Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • อ.ปานเทพยังยอมรับ Super G เพราะ..!? 24/01/69 #อาจารย์ปานเทพ #ศุภจี #นักธุรกิจ #เศรษฐกิจประเทศไทย

    อ.ปานเทพยังยอมรับ Super G เพราะ..!? 24/01/69 #อาจารย์ปานเทพ #ศุภจี #นักธุรกิจ #เศรษฐกิจประเทศไทย

    เผยแพร่:

    #อาจารย์ปานเทพ #ศุภจี #กราฟหุ้น #นักธุรกิจ #เศรษฐกิจประเทศไทย #ศุภจีดีเบต Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/social-videos/watch/X1yDZXHt5Qk&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RxuJWhYyjw1AG-F_mE4sN

  • “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก | TOPNEWS

    “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก

    • เผยแพร่ : 24/01/2026 18:55

    นครราชสีมา “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก

    นครราชสีมา วันที่ 24 มกราคม 2569 นายชินพันธ์ แสงภักดิ์โยธิน หรือ “ตั้ม” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกล้าธรรม หมายเลข 2 เขตเลือกตั้งที่ 11 จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตลาดอำเภอหนองบุญมาก เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางบรรยากาศการค้าขายที่ซบเซา สะท้อนกำลังซื้อในระดับชุมชนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
    นายชินพันธ์ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ แต่ตั้งใจมารับฟังเสียงจริงของประชาชน โดยพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างสะท้อนปัญหาไปในทิศทางเดียวกันว่า “ขายของไม่ได้ ไม่ใช่เพราะของไม่ดี แต่เพราะลูกค้าไม่มีเงินซื้อ” ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจฐานรากที่ชะลอตัวต่อเนื่อง

    ผู้สมัคร ส.ส.เขต 11 กล่าวว่า ต้นตอสำคัญของปัญหาคือราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้เกษตรกรขาดรายได้ ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อกำลังซื้อของคนในชุมชน เมื่อเกษตรกรไม่มีกำลังจับจ่าย เงินจึงไม่หมุนในตลาด พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้ กระทบเป็นวงกว้างทั้งอำเภอ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

    นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความเดือดร้อนของชาวไร่มันสำปะหลังจำนวนมาก ที่ต้องเผชิญกับภาวะถูกกดราคารับซื้อ รวมถึงการวัดเปอร์เซ็นต์แป้งที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรม ทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญกลับไม่มีอำนาจกำหนดราคาผลผลิตของตนเอง ส่งผลให้แรงงานตลอดทั้งปีของชาวบ้านกลายเป็น “ความขาดทุน” ทั้งที่ยังไม่ทันได้เงินเข้ามือ
    นายชินพันธ์กล่าวอีกว่า เมื่อชาวไร่ขาดทุน ครอบครัวก็อยู่ลำบาก และปัญหาที่น่าเจ็บปวดคือ ลูกหลานเริ่มมองไม่เห็นอนาคตในบ้านเกิดของตัวเอง สะท้อนว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เพียงปัญหาราคามันสำปะหลัง แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ความเป็นธรรม และอนาคตของเกษตรกรไทย

    พร้อมกันนี้ นายชินพันธ์ได้ให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรในพื้นที่ โดยย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการรับฟังและลงมือทำอย่างจริงจัง หากไม่แก้ไขที่ต้นทาง ไม่ผลักดันราคาพืชผล และไม่เพิ่มรายได้ให้ประชาชน เศรษฐกิจฐานรากก็จะยังซบเซา และตลาดท้องถิ่นจะยังเงียบเช่นนี้ต่อไป.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    zxczcwww

    618844894_924640759994040_494757574191708424_n

    เชียงใหม่ ยิ่งใหญ่ครบรอบ 40 ปี “นิ่มลีสซิ่ง” เดินหน้าโครงการเกษตรกรยิ้มได้ แจกรางวัลรวม 2 ล้าน

    ​“ดร.ยงยุทธ” เปิดเทศกาลท่องเที่ยวน้ำตกขุนกรณ์ปี 69 ชูยุทธศาสตร์ดึงอัตลักษณ์ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก 13 หมู่บ้าน

    “แม่เลี้ยงผึ้ง” พปชร. ขวัญใจสายใต้แม่ฮ่องสอน ชูคอนเนคชั่นระดับชาติ แก้ปัญหาที่ดิน-สิทธิพื้นฐาน

    “ชาดา” ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงผู้สมัครภูมิใจไทย ชาวบ้านให้กำลังใจคับคั่ง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

