Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • 5 โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ต้องแก้ เพื่อทางออกประเทศ

    5 โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ต้องแก้ เพื่อทางออกประเทศ

    Loading…

    5 โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ต้องแก้ เพื่อทางออกประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-214&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0col2SoqWEzPNnO7doRoPN

  • กสิกรฯ คาดกรอบหุ้นสัปดาห์หน้า 1,285-1,345 ดูผลประชุมเฟด-ผลประกอบการบจ.-Flow : อินโฟเควสท์

    กสิกรฯ คาดกรอบหุ้นสัปดาห์หน้า 1,285-1,345 ดูผลประชุมเฟด-ผลประกอบการบจ.-Flow : อินโฟเควสท์

    บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด ประเมินดัชนีหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า (26-30 ม.ค.) มีแนวรับที่ 1,300 และ 1,285 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,330 และ 1,345 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (27-28 ม.ค.), ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของ บจ.ไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ (Flow) ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน, ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยเดือน พ.ย., ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ธ.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของยูโรโซน, กำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือน ธ.ค.ของจีน รวมถึงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ธ.ค.ของญี่ปุ่น

    ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนในช่วงกลางสัปดาห์ก่อนจะลดช่วงบวกลง บางส่วนปรับตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์แม้จะมีปัจจัยลบจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป แต่ตลาดประเมินว่าไทยน่าจะได้รับผลกระทบในกรอบจำกัด ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยมีแรงหนุนจากแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ นำโดยหุ้นบิ๊กแคปกลุ่มค้าปลีก โรงพยาบาล พลังงานและเทคโนโลยี

    ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนที่ระดับ 1,327.91 จุด ก่อนจะย่อตัวลงช่วงสั้น ๆ ตามแรงขายทำกำไร ประกอบกับมีปัจจัยลบเฉพาะตัวของหุ้นรายใหญ่ในกลุ่ม ICT จากประเด็นการลงนามขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผู้ถือหุ้น

    อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยขยับขึ้นอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนเข้ามาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นสื่อสารที่ถูกเทขายก่อนหน้านี้ อนึ่งสัปดาห์นี้หุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวลงสวนทางภาพรวม โดยเผชิญแรงขายทำกำไรหลังเสร็จสิ้นการรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568

    ในวันศุกร์ที่ 23 ม.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,314.39 จุด เพิ่มขึ้น 3.04% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 56,109.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.76% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.79% มาปิดที่ระดับ 211.14 จุด

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ม.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/563714&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3x1onYMNitpzHJrPEQIQvs

  • CIMB มองเศรษฐกิจ เจอมรสุมครึ่งปีแรก รัฐบาลใหม่ฟอร์มตัวได้ทุกอย่างฟื้น

    CIMB มองเศรษฐกิจ เจอมรสุมครึ่งปีแรก รัฐบาลใหม่ฟอร์มตัวได้ทุกอย่างฟื้น

    นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 เผชิญภาวะถดถอยเชิงเทคนิคครึ่งปีแรก เพราะกำลังซื้อ การบริโภค การลงทุนยังไม่เร่งแรง การส่งออกครึ่งแรกยังดูไม่ค่อยดี ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่ากระทบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวคึกคักแค่ช่วงปีใหม่ พอหมดไฮซีซั่นจะกลับมาซบเซาอีกครั้ง 

    อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยจะเผชิญมรสุมแค่ครึ่งแรกของปีเท่านั้น เพราะเชื่อมั่นว่าครึ่งหลังของปีจะมีแสงสว่างและเริ่มเห็นสายรุ้งอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้

    ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย
    นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

    คาดหวังให้มีการฟอร์มรัฐบาลใหม่แบบไร้อุปสรรค เร่งจัดทำงบประมาณเพื่ออัดฉีดมาตรการการคลังเข้าสู่ระบบ เรียกความเชื่อมั่น กระตุ้นการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน กระตุ้นกำลังใช้จ่ายภาคประชาชนโดยเร็วที่สุด 

    ครึ่งปีหลัง คาดว่า เงินลงทุนจะไหลกลับเข้ามา ส่วนค่าเงินบาทอยากให้กลับมาอ่อนค่าเพื่อเพิ่มการแข่งขันของภาคส่งออก ส่วนภาพรวมนโยบายการเงิน คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงหรือไม่ก็ปรับลดลง ส่วนภาคการท่องเที่ยวช่วงครึ่งหลังน่าจะกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

