Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง ฟื้นป่า–กาแฟอินทรีย์ ดันสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ เชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชน คืนชีวิตให้ภูเขา

    วันที่ 27 ธันวาคม 2568 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมพัฒนาต้นแบบ ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร ภายใต้แนวคิด “การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism)” ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย (เกษตรดอยช้าง) ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

    โดยมีนางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคณะผู้บริหารกรมวิชาการเกษตรร่วมในพิธี เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ “คาร์บอนในภาคเกษตร” เชื่อมการท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจชุมชน

    ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตร ที่ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงเกษตร low carbon และยกระดับสินค้าเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูง

    กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    กรมวิชาการเกษตรได้ยกระดับศูนย์ฯ แห่งนี้เป็น พื้นที่เรียนรู้การจัดการคาร์บอนในระบบเกษตร ผ่านการจัดเก็บข้อมูลการปล่อยและดูดซับก๊าซเรือนกระจก จากกิจกรรมการท่องเที่ยวและกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรในพื้นที่

    เพื่อสร้าง “อัตลักษณ์การท่องเที่ยวสีเขียวที่วัดผลได้จริง” รองรับแนวทางเกษตรคาร์บอนต่ำ และเพิ่มรายได้ชุมชนจากสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น

    นักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมสามารถสัมผัสประสบการณ์ครบวงจร ตั้งแต่

    • การผลิตและแปรรูปกาแฟอาราบิกาและมะคาเดเมีย
    • การชิมกาแฟอาราบิกาคุณภาพสูง พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ณ อาคารแปรรูปและจำหน่าย
    • การไหว้สักการะที่พุทธอุทยานดอยช้าง
    • การชมทัศนียภาพโดดเด่น เช่น จุดชมวิวดอยหมอกและจุดชมพระอาทิตย์ตก View Point
    • ลานกางเต็นท์โดมแดง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติใกล้ชิด

    กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    ในปี 2568 ศูนย์ฯ ต้อนรับนักท่องเที่ยวและหน่วยงานต่าง ๆ รวมกว่า 43,852 คน สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชน กว่า 712,250 บาท สะท้อนศักยภาพด้านเศรษฐกิจควบคู่การอนุรักษ์ที่จับต้องได้ สืบสานพระราชปณิธาน – อนุรักษ์ “เอื้องแซะ” กล้วยไม้ป่าหายาก

    ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรพร้อมคณะ ได้ร่วมปลูกกล้วยไม้ “เอื้องแซะ” (Dendrobium lindleyi Steud.) ณ จุดชมวิวของศูนย์ฯ เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และขยายพันธุ์กล้วยไม้ป่าหายาก ให้คงอยู่ในระบบนิเวศของประเทศไทย ตลอดจนส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/sustainable/net-zero/647702&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IiA0id4M6rdO0A4HK9KN4

  • เปิดเทศกาลท่องเที่ยว “หมู่บ้านสีชมพู” ซากุระเมืองไทย ปี 2569

    เปิดเทศกาลท่องเที่ยว “หมู่บ้านสีชมพู” ซากุระเมืองไทย ปี 2569

    พิษณุโลกเปิดเทศกาลท่องเที่ยวหมู่บ้านสีชมพู ประจำปี 2569 อย่างคึกคัก รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธานเปิดงาน พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวชมความงดงามของดอกพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย ที่บานสะพรั่งเร็วกว่าทุกปี ส่งผลให้ที่พักในพื้นที่เต็มต่อเนื่อง
    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านร่องกล้า ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิด เทศกาลท่องเที่ยวหมู่บ้านสีชมพู ปีที่ 4, เทศกาลตลาดนัดเด็กดอย ปีที่ 12 และ เทศกาลชมดอกซากุระญี่ปุ่น ประจำปี 2569 โดยมีนางศศิวัณย์ ศรีพรหม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดพิษณุโลกในช่วงฤดูหนาว
    ภายในพิธีเปิดมีการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ สาขาร่องกล้า สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น

    นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า เทศกาลดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชุมชน พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้เด็กและชาวบ้านในพื้นที่ได้ฝึกทักษะการประกอบอาชีพ นำองค์ความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและพัฒนาด้าน Soft Power ของจังหวัด ได้แก่ Food, Festival, Fashion, Film และ Fight โดยมุ่งหวังให้เทศกาลหมู่บ้านสีชมพูเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว และเป็นหนึ่งในปฏิทินท่องเที่ยวประจำปีของจังหวัดพิษณุโลก