    ชาวบ้านห้วยหมูบุกร้อง กกต. ขอเลือกตั้งใหม่! ปมเจ้าหน้าที่สั่งสลับสีบัตรเลือกตั้ง กระทบ 400 เสียง

    Soft Power เมืองน่าน! ‘แข่งเรือพญานาค’ ขึ้นแท่นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1465592&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0N9Cc5AtoCSglw0FpmFWBV

  • สจด. ร่วมงานแนะแนวศึกษาต่อ และจัดบูธงาน Open House โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2568 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมงานแนะแนวศึกษาต่อ และจัดบูธงาน Open House โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2568 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/119849/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3S-flCOskSwGRQpxgd6xwc

  • สจด. ร่วมงานนิทรรศการแนะแนวศึกษาต่อ ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๙ — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมงานนิทรรศการแนะแนวศึกษาต่อ ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๙ — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/119829/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3phiyo8hZe16gL80-qJAMD

  • อธิการบดีจุฬาฯ ปาฐกถาศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ครั้งที่ 12 ปี 2569

    Skip to content

    คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน และสมาคมครุศาสตร์สัมพันธ์ จัดปาฐกถาศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ครั้งที่ 12 ประจำปี 2569 ในหัวข้อ “ปัญญาประดิษฐ์กับฉากทัศน์ของการบริหารสถาบันอุดมศึกษาแห่งโลกอนาคต” โดย ศ.ดร. วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 ณ ห้องดวงเดือน พิศาลบุตร (ห้อง 101) อาคารประชุมสุข อาชวอำรุง คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ โดยมี รศ.ดร.ทองอินทร์ วงศ์โสธร ประธานมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นผู้กล่าวเปิดงาน รศ.ดร.ยศวีร์ สายฟ้า คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้กล่าวรายงาน มี ศ.ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ นายกสมาคมครุศาสตร์สัมพันธ์คณาจารย์ นิสิตเก่า นิสิตปัจจุบัน และผู้สนใจด้านการบริหารการศึกษาเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

    ปาฐกถาศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ครั้งที่ 12 ประจำปี 2569 จัดโดยสาขาวิชาบริหารการศึกษา สาขาวิชาอุดมศึกษา และสาขาวิชานิเทศการศึกษา สมาคมศิษย์เก่าภาควิชาบริหารการศึกษา ชมรมนิสิตเก่าสาขาวิชาอุดมศึกษา และชมรมนิสิตเก่าสาขาวิชานิเทศการศึกษา ภาควิชานโยบาย การจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน และสมาคมครุศาสตร์สัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดและเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการด้านครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ตลอดจนส่งเสริมการคิดวิเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ในสาขาวิชาบริหารการศึกษา สาขาวิชาอุดมศึกษา และสาขาวิชานิเทศการศึกษา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคณาจารย์ นิสิตเก่า นิสิตปัจจุบัน และผู้ใฝ่รู้ทางการบริหารการศึกษา การอุดมศึกษา และนิเทศการศึกษา

    ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ปาฐกถาในหัวข้อ “ปัญญาประดิษฐ์กับฉากทัศน์ของการบริหารสถาบันอุดมศึกษาแห่งโลกอนาคต” โดยอธิการบดีจุฬาฯ ให้ความสำคัญกับอนาคตแห่งการศึกษาซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งเป็นความท้าทายและแนวทางใหม่ของอุดมศึกษา สถาบันอุดมศึกษาต้องปรับบทบาทของตนเองให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่สามารถตอบโจทย์อนาคต การบูรณาการข้ามศาสตร์ และการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตที่หลากหลายให้กับนิสิตนักศึกษาให้มีความพร้อมเป็นบัณฑิตที่ตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/284287/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mEaqFVmw0CoFYcnLsCHZu

  • ดูดวงรายวันประจำวันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันอังคาร

    ดูดวงรายวันประจำวันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันอังคาร

    ดูดวงรายวันประจำวันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันอังคาร

    • การงาน : สร้างผลงานได้รวดเร็ว
    • การเงิน : บริวารจะคอยช่วยเหลือ
    • ความรัก : เดินทางท่องเที่ยวได้พบรัก

    เคล็ดลับเสริมดวงประจำวันนี้

    • ตกแต่งที่อยู่อาศัยด้วยหินน้ำวน
    • อัญมณีมงคล: เพชรตาแมว
    • สีมงคล: สีส้ม
    • เลขนำโชค: 1, 4, 5, 6

    ฤกษ์ดีประจำสัปดาห์มีผลตั้งแต่วันที่ 22 – 28 มกราคม 2569 (ช่วงเวลาที่เหมาะสม)

