Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ททท.สบช่อง‘ลิซ่าฟีเวอร์’ลุยดันเที่ยวเมืองรอง

    ททท.สบช่อง‘ลิซ่าฟีเวอร์’ลุยดันเที่ยวเมืองรอง

    ททท.สบช่อง‘ลิซ่าฟีเวอร์’ลุยดันเที่ยวเมืองรอง

    วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการท่องเที่ยวบริเวณ “ทะเลบัวแดง” อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ภายหลังเกิดกระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินไทยระดับโลก “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ซึ่งเป็น Amazing Thailand Ambassador ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยในเวทีนานาชาติ สะท้อนพลังเสน่ห์ไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

    “กระแสท่องเที่ยวตามรอยศิลปินระดับโลกในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชน โดยเฉพาะการผลักดันแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งกระทรวงฯจะใช้จังหวะนี้ต่อยอดการสื่อสารเชิงบวก ควบคู่กับการดูแลมาตรฐานการบริการ ความปลอดภัย และความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค” น.ส.นัทรียา กล่าว

    ทั้งนี้ การบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัดครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการท่องเที่ยว และเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ยั่งยืน และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม

    ด้าน น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ถือเป็นปรากฏการณ์ “ลิซ่า เอฟเฟกต์” หลังจากมีการปล่อยภาพถ่ายลิซ่าคู่กับทะเลบัวแดงในช่วงก่อนหน้านี้ จนเกิดมีมในโลกออนไลน์และเป็นกระแสที่สร้างการรับรู้กระจายตัว ถือเป็นโอกาสทองมากๆของทะเลบัวแดง โดยผู้ว่าฯ และคนในพื้นที่พร้อมใจเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน

    ทั้งนี้ จากการเก็บตัวเลขสถิติพบว่านักท่องเที่ยวเดินทางมายังทะเลบัวแดงมีความคึกคักขึ้นตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา จนถึงขณะนี้สะสมอยู่ที่ประมาณ 50,000 คนแล้ว เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 50% โดยปกติช่วงกลางสัปดาห์นักท่องเที่ยวจะน้อยกว่าปกติ แต่หลังจากมีกระแสลิซ่าเอฟเฟกต์เกิดขึ้น ทำให้มีเรือท่องเที่ยววิ่งบริการไม่ต่ำกว่าวันละ 100 รอบ โดยเดือนกุมภาพันธ์นี้ มีนักท่องเที่ยวจองเที่ยวแบบกรุ๊ปเข้ามาอีกด้วย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/942910&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3To70W-9Z18VH6vaP_Wc4l

  • สมุทรสงคราม///กระทบลูกโซ่พิษสร้างถนนพระราม2ทำตลาดสด-ท่องเที่ยวซบเซา ผู้ประกอบการลั่น “ไม่ต้องสร้างก็ได้” | TOPNEWS

    ผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดที่พลอยขายของไม่ได้ตามไปด้วย
    สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการปิดถนนนานถึง 2 เดือนนั้น นายภาณุมาศฝากคำถามถึงรัฐบาลว่าหากเป็นเช่นนั้นจะมีมาตรการชดเชยเยียวยาให้กับภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจอย่างไร หรือจะสามารถบริหารจัดการเปิดช่องทางจราจรให้รถพอวิ่งได้บ้างหรือไม่ แทนที่จะปิดถนนหลักทั้งหมดจนการเดินทางลำบาก

    จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน เพื่อลดความกังวลและความเดือดร้อนในการทำมาหากินของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายถึงโครงการก่อสร้างในอนาคตว่า สำหรับเฟส 3 นั้นไม่ต้องสร้างก็ได้ เพราะลำพังการก่อสร้างเฟส 2 ก็สร้างความเดือดร้อนมากพอแล้ว หากมีเฟส 3 ตามมาอีก ตนคงต้องปิดกิจการหรือย้ายร้านหนีเพราะแบกรับภาระไม่ไหว

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวท็อปนิวทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1466549&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0W4u3KMGHmGF1X5N8fFeDT

  • สมุทรสงคราม///กระทบลูกโซ่พิษสร้างถนนพระราม2ทำตลาดสด-ท่องเที่ยวซบเซา ผู้ประกอบการลั่น “ไม่ต้องสร้างก็ได้” | TOPNEWS

    ผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดที่พลอยขายของไม่ได้ตามไปด้วย
    สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการปิดถนนนานถึง 2 เดือนนั้น นายภาณุมาศฝากคำถามถึงรัฐบาลว่าหากเป็นเช่นนั้นจะมีมาตรการชดเชยเยียวยาให้กับภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจอย่างไร หรือจะสามารถบริหารจัดการเปิดช่องทางจราจรให้รถพอวิ่งได้บ้างหรือไม่ แทนที่จะปิดถนนหลักทั้งหมดจนการเดินทางลำบาก

    จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน เพื่อลดความกังวลและความเดือดร้อนในการทำมาหากินของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายถึงโครงการก่อสร้างในอนาคตว่า สำหรับเฟส 3 นั้นไม่ต้องสร้างก็ได้ เพราะลำพังการก่อสร้างเฟส 2 ก็สร้างความเดือดร้อนมากพอแล้ว หากมีเฟส 3 ตามมาอีก ตนคงต้องปิดกิจการหรือย้ายร้านหนีเพราะแบกรับภาระไม่ไหว

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวท็อปนิวทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1466549&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0W4u3KMGHmGF1X5N8fFeDT

  • กระแส “ลิซ่า” ฟีเวอร์ นทท.ทะลักล่องเรือเที่ยวทะเลหนองหานกุมภวาปี จองคิวตั้งแต่ตี 4 เรือวิ่ง 400 เที่ยวต่อวัน

    กระแส “ลิซ่า” ฟีเวอร์ นทท.ทะลักล่องเรือเที่ยวทะเลหนองหานกุมภวาปี จองคิวตั้งแต่ตี 4 เรือวิ่ง 400 เที่ยวต่อวัน

