Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    SOCAIL 16-9_2o

    ปก web “มาดามหยก” นำทีมลุยศึกเลือกตั้งเชียงใหม่

    นครสวรรค์ จัดการแข่งขันทักษะ ROV NSM ESports Tournament ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครสวรรค์ ชั้น 3

    นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เยี่ยมชมการทดสอบระบบแสงสี โซนการแสดง “แสงฮักแห่งเมืองใหม่” ณ สวนสาธารณะศรีเมือง

    พสบ.ทภ.2 ร่วมส่งมอบบ้านช่วยเหลือทหารกล้า เหยียบทุ่นระเบิดปราสาทตาควาย

    “รมว.ต่างประเทศ” สหรัฐ แถลงการณ์ ยินดีไทย-กัมพูชา หยุดยิง เรียกร้อง 2 ประเทศ ยึดปฏิบัติตามข้อตกลงทันที

    น่าน วันแรกสมัครเลือกตั้ง สส. คึกคัก 11 พรรคส่งผู้สมัคร 26 คน กกต.ย้ำโปร่งใส

    ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ เปิดงาน Nakhon Sawan Credit Bank Launch 2025 เปิดโลกการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัดเพื่อเด็ก-เยาวชน-และคนนครสวรรค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    ปก web คึกคักแต่เช้า “เพื่อไทย” ส่งครบ 6 เขต

    ปก web แม่ฮ่องสอน วันแรกคึกคัก

    “อนุทิน” ลั่นหลักการภูมิใจไทย ชัดเจนไม่เอา “รื้อ แก้ 112” โดนสื่อซักพรรคปชน. อ้างไม่มีนโยบาย แต่จะใช้รวมเงื่อนไขกม.นิรโทษกรรมคนทำผิด

    “อนุทิน” นำทีมผู้สมัครสส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคภูมิใจไทย ลงชื่อสมัครเลือกตั้ง ย้ำแคนดิเดต มี 2 คน มั่นใจได้ที่นั่งมากกว่าเดิม

    เมืองกาญจน์คึกคัก! สมัคร สส.วันแรกครบทุกเขตพรรคใหญ่-พรรคใหม่กองเชียร์ล้นสนาม

    สหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด จัดประชุมใหญ่สามัญปี 2568 เดินหน้าเพื่อมวลสมาชิกให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข พร้อมมอบทุนการศึกษาจำนวน 200 ทุน และจับสลากของขวัญปีใหม่

    “พิพัฒน์“ เดินสายเปิดเกมเลือกตั้งเมืองคอน มั่นใจ ภูมิใจไทยทวงคืนสิทธิ์คนใต้

    พ.ต.อ.สมชาย เขียวจักร์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นโยบายเทศกาลปีใหม่ สภ.ดอยสะเก็ด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • กกท. มอบเงินรางวัลกว่า 487 ล้านบาท พร้อมยกย่องทัพนักกีฬาไทย ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33

    กกท. มอบเงินรางวัลกว่า 487 ล้านบาท พร้อมยกย่องทัพนักกีฬาไทย ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33

    วันเสาร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.40 น.

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอนสมาคมกีฬา และเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยมี ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, นักกีฬา, ผู้ฝึกสอน, สมาคมกีฬา, เจ้าหน้าที่, สื่อมวลชน และคณะผู้บริหาร กกท. เข้าร่วม ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กกท. เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลและพี่น้องประชาชนชาวไทย ขอแสดงความชื่นชมและยกย่องนักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา เจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างผลงานอันน่าภาคภูมิใจ ในการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน นับเป็นความสำเร็จอันสำคัญและเป็นเกียรติประวัติของประเทศชาติ ที่นักกีฬาทีมชาติไทยสามารถสร้างชื่อเสียงและนำความภาคภูมิใจมาสู่พี่น้องประชาชนชาวไทยอีกครั้ง

