Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เพชรบุรีจัดใหญ่! ชูเมืองสร้างสรรค์โลก ยกระดับ 2 งานประเพณีใหญ่ กระตุ้นเศรษฐกิจยั่งยืน | TOPNEWS

    จังหวัดเพชรบุรีส่งเสริมงานประเพณีท้องถิ่น ยกระดับงาน “นมัสการรอยพระพุทธบาทเขาลูกช้าง” “เทศกาลสงกรานต์บนหลังเกวียน” ชูการท่องเที่ยวสู่เมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานการแถลงข่าวงานส่งเสริมงานประเพณีเพื่อการท่องเที่ยวสู่เมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน โดยมี นางกัญญพัชร นางาม วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี นายจงรัก เพชรเสน นายอำเภอท่ายาง นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด นายธนาเดช ทองธนบดีกุล นายกเทศมนตรีตำบลท่าไม้รวก นายบรรพต กำไลแก้ว เลขานุการสภาวัฒนธรรมอำเภอบ้านลาด ผู้แทนสภาวัฒนธรรมตำบลถ้ำรงค์ นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายทางวัฒนธรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าว

    นายชัยพล ภูต้องลม กล่าวว่า จังหวัดเพชรบุรีเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีความเก่าแก่ยาวนาน มีหลักฐานโบราณคดีตั้งแต่ยุคทวารวดี สุโขทัย อยุธยา จนถึงรัตนโกสินทร์ เป็นศูนย์กลางการสืบทอดงานช่างฝีมือของไทย โดยเฉพาะ “สกุลช่างเมืองเพชร” ที่มีความโดดเด่นระดับชาติ และเป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต จนมีผู้เรียกขานว่า “อยุธยาที่มีชีวิต” ซึ่งหาได้ยากในประเทศไทย

    ในด้านภูมิปัญญาอาหาร จังหวัดเพชรบุรีมีความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรอาหารสูง โดยเฉพาะวัตถุดิบสำคัญที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ได้แก่ เกลือ น้ำตาลโตนด และมะนาวแป้น ซึ่งมีรสชาติและคุณสมบัติเฉพาะตัว ถือเป็นรากฐานของอาหารเมืองเพชรที่มีเอกลักษณ์ ทั้งรสเค็ม เปรี้ยว และหวาน จนได้รับฉายาว่า “เมือง 3 รส” ที่สะท้อนภูมิปัญญาทางอาหารและการปรุงที่สั่งสมมายาวนาน

    อีกทั้งยังได้รับการประกาศเป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก” (UNESCO Creative Cities of Gastronomy) เมื่อปี พ.ศ. 2564 ทำให้จังหวัดเพชรบุรีเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ถือเป็น ซอฟต์พาวเวอร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับจังหวัดเพชรบุรีมหาศาล ด้วยเหตุนี้จังหวัดเพชรบุรีได้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมเป็นกลไกพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนผ่านโครงการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมสู่เมืองสร้างสรรค์ระดับสากล การส่งเสริมงานประเพณีเพื่อการท่องเที่ยวสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารอย่างยั่งยืน  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานประเพณี 2 แห่ง

    ได้แก่ งานประจำปีนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาลูกช้าง ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณวัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง และงานเทศกาลประเพณีสงกรานต์บนหลังเกวียน ระหว่างวันที่ 10 – 14  เมษายน 2569 ณ บริเวณทุ่งนาป่าตาล ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่ ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด

    รอง ผวจ.เพชรบุรี กล่าวต่ออีกว่า การจัดงานเทศกาลประเพณีทั้ง 2 งานนี้ จังหวัดเพชรบุรีได้นำมิติทางวัฒนธรรมมาดำเนินโครงการในด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อยกระดับการจัดงานสืบสานประเพณีหรือเทศกาลต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิม สร้างรายได้ และความมั่งคั่งจากทุนและทรัพยากร ทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความอยู่ดี มีสุข ยกระดับการจัดงานระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับจังหวัด และระดับประเทศในอนาคต จากการท่องเที่ยว สินค้า และบริการทาง/วัฒนธรรม สินค้าจากภูมิปัญญาไทย ส่งเสริมอัตลักษณ์ และความเป็นไทยสืบต่อไป

    ดาราวรรณ  เข็มตรง ผู้สื่อข่าว top new ทั่วไทย จ.เพชรบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1465309&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23gVBOJpJyRU22pwyLvsuE

  • กิจกรรมเดินป่าจังหวัดเชียงใหม่ ทางเลือกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์-รักสุขภาพ

    ในปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม นอกจากจะได้ชื่นชมความสวยงามแล้วยังเป็นการออกกำลังกายซึ่งดีต่อสุขภาพอีกด้วย หนึ่งในประเภทที่คนกำลังให้ความสนใจก็คือการเดินป่าระยะสั้นที่กำลังมาแรง มือใหม่ หรือคนที่ไม่เคยทำมาก่อนก็เริ่มทดลองร่วมกิจกรรมนี้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ ทำได้ง่ายทั้งไปคนเดียว ไปกับเพื่อน หรือไปเป็นครอบครัว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo03.jpg

    โดยจังหวัดเชียงใหม่มีเส้นทางเดินป่าที่ไม่ไกลจากเมืองเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ใช้เวลาเดินไม่นาน ตอบโจทย์กระแสท่องเที่ยวธรรมชาติ สอดแทรกมุมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในขณะเดียวกันหลายฝ่ายก็มองว่าหากมีการต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแวด โดยที่ชุมชนใกล้ๆ มีส่วนร่วม ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งในการที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติ

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การเดินป่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ในช่วงปี 2568 มีฝนตกลงมามากพอสมควร ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงมีความเขียว ดอกไม้ต้นไม้มีความสวยงาม ไม่แห้งแล้งจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เปียกจนยากต่อการท่องเที่ยวหรือการเดิน สิ่งนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้คนให้ความสนใจ มีการถ่ายทอดเรื่องราวลงโลกสังคมออนไลน์ หลายคนก็อยากจะทดลองกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่คึกคักเป็นอย่างมาก

    สำหรับจังหวัดเชียงใหม่มีป่าใกล้เมืองที่สามารถทำกิจกรรมนี้ได้อยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีความสวยงามมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รวมถึงความยากง่ายที่แตกต่างกันออกไป มือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการหรืออยากจะทดลองก็สามารถทำได้ไม่ยาก ซึ่งการเดินป่าระยะสั้นของจังหวัดเชียงใหม่มีสิ่งที่โดดเด่นอยู่หลายประการ เช่น ไม่ไกลเมืองอยู่ใกล้กับแหล่งที่พัก ป่ามีความอุดมสมบูรณ์เขียวขจี อากาศในช่วงเช้าเย็นสบาย

    นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเชียงใหม่และอยากทดลองกิจกรรมนี้อย่างน้อยก็พักในเชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 3 คืน พอทำกิจกรรมเดินป่าเสร็จแล้วก็จะไปทานอาหารหรือท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการหรือร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับเส้นทางเดินป่าก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo02.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo04.jpg

    “ส่วนตัวคิดว่ากิจกรรมนี้สามารถต่อยอดได้อีกมาก เพราะกระแสสิ่งแวดล้อมแวด กระแสการรักสุขภาพ การท่องเที่ยวแบบครอบครัว กำลังได้รับความสนใจทั้งประเทศไทยและระดับโลก อยากให้มีการต่อยอดในการที่หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่จัดทำป้ายบอกทางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่นห้องน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งคิดว่าแต่ละหน่วยงานสามารถร่วมมือทำได้เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว” ไพศาล กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo V01.jpg

    ด้าน ศิริลักษณ์ ธาตุอินทร์จันทร์ ชาวเชียงใหม่เปิดเผยว่า ส่วนตัวเริ่มสนใจการท่องเที่ยวทางธรรมชาติมานานแล้ว ในช่วงแรกเป็นการขับรถท่องเที่ยวไปยังแหล่งธรรมชาติต่างๆ ต่อมาได้เริ่มกิจกรรมการเดินป่าอย่างจริงจังที่กิ่วแม่ปานที่เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติอันโด่งดังบนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ยากและมีไกด์นำทาง จากประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดความชื่นชอบในการเดินป่า และเริ่มมองว่าการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นทั้งการพักผ่อนและการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ

    หากเป็นช่วงฤดูหนาว ความรู้สึกที่ได้รับคือสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และรู้สึกผ่อนคลายทางจิตใจ ได้อยู่กับธรรมชาติและหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง ทำให้สามารถปล่อยวางความคิดต่างๆ และโฟกัสอยู่กับเส้นทางที่เดินตรงหน้า สิ่งที่ชื่นชอบที่สุดคือความรู้สึกของการได้ฮีลใจควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย การได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และบรรยากาศของธรรมชาติ เช่น การเดินขึ้นดอยสุเทพ เดินเทรลวัดผาลาด ห้วยตึงเฒ่า หรือแกรนด์แคนยอนปาย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไปบ่อยและสร้างความรู้สึกผูกพันกับธรรมชาติอย่างมาก

    อย่างไรก็ตามอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการพัฒนาป้ายนำทาง แผนที่เส้นทาง และกฎระเบียบให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการจัดให้มีห้องน้ำและการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง แม้โดยภาพรวมจังหวัดเชียงใหม่จะมีการดูแลที่ดีและมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยดูแลในหลายพื้นที่ แต่บางเส้นทางยังอาจดูแลไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร

    “ความง่ายของการท่องเที่ยวทางธรรมชาติคือ หากมีการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและอุปกรณ์อย่างเหมาะสม ก็สามารถท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจและสนุกสนาน ส่วนความยากคือสภาพอากาศ โดยเฉพาะฤดูฝนที่เส้นทางอาจลื่นและลาดชัน รวมถึงเส้นทางที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้หลงทางได้ สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือการพบสัตว์ป่าที่อาจจะเป็นอันตราย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ” ศิริลักษณ์ กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ขณะที่ความเห็นของทางสภาลมหายใจเชียงใหม่ ก็เห็นด้วยกับกิจกรรมการเดินป่า หรือวิ่งเทรล เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับป่าไม้ หากได้รับความนิยมมากขึ้นการอนุรักษ์และดูแลป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงก็จะให้ความสนใจและเข้มงวดในการรักษาป่า ไม่ให้ป่าไม้ถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า หรือคนที่เข้าไปทำลายป่า

    “ทั้งนี้ก็อยากจะให้ผู้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม หากนำสิ่งของเข้าไปในป่าก็ให้เอาออกมาด้วย เพื่อที่จะให้ป่าสะอาดและจะได้ต่อยอดกิจกรรมนี้ให้ดีขึ้นไปถึงระดับโลก”

    ด้านสมาคมร้านอาหารเชียงใหม่ เห็นด้วยที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเดินป่า สามารถพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้นได้ หากเป็นเส้นทางระยะไกลอาจจะสร้างเป็นสถานีที่การพักแรมเล็ก ๆไม่ใช้พื้นที่ใหญ่โตมากมายที่ไม่ไปรบกวนกับธรรมชาติ หรือลักษณะที่เป็นลานกางเต็นท์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำหรือร้านขายของเล็กๆ เป็นสิ่งที่เราสามารถพัฒนาได้ง่ายและรวดเร็วและไม่ได้มีการลงทุนมาก หลังจากนั้นก็มีการโปรโมท ว่าเรามีเส้นทางการเดินป่ารวมถึงมีความสมบูรณ์และสะดวกแห่งหนึ่งในเอเชีย

    เพราะจังหวัดเชียงใหม่ได้รับเลือกให้เป็นเส้นทางการแข่งขันวิ่งเทรลระดับโลก ซึ่งเราถือว่าเป็นสนามหลักของโลกเพราะตรงนี้เราสามารถประกาศให้เป็นจังหวัดที่มีเส้นทางเดินป่าที่ดีแห่งหนึ่ง”

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo06.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo07.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/hiking-in-chiang-mai-province-an-alternative-for-ecotourism-and-wellness&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nFvOxmLq3o1KE72blGgQy

  • สถิติที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยเกี่ยวกับความเสียหายและการสูญเสียจากปฏิบัติการก่อการร้ายครั้งล่าสุด

    สถิติที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยเกี่ยวกับความเสียหายและการสูญเสียจากปฏิบัติการก่อการร้ายครั้งล่าสุด

    เพื่อตอบสนองต่อข้อความของ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งกล่าวต่อผู้ชุมนุมชาวอเมริกันว่า“แผนการของเรานั้นเรียบง่ายอย่างยิ่ง หากคุณบุกโจมตีโบสถ์ หรือทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง เราจะดำเนินทุกมาตรการที่อยู่ในอำนาจของเรา เพื่อนำคุณเข้าสู่เรือนจำ”

