Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศประจำเดือนธันวาคม 2568

    รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศประจำเดือนธันวาคม 2568

    โดย

    kanthima

    ลงเมื่อ

    14 มกราคม 2569 10:31

    สคต. ณ กรุงมะนิลา (ฟิลิปปินส์) (TTC, Manila (Philippines))

    24

    รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์.pdf

    Share :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/qzstnf9xyjg3a8ou7o66hl2y&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28wm6FACEGlxkACR2ucnNa

  • ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ติดตามความพร้อมโค้งสุดท้าย “อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” ย้ำไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพมาตรฐานสากล

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ติดตามความพร้อมโค้งสุดท้าย “อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” ย้ำไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพมาตรฐานสากล

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ติดตามความพร้อมโค้งสุดท้าย “อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” ย้ำไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพมาตรฐานสากล

    วันที่ 13 มกราคม 2569 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามความพร้อมการแข่งขัน กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หารือกับ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เน้นย้ำเจตนารมณ์รัฐบาลยกระดับกีฬาคนพิการสู่มาตรฐานสากล พร้อมแสดงความมั่นใจในศักยภาพ “เมืองกีฬา” (Sports City) ของโคราช ที่มีประสบการณ์และระบบจัดการเข้มแข็ง สะท้อนความเป็นผู้นำกีฬาอาเซียนของไทย

    นายอนุพงศ์ ระบุว่าจังหวัดมีความพร้อมครบทุกด้าน ทั้งสนามแข่งมาตรฐานนานาชาติ (เช่น สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ) การอำนวยความสะดวกจากภาคเอกชน (ห้าง The Mall, Terminal 21, Central Korat) และสถาบันการศึกษา เพื่อต้อนรับนักกีฬาและคณะอย่างสมบูรณ์แบบ

    หลังหารือ คณะปลัดกระทรวงฯ ลงตรวจสอบพื้นที่จริง ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ โดยเยี่ยมชมสนามยิงปืน พบปะให้กำลังใจนักกีฬาที่ฝึกซ้อม พร้อมประเมินความพร้อมสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และพื้นที่พิธีเปิด-ปิด เพื่อยืนยันมาตรฐานความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกระดับสากล

    ร่วมส่งใจเชียร์ทัพนักกีฬาพาราไทยในการแข่งขัน อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/64900&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TMJTqbrBC-IckWHjWmJlT

  • งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 รวมโปรเด็ด แพ็กเกจโดนใจ

              งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 งานมหกรรมท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมโปรโมชั่นดี ๆ เพียบ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

              งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 กลับมาอีกครั้งเพื่อชวนทุกคนออกเดินทาง เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบในที่เดียว รวบรวมเสน่ห์จากทุกภูมิภาคของไทยและจุดหมายปลายทางน่าสนใจจากทั่วโลก เหมาะสำหรับสายเที่ยวที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ พร้อมวางแผนการเดินทางครั้งต่อไปอย่างสนุกและคุ้มค่า กับโปรโมชั่นและกิจกรรมดี ๆ ในงานมากมาย ว่าแต่ครั้งนี้จะมีอะไรมาเอาใจสายเที่ยวบ้าง ตามมาดูกัน

    งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก
    ครั้งที่ 31

    งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 จัดวันไหน

              ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก แจ้งกำหนดการจัดงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 วันที่ 22-25 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก

    งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 มีอะไรบ้าง

              สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) กำหนดจัดงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 ครั้งนี้มาในธีม “GO BEYOND AMAZING TRAVEL” นำทัพผู้ประกอบการมาจัดเต็มกว่า 600 บูธ ได้แก่

    • แพ็กเกจทัวร์ โปรแกรมท่องเที่ยวในประเทศ และต่างประเทศ 

    • ตั๋วเครื่องบินราคาสุดพิเศษจากสายการบินชั้นนำ, ที่พักโรงแรม, รีสอร์ท, รถเช่า, เรือสำราญ, ตั๋วรถไฟ,JR pass, Swiss Pass และอื่น ๆ  

    • สินค้าท่องเที่ยว หลากหลาย เช่น ตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว, ตั๋วล่องเรือ, Travel Sim, Pocket wifi และอื่น ๆ 

    • ศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยว เตรียมตัวก่อนการเดินทาง มีข้อมูลการท่องเที่ยวอัพเดทจากการท่องเที่ยวโดยตรงจากหลายประเทศ

