Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “พรรคประชาชน” เปิด 4 ชุดนโยบาย “เศรษฐกิจ-ปฏิรูปรัฐ-ความมั่นคงและประชาธิปไตย-ยกระดับคุณภาพชีวิต”


    “พรรคประชาชน” เปิด 4 ชุดนโยบาย “เศรษฐกิจ-ปฏิรูปรัฐ-ความมั่นคงและประชาธิปไตย-ยกระดับคุณภาพชีวิต”  ย้ำจบสงครามใช้โลกล้อม “กัมพูชา” ดูแลสวัสดิการประชาชนตั้งแต่ครรภ์ถึงเชิงตะกอน ปรับสูตรเพิ่มค่าแรงสูงสุด

    พรรคประชาชน เปิดตัวเว็บไซต์นโยบายรัฐบาลประชาชน โดยมี 4 ชุดนโยบายหลัก คือ 1.โมเดลเศรษฐกิจใหม่ 2.การปฏิรูปรัฐ 3.ความมั่นคงและประชาธิปไตย และ 4.ยกระดับคุณภาพชีวิต โดยในเว็บไซต์ประกอบด้วยนโยบายจำนวนมาก ครอบคลุมทุกปัญหาของสังคมไทย ซึ่งเปิดให้ประชาชนสามารถแปะสติกเกอร์โหวตนโยบายที่ชอบได้ และยังสามารถทำ e-card สคส. ส่งนโยบายให้คนที่ต้องการเนื่องในวันปีใหม่ได้ โดยตัวอย่างนโยบายที่น่าสนใจ เช่น 1.แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ยึดเป้าหมายปกป้องอธิปไตย สงครามไม่ยืดเยื้อ พาพี่น้องกลับบ้าน ชายแดนปลอดภัย ใช้โลกล้อมกัมพูชา โดยดึงมหาอำนาจกดดันฮุน เซน หยุดคุกคามไทย บีบให้กัมพูชาปฏิบัติตามเงื่อนไขหยุดยิง เดินหน้าติดตั้ง Smart Tower ตรวจจับโดรน และการลักลอบข้ามแดน ลดความเสี่ยงทหารโดนทุ่นระเบิด พร้อมขุดรากถอนโคนสแกมเมอร์ซึ่งเป็นต้นตอปัญหา 2.สวัสดิการประชาชน ลดค่าครองชีพ ดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ถึงเชิงตะกอน แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากขาดความมั่นคงในชีวิต ตั้งแต่เด็กที่คุณภาพชีวิตขึ้นกับฐานะครอบครัว ผู้สูงอายุที่ยังต้องพึ่งพาเบี้ยยังชีพจากรัฐที่ได้ต่ำกว่าค่าครองชีพที่เป็นจริง

    ตัวอย่างสวัสดิการ เช่น มีเบี้ยเด็กเล็ก 0-6 ขวบ 1,200 บาท/เดือน ใน 4 ปี ปีแรก 600 บาท/เดือน ถ้วนหน้า คนท้องได้ 3,000 บาท, มีบำนาญผู้สูงอายุ 1,500 บาท/เดือน ใน 4 ปี ปีแรก 1,000 บาท/เดือน ทั้งผู้สูงอายุและผู้พิการ และให้มีอาสาชุมชนดูแลผู้ติดบ้านติดเตียงถึงบ้าน สร้างงาน 70,000 ตำแหน่ง รายได้มากกว่า 15,000-20,000 บาท/เดือน, ค่าโดยสารร่วม 8-45 บาท, ช่วยค่าเช่าบ้าน 1,000 บาท 6 เดือน, ลดค่าไฟ 25 สตางค์/หน่วย ฯลฯ

    3.คนละครึ่งพลัส หวยใบเสร็จ SMEs เพิ่มแต้มต่อ ทุนเล็กแข่งขันได้ โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งแรก เติมเงินคนละครึ่ง 1,000 บาท 12 ล้านคน สำหรับซื้อสินค้า/บริการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการหวยใบเสร็จ SMEs ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า/บริการจาก SMEs ผ่านแอป “เป๋าตัง” (หรือแอปธนาคารอื่นที่ร่วมโครงการ) ทุกๆ ยอดซื้อสะสม 500 บาท จะได้รับหวยใบเสร็จ SMEs 1 ใบ (สะสมจากหลากหลายร้านค้า SMEs ได้) เลือกเลขสามตัวและลุ้นรางวัลได้ทุกครึ่งเดือน ไม่เกิน 20 ใบต่อเดือนในเฟสแรก โดยวงเงินรางวัลหวยใบเสร็จ SMEs 1,000 ล้านบาท/เดือน

    4.ปรับสูตร ปรับฐาน ค่าแรงเพิ่มมากกว่าค่าครองชีพทุกปี เพิ่มวันพักผ่อน พรรคประชาชนชูข้อเสนอเพื่อยกระดับสวัสดิภาพแรงงานให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความเป็นธรรม สร้างความมั่นคงในชีวิต เพื่อให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่เพียงแต่พอให้ประทังชีวิตอยู่ได้ไปวันๆ โดยมีแนวนโยบายดังต่อไปนี้

    ปรับฐานคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำ เพิ่มทันที 4% 350-420 บาท/วัน ปรับสูตรมุ่งสู่ “ค่าจ้างเพื่อชีวิต” ค่าจ้างเพิ่มตามค่าครองชีพ ทักษะเพิ่ม ค่าจ้างต้องเพิ่มตามด้วย ให้มีการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ทำงานวันเสาร์ได้ OT เวลาทำงาน 40 ชม./สัปดาห์ พร้อมเพิ่มสิทธิลาหยุดเป็น 10 วัน/ปี เพิ่มสิทธิลาปวดประจำเดือน และวันลาเพื่อไปบอกลาคนในครอบครัว เป็นต้น

    5.เมกะโปรเจกต์ ยกระดับทักษะทุกช่วงวัย รัฐบาลพรรคประชาชนจะริเริ่ม “เมกะโปรเจกต์” ในการยกระดับทักษะกำลังคน พัฒนาทักษะแรงงาน เพิ่มปริมาณและเปลี่ยนวิธีการในการลงทุนกับการยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและผู้เรียน เพื่อให้คนไทยรายได้สูงขึ้น และผู้ประกอบการไทยแข่งกับโลกได้ โดยมี “ระบบกลาง” หรือ “แพลตฟอร์มกลาง” ของรัฐระบบเดียวที่จะสร้างบัญชีในการเรียนรู้ให้กับคนไทยทุกคน เพื่อใช้เข้าถึงการฝึกทักษะที่รัฐสนับสนุน

    พร้อมอัดฉีด “คูปอง” ให้ประชาชนเพื่อไปใช้ shopping หรือเลือกเรียนคอร์สที่อยู่ในระบบได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และอาจมีการแถมค่าเสียเวลาให้เป็นเงินสด หลังเรียนจบ รัฐจะเป็นผู้คัดคอร์สที่มีคุณภาพ จากทั้งภาคเอกชน สถาบันอุดมศึกษา และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เพื่อให้ประชาชนมีตัวเลือกที่หลากหลาย ในการใช้คูปอง