    ความเสียหายและการสูญเสียจากปฏิบัติการก่อการร้ายครั้งล่าสุดในอิหร่าน

    ความเสียหายที่เกิดขึ้น ได้แก่
    • รถพยาบาลและรถโดยสาร 305 คัน
    • สถานีบริการน้ำมัน 24 แห่ง
    • ร้านค้าท้องถิ่น (ร้านขายของชำ) 700 แห่ง
    • ที่อยู่อาศัยส่วนบุคคล 300 หลัง
    • ธนาคาร 750 แห่ง
    • อาคารราชการ 414 แห่ง
    • สถานีตำรวจ 749 แห่ง
    • ศูนย์บาซิจ 120 แห่ง
    • โรงเรียน 200 แห่ง
    • มัสยิด 350 แห่ง
    • ห้องสมุด 15 แห่ง
    • โบสถ์คริสต์อาร์เมเนีย 2 แห่ง
    • ป้ายรถโดยสารประจำทาง 253 แห่ง
    • เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) 600 เครื่อง
    • รถยนต์ส่วนบุคคล 800 คัน

    ● ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด: 3,117 คน
    • พลเรือนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง: 2,427 คน
    • ผู้ก่อการร้าย: 690 คน

  • กิจกรรมเดินป่าจังหวัดเชียงใหม่ ทางเลือกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์-รักสุขภาพ

    ในปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม นอกจากจะได้ชื่นชมความสวยงามแล้วยังเป็นการออกกำลังกายซึ่งดีต่อสุขภาพอีกด้วย หนึ่งในประเภทที่คนกำลังให้ความสนใจก็คือการเดินป่าระยะสั้นที่กำลังมาแรง มือใหม่ หรือคนที่ไม่เคยทำมาก่อนก็เริ่มทดลองร่วมกิจกรรมนี้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ ทำได้ง่ายทั้งไปคนเดียว ไปกับเพื่อน หรือไปเป็นครอบครัว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo03.jpg

    โดยจังหวัดเชียงใหม่มีเส้นทางเดินป่าที่ไม่ไกลจากเมืองเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ใช้เวลาเดินไม่นาน ตอบโจทย์กระแสท่องเที่ยวธรรมชาติ สอดแทรกมุมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในขณะเดียวกันหลายฝ่ายก็มองว่าหากมีการต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแวด โดยที่ชุมชนใกล้ๆ มีส่วนร่วม ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งในการที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติ

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การเดินป่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ในช่วงปี 2568 มีฝนตกลงมามากพอสมควร ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงมีความเขียว ดอกไม้ต้นไม้มีความสวยงาม ไม่แห้งแล้งจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เปียกจนยากต่อการท่องเที่ยวหรือการเดิน สิ่งนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้คนให้ความสนใจ มีการถ่ายทอดเรื่องราวลงโลกสังคมออนไลน์ หลายคนก็อยากจะทดลองกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่คึกคักเป็นอย่างมาก

    สำหรับจังหวัดเชียงใหม่มีป่าใกล้เมืองที่สามารถทำกิจกรรมนี้ได้อยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีความสวยงามมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รวมถึงความยากง่ายที่แตกต่างกันออกไป มือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการหรืออยากจะทดลองก็สามารถทำได้ไม่ยาก ซึ่งการเดินป่าระยะสั้นของจังหวัดเชียงใหม่มีสิ่งที่โดดเด่นอยู่หลายประการ เช่น ไม่ไกลเมืองอยู่ใกล้กับแหล่งที่พัก ป่ามีความอุดมสมบูรณ์เขียวขจี อากาศในช่วงเช้าเย็นสบาย

    นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเชียงใหม่และอยากทดลองกิจกรรมนี้อย่างน้อยก็พักในเชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 3 คืน พอทำกิจกรรมเดินป่าเสร็จแล้วก็จะไปทานอาหารหรือท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการหรือร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับเส้นทางเดินป่าก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo02.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo04.jpg

    “ส่วนตัวคิดว่ากิจกรรมนี้สามารถต่อยอดได้อีกมาก เพราะกระแสสิ่งแวดล้อมแวด กระแสการรักสุขภาพ การท่องเที่ยวแบบครอบครัว กำลังได้รับความสนใจทั้งประเทศไทยและระดับโลก อยากให้มีการต่อยอดในการที่หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่จัดทำป้ายบอกทางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่นห้องน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งคิดว่าแต่ละหน่วยงานสามารถร่วมมือทำได้เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว” ไพศาล กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo V01.jpg

    ด้าน ศิริลักษณ์ ธาตุอินทร์จันทร์ ชาวเชียงใหม่เปิดเผยว่า ส่วนตัวเริ่มสนใจการท่องเที่ยวทางธรรมชาติมานานแล้ว ในช่วงแรกเป็นการขับรถท่องเที่ยวไปยังแหล่งธรรมชาติต่างๆ ต่อมาได้เริ่มกิจกรรมการเดินป่าอย่างจริงจังที่กิ่วแม่ปานที่เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติอันโด่งดังบนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ยากและมีไกด์นำทาง จากประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดความชื่นชอบในการเดินป่า และเริ่มมองว่าการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นทั้งการพักผ่อนและการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ

    หากเป็นช่วงฤดูหนาว ความรู้สึกที่ได้รับคือสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และรู้สึกผ่อนคลายทางจิตใจ ได้อยู่กับธรรมชาติและหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง ทำให้สามารถปล่อยวางความคิดต่างๆ และโฟกัสอยู่กับเส้นทางที่เดินตรงหน้า สิ่งที่ชื่นชอบที่สุดคือความรู้สึกของการได้ฮีลใจควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย การได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และบรรยากาศของธรรมชาติ เช่น การเดินขึ้นดอยสุเทพ เดินเทรลวัดผาลาด ห้วยตึงเฒ่า หรือแกรนด์แคนยอนปาย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไปบ่อยและสร้างความรู้สึกผูกพันกับธรรมชาติอย่างมาก

    อย่างไรก็ตามอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการพัฒนาป้ายนำทาง แผนที่เส้นทาง และกฎระเบียบให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการจัดให้มีห้องน้ำและการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง แม้โดยภาพรวมจังหวัดเชียงใหม่จะมีการดูแลที่ดีและมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยดูแลในหลายพื้นที่ แต่บางเส้นทางยังอาจดูแลไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร

    “ความง่ายของการท่องเที่ยวทางธรรมชาติคือ หากมีการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและอุปกรณ์อย่างเหมาะสม ก็สามารถท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจและสนุกสนาน ส่วนความยากคือสภาพอากาศ โดยเฉพาะฤดูฝนที่เส้นทางอาจลื่นและลาดชัน รวมถึงเส้นทางที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้หลงทางได้ สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือการพบสัตว์ป่าที่อาจจะเป็นอันตราย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ” ศิริลักษณ์ กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ขณะที่ความเห็นของทางสภาลมหายใจเชียงใหม่ ก็เห็นด้วยกับกิจกรรมการเดินป่า หรือวิ่งเทรล เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับป่าไม้ หากได้รับความนิยมมากขึ้นการอนุรักษ์และดูแลป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงก็จะให้ความสนใจและเข้มงวดในการรักษาป่า ไม่ให้ป่าไม้ถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า หรือคนที่เข้าไปทำลายป่า

    “ทั้งนี้ก็อยากจะให้ผู้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม หากนำสิ่งของเข้าไปในป่าก็ให้เอาออกมาด้วย เพื่อที่จะให้ป่าสะอาดและจะได้ต่อยอดกิจกรรมนี้ให้ดีขึ้นไปถึงระดับโลก”

    ด้านสมาคมร้านอาหารเชียงใหม่ เห็นด้วยที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเดินป่า สามารถพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้นได้ หากเป็นเส้นทางระยะไกลอาจจะสร้างเป็นสถานีที่การพักแรมเล็ก ๆไม่ใช้พื้นที่ใหญ่โตมากมายที่ไม่ไปรบกวนกับธรรมชาติ หรือลักษณะที่เป็นลานกางเต็นท์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำหรือร้านขายของเล็กๆ เป็นสิ่งที่เราสามารถพัฒนาได้ง่ายและรวดเร็วและไม่ได้มีการลงทุนมาก หลังจากนั้นก็มีการโปรโมท ว่าเรามีเส้นทางการเดินป่ารวมถึงมีความสมบูรณ์และสะดวกแห่งหนึ่งในเอเชีย

    เพราะจังหวัดเชียงใหม่ได้รับเลือกให้เป็นเส้นทางการแข่งขันวิ่งเทรลระดับโลก ซึ่งเราถือว่าเป็นสนามหลักของโลกเพราะตรงนี้เราสามารถประกาศให้เป็นจังหวัดที่มีเส้นทางเดินป่าที่ดีแห่งหนึ่ง”

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo06.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo07.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/hiking-in-chiang-mai-province-an-alternative-for-ecotourism-and-wellness&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nFvOxmLq3o1KE72blGgQy

  • ตัวถ่วงเศรษฐกิจไทย ปัญหาโครงสร้างเชิงสถาบัน 5 ด้าน ที่กำลังฉุดไทย ในความเห็นของ ‘บรรยง’ ให้เติบโตต่ำที่สุดในโลกของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

    ตัวถ่วงเศรษฐกิจไทย ปัญหาโครงสร้างเชิงสถาบัน 5 ด้าน ที่กำลังฉุดไทย ในความเห็นของ ‘บรรยง’ ให้เติบโตต่ำที่สุดในโลกของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

    บรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP กล่าวในรายการ WEALTH Roundtable ในบางช่วงตอน ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจ ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจที่สะสมมานาน แม้จะไม่กลับไปเป็นวิกฤตต้มยำกุ้งเหมือนในอดีต

    แต่ปัญหานี้จะถ่วงการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ไม่ให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจ แต่ถ้าเศรษฐกิจยังเป็นแบบนี้ต่อไป จะนำไปสู่วิกฤตทางสังคมได้ เป็นสิ่งน่ากังวล

    ปัจจุบันประเทศไทยกำลังติดกับดักการมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำที่สุดในโลกของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ปีนี้คาดว่า GDP จะโตต่ำกว่า 2% และปีหน้าโต 1.6%

    โดยประเทศไทยมีปัญหาโครงสร้างปัจจัยเชิงสถาบัน 5 ด้าน คือ 1. ประชาธิปไตยไม่จริง 2. ชิงกันโกง 3. ทางโล่งทุนใหญ่ 4. ไม่ใฝ่การเรียน 5. เซียนคุมศาล ล้วนเป็นตัวฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศไทย ข่าวร้ายไม่มีอันไหนแก้ง่าย ซึ่งกำลังสร้างปัญหากับเศรษฐกิจไทยใน 3 ด้าน คือ มั่งคั่ง ทั่วถึง ยั่งยืน ไม่บรรลุเป้าหมาย

    แต่หากยังไม่แก้ไขปัญหาเหล่านี้ก็ยังฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศไทยต่อไป

    บรรยง พงษ์พานิช ระบุปัญหาโครงสร้าง 5 ด้านฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย 1บรรยง พงษ์พานิช ระบุปัญหาโครงสร้าง 5 ด้านฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย 2บรรยง พงษ์พานิช ระบุปัญหาโครงสร้าง 5 ด้านฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย 3บรรยง พงษ์พานิช ระบุปัญหาโครงสร้าง 5 ด้านฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย 4

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thailand-economy-structural-problems-banyong/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fJi577E4Ot1YuTmyWnSZD

  • เลือกตั้ง69: เงินซื้อเสียงไม่จบแค่คูหา แต่บั่นทอนเศรษฐกิจชาติ

    เลือกตั้ง69: เงินซื้อเสียงไม่จบแค่คูหา แต่บั่นทอนเศรษฐกิจชาติ

    เลือกตั้ง 2569 : เมื่อ “7,500 บาท” ไม่ใช่ตัวเลข แต่คือสัญญาณเตือนอนาคตเศรษฐกิจไทย

    การเลือกตั้งปี 2569 กำลังดำเนินไปท่ามกลางการแข่งขันเชิงนโยบายที่เข้มข้น แต่ขณะเดียวกัน ประเด็น “การซื้อสิทธิขายเสียง” ก็กลับมาเป็นเงาสะท้อนด้านมืดของระบบการเมืองอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีตัวเลข “หัวละ 7,500 บาท” ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคม

    อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาอย่างรอบด้าน ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเงินสดในช่วงหาเสียง หากแต่เป็นภาพแทนของความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ที่อาจกัดกร่อนความสามารถในการแข่งขันและอนาคตเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

