Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ส.อ.ท. ถกเพื่อไทย ชงทิศทางอุตสาหกรรม รับรัฐบาลใหม่

    ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกผันผวน หนี้ภาคครัวเรือนและธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งใหม่ เศรษฐกิจไทยกำลังยืนอยู่บน ‘ทางแยกสำคัญ’ ที่รัฐบาลชุดต่อไปไม่อาจขับเคลื่อนประเทศด้วยนโยบายระยะสั้นหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกต่อไป หากแต่ต้องมีวิสัยทัศน์เชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของประเทศ

    เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่กำลังจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

    เกรียงไกร ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเปรียบเสมือน ‘รถที่ติดหล่ม’ จำเป็นต้องอาศัยพลังและมาตรการที่จริงจังจากภาครัฐ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้ปัญหาหนี้ และสร้างสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวกลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรม

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ สินค้าทุ่มตลาดและการสวมสิทธิ์ส่งออก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินบาทแข็งค่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมผู้สูงอายุ กับดักรายได้ปานกลาง กฎหมายล้าสมัย และคอร์รัปชัน

    ในเวทีดังกล่าว ส.อ.ท. ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ ‘4GO’ ภายใต้นโยบาย ONE FTI ประกอบด้วย Go Digital & AI, Go Innovation, Go Global และ Go Green เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

    พร้อมกันนี้ ยังเสนอเป้าหมายเชิงนโยบาย 3 ด้านหลัก ได้แก่ การดันอันดับความสามารถแข่งขันของไทยสู่ IMD Top 20 การผลักดัน GDP เติบโตระดับ 5% และการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่สิ่งแวดล้อม โดยเน้นการปฏิรูปกฎหมาย การพัฒนากำลังคน พลังงาน เทคโนโลยี นวัตกรรม SMEs และโครงสร้างพื้นฐาน

    ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานเอกชนแห่งแรกที่พรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เพื่อรับฟังข้อเสนอเชิงลึกด้านอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ของพรรค โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เพิ่มผลิตภาพ รองรับสังคมสูงวัย และผลักดัน Advanced Manufacturing

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo03.jpg

    พร้อมย้ำว่า รัฐบาลในอนาคตจำเป็นต้องลงทุนในเทคโนโลยีแกนหลัก การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว Green Premium และการเชื่อมโยง SMEs กับบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

    การหารือครั้งนี้จึงสะท้อนภาพการเมืองหลังการเลือกตั้งใหม่ ที่นโยบายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจะกลายเป็นโจทย์ชี้ขาดความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและประชาชน ว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะสามารถ “ดึงรถเศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่ม” และพาประเทศเดินหน้าได้จริงหรือไม่

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cibwEKqgNAe9Bcrr5eDuo

  • ส.อ.ท. ถกเพื่อไทย ชงทิศทางอุตสาหกรรม รับรัฐบาลใหม่

    ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกผันผวน หนี้ภาคครัวเรือนและธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งใหม่ เศรษฐกิจไทยกำลังยืนอยู่บน ‘ทางแยกสำคัญ’ ที่รัฐบาลชุดต่อไปไม่อาจขับเคลื่อนประเทศด้วยนโยบายระยะสั้นหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกต่อไป หากแต่ต้องมีวิสัยทัศน์เชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของประเทศ

    เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่กำลังจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

    เกรียงไกร ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเปรียบเสมือน ‘รถที่ติดหล่ม’ จำเป็นต้องอาศัยพลังและมาตรการที่จริงจังจากภาครัฐ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้ปัญหาหนี้ และสร้างสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวกลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรม

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ สินค้าทุ่มตลาดและการสวมสิทธิ์ส่งออก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินบาทแข็งค่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมผู้สูงอายุ กับดักรายได้ปานกลาง กฎหมายล้าสมัย และคอร์รัปชัน

    ในเวทีดังกล่าว ส.อ.ท. ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ ‘4GO’ ภายใต้นโยบาย ONE FTI ประกอบด้วย Go Digital & AI, Go Innovation, Go Global และ Go Green เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