    จากผลงานของทัพนักกีฬาไทยที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมทั้งสิ้น 500 เหรียญ ประกอบด้วย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากความเสียสละ ความมุ่งมั่น และการทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา เจ้าหน้าที่ และบุคลากรกีฬาทุกภาคส่วน อีกทั้งยังสะท้อนถึงศักยภาพและความสามารถของวงการกีฬาไทยที่เป็นที่ประจักษ์ในเวทีนานาชาติอย่างชัดเจน

    โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสำเร็จและรางวัลที่นักกีฬาทุกคนได้รับในครั้งนี้ จะเป็นขวัญและกำลังใจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง ยึดมั่นในสปิริตของการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และกติกาการแข่งขันอย่างเคร่งครัด เพื่อธำรงไว้ซึ่งชื่อเสียงของประเทศชาติ และประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งต่อๆไป

    ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และ กกท. ได้มอบเงินรางวัลสนับสนุนแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 487,365,000 บาท แบ่งเป็นเงินรางวัลสำหรับนักกีฬา 335,700,000 บาท ผู้ฝึกสอน 16,185,000 บาท และสมาคมกีฬา 100,710,000 บาท โดยดำเนินการโอนเงินในรูปแบบเรียลไทม์เข้าบัญชีของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาโดยตรง จากผลงานรวม 500 เหรียญรางวัล ประกอบด้วย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง ดังนี้ สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 36,832,500 บาท จากผลงาน 12 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาฮอกกี้แห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 34,020,000 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 25,207,500 บาท จากผลงาน 6 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 24,585,000 บาท จากผลงาน 14 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 24,900,000 บาท จากผลงาน 11 เหรียญทอง 10 เหรียญเงิน และ 12 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬากาบัดดี้แห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 22,185,000 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 18,225,000 บาท จากผลงาน 13 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 14,490,000 บาท ผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 14,010,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬาคริกเก็ตแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 12,600,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง, สมาคมกีฬาวู้ดบอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 12,150,000 บาท จากผลงาน 6 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 11,655,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาแฮนด์บอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 11,340,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน, 

    สมาคมกีฬาฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้งแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 11,122,500 บาท จากผลงาน 7 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 10,920,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง, สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 10,912,500 บาท จากผลงาน 10 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาหมากรุกสากลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 10,350,000 บาท จากผลงาน 5 เหรียญทอง, สมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 9,892,500 บาท จากผลงาน 6 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 8,400,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 8,340,000 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 8,212,500 บาท จากผลงาน 5 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 8,100,000 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 7,987,500 บาท จากผลงาน 10 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 7,965,000 บาท จากผลงาน 5 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 7,740,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทอง และ 3 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 7,275,000 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 6,862,500 บาท จากผลงาน 6 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 6,862,500 บาท จากผลงาน 14 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 6,412,500 บาท จากผลงาน 11 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 6,412,500 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬายูโดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 5,782,500 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน  5,400,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬายิงธนูแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน  5,272,500 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 5,175,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 5,062,500 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 4,837,500 บาท จากผลงาน 9 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 4,725,000 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 4,410,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 4,387,500 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬายิงเป้าบินแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 3,937,500 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬาเทคบอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 3,600,000 บาท จากผลงาน 5 เหรียญทอง, สมาคมกีฬาซอฟท์บอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 3,360,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 3,262,500 บาท จากผลงาน 5 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 3,037,500 บาท จากผลงาน 3 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 2,812,500 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาคิกบ๊อกซิ่งแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 2,587,500 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 2,362,500 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาวูซูแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 2,250,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 2,025,000 บาท จากผลงาน 3 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาปีนหน้าผาแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 1,687,500 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 1,575,000 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬาเนตบอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 1,260,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 1,237,500 บาท จากผลงาน 1 เหรียญเงิน และ 9 เหรียญทองแดง และสมาคมกีฬาปัญจกีฬาแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 1,350,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง และ 4 เหรียญทองแดง 

    การมอบเงินรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นการเชิดชูเกียรติและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาไทยอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับวงการกีฬาไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/sport/460404&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FX7QkCFYtsRojQe6eu17Z

  • ตม. โต้กัมพูชา ปล่อยเฟกนิวส์กล่าวหาไทย คุกคามชาวต่างชาติ หวังทำลายบรรยากาศท่องเที่ยว

