Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สมุทรสงคราม///กระทบลูกโซ่พิษสร้างถนนพระราม2ทำตลาดสด-ท่องเที่ยวซบเซา ผู้ประกอบการลั่น “ไม่ต้องสร้างก็ได้” | TOPNEWS

    ผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดที่พลอยขายของไม่ได้ตามไปด้วย
    สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการปิดถนนนานถึง 2 เดือนนั้น นายภาณุมาศฝากคำถามถึงรัฐบาลว่าหากเป็นเช่นนั้นจะมีมาตรการชดเชยเยียวยาให้กับภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจอย่างไร หรือจะสามารถบริหารจัดการเปิดช่องทางจราจรให้รถพอวิ่งได้บ้างหรือไม่ แทนที่จะปิดถนนหลักทั้งหมดจนการเดินทางลำบาก

    จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน เพื่อลดความกังวลและความเดือดร้อนในการทำมาหากินของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายถึงโครงการก่อสร้างในอนาคตว่า สำหรับเฟส 3 นั้นไม่ต้องสร้างก็ได้ เพราะลำพังการก่อสร้างเฟส 2 ก็สร้างความเดือดร้อนมากพอแล้ว หากมีเฟส 3 ตามมาอีก ตนคงต้องปิดกิจการหรือย้ายร้านหนีเพราะแบกรับภาระไม่ไหว

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวท็อปนิวทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1466549&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0W4u3KMGHmGF1X5N8fFeDT

  • ‘ปัญญาอ่อน’ สร้างเศรษฐี

    ‘ปัญญาอ่อน’ สร้างเศรษฐี

    พรรคเพื่อหมดสภาพ ต้องเร่งทำคะแนนในโค้งสุดท้ายด้วยนโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ ๙ คน”

    ประชาชนตาลุกสิครับ!

    นอนเกาคางอยู่บ้านเฉยๆ ก็มีโอกาสเงินล้านหล่นทับ 

    ไปดูรายละเอียดนโยบายกันก่อน

    พรรคเพื่อไทย อธิบายว่า

    “…เศรษฐกิจนอกระบบในไทยมีมูลค่ามากถึง ๙ ล้านล้านบาท (ข้อมูลจากธนาคารโลก)

    ใหญ่เป็นอันดับ ๑๔ ของโลก และอันดับ ๒ ในอาเซียน (รองจากประเทศเมียนมา)

    การไม่สามารถเก็บภาษีจากส่วนนี้ได้ ทำให้ไทยขาดรายได้มหาศาล ขาดข้อมูลการค้าขายที่แม่นยำ และขาดโอกาสในการพัฒนาประเทศ

    ฉะนั้นต่อไปนี้คนไทยมีโอกาสเป็นเศรษฐีเงินล้านวันละ ๙ คน

    เพียงแค่มีใบเสร็จจากการจับจ่ายใช้สอยทุกประเภทสินค้าและบริการ ใบเสร็จใช้ได้ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าถึงร้านรถเข็น ร้านอาหารริมทาง

    ไม่มีมูลค่าขั้นต่ำ

    ไม่จำกัดจำนวนใบเสร็จ

    เพราะ เพื่อไทย มีนโยบาย สร้างเศรษฐีเงินล้าน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนเข้าระบบภาษีแทนการบังคับ ด้วยการสุ่มจับรางวัลจากเลขใบเสร็จ ๕ รางวัล รางวัลละ ๑ ล้านบาท

    อีก ๔ รางวัลมาจากการสุ่มจับเลขบัตรประชาชน ได้แก่

    ๑.เกษตรกร

    ๒.ผู้สูงอายุ

    ๓.อาสาสมัครเพื่อสังคม เช่น อสม. ชรบ. กู้ภัย ทหารผ่านศึก ฯลฯ

    ๔.ผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้ รางวัลละ ๑ ล้านบาทเช่นกัน

    สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ ๙ คน ทุกการจับจ่ายคือโอกาสรวยทุกคน ทุกวัน เลือกเพื่อไทย เบอร์ ๙ ทั้งคนทั้งพรรค…”

    “หมอมิ้ง พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” อ้างว่า นโยบายนี้กำลังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการแจกเงิน ทั้งที่ในความเป็นจริงคือ “การหาเงินให้รัฐ” โดยต่อยอดความสำเร็จมาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะไต้หวัน ที่ใช้ระบบสลากชิงโชคจากใบเสร็จ (Uniform Invoice Lottery) จนสามารถเพิ่มรายได้ภาษีเข้าประเทศได้เฉลี่ยถึง ๒๐% ต่อปี

    ใช่ครับ…ไต้หวัน มีนโยบาย “ลอตเตอรี่ใบเสร็จไต้หวัน (Taiwan receipt lottery/統一發票)”

    เป็นสลากกินแบ่งที่ออกโดยรัฐบาลไต้หวัน ในรูปแบบใบเสร็จรับเงินหลังการซื้อสินค้าตามร้านค้าต่างๆ ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับภาครัฐ ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลังไต้หวัน

    โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๔๙๔ หรือเมื่อ ๗๕ ปีที่แล้ว

    มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีเข้ารัฐ และกระตุ้นให้ภาคธุรกิจรายงานรายได้ให้ตรงตามความเป็นจริง รวมถึงลดและสกัดการหลบเลี่ยงภาษี

    อีกทั้งยังเป็นโครงการที่เพิ่มรายได้ให้แก่ภาคธุรกิจต่างๆ อีกด้วย  

    นอกจากนี้ เจ้าของใบเสร็จที่ไม่ต้องการตรวจผลรางวัล ยังสามารถนำใบเสร็จไปใส่ในกล่องบริจาคของมูลนิธิที่ช่วยเหลือสังคมต่างๆ ตามสถานที่สำคัญทั่วไป เพื่อช่วยพัฒนาสวัสดิการสังคม