    ที่มาของตัวเลข 7,500 บาท : ความจริงเชิงสถิติที่ต้องอธิบาย

    รองศาสตราจารย์ ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์
    ที่ปรึกษาประจำสภา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ชี้แจงว่า ตัวเลข 7,500 บาทซึ่งกลายเป็นกระแสในโลกการเมืองนั้น มาจาก ผลสำรวจทัศนคติเรื่องการซื้อเสียงและการคอร์รัปชัน ภายใต้แคมเปญ Zero Corruption

    การสำรวจดังกล่าวจัดทำโดยความร่วมมือของภาคธุรกิจผ่าน คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และทีมวิชาการจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยร่วมกับ TDRI โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างรวม 4,800 ราย แบ่งเป็นภาคประชาชน 3,000 ราย และภาคธุรกิจ 1,700 ราย

    ข้อเท็จจริงที่สำคัญคือ

    • 7,500 บาทไม่ใช่ค่าเฉลี่ย แต่เป็นจำนวนเงินสูงสุดที่พบจากผู้ตอบเพียง 1 ราย หรือคิดเป็นเพียง 0.002% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด
    • ค่าเฉลี่ยการซื้อเสียงทั่วประเทศอยู่ที่ 985 บาท
    • กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีค่าเฉลี่ยสูงสุดที่ 1,169 บาท รองลงมาคือภาคเหนือ 1,076 บาท
    • ตัวเลขที่ถูกตอบมากที่สุดคือ 1,000 บาท ตามด้วย 500 และ 2,000 บาท

    ในเชิงเศรษฐศาสตร์ ตัวเลขที่สูงกว่าในพื้นที่เมืองสะท้อนทั้งค่าครองชีพที่สูงและ “เดิมพันทางการเมือง” ที่เพิ่มขึ้น เพราะเป็นการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลและการควบคุมงบประมาณภาครัฐ

    สังคมตื่นตัว แต่ไม่ยอมจำนนต่อการซื้อเสียง

    แม้ตัวเลข 7,500 บาทจะเป็นข้อมูลจากกรณีเฉพาะ แต่กลับกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวอย่างมากในสังคม หน่วยงานอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำไปตรวจสอบ

    ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ทัศนคติของประชาชนและภาคธุรกิจที่เริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

    • 69% ของประชาชนยืนยันว่าจะไม่รับเงิน
    • ในกลุ่มภาคธุรกิจ ตัวเลขพุ่งสูงถึง 85%
    • แม้ในกลุ่มที่รับเงินถึง 71.9% ระบุว่าจะไม่เลือกนักการเมืองหรือพรรคที่ซื้อเสียง โดยมองว่าเป็นการคอร์รัปชันและสะท้อนความไร้ความสามารถ

    สัญญาณเหล่านี้สะท้อนว่า “เงิน” กำลังสูญเสียพลังในการชี้ขาดทางการเมือง เมื่อประชาชนเริ่มมองไกลกว่าผลประโยชน์เฉพาะหน้า

    ซื้อเสียง = การลงทุนเพื่อถอนทุนคืน : กับดักเศรษฐกิจที่ประเทศแบกรับ

    ในมุมมองเศรษฐศาสตร์การเมือง การซื้อเสียงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงพฤติกรรมผิดกฎหมาย แต่คือ ต้นทุนการลงทุนทางการเมือง นักการเมืองที่ใช้เงินจำนวนมากย่อมคาดหวังการ “ถอนทุนคืน” ผ่านอำนาจรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรงบประมาณ การออกนโยบาย หรือการเอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายธุรกิจ

    ผลที่ตามมาคือ

    • การบิดเบือนกลไกตลาดและ การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
    • ธุรกิจสุจริตไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจที่มีสายสัมพันธ์ทางการเมือง
    • ต้นทุนคอร์รัปชันกลายเป็นต้นทุนแฝงที่คาดเดาไม่ได้ และกัดกินศักยภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

    ภาคธุรกิจกว่า 97% เห็นตรงกันว่า คอร์รัปชันคือปัญหารุนแรง และเป็นต้นทุนที่สูงที่สุดของการทำธุรกิจ

    ความกังวล “ทุนเทา” และเงารัฐมนตรีสีเทา

    อีกประเด็นที่ภาคธุรกิจและประชาชนกังวลอย่างยิ่ง คือการแทรกซึมของ “ทุนเทา” หรืออาชญากรรมข้ามชาติ หากเงินที่ใช้ซื้อเสียงมีที่มาจากธุรกิจผิดกฎหมาย และสามารถผลักดันนักการเมืองเข้าสู่อำนาจรัฐได้ ประเทศอาจเผชิญกับภาวะ “รัฐมนตรีสีเทา” ที่ใช้อำนาจรัฐรับใช้ผลประโยชน์นอกระบบ

    ในสายตานักเศรษฐศาสตร์ นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาภายใน แต่เป็นความเสี่ยงต่อ

    ภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก

    ความเชื่อมั่นของนักลงทุน

    และความเสี่ยงที่ GDP จะถูกมองว่าเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมาย

    นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน : เกณฑ์ขั้นต่ำของการเมืองยุคใหม่

    ผลสำรวจสะท้อนชัดว่า นโยบายต่อต้านคอร์รัปชันได้กลายเป็น เงื่อนไขพื้นฐาน ในการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

    • 58.7% ระบุว่าจะไม่เลือกพรรคที่ไม่มีจุดยืนต่อต้านคอร์รัปชัน
    • “รัฐบาลที่บริหารอย่างโปร่งใส” ถูกจัดอันดับความคาดหวังใกล้เคียงกับการแก้ปัญหาค่าครองชีพ

    ปรากฏการณ์นี้สร้างแรงกดดันเชิงบวกให้พรรคการเมืองแทบทุกพรรคต้องนำประเด็นความโปร่งใสขึ้นมาเป็นนโยบายหลัก ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้งหลายครั้งในอดีต

    บทสรุป : 7,500 บาท กับราคาที่ประเทศไม่ควรต้องจ่าย

    ท้ายที่สุด ตัวเลข 7,500 บาท ไม่ได้สำคัญในฐานะจำนวนเงิน หากแต่เป็น สัญญาณเตือน ว่าการเมืองที่ตั้งอยู่บนฐานของการซื้อเสียง คือจุดเริ่มต้นของความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