    ด้านนางศศิวัณย์ ศรีพรหม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก สมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก ภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ชุมชนบ้านร่องกล้า องค์การบริหารส่วนตำบลเนินเพิ่ม ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดพิษณุโลก และอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสร้างรายได้ให้กับชุมชน


    สำหรับปีนี้นับเป็นการจัด เทศกาลตลาดนัดเด็กดอย ปีที่ 12, เทศกาลหมู่บ้านสีชมพู ปีที่ 4 และ เทศกาลชมดอกซากุระญี่ปุ่นแท้ ปีที่ 1 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โฮมสเตย์ในพื้นที่เต็มทุกหลัง โดยมีการพัฒนาชุมชนให้เป็น Soft Power ครบวงจร ทั้งด้านอาหาร แฟชั่น เทศกาล และสุขภาพ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ตลอดทั้งปี
    นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาทิ การจัดการขยะโดยเฉพาะขยะพลาสติก การไม่เผาป่า และการสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัย เพื่อให้การท่องเที่ยวเติบโตควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม
    หลังพิธีเปิด รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้เยี่ยมชมตลาดนัดเด็กดอย ชมการสาธิตอาหาร Soft Power “พิซซ่าม้งอินเตอร์” ร่วมทดสอบการยิงหน้าไม้ซึ่งเป็นอุปกรณ์ล่าสัตว์แบบดั้งเดิมของชาวบ้าน ก่อนเดินทางไปยังจุดเช็กอินหมู่บ้านสีชมพู ถนนคนเดินดอย ชมวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ชิมอาหารพื้นเมือง และลิ้มรสกาแฟบ้านร่องกล้า ทั้งนี้ ผู้จัดงานคาดหวังว่า เทศกาลท่องเที่ยวหมู่บ้านสีชมพู บ้านร่องกล้า จะเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว และเป็นปฏิทินท่องเที่ยวประจำจังหวัดพิษณุโลกอย่างยั่งยืนต่อไป

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2025/12/27/192641&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KgGAFPaK9E5_S8jUCFAMG

  • วิจัยกสิกรคาดรายได้ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 5 วัน แตะ 38,500 ล้านบาท

    วิจัยกสิกรคาดรายได้ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 5 วัน แตะ 38,500 ล้านบาท

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองท่องเที่ยวเจอหลายปัจจัยลบ ตลาดเอเชียยังไม่ฟื้น ช่วงปีใหม่ 5 วัน รายได้ลดลง 3.3% อยู่ที่ 38,500 ล้านบาท

    ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2568 – 4 ม.ค. 2569 การท่องเที่ยวยังมีหลายปัจจัยลบ คาดรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทยมีมูลค่าประมาณ 38,500 ล้านบาท ลดลง 3.3% (YoY)

    โดยรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย คาดมีมูลค่าประมาณ 23,500 ล้านบาท ลดลง 6% (YoY)  จากตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้อย่างอาเซียน และเอเชียตะวันออกที่ยังไม่ฟื้น ขณะที่รายได้ท่องเที่ยวจากคนไทยเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท โต 1.2% (YoY) แต่โตไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่

    วิจัยกสิกรคาดรายได้ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 5 วัน แตะ 38,500 ล้านบาท

    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ข่าววิดีโอล่าสุด

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378971373&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3guWMH6NTK5MyfmCGMH41-

    • 9 จิตวิญญาณความเป็นไทย | เดลินิวส์

      นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า การเปิดตัวเคมเปญ “THE SOUL OF THAILAND” ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสมาเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับ 9 เส้นทางท่องเที่ยว ใน 9 พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามแนวทางการยกระดับเส้นทางการท่องเที่ยวบนฐานทุนท้องถิ่น ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการด้วยความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการท่องเที่ยว

      “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คือ การท่องเที่ยวที่สร้างโอกาสให้กับผู้คนในแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงผู้คนในประเทศ ตลอดจนต้องมีขีดความสามารถมากพอที่จะส่งต่อโอกาสนี้ให้แก่คนรุ่นต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ อพท. เล็งเห็นความสำคัญ ในการสร้างพลังสร้างสรรค์ ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการจากความคิดสร้างสรรค์ด้วยทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการยกระดับและขับเคลื่อนการใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และยังสืบทอดต่อกันมาในท้องถิ่น”