    6.แก้หนี้เกษตรกร เปลี่ยนภาระเป็นพลัง หนี้สินการเกษตรเป็นหนึ่งในปัญหาเรื้อรังของเกษตรกรไทย การมีหนี้สินที่เกินกว่าความสามารถในการชำระหนี้ นอกจากจะเป็นผลทางลบต่อจิตใจและคุณภาพชีวิตแล้ว ยังมีผลให้เกิดการชะลอตัวในการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ รัฐบาลประชาชนจะแก้หนี้เกษตร เปลี่ยนภาระเป็นพลัง โดยเกษตรกรที่มีอายุ 70 ปี ที่ชำระดี ใครชำระหนี้มาเกินเงินต้นแล้ว ยกหนี้ให้ เพราะที่ผ่านมา นโยบาย คือ จ่ายแต่ดอก ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร ส่วนใครจ่ายยังไม่เกินต้น ลดหนี้ให้ 50% ส่วนเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้ จะปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมปรับโครงสร้างการทำเกษตร เกษตรกรมีทางเลือก ถ้าเกษตรกรชำระหนี้ดีจะมีรางวัล คืนดอกเบี้ย 10% และเลิกจ่ายแต่ดอก จ่ายคืนต้นก่อนหักดอกเบี้ย หนี้มีวันหมดแน่นอน

    7.12 คูปอง อุดหนุนเกษตรตรงเป้า สร้างลูกหลานชาวนาเป็นผู้จัดการเกษตรสมัยใหม่ รัฐบาลประชาชนขอเสนอ 12 คูปอง เกษตรทันโลก เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรครบวงจร ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน แก้ปัญหาที่ฐานราก และเพิ่มมูลค่า เพิ่มมาตรฐานและแปรรูป

    โดยหัวใจสำคัญของนโยบายนี้คือการเปลี่ยนรูปแบบการสนับสนุนของภาครัฐ จากการอุดหนุนแบบหว่านแห เป็น “การสนับสนุนแบบมีเป้าหมาย” (Targeted Subsidy) โดยรัฐบาลจะทำหน้าที่สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรเพื่อให้เป็น “ทางเลือก” สำหรับเกษตรกรในการปรับปรุงบำรุงดิน และให้เกษตรกรมีทางเลือกในการใช้บริการจากผู้ประกอบการเอกชนหรือหน่วยงานรัฐที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรได้เอง โดยแบ่งเป็น 12 คูปอง เกษตรทันโลก เช่น คูปองเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คูปองไม่เผา 250 บาท/ไร่, คูปองท่อนพันธุ์มันทนโรค 800 บาท/ไร่, คูปองวิเคราะห์ดิน + ปุ๋ยแม่นยํา 500 บาท/ไร่ และคูปองปลูกพืชบํารุงดิน 1,000 บาท/ไร่ เป็นต้น

    8.พิสูจน์สิทธิที่ดิน ออกโฉนดเพิ่ม 70 ล้านไร่ เพิ่มป่าอนุรักษ์ 30 ล้านไร่ จากปัญหาด้านเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารตามประมวลกฎหมายที่ดิน เอกสารตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เอกสารตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ รวมทั้งที่ดินที่ไม่ทับซ้อนกับหน่วยงานใดๆ และอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถออกโฉนดได้

    รัฐบาลประชาชนจึงมีนโยบายเพื่อประชาชนที่ถือครองที่ดินที่มีเอกสารสิทธิหลายประเภท หรือยังไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ ได้เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และมีเป้าหมายในการพิสูจน์สิทธิที่ดิน มีโฉนดเพิ่ม 70 ล้านไร่ นอกจากนี้ รัฐบาลประชาชนจะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้กับงานธุรการ ทะเบียน นิติกรรม และงานบริการประชาชนด้านที่ดิน เช่น งานทะเบียนออนไลน์ / สารบบที่ดินดิจิทัล E- land deed document / การพิสูจน์สิทธิ ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและ AI / Base map / One map / Application และพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ดินและศูนย์ข้อมูลที่ดินออนไลน์ทั่วประเทศให้เป็น Open data

    9.ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร สู่ทหารมืออาชีพ เงินดี สวัสดิการครบ รบเข้มแข็ง ป้องกันประเทศมีประสิทธิภาพ พรรคประชาชนจะใช้ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง การรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) พ.ศ. 2565 ในการรับสมัคร “ทหารอาสา” มาแทนที่การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ หรือการบังคับเกณฑ์ทหาร.พร้อมกับปรับปรุงระเบียบเพื่อให้พลทหารที่ผ่านการฝึก และปรับตัวกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้แล้ว สามารถปฏิบัติงานแบบ “เช้าไป-เย็นกลับ” หรือมีวันหยุดที่มีความถี่มากขึ้นได้ เพื่อให้พลทหารมีรูปแบบการใช้ชีวิต ที่ไม่แตกต่างจากอาชีพลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างเหมาบริการของหน่วยงานราชการอื่น ซึ่งจะทำให้พลทหารมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้า พร้อมกับสามารถสร้างสมดุลในการดำเนินชีวิตและการดูแลครอบครัวได้

    10.ทลายเครือข่ายทุนเทา สแกมเมอร์ ฟอกเงิน หยุดส่วย หยุดตั๋ว เนื่องจากวันนี้ไทยกำลังเป็นทั้ง “เหยื่อ-ทางผ่าน-ที่ฟอกเงิน” พร้อมกัน เครือข่ายสแกมเมอร์/ทุนเทาใช้บัญชีม้า บริษัทบังหน้า และเส้นทางเงินซับซ้อน เพราะข้อมูลรัฐกระจัดกระจาย ตรวจยาก และมีช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจจนกลายเป็นช่องส่วย

    สิ่งที่เราจะทำคือ “เชื่อมข้อมูลให้เห็นทั้งขบวนการ” ด้วย Data Bureau แล้วตัดวงจรเงินผิดกฎหมายให้ได้จริง เชื่อมข้อมูลเส้นทางเงินและตัวตน เชื่อม Bank-Telco-คริปโต-ทะเบียนนิติบุคคล-ผู้ถือหุ้น/ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) เพื่อไล่เส้นเงินถึงตัวการ ไม่จบที่ “บัญชีม้า” และ ยึดทรัพย์-ตัดท่อน้ำเลี้ยง และตั้งกองทุนชดเชยเหยื่อจากทรัพย์ที่ยึดได้
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/38894&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0spc5xqXNHdg4laP2w2re4

  • คมนาคมเคาะงบ 8.1 พันล้าน เดินหน้า “สนามบินบึงกาฬ” ยกระดับเศรษฐกิจชายแดน

    คมนาคมเคาะงบ 8.1 พันล้าน เดินหน้า “สนามบินบึงกาฬ” ยกระดับเศรษฐกิจชายแดน

    นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลักดันโครงการฯ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการขนส่งทางอากาศ

    ในจังหวัดบึงกาฬ ว่า โครงการดังกล่าว หากมีการดำเนินการจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวและเชื่อมโยงจากทะเลจีนใต้ (เวียดนาม – สปป.ลาว – ไทย – เมียนมา) ออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ

    ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ จังหวัด
    บึงกาฬ ได้เริ่มโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง คัดเลือกตำแหน่งที่ตั้งของท่าอากาศยานที่เหมาะสม เมื่อปี พ.ศ. 2564 ต่อมาในปี พ.ศ. 2566 ได้ดำเนินการออกแบบรายละเอียดอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่และเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งได้ส่งข้อชี้แจงรายงานผลกระทบฯ ครั้งที่ 3 ไปแล้ว และมีการประชุมเพื่อพิจารณารายงานฯ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 หากแล้วเสร็จ จะเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอ ครม. เพื่ออนุมัติเพื่อดำเนินโครงการในขั้นตอนต่อไป

    นายดนัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาความเป็นไปได้ โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ มีที่ตั้งที่เหมาะสมของโครงการในตำบลโป่งเปือย อำเภอโซ่พิสัย และตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬ และสะพานมิตรภาพ ไทย – ลาว แห่งที่ 5 ประมาณ 12 กิโลเมตร และห่างจากท่าอากาศยานโดยรอบจังหวัดบึงกาฬทั้ง 3 แห่ง ได้แก่

    ท่าอากาศยานอุดรธานี 194 กิโลเมตร ท่าอากาศยานสกลนคร 190 กิโลเมตร ท่าอากาศยานนครพนม 188 กิโลเมตร มีพื้นที่ภายในท่าอากาศยาน แบ่งเป็นพื้นที่ landside (พื้นที่ส่วนที่ไม่ใช่เขตการบิน) 2,542 ไร่ และพื้นที่ airside
    (เขตการบิน) 1,858 ไร่ มีมูลค่าโครงการทั้งหมดรวม 8,196 ล้านบาท

    โดยคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินในปี 2575 จะมีจำนวนผู้โดยสาร 149,172 คน/ปี จำนวนเที่ยวบิน 1,244 เที่ยว/ปี เฉลี่ย 4 เที่ยวบิน/วัน ในส่วนด้านความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ ผลการศึกษาพบว่า โครงการมีอัตราตอบแทนทางเศรษฐกิจ (Economic Internal Rate of Return : EIRR) เท่ากับร้อยละ 12.66 และมีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (Benefit-Cost Ratio : B/C) เท่ากับ 1.07 สรุปได้ว่าโครงการมีความเหมาะสมในการดำเนินงาน ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานคาดการณ์ว่าหากโครงการได้รับการอนุมัติ จะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการฯในปี พ.ศ. 2572 และเปิดใช้งานท่าอากาศยานในปี พ.ศ. 2575

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2904194&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nf6Ioz7lmsSdv14hhodVy

  • “พรรคประชาชน” เปิด 4 ชุดนโยบาย “เศรษฐกิจ-ปฏิรูปรัฐ-ความมั่นคงและประชาธิปไตย-ยกระดับคุณภาพชีวิต”


    “พรรคประชาชน” เปิด 4 ชุดนโยบาย “เศรษฐกิจ-ปฏิรูปรัฐ-ความมั่นคงและประชาธิปไตย-ยกระดับคุณภาพชีวิต”  ย้ำจบสงครามใช้โลกล้อม “กัมพูชา” ดูแลสวัสดิการประชาชนตั้งแต่ครรภ์ถึงเชิงตะกอน ปรับสูตรเพิ่มค่าแรงสูงสุด

    พรรคประชาชน เปิดตัวเว็บไซต์นโยบายรัฐบาลประชาชน โดยมี 4 ชุดนโยบายหลัก คือ 1.โมเดลเศรษฐกิจใหม่ 2.การปฏิรูปรัฐ 3.ความมั่นคงและประชาธิปไตย และ 4.ยกระดับคุณภาพชีวิต โดยในเว็บไซต์ประกอบด้วยนโยบายจำนวนมาก ครอบคลุมทุกปัญหาของสังคมไทย ซึ่งเปิดให้ประชาชนสามารถแปะสติกเกอร์โหวตนโยบายที่ชอบได้ และยังสามารถทำ e-card สคส. ส่งนโยบายให้คนที่ต้องการเนื่องในวันปีใหม่ได้ โดยตัวอย่างนโยบายที่น่าสนใจ เช่น 1.แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ยึดเป้าหมายปกป้องอธิปไตย สงครามไม่ยืดเยื้อ พาพี่น้องกลับบ้าน ชายแดนปลอดภัย ใช้โลกล้อมกัมพูชา โดยดึงมหาอำนาจกดดันฮุน เซน หยุดคุกคามไทย บีบให้กัมพูชาปฏิบัติตามเงื่อนไขหยุดยิง เดินหน้าติดตั้ง Smart Tower ตรวจจับโดรน และการลักลอบข้ามแดน ลดความเสี่ยงทหารโดนทุ่นระเบิด พร้อมขุดรากถอนโคนสแกมเมอร์ซึ่งเป็นต้นตอปัญหา 2.สวัสดิการประชาชน ลดค่าครองชีพ ดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ถึงเชิงตะกอน แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากขาดความมั่นคงในชีวิต ตั้งแต่เด็กที่คุณภาพชีวิตขึ้นกับฐานะครอบครัว ผู้สูงอายุที่ยังต้องพึ่งพาเบี้ยยังชีพจากรัฐที่ได้ต่ำกว่าค่าครองชีพที่เป็นจริง

    ตัวอย่างสวัสดิการ เช่น มีเบี้ยเด็กเล็ก 0-6 ขวบ 1,200 บาท/เดือน ใน 4 ปี ปีแรก 600 บาท/เดือน ถ้วนหน้า คนท้องได้ 3,000 บาท, มีบำนาญผู้สูงอายุ 1,500 บาท/เดือน ใน 4 ปี ปีแรก 1,000 บาท/เดือน ทั้งผู้สูงอายุและผู้พิการ และให้มีอาสาชุมชนดูแลผู้ติดบ้านติดเตียงถึงบ้าน สร้างงาน 70,000 ตำแหน่ง รายได้มากกว่า 15,000-20,000 บาท/เดือน, ค่าโดยสารร่วม 8-45 บาท, ช่วยค่าเช่าบ้าน 1,000 บาท 6 เดือน, ลดค่าไฟ 25 สตางค์/หน่วย ฯลฯ

    3.คนละครึ่งพลัส หวยใบเสร็จ SMEs เพิ่มแต้มต่อ ทุนเล็กแข่งขันได้ โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งแรก เติมเงินคนละครึ่ง 1,000 บาท 12 ล้านคน สำหรับซื้อสินค้า/บริการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการหวยใบเสร็จ SMEs ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า/บริการจาก SMEs ผ่านแอป “เป๋าตัง” (หรือแอปธนาคารอื่นที่ร่วมโครงการ) ทุกๆ ยอดซื้อสะสม 500 บาท จะได้รับหวยใบเสร็จ SMEs 1 ใบ (สะสมจากหลากหลายร้านค้า SMEs ได้) เลือกเลขสามตัวและลุ้นรางวัลได้ทุกครึ่งเดือน ไม่เกิน 20 ใบต่อเดือนในเฟสแรก โดยวงเงินรางวัลหวยใบเสร็จ SMEs 1,000 ล้านบาท/เดือน