    พร้อมกันนี้ ยังเสนอเป้าหมายเชิงนโยบาย 3 ด้านหลัก ได้แก่ การดันอันดับความสามารถแข่งขันของไทยสู่ IMD Top 20 การผลักดัน GDP เติบโตระดับ 5% และการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่สิ่งแวดล้อม โดยเน้นการปฏิรูปกฎหมาย การพัฒนากำลังคน พลังงาน เทคโนโลยี นวัตกรรม SMEs และโครงสร้างพื้นฐาน

    ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานเอกชนแห่งแรกที่พรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เพื่อรับฟังข้อเสนอเชิงลึกด้านอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ของพรรค โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เพิ่มผลิตภาพ รองรับสังคมสูงวัย และผลักดัน Advanced Manufacturing

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo03.jpg

    พร้อมย้ำว่า รัฐบาลในอนาคตจำเป็นต้องลงทุนในเทคโนโลยีแกนหลัก การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว Green Premium และการเชื่อมโยง SMEs กับบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

    การหารือครั้งนี้จึงสะท้อนภาพการเมืองหลังการเลือกตั้งใหม่ ที่นโยบายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจะกลายเป็นโจทย์ชี้ขาดความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและประชาชน ว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะสามารถ “ดึงรถเศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่ม” และพาประเทศเดินหน้าได้จริงหรือไม่

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cibwEKqgNAe9Bcrr5eDuo

  • ตำรวจร่วมขนส่งภูเก็ต ตั้งจุดตรวจ จับกุมรถป้ายดำ 57 ราย

    ตำรวจร่วมขนส่งภูเก็ต ตั้งจุดตรวจ จับกุมรถป้ายดำ 57 ราย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AA%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2595-%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2588-%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2596%25E0%25B8%259B%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B3-57-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2-13937.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V6MXiud5aGfKji6FNXBpb

  • ตั้งธุรกิจใหม่ พ.ย.68 หด 11% สะท้อนเศรษฐกิจเปราะบาง แต่ท่องเที่ยวยังโต

    ตั้งธุรกิจใหม่ พ.ย.68 หด 11% สะท้อนเศรษฐกิจเปราะบาง แต่ท่องเที่ยวยังโต

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนพฤศจิกายน 2568 ภาคธุรกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว ส่งผลให้จำนวนการจัดตั้งธุรกิจใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการจัดตั้งใหม่ 5,554 ราย  ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ ทุนจดทะเบียนรวมอยู่ที่ 14,860 ล้านบาท ลดลง 39%

    ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังในการลงทุนของภาคเอกชน ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง จากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ ต้นทุนทางธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อในประเทศที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป 

    อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมการจัดตั้งธุรกิจใหม่จะชะลอลง แต่โครงสร้างของการเติบโตในบางกลุ่มธุรกิจยังสะท้อนทิศทางเชิงบวก  ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และห้องชุด สะท้อนการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

    สำหรับภาพรวมการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 80,064 ราย ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ทุนจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 250,852 ล้านบาท ลดลง 5% ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการชะลอตัวในเชิงปริมาณ แต่ยังอยู่ในระดับที่ภาคธุรกิจสามารถประคองตัวได้ 

    ด้านการจดทะเบียนเลิกกิจการ เดือนพฤศจิกายน 2568 มีจำนวน 2,494 ราย ลดลง 13%  โดยทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 10,979 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน ขณะที่ภาพรวมการเลิกกิจการในช่วง 11 เดือนแรกของปี มีจำนวน 16,671 ราย ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปี 2567 และมีทุนจดทะเบียนเลิกสะสม 88,797 ล้านบาท ลดลงถึง 35%

    ทั้งนี้ คาดว่าปี2568 ยอดจดทะเบียนจะอยู่ที่ประมาณ 85,000 ราย เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ส่วนปี 2569 คาดว่า จะใกล้เคียงเดิมที่ 80,000-85,000 ราย 

    สำหรับการลงทุนจากต่างชาติ เดือนพฤศจิกายน มีนักลงทุนต่างชาติได้รับอนุญาตให้เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย 104 ราย เงินลงทุนรวมกว่า 34,426 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากสิงคโปร์ จีน และญี่ปุ่น ขณะที่ภาพรวมช่วง 11 เดือนแรกของปี มีนักลงทุนต่างชาติ 973 ราย เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และมีมูลค่าการลงทุนรวม 311,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 45%  สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ยังมีต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะกลางและระยะยาว

    ในส่วนนอมินี ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ได้ดำเนินการและทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานทั้งในเชิงป้องกันและในเชิงปราบปราม มีการส่งรายชื่อธุรกิจที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินีให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) แล้ว 11 ราย และส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อีก 202 ราย ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่ตรวจสอบครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์, การขนส่ง และธุรกิจรับทำบัญชี ทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ พื้นที่เป้าหมายกระจายอยู่ทั่วประเทศ เช่น กระบี่, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี , ชลบุรี, ระยอง, เชียงใหม่ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/264535&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15hW8KodhqAQGsxUYwKveb

  • เชียงรายคิกออฟฤดูท่องเที่ยว! ชู “Wellness City” เมืองแห่งสุขภาพระดับโลก

    เชียงรายคิกออฟฤดูท่องเที่ยว! ชู “Wellness City” เมืองแห่งสุขภาพระดับโลก

    ผู้ว่าฯ เชียงราย เปิดแถลงข่าวคิกออฟฤดูท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “Chiang Rai Wellness City” ตอกย้ำภาพลักษณ์เมืองปลอดภัยอันดับ 2 ของโลกสำหรับผู้หญิงทำงานออนไลน์ พร้อมระดม 5 กิจกรรมยักษ์รับไฮซีซัน หวังดันเศรษฐกิจมูลค่าสูงควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมใหญ่ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดฤดูท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายอย่างเป็นทางการ ภายใต้หัวข้อ “จังหวัดเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพ (Chiang Rai Wellness City) คนเชียงรายและผู้มาเยือนมีสุขภาพดี อยู่แล้วมีความสุข” เพื่อประกาศความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในช่วงฤดูหนาวที่กำลังมาถึง

    นายชูชีพ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงรายมีเป้าหมายการพัฒนาไปสู่ “เมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ วิถีถิ่นร่วมสมัยเกษตรกรรมมูลค่าสูง” โดยอาศัยต้นทุนทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 763 ปี ซึ่งล่าสุดเชียงรายได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบในปี 2566 และยังได้รับผลการสำรวจให้ติดอันดับ 2 ของโลกในฐานะเมืองที่มีความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้หญิงที่ทำงานออนไลน์ (Digital Nomad) ซึ่งถือเป็นเครื่องการันตีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม

    สำหรับยุทธศาสตร์การผลักดันให้เชียงรายเป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” นั้น จะมุ่งเน้นใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านอาหารเพื่อสุขภาพ (Wellness Food) ด้านการดูแลสุขภาพ (Health Care)
    ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ด้านกีฬาเพื่อสุขภาพ (Sport for Health) ด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ (Environmental for Wellness)

    นอกจากความโดดเด่นด้านสุขภาพแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังได้เปิดเผยปฏิทินกิจกรรมการท่องเที่ยวในช่วง High Season ซึ่งรวมงานเทศกาลระดับแม่เหล็กไว้มากมาย ดังนี้ งานสีสันกาสะลอง 2025: ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569 ณ เซ็นทรัล เชียงราย งานสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 12 วันที่ 2 ธันวาคม 2568 – 25 มกราคม 2569 ณ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ งานมหกรรมดอกไม้อาเซียน 2025 วันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก งาน Winter Fest 2026 วันที่ 25 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย และ งานเชียงรายดอกไม้งาม ปีที่ 22 วันที่ 26 ธันวาคม 2568 – 15 มกราคม 2569 ณ สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย

    “ผมขอเชิญชวนทุกท่านเข้ามาสัมผัสความสวยงามและอากาศที่บริสุทธิ์ของเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นทะเลหมอก ไร่ชา กาแฟ หรือน้ำพุร้อนธรรมชาติทั้ง 10 แห่ง เรามั่นใจว่าทุกคนจะหลงรักและได้รับประสบการณ์ที่ดีกลับไปอย่างแน่นอน” นายชูชีพ ผวจ.เชียงราย กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3854886/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OTGKkda8vb5EKLlUfnnvL

  • ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส สวมชุดซานตาคลอส – ไดโนเสาร์บุกวอร์ดเด็ก มอบกำลังใจน้องป่วย รพ.ปากช่องนานา | TOPNEWS

    ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส สวมชุดซานตาคลอส – ไดโนเสาร์บุกวอร์ดเด็ก มอบกำลังใจน้องป่วย รพ.ปากช่องนานา

    • เผยแพร่ : 25/12/2025 15:19

    ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส สวมชุดซานตาคลอส – ไดโนเสาร์บุกวอร์ดเด็ก มอบกำลังใจน้องป่วย รพ.ปากช่องนานา

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. บรรยากาศอบอวลด้วยรอยยิ้มที่ โรงพยาบาลปากช่องนานา เมื่อ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ จับมือจิตอาสาชมรมฮักเขาใหญ่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา เทศบาลเมืองปากช่อง และภาคีเครือข่าย แต่งชุดซานตาคลอส ไดโนเสาร์ และฮีโร่สุดน่ารัก นำขนม ตุ๊กตา มอบถึงขอบเตียง สร้างกำลังใจให้น้องๆ ผู้ป่วยเด็กในวันคริสต์มาส

    กิจกรรมครั้งนี้สร้างเซอร์ไพรส์และเสียงหัวเราะให้เด็กๆ ที่กำลังรักษาตัว หลายคนยิ้มกว้างเมื่อซานตาคลอสและไดโนเสาร์เดินเข้าไปทักทายใกล้ชิด พร้อมมอบของขวัญและคำอวยพร เพื่อเติมพลังใจและแรงบันดาลใจให้หายป่วยเร็ววัน

    นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ระบุว่า กิจกรรมจิตอาสานี้จัดต่อเนื่องทุกปีในช่วงคริสต์มาสและวันเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กที่ต้องนอนโรงพยาบาลรู้สึกโดดเดี่ยว และได้ร่วมรับความสุขเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ

    ทั้งนี้ ทีมจิตอาสาเขาใหญ่เตรียมไฮไลต์ชุดแฟนซีหลากหลาย อาทิ ซานตาคลอส ช้าง กระทิง ไดโนเสาร์ และซูเปอร์ฮีโร่ ตอกย้ำพลังความร่วมมือของชุมชน ที่ร่วมกันส่งต่อความสุขเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ ให้กับหัวใจของเด็กๆ ในช่วงเทศกาลแห่งความหวัง.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    SOCAIL 16-9

    1111

    ขอทหารไทยปลอดภัย สมรภูมิ “ภูมะเขือ-ห้วยตามาเรีย” ยังปะทะเดือด BM-21 เขมรยิงถี่ยิบ กระสุนตกบ้านพลเรือน

    รัฐมนตรีเขมรเปรียบการสู้รบไทย-กัมพูชาเหมือน WW I

    “ธรรมนัส” ร่วมเปิดตัวผู้สมัครสส.กล้าธรรม โชว์คนดังย้ายร่วม ลั่นดีเอ็นเอ “คนบ้างาน” ไม่ขายฝันทำมากกว่าพูด จัดเต็มนโยบายเพื่อเกษตรกร

    “มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา” มอบผลิตภัณฑ์ช่วยเหลือโรงเรียนภาคใต้ ส่งต่อผ่านมูลนิธิยังมีเรา ร่วมฟื้นฟูการศึกษาในพื้นที่สงขลา–สตูล

    “สรรเพชญ” เปิดใจย้ายสมัครสส. “ภูมิใจไทย” ยันยึดมั่นอุดมการณ์ ลุยพัฒนาสงขลาต่อเนื่อง

    เปิดวิสัยทัศน์ “วุฒิชาติ เกรียงเกษร” จากนักธุรกิจจิตอาสาสู่สนามการเมือง กับภารกิจพลิกโฉมเชียงรายภายใต้ธง “พรรคกล้าธรรม”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1435098&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SooxR_4G-Mk33iKObH5ar