    หากใบเสร็จร้านค้านั้นตรงกับผลรางวัลใด เงินที่ได้จากการถูกรางวัล จะบริจาคเข้าสู่มูลนิธิตามที่ระบุข้างกล่อง

    ผลรางวัลจะประกาศทุกวันที่ ๒๕ ของเดือนที่เป็นเลขคี่ ได้แก่ มกราคม มีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคม กันยายน พฤศจิกายน

    รางวัลจะถูกจับรางวัลและดำเนินการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์ทั่วไต้หวัน

    กระทรวงการคลังไต้หวันแถลงเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ว่า ใบเสร็จกำกับภาษี (統一發票) งวดเดือน กันยายน-ตุลาคม ซึ่งถูกรางวัล รางวัลพิเศษมูลค่า ๑๐ ล้านเหรียญไต้หวัน และรางวัลใหญ่ ๒ ล้านเหรียญไต้หวัน                   ขณะนี้ยังมีใบเสร็จที่ถูกรางวัลแต่ยังไม่ได้ขึ้นเงิน จำนวน ๒ ใบ และ ๔ ใบ ตามลำดับ

    สำหรับใบเสร็จที่ถูกรางวัลพิเศษ ๑๐ ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ยังไม่มีผู้ไปขึ้นเงินนั้น หนึ่งใบเป็นค่าสมาชิก Google Play มูลค่าเพียง ๕๐ เหรียญไต้หวัน อีกใบเป็นใบเสร็จค่าอาหาร ๑๕๓ เหรียญไต้หวัน ออกโดยร้าน “อาตันเอยเตี้ยน” (阿潭ㄟ店) ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตราคาย่อมเยาที่ตั้งอยู่ในเขตจงลี่ นครเถาหยวน

    ขณะที่ใบเสร็จถูกรางวัลใหญ่ ๒ ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งยังไม่ได้ขึ้นเงินจำนวน ๔ ใบ ได้แก่ การซื้อแอปพลิเคชันผ่าน App Store มูลค่า ๑๖๕ เหรียญไต้หวัน, ค่าธรรมเนียมผ่าน JKO Pay (街口支付) จำนวน ๙๐ เหรียญไต้หวัน, การซื้อสินค้าที่ห้าง POYA (寶雅) บนถนนฉือเหวิน นครเถาหยวน รวม ๑,๑๑๗ เหรียญไต้หวัน, และการซื้อสินค้าที่ร้านผลิตภัณฑ์อาหาร เป่าชาง (寶昌食品) ถนนซิ่นอี้ ตำบลเฉาโจว เมืองผิงตง มูลค่า ๑๒๐ เหรียญไต้หวัน         

    กระทรวงการคลังไต้หวันย้ำเตือนว่า ใบเสร็จที่ถูกรางวัลงวดเดือนกันยายน-ตุลาคม ปีที่แล้ว ยังอยู่ในระยะเวลาขึ้นเงิน ขอให้ผู้โชคดีรีบไปขึ้นเงิน ภายในวันที่ ๕ มีนาคมปีนี้

    ครับ…ที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่าไต้หวันก็มี เป็นเรื่องจริงครับ บรรยากาศลาภลอย ดูน่าตื่นเต้น เร้าใจ

    แต่…นโยบายนี้จะสามารถนำมาใช้กับไทย และสามารถแก้ปัญหาเอาธุรกิจใต้ดินขึ้นมาบนดินได้หรือไม่

    มีการศึกษาแล้วหรือยังว่า เคยมีธุรกิจใต้ดินอะไรที่ไต้หวัน ปัจจุบันอยู่บนดินแล้ว หรือยังอยู่ใต้ดินเหมือนเดิม

    ธุรกิจใต้ดินมี ๒ ประเภทคือ ถูกกฎหมาย และผิดกฎหมาย 

    เฉพาะทางเท้าในประเทศไทยเราก็รู้ดีว่าเต็มไปด้วยธุรกิจใต้ดิน

    อาทิ หาบเร่-แผงลอย วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

    ส่วนที่ผิดกฎหมายสำหรับประเทศไทยมีเพียบครับ

    ค้าของเถื่อน ค้ายาเสพติด ค้าสัตว์และพืชสงวนพันธุ์ ค้าประเวณี ค้ามนุษย์ ค้าแรงงาน ค้าเด็ก ค้าโสเภณี การพนัน ค้าสื่อลามก

    การพนัน หวยใต้ดิน พนันออนไลน์

    มีมือปืนรับจ้าง และอาชญากรรมข้ามชาติ น้ำมันเถื่อน

    เทียบกับไต้หวันแล้วเรามีมากกว่าเขาเยอะครับ ทั้งในเชิงปริมาณ และสาขาอาชีพ

    แน่นอนครับเกือบทั้งหมดไม่สามารถเข้าระบบภาษีได้

    เข้าได้ก็เฉพาะร้านค้ารถเข็น ธุรกิจของคนตัวเล็กตัวน้อย

    เจ้าของบ่อน เจ้ามือหวยเถื่อน พ่อค้ายา ฯลฯ ไม่ออกใบเสร็จให้หรอกครับ

    ฉะนั้นถ้าอ้างนโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ ๙ คน เป็นการแก้ปัญหาให้คนไทยเข้าระบบภาษี ก็ดูไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่

    อาจจะเป็นการฆ่าคนตัวเล็กตัวน้อยด้วยซ้ำ

    เพราะเมื่อร้านข้าวแกงรถเข็นริมทางไม่สามารถออกใบเสร็จให้ได้ ผู้บริโภคอาจจะเลือกเข้าไปกินข้าวในร้านอาหารที่สามารถออกใบเสร็จได้มากกว่า

    ครับ…สุดท้ายจะซ้ำรอยแจกเงินหมื่น เป็นแค่นโยบายขอคะแนนจากประชาชนโดยไม่มีการศึกษาให้รอบคอบถึงข้อดีข้อเสีย

    แม้นโยบายนี้สามารถเดินหน้าไปได้ แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาธุรกิจใต้ดินได้