    4.ปรับสูตร ปรับฐาน ค่าแรงเพิ่มมากกว่าค่าครองชีพทุกปี เพิ่มวันพักผ่อน พรรคประชาชนชูข้อเสนอเพื่อยกระดับสวัสดิภาพแรงงานให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความเป็นธรรม สร้างความมั่นคงในชีวิต เพื่อให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่เพียงแต่พอให้ประทังชีวิตอยู่ได้ไปวันๆ โดยมีแนวนโยบายดังต่อไปนี้

    ปรับฐานคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำ เพิ่มทันที 4% 350-420 บาท/วัน ปรับสูตรมุ่งสู่ “ค่าจ้างเพื่อชีวิต” ค่าจ้างเพิ่มตามค่าครองชีพ ทักษะเพิ่ม ค่าจ้างต้องเพิ่มตามด้วย ให้มีการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ทำงานวันเสาร์ได้ OT เวลาทำงาน 40 ชม./สัปดาห์ พร้อมเพิ่มสิทธิลาหยุดเป็น 10 วัน/ปี เพิ่มสิทธิลาปวดประจำเดือน และวันลาเพื่อไปบอกลาคนในครอบครัว เป็นต้น

    5.เมกะโปรเจกต์ ยกระดับทักษะทุกช่วงวัย รัฐบาลพรรคประชาชนจะริเริ่ม “เมกะโปรเจกต์” ในการยกระดับทักษะกำลังคน พัฒนาทักษะแรงงาน เพิ่มปริมาณและเปลี่ยนวิธีการในการลงทุนกับการยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและผู้เรียน เพื่อให้คนไทยรายได้สูงขึ้น และผู้ประกอบการไทยแข่งกับโลกได้ โดยมี “ระบบกลาง” หรือ “แพลตฟอร์มกลาง” ของรัฐระบบเดียวที่จะสร้างบัญชีในการเรียนรู้ให้กับคนไทยทุกคน เพื่อใช้เข้าถึงการฝึกทักษะที่รัฐสนับสนุน

    พร้อมอัดฉีด “คูปอง” ให้ประชาชนเพื่อไปใช้ shopping หรือเลือกเรียนคอร์สที่อยู่ในระบบได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และอาจมีการแถมค่าเสียเวลาให้เป็นเงินสด หลังเรียนจบ รัฐจะเป็นผู้คัดคอร์สที่มีคุณภาพ จากทั้งภาคเอกชน สถาบันอุดมศึกษา และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เพื่อให้ประชาชนมีตัวเลือกที่หลากหลาย ในการใช้คูปอง

    6.แก้หนี้เกษตรกร เปลี่ยนภาระเป็นพลัง หนี้สินการเกษตรเป็นหนึ่งในปัญหาเรื้อรังของเกษตรกรไทย การมีหนี้สินที่เกินกว่าความสามารถในการชำระหนี้ นอกจากจะเป็นผลทางลบต่อจิตใจและคุณภาพชีวิตแล้ว ยังมีผลให้เกิดการชะลอตัวในการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ รัฐบาลประชาชนจะแก้หนี้เกษตร เปลี่ยนภาระเป็นพลัง โดยเกษตรกรที่มีอายุ 70 ปี ที่ชำระดี ใครชำระหนี้มาเกินเงินต้นแล้ว ยกหนี้ให้ เพราะที่ผ่านมา นโยบาย คือ จ่ายแต่ดอก ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร ส่วนใครจ่ายยังไม่เกินต้น ลดหนี้ให้ 50% ส่วนเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้ จะปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมปรับโครงสร้างการทำเกษตร เกษตรกรมีทางเลือก ถ้าเกษตรกรชำระหนี้ดีจะมีรางวัล คืนดอกเบี้ย 10% และเลิกจ่ายแต่ดอก จ่ายคืนต้นก่อนหักดอกเบี้ย หนี้มีวันหมดแน่นอน

    7.12 คูปอง อุดหนุนเกษตรตรงเป้า สร้างลูกหลานชาวนาเป็นผู้จัดการเกษตรสมัยใหม่ รัฐบาลประชาชนขอเสนอ 12 คูปอง เกษตรทันโลก เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรครบวงจร ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน แก้ปัญหาที่ฐานราก และเพิ่มมูลค่า เพิ่มมาตรฐานและแปรรูป

    โดยหัวใจสำคัญของนโยบายนี้คือการเปลี่ยนรูปแบบการสนับสนุนของภาครัฐ จากการอุดหนุนแบบหว่านแห เป็น “การสนับสนุนแบบมีเป้าหมาย” (Targeted Subsidy) โดยรัฐบาลจะทำหน้าที่สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรเพื่อให้เป็น “ทางเลือก” สำหรับเกษตรกรในการปรับปรุงบำรุงดิน และให้เกษตรกรมีทางเลือกในการใช้บริการจากผู้ประกอบการเอกชนหรือหน่วยงานรัฐที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรได้เอง โดยแบ่งเป็น 12 คูปอง เกษตรทันโลก เช่น คูปองเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คูปองไม่เผา 250 บาท/ไร่, คูปองท่อนพันธุ์มันทนโรค 800 บาท/ไร่, คูปองวิเคราะห์ดิน + ปุ๋ยแม่นยํา 500 บาท/ไร่ และคูปองปลูกพืชบํารุงดิน 1,000 บาท/ไร่ เป็นต้น

    8.พิสูจน์สิทธิที่ดิน ออกโฉนดเพิ่ม 70 ล้านไร่ เพิ่มป่าอนุรักษ์ 30 ล้านไร่ จากปัญหาด้านเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารตามประมวลกฎหมายที่ดิน เอกสารตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เอกสารตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ รวมทั้งที่ดินที่ไม่ทับซ้อนกับหน่วยงานใดๆ และอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถออกโฉนดได้

    รัฐบาลประชาชนจึงมีนโยบายเพื่อประชาชนที่ถือครองที่ดินที่มีเอกสารสิทธิหลายประเภท หรือยังไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ ได้เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และมีเป้าหมายในการพิสูจน์สิทธิที่ดิน มีโฉนดเพิ่ม 70 ล้านไร่ นอกจากนี้ รัฐบาลประชาชนจะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้กับงานธุรการ ทะเบียน นิติกรรม และงานบริการประชาชนด้านที่ดิน เช่น งานทะเบียนออนไลน์ / สารบบที่ดินดิจิทัล E- land deed document / การพิสูจน์สิทธิ ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและ AI / Base map / One map / Application และพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ดินและศูนย์ข้อมูลที่ดินออนไลน์ทั่วประเทศให้เป็น Open data