      เริ่มด้วย COLORS OF CHIANG RAI เมืองสร้างสรรค์ สีสันแห่งล้านนา ชื่นชมวิถีชีวิตแห่งล้านนา ไปกับการลงพื้นที่คลุกคลีชุมชนชาติพันธุ์ ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่รายล้อม พร้อมผจญภัยไปในดินแดนแห่งธรณีวิทยา และตำนานแห่งขุนเขา

      ลงมาที่น่านกับ NAN SLOW LIFE เสน่ห์ของวิถีเนิบช้า เติมเต็มความสบายใจอย่างเต็มอิ่มกับเมืองแสนสงบที่ปราศจากความวุ่นวาย พักผ่อนท่ามกลางความเนิบช้าและเรียบง่าย แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ อุดมไปด้วยเรื่องราวแห่งศิลปวัฒนธรรม และโบราณสถานสุดงดงามที่ผ่านกาลเวลามากว่าหลายร้อยปี มาดื่มด่ำกับความเรียบง่ายของชีวิตกับกาแฟรสชาติดีสักแก้วที่เมืองน่าน

      เปลี่ยนบรรยากาศไปเยือนมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจกับ SUKHOTHAI TIMELESS TREASURES ชมเมืองเก่าเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ที่สุโขทัยผ่านกิจกรรมสุดสนุกตลอดทริป ชมโบราณสถาน แวะพักกับชุมชนขนาดกะทัดรัด ที่ใช้คำว่าน่ารักได้อย่างฟุ่มเฟือย และฝากท้องกับเมนูอาหารท้องถิ่นที่ทำให้ “สุโขทัย” กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน 1 ใน 100 แห่งของโลก

      สุขใจกันไปเลยกับ LOEI BEYOND THE MEKONG สัมผัสวิถีริมโขง เที่ยวเชียงคาน ดินแดน Green Destinations และภูหลวง เมืองเกษตรกรรมถิ่นอีสาน สโลว์ไลฟ์ใจฟูไปกับการท่องเที่ยวแบบร่วมสมัยผสมกลิ่นอายของอดีตผ่าน “เมืองเชียงคาน” ย่านเก่าริมแม่น้ำโขง ที่ยังอบอวลไปด้วยวิถีชีวิตท้องถิ่นดั้งเดิม เพิ่มเติมด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ และงานศิลปะ แวะเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวไทดำ ชาติพันธุ์ที่ยังคงวิถีผีฟ้า ปรัชญา ศรัทธาแห่งบรรพบุรุษ ท่ามกลางธรรมชาติและวิวขุนเขาแห่งพรมแดน

      มาที่สุพรรณบุรีกับ U THONG ANCIENT LEGACY เมืองมรดกแห่งดินแดนสุวรรณภูมิ จากความรุ่งเรืองในอดีตกาล เมืองแห่งศูนย์กลางการค้าสมัยทวารวดี และจุดเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทำให้ “อู่ทอง” คือดินแดนที่เต็มไปด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ และมนต์ขลังของความรุ่งเรืองแห่งกาลเวลาที่ยังอบอวลอยู่ รอให้ทุกคนมาสัมผัส เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นตากับวิถีชีวิตที่น่าค้นหาของดินแดนที่ยิ่งใหญ่แห่งอุษาคเนย์

      ขยับมาอีกนิดที่สมุทรปราการกับ BANG KACHAO LOW CARBON, HIGH SPIRIT สัมผัสสิ่งแวดล้อมดีดี วิถีบางกะเจ้า ไม่ใช่แค่ one day trip แต่หากอยากสัมผัสบางกะเจ้าแบบครบรส ช้อป ชิม ชิล และสนุกไปกับกิจกรรมชุมชน สามารถพักค้างคืนท่ามกลางพื้นที่สีเขียวใกล้เมืองกรุง เติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวให้ชีวิต เต็มอิ่มกับหลากเมนูท้องถิ่น และสูดลมหายใจให้เต็มปอดในพื้นที่เขียวแหล่งใหญ่ใกล้เมืองกรุงที่ “คุ้งบางกะเจ้า”

      มหัศจรรย์ได้ทุกวันที่พัทยากับ PATTAYA EVERYDAY WONDERS พัทยาเมืองแห่งสีสันที่คึกคัก อุดมไปด้วยนักสร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ ที่ถูกแสดงออกมาผ่านงานดีไซน์ แฟชั่น ดนตรี และอีเวนต์สำคัญ ๆ มากมาย ขณะเดียวกันทีนี่ยังคงมีเรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่น มนต์เสน่ห์จากอดีตที่ยังอวบอวลอยู่ในซอกมุมต่าง ๆ อีกไม่น้อย การเดินทางมาเติมแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการได้สัมผัสเรื่องราวของชุมชนดั้งเดิมใกล้พัทยา จึงเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่กลมกล่อมสำหรับทุกคนในครอบครัว

