สนองพระราชดำริในการพัฒนาและอนุรักษ์วิถีชีวิต วัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของชุมชนอัมพวา โดยนำหลักการพัฒนาในเรื่อง “ภูมิสังคม” และ “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวทางสำคัญ อีกทั้งได้พัฒนาพื้นที่ให้เกิดศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้พื้นเมือง

    และเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชนอัมพวา ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาแบบบูรณาการ ด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลในการพัฒนาและการพึ่งพาตนเองของชุมชน ให้สามารถอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง เรียบง่าย ยั่งยืน และมีความสุข

    สำหรับ “โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์” มูลนิธิชัยพัฒนา เกิดขึ้นจากการน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินของนางสาวประยงค์ นาคะวะรังค์ ซึ่งประกอบด้วยสวนผลไม้ เรือนแถวไม้ริมคลองอัมพวา และบ้านพักอาศัย พื้นที่รวมประมาณ 21 ไร่

    เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนานำที่ดินไปพัฒนาและอนุรักษ์เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน และได้พระราชทานนามโครงการแห่งนี้ว่า “อัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์”

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว Top news ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1567453&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vKnuGr1_mEVWiyXbGLCKs

  • กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาและจังหวัดสมุทรสงคราม ลงนาม MOU ยกระดับท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีอัมพวา ชูอัตลักษณ์ลุ่มน้ำแม่กลองสู่

    กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาและจังหวัดสมุทรสงคราม ลงนาม MOU ยกระดับท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีอัมพวา ชูอัตลักษณ์ลุ่มน้ำแม่กลองสู่

    กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาและจังหวัดสมุทรสงคราม ลงนาม MOU ยกระดับท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีอัมพวา ชูอัตลักษณ์ลุ่มน้ำแม่กลองสู่ “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร” ระดับสากล


    6/05/2569 | 25 | |

    กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาและจังหวัดสมุทรสงคราม ลงนาม MOU ยกระดับท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีอัมพวา ชูอัตลักษณ์ลุ่มน้ำแม่กลองสู่ “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร” ระดับสากล

    วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง “การส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในชุมชนอัมพวา เพื่อสนับสนุนการเป็นเมืองสร้างสรรค์ทางด้านอาหารจังหวัดสมุทรสงคราม” โดยได้รับเกียรติจาก นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโสมูลนิธิชัยพัฒนา และ นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมลงนามในฐานะภาคีเครือข่ายสำคัญ ในการนี้ นายดนุชา สินธวานท์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน พัฒนาการจังหวัด เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทั้งส่วนกลางและจังหวัดสมุทรสงคราม และองค์กร ภาคี เครือข่ายพัฒนาชุมชน ได้ร่วมลงนามเป็นพยานในพิธี ซึ่งการลงนามครั้งนี้ได้รับพระราชทานพระราชานุมัติจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาเข้าร่วมดำเนินการเพื่อบูรณาการการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

    ในการนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ดังกล่าว ได้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างรายได้ให้กระจายสู่ประชาชนบนพื้นฐานของเสน่ห์ ภูมิปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้วัตถุประสงค์หลักในการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอัมพวาผ่านโครงการ “อัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์” ควบคู่ไปกับการยกระดับชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุน “แผนแม่บทเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารจังหวัดสมุทรสงคราม พ.ศ. 2569 – 2573” เพื่อยกระดับอาหารจากทรัพยากรท้องถิ่นให้เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และมุ่งสู่การเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: Gastronomy) ต่อไปในอนาคต

    ในส่วนของกรมการพัฒนาชุมชนได้เตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนโครงการ “เที่ยวสุขใจ ไปอัมพวา” เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี กับแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมกระแสหลัก โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและการจัดการผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยเฉพาะประเภทอาหารที่เป็นอัตลักษณ์ดั้งเดิมของสมุทรสงครามให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตลอดจนการขยายช่องทางการสื่อสารและการตลาดทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวในวงกว้าง ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดตามยุทธศาสตร์ชาติในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเข้มแข็งจากภายในให้แก่เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/359306&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38WhMiQtnxjbK9qKQ8l-rE

  • นายกฯ สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกับ นทท.ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ด้านตม.สั่งเนรเทศ-เตรียมขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศ

    นายกฯ สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกับ นทท.ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ด้านตม.สั่งเนรเทศ-เตรียมขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศ

    นายกฯ สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกับ นทท.ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ด้านตม.สั่งเนรเทศ-เตรียมขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศ

    วันนี้, 18:48น.

               นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีปรากฏคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ เผยให้เห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคู่หนึ่ง ที่กระทำการอนาจารบนรถตุ๊กตุ๊ก บริเวณพื้นที่สาธาระในตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เมื่อเช้ามืดวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

              เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่บูรณาการความร่วมมือ เร่งดำเนินสืบสวนเชิงลึกและการประสานงานร่วมกับชุดสืบสวน สภ.ป่าตอง สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 รายได้เมื่อคืนวันที่ 4 พฤษภาคม เวลา 20.30 น. ทราบชื่อคือ นายรูเบน (MR.RUBEN) อายุ 41 ปี สัญชาติสเปน และ นางซินเทีย (MRS.CYNTHIA) อายุ 43 ปี สัญชาติเปรู ทั้งนี้ จากการสอบสวนเบื้องต้น โดยการนำภาพหลักฐานให้ดู ทั้งคู่ยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิปจริง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา “ร่วมกันกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำอนาจารประการอื่น” ซึ่งได้มีการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายและเปรียบเทียบปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

              ความคืบหน้าล่าสุด ตม.จว.ภูเก็ต ได้พิจารณาเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งศีลธรรมอันดี ขัดต่อขนบธรรมเนียมไทย และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ได้บังคับใช้มาตรการทางกฎหมายคนเข้าเมืองอย่างเด็ดขาด โดยดำเนินการ ผลักดันนักท่องเที่ยวทั้งสองรายออกนอกราชอาณาจักรทันที พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอชื่อเข้าสู่บัญชีบุคคลต้องห้าม (Blacklist) เพื่อป้องกันไม่ให้กลับเข้ามาสร้างความเสื่อมเสียในประเทศไทยได้อีก

             ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดกวดขันนักท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย สร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยวทั่วโลก  สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ขัดต่อวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

    #นักท่องเที่ยวทำอนาจาร

    #ป่าตองภูเก็ต

    Cr:เพจรัฐบาลไทย

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/161237&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0E9da7VvVgWWUesS8Xaywa

  • ดาเมจเกินต้าน! “น้ำตาล-ฟิล์ม” ควงคู่แชร์โมเมนต์หวานฉ่ำ – INN News

    ดาเมจเกินต้าน! “น้ำตาล-ฟิล์ม” ควงคู่แชร์โมเมนต์หวานฉ่ำ – INN News

    ดาเมจเกินต้าน! “น้ำตาล-ฟิล์ม” ควงคู่แชร์โมเมนต์หวานฉ่ำขึ้นแท่น SUPALAI Couple เปลี่ยนวันธรรมดาในคอนโดฯ ให้เป็นเรื่องมหัศจรรย์.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_1028344/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kWAY6WV5ebCqweRO_ir4B

  • รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา – ผู้ว่าฯ กกท. ตอบข้อสงสัย ทำไมจัดโมโตจีพีต่อได้ แต่กลับล้มเลิกชิงจัดยูธโอลิมปิก 2030

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา – ผู้ว่าฯ กกท. ตอบข้อสงสัย ทำไมจัดโมโตจีพีต่อได้ แต่กลับล้มเลิกชิงจัดยูธโอลิมปิก 2030

    โดย ดิถดนัย สิริประทีปสุข

    เขียนเมื่อ 06/05/2026 20:37 | อัพเดทล่าสุด 06/05/2026 20:37 37

    หลังจาก นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันแล้วว่า ประเทศไทยไม่พร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 เพราะงบประมาณไม่เพียงพอ เนื่องจากการจัดต้องใช้เงินกว่า 5,000 ล้านบาท แม้ โอลิมปิกสากล หรือ IOC คัดเลือก ไทย ได้ผ่านคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 ชาติสุดท้าย ในการลุ้นจัดรายการนี้

    อย่างไรก็ตาม หลังจากประเด็นดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็เกิดคำถามบนโลกโซเชียลตามมาว่าเหตุใดการแข่งขันโมโตจีพี ที่เพิ่งต่อสัญญาเมื่อปีที่แล้ว ออกไป 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ด้วยมูลค่าเกือบ 4 พันล้านบาท จึงมีงบประมาณเพียงพอพร้อมจัดต่อได้ และมีความคุ้มค่าจริงหรือไม่ กับการลงทุนในอีเวนต์ระดับโลกครั้งนี้