    9.ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร สู่ทหารมืออาชีพ เงินดี สวัสดิการครบ รบเข้มแข็ง ป้องกันประเทศมีประสิทธิภาพ พรรคประชาชนจะใช้ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง การรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) พ.ศ. 2565 ในการรับสมัคร “ทหารอาสา” มาแทนที่การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ หรือการบังคับเกณฑ์ทหาร.พร้อมกับปรับปรุงระเบียบเพื่อให้พลทหารที่ผ่านการฝึก และปรับตัวกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้แล้ว สามารถปฏิบัติงานแบบ “เช้าไป-เย็นกลับ” หรือมีวันหยุดที่มีความถี่มากขึ้นได้ เพื่อให้พลทหารมีรูปแบบการใช้ชีวิต ที่ไม่แตกต่างจากอาชีพลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างเหมาบริการของหน่วยงานราชการอื่น ซึ่งจะทำให้พลทหารมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้า พร้อมกับสามารถสร้างสมดุลในการดำเนินชีวิตและการดูแลครอบครัวได้

    10.ทลายเครือข่ายทุนเทา สแกมเมอร์ ฟอกเงิน หยุดส่วย หยุดตั๋ว เนื่องจากวันนี้ไทยกำลังเป็นทั้ง “เหยื่อ-ทางผ่าน-ที่ฟอกเงิน” พร้อมกัน เครือข่ายสแกมเมอร์/ทุนเทาใช้บัญชีม้า บริษัทบังหน้า และเส้นทางเงินซับซ้อน เพราะข้อมูลรัฐกระจัดกระจาย ตรวจยาก และมีช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจจนกลายเป็นช่องส่วย

    สิ่งที่เราจะทำคือ “เชื่อมข้อมูลให้เห็นทั้งขบวนการ” ด้วย Data Bureau แล้วตัดวงจรเงินผิดกฎหมายให้ได้จริง เชื่อมข้อมูลเส้นทางเงินและตัวตน เชื่อม Bank-Telco-คริปโต-ทะเบียนนิติบุคคล-ผู้ถือหุ้น/ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) เพื่อไล่เส้นเงินถึงตัวการ ไม่จบที่ “บัญชีม้า” และ ยึดทรัพย์-ตัดท่อน้ำเลี้ยง และตั้งกองทุนชดเชยเหยื่อจากทรัพย์ที่ยึดได้
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/38894&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0spc5xqXNHdg4laP2w2re4

  • กรมทางหลวงเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) เชื่อมโยงเศรษฐกิจและด่านพรมแดนถาวร เริ่ม 27 ธันวาคมนี้

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) อย่างเป็นทางการร่วมกับ ฯพณฯ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและภริยา ณ บริเวณกลางสะพานมิตรภาพ ในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

    โดยความร่วมมือจากทั้งสองประเทศ สะพานดังกล่าวจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีจุดผ่านแดนถาวรฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เชื่อมต่อกับบ้านกล้วยอุดม เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น. ซึ่งในช่วงแรกจะยังไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านสะพาน เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

    ในการนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดเตรียมเอกสารการเดินทางและเอกสารยานพาหนะให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและกรมศุลกากร ณ ด่านพรมแดนบึงกาฬ พร้อมปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อแขวงทางหลวงบึงกาฬ ได้ที่โทรศัพท์ 042-491-205 (ในวันและเวลาราชการ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/985272&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rr7Z1TRi44RGAz4L1CCxt

  • กรมทางหลวงเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) เชื่อมโยงเศรษฐกิจและด่านพรมแดนถาวร เริ่ม 27 ธันวาคมนี้

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) อย่างเป็นทางการร่วมกับ ฯพณฯ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและภริยา ณ บริเวณกลางสะพานมิตรภาพ ในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

    โดยความร่วมมือจากทั้งสองประเทศ สะพานดังกล่าวจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีจุดผ่านแดนถาวรฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เชื่อมต่อกับบ้านกล้วยอุดม เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น. ซึ่งในช่วงแรกจะยังไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านสะพาน เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

    ในการนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดเตรียมเอกสารการเดินทางและเอกสารยานพาหนะให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและกรมศุลกากร ณ ด่านพรมแดนบึงกาฬ พร้อมปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อแขวงทางหลวงบึงกาฬ ได้ที่โทรศัพท์ 042-491-205 (ในวันและเวลาราชการ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/985272&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rr7Z1TRi44RGAz4L1CCxt

  • เปิดมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ยกระดับท่องเที่ยวสุขภาวะปลอดบุหรี่ 100%

    เปิดมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ยกระดับท่องเที่ยวสุขภาวะปลอดบุหรี่ 100%

    สายนทีแห่งศรัทธา” ทูลกระหม่อมหญิงฯ เสด็จเปิดมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025
    พลิกโฉมเมืองดอกไม้สู่เมืองท่องเที่ยวสุขภาวะ หนุนเศรษฐกิจฐานรากในยุคท่องเที่ยวโลกชะลอตัว

    เชียงราย, 25 ธันวาคม 2568 – ในห้วงเวลาที่ภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด จังหวัดเชียงรายเลือกตอบโจทย์ด้วย “ดอกไม้ ศิลปะ และสุขภาวะ” ผ่านการจัดงาน มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 (Chiang Rai Flower and Art Festival 2025)” ที่ไม่เพียงเป็นเทศกาลชมดอกไม้ฤดูหนาว หากยังถูกออกแบบให้เป็นกลไกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก เชื่อมโยงอัตลักษณ์ 19 กลุ่มชาติพันธุ์กับมาตรการพื้นที่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 100% เพื่อยกระดับภาพลักษณ์เชียงรายสู่ “เมืองท่องเที่ยวคุณภาพที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ” อย่างเป็นรูปธรรม

    ภาพใหญ่ท่องเที่ยวไทยปลายปี ตัวเลขชะลอ แต่เชียงรายเดินเกมสวนกระแส

    รายงานวิเคราะห์ของ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ประเมินว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 การท่องเที่ยวไทยยังมีปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่ฟื้น ส่งผลให้รายได้ท่องเที่ยวรวมคาดอยู่ที่ราว 38,500 ล้านบาท ลดลงประมาณ 3.3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 23,500 ล้านบาท (ลดลง 6%) และรายได้จากนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวในประเทศราว 15,000 ล้านบาท (เติบโตเพียง 1.2%)

    ในขณะที่ภาพรวมประเทศเผชิญแรงกดดัน ตัวเลขจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชี้ว่าเดือนธันวาคม 2568 คาดว่าจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจะอยู่ที่ราว 19.04 ล้านคน-ครั้ง ลดลงประมาณ 1% และรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศราว 108,766 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ยอดสะสมทั้งปีจะยังขยายตัวอยู่บ้าง แต่ทิศทางเดือนส่งท้ายปีสะท้อนสัญญาณชัดเจนว่า นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมใช้จ่ายรัดกุมมากขึ้น