      ออกไปที่ตราดกับ KOH CHANG BLUE CASTAWAY หนีร้อนไปติดเกาะ ลัดเลาะวิถีชุมชน สัมผัสวิถีชีวิตชาวชุมชน ท่ามกลางท้องทะเลสีฟ้าใส และทำความรู้จักกับชุมชนที่อยากให้นักเดินทางเข้าใจการท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างถ่อมตน ไม่เบียดเบียน ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ “หมู่เกาะในฝัน สวรรค์แห่งอ่าวไทย” และบ้านของพวกเขายังคงอยู่อย่างงดงามต่อไปตราบนานเท่านาน

      ปิดท้ายที่ SONGKHLA LAGOON’S LIVING HERITAGE สมบัติแห่งกาลเวลา ปล่อยใจไปกับเสน่ห์ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ทริปเดียว ครบทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ ให้นักเดินทางได้เข้ามาสัมผัส ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นจากวัตถุดิบสดจากทะเล ที่ผ่านกรรมวิธีการปรุงอย่างพิถีพิถันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5448299/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OOUJErssFlApArq7xqgzS

    • ธอส. เข้าเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

      ธอส. เข้าเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

      ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารธนาคาร เข้าเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568

      1517834

      1517836

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/946211/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10WXdzY9ZUyeNmBjAec4P_

    • พรรคเศรษฐกิจ-ไทยสร้างไทย ชูเป็นพรรคสายขาว สู้สายเทา | 27 ธ.ค. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

      พรรคเศรษฐกิจ-ไทยสร้างไทย ชูเป็นพรรคสายขาว สู้สายเทา | 27 ธ.ค. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

      27 ธ.ค. 2568 18:55 น.

      พรรคเศรษฐกิจ-ไทยสร้างไทย ประกาศจุดยืนเป็นพรรคสายขาว สู้สายเทา ด้าน “พลโทภราดร” ชวนใช้สิทธิ์เกิน 75% หวังได้ สส.เกิน 25 คน ขณะที่ “พลเอก รังษี” ไม่ไว้กัมพูชา เตือนอย่าไปติดกับ ลั่น พร้อมตื้บทุนเทา #พรรคเศรษฐกิจ #พรรคไทยสร้างไทย #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวการเมือง #เลือกตั้ง69 #เลือกอีกสักตั้ง #TRC #ป๊อปปุ ———————————————- 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath_news/greenhead-morning-news/1176396&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hAuaWfxOWJ7M8SWIG9Pxx

    • ผู้ว่าโคราช เปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน” ครั้งที่ 6 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สถานีรถไฟเก่า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน | TOPNEWS

      • เผยแพร่ : 27/12/2025 17:24

      ผู้ว่าโคราช เปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน” ครั้งที่ 6 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สถานีรถไฟเก่า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

      วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา (กำนันเบ้า) อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายวีระวัฒน์ มิตรสูงเนิน นายกเทศมนตรีตำบลโคกกรวด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมขึ้นขบวนรถไฟจากสถานีรถไฟนครราชสีมา เดินทางไปยังสถานีรถไฟโคกกรวด เพื่อเป็นประธานเปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน ครั้งที่ 6”

      การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน รวมถึงเป็นการรำลึกถึงสถานีรถไฟโคกกรวด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่มีความเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา

      ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดนิทรรศการสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นบ้านเก่าโคกกรวดและพิพิธภัณฑ์คนโคกกรวด การจัดทำจุดเช็กอินถ่ายภาพ “ไชน่าทาวน์โคกกรวด” การเยี่ยมชมการลงยาโบราณหมอยาชัยณรงค์ การแสดงอุทยานเพลงเก่า รวมถึงการออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน ซึ่งประกอบด้วยอาหารและของดีของอร่อยประจำตำบลโคกกรวด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อและสัมผัสวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

      ทั้งนี้ งาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน ครั้งที่ 6” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณสถานีรถไฟบ้านโคกกรวด ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

      ภาพ/ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าว TOPNEWsทั่วไทย จ.นครราชสีมา