    ภูมิภาค

    กระแส “ลิซ่า” ฟีเวอร์ นทท.ทะลักล่องเรือเที่ยวทะเลหนองหานกุมภวาปี จองคิวตั้งแต่ตี 4 เรือวิ่ง 400 เที่ยวต่อวัน

    วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.23 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 25 ม.ค.69 เห่อลิซ่าฟีเวอร์ดันยอดนักท่องเที่ยวพุ่ง โดยที่ท่าเรือบ้านเดียม ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี จุดบริการล่องเรือชมความงามของทะเลบัวแดงธรรมชาติที่สรรสร้างมาให้ ความงดงามของดอกบัวแดงที่ผุดออกมารับแสงอาทิตย์ยามเช้าเป็นหมื่นๆ ไร่ทุกๆ วัน ภายหลังเกิดกระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินไทยระดับโลก “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ซึ่งเป็น Amazing Thailand Ambassador โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำภาพและสื่อประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆตามรอย Lisa ส่งผลให้บรรยากาศทะเลบัวแดงคึกคักเป็นอย่างมาก ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ และสะท้อนพลัง เสน่ห์ธรรมชาติของประเทศไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น  ซึ่งขณะนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก  

    โดยบรรยากาศเช้าวันนี้ที่ท่าเรือบ้านเดียมคึกคักเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาต่อคิวซื้อตั๋วนั่งเรือชมความบัวแดงตั้งแต่ตี 4 เลยทีเดียว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นนั่งรถทัวร์รถตู้มาก่อนใครเพื่อนเพื่อล่องเรือชมความงามของบัวแดงในช่วงอาทิตย์โผล่ขอบฟ้า  ขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวทยอยมาเรื่อยๆ จนต้องต่อคิวลงเรือชมทะเลบัวแดงแต่รอไม่นาน

    น.ส.แนน บอกว่า หนูเป็นคนอุดรก็จริงแต่ไม่เคยมาเที่ยวทะเลบัวแดงเลยสักครั้ง แต่วันนี้มาตามกระแสของลิซ่าจริงๆ เลยพาคุณแม่และคุณพ่อที่เป็นชาวโปแลนเพิ่งบินมาเมื่อวาน  ขณะมิสเตอร์โรเบิร์ต บอกว่า Very Good พร้อมยกนิ้วให้ 

    มิสเตอร์จอห์นนี่ นักท่องเที่ยวชาวเบลเลียม บอกว่า พามิสเตอร์แฮดริกและมิสเตอร์แฮง เพื่อน 2 คนจากฮอลแลนด์มาเที่ยว จ.อุดรธานีมีธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะทะเลบัวแดงผมมาหลายครั้ง ส่วนเพื่อนๆ เพิ่งมาครั้งแรกเขาชื่นชมธรรมชาติสวยงามมาก ส่วนตัวไม่รู้จักลิซ่าแต่ชอบบรรยากาศ คนอุดรใจดียิ้มเก่ง ผมชอบอาหารอีสานส้มและและปิ้งปลา วันนี้มาเพื่อนมาล่องเรือชมบัวแดง สวยงามมากครับ

    ทางด้านนายไพรสิทธิ์ สุขรมย์ ประธานวิสาหกิจชุมชนเรือท่องเที่ยวทะเลบัวแดง เปิดเผยว่า นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ กระแสลิซ่ากระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่เป็นอย่างมาก และวันนี้คึกคักมากมากกว่าช่วงปีใหม่ด้วยซ้ำ จากกระแสลิซ่าฟีเวอร์ 2-3 วันมานี้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเที่ยวทะเลบัวแดง ส่วนใหญ่ที่ถามจะมาตามรอยลิซ่าและตามรอยผาแดงนางไอ่  จากเราที่แล่นเรือวันละ 100 เที่ยว แต่ตอนนี้วิ่งเรือวันละ 400 เท่าเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว โดยตอนเช้าๆ จะมีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาเยอะมาล่องเรือชมทะเลบัวแดงช่วงดวงอาทิตย์กำลังโผล่จากขอบฟ้า มารับแสงแรกของวัน

    ขอขอบคุณทางคุณลิซ่าและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่โปรโมททะเลบัวแดง กระแสดีมากนักท่องเที่ยวแห่ตามรอยลิซ่าฟีเวอร์ และขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาได้ตลอดเวลามาดูความงามของทะเลบัวแดงที่บานสะพรั่งตอนนี้เป็นหมื่นๆ ไร่ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงกลางเดือนมีนาคม 69 นี้รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน แต่งตัวสวยๆ มาถ่ายรูปได้เลย  เรามีเรือ 95 ลำไว้บริการ ส่วนค่าบริการเรือใหญ่นั่งได้ 6 คน ราคา 500 บาทต่อวัน,เรือเล็ก นั่งได้ไม่เกิน 2 คน ราคา 300 บาทต่อลำ พานั่งชมเรือประมาณ 1 ชม.ครึ่ง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/463483&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iigCs0R-XhgqRuemINFW2

  • นักท่องเที่ยวต่างชาติ แห่ตามรอยกระแส ‘ลิซ่า’ เที่ยว ‘ทะเลบัวแดง’ อุดรธานี คึกคัก

    นักท่องเที่ยวต่างชาติ แห่ตามรอยกระแส ‘ลิซ่า’ เที่ยว ‘ทะเลบัวแดง’ อุดรธานี คึกคัก

    วันนี้(วันที่ 25 มกราคม 2569) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เผยว่า หลังจากททท.เผยแพร่ภาพ “ลิซ่า” กับภาพ “ทะเลบัวแดงจังหวัดอุดรธานี ส่งผลให้ตอนนี้ นักท่องเที่ยวคึกคักมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ต่างเดินทางมาตามรอยกระแสของน้อง Lisa