    ในบริบทเช่นนี้ งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 จึงไม่ได้เป็นเพียง “เทศกาลฤดูหนาวยอดนิยม” แต่คือยุทธศาสตร์สำคัญที่จังหวัดนำมารองรับเม็ดเงินท่องเที่ยวช่วงโค้งสุดท้ายของปี โดยอาศัยจุดแข็งด้านภูมิอากาศเย็นสบาย ทิวทัศน์ริมแม่น้ำกก และทุนวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมาก ผสานกับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ “เที่ยวดีมีคืน 2568” ที่ให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีกับการเดินทางสู่จังหวัดเมืองรอง ซึ่ง ttb analytics ประเมินว่าจะช่วยดันรายได้ภาคโรงแรม จากเดิมที่คาดหดตัว 0.4% ให้กลับมาขยายตัวได้ราว 1.6% โดยเฉพาะในจังหวัดเมืองรองที่มีสัดส่วนรายได้ราว 28% ของทั้งประเทศ

    เชียงรายจึงเลือกใช้ “เทศกาลดอกไม้” เป็นเวทีหลักในการแปลงเม็ดเงินนโยบายสู่เศรษฐกิจจริงของชุมชน

    พิธีเปิด “สายนทีแห่งศรัทธา” ศิลปะดอกไม้ที่เชื่อมสถาบันพระมหากษัตริย์กับหัวใจคนเมืองเหนือ

    เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 บรรยากาศริมแม่น้ำกกที่สวนไม้งาม อำเภอเมืองเชียงราย ถูกแต่งแต้มด้วยดอกไม้หลากสีสันต้อนรับพระราชอาคันตุกะสำคัญ เมื่อ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025” ท่ามกลางการเฝ้ารับเสด็จของข้าราชการ ทหาร ตำรวจ แม่บ้านมหาดไทย ผู้นำชุมชน ประชาชน และสื่อมวลชนจำนวนมาก

    งานปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก สายนทีแห่งศรัทธา ธ สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและงานหัตถศิลป์ไทยอย่างกว้างขวาง

    ในพิธีเปิด นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคเหนือคนล่าสุด ได้กราบทูลรายงานว่า จังหวัดเชียงรายมุ่งพัฒนาเมืองท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยใช้เทศกาลดอกไม้ครั้งนี้เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมของกว่า 19 กลุ่มชาติพันธุ์ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัด

    นอกจากข้าราชการระดับสูงแล้ว ยังมีตัวแทนจากภาคประชาสังคมและสื่อท้องถิ่นเข้าร่วมในพิธี อาทิ มนรัตน์ ก.บัวเกษร ประธานกรรมการบริหารสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ ซึ่งได้รับเข็มที่ระลึกภายในงาน สะท้อนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐกับสื่อท้องถิ่นในการประชาสัมพันธ์เชียงรายสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

    งานมหกรรมถูกกำหนดจัดระหว่างวันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ครอบคลุมช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยของจังหวัดอยู่ในระดับเย็นสบาย เหมาะกับการท่องเที่ยวพักผ่อนรับลมหนาว

    “Reflect of Seasons” 4 ฤดูกาล 1 พื้นที่ริมกก ดึงศิลปะ–ชาติพันธุ์–เศรษฐกิจฐานรากมาบรรจบกัน

    หัวใจของงานปีนี้คือการออกแบบพื้นที่จัดแสดงในธีม “Reflect of Seasons” แบ่งสวนดอกไม้ออกเป็น 4 โซนตามฤดูกาล ได้แก่ Summer, Rainy, Winter และ Spring ถ่ายทอดความงดงามของไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ผ่านการจัดภูมิทัศน์ แสง สี เสียง และงานศิลปะร่วมสมัยที่สะท้อนอัตลักษณ์ล้านนา

    ผู้มาเยือนสามารถเดินชมดอกไม้ท่ามกลางลวดลายลายไทยประยุกต์ ศิลปะจัดวาง และมุมถ่ายภาพที่ออกแบบให้รองรับทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว กลุ่มคู่รัก นักท่องเที่ยวเชิงศิลปะ ไปจนถึงกลุ่ม Content Creator ที่ต้องการภาพถ่ายคุณภาพสูงสำหรับเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์

    ภายในงานยังมี

    • นิทรรศการพระราชกรณียกิจ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    • เวทีการแสดงจากเยาวชนและกิจกรรม “Chiang Rai Talent” เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่แสดงความสามารถ
    • ตลาดสินค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์ OTOP จากทุกอำเภอ
    • โซน Food Truck และร้านอาหารพื้นถิ่นที่เปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน

    ความโดดเด่นอีกประการหนึ่งคือ การขยายพื้นที่กิจกรรมไปยัง อำเภอเวียงชัย และ อำเภอแม่สาย ผ่านสวนไม้ดอกและกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมที่ถ่ายทอด “เรื่องเล่าท้องถิ่น” ของแต่ละพื้นที่อย่างเฉพาะเจาะจง เช่น การแสดงชาติพันธุ์ลีซูในข่วงวัฒนธรรม และการจำหน่ายสินค้าชุมชนที่ผูกโยงกับเอกลักษณ์ชนเผ่า

    การออกแบบงานในลักษณะนี้ ทำให้เทศกาลไม้ดอกไม่จำกัดตัวเองอยู่เฉพาะ “สวนดอกไม้ริมกก” แต่กลายเป็น “เครือข่ายเทศกาล” ที่กระจายรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวออกไปสู่ชุมชนโดยรอบ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และกลุ่มชาติพันธุ์สามารถเข้าถึงรายได้จากการท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น

    ปฏิบัติการ “งานใหญ่ปลอดบุหรี่” เชียงรายยกระดับมาตรฐานสุขภาพนักท่องเที่ยว

    อีกหนึ่งมิติที่สะท้อนการมุ่งสู่เมืองท่องเที่ยวสุขภาวะคือ การยกระดับมาตรการ งานใหญ่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 100%” ภายในพื้นที่จัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025

    เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย มอบหมายให้ นายญาณาฤทธิ์ หนสมสุข และ นายวิมล รู้ทำนอง รองปลัด อบจ. พร้อมบุคลากรกองสาธารณสุข ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่จาก กรมควบคุมโรค, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่, สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย และ กรมการปกครองจังหวัดเชียงราย ในการลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายตาม พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560

    การดำเนินงานเชิงรุกดังกล่าวครอบคลุมทั้ง

    • การตรวจเตือนร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และจุดให้บริการต่าง ๆ
    • การประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจำหน่ายและการสูบผลิตภัณฑ์ยาสูบ รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่สาธารณะ
    • การจัดระเบียบพื้นที่สูบบุหรี่และป้ายเตือนให้ชัดเจน

    เป้าหมายไม่ใช่เพียงการป้องกันการกระทำผิดตามกฎหมาย แต่เพื่อสร้างบรรยากาศของงานให้เป็น “เขตปลอดควัน” ที่เอื้อต่อสุขภาพของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม สอดคล้องกับแนวทาง “Chiang Rai Wellness City” ที่จังหวัดประกาศชูเป็นยุทธศาสตร์หลักในช่วงปลายปี 2568

    มาตรการดังกล่าวยังช่วยเสริมภาพลักษณ์เชียงรายในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสุขภาพและความปลอดภัยของพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นเกณฑ์สำคัญในการเลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวในยุคหลังโควิด

    เศรษฐกิจฐานราก–ศิลปะ–ท่องเที่ยว ฟันเฟืองเล็กจำนวนมากที่ขับเคลื่อนเครื่องยนต์ใหญ่ของจังหวัด

    เบื้องหลังทุ่งดอกไม้และแสงสีที่สวยงาม คือโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่ถูกออกแบบให้ได้ประโยชน์จากเทศกาลนี้มากที่สุด

    1. การกระจายรายได้สู่ชุมชน
      การจัดพื้นที่ตลาด OTOP และโซน Food Truck ภายในงาน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และกลุ่มชาติพันธุ์นำผลิตภัณฑ์เข้ามาจำหน่าย ตั้งแต่อาหารพื้นถิ่น งานหัตถกรรม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป การขยายกิจกรรมไปยังอำเภอเวียงชัยและแม่สายยิ่งช่วยให้รายได้จากนักท่องเที่ยวถูกแบ่งปันไปยังชุมชนรอบนอก ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะในตัวเมือง
    2. การใช้ทุนวัฒนธรรม (Cultural Capital) เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
      การแสดงลีซูที่ข่วงวัฒนธรรม การสาธิตงานหัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ และการเล่าเรื่องผ่านนิทรรศการ ทำให้ “วัฒนธรรม” ไม่ได้ถูกวางแสดงในฐานะสิ่งของโบราณ หากแต่กลายเป็นประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวพร้อมจ่ายเงินเพื่อสัมผัส เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการต่อยอด เช่น โฮมสเตย์ การนำเที่ยวชุมชน หรือเวิร์กช็อปศิลปะ
    3. พลังบูรณาการของภาครัฐ–เอกชน–สถาบันศึกษา
      การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานหลากหลาย ตั้งแต่ อบจ.เชียงราย ททท. สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด หน่วยงานสาธารณสุข สถาบันการศึกษา ไปจนถึงภาคธุรกิจและสื่อท้องถิ่น ความร่วมมือในลักษณะเครือข่ายเช่นนี้ช่วยลดต้นทุนในการจัดงาน กระจายความเสี่ยง และสร้างฐานข้อมูลร่วมที่สามารถนำไปใช้วางแผนเทศกาลในปีต่อ ๆ ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ด้านนโยบายมหภาค ttb analytics ประเมินว่า มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” สามารถสร้างเม็ดเงินเพิ่มเติมเข้าสู่ภาคโรงแรมและท่องเที่ยวไทยราว 5,900 ล้านบาท โดยคาดว่า SMEs โรงแรมและที่พักในเมืองรอง ซึ่งกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงเชียงราย จะเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์สำคัญ รายได้อาจขยับเพิ่มขึ้นถึง 3.5% เมื่อเทียบปีก่อน หากสามารถดึงดูดทั้งตลาดประชุม–สัมมนา และนักท่องเที่ยวทั่วไปได้อย่างต่อเนื่อง

    เทศกาลไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 จึงทำหน้าที่เป็น “ท่อส่ง” เม็ดเงินส่วนหนึ่งจากมาตรการของภาครัฐลงสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวในพื้นที่จริง

    บทบาท อบจ.เชียงราย จากผู้จัดงานดอกไม้สู่ผู้นำเมืองท่องเที่ยวสุขภาวะ

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “มหกรรมไม้ดอกเชียงราย” เคยถูกมองในฐานะงานเทศกาลชมดอกไม้ฤดูหนาวที่มีชื่อเสียง แต่การปรับโฉมเป็น มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025” ภายใต้การนำของ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ทำให้งานนี้ก้าวไปไกลกว่านั้น

    การเป็นนายก อบจ.ที่ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง ประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคเหนือ สะท้อนบทบาทของ “นายก นก” ในการเชื่อมโยงเชียงรายกับเครือข่ายจังหวัดอื่น ๆ ในภูมิภาค ซึ่งเปิดโอกาสให้เชียงรายนำเสนอศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในเวทีระดับภูมิภาคมากยิ่งขึ้น

    คำกล่าวเชิญชวน “มาเชียงรายรอบนี้ ได้ครบทั้งดอกไม้ ของกิน ของฝาก และวัฒนธรรม” ไม่ได้เป็นเพียงสโลแกนเชิงการตลาด หากแต่สะท้อนวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมืองให้เป็น แพ็กเกจประสบการณ์” ที่รวบทุกมิติของการท่องเที่ยวไว้ในจังหวัดเดียว ตั้งแต่ธรรมชาติ ศิลปะ อาหาร ไปจนถึงสุขภาวะและความปลอดภัย

    ในระยะยาว หากเชียงรายสามารถรักษามาตรฐานเทศกาลดอกไม้ให้มีคุณภาพสูง ควบคู่กับการยกระดับมาตรการด้านสุขภาพและการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เมืองแห่งนี้ย่อมมีศักยภาพก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสุขภาวะ” ของภูมิภาคลุ่มน้ำโขงได้ไม่ยาก

    ดอกไม้ ศรัทธา และความยั่งยืนของเมืองท่องเที่ยว

    “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025” จึงมิใช่แค่ภาพจำของทะเลดอกไม้ริมกก หากแต่เป็นภาพแทนของ “สายนทีแห่งศรัทธา” ที่เชื่อมสถาบันพระมหากษัตริย์ ชุมชนท้องถิ่น ศิลปะชาติพันธุ์ และนโยบายสาธารณะเข้าด้วยกัน ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวโลกที่ผันผวน

    บทความข่าวชิ้นนี้จัดทำขึ้นจากการรวบรวมข้อมูลที่เผยแพร่สาธารณะ รายงานวิจัยเชิงเศรษฐกิจ และคำชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีสถานะเป็นงานวิชาการหรือบทความเชิงวิจัย หากมีข้อคลาดเคลื่อนในเชิงวิชาการหรือข้อมูลใดไม่ครบถ้วน ผู้เขียนยินดีอย่างยิ่งหากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวจะเข้ามาเพิ่มเติมและเสนอแนะ เพื่อให้การใช้ “ดอกไม้และศิลปะ” เป็นเครื่องมือฟื้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเชียงราย เดินไปบนเส้นทางที่มั่นคงและยั่งยืนยิ่งขึ้นในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/chiang-rai-asean-flower-festival-2025-2/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22J8lvCkl4mn6KbLzIlQTU

  • กรมทางหลวงเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) เชื่อมโยงเศรษฐกิจและด่านพรมแดนถาวร เริ่ม 27 ธันวาคมนี้

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) อย่างเป็นทางการร่วมกับ ฯพณฯ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและภริยา ณ บริเวณกลางสะพานมิตรภาพ ในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

    โดยความร่วมมือจากทั้งสองประเทศ สะพานดังกล่าวจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีจุดผ่านแดนถาวรฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เชื่อมต่อกับบ้านกล้วยอุดม เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น. ซึ่งในช่วงแรกจะยังไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านสะพาน เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

    ในการนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดเตรียมเอกสารการเดินทางและเอกสารยานพาหนะให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและกรมศุลกากร ณ ด่านพรมแดนบึงกาฬ พร้อมปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อแขวงทางหลวงบึงกาฬ ได้ที่โทรศัพท์ 042-491-205 (ในวันและเวลาราชการ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/985272&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rr7Z1TRi44RGAz4L1CCxt

  • เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    ไอที

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!
    ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งความสุขคริสต์มาสอีฟ!นำทีมผู้บริหารบุกเซอร์ไพรส์ลูกค้าร่วม “อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ @บาร์บีคิวพลาซ่า”

     

     เพราะมื้ออาหารคือช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน…ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างรอยยิ้ม และความประทับใจเนรมิตบรรยากาศวันคริสต์มาสอีฟให้เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ  ในกิจกรรม “อัพสัญญาณความสุขอิ่มฟรีรับปีใหม่ @ บาร์บีคิวพลาซ่า” มอบของขวัญสุดพิเศษ “สุขด้วยกันวันคริสต์มาสอีฟ 24 ธันวาคม” ให้ลูกค้าคนสำคัญอิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษที่บาร์บีคิวพลาซ่า ฟรีพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อตอกย้ำความผูกพันผ่านมื้ออาหารที่คัดสรรมาแทนคำขอบคุณลูกค้าจากใจจริง  สานต่อแคมเปญ “ยิ่งอยู่นานยิ่งรักกัน”  

    พร้อมเซอร์ไพรส์จากทีมผู้บริหาร ทรูคอร์ปอเรชั่น นำโดย คุณชารัด เมห์โรทราหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล, คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย, คุณสรรค์พิจิตรเอี่ยมชีรางกูร หัวหน้าสายงานบริหารความสัมพันธ์และผสานสิทธิประโยชน์ลูกค้า ลงพื้นที่มาต้อนรับและขอบคุณลูกค้าคนสำคัญที่อยู่กับทรูด้วยกันมายาวนาน

      
    ทั้งนี้สำหรับลูกค้าที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ ยังรับสิทธิ์ข้ามปีกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ประกอบด้วย ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 10 ปี: ดื่มด่ำรสชาติคลาสสิก รับฟรี เมนูโบราณ จากทรูคอฟฟี่ มูลค่า 85 บาทลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 5 ปี: รับฟรี
    โค้ดส่วนลด GrabFood มูลค่า 50 บาท (ไม่มีขั้นต่ำ)ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 1 ปี: เติมความสดชื่นรับฟรี ไอศกรีมโคน แมคโดนัลด์ มูลค่า 12
    บาทลูกค้าสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปทรู

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/460171&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lu_PtbTzgS677WCDE87v2

  • เอไอเอส ผนึก ททท. และสมาคมถนนข้าวสาร ยกระดับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านถนนข้าวสาร

    เอไอเอส ผนึก ททท. และสมาคมถนนข้าวสาร ยกระดับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านถนนข้าวสาร

    ไอที

    เอไอเอส ผนึก ททท. และสมาคมถนนข้าวสาร ยกระดับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านถนนข้าวสาร

    วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.33 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เอไอเอส ผนึก ททท. และสมาคมถนนข้าวสาร ยกระดับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านถนนข้าวสาร

    มอบส่วนลดสูงสุด 20% สำหรับลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ AIS LUCKY TOURIST SIM

    เอไอเอสยกระดับโครงข่ายอัจฉริยะ ใช้ศักยภาพเครือข่ายดึงดูดนักท่องเที่ยว เติมพลังรับปีม้าให้ถนนข้าวสาร แลนด์มาร์คท่องเที่ยวสำคัญของไทยให้คึกคัก โดยจับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยว พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้ AIS LUCKY TOURIST SIM/eSIM รับส่วนลดจาก ร้านดังย่านถนนข้าวสาร อาทิ ส่วนลดโรงแรม 20%, Restaurant & Bar 100 บาท, ร้านสัก 10% และกิจกรรมล่องเรือในราคาพิเศษ 100 บาท ตลอดช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 สอดรับนโยบายภาครัฐในการผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค โดยมี นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด เอไอเอส และ นายสง่า เรื่องวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ร่วมผนึกกำลังส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดประทับใจแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

    สำหรับ AIS LUCKY TOURIST SIM/eSIM คือ ซิมการ์ดที่ออกแบบเพื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องบนเครือข่าย AIS 4G/5G ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างสะดวก แชร์ทุกช่วงเวลาการเดินทางได้ทันที และเข้าถึงข้อมูลท่องเที่ยวได้ทุกที่ทุกเวลา เพิ่มความมั่นใจให้การเดินทางราบรื่นตลอดทริป พร้อมรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ  รวมถึงกิจกรรมท่องเที่ยวจากร้านค้าที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข ตลอดจนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมร่วมสมัย เติมสีสันไนท์ไลฟ์ของถนนข้าวสารให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/460087&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nuKL2lgD42XtRlEfM9I2u

  • เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    ไอที

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!
    ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งความสุขคริสต์มาสอีฟ!นำทีมผู้บริหารบุกเซอร์ไพรส์ลูกค้าร่วม “อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ @บาร์บีคิวพลาซ่า”

     

     เพราะมื้ออาหารคือช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน…ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างรอยยิ้ม และความประทับใจเนรมิตบรรยากาศวันคริสต์มาสอีฟให้เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ  ในกิจกรรม “อัพสัญญาณความสุขอิ่มฟรีรับปีใหม่ @ บาร์บีคิวพลาซ่า” มอบของขวัญสุดพิเศษ “สุขด้วยกันวันคริสต์มาสอีฟ 24 ธันวาคม” ให้ลูกค้าคนสำคัญอิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษที่บาร์บีคิวพลาซ่า ฟรีพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อตอกย้ำความผูกพันผ่านมื้ออาหารที่คัดสรรมาแทนคำขอบคุณลูกค้าจากใจจริง  สานต่อแคมเปญ “ยิ่งอยู่นานยิ่งรักกัน”  

    พร้อมเซอร์ไพรส์จากทีมผู้บริหาร ทรูคอร์ปอเรชั่น นำโดย คุณชารัด เมห์โรทราหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล, คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย, คุณสรรค์พิจิตรเอี่ยมชีรางกูร หัวหน้าสายงานบริหารความสัมพันธ์และผสานสิทธิประโยชน์ลูกค้า ลงพื้นที่มาต้อนรับและขอบคุณลูกค้าคนสำคัญที่อยู่กับทรูด้วยกันมายาวนาน

      
    ทั้งนี้สำหรับลูกค้าที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ ยังรับสิทธิ์ข้ามปีกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ประกอบด้วย ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 10 ปี: ดื่มด่ำรสชาติคลาสสิก รับฟรี เมนูโบราณ จากทรูคอฟฟี่ มูลค่า 85 บาทลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 5 ปี: รับฟรี
    โค้ดส่วนลด GrabFood มูลค่า 50 บาท (ไม่มีขั้นต่ำ)ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 1 ปี: เติมความสดชื่นรับฟรี ไอศกรีมโคน แมคโดนัลด์ มูลค่า 12
    บาทลูกค้าสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปทรู

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/460171&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lu_PtbTzgS677WCDE87v2