    ตม. โต้กัมพูชา ปล่อยเฟกนิวส์กล่าวหาไทย คุกคามชาวต่างชาติ หวังทำลายบรรยากาศท่องเที่ยว

    Loading…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/fast/content/2904403&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1W_73yuthwPVn5glr-BbYL

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    SOCAIL 16-9_2o

    image

    สหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด จัดประชุมใหญ่สามัญปี 2568 เดินหน้าเพื่อมวลสมาชิกให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข พร้อมมอบทุนการศึกษาจำนวน 200 ทุน และจับสลากของขวัญปีใหม่

    “พิพัฒน์“ เดินสายเปิดเกมเลือกตั้งเมืองคอน มั่นใจ ภูมิใจไทยทวงคืนสิทธิ์คนใต้

    พ.ต.อ.สมชาย เขียวจักร์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นโยบายเทศกาลปีใหม่ สภ.ดอยสะเก็ด

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    กระบี่คึกคัก สมัคร ส.ส.วันแรก

    “เอกสิทธิ์” นำทัพ 30 ผู้สมัคร “พรรคปวงชนไทย” รับเลือกตั้งสส. ขอโอกาสคนกรุงฯ-สมุทรปราการ มุ่งเป้าแก้ปัญหาผู้ใช้แรงงาน เดินหน้าฟื้นศก.ประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 ‘นโยบายทรัมป์’ อาจขวางการเติบโต | เดลินิวส์

    แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 ‘นโยบายทรัมป์’ อาจขวางการเติบโต | เดลินิวส์

    ตลอดปี 2568 สงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนอย่างรุนแรง ภารกิจของเขาในการเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายหลายล้านคน ทำให้ตลาดแรงงานหดตัว และลดรายได้จากประกันสังคม และนโยบายภาษีได้ทำให้ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของสหรัฐเพิ่มขึ้นประมาณ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 34,309 ล้านบาท) ในปี 2568 ตามข้อมูลจากกลุ่มเดอะ แท็กซ์ ฟาวเดชัน

    ผู้เชี่ยวชาญหลายรายยังมองในแง่ดีว่า แนวโน้มการเติบโตในปีหน้าอาจยังคงที่แม้จะล่าช้า ขณะที่ความไม่แน่นอนอาจมาจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของปี 2569 พวกเขาได้พิจารณาผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อัตราการจ้างงาน ราคาผู้บริโภค เงินเฟ้อ และปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์อื่น ๆ

    องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) คาดการณ์ว่า จีดีพีที่แท้จริงจะชะลอตัวลง 1.7% ในปีหน้า โดยอ้างถึงการเติบโตที่ซบเซาในการจ้างงาน การชะลอตัวของการอพยพเข้าเมือง ภาษีนำเข้าที่ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น และการลดงบประมาณรายจ่าย ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศของรัฐบาล

    โออีซีดีเตือนว่า “นโยบายการคลังอยู่ในเส้นทางที่ไม่ยั่งยืน” และผลกระทบเต็มรูปแบบของการเพิ่มภาษีนำเข้า อาจยังไม่ปรากฏให้เห็นอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินบางแห่งมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้น ต่อจีดีพีที่แท้จริงของสหรัฐ

    ด้าน รอยัล แบงก์ ออฟ แคนาดา คาดการณ์ว่า จะมีอัตราการเติบโต 2.2% ในปีหน้า ขณะที่เอสแอนด์พี โกลบอล คาดการณ์การเติบโตของจีดีพีที่แท้จริงไว้ที่ 2% โดยข้อจำกัดไว้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีข้างหน้า

    มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์อย่างคลุมเครือว่า การเติบโตในปี 2569 จะอยู่ในระดับปานกลาง พร้อมกับความเป็นไปได้ที่หลากหลาย โดยแนะนำว่า จีดีพีอาจเติบโตได้ถึง 3.2% แม้ธนาคารจะแสดงความเห็นเชิงบวกต่อการลงทุนในเอไอ แต่ก็เตือนว่า ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ภาษีศุลกากรและการอพยพ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าที่คาดไว้

