Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ส.อ.ท. ถกเพื่อไทย ชงทิศทางอุตสาหกรรม รับรัฐบาลใหม่

    ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกผันผวน หนี้ภาคครัวเรือนและธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งใหม่ เศรษฐกิจไทยกำลังยืนอยู่บน ‘ทางแยกสำคัญ’ ที่รัฐบาลชุดต่อไปไม่อาจขับเคลื่อนประเทศด้วยนโยบายระยะสั้นหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกต่อไป หากแต่ต้องมีวิสัยทัศน์เชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของประเทศ

    เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่กำลังจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

    เกรียงไกร ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเปรียบเสมือน ‘รถที่ติดหล่ม’ จำเป็นต้องอาศัยพลังและมาตรการที่จริงจังจากภาครัฐ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้ปัญหาหนี้ และสร้างสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวกลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรม

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ สินค้าทุ่มตลาดและการสวมสิทธิ์ส่งออก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินบาทแข็งค่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมผู้สูงอายุ กับดักรายได้ปานกลาง กฎหมายล้าสมัย และคอร์รัปชัน

    ในเวทีดังกล่าว ส.อ.ท. ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ ‘4GO’ ภายใต้นโยบาย ONE FTI ประกอบด้วย Go Digital & AI, Go Innovation, Go Global และ Go Green เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

    พร้อมกันนี้ ยังเสนอเป้าหมายเชิงนโยบาย 3 ด้านหลัก ได้แก่ การดันอันดับความสามารถแข่งขันของไทยสู่ IMD Top 20 การผลักดัน GDP เติบโตระดับ 5% และการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่สิ่งแวดล้อม โดยเน้นการปฏิรูปกฎหมาย การพัฒนากำลังคน พลังงาน เทคโนโลยี นวัตกรรม SMEs และโครงสร้างพื้นฐาน

    ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานเอกชนแห่งแรกที่พรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เพื่อรับฟังข้อเสนอเชิงลึกด้านอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ของพรรค โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เพิ่มผลิตภาพ รองรับสังคมสูงวัย และผลักดัน Advanced Manufacturing

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo03.jpg

    พร้อมย้ำว่า รัฐบาลในอนาคตจำเป็นต้องลงทุนในเทคโนโลยีแกนหลัก การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว Green Premium และการเชื่อมโยง SMEs กับบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

    การหารือครั้งนี้จึงสะท้อนภาพการเมืองหลังการเลือกตั้งใหม่ ที่นโยบายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจะกลายเป็นโจทย์ชี้ขาดความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและประชาชน ว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะสามารถ “ดึงรถเศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่ม” และพาประเทศเดินหน้าได้จริงหรือไม่

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cibwEKqgNAe9Bcrr5eDuo

  • ส.อ.ท. ถกเพื่อไทย ชงทิศทางอุตสาหกรรม รับรัฐบาลใหม่

    ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกผันผวน หนี้ภาคครัวเรือนและธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งใหม่ เศรษฐกิจไทยกำลังยืนอยู่บน ‘ทางแยกสำคัญ’ ที่รัฐบาลชุดต่อไปไม่อาจขับเคลื่อนประเทศด้วยนโยบายระยะสั้นหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกต่อไป หากแต่ต้องมีวิสัยทัศน์เชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของประเทศ

    เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่กำลังจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

    เกรียงไกร ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเปรียบเสมือน ‘รถที่ติดหล่ม’ จำเป็นต้องอาศัยพลังและมาตรการที่จริงจังจากภาครัฐ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้ปัญหาหนี้ และสร้างสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวกลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรม

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ สินค้าทุ่มตลาดและการสวมสิทธิ์ส่งออก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินบาทแข็งค่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมผู้สูงอายุ กับดักรายได้ปานกลาง กฎหมายล้าสมัย และคอร์รัปชัน

    ในเวทีดังกล่าว ส.อ.ท. ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ ‘4GO’ ภายใต้นโยบาย ONE FTI ประกอบด้วย Go Digital & AI, Go Innovation, Go Global และ Go Green เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