    • 08:09 – 11:09 : ฤกษ์ดีในการทำบุญขึ้นบ้านใหม่
    • 09:09 – 12:45 : ฤกษ์ดีในการซื้อรถยนต์คันใหม่
    • 09:19 – 12:00 : ฤกษ์ดีในการติดต่อเจรจางานต่าง ๆ
    • 09:00 – 12:00 : ฤกษ์ดีในการเปิดร้านเริ่มธุรกิจใหม่
    • 09:00 – 15:00 : ฤกษ์ดีในการเดินทางทำบุญ

    ดูดวงเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/320978/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rScwmeoxMZjyvDuEW-wdj

  • สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี | เดลินิวส์

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่บริวณหน้าหอนาฬิกาหัวหิน จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานพิธีปล่อยขบวนแข่งขันแรลลี่การกุศลของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ภายใต้ชื่อ “แรลลี่ปักหมุดเที่ยว” ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 24-25 ม.ค.69 โดยมี นางสาวบุษบา โชคสุชาติ นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นางสาวจิราวรรณ บุญฤทธิ์ รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมฯ ที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จำนวน 80 คัน ให้การต้อนรับ

    นายกิติพงษ์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสครบ 27 ปีของสมาคมฯ จึงได้จัดกิจกรรมแรลลี่การกุศลขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวข้ามจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้เส้นทาง หัวหิน เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี พร้อมทั้งนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปใช้ในกิจกรรมเพื่อการกุศลและสาธารณประโยชน์ในท้องถิ่น กิจกรรมดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงเป็นโอกาสในการศึกษาและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว สถานที่พัก ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของ จ.กาญจนบุรี เพื่อนำไปต่อยอดการทำตลาดและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันในอนาคต

    “นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมงาน “Art Music & Wellness Festival” ที่ ททท. สำนักงานกาญจนบุรี จัดขึ้น เพื่อเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผสานศิลปะและดนตรี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและมิตรภาพ การจัด “แรลลี่ปักหมุดเที่ยว” ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงต้นปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯและจังหวัดใกล้เคียงอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5531852/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HwqpMIBB90I0Ox3fhODP8

  •  “ณพลเดช” แนะไทยควรดันพุทธศาสนาเชิงรุก ชวนต่างชาติศึกษาประวัติศาสตร์และนั่งสมาธิ สร้างเทรนด์ท่องเที่ยวจิตใจระดับโลก

     “ณพลเดช” แนะไทยควรดันพุทธศาสนาเชิงรุก ชวนต่างชาติศึกษาประวัติศาสตร์และนั่งสมาธิ สร้างเทรนด์ท่องเที่ยวจิตใจระดับโลก

    การศึกษา

     “ณพลเดช” แนะไทยควรดันพุทธศาสนาเชิงรุก ชวนต่างชาติศึกษาประวัติศาสตร์และนั่งสมาธิ สร้างเทรนด์ท่องเที่ยวจิตใจระดับโลก

    วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.17 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    “ณพลเดช มณีลังกา” เสนอไทยควรใช้พุทธศาสนาและประวัติศาสตร์เป็นนโยบายเชิงรุก เปิดพื้นที่ให้ชาวต่างชาติศึกษาวัฒนธรรมและฝึกสมาธิ ตอบโจทย์กระแสท่องเที่ยวเชิงความหมายและสุขภาพจิต พร้อมยกระดับเป็นเทรนด์ระดับโลก

    เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 นายณพลเดช มณีลังกา ที่ปรึกษากรรมการต่างประเทศ และอดีตอนุกรรมาธิการฯพุทธศาสนา เปิดเผยว่า แนวโน้มของชาวต่างชาติในปัจจุบันเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต ความสงบภายใน และการท่องเที่ยวเชิงความหมายมากขึ้น ประเทศไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ควรใช้จุดแข็งนี้พัฒนาเป็นนโยบายเชิงรุก เปิดพื้นที่ให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาศึกษาประวัติศาสตร์ไทย ควบคู่กับการฝึกนั่งสมาธิและปฏิบัติธรรม จนสามารถยกระดับเป็นเทรนด์ระดับโลกได้