    ด้านนายภูดินันท์ เศรษฐนันท์ Head Affluent & Wealth Management ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า  CIMB THAI ยึดแนวคิดว่า ด้วยเงินก้อนเดิม เรามุ่งสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าและสบายใจกว่าให้กับลูกค้า บนพื้นฐานของความมั่นคงและการเติบโตอย่างยั่งยืน 

    โดยธนาคารประกาศจุดยืนการเป็น ‘Safer Pocket’ หรือที่พักเงินสำหรับส่วนที่ลูกค้าต้องการความมั่นคง ผ่านการจัดพอร์ตโดยผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจความเสี่ยงของตลาด และบริหารพอร์ตอย่างมีวินัย พร้อมกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยมุ่งไปสู่การลงทุนที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าที่ต้องการความมั่นคง ลดความผันผวน แต่ยังมีโอกาสเติบโตในระยะยาว Safer Pocket ไม่ได้หมายถึงการลงทุนที่ปราศจากความเสี่ยง แต่คือการจัดพอร์ตให้สมดุล เหมาะกับระดับความเสี่ยงของลูกค้า และมุ่งลดความผันผวนในระยะยาว เราให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/266823&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VY4eJYKryDMNK9uZmkiFN

  • เลือกตั้ง 2569 : “อภิสิทธิ์-กรณ์” ซัด แจกเงินวันละ 9 ล้าน เศรษฐกิจภาพรวมไม่ยั่งยืน ขาดความโปร่งใส

    เลือกตั้ง 2569 : “อภิสิทธิ์-กรณ์” ซัด แจกเงินวันละ 9 ล้าน เศรษฐกิจภาพรวมไม่ยั่งยืน ขาดความโปร่งใส

    “อภิสิทธิ์” ซัด แจกเงินวันละ 9 ล้าน เศรษฐกิจภาพรวมไม่ยั่งยืน ด้าน กรณ์ โพสต์ น่าผิดหวังจริง เพราะผลทางเศรษฐกิจและสังคมคือ 0 ชี้ วิธิ ‘สุ่มเลือก’ จากกลุ่มต่างๆ ก็ขาดความโปร่งใสอย่างสิ้นเชิง

    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมลงพื้นที่หาเสียงเขตสาทร พร้อมพูดถึงประเด็นที่พรรคเพื่อไทยจะจ่ายเงินวันละ 9 ล้านบาท  ทุกวัน วันละ 9 คน สามารถทำได้จริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากทำก็คงทำได้ แต่พยายามพิจารณาว่าเหตุผลในเชิงนโยบายสาธารณะ และประโยชน์เชิงเศรษฐกิจคืออะไร หากแจกวันละ 9 ล้านบาท 1 ปีใช้งบประมาณกว่า 3,600 ล้านบาท

    พรรคประชาธิปัตย์
    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกพรรคประชาธิปัตย์ – กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2

    เห็นว่าหากนำเงินส่วนนี้ไปให้ประชาชน 1 ล้านคน เพื่อปรับปรุงทักษะดีกว่า ซึ่งการที่ทำให้ประชาชนรู้สึกรวยขึ้นมาเฉียบพลันได้วันละ 9 คน ในแง่เศรษฐกิจภาพรวม ความยั่งยืนและความเป็นธรรม เห็นว่าเงินจำนวนนี้นำไปใช้ประโยชน์อื่นน่าดีกว่า

    เมื่อถามว่าในช่วงโค้งสุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์จะมีนโยบายเด็ดออกมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีเรื่องที่จะสื่อสารเพิ่มเติมในช่วงท้ายการหาเสียง ทั้งเรื่องเชิงนโยบายและแนวทางการเมือง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่เป็นเรื่องสำคัญ

    ด้านกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ของพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ ระบุว่า น่าผิดหวังจริงๆ อุตส่าห์ตั้งใจรอดูว่าจะเปิดตัวนโยบายอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง  แต่สุดท้ายก็คือการเอาเงินภาษีมาแจกอีกเช่นเคย และแจกแบบน่าเกลียดมากเพราะผลทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเก่งเป็นศูนย์ นอกจากสิ้นเปลืองแล้ว วิธิการ ‘สุ่มเลือก’ จากกลุ่มต่างๆ ก็ขาดความโปร่งใสอย่างสิ้นเชิง 

    FB กรณ์ จาติกวณิช
    กรณ์ โพสต์ น่าผิดหวัง แจกเงินวันละ 9 ล้าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/266816&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uyTjsUQCX2NMGz6lyQ__F