    • สนุกสนานไปกับกิจกรรมและการแสดงที่นำมาให้ท่านเพลิดพลินตลอดงาน

    • พิเศษ ! เพิ่มบูธโซนอาหาร อิ่มท้องจัดเต็ม และของแจกเพียบ

    เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก

    +++ รายชื่อผู้จัดแสดงงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31

    งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 ตัวอย่างโปรโมชั่น

              ภายในงานจะมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวหลากหลายบูธ นำเสนอโปรโมชั่นและแพ็กเกจพิเศษมากมาย เช่น

              งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 คือโอกาสดีในการเปิดมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยว ชวนทุกคนออกเดินทาง สร้างความทรงจำดี ๆ และค้นหาเสน่ห์ของโลกใบนี้ไปด้วยกัน ^ ^ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก)

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ท่องเที่ยวไทย เที่ยวต่างประเทศ งานท่องเที่ยว 2569 อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view297973.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AXmPoCCev3HzuZu2aCjnW

  • ราชบุรีจัดเวที “ประชาชนพบเกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF” ชูเศรษฐกิจใหม่ ขับเคลื่อนเกษตรปี 2569

    ราชบุรีจัดเวที “ประชาชนพบเกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF” ชูเศรษฐกิจใหม่ ขับเคลื่อนเกษตรปี 2569

    ภูมิภาค

    ราชบุรีจัดเวที “ประชาชนพบเกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF” ชูเศรษฐกิจใหม่ ขับเคลื่อนเกษตรปี 2569

    วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.15 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 14 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุม ปตท.ท้าวอู่ทอง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นายณรงค์เดช อุฬารกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ คณะทำงานพรรคประชาชน ร่วมกันจัดเวทีเสวนา “ประชาชนพบเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer : YSF) มีเรา มีเศรษฐกิจใหม่” โดยมีทีมผู้สมัครพรรคประชาชนครบทั้ง 5 เขตเลือกตั้งของจังหวัดราชบุรี เข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนภาคเกษตรในพื้นที่

    การเสวนาครั้งนี้มุ่งนำเสนอนโยบายเกษตรปี 2569 ซึ่งนายณรงค์เดช ระบุว่า หัวใจสำคัญคือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเกษตรกร ผ่านยุทธศาสตร์ “ปลดล็อกหนี้–ที่ดิน–น้ำ” ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาลดต้นทุนการผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรทุกกลุ่มอย่างยั่งยืนปลดล็อก 3 โครงสร้างหลัก ด้านหนี้สิน วางเป้าหมายช่วยเกษตรกรอายุ 70 ปีขึ้นไป ปิดหนี้และคืนโฉนดที่ดินทันที ขณะที่เกษตรกรกลุ่มอื่นตั้งเป้าปลดหนี้ภายใน 5 ปี พร้อมส่งเสริมการปรับเปลี่ยนชนิดพืชให้เหมาะสมกับช่วงวัยและศักยภาพ

    ด้านที่ดิน เร่งออกเอกสารสิทธิ์เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงสาธารณูปโภค น้ำและไฟฟ้า รวมถึงผลักดันมาตรฐาน GAP เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ด้านน้ำ จัดหาแหล่งน้ำให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ เช่น น้ำบาดาล และเชื่อมโยงกับระบบบริหารจัดการหนี้อย่างเป็นระบบ

    นวัตกรรมลดต้นทุน ผ่านเครื่องมือดิจิทัล นโยบายสำคัญคือคูปองค่าไถ สนับสนุน 250 บาทต่อไร่ วงเงินรวม 12,500 ล้านบาท จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อลดภาระต้นทุนเกษตรกร ควบคู่กับการส่งเสริม “ปุ๋ยแม่นยำ” สนับสนุนค่าวิเคราะห์ดินและค่าปุ๋ย 500 บาทต่อไร่ แทนการประกันราคา ลดการใช้ปุ๋ยเกินจำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมดึง Young Smart Farmer เข้ามาเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีการเกษตรในชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ และต่อยอดเศรษฐกิจใหม่ในพื้นที่ ดูแลครบ 4 กลุ่มเป้าหมาย นโยบายยังออกแบบให้ครอบคลุมเกษตรกร 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้สูงอายุ เน้นความมั่นคงและคืนที่ดินทำกิน, เกษตรกรรายย่อย สร้างตลาดชุมชนรองรับสินค้า, กลุ่มที่มีศักยภาพแข่งขันได้ อัดฉีดเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ และกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย ยกระดับมาตรฐานป้องกันโรคระบาดเวทีเสวนานี้ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงแนวทางเกษตรยุคใหม่ ที่ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่มีตัวเลขงบประมาณ เครื่องมือ และกลไกที่เป็นรูปธรรม สร้างความเชื่อมั่นว่านโยบายสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และตอบโจทย์เกษตรกรไทยในระยะยาว.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/462111&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Z8Gae2sIKQ77B7ggp1hey