    ผลสำรวจภายใต้แคมเปญ Zero Corruption สะท้อนชัดว่า ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ “ไม่ทน” ต่อคอร์รัปชัน และกำลังใช้บัตรเลือกตั้งเป็นเครื่องมือคัดกรองผู้นำที่โปร่งใส เพราะตระหนักดีว่า หากได้รัฐบาลที่ไม่สะอาด ปัญหาปากท้องและอนาคตประเทศจะยิ่งเลวร้ายลง

    การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันของพรรคการเมือง แต่คือการตัดสินใจร่วมกันว่า ประเทศไทยจะยอมจ่ายราคาแห่งคอร์รัปชันต่อไป หรือเลือกลงทุนกับอนาคตที่โปร่งใสและยั่งยืนกว่าเดิม

    เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 
    แหล่งที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิ๊กชม)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/columnist/post-analysis/736957&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hhh5CMmVZkGwN2t1WSUie

  • ‘จุลพันธ์’ นำทีมเพื่อไทยลุยตลาดห้วยขวาง รับฟังปัญหาปากท้อง สื่อสารนโยบายเศรษฐกิจใกล้ชิดประชาชน

    ‘จุลพันธ์’ นำทีมเพื่อไทยลุยตลาดห้วยขวาง รับฟังปัญหาปากท้อง สื่อสารนโยบายเศรษฐกิจใกล้ชิดประชาชน

    ‘จุลพันธ์’ นำทีมเพื่อไทยลุยตลาดห้วยขวาง รับฟังปัญหาปากท้อง สื่อสารนโยบายเศรษฐกิจใกล้ชิดประชาชน ย้ำความเชื่อมั่นทวงคืนพื้นที่ กทม. เตรียมเปิดนโยบายใหม่เวทีปราศรัยใหญ่เย็นนี้

    วันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 07.30 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณตลาดห้วยขวาง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ นายสหัสวรรษ วีระมงคลกุล (แมน) ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 6 หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย เพื่อรับฟังปัญหาปากท้องของประชาชน และสื่อสารนโยบายด้านเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด

    บรรยากาศในช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าออกมาจับจ่ายใช้สอยจำนวนมาก พร้อมให้การต้อนรับคณะพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นกันเอง โดยมีมวลชนจำนวนหนึ่งมารอให้กำลังใจ มอบดอกไม้ ขอถ่ายภาพ พูดคุย และแสดงความสนับสนุนตลอดเส้นทางการลงพื้นที่

    ระหว่างการเดินพบปะประชาชน มีผู้ประกอบการร้านค้าหลายรายร่วมทักทายและเชิญชิมอาหาร อาทิ ร้านข้าวหน้าเป็ด “เฮงเฮงเป็ดย่าง” และร้าน “เพ้งเย็นตาโฟ” สะท้อนบรรยากาศการลงพื้นที่ที่เป็นกันเอง สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับทั้งคณะและประชาชนในพื้นที่

    ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้สื่อสารนโยบายสำคัญ อาทิ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย นโยบายปลดหนี้คนไทย โครงการคนละครึ่งยิ่งกว่าพลัส รวมถึงมาตรการลดค่าครองชีพอื่นๆ ซึ่งได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี

    นายจุลพันธ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระหว่างการลงพื้นที่ว่า การตอบรับของประชาชนในวันนี้สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งพรรคเชื่อมั่นว่าจะสามารถทวงคืนพื้นที่กลับมาได้จำนวนมาก พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมรับฟังการปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยในช่วงเย็นวันนี้ ณ สยามพารากอน ซึ่งจะมีการนำเสนอแนวทางการต่อสู้ทางการเมือง และการเปิดนโยบายใหม่ของพรรค

    ขณะเดียวกัน นายจุลพันธ์ ระบุว่า มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนในต่างจังหวัดให้ อาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่พบปะประชาชนมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้ พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าลงพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าผู้สมัครของพรรคทุกคนลงพื้นที่อย่างทั่วถึง และหากพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจจัดตั้งรัฐบาล จะสามารถเข้าถึงประชาชนทุกหมู่บ้าน เพื่อนำปัญหามาแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับคณะพรรคเพื่อไทยที่ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่ นายดนุพร ปุณณกันต์, นายประเมศฐ์ พิชญ์พันธ์เดชา, นายอุเมสนัส ปานเดย์, นายพลนนชชา จักรเพ็ชร, นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค และ น.ส.ดุษณี เทียรเดช สมาชิกพรรคเพื่อไทย

    จุลพันธ์ แมน สหัสวรรษ ตลาดห้วงขวางจุลพันธ์ แมน สหัสวรรษ ตลาดห้วงขวางจุลพันธ์ แมน สหัสวรรษ ตลาดห้วงขวางจุลพันธ์ แมน สหัสวรรษ ตลาดห้วงขวาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/8dwpcA4yQ&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Cs2JAgh1yVmzKQtA4o-0d

  • ยิ่งใหญ่ตระการตา! เปิดงานวัดในตำนาน

    ยิ่งใหญ่ตระการตา! เปิดงานวัดในตำนาน

    ยิ่งใหญ่ตระการตา! เปิดงานวัดในตำนาน ‘นมัสการพระแท่นศิลาอาสน์’ พลิกฟื้นเศรษฐกิจเมืองลับแล

    วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.17 น.

    อุตรดิตถ์คึกคัก! ผู้ว่าฯ นำทัพเปิดงานบุญใหญ่กลางเดือนสาม ชวนไหว้พระแท่นศิลาอาสน์เสริมสิริมงคล ชมขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมสุดวิจิตร รำบูชาพุทธคุณนับร้อยชีวิต จัดเต็ม 3 วัดดังบนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ช้อปจุใจกับร้านค้าชุมชนกว่า 2,000 แห่ง ชูแคมเปญ “ไหว้พระซื้อของ” กระตุ้นท่องเที่ยวไทย

    เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 69 นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน “นมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ ประจำปี 2569” ณ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง อ.ลับแล โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อสืบสานประเพณีศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

    ไฮไลท์ในปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตลอด 12 วัน 12 คืน (วันนี้ – 2 ก.พ. 69) ครอบคลุมพื้นที่ 3 วัดสำคัญ คือ วัดพระแท่นศิลาอาสน์, วัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดพระนอน ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรม 9 ขบวน และการรำบูชาจากชาวบ้านกว่า 300 คน พร้อมร่วมพิธีกรรมโบราณหนึ่งเดียวในไทย เช่น การกวนพุทราแขวนบาตร และพิธีตักบาตรพระร้อยในช่วงรุ่งอรุณ