  • ส.อ.ท. ถกเพื่อไทย ชงทิศทางอุตสาหกรรม รับรัฐบาลใหม่

    ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกผันผวน หนี้ภาคครัวเรือนและธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งใหม่ เศรษฐกิจไทยกำลังยืนอยู่บน ‘ทางแยกสำคัญ’ ที่รัฐบาลชุดต่อไปไม่อาจขับเคลื่อนประเทศด้วยนโยบายระยะสั้นหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกต่อไป หากแต่ต้องมีวิสัยทัศน์เชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของประเทศ

    เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่กำลังจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

    เกรียงไกร ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเปรียบเสมือน ‘รถที่ติดหล่ม’ จำเป็นต้องอาศัยพลังและมาตรการที่จริงจังจากภาครัฐ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้ปัญหาหนี้ และสร้างสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวกลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรม

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ สินค้าทุ่มตลาดและการสวมสิทธิ์ส่งออก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินบาทแข็งค่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมผู้สูงอายุ กับดักรายได้ปานกลาง กฎหมายล้าสมัย และคอร์รัปชัน

    ในเวทีดังกล่าว ส.อ.ท. ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ ‘4GO’ ภายใต้นโยบาย ONE FTI ประกอบด้วย Go Digital & AI, Go Innovation, Go Global และ Go Green เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

    พร้อมกันนี้ ยังเสนอเป้าหมายเชิงนโยบาย 3 ด้านหลัก ได้แก่ การดันอันดับความสามารถแข่งขันของไทยสู่ IMD Top 20 การผลักดัน GDP เติบโตระดับ 5% และการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่สิ่งแวดล้อม โดยเน้นการปฏิรูปกฎหมาย การพัฒนากำลังคน พลังงาน เทคโนโลยี นวัตกรรม SMEs และโครงสร้างพื้นฐาน

    ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานเอกชนแห่งแรกที่พรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เพื่อรับฟังข้อเสนอเชิงลึกด้านอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ของพรรค โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เพิ่มผลิตภาพ รองรับสังคมสูงวัย และผลักดัน Advanced Manufacturing

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo03.jpg

    พร้อมย้ำว่า รัฐบาลในอนาคตจำเป็นต้องลงทุนในเทคโนโลยีแกนหลัก การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว Green Premium และการเชื่อมโยง SMEs กับบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

    การหารือครั้งนี้จึงสะท้อนภาพการเมืองหลังการเลือกตั้งใหม่ ที่นโยบายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจะกลายเป็นโจทย์ชี้ขาดความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและประชาชน ว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะสามารถ “ดึงรถเศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่ม” และพาประเทศเดินหน้าได้จริงหรือไม่

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cibwEKqgNAe9Bcrr5eDuo

  • ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส สวมชุดซานตาคลอส – ไดโนเสาร์บุกวอร์ดเด็ก มอบกำลังใจน้องป่วย รพ.ปากช่องนานา | TOPNEWS

    ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส สวมชุดซานตาคลอส – ไดโนเสาร์บุกวอร์ดเด็ก มอบกำลังใจน้องป่วย รพ.ปากช่องนานา

    • เผยแพร่ : 25/12/2025 15:19

    ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส สวมชุดซานตาคลอส – ไดโนเสาร์บุกวอร์ดเด็ก มอบกำลังใจน้องป่วย รพ.ปากช่องนานา

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. บรรยากาศอบอวลด้วยรอยยิ้มที่ โรงพยาบาลปากช่องนานา เมื่อ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ จับมือจิตอาสาชมรมฮักเขาใหญ่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา เทศบาลเมืองปากช่อง และภาคีเครือข่าย แต่งชุดซานตาคลอส ไดโนเสาร์ และฮีโร่สุดน่ารัก นำขนม ตุ๊กตา มอบถึงขอบเตียง สร้างกำลังใจให้น้องๆ ผู้ป่วยเด็กในวันคริสต์มาส

    กิจกรรมครั้งนี้สร้างเซอร์ไพรส์และเสียงหัวเราะให้เด็กๆ ที่กำลังรักษาตัว หลายคนยิ้มกว้างเมื่อซานตาคลอสและไดโนเสาร์เดินเข้าไปทักทายใกล้ชิด พร้อมมอบของขวัญและคำอวยพร เพื่อเติมพลังใจและแรงบันดาลใจให้หายป่วยเร็ววัน

    นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ระบุว่า กิจกรรมจิตอาสานี้จัดต่อเนื่องทุกปีในช่วงคริสต์มาสและวันเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กที่ต้องนอนโรงพยาบาลรู้สึกโดดเดี่ยว และได้ร่วมรับความสุขเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ

    ทั้งนี้ ทีมจิตอาสาเขาใหญ่เตรียมไฮไลต์ชุดแฟนซีหลากหลาย อาทิ ซานตาคลอส ช้าง กระทิง ไดโนเสาร์ และซูเปอร์ฮีโร่ ตอกย้ำพลังความร่วมมือของชุมชน ที่ร่วมกันส่งต่อความสุขเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ ให้กับหัวใจของเด็กๆ ในช่วงเทศกาลแห่งความหวัง.

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    13

    85239

    รมว.วัฒนธรรม เปิดงานหุ่นโคมไฟร้อยดวงใจ ถวายอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    “รองนายกฯสุชาติ-ชาบีดา” เป็นประธานพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมกุยบุรีแก่กรมศิลปากร เพื่อจัดสร้างพระโกศ-พระหีบจันทน์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    สมุทรสาคร///หวิดสูญเงินเกือบ 4 แสน สาวสวยเหยื่อสแกมเมอร์ถูกหลอกตุ๋นเคลมสินค้า ใช้รหัสดูดเงิน ตำรวจสมุทรสาครตามอายัดได้ทัน ส่งเช็คคืนเจ้าของ

    มวลชนแห่ให้กำลังใจ สรรเพชญ เขต 1 เปิดศูนย์ภูมิใจไทย

    อุดมการณ์ชัดเจน “อนุทิน” ลั่น “ภูมิใจไทย” ไม่ร่วมรัฐบาลพรรคปชน. ถ้ายังหมกมุ่นแก้ ม.112

    เทศบาลเมืองน่าน ติดตามความคืบหน้าโครงการติดตั้งกล้อง CCTV เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1435098&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SooxR_4G-Mk33iKObH5ar

  • ทรู คอร์ปอเรชั่น เชิดชู “ทรูจิตอาสา” คว้าโล่รางวัลซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง ครั้งที่ 5

    ทรู คอร์ปอเรชั่น เชิดชู “ทรูจิตอาสา” คว้าโล่รางวัลซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง ครั้งที่ 5

    ไอที

    ทรู คอร์ปอเรชั่น เชิดชู “ทรูจิตอาสา” คว้าโล่รางวัลซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง ครั้งที่ 5

    วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.00 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ทรู คอร์ปอเรชั่น เชิดชู “ทรูจิตอาสา” คว้าโล่รางวัลซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง ครั้งที่ 5

    ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมพิธีมอบรางวัล “โครงการซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง” ครั้งที่ 5 เพื่อเชิดชูเกียรติพนักงานผู้ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “ซีพีร้อยเรียงความดี” แก่ผู้สร้างแรงบันดาลใจจากการทำความดีด้วยหัวใจ สะท้อนพลังของคนทำงานที่พร้อมส่งต่อโอกาสให้สังคม และใบประกาศเกียรติคุณ “ซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง” โครงการดังกล่าวเกิดจากดำริของ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของ ท่านประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ และ ท่านประธานกรรมการ สุภกิต เจียรวนนท์ ที่มุ่งปลูกฝัง “คุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความดีงาม” ให้เป็นรากฐานวัฒนธรรมองค์กรอย่างยั่งยืน โดยปีนี้คัดเลือกเรื่องราวความดีรวม 19 เรื่อง แบ่งเป็น 11 เรื่อง ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ และ 8 เรื่อง ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปลื้มปีติและความภาคภูมิใจร่วมกัน