    การใช้จ่ายของผู้บริโภคและแนวโน้มราคายังเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ในการพิจารณาความมั่นใจของครัวเรือนที่มีต่อเศรษฐกิจ โดยการใช้จ่ายที่มากขึ้นจะแสดงให้เห็นว่า ผู้คนจะสามารถซื้อสินค้าได้ ซึ่งนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน ขณะที่หลายคนเฝ้ารอผลกระทบของภาษีศุลกากรต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

    เจ.พี. มอร์แกน เชส กล่าวถึงปี 2569 ว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และตลาดของภาษีศุลกากร อาจรับมือได้ง่ายกว่าที่นักลงทุนกังวลในเดือนเม.ย. โดยอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภค และผลกำไรของบริษัทต่าง ๆ จะยังคงแข็งแกร่ง

    ทั้งนี้ทั้งนั้น ศาลฎีกาของสหรัฐกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาว่า จะอนุญาตให้ทรัมป์เก็บภาษีศุลกากรคู่ค้าเกือบทุกประเทศและดินแดนบนโลกต่อหรือไม่ ซึ่งไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร ก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของสถาบันการเงินในปีหน้า

    ขณะเดียวกัน นักลงทุนจำนวนมากมองว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในปี 2569 คือ “ฟองสบู่ปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งหมายถึงความกังวลอย่างกว้างขวางว่า การลงทุนทางการเงินในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ที่เกิดจากความการเก็งกำไรเกินควร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในทางปฏิบัติ อาจยังไม่ถึงจุดที่สามารถสร้างผลกำไรที่แท้จริงได้

    หากฟองสบู่ดังกล่าวแตก ดังเช่น “วิกฤติฟองสบู่ดอตคอม” ระหว่างปี 2540-2543 และวิกฤติเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2551 ก็อาจกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางเศรษฐกิจในเชิงลบ ซึ่งรวมถึงการทำให้ตลาดหุ้นตกต่ำ กำไรของบริษัทลดลง หรือผู้บริโภคลดการใช้จ่ายลง และอื่น ๆ อีกมากมาย

    อย่างไรก็ดี เจ.พี. มอร์แกน เชส มั่นใจว่าจะ “ไม่มีฟองสบู่ปัญญาประดิษฐ์” แต่เตือนนักลงทุนให้ลดความตื่นเต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยอธิบายว่า ข้อจำกัดทางกายภาพ สังคม และการเมืองต่อการขยายตัวของเอไอ ควรทำหน้าที่เป็นตัวปรับสมดุล ช่วยยับยั้งความกระตือรือร้นที่มากเกินไปของนักลงทุน และให้เวลาตลาดแรงงานมากขึ้น ในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

    นักวิเคราะห์ของแบงก์ออฟอเมริกาเชื่อว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วในภาคเทคโนโลยีในปัจจุบัน “ยังคงมั่นคง” และไม่เหมือนกับฟองสบู่ในอดีต พร้อมกล่าวว่า ความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่เอไอที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น “เกินจริง” โดยคาดว่า การลงทุนในเอไอจะยังคงเติบโตในอัตราที่มั่นคงในปี 2569

    เมื่อเดือนส.ค. นายแซม อัลต์แมน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของโอเพนเอไอ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแชตจีพีที ได้แสดงความกังวลต่อแนวโน้มดังกล่าว โดยตั้งคำถามว่า “เราอยู่ในช่วงที่นักลงทุนตื่นเต้นกับเอไอมากเกินไปหรือไม่?” และ “ความคิดเห็นของเขาคือ “ใช่” แต่ในขณะเดียวกัน อัลต์แมนก็เชื่อว่า เอไอคือ “สิ่งที่สำคัญที่สุด” ที่เกิดขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา.