    ตามที่ก่อนหน้านี้ ททท. โปรโมท Amazing Thailand xLisa ทะเลบัวแดงอุดรธานีไว้ นักท่องเที่ยวหลายคนเดินทางมาตามกระแสตามมาที่นี่

    นักท่องเที่ยวคนหนึ่งบอกว่า หลังจากได้เห็นโปรโมทของ Amazing Thailand x Lisa  แต่ก่อนไม่รู้จัก ตัดสินเดินทางด้วยเครื่องบินและนั่งรถตู้เดินทางมาที่นี่ โดยหาภาพต้นแบบจาก ททท.และตั้งใจถ่ายภาพตามลิซ่า เลือกเอาเรือเล็ก สำหรับนั่งถ่ายภาพความสวยงามของทะเลบัวแดง

    ทะเลบัวแดง

    ทั้งนี้ได้มีการเก็บตัวเลข นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวคึกคักขึ้นตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา จนถึงขณะนี้ อยู่ที่ประมาณ 48,000 คน เพื่อมาชมบัวแดงออกดอกบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ 25,000 ไร่

    ปกติแล้วกลางสัปดาห์นักท่องเที่ยวจะน้อย แต่ช่วงนี้หลังจากมีกระแสลิซ่า เรือท่องเที่ยววิ่งบริการไม่ต่ำกว่าวันละ 100 รอบ ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์มีนักท่องเที่ยวจองกรุ๊ปและขอเป็นเรือไม้เหมือนกับที่ลิซ่านั่ง

    ลิซ่า

    ถือเป็นความคึกคักที่กระตุ้นการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี โดยบัวแดงแปลงที่ 1 กว่า 25,000 ไร่นี้จะบานไป จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 69 แนะนำมาชมทะเลบัวแดงในวันเวลาที่สวยที่สุด ระหว่างกลางเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และยังมีบัวแดงแปลงใหม่อีก 5,000 ไร่ อยู่บริเวณเกาะดอนหลวง ซึ่งจะบานประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงเดือนกลางเดือนมีนาคมนี้ 

    อีกทั้งยังได้รับรายงานจากทางททท.สำนักงานอุดรธานีว่า วันนี้นักท่องเที่ยวเยอะกว่าเมื่อวาน นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาเข้าแถวรอซื้อตั๋วขึ้นเรือตั้งแต่ตีห้าครึ่ง

    นักท่องเที่ยวต่างชาติ แห่ตามรอยกระแส 'ลิซ่า' เที่ยว 'ทะเลบัวแดง' อุดรธานี คึกคัก

    ทั้งนี้สถิตินักท่องเที่ยวเยื่ยมชม ทะเลบัวแดง ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2569 – ปัจจุบัน มีกว่า 50,000 คนแล้ว โดยกว่าครึ่ง เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    รวมทั้งยังได้ย้ำกับท่านผู้ว่าอุดร ถึงการให้ความสำคัญของการบริหารจัดการในพื้นที่เพราะนี่ถือว่าเป็นโอกาสมากๆ ของทะเลบัวแดง Demand ต้องมาพร้อมกับการบริหาร Supply ที่ดีควบคู่กันไป ซึ่งท่านผู้ว่าฯ และคนในพื้นที่ได้พร้อมใจเป็นเจ้าบ้านที่ดี และให้ความกับการบริหารจัดการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน

    นักท่องเที่ยวต่างชาติ แห่ตามรอยกระแส 'ลิซ่า' เที่ยว 'ทะเลบัวแดง' อุดรธานี คึกคัก

    นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางมาชมความสวยงามได้ก่อนเข้าสู่ฤดูร้อนปีนี้และแนะนำ นอกจาก ทะเลบัวแดงแล้ว อุดร ก็ยังมี เสน่ห์ไทย กับ 5 must ดู อีกหลากหลายไปแล้ว ไปให้ครบ

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวบริเวณ “ทะเลบัวแดง” อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งขณะนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ภายหลังเกิดกระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินไทยระดับโลก “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ซึ่งเป็น Amazing Thailand Ambassador โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 

    โดยจากภาพและสื่อประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆตามรอย Lisa ส่งผลให้บรรยากาศในพื้นที่คึกคักอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ และสะท้อนพลัง เสหน่ห์ไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

    นักท่องเที่ยวต่างชาติ แห่ตามรอย 'ลิซ่า' เที่ยว 'ทะเลบัวแดง' อุดรธานี

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและมั่นใจ ได้สั่งการ ให้เข้มงวดด้านความปลอดภัย คนขับเรือ มาตรฐานเรือชนิดต่างๆ การบริหารจัดการเพื่อนักท่องเที่ยวไม่ต้องรอนาน และดูแลอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ทะเลบัวแดงอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

    ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น โดยมอบหมายให้ กรมการท่องเที่ยว กำกับดูแลผู้ประกอบการและการให้บริการด้านต่าง ๆ ไม่ให้มีการโก่งราคาสินค้าและบริการแก่ นักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ พร้อมสร้างความเป็นธรรมและโปร่งใสในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่

    ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ กองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว (กมก.) จัดส่งเจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center: TAC) ลงพื้นที่ร่วมอำนวยความสะดวก ให้ข้อมูล และรับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยว เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลในภาพรวม

    นางสาวนัทรียา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินระดับโลกในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชน โดยเฉพาะการผลักดันแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะใช้จังหวะนี้ต่อยอดการสื่อสารเชิงบวก ควบคู่กับการดูแลมาตรฐานการบริการ ความปลอดภัย และความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

    “การบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัดครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการท่องเที่ยว และเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ยั่งยืน และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมทั้งการจัดระบบตรวจคนเข้าเมืองที่มีความหนาแน่น ซึ่งได้พูดคุยกับ APT และ สตม เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนด้วย “ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

    สำหรับทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี นับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ดอกบัวบานสะพรั่ง สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน และกำลังกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น และสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศในภาพรวมต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/649858&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SR04vjqTAwMQ9hxFdhM96

  • สมุทรสงคราม///กระทบลูกโซ่พิษสร้างถนนพระราม2ทำตลาดสด-ท่องเที่ยวซบเซา ผู้ประกอบการลั่น “ไม่ต้องสร้างก็ได้” | TOPNEWS

    ผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดที่พลอยขายของไม่ได้ตามไปด้วย
    สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการปิดถนนนานถึง 2 เดือนนั้น นายภาณุมาศฝากคำถามถึงรัฐบาลว่าหากเป็นเช่นนั้นจะมีมาตรการชดเชยเยียวยาให้กับภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจอย่างไร หรือจะสามารถบริหารจัดการเปิดช่องทางจราจรให้รถพอวิ่งได้บ้างหรือไม่ แทนที่จะปิดถนนหลักทั้งหมดจนการเดินทางลำบาก

    จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน เพื่อลดความกังวลและความเดือดร้อนในการทำมาหากินของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายถึงโครงการก่อสร้างในอนาคตว่า สำหรับเฟส 3 นั้นไม่ต้องสร้างก็ได้ เพราะลำพังการก่อสร้างเฟส 2 ก็สร้างความเดือดร้อนมากพอแล้ว หากมีเฟส 3 ตามมาอีก ตนคงต้องปิดกิจการหรือย้ายร้านหนีเพราะแบกรับภาระไม่ไหว

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวท็อปนิวทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1466549&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0W4u3KMGHmGF1X5N8fFeDT

  • นโยบายเศรษฐกิจที่ชื่นชอบ

    นโยบายเศรษฐกิจที่ชื่นชอบ

    ขยับเข้าใกล้วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เข้ามาทุกขณะ ท่ามกลางกระแสซื้อเสียงสะพัด สารพันผลโพล “ทีมเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ขอเป็นกลไกกระตุ้นความตื่นตัว ใคร่รู้ ผ่านการสำรวจความชื่นชอบในนโยบายเศรษฐกิจของบรรดาพรรคการเมืองของคนหลากหลายอาชีพ

    แสงสุริยา โคตพงษ์
    เกษตรกร จ.ศรีสะเกษ

    นโยบายที่โดนใจมาก คือการประกันรายได้พืชผลทางการเกษตร เพราะทำให้เกษตรกรมั่นใจว่ามีรายได้แน่นอน เนื่องจากสินค้าเกษตรบางปีราคาตกต่ำ บางปีราคาสูง ขณะที่ผลผลิตไม่ได้เป็นไปตามคาดการณ์ เนื่องจากยังพึ่งน้ำฝน ระบบชลประทานก็ยังไม่เอื้ออำนวย

    ทำให้มันสำปะหลังบางช่วงราคา 1 บาทต่อกิโลกรัม ขายไม่คุ้มค่าต้นทุน ทั้งคนงานถอน ตัดมัน ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง ปุ๋ย บางช่วงราคาก็ปรับขึ้นสูง 3 – 4 บาทต่อกิโลกรัม แต่ฝนไม่ตกตามฤดูกาล แล้งเกินไป ผลผลิตได้น้อย ก็ได้เงินน้อย ถ้ามีนโยบายประกันราคา จะช่วยสร้างหลักประกันให้เกษตรกรได้

    นอกจากนี้ยังสนใจนโยบายพักหนี้เกษตรกร เพราะทำให้มีเวลาหาเงิน เก็บออม เก็บไว้ใช้จ่ายยามจำเป็น หากปีไหนพืชผลราคาไม่ดี ฝนไม่ตก เกษตรกรมีรายได้น้อย ทำให้ไม่มีเงินชำระหนี้ แม้การพักหนี้ไม่ได้เป็นทางออกที่ดี แต่เกษตรกรบางรายไม่มีทางเลือก.

    สุกรี แมนชัยนิมิต
    นักสื่อสารมวลชนอิสระ

    นโยบายที่ชอบ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์) คาดหวังว่าหากหาเสียงแล้วทำได้ จะเป็นผลดีกับประเทศชาติ โดยเฉพาะโครงการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพราะปกติการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้

    การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นที่ชัดเจน เช่น การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ที่เริ่มจากการใช้จ่ายภาครัฐ การเกิดการจ้างงานทันที การลงทุนวัสดุอุปกรณ์ ต่อยอดไปถึงการลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาคครัวเรือน ทำให้ส่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาวได้ โครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต อย่างระบบขนส่งสาธารณะ ระบบสาธารณูปโภค สาธารณสุข การศึกษา สิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนทุกวัย และกลุ่มเปราะบางใช้บริการได้สะดวก หากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ยังขาดแคลน ต้นทุนชีวิตของคนไทยจะสูงขึ้น ปัญหาอื่นๆจะตามมา

    ส่วนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี AI เพื่อผลักดันระบบเศรษฐกิจใหม่ ชอบที่หลายพรรคนำเสนอนโยบายนี้ เพราะเป็นกลไกแห่งความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ แต่ยังมีความคาดหวังที่สำคัญกว่า คือต้องลงทุนโดยปราศจากการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง.

    ประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ
    ประธานสายปฏิบัติการ/ธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์

    พูดไม่ได้ว่าชอบนโยบายเศรษฐกิจที่ใช้หาเสียงในปัจจุบัน เพราะขาดการลงทุนระยะยาว นโยบายส่วนใหญ่เน้นกระตุ้นการบริโภค เช่น โครงการคนละครึ่ง แต่ขาดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่า “การแจกเงินอาจช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ชั่วคราว แต่ไม่สามารถสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศอย่างยั่งยืนได้ หากไม่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค เทคโนโลยีใหม่ๆ ควบคู่กันไป”

    ปัญหาเศรษฐกิจไทยจำนวนมากไม่ได้เกิดจากการขาดเงินในระบบ แต่เกิดจากโครงสร้างการใช้งบประมาณและระบบราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการรั่วไหลและคอร์รัปชัน ซึ่งควรถูกแก้ไขที่ต้นเหตุมากกว่าอัดฉีดเม็ดเงินอย่างเดียว “นโยบายเชิงโครงสร้างมักสื่อสารได้ยากและไม่ดึงดูดคะแนนเท่ากับนโยบายประชานิยมที่จับต้องได้ทันที คำถามคือการเมืองไทยจะสามารถก้าวข้ามกับดักประชานิยม และหันมาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริงหรือไม่”

    ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยยังแข่งขันอยู่บนฐานเศรษฐกิจแบบเดิม ขณะที่ประเทศอื่นเดินหน้าไปสู่ New Economy โดยเฉพาะเศรษฐกิจชีวภาพ และสินค้ามูลค่าสูง ตัวอย่างสมุนไพรไทย ซึ่งยังถูกพัฒนาในระดับพื้นฐาน เช่น การบดและบรรจุแคปซูล สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทรัพยากรแต่เป็นเรื่องการลงทุนในองค์ความรู้ เทคโนโลยี และระบบนิเวศนวัตกรรม.

    นฤมล ทองถาวรกุล
    แม่บ้าน

    พรรคการเมืองที่อยากเลือกคือพรรคที่มองเศรษฐกิจจากฐานรากขึ้นมา โดยเฉพาะนโยบายที่ให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจไทยมานาน แต่กลับได้รับการสนับสนุนน้อยเกินไป รัฐควรเป็นเจ้าภาพพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อ-ขายสินค้าเกษตรออนไลน์ คล้ายแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ แต่กำหนดค่าธรรมเนียมอย่างเป็นธรรมต่อทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย หากรัฐเป็นผู้ดูแลโครงสร้างจะช่วยลดต้นทุน ลดการเอาเปรียบและเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกรได้จริง

    ในระยะสั้น นโยบายคนละครึ่งยังคงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ควรได้รับการสานต่ออย่างเหมาะสม ควบคู่กับการปรับกลไกให้ตรงเป้าหมายและลดการรั่วไหล

    ส่วนในระยะยาว ปัญหาที่ไม่อาจมองข้ามคือที่อยู่อาศัยของคนชั้นกลาง ราคาบ้านและอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันสูงเกินกำลังของพนักงานบริษัททั่วไป แม้จะมีรายได้ประจำแต่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อหรือผ่อนชำระได้อย่างปลอดภัย รัฐบาลควรลงทุนร่วมกับภาคเอกชนในโครงการบ้านขนาดเล็ก ราคาย่อมเยา โดยเป็นผู้จัดหาที่ดิน และเอกชนรับหน้าที่ก่อสร้างและบริหารการขาย ภายใต้เงื่อนไขราคาที่คนรายได้ปานกลางเอื้อมถึงได้จริง.

    สมคิด พุทธศรี
    บรรณาธิการอำนวยการ The 101.World

    ผมชอบนโยบายเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง ซึ่งทุกพรรคมีนำเสนอหมด แต่ที่ชอบเป็นพิเศษคือนโยบายเรื่องอุตสาหกรรมใหม่ เพราะไทยกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันจากอุตสาหกรรมเดิมที่ถดถอย ภาคอุตสาหกรรมเป็นแหล่งสร้างงาน สร้างโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) จำนวนมาก

    จริงๆ ทุกพรรคตระหนักถึงปัญหานี้ แต่ส่วนใหญ่ตีโจทย์แบบเดิมๆ อยากให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) ด้านเทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมสีเขียว (Green) ว่ากันไป

    “ผมชอบนโยบายที่มีวิธีคิดเฉพาะลงไป มีการตีโจทย์ที่น่าสนใจ เช่น การที่ให้รัฐเป็นผู้ซื้อหลัก สนับสนุนอุตสาหกรรมอนาคต เช่น อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ แทนที่จะพูดแค่ว่าต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ, นโยบายมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ซึ่งช่วยสร้างโอกาสใหม่มหาศาลในภาคการผลิต โอกาสส่งออก เจาะตลาดประเทศเพื่อนบ้าน

    เราเป็นประเทศเล็กและเปิด เราต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน ต้องเปลี่ยนวิธีคิด วิธีรับมือ หาการเติบโตใหม่ หาเงินทุนใหม่ รองรับโลกที่เปลี่ยนไป ส่วนอุตสาหกรรม AI เทคโนโลยีนั้น ผมมองว่าไม่ได้สร้างงานมากนัก หรืออย่างดาต้าเซ็นเตอร์มองว่าเป็นเหมืองแร่ยุคใหม่ สิ่งที่เราต้องการคืออุตสาหกรรมการผลิตมากกว่า”.

    นรินทร์ เจียรนัย
    อาชีพอิสระ ชาว จ.ชุมพร

    ชาวบ้านต่างจังหวัดจำนวนมาก ดูคนที่ลงสมัคร สส.มากกว่าดูนโยบายพรรค ดูว่าเป็นใคร เคยทำอะไรให้พื้นที่ เคยช่วยเหลือกันมาก่อนหรือไม่ มากกว่าจะมานั่งเทียบว่านโยบายพรรคไหนดีกว่าใคร สส.หน้าเดิมหรือกลุ่มการเมืองเดิมยังมีแต้มต่อสูง เพราะคุ้นเคยกับชาวบ้าน ไม่ใช่พรรคที่นโยบายดูดีหรือเคยเป็นกระแสแรง ดังนั้นคนเก่าที่ประชาชนยังรัก น่าจะโกยคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ไปครอง

    ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งของชาวบ้าน คือเรื่องตอบแทนบุญคุณ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ให้ความสำคัญกับนักการเมืองที่เคยช่วยเหลือกันจริงๆ ในช่วงมีปัญหา มีงานสีดำ เขาดูตรงนี้มากกว่านโยบายระยะยาวที่จับต้องยาก สุดท้ายแล้วการเลือกพรรคหรือเลือกคน จึงเป็นเรื่องของความคุ้นเคยและความสัมพันธ์มากกว่าการเลือกจากนโยบาย.