    โดยมี นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้มอบ ใบประกาศเกียรติคุณ “ซีพีร้อยเรียงความดี” ให้แก่ นายสุวิกรม แก้วสองเมือง วิศวกรจากหน่วยงาน Wire & Wireless, นายสนอง หยูมุ่ย Head of Regional Network Rollout and Operation และนายเสกศักดิ์ ช่อปลอด Head of Regional Operation บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมเป็นผู้ปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อฟื้นฟูสัญญาณการสื่อสารในพื้นที่ประสบอุทกภัย ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนยังคงติดต่อสื่อสารและเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง เรื่องราวดังกล่าวไม่ใช่เพียงการปฏิบัติหน้าที่ในยามวิกฤต หากคืออีกหนึ่งภาพสะท้อนของ “พลังความดี” จากหัวใจของพนักงาน ที่พร้อมเคียงข้างผู้คนและสังคมในวันที่ยากลำบากที่สุด

    ในโอกาสเดียวกัน นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้มอบ โล่ประกาศเกียรติคุณ ให้แก่ นางสาวรมมุก เพียจันทร์ รองหัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา และ นายสมภพ แสนจุ้ย เจ้าหน้าที่อาวุโสทรูปลูกปัญญา บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น จากผลงานเรื่อง “ปลุกความกล้าสร้างความหวัง เพื่ออนาคตเยาวชน” ซึ่งสะท้อนแนวคิดเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า “การทำดี” ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่หรือหวือหวา หากเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็ก ๆ ใกล้ตัว และเติบโตได้จากความตั้งใจจริงของคนทำงานทุกคน

    นางสาวรมมุก เพียจันทร์ รองหัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา กล่าวว่า “ทรูปลูกปัญญาเชื่อว่า ‘โอกาส’ คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และการให้โอกาสเริ่มได้จากหัวใจของคนทำงานทุกคน รางวัลในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงเกียรติยศ แต่เป็นกำลังใจที่ยืนยันว่า ความตั้งใจเล็ก ๆ เมื่อได้รับการต่อยอดอย่างเหมาะสม สามารถสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายต่อชีวิตผู้คนได้จริง โครงการ Heartism เกิดจากความเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ เราต้องการให้เด็กออทิสติกและครอบครัวมีทั้งรายได้ ความภาคภูมิใจ และคุณค่าในตัวเอง ขอขอบคุณพลังของทรูจิตอาสาและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้โครงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มทำความดีในแบบของตนเอง”

    นายสมภพ แสนจุ้ย เจ้าหน้าที่อาวุโสทรูปลูกปัญญา จาก ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า “การส่งผลงานครั้งนี้ไม่ได้มองว่าการทำจิตอาสาต้องสมบูรณ์แบบ แต่เชื่อว่า ‘การให้’ เกิดขึ้นได้เสมอในรูปแบบของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันเวลา แรงกาย ความรู้ หรือความใส่ใจ ซึ่งล้วนมีความหมายและสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้ผู้คนรอบตัว พร้อมหวังว่าประสบการณ์นี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนพนักงานกล้าที่จะเริ่มทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคม โดยไม่ต้องรอให้พร้อม เพราะทันทีที่ลงมือทำ เราจะได้ทั้งความสุข ความภาคภูมิใจ และรอยยิ้มของผู้คนเป็นรางวัลอันล้ำค่า”

    ผลงานที่ส่งเข้าประกวดคือ โครงการสร้างรายได้และโอกาสอย่างยั่งยืนให้กลุ่มออทิสติก จังหวัดพิษณุโลก (ตั้งแต่ปี 2562 – ปัจจุบัน) ซึ่งเริ่มจากการมองเห็น “ศักยภาพ” มากกว่าข้อจำกัด โดยเด็ก ๆ ได้ฝึกทักษะชีวิตผ่านกิจกรรมถักไหมเกาหลีเป็นแผ่นล้างจาน ช่วยเสริมสมาธิ ความละเอียด และความภาคภูมิใจในตนเอง ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดเส้นทางการเติบโต โครงการได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจาก พนักงานทรูจิตอาสา ที่ร่วมช่วยเปิดตลาดแรกด้วยการนำผลิตภัณฑ์ไปทดลองวางจำหน่ายภายในอาคารทรู ทั้งยังช่วยแนะนำแนวทางการสื่อสารเรื่องราวและการขาย จนพัฒนาต่อยอดเป็นแบรนด์ “Heartism” ที่สะท้อนหัวใจ ความใส่ใจ และคุณค่าแห่งความหลากหลาย นอกจากนี้ ยังประสานความร่วมมือกับนักศึกษาฝึกงานจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เพื่อเสริมมิติด้านการออกแบบ บรรจุภัณฑ์ ช่องทางการจำหน่าย และการวิเคราะห์ต้นทุน ช่วยให้การดำเนินงานเดินหน้าอย่างแข็งแรงและยั่งยืน ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ Heartism สามารถสร้างรายได้ให้เด็กออทิสติกและครอบครัวเฉลี่ย 2,000–3,000 บาทต่อคนต่อเดือน ช่วยลดภาระครอบครัว เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือการสร้าง “คุณค่าในตัวเอง” ให้เด็ก ๆ ได้ยืนอย่างมั่นใจและภาคภูมิในสังคม