    สำหรับการเผยแพร่พุทธศาสนาในยุคใหม่ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการสอนศาสนาในเชิงพิธีกรรม แต่ควรเชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตสากล โดยเฉพาะในประเทศตะวันตกที่มีกฎหมายแรงงานชัดเจน มีวันลาพักร้อนประจำปี หากรัฐบาลไทยออกแบบโครงการเชิญชวนให้ชาวต่างชาติใช้ช่วงวันหยุดมาพำนักระยะยาว ผ่านกิจกรรมนั่งสมาธิฟรีหรือโครงการปฏิบัติธรรมที่เปิดให้จองล่วงหน้าข้ามปี จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้ และขยายบทบาทพุทธศาสนาในเวทีโลก เรื่องนี้มีตัวอย่างในอเมริกา และยุโรป เป็นจำนวนมากนะครับ

    สำหรับประเทศไทยมีศักยภาพทั้งด้านวัด โบราณสถาน พระสงฆ์ และครูสมาธิที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ หากรัฐเข้าไปสนับสนุนงบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ โครงสร้างพื้นฐาน และการประสานงานกับวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทำให้การปฏิบัติธรรมไม่ถูกมองเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสุขภาพอย่างเป็นระบบ

    นายณพลเดชยังเสนอว่า กลุ่มผู้สูงอายุจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีฤดูหนาวยาวนานและอากาศรุนแรง ควรถูกวางเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศอบอุ่น เหมาะต่อการฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ หากมีโครงการสมาธิควบคู่การดูแลสุขภาพ การแพทย์แผนไทย และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ไทยในฐานะประเทศแห่งสันติสุขและการเยียวยาจิตใจ

    จากที่ทราบจากในพื้นที่ โดยวันนี้ซึ่ง จ.อยุธยา วันนี้ตรงกับวันศุกร์มีพี่น้องชาวโปแลนด์ ยูเครน รัสเซีย ฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ ไต้ไหวัน เม็กซิโก สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ศรีลังกา แคนาดา เบลเยี่ยม เกาหลีใต้ บราซิล และอิตาลี ร่วมนั่งสมาธิ ปล่อยวาง และทำใจให้สงบ  นั่งสมาธิ ขณะที่พี่น้องชาวไทย เปรู เยอรมนี อินเดีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น อาเซอร์ไบจาน และสหรัฐอเมริกา ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมอย่างอบอุ่น เสมือนครอบครัวเดียวกัน กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการ Ayutthaya Monk Chat ครั้งที่ 54 เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ณ วัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยพระมหาทองเพียร สิริทตฺโต ป.ธ.4 ฝ คณะสงฆ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับพุทธบริษัท 4 ศูนย์พุทธศาสตร์ศึกษา DCI และอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร

    ในครั้งนี้มีนักท่องเที่ยวจาก 26 ประเทศ จำนวน 220 ท่าน เข้าร่วมนั่งสมาธิและสนทนาธรรม และเมื่อรวมตั้งแต่ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 54 มีผู้เข้าร่วมแล้วทั้งสิ้น 5,911 ท่าน จากกว่า 69 ประเทศ ใช้เวลานั่งสมาธิรวมกว่า 29,555 นาที หรือมากกว่า 492 ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นว่าพลังแห่งสันติสุขจากการปฏิบัติธรรมในประเทศไทย กำลังแผ่ขยายไปสู่จิตใจของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติอย่างต่อเนื่อง

    “ทั้งนี้ หากรัฐบาลนำบทเรียนจากกิจกรรมลักษณะนี้ไปต่อยอดเชิงนโยบาย จะไม่เพียงสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ยังทำให้พุทธศาสนาไทยกลายเป็นพลังทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลก เข้าด้วยกันด้วยความสงบ เมตตา และความเข้าใจซึ่งกันและกัน สร้างภาพที่ดี ไปสู่ทั่วโลก สร้างสังคมที่ดี” นายณพลเดช กล่าว
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/education/463430&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw390NoKvN5236C7drZqbKbA

  • รถเมล์ไฟฟ้าเชียงรายมาแน่! กรีนบัสจัดหนักตั๋วเดือนราคาเท่ารถพัดลม ดีเดย์ ก.ค. 69 เส้นทางแม่สาย

    รถเมล์ไฟฟ้าเชียงรายมาแน่! กรีนบัสจัดหนักตั๋วเดือนราคาเท่ารถพัดลม ดีเดย์ ก.ค. 69 เส้นทางแม่สาย

    กรีนบัสรุกคืบ “รถเมล์ไฟฟ้า EV” เชียงราย–แม่สาย ดีเดย์ ก.ค. 2569 ชู “ตั๋วเดือนราคาเท่ารถพัดลม” พร้อมปั้นสถานีชาร์จ 24 ชม. หนุนเศรษฐกิจชายแดน ลดแรงกดดัน PM2.5