      ปก web ตรวจเยี่ยมกำลังพล

      25681227003

      กระบี่คึกคัก สมัคร ส.ส.วันแรก

      “เอกสิทธิ์” นำทัพ 30 ผู้สมัคร “พรรคปวงชนไทย” รับเลือกตั้งสส. ขอโอกาสคนกรุงฯ-สมุทรปราการ มุ่งเป้าแก้ปัญหาผู้ใช้แรงงาน เดินหน้าฟื้นศก.ประเทศ

      พิจิตร รับสมัคร สส.ทั้ง 3 เขต เป็นไปอย่างคึกคัก กองเชียร์นับพันคนแห่เชียร์คนที่รัก พรรคที่ชอบ

      อุตรดิตถ์ รับสมัคร สส.วันแรก สุดคึกคัก ประชาชนให้กำลังใจผู้สมัคร

      เลือกตั้งเมืองแพร่ คึกคัก! 4 พรรคใหญ่ตกลงใช้ ‘เบอร์เดียว’ ทั้งจังหวัด

      สุรินทร์ บรรยากาศการสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จังหวัดสุรินทร์ มีผู้สมัครหน้าเก่า-ใหม่ ท่ามกลางกองเชียร์คึกคักที่มาให้กำลังใจ

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437355&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11AO7UhTpHxu3KAeBLFLPf

    • หนี้จีน ‘พุ่ง 3 เท่า’ ของขนาดศก. แตะ 300% ของ GNP

      หนี้จีน ‘พุ่ง 3 เท่า’ ของขนาดศก. แตะ 300% ของ GNP

      หนี้จีน ‘พุ่ง 3 เท่า’ ของขนาดศก. แตะ 300% ของ GNP

      หนี้จีนพุ่งกว่า ‘3 เท่า’ ของขนาดเศรษฐกิจ ท่ามกลางการเติบโตที่ชะลอลงและแรงกดดันเงินฝืดที่ทวีความรุนแรง สัญญาณเหล่านี้กำลังทำให้โครงสร้างหนี้ของจีนเข้าใกล้ภาพญี่ปุ่นก่อนวิกฤติ พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า จีนยังเหลือพื้นที่ทางการคลังมากแค่ไหนในการพยุงเศรษฐกิจในยุคสังคมสูงวัย

      เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า ภาระหนี้ของจีนมีขนาดใหญ่กว่าขนาดเศรษฐกิจถึงกว่า “3 เท่า” และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ กำลังคุกคามให้ภาระหนี้ดังกล่าวให้สูงขึ้นอีก

      ข้อมูลล่าสุดจากสถาบัน National Institution for Finance & Development (NIFD) ซึ่งเป็นคลังสมองที่เชื่อมโยงกับภาครัฐของจีน ระบุว่า ณ สิ้นเดือนกันยายน อัตราส่วนหนี้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GNP) ของจีนอยู่ที่ 302.3% โดยตัวเลขดังกล่าวรวมถึงหนี้ของภาคครัวเรือน หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน

      ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 1.9 จุดเปอร์เซ็นต์จากสิ้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราส่วนหนี้ต่อเศรษฐกิจทะลุระดับ 300% เป็นครั้งแรก ขณะที่ยอดหนี้รวมของประเทศขณะนี้สูงเกิน 400 ล้านล้านหยวน หรือราว 57 ล้านล้านดอลลาร์

      ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาคธุรกิจและครัวเรือนเริ่มลังเลที่จะก่อหนี้ใหม่ ส่งผลให้การบริโภคและการลงทุนมีแนวโน้มชะลอลงต่อไป และเพิ่มความเสี่ยงของภาวะ “เงินฝืดจากหนี้สิน” 

      ขณะเดียวกัน อัตราส่วนหนี้ของภาครัฐต่อ GDP เพิ่มขึ้น 2.2 จุดเปอร์เซ็นต์จากสิ้นเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ 67.5% ณ สิ้นเดือนกันยายน สาเหตุหลักมาจากการออกพันธบัตรรัฐบาลในปริมาณมากขึ้น เพื่อนำเงินไปใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและโครงการอื่น ๆ

      นอกจากนี้ หน่วยงานท้องถิ่นยังเร่งออกพันธบัตรเพื่อทดแทน “หนี้แฝง” ที่เคยถืออยู่ผ่านโครงการระดมเงินทุนนอกงบประมาณของรัฐบาลท้องถิ่นจีน (Local Government Financing Vehicles – LGFV) 