  • พังงา เปิดแล้วเฤดูกาลท่องเที่ยวเกาะคอเขา กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ระหว่างวันที่ 23-24 มกราคม 2569

    พังงา เปิดแล้วเฤดูกาลท่องเที่ยวเกาะคอเขา กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ระหว่างวันที่ 23-24 มกราคม 2569

    เมื่อวันที่ 23 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณท่าเทียบเรือบ้านปากเกาะ หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ทางนายดำรง ฉิมทับ นายอำเภอตะกั่วป่า เป็นประธานเปิดงานฤดูกาลท่องเที่ยวเกาะคอเขา Koh Kho Khao Festival 2026 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ 23-24 มกราคม 2569 โดยมีนางสาวอารีรัตน์ เพชรชู ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะคอเขา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน ผู้ประกอบการในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวชาวไทยเเละชาวต่างชาติ ร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก

    สำหรับการจัดงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเกาะคอเขา Koh Kho Khao Festival 2026 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ 23-24 มกราคม 2569 พร้อมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักเพิ่มมากขึ้น ในการพัฒนาให้เกิดรูปธรรมในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งตำบลเกาะคอเขาเคยเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติสึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเสียชีวิตกว่า 150 คน จึงได้จัดพิธีทำบุญประจำปีเกาะคอเขา เพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลและรำลึกถึงผู้ที่ล่วงลับจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเพิ่มพันธุ์สัตว์น้ำให้มีความสมดุล มีการจัดการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านเพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดแสดงมหรสพ ดนตรี การแสดงศิลปวัฒนธรรม รวมถึงการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด อันเป็นฐานสำคัญในการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี ในงานมีการแข่งขันขูดมะพร้าวด้วยกระต่ายประเภทชาวต่างชาติ และชมการแสดงจากศิลปินวัฒนธรรมในพื้นที่ พร้อมทั้งชิมอาหารจากซุ้มอาหารที่คนในพื้นที่นำไปจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว

    สำหรับตำบลเกาะคอเขาเป็นพื้นที่เกาะที่มีน้ำล้อมรอบ เป็นทะเลน้ำ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น เกาะผ้า แหล่งโบราณคดีทุ่งตึก (เหมืองทอง) สำนักสงฆ์ทุ่งตึก ป่าชายเลน ทุ่งสนามบิน (สนามบินเก่าสมัยสงครามโลก) ปัจจุบันมีการท่องเที่ยวหลากหลาย มีที่พักทั้งแบบโรงแรมที่พักและแคมป์ปิ้ง พร้อมทั้งท่องเที่ยวมันดิฟเมืองไทยเกาะผ้า ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำดูปลาการ์ตูนและปะการังน้ำตื้นที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    #ภูมิภาค-75

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/124875&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VsOo2gpa7C2xaQvYID-7g

  • ‘พรรคประชาชน’ มาแรงสุด กวาดเรียบ ‘นายกฯ-สส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์’ | เดลินิวส์

    ‘พรรคประชาชน’ มาแรงสุด กวาดเรียบ ‘นายกฯ-สส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์’ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการทำ “โพลเดลินิวส์ X มติชน” เลือกตั้งปี 69 สำรวจความคิดเห็นของการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. โดยทำการสำรวจผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ดของสื่อเดลินิวส์และเครือมติชนทั่วประเทศ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 9-15 ม.ค. ที่ผ่านมา สรุปผลโหวตจากจำนวน 28,002 โหวต พบว่า บุคคลที่อยากให้เป็น “นายกรัฐมนตรี” คนต่อไป อันดับ 1 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 35.2%, อันดับ 2 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 32% อันดับ 3 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 5.4 %, อันดับ 4 นายอนุทิน ชาญวีรกูล 4.5%, อันดับ 5 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 3.8 % อันดับ 6 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 3.5 %, อันดับ 7 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ 2.5%, อันดับ 8 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 2.4% ส่วนยังไม่ตัดสินใจ 2.4% และอื่น ๆ 8.4%