    เครดิตภาพ : AFP, GETTY IMAGES

    ทีมข่าวต่างประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5442316/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34XvJTBGFcTq_GQGAl0FlS

  • กนอ. ชี้ เสถียรภาพการเมือง ตัวแปรชี้ขาดเศรษฐกิจ ฉุด FDI-GDP เสี่ยงโตต่ำ

    กนอ. ชี้ เสถียรภาพการเมือง ตัวแปรชี้ขาดเศรษฐกิจ ฉุด FDI-GDP เสี่ยงโตต่ำ

    กนอ. ชี้ เสถียรภาพการเมือง ตัวแปรชี้ขาดเศรษฐกิจ ฉุด FDI-GDP เสี่ยงโตต่ำ

    “กนอ.” ชี้การเมืองไม่นิ่ง ตัวฉุดลงทุน “FDI-GDP” ประเทศ ยืนยัน “รัฐบาลต้องอยู่ครบวาระ” นักลงทุนต่างชาติกล้าตัดสินใจ

    • ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมปี 2568 ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ 
    • นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนสูงและมีระยะเวลาคืนทุนยาว กำลังชะลอการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเพื่อรอความชัดเจนด้านเสถียรภาพและความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาล
    • เศรษฐกิจต้องการ “ความมีเสถียรภาพ” เป็นเงื่อนไขพื้นฐาน หากรัฐบาลสามารถอยู่ครบวาระ 4 ปี จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเร่งการตัดสินใจลงทุนได้โดยอัตโนมัติ
    • กนอ. คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้นในปี 2569 ยอดขายที่ดินจะสามารถกลับไปแตะระดับ 12,000 ไร่ได้อีกครั้ง ตอกย้ำว่าเสถียรภาพการเมืองคือตัวแปรชี้ขาดการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่รอบการย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่ ประเทศที่ได้ประโยชน์ไม่ใช่ประเทศที่ “ต้นทุนต่ำที่สุด” แต่คือประเทศที่ คาดเดาได้มากที่สุด และสำหรับประเทศไทย ปัจจัยที่นักลงทุนจับตามากกว่านโยบายส่งเสริมการลงทุน คือ เสถียรภาพทางการเมืองและความต่อเนื่องของรัฐบาล

    กรณีการชะลอการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันนออก (EEC) ในปี 2568 ไม่ได้สะท้อนการเสื่อมความสามารถในการแข่งขันของไทย แต่สะท้อนว่า นักลงทุนกำลังประเมินความเสี่ยงเชิงนโยบาย (Political Risk) อย่างจริงจังมากขึ้น

    EEC ถูกออกแบบให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจระยะยาวของประเทศ ทั้งในมิติอุตสาหกรรมใหม่ เทคโนโลยีขั้นสูง และการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ แต่การลงทุนในพื้นที่ EEC มีลักษณะเฉพาะ คือเป็น การลงทุนขนาดใหญ่ ใช้เงินสูง และมีระยะคืนทุนยาว 10-20 ปี

    ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว นักลงทุนจึงให้ความสำคัญสูงสุดกับคำถามเดียวคือ “รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้นานพอหรือไม่

    สัญญาณการชะลอของ FDI ไม่ได้หมายความว่านักลงทุนปฏิเสธประเทศไทย หากแต่กำลัง “รอจังหวะ” ที่ความเสี่ยงด้านนโยบายลดลง นักลงทุนจากจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และยุโรป ยังคงมองไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายต้องอาศัยความมั่นใจว่า นโยบายจะไม่เปลี่ยนกลางคัน และกติกาจะไม่ถูกเขียนใหม่

    การชะลอของ EEC และ FDI ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะภาคอุตสาหกรรม แต่ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อ GDP ประเทศ ทั้งการจ้างงาน รายได้ครัวเรือน ฐานภาษี และขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

    หากการลงทุนใหม่ไม่เกิด เศรษฐกิจจะพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศมากเกินไป ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงที่โลกเผชิญความผันผวนสูง และประเทศคู่แข่งเร่งช่วงชิงการลงทุนอย่างเข้มข้น

    นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมปี 2568 ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนโดยยอดขายและเช่าที่ดินที่คาดว่าจะทำได้ราว 8,000 ไร่ ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 12,000 ไร่ หรือหายไปกว่า 4,000 ไร่ ซึ่งปัจจัยหลักมาจาก “ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ

    นายสุเมธ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยยังคงเป็นเป้าหมายการลงทุนที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ แต่ “จังหวะการตัดสินใจ” กลับชะลอออกไป เนื่องจากนักลงทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ต้องการความชัดเจนด้านเสถียรภาพทางนโยบายและความต่อเนื่องของรัฐบาล โดยเฉพาะการลงทุนที่ใช้เงินสูงและมีระยะเวลาคืนทุนยาว

    “นักลงทุนยังสนใจไทย แต่หากการเมืองไม่นิ่ง อยู่ในภาวะเปลี่ยนผ่าน หรือรัฐบาลมีอายุสั้น การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะถูกเลื่อนออกไปทันที อีกทั้ง นักลงทุนยังต้องการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่มีความรู้จริงในการกำกับกระทรวงนั้นๆ ด้วยเช่นกัน” 

    นอกจากนี้ เศรษฐกิจต้องการ “ความ Stable” เป็นเงื่อนไขพื้นฐาน หากรัฐบาลสามารถประกาศความชัดเจนและอยู่ครบวาระ 4 ปี จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้การตัดสินใจลงทุนเดินหน้าได้รวดเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะการลงทุนแต่ละครั้งต้องใช้เงินระดับพันล้านจนถึงแสนล้านบาท แม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดสินใจในทันที

    Economic ต้องการความ Stable ไม่ใช่เพียงนโยบายที่ดี แต่ต้องมั่นใจว่านโยบายจะเดินต่อได้จริง หากรัฐบาลอยู่เพียงไม่กี่เดือน แม้แผนจะพร้อม นักลงทุนก็ยังไม่กล้าเซ็น” นายสุเมธ กล่าว

    ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองไม่ได้กระทบเฉพาะการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ ทั้งในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเจรจานโยบาย และการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ

    แม้ในระยะสั้นการลงทุนจะชะลอ แต่ กนอ. ยังคงมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณา (Backlog) ราว 5,000 ไร่ และมีพื้นที่ในมือรวมกว่า 25,000 ไร่ ซึ่งถือเป็น “ศักยภาพที่รอจังหวะ” หากบรรยากาศการเมืองเอื้ออำนวย

    สำหรับปี 2569 นายสุเมธ แสดงความเชื่อมั่นว่า หากสถานการณ์การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น กนอ. จะสามารถผลักดันยอดขายและเช่าที่ดินกลับไปแตะระดับ 12,000 ไร่ ได้อีกครั้ง โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ซึ่งยังมีแผนย้ายฐานการผลิตเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า “ปัจจัยการเมือง” จะยังเป็นตัวแปรชี้ขาด เพราะการลงทุนอุตสาหกรรมไม่ใช่การตัดสินใจระยะสั้น แต่เปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ที่ต้องใช้เวลาและความอดทน

    “นักลงทุนต้องการสภาพอากาศที่นิ่งและคาดเดาได้ ไม่ใช่พายุการเมืองที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าต้นไม้ที่ปลูกจะเติบโตและให้ผลในระยะยาว” นายสุเมธ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1213944&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-oXCwdYtZ5YrW_cdBD7R3

  • “รังษี” ชวนเลือกพรรคเศรษฐกิจแบบแลนด์สไลด์ เพื่อพ้นความโสมม ลั่น! ไม่จับมือพรรคสแกมเมอร์

    “รังษี” ชวนเลือกพรรคเศรษฐกิจแบบแลนด์สไลด์ เพื่อพ้นความโสมม ลั่น! ไม่จับมือพรรคสแกมเมอร์

    “รังษี” ชวนเลือกพรรคเศรษฐกิจแบบแลนด์สไลด์ เพื่อพ้นความโสมม ลั่น! ไม่จับมือพรรคสแกมเมอร์

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ประกาศความพร้อมส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ครบทั้ง 33 เขต ในกรุงเทพมหานคร พร้อมขอแรงสนับสนุนจากประชาชนให้เลือกพรรคเศรษฐกิจยกทีมทั้ง 33 เขต เพื่อผลักดันนโยบายแก้ปัญหาประเทศอย่างจริงจัง