    ล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงประเด็นดังกล่าวว่า “โครงการที่เราจะพิจารณาเข้ามาใหม่นั้น ทุกๆ โครงการเราต้องพิจารณาจริงๆ อย่างยูธโอลิมปิกเราไม่เคยจัด เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่เข้ามาใหม่ เราต้องดูทั้งหมดทั้งเรื่องความคุ้มค่า เรื่องความพร้อมของการเงินที่รัฐบาลมี และช่วงนี้เราก็ต้องยอมรับว่าประเทศเรายังต้องกู้เงิน ดังนั้นตอนนี้ต้องรอบคอบทุกอีเวนต์ ต้องรอบคอบมากๆ”

    ขณะเดียวกัน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงประเด็นนี้เพิ่มเติมว่า “อย่างโมโตจีพี เราได้ตัวเลขที่ชัดเจน เพราะเราไม่ได้จัดปีแรก และเป็นตัวเลขที่มันมีผลพิสูจน์ถึงความคุ้มค่าต่าง ๆ ที่มันชัดเจน รวมถึงเรามีประสบการณ์ในการจัด อีกทั้งเรายังได้รับเลือกให้เป็นสนามที่ดีที่สุดของโลกอย่างต่อเนื่อง มูลค่าของเศรษฐกิจก็มีการประเมินและเห็นผลจริงมาแล้ว ดังนั้นมันไม่มีความเสี่ยงในเรื่องของการที่จะประสบความสำเร็จ ประกอบกับการตัดสินใจในช่วงเวลานั้นที่ยังไม่ได้มีเรื่องวิกฤตเหมือนในปัจจุบัน”

    “ในโมโตจีพีเป็นการต่อสัญญา 5 ปี เพราะฉะนั้นตัวเลขโดยรวมยังไม่ได้เป็นการอนุมัติใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว แต่เป็นเรื่องของการให้หลักการ เพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตั้งงบประมาณในปีนั้น ๆ ซึ่งปีหนึ่งที่ผ่านมา ก็ใช้เงินหลักร้อยล้าน ไม่ใช่ 4 พันล้านในทีเดียว ดังนั้นมันจะเป็นการกระจายในงบประมาณแต่ละปี ซึ่งเกิดประโยชน์ในเรื่องมูลค่าเศรษฐกิจในการจัดการแข่งขันไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านจากการใช้งบประมาณตรงนี้” ผู้ว่าฯ กกท. ระบุ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mainstand.co.th/th/news/9/article/25150&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1L3U2cuRK6jBgmERcJxcKL

  • ศูนย์สิริกิติ์ ผนึก ททท. – ISMED ปักหมุดไทย ‘ฮับท่องเที่ยวพรีเมียมระดับโลก’  | เดลินิวส์

    ศูนย์สิริกิติ์ ผนึก ททท. – ISMED ปักหมุดไทย ‘ฮับท่องเที่ยวพรีเมียมระดับโลก’  | เดลินิวส์

    นายสุรพล อุทินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) จัดงาน “Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026”   มหกรรมแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์   จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ซึ่งกำลังกลายเป็นกระแสหลักของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกในปัจจุบัน

    การจัดงาน Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026 ครั้งนี้ เป็นการต่อยอดผลสำเร็จของการจัดงานท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ในปีที่ผ่านมา โดยรวบรวมกิจกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกอล์ฟ ดำน้ำ และกิจกรรมกลางแจ้งเข้าด้วยกันภายในงานเดียว เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางระดับพรีเมียมจากทั่วโลกที่กำลังมองหาประสบการณ์ที่หลากหลายและมีคุณภาพ และยังช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ยกระดับการท่องเที่ยวของไทยไปสู่การท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูงตามเป้าหมายของรัฐบาล

    นอกจากนี้ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับการจัดงานและเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้เข้าชมงาน  โดยภายในงานจะมีการนำเสนอ  เทรนด์และนวัตกรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสบรรยากาศของคนรักความตื่นเต้น ได้พบปะเพื่อนใหม่และสังคมใหม่ที่มีความชอบเหมือนกัน ซึ่งมีความหมายมากกว่าการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์อยู่ที่บ้าน โดยในปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน หรือประมาณ 65,000 คน  เกิดเงินสะพัดจากการซื้อขายสินค้าและบริการภายในงานกว่า 200 ล้านบาท

    ด้านนางสาวพิมพกานต์ พิพิธธนานันท์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์และกิจกรรมกลางแจ้งของประเทศไทยในปัจจุบัน มีแนวโน้มขยายตัวที่ดีอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ในปี 2569 ผ่านการต่อยอดแคมเปญ “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” ภายใต้แนวคิด Value over Vulume ที่เน้นสร้างคุณค่ามากกว่าปริมาณ มอบประสบการณ์แบบ Holistic Travel ส่งต่อช่วงเวลาแห่งความสุขที่มากความหมายและประสบการณ์เดินทางที่นอกเหนือจากการพักผ่อน เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ Premium Destination ที่ช่วยสร้างการเติบโตอย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืนในทุกมิติ

    สำหรับตลาดการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ เช่น กีฬากอล์ฟ การดำน้ำ การเดินป่า และการตั้งแคมป์ปิ้ง ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มตลาดเฉพาะทาง (Niche Market) ที่มีศักยภาพและมีอัตราการเติบโตสูง โดยนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่พร้อมใช้จ่ายเพื่อซื้อหรือเช่าอุปกรณ์ที่มีราคาสูง มีระยะเวลาพำนักนานกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป และมีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าการท่องเที่ยวปกติ โดยเฉพาะตลาดดำน้ำ ประเทศไทยมีจุดดำน้ำที่สวยงามเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก สามารถดึงดูดนักดำน้ำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาชมความงดงามของโลกใต้ทะเลอย่างต่อเนื่อง

    นายปรัชญา เพิ่มทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนานวัตกรรมความรู้ธุรกิจ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) กล่าวว่า งาน Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026 เป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการและผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวกีฬากอล์ฟ การดำน้ำ และกิจกรรมกลางแจ้งที่ครบครันที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้สนใจทุกกลุ่ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5840149/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1srGhBCJzq5ZeAmF22Q72X

  • ‘สุรศักดิ์’ ปักหมุดอยุธยาโมเดล! ยกระดับสู่เมืองต้นแบบท่องเที่ยวยั่งยืน ชูจุดเด่นมรดกโลกเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ‘รถ-เรือ-ราง’ | เดลินิวส์

    ‘สุรศักดิ์’ ปักหมุดอยุธยาโมเดล! ยกระดับสู่เมืองต้นแบบท่องเที่ยวยั่งยืน ชูจุดเด่นมรดกโลกเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ‘รถ-เรือ-ราง’ | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่ห้องประชุมการะเกด ชั้น 3 โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่มีมูลค่าสูง (High Value & Sustainable Tourism)   โดยมีปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผอ.ททท.พระนครศรีอยุธยา นายเรียงทองบาท มีพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา นายธนกฤต กิตติธรรมกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอยุธยา นางนลินี ด่านชัยวิจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ หอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน 120 คน  เข้าร่วมการประชุม

     สำหรับการประชุมในครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาและยกระดับสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับเกณฑ์ความยั่งยืนสากล สร้างการกระจายรายได้สู่ชุมชนควบคู่การรักษาสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน   ซึ่งจะเป็นการผลักดันให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก้าวสู่การเป็นเมืองต้นแบบด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน สามารถส่งต่อคุณค่าและสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต

     นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า  กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งมั่นดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม  โดยการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่มีมูลค่าสูง (High Value & Sustainable Tourism) เริ่มต้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว  เป็นเมืองมรดกโลก ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณสถานอันยิ่งใหญ่ มีวัดวาอารามสำคัญอยู่เป็นจำนวนมาก 

    จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวมาร่วมกันแสดงความคิดเห็นในการพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  มุ่งเน้นการยกระดับสู่มาตรฐานสากล (Smart Tourism) โดยชูจุดเด่นเมืองมรดกโลกและวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน “รถ-เรือ-ราง” เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว เน้นการอนุรักษ์ควบคู่กับการจัดการพื้นที่ที่ยั่งยืน ด้วยการปรับแนวคิดจากการขายสินค้า (Product-Centric) ไปสู่การตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว (Demand Driven) การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะทาง อาทิ  การท่องเที่ยวเชิงความเชื่อ (สายมูเตลู) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness) ตลอดจนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีมาตรฐานรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มและการยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5840476/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-U4G5avajglu-uSqHQbfV

  • วิจารณ์ยับ! นักท่องเที่ยวรัสเซีย 4 คู่ระเริงรักกลางอ่าวพัทยา ทำลายภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

    วิจารณ์ยับ! นักท่องเที่ยวรัสเซีย 4 คู่ระเริงรักกลางอ่าวพัทยา ทำลายภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/145832&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QY1mO3ff0-eEdSeeg65yv

  • สกลนครเปิดห้องเรียนพิเศษ IEP ยกระดับคุณภาพการศึกษา มุ่งพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ

    สกลนครเปิดห้องเรียนพิเศษ IEP ยกระดับคุณภาพการศึกษา มุ่งพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/145833&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21ZDvDu9YAO02t8MUY0-kL