    เมื่อถามว่า จะเลือก “สส.บัญชีรายชื่อ” จากพรรคการเมืองใด พบว่า อันดับ 1 เลือก สส.พรรคประชาชน 41.1%, อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 28%, อันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย 7.2 %, อันดับ 4 พรรคไทยสร้างไทย 5.3%, อันดับ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ 4.6%, อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ 3.8%, อันดับ 7 พรรคโอกาสใหม่ 2.5%, อันดับ 8 พรรคเศรษฐกิจ 1.6% ยังไม่ตัดสินใจ 1.7% และอื่น ๆ 4.1% สำหรับปัจจัยที่เลือก สส.ระบบบัญชีรายชื่อนั้น พบว่า อันดับ 1 เลือกเพราะนโยบายพรรค 55.9%, อันดับ 2 เลือกเพราะชื่นชอบแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค 19.4%, อันดับ 3 เลือกเพราะเชื่อมั่นหัวหน้าพรรค 17.3%, อันดับ 4 พึงพอใจคุณสมบัติผู้สมัคร 5.4% และ อื่น ๆ 2%

    นอกจากนี้ เมื่อถามว่า จะเลือก “สส.ระบบเขต” จากพรรคการเมืองใด พบว่า อันดับ 1 พรรคประชาชน 37.9%, อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 35.8%, อันดับ 3 พรรคไทยสร้างไทย 5.3%, อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย 4.7%, อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ 3.5% ,อันดับ 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ 2.6%, อันดับ 7 พรรคโอกาสใหม่ 2.5%, อันดับ 8 พรรคเศรษฐกิจ 1.5% ยังไม่ตัดสินใจ 2.6% และอื่นๆ 4% ส่วนปัจจัยที่ทำให้เลือก สส.ระบบเขต พบว่า อันดับ 1 ชอบนโยบายพรรคการเมือง 52.3%, อันดับ 2 พึงพอใจคุณสมบัติผู้สมัคร 17.6%, อันดับ 3 เชื่อมั่นหัวหน้าพรรค 15.4%, อันดับ 4 ชื่นชอบแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค 13% และอื่น ๆ 1.8% เมื่อถามว่า ให้น้ำหนักกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขปัญหาด้านใดมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 นโยบายด้านเศรษฐกิจ 58.4%, อันดับ 2 นโยบายด้านปราบทุจริต สแกมเมอร์ ทุนเทา 31.6%, อันดับ 3 นโยบายด้านความมั่นคง แก้ปัญหาชายแดน 6.6% และอื่น ๆ 3.4%

    ขณะที่เมื่อสอบถามว่าจะไป “ลงประชามติ” ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หรือไม่ พบว่า 96.4% ตอบว่าไป และตอบว่าไม่ไป 3.6% เมื่อถามอีกว่าจะเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ พบว่า อันดับ 1 เห็นชอบ 83.2% อันดับ 2 ไม่เห็นชอบ 10.6% และไม่แสดงความคิดเห็น 6.2%

    ขณะเดียวกัน ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิเคราะห์ผลโพลเดลินิวส์ X มติชน ว่า หากผลโพลออกมาเป็นเช่นนี้ ก็หมายความว่า พรรคประชาชนยังนำเพื่อไทย แต่ก็สะท้อนว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อไทยก็ยังชิงพื้นที่จากประชาชนได้ เพราะในคะแนนโพลเรื่อง สส.เขต ทั้ง 2 พรรคยังเบียดกันอยู่ ซึ่งตรงกับข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ตนเคยได้รับว่าพรรคประชาชนจะไม่สามารถรักษาพื้นที่กรุงเทพฯ ไว้ได้ทั้ง 32 เขต ส่วนการสะท้อนพื้นที่ภูมิภาคอื่นนั้น เนื่องจากผลโพลนี้สะท้อนภาพคนเมืองที่เป็น Active Citizen ที่อาศัยอยู่ในเมือง จึงสะท้อนได้ว่า พื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เป็นเขตเมืองหรือเขตอุตสาหกรรม เช่น จ.สมุทรปราการ พรรคประชาชนยังมีความอุ่นใจ

    “แต่หากเป็นเขตรอบนอกที่บ้านใหญ่ยังมีอิทธิพล ก็ยังเสียวหน่อย ผมเชื่อว่า ในการเลือกตั้งรอบนี้ คนจะพิจารณาผู้สมัคร สส.เขตมากขึ้น ไม่เหมือนครั้งก่อนที่คนจะเลือกทั้งพรรคและตัวผู้สมัคร มีความเป็นไปได้ว่า จากคนที่เลือกประชาชน 2 ใบ รอบนี้อาจจะเลือกใบเดียว ผมคาดการณ์ว่าประชาชนจะได้ สส.บัญชีรายชื่อประมาณ 45 คน ในส่วนจำนวน สส.เขต ของพรรคประชาชน จะลดลงจาก 112 คน เหลือ 90 คน หากบวกกับจำนวน สส.บัญชีรายชื่อ คาดว่าจะได้ สส. รวมกัน 135 คน”