  • เวที FKII ระดมสมองผู้นำเศรษฐกิจ ชี้ 2569 จุดเปลี่ยนไทย เร่งปฏิรูป ขจัดทุนเทา สร้างเศรษฐกิจใหม่

    เวที FKII ระดมสมองผู้นำเศรษฐกิจ ชี้ 2569 จุดเปลี่ยนไทย เร่งปฏิรูป ขจัดทุนเทา สร้างเศรษฐกิจใหม่

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/122919&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10xZlMWiDDote1QL01Vn4I

  • กลุ่มทิสโก้ เปิดแผนกลยุทธ์ 3 ปี พลิกความท้าทายสู่โอกาสสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน | ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

    กลุ่มทิสโก้ เปิดแผนกลยุทธ์ 3 ปี พลิกความท้าทายสู่โอกาสสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน | ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

    กลุ่มทิสโก้ ประกาศยุทธศาสตร์ 3 ปี (2569–2571) มุ่งเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความยั่งยืนท่ามกลางเศรษฐกิจที่ท้าทาย เดินหน้ากลยุทธ์ครอบคลุมการขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีศักยภาพ ยกระดับประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี AI และโซลูชันดิจิทัล พัฒนาระบบนิเวศการเงินครบวงจร พร้อมบริหารความเสี่ยงเชิงรุก เพื่อมอบประสบการณ์เหนือกว่าและตอบโจทย์ลูกค้าในยุคดิจิทัล ด้านผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิ 6,659 ล้านบาท ล้านบาท ลดลง 3.5% จากปีก่อน ตามแผนการเพิ่มสำรองกลับสู่ระดับปกติและรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

    นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ กลุ่มทิสโก้ (Mr. Sakchai Peechapat, Group Chief Executive, TISCO Financial Group Public Company Limited) เปิดเผยว่า ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจและธุรกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเร่งเสริมศักยภาพการแข่งขันเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน กลุ่มทิสโก้จึงเดินหน้าปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยกำหนดยุทธศาสตร์การเติบโตระยะ 3 ปี เพื่อรับมือความไม่แน่นอนในอนาคต พลิกความท้าทายสู่โอกาส พร้อมสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

    กลุ่มทิสโก้ก้าวสู่ช่วงของการเติบโตที่มุ่งขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและความมั่นคง เราเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และเสริมความคล่องตัวในการทำงาน พร้อมผสานความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาเข้ากับไลฟ์สไตล์ความต้องการของลูกค้าและโจทย์ทางสังคม เพื่อมอบคำแนะนำทางการเงินที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ

    ในขณะเดียวกัน กลุ่มทิสโก้จะนำปัญญาประดิษฐ์มาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการให้บริการ เพื่อให้รวดเร็ว ตรงจุด และตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละรายมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยข้อมูลและความเข้าใจเชิงลึกในการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะบุคคล พร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก ผ่านการประเมินและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งหมดนี้สะท้อนความตั้งใจขององค์กรในการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงให้กับลูกค้าและสังคมในระยะยาว

    นายศักดิ์ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “ยุทธศาสตร์ 3 ปีของกลุ่มทิสโก้ตั้งอยู่บนความยืดหยุ่น และการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย บนพื้นฐานของกระบวนการและระบบที่มีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมพลังด้วยเทคโนโลยี  เพื่อสร้าง Ecosystem ทางการเงินที่ครบวงจร ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างรับผิดชอบควบคู่กับการสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืน เรามุ่งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยายนต์ การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป การออกกองทุนที่เน้นความยั่งยืน และการจัดหาเงินทุนสีเขียว (Green Financing) เพื่อสนับสนุนโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังยึดมั่นในบทบาทการสร้างโอกาสทางการเงิน การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ และส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน เพื่อยืนหยัดเป็น สถาบันการเงินที่ทุกคนเชื่อมั่นไว้วางใจได้ (Your Truted Financial Advisor) และเดินหน้าสู่ความยั่งยืนในระยะยาว”

    สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2569 ประกอบด้วย ธุรกิจรายย่อย มีสัดส่วนราว 70% ของสินเชื่อรวม โดยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ รถยนต์มือสอง รถจักรยานยนต์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถทุกประเภท ภายใต้แบรนด์ สมหวัง เงินสั่งได้ ซึ่งจากนี้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจะมุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยบริการดิจิทัลครบวงจร ควบคู่การใช้ AI Virtual Coach และระบบอัตโนมัติยกระดับประสิทธิภาพสาขา พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าในภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ดีนัก แม้อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้น เช่นเดียวกับสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซคจะเน้นการเติบโตแบบคัดเลือกพื้นที่ศักยภาพสูง พร้อมเสริมธุรกิจนายหน้าประกันภัยด้วยโมเดลที่เหมาะสมกับลูกค้า และเตรียมระบบรองรับสินเชื่อ EV เพื่อส่งเสริมการใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมาย 30% ของสินเชื่อใหม่เป็นสินเชื่อรถไฟฟ้า (BEV)

    ธุรกิจขนาดใหญ่ จะใช้กลยุทธ์ Selective Growth ในธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ พลังงาน รวมถึงขยายไปยังกลุ่มธุรกิจ Healthcare และ Data Center พร้อมผลักดันสู่การเงินสีเขียว (Green Financing) เพื่อจัดสรรเงินทุนและทรัพยากรทางการเงินสนับสนุนโครงการและธุรกิจที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้า 25% ของสินเชื่อองค์กรเป็นโครงการพลังงานสะอาดภายในปี 2573 ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอี จะขยายความร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และหอการค้าจังหวัดเพื่อเจาะตลาดท้องถิ่น เพิ่มโอกาสปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) โดยป้องกันความเสี่ยงด้วยโครงการค้ำประกันสินเชื่อ

    ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) มุ่งสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิด การให้คำปรึกษาทางการเงินแบบองค์รวม (Holistic Financial Advisory) ที่ครอบคลุมทุกมิติทางการเงิน ตั้งแต่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน การลงทุน ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ การวางแผนเกษียณ ไปจนถึงการวางแผนมรดก โดยผสานความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาทางการเงินกับเทคโนโลยี ผ่านโปรแกรม TISCO My Goal และแพลตฟอร์ม My Wealth เพื่อรบประสบการณ์ที่เหนือกว่าและตอบโจทย์เฉพาะบุคคล พร้อมคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพจากพันธมิตรชั้นนำ และพัฒนาระบบนิเวศทางการเงิน (Financial Health & Wealth Ecosystem) โดยมุ่งเน้นกลุ่ม Mass Affluent ที่มีสินทรัพย์ลงทุน (AUM) ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติของชีวิตทางการเงิน

    ธุรกิจบริหารจัดการกองทุน (Asset Management) มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่สร้างโอกาสรับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลและเครือข่ายตัวแทน ควบคู่กับการออกแบบกองทุนที่ตอบโจทย์ผู้เกษียณอายุ มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงเพื่อความมั่นคงระยะยาว พร้อมจ่ายปันผลเพื่อสร้างรายได้เสริม และเสริมด้วยแคมเปญ “Debt-Free, More Savings” เพื่อส่งเสริมการออมและลดภาระหนี้สำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)

    ธุรกิจหลักทรัพย์ (Securities Brokerage) มุ่งเพิ่มโอกาสการลงทุนที่ง่ายและสะดวกให้กับลูกค้า พร้อมสร้างแหล่งรายได้ใหม่ผ่านการนำ AI มาประยุกต์ใช้ โดยพัฒนาแพลตฟอร์ม Investifi+ ให้เป็นที่ปรึกษาการลงทุนครบวงจร เพิ่มฟังก์ชัน AI Smart Agents เพื่อยกระดับประสบการณ์ พร้อมขยายสินทรัพย์ซื้อขายให้หลากหลายขึ้น อีกทั้งเสริมบริการลูกค้าสถาบันผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Jefferies

    ธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Bancassurance) มุ่งมั่นให้บริการที่ปรึกษาด้านประกันระดับพรีเมียม โดยคัดสรรและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ภายใต้แพลตฟอร์ม Open Architecture ที่เกิดจากความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ พร้อมขับเคลื่อนผ่านแคมเปญ Family First เพื่อมอบทางเลือกที่เหมาะสมและตรงใจสำหรับแต่ละบุคคล