    พร้อมกันนี้ ยังเสนอเป้าหมายเชิงนโยบาย 3 ด้านหลัก ได้แก่ การดันอันดับความสามารถแข่งขันของไทยสู่ IMD Top 20 การผลักดัน GDP เติบโตระดับ 5% และการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่สิ่งแวดล้อม โดยเน้นการปฏิรูปกฎหมาย การพัฒนากำลังคน พลังงาน เทคโนโลยี นวัตกรรม SMEs และโครงสร้างพื้นฐาน

    ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานเอกชนแห่งแรกที่พรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เพื่อรับฟังข้อเสนอเชิงลึกด้านอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ของพรรค โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เพิ่มผลิตภาพ รองรับสังคมสูงวัย และผลักดัน Advanced Manufacturing

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo03.jpg

    พร้อมย้ำว่า รัฐบาลในอนาคตจำเป็นต้องลงทุนในเทคโนโลยีแกนหลัก การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว Green Premium และการเชื่อมโยง SMEs กับบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

    การหารือครั้งนี้จึงสะท้อนภาพการเมืองหลังการเลือกตั้งใหม่ ที่นโยบายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจะกลายเป็นโจทย์ชี้ขาดความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและประชาชน ว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะสามารถ “ดึงรถเศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่ม” และพาประเทศเดินหน้าได้จริงหรือไม่

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cibwEKqgNAe9Bcrr5eDuo

  • ส.อ.ท. ถกเพื่อไทย ชงทิศทางอุตสาหกรรม รับรัฐบาลใหม่

    ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกผันผวน หนี้ภาคครัวเรือนและธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งใหม่ เศรษฐกิจไทยกำลังยืนอยู่บน ‘ทางแยกสำคัญ’ ที่รัฐบาลชุดต่อไปไม่อาจขับเคลื่อนประเทศด้วยนโยบายระยะสั้นหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกต่อไป หากแต่ต้องมีวิสัยทัศน์เชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของประเทศ

    เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่กำลังจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

    เกรียงไกร ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเปรียบเสมือน ‘รถที่ติดหล่ม’ จำเป็นต้องอาศัยพลังและมาตรการที่จริงจังจากภาครัฐ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้ปัญหาหนี้ และสร้างสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวกลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรม

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ สินค้าทุ่มตลาดและการสวมสิทธิ์ส่งออก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินบาทแข็งค่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมผู้สูงอายุ กับดักรายได้ปานกลาง กฎหมายล้าสมัย และคอร์รัปชัน

    ในเวทีดังกล่าว ส.อ.ท. ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ ‘4GO’ ภายใต้นโยบาย ONE FTI ประกอบด้วย Go Digital & AI, Go Innovation, Go Global และ Go Green เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

    พร้อมกันนี้ ยังเสนอเป้าหมายเชิงนโยบาย 3 ด้านหลัก ได้แก่ การดันอันดับความสามารถแข่งขันของไทยสู่ IMD Top 20 การผลักดัน GDP เติบโตระดับ 5% และการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่สิ่งแวดล้อม โดยเน้นการปฏิรูปกฎหมาย การพัฒนากำลังคน พลังงาน เทคโนโลยี นวัตกรรม SMEs และโครงสร้างพื้นฐาน

    ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานเอกชนแห่งแรกที่พรรคเพื่อไทยเข้าหารือ เพื่อรับฟังข้อเสนอเชิงลึกด้านอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ของพรรค โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เพิ่มผลิตภาพ รองรับสังคมสูงวัย และผลักดัน Advanced Manufacturing

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo03.jpg

    พร้อมย้ำว่า รัฐบาลในอนาคตจำเป็นต้องลงทุนในเทคโนโลยีแกนหลัก การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว Green Premium และการเชื่อมโยง SMEs กับบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

    การหารือครั้งนี้จึงสะท้อนภาพการเมืองหลังการเลือกตั้งใหม่ ที่นโยบายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจะกลายเป็นโจทย์ชี้ขาดความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและประชาชน ว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะสามารถ “ดึงรถเศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่ม” และพาประเทศเดินหน้าได้จริงหรือไม่

    fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/fti-pheu-thai-election-industrial-policy-2568&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cibwEKqgNAe9Bcrr5eDuo

  • กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย”

    วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

    นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย

    กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น

    กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
    1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

    ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
    1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
    2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
    3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล

    โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

    “กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984941&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vE95m6afNfBkbVUNjIpf

  • ประกาศ ผลสอบท้องถิ่น 68 เช็กรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภาค ค ที่นี่ ผ่าน ภาค ก-ข รวม 4.7 หมื่นคน

    ประกาศ ผลสอบท้องถิ่น 68 เช็กรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภาค ค ที่นี่ ผ่าน ภาค ก-ข รวม 4.7 หมื่นคน

    ประกาศผลสอบท้องถิ่น 68 สำหรับผู้มีสิทธิสอบภาค ค ที่กำลังรอคอย

    เคาะรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก และมีสิทธิสอบภาค ค เตรียมลุยสอบสัมภาษณ์ 27-29 ม.ค. 69 เผยสถิติคนสอบผ่านฉลุย 47,208 ราย จากผู้เข้าสอบกว่า 2 แสนคน รีบตรวจสอบรายชื่อผ่านเว็บทางการ

    สิ้นสุดการรอคอยสำหรับผู้สมัครสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ล่าสุด คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้ออกมาประกาศความคืบหน้าสำคัญ โดยระบุว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ดำเนินการประมวลผลการสอบครบถ้วนทั้ง 8 ภาค/เขต เรียบร้อยแล้ว

    ในการประชุม กสถ. ครั้งที่ 16/2568 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) และผู้มีสิทธิสอบภาคความรู้ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) เพื่อเตรียมบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นต่อไป

    ผู้สอบผ่านภาค ก และ ข มีจำนวน 47,208 คน จากผู้เข้าสอบทั้งหมด
    ผลสอบท้องถิ่น 68

    สถิติสุดหิน! คนสอบผ่านภาค ก และ ข ไม่ถึง 5 หมื่นคน

    จากรายงานสถิติการสอบปี 2568 พบว่ามีผู้สมัครสอบจำนวนมาก แต่มีผู้ที่สามารถฝ่าด่านหินผ่านทั้งภาค ก และ ภาค ข เข้าไปสู่รอบสัมภาษณ์ได้เพียงส่วนน้อย โดยมีรายละเอียดดังนี้

    1. ประเภททั่วไป

    • ผู้มีสิทธิสอบ: 73,820 คน
    • เข้าสอบจริง: 48,247 คน
    • สอบผ่านภาค ก: 6,427 คน
    • สอบผ่านภาค ก และ ข (มีสิทธิไปต่อ): 4,669 คน

    2. ประเภทวิชาการ

    • ผู้มีสิทธิสอบ: 225,046 คน
    • เข้าสอบจริง: 144,120 คน
    • สอบผ่านภาค ก: 57,999 คน
    • สอบผ่านภาค ก และ ข (มีสิทธิไปต่อ): 36,672 คน

    3. สายงานครูผู้ช่วย

    • ผู้มีสิทธิสอบ: 35,517 คน
    • เข้าสอบจริง: 20,663 คน
    • สอบผ่านภาค ก: 6,750 คน
    • สอบผ่านภาค ก และ ข (มีสิทธิไปต่อ): 5,867 คน

    สรุปภาพรวมทุกตำแหน่ง

    • จำนวนผู้มีสิทธิสอบทั้งหมด: 334,383 คน
    • จำนวนผู้มาเข้าสอบจริง: 213,030 คน
    • รวมผู้สอบผ่านภาค ก และ ภาค ข ทั้งสิ้น: 47,208 คน
    การสอบสัมภาษณ์ภาค ค จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม 2569
    ผลสอบท้องถิ่น 68

    เตรียมตัวสนามต่อไป สอบภาค ค มกราคม 2569

    สำหรับผู้ที่มีรายชื่อสอบผ่าน ทาง กสถ. ได้กำหนดกำหนดการสอบภาคความรู้ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) หรือการสอบสัมภาษณ์ ไว้ในระหว่างวันที่ 27 – 29 มกราคม 2569

    ผู้สมัครสอบสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อ สถานที่สอบ และระเบียบการสอบอย่างละเอียดได้ที่เว็บไซต์ทางการ: https://dla-local2568.thaijobjob.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.)