    แต่สิ่งที่จะได้ คือการล้างผลาญงบประมาณแผ่นดินด้วยนโยบายประชานิยมอีกครั้ง

    ดูรูปแบบการกระจายรางวัลก็รู้แล้วครับ หาเสียงชัดๆ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/936807/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fCu0-Zeux69S7sL8NlbGF

  • “เอกนิติ” นำ “ภูมิใจไทย” เดินสยาม! ล้อมวงคุยคนรุ่นใหม่ ย้ำนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส เพื่อประเทศ-คนไทยเข้มแข็ง | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 25/01/2026 20:13

    “เอกนิติ” นำผู้สมัครสส. “ภูมิใจไทย” เดินสยามสแควร์ ล้อมวงคุยคนรุ่นใหม่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาพูดคุย และขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ย้ำนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสเพื่อประเทศ-คนไทยเข้มแข็ง

    “เอกนิติ” นำ “ภูมิใจไทย” เดินสยาม! ล้อมวงคุยคนรุ่นใหม่ ย้ำนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส เพื่อประเทศ-คนไทยเข้มแข็ง – Top News รายงาน

    เอกนิติ

    เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 14.30 น. แกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียงพื้นที่กทม., นายเกรียงยศ สุดลาภา ผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อ, นางสาวศศิธร กิตติธรกุล ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ, นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงช่วย ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัครสส.กทม. เขตสาทร-ปทุมวัน-ราชเทวี เบอร์ 4 ที่สยามสแควร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาพูดคุย และขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

    นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยกับกลุ่มนักศึกษา และผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ในหัวข้อ “ชวนพี่เอกคุย” ที่ร้าน Dalmatian สยามสแควร์ ซึ่งเป็นการพูดคุยถึงเรื่องการเงินการคลัง บทบาทของรัฐ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และอนาคตประเทศไทย มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับมุมมองเศรษฐกิจไทยในอีก 3-5 ปี ที่จะมีเด็กรุ่นใหม่เรียนจบออกมานั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ประเทศเราคนน้อย แต่เราต้องทำให้คนเก่งขึ้น ในส่วนที่กังวลเรื่องของประชากรไทยอาจจะสู้ประเทศอื่นที่มีประชากรเยอะกว่าไม่ได้นั้น ต้องอย่าลืมไทยเป็นประเทศเปิดกว้าง เราต้องเอาคนเก่ง มีสกิลมาทำงาน และต้องทำระบบให้พร้อม

    ส่วนที่เป็นห่วงกันเรื่องของ AI ที่จะเข้ามาแย่งงานนั้น นายเอกนิติ มองว่า AI ไม่สามารถเก่งกว่ามนุษย์ได้ ถ้าเราใช้งานเป็นควบคุมได้ ยิ่งโดยเฉพาะกับประเทศไทยที่เรามีประชากรน้อย AI จะมาเป็นเครื่องมือที่ช่วยเราด้วยซ้ำ ทั้งนี้ โลกเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าดีที่สุดคือการเปลี่ยนที่รากฐาน นั่นคือระบบการศึกษา ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทย มีเรื่องการศึกษาเท่าเทียมพลัส เพราะวันนี้การศึกษาไทยไม่ควรมีข้อจำกัด นอกจากนี้ การที่ต่างชาติจะมาลงทุนก็คิดถึงเรื่องพลังงานสะอาด ซึ่งเราก็มีนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวพลัส

    นายเอกนิติ กล่าวว่า นโยบายเศรษฐกิจ10พลัสของพรรคภูมิใจไทยออกแบบมา ที่มีทั้งชุมชนพลัส เศรษฐกิจสีเขียว เราต้องลงทุนในคนที่มีความสำคัญมาก ต้องเพิ่มทักษะ ต้องแก้กฎกติกาที่ให้ความสะดวก เราหวังแค่นี้ไม่พอ ไม่ใช่รวยกระจุกจนกระจาย ชุมชนต้องสร้างให้เข้มแข็ง จ้างงานผู้สูงวัย ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ที่จะมีการเข้ามาลงทุนในไทย เพราะเศรษฐกิจไทยต้องเข้มแข็ง เพื่อให้คนไทยมีความเข้มแข็ง นี่คือ 10 พลัสของเรา

    619517165_925477139910402_5864876200404670288_n

    1111

    สมุทรสงคราม///ทีมบ้านกุ้งแม่น้ำโฮมสเตย์ คว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวด “อาหารพื้นบ้านจากวัตถุดิบพื้นถิ่น” เตรียมเข้ารับรางวัลพระราชทาน 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อุทยาน ร.2

    สมุทรสงคราม///กรมเจ้าท่าผนึกกำลังหน่วยงานภาคี ซักซ้อมแผนขจัดมลพิษทางน้ำ รุ่นที่ 3 จ.สมุทรสงคราม เร่งสร้างเครือข่ายรับมืออุบัติภัยน้ำมันรั่วไหล

    สมุทรสงคราม///ฤกษ์งามยามดี “Love in Seasons..รักเธอทุกฤดู” เปิดกล้องบวงสรวง

    โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง เขต 11 โคราช “ตั้ม ชินพันธ์” เดินลุยตลาด ชูเกษตรดี-ค้าขายฟื้น

    สมุทรสงคราม///กระทบลูกโซ่พิษสร้างถนนพระราม2ทำตลาดสด-ท่องเที่ยวซบเซา ผู้ประกอบการลั่น “ไม่ต้องสร้างก็ได้”

    นครราชสีมา จตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ เปิดปราศรัยใหญ่ ช่วยแรมโบ้อีสาน ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 10 ประกาศพร้อมร่วมรัฐบาลกับทุกพรรคที่ไม่ก้าวล่วงสถาบัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1466397&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ewQkGzdNW1vzgqyXz59HH

  • สุ่มแจกรวยล้านทำคนเพ้อฝัน จตุพร ฟาด เพื่อไทย คิดนโยบายทำบ้านเมืองด้อยพัฒนา

    สุ่มแจกรวยล้านทำคนเพ้อฝัน จตุพร ฟาด เพื่อไทย คิดนโยบายทำบ้านเมืองด้อยพัฒนา

    วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.29 น.

    เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการ ประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า พรรคเพื่อไทยหาเสียงแบบขายฝันด้วยนโยบายสุ่มแจกเงินคนละหนึ่งล้านบาท จำนวน 9 คนต่อวัน โดยหวังจะได้เสียงพลิกแซงหน้าพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย แต่ยังไม่เป็นพรรคอันดับหนึ่ง อย่างเก่งแค่พรรคที่สองเท่านั้น

    อีกทั้งกล่าวว่า นโยบายสุ่มแจกเงินล้าน 9 คนต่อวัน เฉลี่ยปีละ 3,240 ล้านบาท ถ้าอยู่ครบวาระ 4 ปี จะเป็นเงิน 12,960 ล้านบาท โดยมีประชาชนถูกสุ่มแจกได้ประโยชน์เพียง 12,960 คน จากประชากรทั้งประเทศเกือบ 70 ล้านคน

    อย่างไรก็ตาม การหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พรรคเพื่อไทยชูนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตจ่ายคนละหมื่นตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป ใช้เงิน 5.4 แสนล้านบาท แต่มาหนนี้จะแจกแค่ 1.2 หมื่นล้าน ในเวลา 4 ปี เท่ากับทำให้ประชาชนต้องตั้งตารอลุ้นกันเป็นรายวัน แล้วอธิบายใหญ่โตว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ

    “การหาเสียงแบบนี้ ประชาชนต้องตั้งหลักตรึกตรองให้พอสมควร ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนอยู่กับความหวัง การหาเสียงต้องหาทางแก้ปัญหาชาติ ไม่ใช่ให้คนกว่า 60 ล้านต้องมาลุ้นว่าจะเป็นหนึ่งใน 9 คนหรือไม่ ถามว่าทีมเศรษฐกิจคิดให้ตายได้แค่นี้เหรอ”

    นายจตุพร กล่าวว่า การหาเสียงปี 2566 ทำอะไรได้บ้าง บอกว่าเงินเดือนปริญญาตรีเริ่มต้น 25,000 บาทต่อเดือน ค่าแรงจะลากไปให้ถึงวันละ 600 บาท รถไฟฟ้า 20 บาททุกสาย ลดค่าแก๊ส น้ำมัน ค่าน้ำ ค่าไฟทันที แล้วเป็นไงทำได้หรือไม่ มาคราวนี้เราจะปล่อยให้บ้านเมืองอยู่ด้วยการลุ้นแบบนี้ไม่ได้

    “การผูกติดกับการเสี่ยงโชค ยิ่งทำตัวเหมือนประเทศด้อยพัฒนาหนักเข้าไปทุกที ไทยแต่ก่อนเศรษฐกิจแซงหน้าเวียดนาม แต่ปัจุบันอยู่ตามหลังมากแล้ว เราต้องการรัฐบาลมีศักยภาพการบริหารนำพาชาติ ไม่ใช่ให้คนมาลุ้นลมๆ แล้งๆ ในสภาพแบบนี้”

    สิ่งสำคัญคือ หลังจากพรรคเพื่อไทยเจอคลิปเสียงอังเคิล ทำให้พรรคการเมืองอื่นๆ มองว่าเป็นพรรคไม่อยู่ในสายตา แล้วมาเสนอนโยบายแบบวูบวาบ ซึ่งน่าจะมีสติปัญญามากกว่านี้ การเสนอให้คนมารอลุ้นว่า ใครจะเป็น 9 คน วันๆ ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว

    “ถามจริงๆ เถอะ ทำไมไม่ยอมรับผิดตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่ประกาศนโยบายแล้วทำอะไรได้บ้าง ระหว่างการจะแจกเงินดิจิทัลหมื่นบาทรวม 5.4 แสนล้าน แต่วันนี้แจก 4 ปีหมื่นกว่าล้านทำเป็นเรื่องใหญ่โต ถ้าประชาชนจะเลือกการเมืองพวกพันธุ์อย่างนี้ก็สุดแท้แต่”

    พร้อมทั้งกล่าวว่า พรรคอื่นปรามาสเพื่อไทย ปล่อยให้เล่นเกมหาเสียงแบบสบายๆ เอาแต่ตะคอกกราดใส่พรรคอื่น ก็ไม่มีใครสวนกลับสักคน เพิ่งเห็นพรรคประชาชนสวนกลับเอาบ้าง ดังนั้น ใครประกาศนโยบายไปเป็นรัฐบาลเมื่อครั้งที่ผ่านมาแล้วทำไม่ได้ ประชาชนต้องลงทัณฑ์ ไม่ใช่เรื่องเก่าทำไม่ได้ ก็มาสร้างเรื่องใหม่แทนอีก ประชาชนไม่ควรปล่อยให้มีการหาเสียงกันแบบนี้

    “เรื่องลุ้นคนละล้านต่อวันแจก 9 คน ผมไม่เห็นด้วยกับการเอาเงินของประเทศมาปู้ยี่ปู้ยำกับเรื่องแบบนี้ การบอกว่า ลุ้นหนึ่งล้านต่อวัน กระตุ้นให้คนจ่ายภาษี แต่ประชาชนจ่ายภาษีกันทุกคนอยู่แล้ว โดยผ่านแวต 7% จากการซื้อสินค้า แล้วจะกระตุ้นอะไรอีก คนก็ซื้อตามปกติอยู่แล้ว”

    – 006

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/942846&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1I5Qm6z65eGBc6B-tHppGP

  • “เอกนิติ” นำ “ภูมิใจไทย” เดินสยาม! ล้อมวงคุยคนรุ่นใหม่ ย้ำนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส เพื่อประเทศ-คนไทยเข้มแข็ง | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 25/01/2026 20:13