    สรุปผลประกอบการสำหรับงวดปี 2568

    ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้งวดปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 6,659 ล้านบาท ลดลง 3.5% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss – ECL) ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.0% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย ซึ่งเป็นไปตามแผนการเพิ่มสำรองกลับเข้าสู่ระดับปกติ รวมถึงรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นและหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น 2.2% จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 8.8% รายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Bancassurance) ที่เติบโต 5.5% สอดคล้องกับปริมาณการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยธนาคารทิสโก้มีปริมาณการปล่อยสินเชื่อรถใหม่ในงวดปี 2568 เติบโตกว่า 30% รายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุนขยายตัวตามการเพิ่มขึ้นของเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพและการออกกองทุนรวมใหม่รวม 15 กองในระหว่างปี นอกจากนี้ บริษัทมีผลกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ด้านธุรกิจหลักทรัพย์ชะลอตัวตลอดปี ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ซบเซา ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอ่อนตัวลง 0.5% ผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยรวม 4 ครั้งในปีนี้ และการลดดอกเบี้ยให้แก่ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือ “คุณสู้ เราช่วย” บริษัทยังคงดำเนินการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวม (Cost-to-income Ratio) ที่ 45.9% ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) งวดปี 2568 อยู่ที่ 15.4%

    เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวน 235,779 ล้านบาท เติบโต 1.5% จากสิ้นปี 2567 จากสินเชื่อเช่าซื้อเป็นหลัก สินเชื่อรถมือสองและสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามแผนการขยายสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูงอย่างระมัดระวัง รวมทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ฟื้นตัว ตามยอดขายรถยนต์ในประเทศที่กลับมาขยายตัว ประกอบกับส่วนแบ่งตลาดของธนาคารทิสโก้ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.1% สำหรับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ลดลงมาอยู่ที่ 2.28% ของสินเชื่อรวม ผลจากนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง รวมถึงการให้การช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทมีค่าเผื่อสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) อยู่ที่ 172%

    ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.5% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.4% และ 2.1% ตามลำดับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tisco.co.th/th/news/20250114-tiscogroup-strategy-2&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UtHhPR-gD8_X0w1PFO0wZ

  • กรอ.ราชบุรี เผยเศรษฐกิจปลายปี 68 ขยายตัวเล็กน้อย ท่องเที่ยวโกยรายได้ทะลุ 6 พันล้าน พร้อมดัน “ปีนเขาเข้าถ้ำ” เป็นจุดขายใหม่ปี 69

    กรอ.ราชบุรี เผยเศรษฐกิจปลายปี 68 ขยายตัวเล็กน้อย ท่องเที่ยวโกยรายได้ทะลุ 6 พันล้าน พร้อมดัน “ปีนเขาเข้าถ้ำ” เป็นจุดขายใหม่ปี 69

    กรอ.ราชบุรี เผยเศรษฐกิจปลายปี 68 ขยายตัวเล็กน้อย ท่องเที่ยวโกยรายได้ทะลุ 6 พันล้าน พร้อมดัน “ปีนเขาเข้าถ้ำ” เป็นจุดขายใหม่ปี 69


    14/01/2569 | 8 |

    กรอ.ราชบุรี เผยเศรษฐกิจปลายปี 68 ขยายตัวเล็กน้อย ท่องเที่ยวโกยรายได้ทะลุ 6 พันล้าน พร้อมดัน “ปีนเขาเข้าถ้ำ” เป็นจุดขายใหม่ปี 69

    (14 มกราคม 2569) – จังหวัดราชบุรี – นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดราชบุรี (กรอ.จังหวัดราชบุรี) ครั้งที่ 1/2569 ณ ศาลากลางจังหวัดราชบุรี ที่ประชุมได้ติดตามสภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยพบสัญญาณการฟื้นตัวจากการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 10% พร้อมวางมาตรการสร้างความเข้าใจในการตรวจสอบโรงงานเพื่อลดความกังวลของภาคธุรกิจ

    เศรษฐกิจราชบุรีขยายตัว เกษตร-บริโภคพุ่ง แต่ภาคอุตสาหกรรมยังชะลอ สำนักงานคลังจังหวัดราชบุรีรายงานสภาวะเศรษฐกิจเดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่าเศรษฐกิจโดยรวมมีสัญญาณ “ขยายตัว” เล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ: ภาคเกษตรกรรม: ขยายตัวร้อยละ 5.96 จากผลผลิตสำคัญอย่าง สับปะรด ข้าว และกุ้งก้ามกราม การบริโภคภาคเอกชน: ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 19.48 สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น การลงทุนภาคเอกชน: พลิกกลับมาขยายตัวร้อยละ 3.05 จุดที่น่ากังวล: ภาคอุตสาหกรรมหดตัวลงร้อยละ -12.20 และการใช้จ่ายภาครัฐหดตัวลงร้อยละ -18.05 รวมถึงอัตราการจ้างงานที่ลดลงเล็กน้อย ท่องเที่ยวสดใส รายได้โตกว่า 10% ดัน “ปีนเขาเข้าถ้ำ” เป็นไฮไลท์ปี 69 ด้านสถานการณ์การท่องเที่ยว ข้อมูลเปรียบเทียบช่วงเดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2568 พบว่าราชบุรีมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 6,052.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.17 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม 2,964,428 คน