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of Thosapol

    Thosapol

    นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1506886/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SftVGJGbgsH683PBKfAl2

  • กรมพัฒน์รุกกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก-ยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์

    กรมพัฒน์รุกกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก-ยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์

    กรมพัฒน์รุกกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก-ยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์

    นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯได้ดำเนินการยกระดับการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออก

    โดยเป็นการขยายตลาดให้กับธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนาจากกรมฯ สร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบการเพื่อให้ประชาชน ผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจได้มีโอกาสเข้าถึงการลงทุน

    อีกทั้ง ยังมีการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับผู้ประกอบการจากหลากหลายธุรกิจ เพื่อเป็นพื้นที่ในการขยายธุรกิจ รวมถึงเปิดรับโอกาสทางธุรกิจใหม่

    นอกจากนี้ ยังมีสถาบันการเงินร่วมให้คำปรึกษาและสนับสนุนเงินทุน พร้อมเงื่อนไขพิเศษผ่านกิจกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2025 ครั้งที่ 1 ที่จ.ชลบุรี

    ทั้งนี้ จ.ชลบุรีถือเป็นทำเลทอง เนื่องจากมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และที่อยู่อาศัย มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติทำให้มีความต้องการสินค้าและบริการหลากหลายรูปแบบ

    “การดำเนินการดังกล่าวเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้เติบโตทั่วประเทศ” 

    นายสถาพร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมทั้งสิ้น 1,253 ราย แบ่งเป็น ธุรกิจอาหาร 556 ราย ประมาณ 44% ,ธุรกิจบริการ 200 ราย หรือ16% ,ธุรกิจค้าปลีก 177 ราย หรือ14% ,ธุรกิจเครื่องดื่ม 165 ราย หรือ13% ,ธุรกิจความงามและสปา 85 ราย หรือ7% และธุรกิจการศึกษา 70 ราย หรือ6%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/647367&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17Pujwl3EgWRkR2ip9g7pW

  • กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย”

    วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

    นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย

    กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น

    กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
    1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

    ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
    1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
    2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
    3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล

    โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

    “กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984941&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vE95m6afNfBkbVUNjIpf

  • กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย”

    วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

    นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย

    กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น

    กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
    1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

    ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
    1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
    2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
    3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล

    โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

    “กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984941&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vE95m6afNfBkbVUNjIpf

  • น้ำมันดิบทรงตัว หลังเศรษฐกิจสหรัฐโตสูงกว่าคาด โลกยังตึงเครียด

    น้ำมันดิบทรงตัว หลังเศรษฐกิจสหรัฐโตสูงกว่าคาด โลกยังตึงเครียด

    World Economics

    น้ำมันดิบทรงตัว หลังเศรษฐกิจสหรัฐโตสูงกว่าคาด โลกยังตึงเครียด

    น้ำมันดิบทรงตัว หลังเศรษฐกิจสหรัฐโตสูงกว่าคาด โลกยังตึงเครียด

    ราคาน้ำมันดิบทรงตัวจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐปิดล้อมเรือน้ำมันเวเนซุเอลา รัสเซีย-ยูเครนยังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

    รอยเตอร์ รายงานราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในวันพุธ (24 ธ.ค.68) เนื่องจากนักลงทุนพิจารณาถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และประเมินความเสี่ยงของการหยุดชะงักของอุปทานจากเวเนซุเอลาและรัสเซีย แม้ว่าราคาจะอยู่ในเส้นทางที่จะลดลงมากที่สุดในรอบปีนับตั้งแต่ปี 2020 ก็ตาม

    ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สัญญาซื้อขายล่วงหน้าลดลง 23 เซนต์ หรือ 0.4% เหลือ 62.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐฯ (WTI) ลดลง 8 เซนต์ หรือ 0.2% เหลือ 58.29 ดอลลาร์

    ทั้งสองสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้นประมาณ 6% นับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่ราคาลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี

    “สิ่งที่เราเห็นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคือการปรับสมดุลสถานะในตลาดที่เบาบาง หลังจากที่การปรับตัวลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไม่ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม ประกอบกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการปิดล้อมเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ และได้รับแรงหนุนจากข้อมูล GDP ที่แข็งแกร่งเมื่อคืนที่ผ่านมา” โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์จาก IG กล่าว