    เรื่องราวนี้จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของพลังความร่วมมือระหว่าง ชุมชน กลุ่มออทิสติก สถาบันการศึกษา และพนักงานทรูจิตอาสา ที่ร่วมกันต่อยอดจาก “ทักษะเล็ก ๆ” ให้กลายเป็น “อาชีพที่ยั่งยืน” พร้อมส่งต่อความหวังและโอกาสให้เติบโตได้จริงในชีวิตของผู้คน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/460024&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VXoPEzHVuZv2Ko0O5dvcS

  • ส.อ.ท. ถกเพื่อไทย ชงทิศทางอุตสาหกรรม รับรัฐบาลใหม่

    ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกผันผวน หนี้ภาคครัวเรือนและธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งใหม่ เศรษฐกิจไทยกำลังยืนอยู่บน ‘ทางแยกสำคัญ’ ที่รัฐบาลชุดต่อไปไม่อาจขับเคลื่อนประเทศด้วยนโยบายระยะสั้นหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกต่อไป หากแต่ต้องมีวิสัยทัศน์เชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของประเทศ

    เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่กำลังจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

    เกรียงไกร ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเปรียบเสมือน ‘รถที่ติดหล่ม’ จำเป็นต้องอาศัยพลังและมาตรการที่จริงจังจากภาครัฐ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้ปัญหาหนี้ และสร้างสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวกลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรม

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ สินค้าทุ่มตลาดและการสวมสิทธิ์ส่งออก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินบาทแข็งค่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมผู้สูงอายุ กับดักรายได้ปานกลาง กฎหมายล้าสมัย และคอร์รัปชัน

    ในเวทีดังกล่าว ส.อ.ท. ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ ‘4GO’ ภายใต้นโยบาย ONE FTI ประกอบด้วย Go Digital & AI, Go Innovation, Go Global และ Go Green เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

    พร้อมกันนี้ ยังเสนอเป้าหมายเชิงนโยบาย 3 ด้านหลัก ได้แก่ การดันอันดับความสามารถแข่งขันของไทยสู่ IMD Top 20 การผลักดัน GDP เติบโตระดับ 5% และการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่สิ่งแวดล้อม โดยเน้นการปฏิรูปกฎหมาย การพัฒนากำลังคน พลังงาน เทคโนโลยี นวัตกรรม SMEs และโครงสร้างพื้นฐาน

    ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานเอกชนแห่งแรกที่พรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เพื่อรับฟังข้อเสนอเชิงลึกด้านอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ของพรรค โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เพิ่มผลิตภาพ รองรับสังคมสูงวัย และผลักดัน Advanced Manufacturing

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo03.jpg

    พร้อมย้ำว่า รัฐบาลในอนาคตจำเป็นต้องลงทุนในเทคโนโลยีแกนหลัก การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว Green Premium และการเชื่อมโยง SMEs กับบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

    การหารือครั้งนี้จึงสะท้อนภาพการเมืองหลังการเลือกตั้งใหม่ ที่นโยบายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจะกลายเป็นโจทย์ชี้ขาดความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและประชาชน ว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะสามารถ “ดึงรถเศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่ม” และพาประเทศเดินหน้าได้จริงหรือไม่

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cibwEKqgNAe9Bcrr5eDuo