    นอกจากอิ่มบุญแล้ว ยังอิ่มท้องและสนุกกับกิจกรรมตลาดวัฒนธรรม อาทิ การประกวดปิ้งข้าวเกรียบว่าว การทำข้าวหลาม และเลือกซื้อสินค้าพื้นถิ่นจากร้านค้ากว่า 2,000 ร้านค้า โดยผู้ว่าฯ มุ่งหวังให้งานนี้เป็นต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนเมืองลับแลอย่างยั่งยืน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/942614&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0c0TVbIZLB2LlEP3aze-mI

  • L

    L

    บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) เดินหน้าขยายบทบาทผู้นำด้านการให้ความรู้ทางการเงิน เปิดตัวรายการใหม่ “Money Explorer” รายการที่จะพาไปเชื่อมโยงเรื่องราวของเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนในโลกยุคใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อ “ปลดล็อกโลกการเงิน” ให้คนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านมุมมองที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน

    Liberator เปิดตัวรายการ

    ไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้ คือการต้อนรับ “ต๊ะ-ภิพู พุ่มแก้วกล้า” ผู้ประกาศข่าวมากประสบการณ์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน มารับหน้าที่พิธีกรหลักของรายการ ด้วยจุดแข็งในการอธิบายประเด็นซับซ้อนให้เข้าใจง่าย และสามารถถ่ายทอดเรื่องการบริหารเงินและการลงทุนได้อย่างตรงไปตรงมา

    Money Explorer เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านการเงินที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ด้วยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและระดับโลก อาทิ อัตราดอกเบี้ย นโยบายภาครัฐ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ความเคลื่อนไหวของธุรกิจ ตลาดทุน และหุ้นรายตัว ควบคู่กับความรู้ด้านการเงินส่วนบุคคล การออม การลงทุน การวางแผนภาษี รวมถึงเทรนด์ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ผู้ชมสามารถนำข้อมูลไปใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจและยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง

    นอกจากเนื้อหาหลักแล้ว ในแต่ละวันยังสอดแทรกเรื่องราวและประเด็นที่น่าสนใจรอบโลก เพื่อเปิดมุมมองเรื่องของการลงทุนอย่างรอบด้าน อาทิ

    • วันจันทร์ : Invest Now เจาะข่าวการลงทุนที่ต้องรู้ พร้อมฝึกกระบวนการคิดแบบนักลงทุนผ่านคำถามจากชีวิตจริง
    • วันอังคาร : Rich Habits ทำให้เรื่องเงินเป็นเรื่องใกล้ตัว สนุก และชวนผู้ชมเริ่มต้นจัดการการเงินของตัวเอง
    • วันพุธ : Root of Wealth วางรากฐานความรู้การเงินและการลงทุนที่แข็งแรง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
    • วันพฤหัสบดี : Blue Ocean Hunter เปิดโลกธุรกิจและหุ้นใหม่ ๆ ที่แตกต่างและน่าจับตาในตลาดทุน
    • วันศุกร์ : CEO Unscripted เจาะมุมคิดผู้นำธุรกิจ พร้อมตอกย้ำบทบาทของรายการในฐานะเพื่อนคู่คิดและผู้ปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุนรายย่อย

    Level UP: ชวนเปิดมุมมองการพัฒนาตัวเอง เสริมทักษะและหลักคิดที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง เพื่อช่วยยกระดับศักยภาพและต่อยอดการเติบโตของผู้ฟังให้ก้าวไปได้ไกลยิ่งขึ้น

    ด้วย Brand DNA ของ Liberator ที่มุ่งปลดล็อกศักยภาพทางการเงิน ให้คนไทยคิดเป็น ตัดสินใจเป็น และเติบโตอย่างยั่งยืน “Money Explorer” จะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรายงานข่าว แต่พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางที่ช่วยเติมมุมมองการพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าใจโลกการเงินในแบบที่จับต้องได้จริง

    สามารถติดตามรายการ Money Explorer ถ่ายทอดสดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-09.15 น. ได้ผ่านช่องทาง YouTube และ Facebook : Liberator Securities และรับฟังย้อนหลังในรูปแบบ Podcast บน Spotify, Apple Podcasts และ YouTube Music

    เริ่มเลย ! เปิดบัญชีลงทุนกับ Liberator : https://www.liberator.co.th/article/view/open-cash-balance

    พิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ กับแคมเปญ “เทรด 3 ล้าน ฟรี 3 เดือน” เริ่มเทรดฟรีตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.liberator.co.th/article/view/trade-3m-free-3m

    เปิดบัญชีลงทุนได้ที่: https://www.liberator.co.th/article/view/open-cash-balance

    ติดตามข้อมูลและข่าวสารจาก Liberator ได้ที่เว็บไซต์: https://www.liberator.co.thFacebook: https://www.facebook.com/Liberator.co.th/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ievi1wr1sgeqxy53b138ziayyko41psg&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2m-XiLxhCwmAJKkNN9dzeh

  • กิจกรรมเดินป่าจังหวัดเชียงใหม่ ทางเลือกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์-รักสุขภาพ

    ในปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม นอกจากจะได้ชื่นชมความสวยงามแล้วยังเป็นการออกกำลังกายซึ่งดีต่อสุขภาพอีกด้วย หนึ่งในประเภทที่คนกำลังให้ความสนใจก็คือการเดินป่าระยะสั้นที่กำลังมาแรง มือใหม่ หรือคนที่ไม่เคยทำมาก่อนก็เริ่มทดลองร่วมกิจกรรมนี้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ ทำได้ง่ายทั้งไปคนเดียว ไปกับเพื่อน หรือไปเป็นครอบครัว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo03.jpg

    โดยจังหวัดเชียงใหม่มีเส้นทางเดินป่าที่ไม่ไกลจากเมืองเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ใช้เวลาเดินไม่นาน ตอบโจทย์กระแสท่องเที่ยวธรรมชาติ สอดแทรกมุมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในขณะเดียวกันหลายฝ่ายก็มองว่าหากมีการต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแวด โดยที่ชุมชนใกล้ๆ มีส่วนร่วม ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งในการที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติ

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การเดินป่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ในช่วงปี 2568 มีฝนตกลงมามากพอสมควร ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงมีความเขียว ดอกไม้ต้นไม้มีความสวยงาม ไม่แห้งแล้งจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เปียกจนยากต่อการท่องเที่ยวหรือการเดิน สิ่งนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้คนให้ความสนใจ มีการถ่ายทอดเรื่องราวลงโลกสังคมออนไลน์ หลายคนก็อยากจะทดลองกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่คึกคักเป็นอย่างมาก

    สำหรับจังหวัดเชียงใหม่มีป่าใกล้เมืองที่สามารถทำกิจกรรมนี้ได้อยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีความสวยงามมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รวมถึงความยากง่ายที่แตกต่างกันออกไป มือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการหรืออยากจะทดลองก็สามารถทำได้ไม่ยาก ซึ่งการเดินป่าระยะสั้นของจังหวัดเชียงใหม่มีสิ่งที่โดดเด่นอยู่หลายประการ เช่น ไม่ไกลเมืองอยู่ใกล้กับแหล่งที่พัก ป่ามีความอุดมสมบูรณ์เขียวขจี อากาศในช่วงเช้าเย็นสบาย

    นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเชียงใหม่และอยากทดลองกิจกรรมนี้อย่างน้อยก็พักในเชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 3 คืน พอทำกิจกรรมเดินป่าเสร็จแล้วก็จะไปทานอาหารหรือท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการหรือร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับเส้นทางเดินป่าก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo02.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo04.jpg

    “ส่วนตัวคิดว่ากิจกรรมนี้สามารถต่อยอดได้อีกมาก เพราะกระแสสิ่งแวดล้อมแวด กระแสการรักสุขภาพ การท่องเที่ยวแบบครอบครัว กำลังได้รับความสนใจทั้งประเทศไทยและระดับโลก อยากให้มีการต่อยอดในการที่หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่จัดทำป้ายบอกทางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่นห้องน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งคิดว่าแต่ละหน่วยงานสามารถร่วมมือทำได้เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว” ไพศาล กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo V01.jpg

    ด้าน ศิริลักษณ์ ธาตุอินทร์จันทร์ ชาวเชียงใหม่เปิดเผยว่า ส่วนตัวเริ่มสนใจการท่องเที่ยวทางธรรมชาติมานานแล้ว ในช่วงแรกเป็นการขับรถท่องเที่ยวไปยังแหล่งธรรมชาติต่างๆ ต่อมาได้เริ่มกิจกรรมการเดินป่าอย่างจริงจังที่กิ่วแม่ปานที่เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติอันโด่งดังบนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ยากและมีไกด์นำทาง จากประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดความชื่นชอบในการเดินป่า และเริ่มมองว่าการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นทั้งการพักผ่อนและการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ

    หากเป็นช่วงฤดูหนาว ความรู้สึกที่ได้รับคือสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และรู้สึกผ่อนคลายทางจิตใจ ได้อยู่กับธรรมชาติและหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง ทำให้สามารถปล่อยวางความคิดต่างๆ และโฟกัสอยู่กับเส้นทางที่เดินตรงหน้า สิ่งที่ชื่นชอบที่สุดคือความรู้สึกของการได้ฮีลใจควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย การได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และบรรยากาศของธรรมชาติ เช่น การเดินขึ้นดอยสุเทพ เดินเทรลวัดผาลาด ห้วยตึงเฒ่า หรือแกรนด์แคนยอนปาย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไปบ่อยและสร้างความรู้สึกผูกพันกับธรรมชาติอย่างมาก

    อย่างไรก็ตามอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการพัฒนาป้ายนำทาง แผนที่เส้นทาง และกฎระเบียบให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการจัดให้มีห้องน้ำและการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง แม้โดยภาพรวมจังหวัดเชียงใหม่จะมีการดูแลที่ดีและมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยดูแลในหลายพื้นที่ แต่บางเส้นทางยังอาจดูแลไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร

    “ความง่ายของการท่องเที่ยวทางธรรมชาติคือ หากมีการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและอุปกรณ์อย่างเหมาะสม ก็สามารถท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจและสนุกสนาน ส่วนความยากคือสภาพอากาศ โดยเฉพาะฤดูฝนที่เส้นทางอาจลื่นและลาดชัน รวมถึงเส้นทางที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้หลงทางได้ สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือการพบสัตว์ป่าที่อาจจะเป็นอันตราย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ” ศิริลักษณ์ กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ขณะที่ความเห็นของทางสภาลมหายใจเชียงใหม่ ก็เห็นด้วยกับกิจกรรมการเดินป่า หรือวิ่งเทรล เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับป่าไม้ หากได้รับความนิยมมากขึ้นการอนุรักษ์และดูแลป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงก็จะให้ความสนใจและเข้มงวดในการรักษาป่า ไม่ให้ป่าไม้ถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า หรือคนที่เข้าไปทำลายป่า

    “ทั้งนี้ก็อยากจะให้ผู้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม หากนำสิ่งของเข้าไปในป่าก็ให้เอาออกมาด้วย เพื่อที่จะให้ป่าสะอาดและจะได้ต่อยอดกิจกรรมนี้ให้ดีขึ้นไปถึงระดับโลก”

    ด้านสมาคมร้านอาหารเชียงใหม่ เห็นด้วยที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเดินป่า สามารถพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้นได้ หากเป็นเส้นทางระยะไกลอาจจะสร้างเป็นสถานีที่การพักแรมเล็ก ๆไม่ใช้พื้นที่ใหญ่โตมากมายที่ไม่ไปรบกวนกับธรรมชาติ หรือลักษณะที่เป็นลานกางเต็นท์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำหรือร้านขายของเล็กๆ เป็นสิ่งที่เราสามารถพัฒนาได้ง่ายและรวดเร็วและไม่ได้มีการลงทุนมาก หลังจากนั้นก็มีการโปรโมท ว่าเรามีเส้นทางการเดินป่ารวมถึงมีความสมบูรณ์และสะดวกแห่งหนึ่งในเอเชีย

    เพราะจังหวัดเชียงใหม่ได้รับเลือกให้เป็นเส้นทางการแข่งขันวิ่งเทรลระดับโลก ซึ่งเราถือว่าเป็นสนามหลักของโลกเพราะตรงนี้เราสามารถประกาศให้เป็นจังหวัดที่มีเส้นทางเดินป่าที่ดีแห่งหนึ่ง”

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo06.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo07.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/hiking-in-chiang-mai-province-an-alternative-for-ecotourism-and-wellness&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nFvOxmLq3o1KE72blGgQy