    เชียงราย, 24 มกราคม 2569 – หาก “ฝุ่น” คือภาษาที่เมืองเหนือถูกบังคับให้พูดทุกฤดูกาล การขยับตัวของระบบขนส่งสาธารณะจึงไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เป็น “นโยบายคุณภาพชีวิต” ที่คนเมืองสัมผัสได้จริงตั้งแต่หน้าป้ายรถเมล์ไปจนถึงรายจ่ายรายเดือนของครัวเรือน โดยล่าสุด บริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด ประกาศแผนยุทธศาสตร์ Green Mobility เตรียมเปิดให้บริการ รถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) บนเส้นทางเศรษฐกิจ เชียงราย–แม่สาย ภายใน เดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมแนวคิด “ตั๋วเดือน” ที่ตั้งเป้าให้ ราคาเฉลี่ยต่อเที่ยวเท่ากับรถพัดลมเดิม เพื่อไม่เพิ่มภาระค่าครองชีพของคนท้องถิ่น

    ในเชิงสาธารณสุข องค์การอนามัยโลกชี้ชัดว่า มลพิษอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจและหัวใจหลอดเลือด ซึ่งทำให้แนวคิด “ลดการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิดในเมือง” ถูกยกขึ้นเป็นวาระในหลายประเทศ.

    อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่ EV Bus ยังไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องตอบให้ได้ทั้ง “ความคุ้มค่า” “ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานชาร์จไฟ” และ “มาตรฐานบริการ” ที่ผู้โดยสารคาดหวังโดยเฉพาะเส้นทางชายแดนอย่างแม่สายที่พ่วงนัยเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ข้ามแดนอย่างแยกไม่ออก

    ดีเดย์ “เชียงราย–แม่สาย” เส้นทางเศรษฐกิจสู่ EV Bus เปลี่ยนรถ เปลี่ยนประสบการณ์เดินทาง

    นายกฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท คำพรพัฒนา จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด ระบุว่า บริษัทมีแผนจัดซื้อรถโดยสารไฟฟ้า ขนาด 8 เมตร ประมาณ 20 กว่าที่นั่ง เพื่อทดแทนรถโดยสารแบบพัดลมเดิมในเส้นทาง เชียงราย–แม่สาย โดยคาดว่าจะได้รับมอบรถช่วง มิถุนายน–กรกฎาคม และเริ่มให้บริการภายใน กรกฎาคม 2569

    ประเด็นที่สะท้อน “การออกแบบบริการ” มากกว่า “การเปลี่ยนเครื่องยนต์” คือ ผู้บริหารชี้ว่า EV Bus ไม่สามารถทำเป็น “รถพัดลม” ได้ เนื่องจากช่องเก็บแบตเตอรี่จำเป็นต้องมี ระบบหล่อเย็น ส่งผลให้รถต้องติดตั้ง ระบบปรับอากาศ เพื่อรักษาเสถียรภาพของแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อน ซึ่งในทางกลับกันทำให้ผู้โดยสารจะได้ใช้บริการรถที่ “ทันสมัยกว่าเดิม” โดยอัตโนมัติ

     “ตั๋วเดือนราคาเท่ารถพัดลม” กลไกสำคัญลดแรงเสียดทานการเปลี่ยนผ่าน

    หากมองจากประสบการณ์ประเทศต่าง ๆ การเปลี่ยนระบบขนส่งให้สะอาดขึ้นมักติดกับดักเดียวกันคือ “ต้นทุนสูงขึ้นแล้วผลักไปที่ค่าโดยสาร” จนคนรายได้น้อยถูกตัดออกจากระบบ แต่กรณีนี้ กรีนแคปปิตอลเลือกวางโจทย์แบบกลับหัว ให้เทคโนโลยีใหม่ “เข้าหาคน” มากกว่าบังคับให้คน “ไล่ตามเทคโนโลยี”

    นายกฤษฏิภาชย์ระบุว่า บริษัทจะทำ ตั๋วเดือนสำหรับผู้เดินทางประจำทุกวัน และตั้งเป้าว่าเมื่อเฉลี่ยเป็นรายเที่ยวแล้ว จะมีราคาใกล้เคียงรถพัดลมเดิม เพราะ “ต้องให้บริการตรงกับความต้องการของคนจังหวัดเชียงรายเป็นหลัก”

    ในเชิงยุทธศาสตร์ นี่คือการลด “ค่าเปลี่ยนผ่าน” (Switching Cost) ของผู้ใช้บริการ ซึ่งมีผลโดยตรงต่ออัตราการยอมรับ (Adoption) หากทำได้จริง EV Bus จะไม่ใช่บริการพรีเมียมเฉพาะกลุ่ม แต่เป็น “มาตรฐานใหม่” ที่คนทำงาน นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุเข้าถึงได้