    วรุณนันท์ ตันติฉันทะวงศ์
    นักศึกษา

    ส่วนตัวชอบนโยบาย “ตั๋วร่วม” และ “คนละครึ่งพลัส” เนื่องจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของครอบครัว โดยเฉพาะนโยบายตั๋วร่วม เพราะครอบคลุมระบบขนส่งมวลชนทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า ทำให้เดินทางสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายได้ เนื่องจากประชาชนบางคนอาจเข้าไม่ถึงบริการรถสาธารณะที่มีราคาแพงหรือไม่ได้อยู่ในเส้นทางรถไฟฟ้า “เท่าที่ติดตามนโยบายของพรรคการเมืองเกือบทุกพรรค ยังเน้นเฉพาะกรุงเทพฯ ประเทศไทยไม่ควรถูกพัฒนาแค่ในกรุงเทพฯ เพียงแห่งเดียว”

    สำหรับนโยบายด้านสวัสดิการอื่นๆ เช่น บัตรสวัสดิการ การรักษาพยาบาล และสวัสดิการผู้สูงอายุมองว่าเป็นประเด็นสำคัญเช่นกัน เหมือนหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น เกาหลีที่ให้ความสำคัญกับเด็กแรกเกิด และนิวซีแลนด์ที่มีระบบดูแลผู้สูงอายุและผู้ไร้บ้านค่อนข้างชัดเจน “หนูคิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่อง “เลือกได้หรือไม่ได้” แต่ควรเป็นสิทธิพื้นฐาน (Basic Need) ที่คนไทยทุกคน โดยเฉพาะคนที่เสียภาษีสมควรได้รับอย่างทั่วถึง”.

    สมพร ยศไกร
    พนักงานบริษัท (แม่บ้าน)

    ชอบนโยบายคนละครึ่ง เพราะเห็นผลทันทีนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ถือว่าโชคดีตนได้รับสิทธิดังกล่าว “ถ้ามีรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะมาบริหารประเทศ ขอให้ทำนโยบายคนละครึ่งต่อไปตลอดอายุรัฐบาล และขอเพิ่มวงเงินสำหรับคนรายได้น้อย ซึ่งตนและคิดว่าคนอีกหลายล้านคน ไม่รู้หรอกว่าโครงการคนละครึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงไร แต่ชอบโครงการนี้เพราะช่วยคนจนให้ประหยัดได้จริง เห็นผลได้ทันที สำหรับคนมีรายได้น้อย เงินเพียง 2,000 – 2,400 บาทถือว่ามีค่ามากสำหรับคนมีรายได้น้อย”

    อีกเรื่องที่ชอบ อยากให้รัฐบาลใหม่ทำ เพื่อคนมีรายได้น้อยคือรถไฟฟ้าตลอดสายทุกเส้นทาง ขอให้มีค่าโดยสาร 20 บาท เพราะขณะนี้ราคาค่าโดยสารจากชานเมืองเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ รวมๆแล้วแพงมาก เพราะบางวันต้องนั่งรถไฟฟ้าจากแถวดอนเมืองมายังสถานีกลางบางซื่อในราคา 29 บาท.

    อจลา ตะเภาพงษ์
    ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์และกิจกรรมการตลาด

    สิ่งที่ชอบคือนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งออกที่ทำได้จริง โดยเฉพาะการฟื้นกำลังซื้อฐานราก สนับสนุนผู้มีรายได้น้อยให้หลุดพ้นจากกับดักหนี้ ทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ ควบคู่กับการสร้างสภาพคล่องในครัวเรือน ให้รายรับเพียงพอต่อการดำรงชีวิต

    ขณะเดียวกัน ภาครัฐและเอกชนควรมีตำแหน่งงานรองรับบัณฑิตจบใหม่อย่างเป็นรูปธรรม ลดการว่างงานและการขาดโอกาสในประเทศ รวมถึงแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างเป็นระบบ นโยบายด้านภาษีและการบริโภค เช่น การปรับโครงสร้างภาษีนำเข้า และการควบคุมการจำหน่ายแอลกอฮอล์ตามช่วงเวลา ควรออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยบนท้องถนนและผลกระทบต่อสังคมเป็นหลัก

    หัวใจสำคัญอีกประการคือการบริหาร “ประกันสังคม” ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ปราศจากทุจริต เพื่อให้เงินจากน้ำพักน้ำแรงของผู้ประกันตน กลับมาเป็นหลักประกันยามเกษียณได้จริง ควบคู่กับการดูแลความมั่นคงในครอบครัว โดยเฉพาะการลดความรุนแรงในครัวเรือน การส่งเสริมสิทธิและความเท่าเทียมของคนพิการ รวมถึงการผลักดันกฎหมายคุ้มครองสัตว์เลี้ยง “อยากเห็นนโยบายเกิดขึ้นจริง วัดผลได้ และไม่ใช่เพียงคำสัญญา”.

    พิชิตพล ออกตลาด
    ผู้ประกอบการร้านอาหาร อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

    ขอนโยบายอะไรก็ได้ ที่ช่วยผลักดันราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น เชื่อว่าชาวบ้านไม่รู้หรอกว่า นโยบายไหนดีหรือไม่ดี แต่ถ้าทำให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้นกว่าปัจจุบัน มั่นใจว่าจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะเกษตรกรเป็นคนส่วนมากของประเทศ จะทำให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนในเศรษฐกิจ

    “นโยบายนี้ ผมเชื่อว่าถ้าทำได้จริง จะช่วยให้เกิดการจ้างแรงงานในระบบเพิ่มขึ้น ลดการว่างงานหรือการอพยพเข้ามาทำงานในเมืองหลวง นักศึกษาจบใหม่มีโอกาสเข้ามาทำงานในภาคเกษตรกรรม แทนที่จะเกิดการว่างงานโดยสูญเปล่า”.

    ทีมเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2909994&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CPKArUi4YdeDYqFG4fVLX

  • สมุทรสงคราม///กระทบลูกโซ่พิษสร้างถนนพระราม2ทำตลาดสด-ท่องเที่ยวซบเซา ผู้ประกอบการลั่น “ไม่ต้องสร้างก็ได้” | TOPNEWS

    ผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดที่พลอยขายของไม่ได้ตามไปด้วย
    สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการปิดถนนนานถึง 2 เดือนนั้น นายภาณุมาศฝากคำถามถึงรัฐบาลว่าหากเป็นเช่นนั้นจะมีมาตรการชดเชยเยียวยาให้กับภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจอย่างไร หรือจะสามารถบริหารจัดการเปิดช่องทางจราจรให้รถพอวิ่งได้บ้างหรือไม่ แทนที่จะปิดถนนหลักทั้งหมดจนการเดินทางลำบาก

    จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน เพื่อลดความกังวลและความเดือดร้อนในการทำมาหากินของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายถึงโครงการก่อสร้างในอนาคตว่า สำหรับเฟส 3 นั้นไม่ต้องสร้างก็ได้ เพราะลำพังการก่อสร้างเฟส 2 ก็สร้างความเดือดร้อนมากพอแล้ว หากมีเฟส 3 ตามมาอีก ตนคงต้องปิดกิจการหรือย้ายร้านหนีเพราะแบกรับภาระไม่ไหว

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวท็อปนิวทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1466549&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0W4u3KMGHmGF1X5N8fFeDT

  • “อภิสิทธิ์” หาเสียงมีนบุรี มั่นใจประชาชนการันตี 25 สส. เสนอชื่อนั่งนายกฯ

    “อภิสิทธิ์” หาเสียงมีนบุรี มั่นใจประชาชนการันตี 25 สส. เสนอชื่อนั่งนายกฯ

    วันนี้ (25 ม.ค. 69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างหาเสียงย่านมีนบุรี กรุงเทพฯ ว่า พรรคประชาธิปัตย์พยายามเดินหน้าทำงานอย่างหนัก เพราะประชาชนจำนวนหนึ่งรอคอยการเปลี่ยนแปลง คาดหวังให้การเลือกตั้งครั้งนี้เปลี่ยนแปลงประเทศได้จริง และเห็นว่าช่วงใกล้การเลือกตั้งทุกครั้งจะมีการสร้างกระแส เรื่องอารมณ์ หรือนโยบายเร้าใจ

    แต่ครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เชิญชวนคนไทยทุกคนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ. เป็นโอกาสในการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงประเทศใหม่ ให้บ้านเมืองกลับมาสุจริต ไม่มีทุจริตคอร์รัปชัน และวางพื้นฐานเศรษฐกิจให้โตแบบยั่งยืน เพราะจากการลงพื้นที่ประชาชนสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อมายาวนาน มีบางครั้งในช่วงการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มุ่งหมายที่ทำให้เศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืน ในการสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจให้เติบโต

    นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ยังคงเดินหน้าสื่อสารเกี่ยวกับนโยบายหาเสียงของพรรค และในช่วงโค้งสุดท้ายต้องติดตามว่า ประชาชนยังมีความข้องใจหรือติดตามในเรื่องอะไรอยู่ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ทำให้เกิดความชัดเจนว่า หากเลือกประชาธิปัตย์แล้ว จะได้อะไร

    ผู้สื่อข่าวถามว่า การันตีจะได้ สส.25 คน เพื่อสามารถส่งชื่อบัญชีนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประชาชนจะการันตีให้ จากนั้นประชาชนที่ยืนอยู่ต่างปรบมือ ส่งเสียงเชียร์นายอภิสิทธิ์ และตะโกนหมายเลขประจำพรรคประชาธิปัตย์คือ หมายเลข 27 และนายอภิสิทธิ์ยกมือไหว้ขอบคุณ

    นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการปราศรัยที่มีการใส่ร้ายป้ายว่า เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย โดยเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง ผู้สมัครทุกคน หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ส่วนนโยบายหวยภาษี แจกเงินวันละเก้าล้านบาทนั้น ได้หยิบยกข้อมูลจากเวทีทีเบต ไม่ใช่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ในความเห็นของพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า สามารถเก็บข้อมูลจากประชาชนได้ โดยไม่ต้องใช้วิธีนี้ และเอาเงินส่วนนั้นมาทำอย่างอื่น ที่เป็นประโยชน์มากกว่า

     3,000 กว่าล้านบาท แทนที่จะสร้างเศรษฐีกลุ่มเล็ก ๆ เอามาให้คน 1,000,000 คน คนละ 3,000 เพื่อปรับปรุงทักษะตัวเอง ให้เขามีโอกาสพัฒนาตัวเองพัฒนาเศรษฐกิจ คุ้มค่ากว่าเยอะ

    นายอภิสิทธิ์กล่าวถึง นิด้าโพลที่ผลสำรวจความนิยมทางการเมืองใน จ.สมุทรปราการ ที่เปิดเผยเมื่อวันนี้ (25 ม.ค.) ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอันดับ 5 ว่า เห็นการทำโพสต์สำรวจมาหลายพื้นที่ ยังมีความแตกต่างระหว่างพื้นที่ค่อนข้างเยอะ แต่ละพรรคมุ่งหาเสียงและมีฐานเสียงเดิมอยู่ โดยยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำงานให้กับคนทั้งประเทศ