    “เอกนิติ” นำผู้สมัครสส. “ภูมิใจไทย” เดินสยามสแควร์ ล้อมวงคุยคนรุ่นใหม่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาพูดคุย และขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ย้ำนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสเพื่อประเทศ-คนไทยเข้มแข็ง

    “เอกนิติ” นำ “ภูมิใจไทย” เดินสยาม! ล้อมวงคุยคนรุ่นใหม่ ย้ำนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส เพื่อประเทศ-คนไทยเข้มแข็ง – Top News รายงาน

    เอกนิติ

    เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 14.30 น. แกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียงพื้นที่กทม., นายเกรียงยศ สุดลาภา ผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อ, นางสาวศศิธร กิตติธรกุล ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ, นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงช่วย ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัครสส.กทม. เขตสาทร-ปทุมวัน-ราชเทวี เบอร์ 4 ที่สยามสแควร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาพูดคุย และขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

    นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยกับกลุ่มนักศึกษา และผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ในหัวข้อ “ชวนพี่เอกคุย” ที่ร้าน Dalmatian สยามสแควร์ ซึ่งเป็นการพูดคุยถึงเรื่องการเงินการคลัง บทบาทของรัฐ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และอนาคตประเทศไทย มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับมุมมองเศรษฐกิจไทยในอีก 3-5 ปี ที่จะมีเด็กรุ่นใหม่เรียนจบออกมานั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ประเทศเราคนน้อย แต่เราต้องทำให้คนเก่งขึ้น ในส่วนที่กังวลเรื่องของประชากรไทยอาจจะสู้ประเทศอื่นที่มีประชากรเยอะกว่าไม่ได้นั้น ต้องอย่าลืมไทยเป็นประเทศเปิดกว้าง เราต้องเอาคนเก่ง มีสกิลมาทำงาน และต้องทำระบบให้พร้อม

    ส่วนที่เป็นห่วงกันเรื่องของ AI ที่จะเข้ามาแย่งงานนั้น นายเอกนิติ มองว่า AI ไม่สามารถเก่งกว่ามนุษย์ได้ ถ้าเราใช้งานเป็นควบคุมได้ ยิ่งโดยเฉพาะกับประเทศไทยที่เรามีประชากรน้อย AI จะมาเป็นเครื่องมือที่ช่วยเราด้วยซ้ำ ทั้งนี้ โลกเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าดีที่สุดคือการเปลี่ยนที่รากฐาน นั่นคือระบบการศึกษา ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทย มีเรื่องการศึกษาเท่าเทียมพลัส เพราะวันนี้การศึกษาไทยไม่ควรมีข้อจำกัด นอกจากนี้ การที่ต่างชาติจะมาลงทุนก็คิดถึงเรื่องพลังงานสะอาด ซึ่งเราก็มีนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวพลัส

    นายเอกนิติ กล่าวว่า นโยบายเศรษฐกิจ10พลัสของพรรคภูมิใจไทยออกแบบมา ที่มีทั้งชุมชนพลัส เศรษฐกิจสีเขียว เราต้องลงทุนในคนที่มีความสำคัญมาก ต้องเพิ่มทักษะ ต้องแก้กฎกติกาที่ให้ความสะดวก เราหวังแค่นี้ไม่พอ ไม่ใช่รวยกระจุกจนกระจาย ชุมชนต้องสร้างให้เข้มแข็ง จ้างงานผู้สูงวัย ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ที่จะมีการเข้ามาลงทุนในไทย เพราะเศรษฐกิจไทยต้องเข้มแข็ง เพื่อให้คนไทยมีความเข้มแข็ง นี่คือ 10 พลัสของเรา

    619517165_925477139910402_5864876200404670288_n

    1111

    สมุทรสงคราม///ทีมบ้านกุ้งแม่น้ำโฮมสเตย์ คว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวด “อาหารพื้นบ้านจากวัตถุดิบพื้นถิ่น” เตรียมเข้ารับรางวัลพระราชทาน 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อุทยาน ร.2

    สมุทรสงคราม///กรมเจ้าท่าผนึกกำลังหน่วยงานภาคี ซักซ้อมแผนขจัดมลพิษทางน้ำ รุ่นที่ 3 จ.สมุทรสงคราม เร่งสร้างเครือข่ายรับมืออุบัติภัยน้ำมันรั่วไหล

    สมุทรสงคราม///ฤกษ์งามยามดี “Love in Seasons..รักเธอทุกฤดู” เปิดกล้องบวงสรวง

    โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง เขต 11 โคราช “ตั้ม ชินพันธ์” เดินลุยตลาด ชูเกษตรดี-ค้าขายฟื้น

    สมุทรสงคราม///กระทบลูกโซ่พิษสร้างถนนพระราม2ทำตลาดสด-ท่องเที่ยวซบเซา ผู้ประกอบการลั่น “ไม่ต้องสร้างก็ได้”

    นครราชสีมา จตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ เปิดปราศรัยใหญ่ ช่วยแรมโบ้อีสาน ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 10 ประกาศพร้อมร่วมรัฐบาลกับทุกพรรคที่ไม่ก้าวล่วงสถาบัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1466397&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ewQkGzdNW1vzgqyXz59HH

  • “สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง”คุมเข้ม คัดกรองผู้เดินทางจากอินเดีย  สกัด”ไวรัสนิปาห์” 

    “สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง”คุมเข้ม คัดกรองผู้เดินทางจากอินเดีย  สกัด”ไวรัสนิปาห์” 


    เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคฯ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง เริ่มดำเนินการคัดกรองผู้เดินทางจากเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย สกัด”ไวรัสนิปาห์” ด้านกรมควบคุมโรค เปิดสายด่วนสถานการณ์ คุมเข้มมาตรการรับมือ 