    โครงสร้างพื้นฐานคู่ขนาน สถานีชาร์จ “Fair Super Charge” เปิด 24 ชม. ให้ประชาชนใช้ได้

    อีกหัวใจที่ขาดไม่ได้คือ “สถานีชาร์จ” เพราะต่อให้มีรถดีแค่ไหน หากชาร์จไม่สะดวกหรือค่าไฟแพงเกิน ระบบก็วิ่งไม่ยั่งยืน ผู้บริหารระบุว่า บริษัทเตรียมขยายสถานีชาร์จมายังเชียงราย โดยจะเปิดให้ รถยนต์ไฟฟ้าของประชาชนทั่วไป เข้าใช้บริการได้ ตลอด 24 ชั่วโมง คล้ายโมเดลที่ทำในจังหวัดเชียงใหม่ และคาดว่าค่าบริการจะอยู่ราว 6 บาทกว่าต่อหน่วย

    ด้านข้อมูลอัตราค่าบริการชาร์จในตลาดไทย พบว่าเครือข่ายบางรายมีการประกาศอัตราแบบแยกช่วงเวลา (On-peak/Off-peak) และแยกประเภทหัวชาร์จ ซึ่งช่วยสะท้อน “เพดานความเป็นไปได้” ของราคาที่ผู้ใช้ยอมรับ.

    นอกจากนี้ นายกฤษฏิภาชย์ให้เหตุผลเชิงต้นทุนว่า ราคาไฟฟ้าเท่ากันทั่วประเทศ ต่างจากราคาน้ำมันดีเซลที่พื้นที่ปลายทางอย่างอำเภอชายแดนอาจมีต้นทุนขนส่งสูงกว่า และมองว่าแม่สายเป็นพื้นที่ที่ราคาดีเซล “แพงมาก” เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น

    เศรษฐกิจชายแดน ท่องเที่ยว เส้นทางระยะไกล ทำไม “แม่สาย” จึงเป็นสนามจริงของ Green Mobility

    เส้นทางเชียงราย–แม่สายไม่ใช่แค่เส้นทางประจำวันของคนทำงาน แต่เป็น “เส้นเลือดเศรษฐกิจ” ที่เชื่อมกิจกรรมการค้า การเดินทาง และการท่องเที่ยวชายแดน หากระบบขนส่งสาธารณะมีต้นทุนพลังงานที่เสถียรกว่าและภาพลักษณ์ที่ “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” มากกว่า ก็อาจเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเมืองปลายทางได้ในทางอ้อม

    ผู้บริหารยังอธิบายภาพรวมเครือข่ายว่า บริษัทมองเส้นทางในภาพ “ภาคเหนือเชื่อมภาคใต้” และยกตัวอย่างเส้นทาง เชียงราย–ภูเก็ต รวมถึงเส้นทางเชื่อมภาคอีสานตอนบน โดยระบุว่าเป็น “รูตสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ที่เดินทางเป็นวงรอบ (ลงกรุงเทพฯ พัทยา อีสาน ขึ้นเหนือ ลงใต้ บินกลับ) และย้ำว่าหลังจากเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาที่เชียงราย

    อีกตัวเลขที่น่าสนใจคือ บริษัทอ้างอิงสถิติภายในว่า สัดส่วนผู้โดยสารชาวต่างชาติ เพิ่มจาก 5% ในปี 2567 เป็น 15% ในปี 2568 ซึ่งสะท้อนว่าความต้องการเดินทางของต่างชาติในเส้นทางเชื่อมภูมิภาค “เริ่มยกระดับ” และต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐานมากขึ้น

    ในระดับมหภาค ภาพรวมการท่องเที่ยวขาเข้าต้นปี 2569 ยังมีความผันผวน โดยมีรายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวที่เผยแพร่ผ่านช่องทางหน่วยงานด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุข้อมูลเชิงสัปดาห์/สะสมช่วงต้นปี ซึ่งชี้ว่าตลาดหลักอย่างจีนยังคงมีบทบาทสูง.