    ส่วนภูมิใจไทยหากดูจากผลโพล ดร.สติธร ประเมินว่าจะได้ สส.บัญชีรายชื่อ 18 คน ส่วน สส.เขตนั้น หากประเมินจากพื้นที่ต่างจังหวัด และการที่คะแนนประชาชนตัดกับคะแนนเพื่อไทย คาดว่าภูมิใจไทยจะได้ สส.เขต 140 คน รวมเป็น 158 คน สำหรับเพื่อไทยประเมินว่า จะได้ สส.บัญชีรายชื่อ 22 คน ส่วน สส.เขตนั้น ที่เคยได้ ก็อาจจะยังรักษาไว้ได้อยู่ ซึ่งประเมินว่าเสียให้พรรคคู่แข่งไป 20 คน จึงคาดว่าจะได้ สส.เขต 92 คน รวมแล้วจะได้ สส.ทั้งหมด 114 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5530187/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zshanLEMb4OT4OopJr1eR

  • ดาวโจนส์ร่วงกว่า 200 จุด วอลล์สตรีทพักฐาน หลังพุ่งติดต่อกัน 2 วัน

    ดาวโจนส์ร่วงกว่า 200 จุด วอลล์สตรีทพักฐาน หลังพุ่งติดต่อกัน 2 วัน

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ม.ค. 69)

    ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 200 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพักฐาน หลังจากพุ่งขึ้นติดต่อกัน 2 วัน

    ณ เวลา 21.32 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลบ 247.76 จุด หรือ 0.50% สู่ระดับ 49,136.25 จุด

    ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทดีดตัวขึ้น 2 วันติดต่อกัน ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่อนปรนท่าทีเกี่ยวกับการเข้าครอบครองกรีนแลนด์

    นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง

    ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขายังคงต้องการให้สหรัฐเข้าครอบครองกรีนแลนด์ แต่จะไม่ใช้กำลังทหารเข้ายึดครองกรีนแลนด์

    นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ได้ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีในอัตรา 10% ต่อสินค้านำเข้าจาก 8 ประเทศในยุโรป ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.พ. จากเดิมที่ต้องการตอบโต้ที่ประเทศเหล่านั้นคัดค้านความพยายามของเขาในการเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์ โดย 8 ประเทศดังกล่าวประกอบด้วยเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร

    ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาและนายมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ได้ร่วมกันจัดทำ “กรอบข้อตกลงในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์” ซึ่งหากข้อตกลงนี้เสร็จสมบูรณ์ ก็จะเป็นทางออกที่ยอดเยี่ยมสำหรับสหรัฐอเมริกาและทุกประเทศในกลุ่มนาโต

    กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2568 ในวันนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 4.4% ในไตรมาสดังกล่าว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.3% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของการส่งออก, การใช้จ่ายของภาครัฐ และการลงทุน ขณะที่การนำเข้าปรับตัวลง

    ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 0.6% ในไตรมาส 1/2568 ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี ก่อนที่จะมีการขยายตัว 3.8% ในไตรมาส 2

    การหดตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 1/2568 มีสาเหตุจากการนำเข้าที่พุ่งขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจต่างรีบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ก่อนที่มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะมีผลบังคับใช้

    โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRCM0IQAHI657OZM4TAEDNRFZ8MQGK0G&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QxvCc0tbmSnN_HcvcWsbN

  • ททท. ยกทัพท่องเที่ยวไทย บุกเทรดโชว์ FITUR 2026 เจาะตลาดสเปน-ละตินอเมริกา

    ททท. ยกทัพท่องเที่ยวไทย บุกเทรดโชว์ FITUR 2026 เจาะตลาดสเปน-ละตินอเมริกา

    ‘ททท.’ ยกทัพผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยร่วมงาน FITUR 2026 เจาะกลุ่มตลาดศักยภาพสเปนและละตินอเมริกา ด้วยแนวคิด ‘Healing is the New Luxury’ มุ่งสู่เป้าหมายนักท่องเที่ยวสเปน 2.5 แสนคน ภายในปี 2569