      นอกเหนือจากการเพิ่มขึ้นของหนี้ภาครัฐแล้ว การเติบโตทางเศรษฐกิจในเชิงมูลค่าที่อ่อนแอ ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้อัตราส่วนหนี้ต่อเศรษฐกิจของจีนปรับสูงขึ้น ตามการวิเคราะห์ของ NIFD โดยแรงกดดันด้านเงินฝืดทวีความรุนแรงขึ้น สะท้อนจากตัวเลขดัชนี GDP deflator ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแนวโน้มราคาภายในประเทศโดยรวม ที่ติดลบอย่างต่อเนื่อง

      สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตช้ากว่าภาระหนี้ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้ต่อ GDP เพิ่มสูงขึ้น แตกต่างจากภาครัฐ ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเริ่มระมัดระวังมากขึ้นในการก่อหนี้ใหม่

      ท่ามกลางราคาที่อยู่อาศัยซึ่งยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัว ผู้คนจำนวนมากเลือกขายบ้านหลังที่สองและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนอื่น ๆ เพื่อนำเงินไปชำระหนี้สินเชื่อบ้านหลัก ส่งผลให้ความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมยังคงซบเซา

      การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรตลอดทั้งปี รวมถึงการก่อสร้างโรงงาน มีแนวโน้มจะปรับลดลงเป็นครั้งแรกในปีนี้

      ข้อมูลจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ระบุว่า อัตราส่วนหนี้ของจีนกำลังเข้าใกล้ระดับของญี่ปุ่นในปี 1998 ซึ่งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเผชิญความไม่มั่นคงทางการเงินอย่างหนัก

      ในขณะนั้น ญี่ปุ่นมี GDP ต่อหัวในเชิงมูลค่าอยู่ที่เพียงกว่า 32,000 ดอลลาร์ ขณะที่จีนในปีที่แล้วมีตัวเลขอยู่ที่ราว 13,300 ดอลลาร์ ตามเกณฑ์ของธนาคารโลก จีนอยู่ในภาวะใกล้ก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูงมาหลายปีแล้ว

      อย่างไรก็ตาม จำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงและสังคมที่เข้าสู่ภาวะสูงวัย จะทำให้รัฐต้องแบกรับภาระด้านประกันสังคมมากขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาครัฐหลายส่วนปรับลดได้ยาก ส่งผลให้จีนมีพื้นที่ทางการคลังเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ ในการก่อหนี้เพิ่มเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ

      อ้างอิง: nikkei

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1214130&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aKaZ9S6pxhKQXnEta9NLw

    • ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจากเริ่มวันไหน ถึงเมื่อไหร่ ชนิดใด

      ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจากเริ่มวันไหน ถึงเมื่อไหร่ ชนิดใด

      ลดราคาน้ำมัน 5 บาทกำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่ช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีการเดินทางของประชนเป็นจำนวนมาก

      โดยราคาน้ำมันถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าครองชีพประชาชนทั้งทางตรง และทางอ้อม

      ทั้งนี้ “ฐานเศรษฐกิจ” จะพาไปไขคำตอบให้คลายสงสัย เกี่ยวกับประเด็นเรื่องการ “ลดราคาน้ำมัน 5 บาท” พบว่า

      บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศลดราคาน้ำมัน 5 บาทต่อลิตรเฉพาะกลุ่มไฮพรีเมียม โดยไม่มีขั้นต่ำ 

      สำหรับบางจากไฮพรีเมียม 97 และบางจากไฮพรีเมียมดีเซล S 

      ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจากเริ่มวันไหน ถึงเมื่อไหร่ ชนิดใด

      ระยะเวลา

      • ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 

      สถานที่

      • สถานีบริการน้ำมันบางจาก (ปั๊มบางจาก) ทั่วประเทศที่จำหน่ายน้ำมันกลุ่มไฮพรีเมียม

      สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ปั๊มบางจากกลุ่มไฮพรีเมียมที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นปัจจุบัน เป็นดังนี้

      • แก๊สโซฮอล์ 97  ลิตรละ 49.54 บาท 
      • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท

      ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจากเริ่มวันไหน ถึงเมื่อไหร่ ชนิดใด

      ขณะที่เมื่อลดราคาน้ำมัน 5 บาท จะทำให้ราคาเป็นดังนี้

      • แก๊สโซฮอล์ 97  ลิตรละ 44.54 บาท 
      • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 40.64 บาท

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/647641&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vppZ83IOZAEIGXX1ykKmm