    แคมเปญ “ส่วนลดร้านค้า ที่พัก” และแนวคิด “Green Park” ทำให้รถเมล์ไม่ใช่แค่รถเมล์

    แผนงานที่น่าจับตาคือ บริษัทเตรียมทำแคมเปญร่วมกับร้านค้าและที่พักในเชียงราย เพื่อมอบส่วนลดให้ผู้โดยสาร EV Bus โดยมีเป้าหมายชัดคือ “ดึงนักท่องเที่ยวให้ใช้จ่ายในพื้นที่มากขึ้น” ซึ่งหากออกแบบได้เหมาะสม จะทำให้ขนส่งสาธารณะกลายเป็น “แพลตฟอร์มการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น” ไม่ใช่เพียงบริการเดินทาง

    ขณะเดียวกัน ผู้บริหารกล่าวถึงการพัฒนาพื้นที่สถานี/ศูนย์บริการให้เป็น Green Park เพื่อรองรับทั้งคนเชียงรายและผู้เดินทางจากต่างถิ่น/ต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนแนวคิดว่า “สถานีขนส่ง” อาจถูกยกระดับเป็น “ประตูเมือง” (Gateway) ที่ทำหน้าที่มากกว่าจุดรอรถ

    ปมท้าทายที่ต้องจับตา ต้นทุนลงทุน ความพร้อมไฟฟ้า มาตรฐานบริการ ความเป็นธรรม

    เพื่อให้ข่าวอยู่บนความเป็นกลางตามมาตรฐานวิชาชีพ จำเป็นต้องชี้ปัจจัยเสี่ยงและเงื่อนไขความสำเร็จควบคู่กันไป ได้แก่

    1. ต้นทุนลงทุนและการซ่อมบำรุง
      EV Bus ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นสูงกว่า (ตัวรถ ระบบชาร์จ การฝึกอบรมช่าง อะไหล่เฉพาะทาง) ความสำเร็จจึงผูกกับ “อัตราการใช้บริการจริง” และ “การบริหารรอบวิ่ง/รอบชาร์จ” ให้คุ้ม
    2. ความน่าเชื่อถือของบริการ (Reliability)
      ผู้โดยสารจะยอมเปลี่ยนพฤติกรรมต่อเมื่อรถมา “ตรงเวลา” วิ่ง “สม่ำเสมอ” และมีแผนสำรองเมื่อระบบชาร์จหรือแบตเตอรี่มีปัญหา
    3. โครงข่ายชาร์จและราคาค่าไฟ
      แม้ผู้ประกอบการตั้งเป้าค่าบริการชาร์จราว 6 บาท/หน่วย แต่ตลาดมีความหลากหลายด้านอัตราค่าบริการตามประเภทหัวชาร์จและช่วงเวลา ดังนั้น “ต้นทุนจริงต่อกิโลเมตร” ต้องติดตามจากการปฏิบัติการจริง.
    4. ความเป็นธรรมด้านค่าโดยสารและการเข้าถึง
      แนวคิดตั๋วเดือนราคาเท่ารถพัดลมเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ต้องดูรายละเอียด เช่น เงื่อนไขการใช้งาน การครอบคลุมกลุ่มนักเรียน/ผู้สูงอายุ และความชัดเจนเรื่องสิทธิประโยชน์ที่ไม่สร้างความเหลื่อมล้ำใหม่
    5. ผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
      ประเด็นลด PM2.5 เป็นเป้าหมายเชิงสังคมที่ใหญ่ แต่การวัดผลต้องอาศัยข้อมูลหลายมิติ ทั้งแหล่งกำเนิดฝุ่นจากการเผาในที่โล่ง/ไฟป่า/คมนาคม และข้อมูลสุขภาพประชาชน ซึ่ง WHO ย้ำว่า PM2.5 เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพ.

     “รถเมล์ไฟฟ้า” คือการลงทุนในเวลาของคน และลมหายใจของเมือง

    ในภาพใหญ่ ดีเดย์ EV Bus เส้นทางเชียงราย–แม่สาย ไม่ใช่แค่การเพิ่มรถรุ่นใหม่ แต่คือการทดสอบว่า “เมืองชายแดน” จะยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านขนส่งสาธารณะได้จริงเพียงใด โดยยุทธศาสตร์สำคัญที่บริษัทพยายามชู คือ (1) ทำให้เทคโนโลยีใหม่ไม่แพงขึ้นสำหรับคนท้องถิ่นผ่านตั๋วเดือน (2) สร้างโครงสร้างพื้นฐานชาร์จที่ประชาชนใช้ได้ 24 ชั่วโมง และ (3) ผูกขนส่งเข้ากับเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านแคมเปญร้านค้า ที่พักและแนวคิด Green Park