    ข้อมูลจากสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกเติบโตสูงสุดในรอบสองปีในไตรมาสที่สาม โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่งและการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของการส่งออก

    อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเบรนท์และ WTI มีแนวโน้มลดลงประมาณ 16% และ 18% ตามลำดับในปีนี้ ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 เมื่อการระบาดของโควิด-19  ส่งผลกระทบต่อความต้องการน้ำมัน เนื่องจากคาดว่าอุปทานจะมากกว่าความต้องการในปีหน้า

    ในด้านอุปทาน การหยุดชะงักของการส่งออกของเวเนซุเอลาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น ในขณะที่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของกันและกันอย่างต่อเนื่องระหว่างรัสเซียและยูเครนก็เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาสูงขึ้นเช่นกัน ตามรายงานของ Haitong Futures เรือบรรทุกสินค้ามากกว่าสิบสองลำอยู่ในเวเนซุเอลาเพื่อรอคำสั่งใหม่จากเจ้าของเรือ หลังจากที่สหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ Skipper เมื่อต้นเดือนนี้ และได้กำหนดเป้าหมายเรืออีกสองลำในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    “การค้าที่ผันผวนในช่วงวันหยุดดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ โดยการปิดล้อมเวเนซุเอลาเป็นจุดสนใจหลักในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์” เดนนิส คิสเลอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการซื้อขายของ BOK Financial กล่าว นอกจากนี้ การขนส่งน้ำมันจากคาซัคสถานผ่านทางท่อส่งน้ำมันแคสเปียน (Caspian Pipeline Consortium: CPC) คาดว่า จะลดลงหนึ่งในสามในเดือนธันวาคม เหลือต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 หลังจากที่โดรนของยูเครนโจมตีสร้างความเสียหายให้กับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ท่าเรือส่งออกหลักของ CPC แหล่งข่าวในตลาดสองแห่งกล่าวเมื่อวันพุธ แหล่งข่าวในตลาดระบุเมื่อวันอังคารว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.39 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1.09 ล้านบาร์เรล และปริมาณสำรองน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 685,000 บาร์เรล โดยอ้างอิงตัวเลขจากสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (American Petroleum Institute)

    สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (U.S. Energy Information Administration) มีกำหนดจะเผยแพร่ข้อมูลปริมาณสำรองอย่างเป็นทางการในวันจันทร์หน้า ซึ่งช้ากว่าปกติเนื่องจากวันหยุดคริสต์มาส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1213749&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Zqu7KoGRHyV_Iux1sa-Mx

  • ดอลลาร์ไร้ทิศทาง คาดเฟดชะลอหั่นดอกเบี้ย หลังเผยเศรษฐกิจแกร่ง

    ดอลลาร์ไร้ทิศทาง คาดเฟดชะลอหั่นดอกเบี้ย หลังเผยเศรษฐกิจแกร่ง

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ธ.ค. 68)

    ดอลลาร์ปรับตัวไร้ทิศทาง ขณะที่นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

    ณ เวลา 19.07 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.08% สู่ระดับ 97.862 ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่า 0.20% สู่ระดับ 155.89 เยน และปรับตัวขึ้น 0.02% สู่ระดับ 1.179 เทียบยูโร

    นักลงทุนพากันลดน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนม.ค.และมี.ค.2569 หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

    กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2568 เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 4.3% ในไตรมาสดังกล่าว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.2% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง

    อย่างไรก็ดี นายเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว และเป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยล่าช้าเกินไป แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวในไตรมาส 3/2568 ที่สูงเกินคาดก็ตาม

    ทั้งนี้ นายแฮสเซตต์ถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะเข้ารับตำแหน่งต่อจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด หลังจากที่เขาครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม 2569

    ‘หากดูธนาคารกลางทั่วโลก สหรัฐถือว่าล้าหลังมากในแง่ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย’ นายแฮสเซตต์กล่าวในรายการ Money Movers ของสำนักข่าว CNBC

    โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IRBN0IQ4U20PAV3X170UXQOG8Z06XDOV&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1L-8YeUaCwrAojxzg0SKOU