    พล.อ.รังษี กล่าวว่า พรรคไม่ได้ส่งผู้สมัครครบทุกเขตทั่วประเทศ เนื่องจากคัดเลือกเฉพาะผู้สมัครที่มีคุณภาพ ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง ซึ่งจะกลายเป็นภาระงบประมาณแผ่นดิน พร้อมย้ำว่า พรรคเศรษฐกิจต้องการเสียงข้างมากในสภา เพราะประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตหนี้ 3 ก้อน ได้แก่ หนี้ประชาชน หนี้รัฐบาล และหนี้ภาคธุรกิจ รวมมูลค่ากว่า 55 ล้านล้านบาท หรือราว 3.5 เท่าของ GDP และสูงถึง 17 เท่าของงบประมาณแผ่นดิน หากไม่ได้เสียงข้างมากจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้ พรรคเศรษฐกิจ มีทั้งนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาค โดยมี 2 โครงการหลัก คือ รถไฟความเร็วสูง และโครงการโอเชียนลิงก์ เชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้รายได้ต่อหัวประชาชนเพิ่มขึ้น 3 เท่า และทำให้ GDP เติบโตขึ้น 3 เท่า

    สำหรับปัญหาคอร์รัปชัน พล.อ.รังษี มองว่าเป็นปัญหาใหญ่ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ และไม่สามารถปล่อยให้ประเทศเป็นเช่นนี้ต่อไปได้ พรรคเศรษฐกิจเสนอแก้กฎหมายให้มีโทษประหารชีวิตผู้กระทำผิดคอร์รัปชัน ทั้งผู้ให้และผู้รับ โดยโทษจำคุกจะไม่มีการลดโทษ แต่เปิดช่องให้อุทธรณ์ภายใน 1 ปี หากไม่สามารถหาหลักฐานหักล้างคำพิพากษาศาลฎีกาได้ ให้เป็นไปตามกระบวนการ

    พล.อ.รังษี ยังกล่าวอย่างดุเดือดว่า จะไม่เกรงใจหรือเกรงกลัวผู้โกงชาติ พร้อมย้ำว่า ประชาชนกว่า 68 ล้านคนกำลังเดือดร้อน ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ตำรวจถึงราชทัณฑ์ หลังสร้างความเสียหายและความอับอายให้ประเทศ พร้อมย้ำว่าไม่สามารถปล่อยให้คนเหล่านี้ลอยนวลได้

    พล.อ.รังษี กล่าวเพิ่มเติมว่า “พรรคเศรษฐกิจกราบขอประชาชน หากอยากพ้นจากความโสมมทั้งหลาย เลือกพรรคเศรษฐกิจแลนด์สไลด์พรรคเดียวไปเลย ถ้าทำไม่ได้ ผมลาออกทันที” พร้อมยืนยันไม่ประนีประนอมกับความชั่ว

    ขณะเดียวกัน ย้ำชัดว่าจะไม่จับมือกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ โดยระบุว่า หากจับมือก็เท่ากับยอมรับพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมย้ำว่าตนมีประสบการณ์ด้านข่าวกรอง สามารถตรวจสอบข้อมูลในระดับสากลได้

    พล.อ.รังษี ทิ้งท้ายว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เสียงข้างมาก ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ หรือภูมิภาคใด จะเร่งลงนาม MOU กับจีนภายใน 1 เดือน ทั้งด้านคมนาคม การท่องเที่ยว และการส่งออกสินค้าเกษตร เพื่อฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาโดยเร็ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000125141&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3k2pb-d4ENWoGzJtaHVt8U

  • ทองคำนิวยอร์กปิดบวก $49.90 รับคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย-แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย : อินโฟเควสท์

    ทองคำนิวยอร์กปิดบวก $49.90 รับคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย-แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย : อินโฟเควสท์

    สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (26 ธ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย

    ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 49.90 ดอลลาร์ หรือ 1.11% ปิดที่ 4,552.70 ดอลลาร์/ออนซ์