    หากทำได้ตามที่ประกาศ นี่อาจเป็นโมเดลที่ส่งสัญญาณไปยังอำเภอเศรษฐกิจอื่นของเชียงรายว่า “การลดมลพิษและเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง” ไม่จำเป็นต้องเป็นภาระทางการเงินของประชาชนเสมอไป แต่ต้องอาศัยการออกแบบนโยบายค่าโดยสาร การจัดการต้นทุนพลังงาน และการบริการที่รักษามาตรฐานได้จริงในชีวิตประจำวัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/greenbus-chiang-rai-maesai-ev-bus/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OCQFhP1iInadz68zzBtn3

  • “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก | TOPNEWS

    “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก

    • เผยแพร่ : 24/01/2026 18:55

    นครราชสีมา “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก

    นครราชสีมา วันที่ 24 มกราคม 2569 นายชินพันธ์ แสงภักดิ์โยธิน หรือ “ตั้ม” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกล้าธรรม หมายเลข 2 เขตเลือกตั้งที่ 11 จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตลาดอำเภอหนองบุญมาก เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางบรรยากาศการค้าขายที่ซบเซา สะท้อนกำลังซื้อในระดับชุมชนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
    นายชินพันธ์ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ แต่ตั้งใจมารับฟังเสียงจริงของประชาชน โดยพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างสะท้อนปัญหาไปในทิศทางเดียวกันว่า “ขายของไม่ได้ ไม่ใช่เพราะของไม่ดี แต่เพราะลูกค้าไม่มีเงินซื้อ” ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจฐานรากที่ชะลอตัวต่อเนื่อง

    ผู้สมัคร ส.ส.เขต 11 กล่าวว่า ต้นตอสำคัญของปัญหาคือราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้เกษตรกรขาดรายได้ ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อกำลังซื้อของคนในชุมชน เมื่อเกษตรกรไม่มีกำลังจับจ่าย เงินจึงไม่หมุนในตลาด พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้ กระทบเป็นวงกว้างทั้งอำเภอ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

    นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความเดือดร้อนของชาวไร่มันสำปะหลังจำนวนมาก ที่ต้องเผชิญกับภาวะถูกกดราคารับซื้อ รวมถึงการวัดเปอร์เซ็นต์แป้งที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรม ทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญกลับไม่มีอำนาจกำหนดราคาผลผลิตของตนเอง ส่งผลให้แรงงานตลอดทั้งปีของชาวบ้านกลายเป็น “ความขาดทุน” ทั้งที่ยังไม่ทันได้เงินเข้ามือ
    นายชินพันธ์กล่าวอีกว่า เมื่อชาวไร่ขาดทุน ครอบครัวก็อยู่ลำบาก และปัญหาที่น่าเจ็บปวดคือ ลูกหลานเริ่มมองไม่เห็นอนาคตในบ้านเกิดของตัวเอง สะท้อนว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เพียงปัญหาราคามันสำปะหลัง แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ความเป็นธรรม และอนาคตของเกษตรกรไทย

    พร้อมกันนี้ นายชินพันธ์ได้ให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรในพื้นที่ โดยย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการรับฟังและลงมือทำอย่างจริงจัง หากไม่แก้ไขที่ต้นทาง ไม่ผลักดันราคาพืชผล และไม่เพิ่มรายได้ให้ประชาชน เศรษฐกิจฐานรากก็จะยังซบเซา และตลาดท้องถิ่นจะยังเงียบเช่นนี้ต่อไป.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    zxczcwww

    618844894_924640759994040_494757574191708424_n

    เชียงใหม่ ยิ่งใหญ่ครบรอบ 40 ปี “นิ่มลีสซิ่ง” เดินหน้าโครงการเกษตรกรยิ้มได้ แจกรางวัลรวม 2 ล้าน

    ​“ดร.ยงยุทธ” เปิดเทศกาลท่องเที่ยวน้ำตกขุนกรณ์ปี 69 ชูยุทธศาสตร์ดึงอัตลักษณ์ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก 13 หมู่บ้าน

    “แม่เลี้ยงผึ้ง” พปชร. ขวัญใจสายใต้แม่ฮ่องสอน ชูคอนเนคชั่นระดับชาติ แก้ปัญหาที่ดิน-สิทธิพื้นฐาน

    “ชาดา” ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงผู้สมัครภูมิใจไทย ชาวบ้านให้กำลังใจคับคั่ง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

    ชาวบ้านห้วยหมูบุกร้อง กกต. ขอเลือกตั้งใหม่! ปมเจ้าหน้าที่สั่งสลับสีบัตรเลือกตั้ง กระทบ 400 เสียง

    Soft Power เมืองน่าน! ‘แข่งเรือพญานาค’ ขึ้นแท่นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1465592&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0N9Cc5AtoCSglw0FpmFWBV