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ากลยุทธ์เจาะกลุ่มตลาดศักยภาพสเปนและละตินอเมริกา หนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยนำทัพผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย 26 ราย เข้าร่วมงาน Feria Internacional de Turismo (FITUR) 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 25 มกราคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ Feria de Madrid กรุงมาดริด ราชอาณาจักรสเปน นำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเชิงวัฒนธรรมของไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่รู้ลืม (Unforgettable Experience) แก่นักท่องเที่ยวตลาดสเปนและละตินอเมริกา มุ่งสู่เป้าหมาย New High Record นักท่องเที่ยวสเปนเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย 250,000 คนภายในปี 2569

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ตลาดสเปนถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่มีศักยภาพในการเติบโต ททท. จึงมุ่งทำตลาดเชิงรุกเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ กลุ่ม Quality Leisure ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าและประสบการณ์ในการเดินทางท่องเที่ยว การเข้าร่วมงาน FITUR 2026 ในครั้งนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจได้นำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของไทยสู่ตลาดสเปน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวกลุ่ม Health and Wellness และเชิงวัฒนธรรม โดยนำเสนอภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” เพื่อเชิญชวนนักเดินทางทุกคนมาร่วมค้นหานิยามใหม่ของ “ความหรูหรา” ซึ่งไม่ได้วัดจากราคา แต่คือช่วงเวลาของประสบการณ์อันล้ำค่าในการท่องเที่ยวประเทศไทย

    ทั้งนี้ ททท. คาดการณ์ว่าการเข้าร่วมงาน FITUR 2026 ในครั้งนี้จะมีจำนวนนัดหมายในการเจรจาธุรกิจรวมไม่น้อยกว่า 780 นัดหมาย สามารถสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวได้มากกว่า 745 ล้านบาท

    ททท. ยกทัพท่องเที่ยวไทย บุกเทรดโชว์ FITUR 2026 เจาะตลาดสเปน-ละตินอเมริกา

    งาน Feria Internacional de Turismo (FITUR) เป็นงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของราชอาณาจักรสเปน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยครั้งนี้นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 46 ในส่วนของประเทศไทย ททท. เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยเข้าร่วมงานในฐานะผู้ขาย (Sellers) เพื่อพบปะเจรจาธุรกิจกับตัวแทนบริษัทนำเที่ยวจากทั่วโลกที่มาร่วมงานในฐานะผู้ซื้อ (Buyers) โดยผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่เข้าร่วมงานในปีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 26 ราย จาก 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) ภูเก็ต และ กระบี่ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต จำนวน 12 ราย DMCs จำนวน 13 ราย และ สายการบิน จำนวน 1 ราย

    ภายในคูหาประเทศไทยจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” โดยจัดกิจกรรมสาธิตให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสอาหารไทย ได้แก่ สาธิตการทำค็อกเทลเมี่ยงคำและค็อกเทลสมุนไพรไทย ซึ่งทำมาจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ให้คุณประโยชน์และเป็นตัวอย่างของสินค้าท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมให้นักท่องเที่ยวได้รับชม ได้แก่ การแสดงมโนราห์ภาคใต้ การแสดงฟ้อนอีสาน การแสดงระบำไก่ชน พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้จัดแสดง“ชุดไทยพระราชนิยม” และการแสดงโขนฉบับย่อ ซึ่งพระองค์ทรงฟื้นฟูให้กลับมามีความรุ่งเรืองอีกครั้ง เพื่อนำเสนอเสน่ห์ไทยสู่สายตาชาวโลก รวมทั้งเชิญชวนและสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมายและประทับใจอย่างไม่รู้ลืม (Unforgettable Experience)

    ททท. ยกทัพท่องเที่ยวไทย บุกเทรดโชว์ FITUR 2026 เจาะตลาดสเปน-ละตินอเมริกา

    ในการเข้าร่วมงาน FITUR 2026 ครั้งนี้ ททท. ยังได้กำหนดจัดงาน Amazing Thailand Networking Lunch โดยเชิญสื่อมวลชนจากตลาดสเปนและละตินอเมริกา (Spanish-speaking countries) เข้าร่วมฟังแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 สำหรับตลาดสเปนและละตินอเมริกา อีกทั้งได้มีการเชิญ Influencer ชื่อดังชาวสเปน Mrs. Carla Royo-Villanova ร่วมถ่ายทอดแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย เพื่อให้เกิดการพบปะเครือข่ายพันธมิตรทั้งสื่อมวลชนและบริษัทนำเที่ยวชั้นนำ ส่งผลให้เกิดการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยและหารือการทำงานเชิงรุกร่วมกันในอนาคต อาทิ การผลักดันให้มีการเพิ่มเที่ยวบินจากราชอาณาจักรสเปนสู่ประเทศไทยมากขึ้น เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการบรรลุเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวสเปนที่ ททท. กำหนด