    สำหรับทิศทางปีงบประมาณ 2569 จังหวัดราชบุรีได้วางกลยุทธ์ Quick Win กระตุ้นตลาดและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย (Restoring Trust) โดยมีกิจกรรมเด่นในปฏิทินการท่องเที่ยว ได้แก่: กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2569: กิจกรรมปีนเขาลำภาชี และงานดนตรีในสวนผึ้ง โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย: “ปีนเขาเข้าถ้ำ” (Ratchaburi Adventure) โครงการประกวดท่าเรือดีเด่น: ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

    เร่งสร้างความเข้าใจปม “ตรวจสอบโรงงาน” ลดความตื่นตระหนกภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงกรณีที่ผู้ประกอบการโรงงานมีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าตรวจค้นจับกุมของเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางในคดีทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น โดย กรอ.ราชบุรี ได้เสนอแนวทางแก้ไข ดังนี้:ให้หน่วยงานภาครัฐจัดประชุมชี้แจงข้อกฎหมายและแนวทางการตรวจสอบที่ชัดเจน ขอให้มีการแจ้งล่วงหน้าก่อนเข้าตรวจสอบ (ในกรณีไม่ใช่ความผิดอาญาร้ายแรง) จัดทำแนวปฏิบัติ (Guideline) ให้ผู้ประกอบการใช้เตรียมความพร้อมด้านเอกสาร จัดตั้ง “คลินิกให้คำปรึกษาด้านการขอและต่อใบอนุญาตโรงงาน” เพื่ออำนวยความสะดวกและลดข้อผิดพลาดในการดำเนินกิจการ


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/465655&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2f3lmeX75dJ5tUkczV1qEg

  • กรอ.ราชบุรี เผยเศรษฐกิจปลายปี 68 ขยายตัวเล็กน้อย ท่องเที่ยวโกยรายได้ทะลุ 6 พันล้าน พร้อมดัน “ปีนเขาเข้าถ้ำ” เป็นจุดขายใหม่ปี 69

    กรอ.ราชบุรี เผยเศรษฐกิจปลายปี 68 ขยายตัวเล็กน้อย ท่องเที่ยวโกยรายได้ทะลุ 6 พันล้าน พร้อมดัน “ปีนเขาเข้าถ้ำ” เป็นจุดขายใหม่ปี 69

    กรอ.ราชบุรี เผยเศรษฐกิจปลายปี 68 ขยายตัวเล็กน้อย ท่องเที่ยวโกยรายได้ทะลุ 6 พันล้าน พร้อมดัน “ปีนเขาเข้าถ้ำ” เป็นจุดขายใหม่ปี 69


    14/01/2569 | 6 |

    กรอ.ราชบุรี เผยเศรษฐกิจปลายปี 68 ขยายตัวเล็กน้อย ท่องเที่ยวโกยรายได้ทะลุ 6 พันล้าน พร้อมดัน “ปีนเขาเข้าถ้ำ” เป็นจุดขายใหม่ปี 69

    (14 มกราคม 2569) – จังหวัดราชบุรี – นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดราชบุรี (กรอ.จังหวัดราชบุรี) ครั้งที่ 1/2569 ณ ศาลากลางจังหวัดราชบุรี ที่ประชุมได้ติดตามสภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยพบสัญญาณการฟื้นตัวจากการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 10% พร้อมวางมาตรการสร้างความเข้าใจในการตรวจสอบโรงงานเพื่อลดความกังวลของภาคธุรกิจ