    นักวิเคราะห์จาก Zaner Metals ระบุว่า ความคาดหวังเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟดในปี 2569, ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง และแม้ว่ามีความเสี่ยงจากการเทขายทำกำไรก่อนสิ้นปี แต่แนวโน้มราคาทองคำก็ยังคงแข็งแกร่ง

    ตลาดคาดว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2569 โดยครั้งแรกน่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี จากการคาดเดาว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจแต่งตั้งประธานเฟดที่เน้นผ่อนคลายนโยบายการเงิน

    ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจของทองคำที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์สำหรับนักลงทุนต่างประเทศ

    ด้านภูมิรัฐศาสตร์นั้น ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอซิสในไนจีเรียตอนเหนือ

    นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า ราคาทองคำมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 4,686.61 ดอลลาร์สหรัฐ และมีโอกาสแตะ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า

    ทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นปีนี้สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2522 โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายผ่อนคลายของเฟด, การซื้อของธนาคารกลาง, เงินทุนไหลเข้าของกองทุน ETF ทองคำ และแนวโน้มการลดใช้สกุลเงินดอลลาร์

    ด้านอุปสงค์ที่แท้จริงนั้น ราคาทองในอินเดียมีส่วนลดมากขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 เดือน เนื่องจากราคาทองที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้ยอดขายปลีกชะลอตัวลง ขณะที่ในจีนนั้น ส่วนลดราคาทองลดลงอย่างมาก หลังราคาเพิ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีเมื่อสัปดาห์ก่อน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ธ.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/556975&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2W5vc19jME7aQAboEK3ym0

  • ผู้ว่าโคราช เปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน” ครั้งที่ 6 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สถานีรถไฟเก่า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 17:24

    ผู้ว่าโคราช เปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน” ครั้งที่ 6 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สถานีรถไฟเก่า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

    วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา (กำนันเบ้า) อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายวีระวัฒน์ มิตรสูงเนิน นายกเทศมนตรีตำบลโคกกรวด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมขึ้นขบวนรถไฟจากสถานีรถไฟนครราชสีมา เดินทางไปยังสถานีรถไฟโคกกรวด เพื่อเป็นประธานเปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน ครั้งที่ 6”

    การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน รวมถึงเป็นการรำลึกถึงสถานีรถไฟโคกกรวด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่มีความเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา

    ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดนิทรรศการสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นบ้านเก่าโคกกรวดและพิพิธภัณฑ์คนโคกกรวด การจัดทำจุดเช็กอินถ่ายภาพ “ไชน่าทาวน์โคกกรวด” การเยี่ยมชมการลงยาโบราณหมอยาชัยณรงค์ การแสดงอุทยานเพลงเก่า รวมถึงการออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน ซึ่งประกอบด้วยอาหารและของดีของอร่อยประจำตำบลโคกกรวด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อและสัมผัสวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

    ทั้งนี้ งาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน ครั้งที่ 6” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณสถานีรถไฟบ้านโคกกรวด ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

    ภาพ/ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าว TOPNEWsทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    image

    03

    “พิพัฒน์“ เดินสายเปิดเกมเลือกตั้งเมืองคอน มั่นใจ ภูมิใจไทยทวงคืนสิทธิ์คนใต้

    พ.ต.อ.สมชาย เขียวจักร์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นโยบายเทศกาลปีใหม่ สภ.ดอยสะเก็ด

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    กระบี่คึกคัก สมัคร ส.ส.วันแรก

    “เอกสิทธิ์” นำทัพ 30 ผู้สมัคร “พรรคปวงชนไทย” รับเลือกตั้งสส. ขอโอกาสคนกรุงฯ-สมุทรปราการ มุ่งเป้าแก้ปัญหาผู้ใช้แรงงาน เดินหน้าฟื้นศก.ประเทศ

    พิจิตร รับสมัคร สส.ทั้ง 3 เขต เป็นไปอย่างคึกคัก กองเชียร์นับพันคนแห่เชียร์คนที่รัก พรรคที่ชอบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437355&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11AO7UhTpHxu3KAeBLFLPf