    ททท. ยกทัพท่องเที่ยวไทย บุกเทรดโชว์ FITUR 2026 เจาะตลาดสเปน-ละตินอเมริกา

    สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวสเปนถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพของภูมิภาคยุโรป นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยมาเติมเต็มดีมานด์ช่วงโลว์ซีซั่นของประเทศไทยได้ โดยในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวจากราชอาณาจักรสเปนเดินทางมายังประเทศไทย จำนวน 216,249 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.11 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 13,778 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติ New High Record ของนักท่องเที่ยวสเปนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ทางด้านพฤติกรรมการท่องเที่ยวมีจำนวนวันพักเฉลี่ย 16 คืน และค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 63,717 บาท/คน/ทริป ส่วนใหญ่นิยมเดินทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมผนวกกับการท่องเที่ยวชายทะเล โดยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวสเปน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ และสุราษฎร์ธานี (เกาะพะงัน) ตามลำดับ

    ทั้งนี้ ททท. พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่เป้าหมายนักท่องเที่ยวสเปนเดินทางเข้าประเทศไทย 250,000 คน ในปี 2569

    ททท. ยกทัพท่องเที่ยวไทย บุกเทรดโชว์ FITUR 2026 เจาะตลาดสเปน-ละตินอเมริกา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1218053&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kvpDAJoQ6uCbvNJ28kkjL

  • สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี

    ภูมิภาค

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี

    วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 24 ม.ค.69 ที่บริวณหน้าหอนาฬิกาหัวหิน จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานพิธีปล่อยขบวนแข่งขันแรลลี่การกุศลของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ภายใต้ชื่อ “แรลลี่ปักหมุดเที่ยว” ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 24-25 ม.ค.69 โดยมี นางสาวบุษบา โชคสุชาติ นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นางสาวจิราวรรณ บุญฤทธิ์ รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมฯ ที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จำนวน 80 คัน ให้การต้อนรับ

    นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม กล่าวว่า เนื่องในโอกาสครบ 27 ปีของสมาคมฯ จึงได้จัดกิจกรรมแรลลี่การกุศลขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวข้ามจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้เส้นทาง หัวหิน–เพชรบุรี–ราชบุรี–กาญจนบุรี พร้อมทั้งนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปใช้ในกิจกรรมเพื่อการกุศลและสาธารณประโยชน์ในท้องถิ่น กิจกรรมดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงเป็นโอกาสในการศึกษาและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว สถานที่พัก ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของ จ.กาญจนบุรี เพื่อนำไปต่อยอดการทำตลาดและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันในอนาคต

    “นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมงาน “Art Music & Wellness Festival” ที่ ททท. สำนักงานกาญจนบุรี จัดขึ้น เพื่อเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผสานศิลปะและดนตรี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและมิตรภาพ การจัด “แรลลี่ปักหมุดเที่ยว” ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงต้นปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯและจังหวัดใกล้เคียงอย่างยั่งยืน.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/463384&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cdCY3-OVyiUItajYT9DrY

  • กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำโขง ส่งเสริมการท่องเที่ยวงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 | เดลินิวส์

    กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำโขง ส่งเสริมการท่องเที่ยวงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่จุดผ่อนปรนการค้า ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนม/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอธาตุพนม มอบหมายให้นายสมาน เกษี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอธาตุพนม เป็นประธานในพิธีเปิด “กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำโขง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569” ระหว่างวันที่ 26 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569 (จำนวน 9 วัน 9 คืน) ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม 

    โดยมีกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาด เก็บกวาดขยะ และบำรุงรักษาต้นไม้ ณ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม  ร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าส่วนรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ สถานีตำรวจภูธรธาตุพนม สถานีตำรวจภูธรหลักศิลา ตชด. 235 นรข. สกร. เทศบาลธาตุพนมธาตุพนม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ อำเภอธาตุพนม จิตอาสาพระราชทาน และจิตอาสา 904 ในพื้นที่เข้าร่วมฯ ประมาณ 150 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5531635/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TeiBVd7rdTiIFV7UzMyZl