    เศรษฐกิจราชบุรีขยายตัว เกษตร-บริโภคพุ่ง แต่ภาคอุตสาหกรรมยังชะลอ สำนักงานคลังจังหวัดราชบุรีรายงานสภาวะเศรษฐกิจเดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่าเศรษฐกิจโดยรวมมีสัญญาณ “ขยายตัว” เล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ: ภาคเกษตรกรรม: ขยายตัวร้อยละ 5.96 จากผลผลิตสำคัญอย่าง สับปะรด ข้าว และกุ้งก้ามกราม การบริโภคภาคเอกชน: ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 19.48 สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น การลงทุนภาคเอกชน: พลิกกลับมาขยายตัวร้อยละ 3.05 จุดที่น่ากังวล: ภาคอุตสาหกรรมหดตัวลงร้อยละ -12.20 และการใช้จ่ายภาครัฐหดตัวลงร้อยละ -18.05 รวมถึงอัตราการจ้างงานที่ลดลงเล็กน้อย ท่องเที่ยวสดใส รายได้โตกว่า 10% ดัน “ปีนเขาเข้าถ้ำ” เป็นไฮไลท์ปี 69 ด้านสถานการณ์การท่องเที่ยว ข้อมูลเปรียบเทียบช่วงเดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2568 พบว่าราชบุรีมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 6,052.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.17 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม 2,964,428 คน

    สำหรับทิศทางปีงบประมาณ 2569 จังหวัดราชบุรีได้วางกลยุทธ์ Quick Win กระตุ้นตลาดและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย (Restoring Trust) โดยมีกิจกรรมเด่นในปฏิทินการท่องเที่ยว ได้แก่: กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2569: กิจกรรมปีนเขาลำภาชี และงานดนตรีในสวนผึ้ง โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย: “ปีนเขาเข้าถ้ำ” (Ratchaburi Adventure) โครงการประกวดท่าเรือดีเด่น: ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

    เร่งสร้างความเข้าใจปม “ตรวจสอบโรงงาน” ลดความตื่นตระหนกภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงกรณีที่ผู้ประกอบการโรงงานมีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าตรวจค้นจับกุมของเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางในคดีทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น โดย กรอ.ราชบุรี ได้เสนอแนวทางแก้ไข ดังนี้:ให้หน่วยงานภาครัฐจัดประชุมชี้แจงข้อกฎหมายและแนวทางการตรวจสอบที่ชัดเจน ขอให้มีการแจ้งล่วงหน้าก่อนเข้าตรวจสอบ (ในกรณีไม่ใช่ความผิดอาญาร้ายแรง) จัดทำแนวปฏิบัติ (Guideline) ให้ผู้ประกอบการใช้เตรียมความพร้อมด้านเอกสาร จัดตั้ง “คลินิกให้คำปรึกษาด้านการขอและต่อใบอนุญาตโรงงาน” เพื่ออำนวยความสะดวกและลดข้อผิดพลาดในการดำเนินกิจการ


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/465655&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2f3lmeX75dJ5tUkczV1qEg

  • งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 รวมโปรเด็ด แพ็กเกจโดนใจ

              งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 งานมหกรรมท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมโปรโมชั่นดี ๆ เพียบ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

              งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 กลับมาอีกครั้งเพื่อชวนทุกคนออกเดินทาง เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบในที่เดียว รวบรวมเสน่ห์จากทุกภูมิภาคของไทยและจุดหมายปลายทางน่าสนใจจากทั่วโลก เหมาะสำหรับสายเที่ยวที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ พร้อมวางแผนการเดินทางครั้งต่อไปอย่างสนุกและคุ้มค่า กับโปรโมชั่นและกิจกรรมดี ๆ ในงานมากมาย ว่าแต่ครั้งนี้จะมีอะไรมาเอาใจสายเที่ยวบ้าง ตามมาดูกัน

    งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก
    ครั้งที่ 31

    งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 จัดวันไหน

              ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก แจ้งกำหนดการจัดงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 วันที่ 22-25 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก

    งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 มีอะไรบ้าง

              สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) กำหนดจัดงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 ครั้งนี้มาในธีม “GO BEYOND AMAZING TRAVEL” นำทัพผู้ประกอบการมาจัดเต็มกว่า 600 บูธ ได้แก่

    • แพ็กเกจทัวร์ โปรแกรมท่องเที่ยวในประเทศ และต่างประเทศ 

    • ตั๋วเครื่องบินราคาสุดพิเศษจากสายการบินชั้นนำ, ที่พักโรงแรม, รีสอร์ท, รถเช่า, เรือสำราญ, ตั๋วรถไฟ,JR pass, Swiss Pass และอื่น ๆ  

    • สินค้าท่องเที่ยว หลากหลาย เช่น ตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว, ตั๋วล่องเรือ, Travel Sim, Pocket wifi และอื่น ๆ 

    • ศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยว เตรียมตัวก่อนการเดินทาง มีข้อมูลการท่องเที่ยวอัพเดทจากการท่องเที่ยวโดยตรงจากหลายประเทศ