    ด่านควบคุมโรคฯ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานดอนเมือง เริ่มดำเนินการคัดกรองผู้เดินทางจากเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ตามมาตรการ, ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้โดยสารที่ผ่านช่องทางการตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ทั้งนี้ ขอให้คนไทยที่มีแผนเดินทางไปประเทศอินเดีย ทั้งเพื่อการท่องเที่ยว หรือการแสวงบุญ เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพก่อนเดินทาง ติดตามข้อมูลสถานการณ์โรคจากแหล่งข้อมูลทางการ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ที่มีรายงานการระบาด หากไม่มีความจำเป็น หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์รังโรคและสัตว์พาหะ ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง และล้างมือด้วยสบู่หลังสัมผัสสัตว์ เนื้อสัตว์ หรือซากสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะ และแกะ หากพบว่ามีอาการไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไอ หรืออาการผิดปกติทางระบบประสาท และเป็นผู้เดินทางกลับจากประเทศอินเดีย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

    ขณะที่ กรมควบคุมโรค สาธารณสุข เปิดสายด่วน 1422 โดยเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. ให้บริการคำปรึกษาเรื่องโรคและภัยสุขภาพ สถานการณ์ไวรัสนิปาห์ (NIPAH) พร้อมมาตรการรับมือ สถานการณ์ไวรัสนิปาห์ ดังนี้

    1) เสริมความเข้มแข็งระบบเฝ้าระวัง

    1.1. ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ: คงและยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง โดย

    − ผู้ป่วยส่งต่อข้ามประเทศจากอินเดีย/บังกลาเทศ ตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ก่อนเข้าประเทศ

    − ผู้เดินทางจากรัฐ West Bengal กรอกเอกสารสถานะสุขภาพ (ต.  ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ

    − คัดกรอง ณ จุดเข้าเมืองหลัก (สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต) ด้วยการวัดอุณหภูมิและประเมินอาการ

    − พบผู้ป่วยสงสัย แยกกักและส่งต่อ รพ.รัฐที่กำหนด / พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง กักกันในสถานกักกันรัฐ

    − สื่อสารคำแนะนำผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงผ่านสื่อ ณ ด่านฯ และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

    1.2. สถานพยาบาล: เพิ่มความไวการเฝ้าระวัง ปรับแนวทางให้ชัดเจน ครอบคลุมการรักษา การเฝ้าระวัง–สอบสวนโรค และแจ้งเตือนแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเดินทาง/สัมผัสเสี่ยง

    1.3. ชุมชน: เสริมระบบแจ้งเตือนผ่าน อสม./อสส. เพื่อรายงานเหตุผิดปกติในพื้นที่

    2) เตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วย/ผู้ป่วยสงสัย

    – ห้องปฏิบัติการ: ยกระดับความพร้อมการตรวจระดับ BSL-3 และกำหนดแนวทางกลาง โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตาม พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ฯ

    -สถานพยาบาล: เตรียมห้องแยกควบคุมการติดเชื้อและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

    -การป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล: แยกกักผู้ป่วยต้องสงสัย ใช้ PPE ตามความเสี่ยง และจัดระบบส่งต่อ–เก็บสิ่งส่งตรวจอย่างปลอดภัย

    3) สื่อสารความเสี่ยงเชิงรุก

    – สื่อสารแจ้งแนวทางป้องกันโรคแก่ประชาชนทั่วไป

    -ให้คำแนะนำผู้เดินทางไป–กลับอินเดียอย่างต่อเนื่อง

    -ประสานภาคการท่องเที่ยวและโรงพยาบาลเอกชน เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังและสร้างความเชื่อมั่น

    4) บูรณาการ One Health

    – ประสานกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมปศุสัตว์ และสถาบันวิชาการ เฝ้าระวังค้างคาวแม่ไก่/สัตว์เลี้ยง และเตรียมแผนตอบโต้เมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/39694&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0n9zLoe-uo8b7W1TqRWGGL

  • เปิดงานผู้ไทนานาชาติอย่างยิ่งใหญ่ ส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมเผยแพร่อัตลักษณ์ชาวผู้ไท | เดลินิวส์

    เปิดงานผู้ไทนานาชาติอย่างยิ่งใหญ่ ส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมเผยแพร่อัตลักษณ์ชาวผู้ไท | เดลินิวส์

    ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ใต้อ่างเก็บน้ำห้วยสายนาเวียง อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานผู้ไทนานาชาติ จ.กาฬสินธุ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนางวรชาดา เข็มธนเพ็ชร นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นางฐพัชร์รดา ธนินท์จิรานนท์ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นางนภสร พระยาลอ วัฒนธรรมจ.กาฬสินธุ์ ร้อยโท ธวัชชัย เห็มวัง นายอำเภอเขาวง พ.ต.อ.สมชาย ภูกองชนะ ผกก.สภ.เขาวง นางสาววิภาวี บุญเรือง นายกเทศมนตรีตำบลกุดสิม หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยพิธีเปิดมีการฟ้อนผู้ไท กว่า 1,000 คน การแสดง แสง สี เสียง จากวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์

    ทั้งนี้ชาวผู้ไท เป็นกลุ่มชนที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว โดยเฉพาะความรัก ความสามัคคี เคารพนับถือเชื่อฟังผู้นำชุมชน มีอัธยาศัย อ่อนน้อมถ่อมตน มีความมุ่งมั่นในการรักษาขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมประเพณีของตนไว้อย่างเหนียวแน่น อาทิ การแต่งกาย อาหาร ความเชื่อ ที่อยู่อาศัย ภาษา อาชีพ ศิลปะการแสดงพื้นถิ่น

    จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้กำหนดจัดงานผู้ไทนานาชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขึ้น เพื่อฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมให้เยาวนรุ่มใหม่ได้ศึกษาสืบสาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชีวิตชาวผู้ไทในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านแบบสังคมพหุวัฒนธรรม เผยแพร่อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของชาวผู้ไทให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ให้เกิดนวัตกรรมด้านการพัฒนา น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารนำไปใช้กับวิถีการดำรงชีพของคนผู้ไท สร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

    ภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การสาธิต จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชาวผู้ไท สินค้า OTOP สินค้าพาณิชย์ ทั้งในและต่างประเทศ /นิทรรศการเทิดพระเกียรติ ร.9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง/การสาธิตวิถีชีวิตผู้ไท การทอผ้าของกลุ่มส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดสิม/การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสถานศึกษาและสมาคมหมอลำจังหวัดกาฬสินธุ์ ขบวนวิถีวัฒนธรรมผู้ไท จำนวน 11 ขบวน จาก เทศบาลกุดสิม, สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์/ ผู้ไทนาแก จังหวัดนครพนม, สมาคมผู้ไทโลก จังหวัดสกลนคร, ผู้ไทเลิงนกทา จังหวัดยโสธร, ผู้ไทหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร, ผู้ไทคำบง, ผู้ไทกุดหว้า, ผู้ไทเหล่าใหญ่, ผู้ไทนาคู และผู้ไทเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ การแสดง แสง สี เสียง สุดอลังการ จาก วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ การแสดงฟ้อนผู้ไทกว่า 1,000 คน การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านผู้สูงอายุ, การเดินแบบผ้าผู้ไทโบราณ ผ้าพื้นถิ่น, การแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน ก้านตอง ทุ่งเงิน, การประกวดวงดนตรีลูกทุ่งผู้ไทนานาชาติ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมหมอลำคณะประถมบันเทิงศิลป์

    อย่างไรก็ตาม การจัดงานครั้งนี้ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้บูรณาการ การจัดงานร่วมกัน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ /สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ /สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ /สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เทศบาลตำบลกุดสิม อำเภอเขาวง และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา และประชาชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอย่างดี ทั้งนี้คาดจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 1 แสนคนร่วมงาน และคาดว่าจะเงินสะพัดในพื้นที่หลายสิบล้านบาท

    นายสุวรรธณ์ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การได้มาร่วมงานสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันดีงามในวันนี้ ได้เห็นถึงพลังของพี่น้องชาวผู้ไทจังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดใกล้เคียง ที่ทำให้งานผู้ไทนานาชาติ มีความพร้อมเพรียง ขอให้ทุกท่านรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไว้ และร่วมกันอนุรักษ์สืบสาน พัฒนา สร้างสรรค์ และต่อยอดวัฒนธรรมอันดีงามนี้ไว้ให้คงอยู่กับชุมชนชาวผู้ไทตลอดไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5535984/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L9HnIff-kDgVzXXBRXZIP

  • เวทีเชียงใหม่คึกคัก! ‘ธรรมนัส’ ประกาศชัด ‘เลือกผมได้ผม ไม่ใช่นายกฯเงา’

    เวทีเชียงใหม่คึกคัก! ‘ธรรมนัส’ ประกาศชัด ‘เลือกผมได้ผม ไม่ใช่นายกฯเงา’

    ‘กล้าธรรม’ เปิดแพ็กเกจ นโยบายชุดใหญ่ ปั้นท่องเที่ยวสู้จน–คืนคุณค่าผู้สูงวัย–ลุยยาเสพติดทั้งระบบ ‘อ.แหม่ม’ ซัดพรรคอื่นตัวปลอม ‘ธรรมนัส’ประกาศชัด ‘เลือกผม ได้ผม ไม่ใช่นายกฯเงา’

    25 ม.ค.2569-พรรคกล้าธรรม จัดเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมรับฟังจำนวนมาก โดยมีแกนนำสำคัญของพรรคขึ้นเวทีช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมฝ่ายสังคม

    นางปวีณา กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ภาคเหนือถือเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ เชียงราย หรือพะเยา ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยงามจำนวนมาก พรรคกล้าธรรมจึงมีนโยบายหลายด้านเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เติบโต เพราะมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศ

    “จังหวัดเชียงใหม่มีประชากรผู้สูงอายุถึงร้อยละ 23 หรือประมาณ 400,000 คน พรรคจึงมีนโยบายฝึกอาชีพให้ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งเกษียณอายุ 60 ปี ซึ่งยังมีศักยภาพในการทำงาน หากปล่อยให้อยู่บ้านโดยไม่มีบทบาท อาจส่งผลต่อสุขภาพกายและใจ เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือโรคความจำเสื่อม โดยเราจะฝึกอาชีพที่เหมาะกับวัย และเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว เช่น การฝึกภาษาและทักษะบริการ เพื่อให้ผู้สูงอายุเป็นอาสาสมัครท่องเที่ยว รองรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือที่ยังขาดแคลนบุคลากร” นางปวีณากล่าว พร้อมยืนยันว่าเป็นแนวทางสร้างรายได้และคุณค่าให้ผู้สูงวัย นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรม ยังมีนโยบายจัดตั้งศูนย์เด็กเล็กในชุมชนแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้มีรายได้น้อย ให้พ่อแม่ที่ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำมีสถานที่ฝากบุตรอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งเป็นพื้นที่พัฒนาและเสริมทักษะเด็ก”

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวบนเวทีว่า เราเสนอ ร.อ.ธรรมนัสเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว เพื่อให้ประชาชนไม่สับสน หลายพรรคเสนอถึง 3 คน มีแต่ตัวปลอมที่ไม่มีอำนาจ พรรคหนึ่งเลือกแล้วได้นายกฯตัว ท. แต่คนมีอำนาจตัวจริงคือ ธ. อีกพรรคเลือก อ. ได้ น. อีกพรรคเลือก ช. ได้ ย. เอาตัวปลอมมาหลอกขายเราหมด พอเข้าไปก็ไม่ไปตัดสินให้แก้ปัญหาให้ประชาชน เพราะตัวจริงที่อยู่ข้างหลังไม่ต้องรับผิดชอบ แต่พรรคกล้าธรรมตัวจริงเสียงจริงถ้าเลือกธรรมนัส ก็ได้ธรรมนัส