    • ถึงเวลาสร้างพลังจากภายใน โต้คลื่นลมแรงรับปีใหม่ 2569

      ถึงเวลาสร้างพลังจากภายใน โต้คลื่นลมแรงรับปีใหม่ 2569

      ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 หลายสำนักวิจัยเศรษฐกิจมองตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโตชะลอลงจากปีนี้เหลือไม่ถึง 2% มุมมองลบต่อเศรษฐกิจไทยในปีใหม่นับว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

      SCB EIC มองว่า “ในปี 2569 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตแค่ 1.5% นับว่าเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำสุดในรอบ 30 ปี (ไม่รวมช่วงปีวิกฤต)” แรงกดดันเข้ามาหลายทาง ทั้งปัจจัยภายนอก เช่น สงครามการค้าและการแข่งขันจากต่างประเทศรุนแรง และปัจจัยภายใน เช่น บาดแผลเชิงโครงสร้างฝังลึกในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตด้อยลง และข้อจำกัดพื้นที่การคลัง ปัจจัยรุมเร้าเหล่านี้ทำให้เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจเร่งไม่ขึ้น ขณะที่ประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ ความไม่แน่นอนทางการเมืองกลับมาเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจ

      ปีใหม่นี้จึงอาจไม่ใช่แค่รอให้ปัจจัยรุมเร้าปรับดีขึ้น แต่สามารถมองให้เป็น โอกาสเปลี่ยนความท้าทาย ให้กลายเป็นพลังจากภายใน เปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นแผนทำจริง ซึ่งเราควบคุมได้

      บทความนี้เสนอ “กลยุทธ์สร้างพลังจากภายใน (Inside strategy) : ใช้จ่ายระวัง – ฝังคุณค่าในงาน – สานโอกาสใหม่” สำหรับคนทำงานและธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนภาพปี 2569 จากปีแห่งการรอคอยด้วยความหวัง เป็นปีแห่งการสร้างโอกาส และเติบโตอย่างมีคุณค่า

      Inside strategy #1 : ใช้จ่ายระวัง

      ข้อเท็จจริงสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยนับว่ายังน่าห่วง สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP สูง 86.8% (Q2/2568) การเข้าถึงสินเชื่อครัวเรือนเริ่มหดตัวตั้งแต่ต้นปี 2568 พร้อมสัญญาณความเปราะบางในตลาดแรงงาน เช่น รายได้ครัวเรือนหดตัวครั้งแรก (-5% ใน H1/2568 เทียบ H1/2566) การจ้างงานลดลง และแรงงานกลุ่มบนเริ่มกังวลปัญหาภาระหนี้จากปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย เช่นเดียวกับธุรกิจ SMEs รายได้ยังไม่ฟื้นจากวิกฤตโควิดและมีปัญหาสภาพคล่อง สินเชื่อ SMEs หดตัวนาน 13 ไตรมาสแล้ว

      พลังภายในข้อแรก สร้างได้จากการคิดก่อนใช้ ซึ่งจะช่วยลดความตึงตัวของภาวะการเงิน และเสริมภูมิคุ้มกันทางการเงินได้

      สำหรับคนทำงาน

      1. จัดลำดับความสำคัญการใช้จ่ายอย่างมีสติ : จดบันทึกรายรับรายจ่าย จำกัดรายจ่ายไม่จำเป็น
      2. ลดหนี้อย่างมีแผน/เก็บเงินสำรอง : ตรวจสอบยอดหนี้ วางแผนชำระหนี้ให้ตรงเวลา มีแผนลดหนี้ แบ่งเก็บเงินสำรองให้พอใช้ได้นาน 3-6 เดือน
      3. ลงทุนระมัดระวัง : กระจายการลงทุนหลายสินทรัพย์ บนระดับความเสี่ยงที่รับได้ เพื่อสร้างผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินระยะยาว

      สำหรับธุรกิจ

      1. รักษากระแสเงินสด : เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ
      2. ลดต้นทุนแบบมีคุณภาพ : อาศัยเทคโนโลยีและข้อมูลเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
      3. เข้าใจลูกค้าด้วยข้อมูล : ปรับสินค้าและกลยุทธ์บริการให้ตรงความต้องการ