    นอกจากนี้ยังกล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาของทุนประกันสังคม ที่เป็นข้อถกเถียงว่า ต้องนำกองทุนประกันสังคมออกมาเป็นกองทุนอิสระในการบริหาร เพื่อเกิดความโปร่งใส และถึงเวลาที่ต้องทบทวนในครั้งใหญ่ เพราะปัจจุบันมีความเป็นธรรมหลายอย่าง การจ่ายค่าตอบแทนที่ยังไม่ใช่ระบบก้าวหน้า หรือการให้ผู้ประกันตนส่งเงินค่ารักษาพยาบาล และสิทธิไม่ดีเท่าหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พรรคประชาธิปัตย์ต้องการเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้

    การส่งเงินค่ารักษาพยาบาลอาจจะให้โอนเข้าไปอยู่ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า เงินส่วนนั้นให้เขาไปอยู่ส่วนของชราภาพดีกว่า เพราะกองทุนชราภาพก็จะมีปัญหาอีก 20 ปีข้างหน้า ยืนยันว่า หากพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล แก้ไขปัญหาตรงนี้ได้แน่นอน

    อ่านข่าว :

    “โคราช” เดือด จับตาเมืองย่าโม ใครจะคุม 16 เก้าอี้ สส.?

    เปิดบริการอีกครั้ง รถไฟสายอีสานผ่าน อ.สีคิ้ว หลังซ่อมรางเหตุเครนถล่ม

    “สมุทรปราการ” หนุน “เท้ง” นั่งนายกฯ “นิด้าโพล” ระบุคนจะเลือก “พรรคประชาชน” ทั้งสองใบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/501404&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2q8rReWsmC4U9vtewKzGE8

  • กรมอุทยานฯ ออกแถลงการณ์เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ในฝูงค้างคาวไทย ย้ำ ไม่ล่า ไม่หา ไม่กิน

    กรมอุทยานฯ ออกแถลงการณ์เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ในฝูงค้างคาวไทย ย้ำ ไม่ล่า ไม่หา ไม่กิน

    กรมอุทยานฯ ออกแถลงการณ์มาตรการเฝ้าระวังป้องกัน “ไวรัสนิปาห์” ในพื้นที่ถ้ำ-แหล่งท่องเที่ยว แจงเชื้อที่พบในค้างคาวของไทย 10-16% ถือเป็นเรื่องปกติที่พบในค้างคาวตามธรรมชาติ โอกาสแพร่สู่คนต่ำมาก ย้ำปัจจุบันในประเทศไทย ยังไม่พบการติดเชื้อในคนหรือสุกร

    เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกแถลงการณ์เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ในพื้นที่ถ้ำและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

    โดยระบุว่า ตามที่มีรายงานสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ในต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีล่าสุดในประเทศอินเดีย มาเลเซีย และบังคลาเทศ เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายจากสัตว์สู่คนที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 70-100% นั้น

    กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องสำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย โดยได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทางวิชาการ เช่น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินการเฝ้าระวังและวิจัยเชื้อไวรัสนิปาห์ในค้างคาวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) จนถึงปัจจุบัน

    สำหรับสถานการณ์ในไทย จากการเฝ้าระวังเชิงรุก พบเชื้อไวรัสในฝูงค้างคาวไทยประมาณร้อยละ 10-16 ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในค้างคาวตามธรรมชาติอยู่แล้ว เชื้อเหล่านี้ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์หากไม่มีการไปล่า หรือนำค้างคาวมาบริโภค

    กรมควบคุมโรคและกรมปศุสัตว์ยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่พบการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในคนหรือสุกรในประเทศไทย และยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องร่วมกับกรมอุทยานฯ

    อัตราการพบเชื้อในค้างคาวของประเทศไทย พบเชื้ออยู่ที่ประมาณ 10-16% ในฝูงค้างคาว เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่เคยมีการระบาดของโรคในคน เช่น มาเลเซีย อินเดีย บังกลาเทศ ที่มีอัตราการติดเชื้อในฝูงค้างคาวสูงถึง 40% เชื้อที่พบในค้างคาวของไทยจึงมีโอกาสแพร่สู่คนหรือสัตว์เลี้ยงได้ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศที่มีการระบาด โดยเชื้อในค้างคาวไทยมักพบตามฤดูกาลในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม

    เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาความปลอดภัยภายใต้หลัก “สุขภาพหนึ่งเดียว” (One Health) กรมอุทยานฯ จึงกำหนดมาตรการป้องกันสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าชมถ้ำหรือพื้นที่ที่มีค้างคาว ดังนี้

    1. มาตรการป้องกันสำหรับนักท่องเที่ยว

    • การแต่งกาย: ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ได้แก่ หน้ากากอนามัย (แนะนำ N95) แว่นตาป้องกัน สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น และถุงมือ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง (น้ำลาย ปัสสาวะ มูล) ของค้างคาว
    • ข้อห้ามสำคัญ: “ไม่ล่า ไม่หา ไม่กิน” ห้ามจับหรือสัมผัสสัตว์ป่าด้วยมือเปล่า ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปรับประทานภายในถ้ำเด็ดขาด และห้ามเก็บผลไม้ที่มีรอยกัดแทะของสัตว์มาบริโภค
    • สุขอนามัย: หากสัมผัสสารคัดหลั่งหรือมูลค้างคาว ให้รีบล้างด้วยน้ำสบู่ทันที หากมีบาดแผลให้ทำความสะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อและพบแพทย์
    • การเฝ้าระวังอาการ: หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ภายใน 4-14 วันหลังเข้าพื้นที่ถ้ำ ให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเข้าพื้นที่เสี่ยงทันที

      2. มาตรการสำหรับหน่วยงานในสังกัด

      ให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติทุกแห่ง เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองการแต่งกายของนักท่องเที่ยว พร้อมจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ และเฝ้าระวังถิ่นอาศัยของค้างคาวในความรับผิดชอบอย่างใกล้ชิด

      กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด เพื่อให้ประชาชนสามารถท่องเที่ยวและอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการเป็นหลัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2910033&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Up7R3SNccszXk85gNyo8w