    “พรรคเราไม่ได้เป็นสแกมเมอร์ พรรคอื่นๆเป็นสแกมเมอร์ทั้งสิ้น เราพูดจริง ทำจริง ด้วยความจริงใจ ที่บอกทำมากกว่าพูด ร.อ.ธรรมนัส ก็ทำมาแล้ว ทั้งแก้ปัญหาราคาเกษตรที่ตกต่ำ ปัญหาที่ดินส.ป.ก. ที่เราแก้ให้เป็นที่ดินเพื่อการเกษตร โดยหลังจากนี้จะมีการยกระดับให้เป็นโฉนดครุฑแดง เพื่อให้ประชาชนมีที่ทำกินและมีสินทรัพย์ที่มูลค่าเพิ่มขึ้น เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่สัญญาว่าจะแจกเงินแค่ไม่กี่บาท สุดท้ายก็ทำไม่ได้”

    ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวปราศรัยว่า ตนไม่ต้องการพูดนโยบายเพื่อชวนเชื่อหรือสร้างความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แต่ต้องการให้ประชาชนดูจากผลงานที่ผ่านมา ซึ่งยืนยันว่า ทุกเรื่องที่พูดได้ลงมือทำจริง นโยบายดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และความปลอดภัยของสตรี เรามั่นใจว่า เราทำได้เพราะพรรคมีบุคลากรที่ทำงานด้านสังคมมายาวนาน อย่างนางปวีณา ซึ่งสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

    “การเลือกตั้งปี 2566 เชียงใหม่มีอยู่ 2 สี คือ สีนี่ กับ สีนั้น เวลามาหาเสียง สีนั้นก็พูดดี พี่น้องเชียงใหม่จะกระเป๋าตุง กาเบอร์นี้ พรรคนี้นะ แต่กระเป๋าตุงหรือไม่ เงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท ใครได้แล้ว แต่พรรคกล้าธรรม ไม่ต้องขายฝันพี่น้อง เราทำดีแล้ว เราทำต่อสานต่อ ต่อยอดให้มันได้จริงๆ นโยบายเรื่องที่ดินทำกิน ที่ผ่านมาเคยถูกปรามาสว่า ผมจะทำไม่ได้ แต่ขณะนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าสำเร็จแล้ว และจากนี้จะเดินหน้าต่อยอดให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน สร้างความเข้มแข็งให้ฐานรากของประเทศ”

    โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้เลือกผม ได้ผม ตัวจริง เสียงจริง ทำงานจริง เพื่อประชาชน ไม่ใช่ได้นายกฯ เงา เลือกคนนี้ แต่ได้ใครมาไม่รู้

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/vote69/936825/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KeE9Kv55bDAlr1tD5K2Hn

  • อดีตอนุไอทีชวนตรวจสอบบอร์ด สปส.ฝั่งนายจ้างบางคน จ่อจัดงานเก็บตังค์ให้ได้สิทธิ์กู้เงินโควต้า

    อดีตอนุไอทีชวนตรวจสอบบอร์ด สปส.ฝั่งนายจ้างบางคน จ่อจัดงานเก็บตังค์ให้ได้สิทธิ์กู้เงินโควต้า

    อดีตอนุไอทีชวนตรวจสอบบอร์ด สปส.ฝั่งนายจ้างบางคน จ่อจัดงานเก็บตังค์ให้ได้สิทธิ์กู้เงินโควต้า

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตอนุไอที ประกันสังคม และผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน โพสต์ระบุว่า“มีคนส่งมาให้อีกแล้วครับ เค้าบอกเป็นนายจ้างที่ถูกชวนไป

    ฝากช่วยกันตรวจสอบว่าจริงมั้ย ที่ว่ามีบอร์ดฝั่งนายจ้างบางคน จะจัดงานเก็บตังค์เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการกู้เงินที่เป็นโควต้าจากประกันสังคม โอมเพี้ยงขอให้ไม่ได้จัดจริง เพราะการเอาตำแหน่งหน้าที่ไปใช้แบบนี้ผมว่าน่าสงสัยมาก

    ฝากทุกคนช่วยกันเช็คว่ามีความพยายามจัดงานนี้จริงมั้ยฮะ เพราะแค่ตั้งใจจัดงานเก็บตังค์แบบนี้ ไม่น่าจะเหมาะสม

    ฝากผู้ประกันตน นายจ้างทุกคน ช่วยกันรีเช็คฮะ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9690000008037&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NnHcVXfh5SNuK1xXgsjh0

  • สมุทรสงคราม///กระทบลูกโซ่พิษสร้างถนนพระราม2ทำตลาดสด-ท่องเที่ยวซบเซา ผู้ประกอบการลั่น “ไม่ต้องสร้างก็ได้” | TOPNEWS

    ผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดที่พลอยขายของไม่ได้ตามไปด้วย
    สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการปิดถนนนานถึง 2 เดือนนั้น นายภาณุมาศฝากคำถามถึงรัฐบาลว่าหากเป็นเช่นนั้นจะมีมาตรการชดเชยเยียวยาให้กับภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจอย่างไร หรือจะสามารถบริหารจัดการเปิดช่องทางจราจรให้รถพอวิ่งได้บ้างหรือไม่ แทนที่จะปิดถนนหลักทั้งหมดจนการเดินทางลำบาก

    จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน เพื่อลดความกังวลและความเดือดร้อนในการทำมาหากินของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายถึงโครงการก่อสร้างในอนาคตว่า สำหรับเฟส 3 นั้นไม่ต้องสร้างก็ได้ เพราะลำพังการก่อสร้างเฟส 2 ก็สร้างความเดือดร้อนมากพอแล้ว หากมีเฟส 3 ตามมาอีก ตนคงต้องปิดกิจการหรือย้ายร้านหนีเพราะแบกรับภาระไม่ไหว

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวท็อปนิวทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1466549&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0W4u3KMGHmGF1X5N8fFeDT