    • สนุกสนานไปกับกิจกรรมและการแสดงที่นำมาให้ท่านเพลิดพลินตลอดงาน

    • พิเศษ ! เพิ่มบูธโซนอาหาร อิ่มท้องจัดเต็ม และของแจกเพียบ

    เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก

    +++ รายชื่อผู้จัดแสดงงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31

    งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 ตัวอย่างโปรโมชั่น

              ภายในงานจะมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวหลากหลายบูธ นำเสนอโปรโมชั่นและแพ็กเกจพิเศษมากมาย เช่น

              งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 คือโอกาสดีในการเปิดมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยว ชวนทุกคนออกเดินทาง สร้างความทรงจำดี ๆ และค้นหาเสน่ห์ของโลกใบนี้ไปด้วยกัน ^ ^ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก)

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ท่องเที่ยวไทย เที่ยวต่างประเทศ งานท่องเที่ยว 2569 อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view297973.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AXmPoCCev3HzuZu2aCjnW

  • ศธ. จับมือยูเนสโก ยกระดับการศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม ดันอาชีวะสีเขียว 433 แห่ง

    ศธ. จับมือยูเนสโก ยกระดับการศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม ดันอาชีวะสีเขียว 433 แห่ง

    “นฤมล” นำ ก.ศึกษาธิการ จับมือยูเนสโก ยกระดับ “การศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม” ดันอาชีวะสีเขียว 433 แห่ง พร้อมเปิดเวทีแข่งขันไอเดียเยาวชน พัฒนาครู-นักเรียนด้านดิจิทัลและ AI

    เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือความร่วมมือการยกระดับการจัดการศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม (Greening Education) และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษาไทย ร่วมกับ นางสาวซูฮย็อน คิม (Ms. Soohyun Kim) ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโกกรุงเทพฯ (UNESCO Bangkok) ณ ห้องดำรงราชานุภาพ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

    โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญของเรื่องศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Greening Education โดยเฉพาะการขับเคลื่อนสถานศึกษาอาชีวะสีเขียว (Green TVET) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยขณะนี้มีความพร้อมอย่างมาก มีศูนย์การเรียนรู้และสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการแล้วถึง 433 แห่ง และได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) รองรับเรียบร้อยแล้ว

    “เพื่อให้การขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อมเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง ศธ. และ UNESCO มีแนวคิดที่จะจัดการแข่งขัน (Competition) เพื่อระดมไอเดียด้านสิ่งแวดล้อม (Green ideas) จากกลุ่มนักเรียนและเยาวชนโดยตรง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เป็นผู้คิดและเสนอแนวทางปฏิบัติด้วยตนเอง แทนที่จะเป็นการรับนโยบายจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้เยาวชนรู้สึกเป็นเจ้าของและมีความตระหนักรู้ในเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง”

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development) ศธ. ได้เตรียมเสนอโครงการส่งข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานยูเนสโก ทั้งที่สำนักงานกรุงเทพฯ และที่กรุงปารีส เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้เรียนรู้ระบบงานระดับสากลและนำกลับมาพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ ยังได้หารือความร่วมมือในการพัฒนาสมรรถนะด้านดิจิทัลและ AI (AI Competency) ให้กับทั้งครูและนักเรียน ให้เท่าทันเทคโนโลยี รวมถึงความร่วมมือด้าน Ocean Literacy เพื่อสร้างองค์ความรู้เรื่องทรัพยากรทางทะเลแก่เยาวชนอีกด้วย

    ด้าน นางสาวซูฮย็อน คิม กล่าวชื่นชมและขานรับวิสัยทัศน์ของไทยในทุกประเด็น โดยเฉพาะโมเดล Green TVET ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติจริง พร้อมยินดีสนับสนุนไทยผ่านโครงการ Global Skills Academy เพื่อพัฒนาทักษะครูด้าน AI และตอบรับข้อเสนอโครงการ Secondment ที่จะเปิดรับบุคลากรไทยไปร่วมงานเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ระดับนานาชาติ

    นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงวาระสำคัญในปี 2026 ที่ความสัมพันธ์ไทย-ยูเนสโก จะครบรอบ 65 ปี โดยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้การสนับสนุนงานของยูเนสโกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแสดงความยินดีที่ประเทศไทยมีเมืองสมาชิกใหม่ในเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning Cities) ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทที่เข้มแข็งของไทยในเวทีการศึกษาโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2907859&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0n61DQgG6kkBOO1NdGkZ8C