      Inside strategy #2 : ฝังคุณค่าในงาน

      ในโลกการทำงานแข่งขันสูงขึ้น ตลาดแรงงานไม่ได้มีตัวเลือกแค่แรงงาน แต่มีทางเลือกให้ AI เป็นผู้ช่วยหรือทำงานแทนแรงงานในบางลักษณะงานได้มากขึ้น ผลสำรวจการใช้ AI ของภาคธุรกิจในโลกปี 2568 โดย McKinsey พบว่าภาคธุรกิจราว 88% ได้ใช้ AI ในการทำธุรกิจแล้ว (สัดส่วนเพิ่มขึ้นเร็วจาก 55% และ 72% ในปี 2566 และ 2567) แม้ 34% ตอบว่ายังอยู่ในขั้นทดลองใช้ แต่อีกกว่า 60% เข้าสู่ขั้นตอนโครงการนำร่อง (Pilot projects) และการขยายผล (Scaling) แล้ว ในช่วงข้างหน้าจึงมีความเป็นไปได้สูงที่ภาคธุรกิจจะมุ่งสู่การขยายผลเต็มที่ (Full scaling) จากการใช้ AI ในไม่ช้า

      พลังภายในข้อสอง สร้างได้จากการทำงานให้เกิดคุณค่า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถและรักษางาน

      สำหรับคนทำงาน

      1. ยกระดับทักษะ (Upskill / Reskill) : ประยุกต์ AI ให้เกิดผลทวีคูณ สร้างคุณค่าด้วยทักษะที่มนุษย์เหนือกว่า AI เช่น วิจารณญาณ ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) และการเล่าเรื่อง (Storytelling)
      2. มองหาความหมายในงาน (Purpose) ต่อทีม องค์กร ลูกค้า และสังคม : ด้วยการส่งมอบงานที่สำเร็จตามเป้าหมาย ไม่ใช่แค่ทำงานเสร็จ

      สำหรับธุรกิจ

      1. ยกระดับความสามารถการแข่งขันขององค์กร : เช่น ยกระดับมาตรฐานสู่องค์กรยั่งยืน เปิดรับ Digital transformation จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนถูกลง
      2. ลงทุนยกระดับทักษะพนักงาน และเทคโนโลยี
      3. สร้างวัฒนธรรมองค์กรเน้นผลลัพธ์ : เช่น ตั้ง KPI ผูกโยงกับคุณค่าต่อลูกค้าและผลิตภาพองค์กร

      Inside strategy #3 : สานโอกาสใหม่

      ข้อมูลจาก OECD รายงานผลิตภาพแรงงานของไทยลดลงมากกว่าเท่าตัว จาก 4.8% ในช่วงปี 2553-2558 เหลือ 2.1% ในช่วงปี 2559 – 2566 สวนทางกับผลิตภาพแรงงานบางประเทศในภูมิภาคที่ปรับดีขึ้นและสูงกว่าไทยมาก เช่น เวียดนาม (5.1%) สิงคโปร์ (2.6%) เช่นเดียวกับภาคธุรกิจที่อาจยังขาดการพัฒนาความสามารถแข่งขันในสินค้า/บริการ การกระจายตลาด และการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้

      พลังภายในข้อสาม สร้างได้จากการมองหาโอกาสใหม่ ต่อยอดจากสิ่งที่มี เริ่มจากสิ่งเล็ก แต่ลงมือทำจริงอย่างต่อเนื่อง

      สำหรับคนทำงาน

      1. ต่อยอดจากทักษะปัจจุบัน/ความสนใจพิเศษ : รวมถึงทักษะดิจิทัลที่จะสร้างอาชีพเสริมได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างสรรค์ เช่น เรียนรู้ AI ฟรี บนแพลตฟอร์มออนไลน์
      2. เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ : AI และ Automation

      สำหรับธุรกิจ

      1. มองหาตลาดใหม่ที่กำลังเติบโต : เช่น อินเดีย และตะวันออกกลาง
      2. โอกาสทางธุรกิจเกาะเทรนด์ใหม่ : เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว

      เปลี่ยนภาพปี 2569 ให้เป็นปีแห่งความหวังและสร้างความหมาย

      ปี 2569 คลื่นลมเศรษฐกิจอาจไม่สงบ แต่เราจะแล่นเรือในลมแรงได้ หากมี Inside strategy สร้างพลังจากภายใน

      “Life isn’t about waiting for the storm to pass. It’s about learning how to dance in the rain.” — Vivian Greene

      ขอให้ปีใหม่ 2569 เป็นปีที่คุณสร้างคุณค่าในทุกการตัดสินใจ สานต่อความคิดให้เป็นความจริง และเติบโตได้จากพลังภายในของผู้อ่านทุกคนค่ะ

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/experts_pool/columnist/2904487&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tExkXfUGDCdA5vW3Mt6QO