Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • มหกรรมการศึกษาอินเดีย ยกทัพโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัยชั้นนำสู่กรุงเทพฯ

    มหกรรมการศึกษาอินเดีย ยกทัพโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัยชั้นนำสู่กรุงเทพฯ

    วันอาทิตย์ ที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.32 น.

    มหกรรมการศึกษาอินเดีย ยกทัพโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัยชั้นนำสู่กรุงเทพฯ

    AFAIRS Exhibitions & Media Pvt. Ltd. จากประเทศอินเดีย ⁠ภูมิใจประกาศการกลับมาของงาน Study in India Expo และ Indian Boarding Schools Expo สู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ในประเทศไทย งานมหกรรมการศึกษาที่ทุกคนรอคอยนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

    ในฐานะหนึ่งในแพลตฟอร์มการศึกษานานาชาติที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดสำหรับครอบครัวชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายอินเดีย งานนี้เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและนักเรียนเข้าถึงข้อมูลของโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัยชั้นนำของอินเดียได้โดยตรง รวบรวมหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับระดับโลก สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่หลากหลายทางวัฒนธรรม และการศึกษาที่คุ้มค่า ในระดับค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ ไว้ครบจบในที่เดียว

    ผู้ปกครองและนักเรียนชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายอินเดีย จะมีโอกาสพูดคุยโดยตรงกับผู้บริหาร ครูใหญ่ และทีมรับสมัครจากสถาบันชั้นนำของอินเดีย พร้อมบริการให้คำปรึกษาและคำแนะนำการสมัครเรียนทันที (On-the-spot counselling) เพื่อช่วยให้นักเรียนค้นพบเส้นทางการเรียนที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด สามารถเลือกดูข้อมูลการรับสมัครได้ตั้งแต่ระดับชั้นเกรด 3 ถึงเกรด 11 ในหลักสูตรชั้นนำต่างๆ รวมถึง IB, Cambridge, CBSE และ ICSE

    โรงเรียนที่เข้าร่วมงานมาจากศูนย์กลางการศึกษาที่มีชื่อเสียง เช่น เดห์ราดูน (Dehradun), มัสซูรี (Mussoorie), โกดัยกานาล (Kodaikanal), บังคาลอร์ (Bengaluru), มังคาลอร์ (Mangaluru), ไฮเดอราบาด (Hyderabad), ปูเน่ (Pune), ชัยปุระ (Jaipur), เดลี และปริมณฑล (Delhi NCR) และเมืองสำคัญอื่นๆ อีกมากมายในอินเดีย

    สำหรับนักเรียนที่มองหาการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ภายในงานยังรวบรวมมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชั้นนำของอินเดียที่เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโทในสาขาวิชาต่างๆ เช่น ไอที, วิศวกรรมศาสตร์, การจัดการ, ศิลปศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ พร้อมรับคำปรึกษาและคำแนะนำในการสมัครเรียนทันทีภายในงาน ⁠เพื่อช่วยให้นักเรียนค้นพบเส้นทางการเรียนที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด

    “จำนวนนักเรียนไทยที่เลือกไปศึกษาต่อในประเทศอินเดียเพิ่มมากขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ปกครองที่มีต่อระบบการศึกษาของอินเดีย” คุณ Vivek Shukla ผู้อำนวยการและซีอีโอของ AFAIRS Exhibitions & Media กล่าว “อินเดียนำเสนอการศึกษาหลักสูตรภาษาอังกฤษคุณภาพสูง วุฒิการศึกษาที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และความคุ้มค่าที่โดดเด่น ซึ่งมักมีค่าใช้จ่ายที่ประหยัดกว่า แต่ยังคงความเข้มข้นทางวิชาการในระดับที่แข่งขันได้ เมื่อเทียบกับตัวเลือกในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่ในประเทศไทย”

    สุดยอดโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัย รวมไว้ในที่เดียว! รายชื่อโรงเรียนประจำชั้นนำและมีชื่อเสียงที่เข้าร่วมงาน อาทิ:  Woodstock School (Mussoorie)  ,The International School Bangalore  ,Kodaikanal International School (Kodaikanal) , Unison World School (Dehradun) , Mussoorie International School

    , Indus International School (Pune)  ,King’s College India (Rohtak)  ,Jain International Residential School (Bangalore)  ,Greenwood High International School (Bangalore)  ,Kasiga School (Dehradun)

    ,Sharanya Narayani International School (Bangalore)  ,Sancta Maria International School (Delhi NCR)

    ,MIT Vishwashanti Gurukul World School (Pune)  ,KIIT International School (Bhubaneswar)  ,De Paul International School (Mysore)  ,Miles Bronson Residential School (Guwahati)  และโรงเรียนอื่นๆ อีกมากมาย

    มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชั้นนำที่เข้าร่วมงาน อาทิ:  Manipal Academy Of Higher Education (MAHE) ,Symbiosis International University (Pune)  ,Christ (Deemed to be University) (Bengaluru)  ,Amity University  ,Central Sanskrit University (New Delhi)  ,SRM University (Chennai, Ramapuram & Tiruchirapalli)  และสถาบันอื่นๆ อีกมากมาย

    งาน Study in India Expo ริเริ่มและจัดขึ้นโดย AFAIRS Exhibitions & Media Pvt. Ltd. ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้นำเสนอสถาบันการศึกษากว่า 500 แห่ง เข้าถึงนักเรียนและผู้ปกครองกว่าหนึ่งล้านคน และเดินสายจัดงานมาแล้วใน 12 ประเทศทั่วโลก ทำให้งานนี้เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการประชาสัมพันธ์การศึกษานานาชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดจากประเทศอินเดีย ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานได้ฟรี ที่เว็บไซต์: https://tinyurl.com/msym6ehm

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/464419&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Zo1-H08n-1o4w7D-D-fJ9

  • ผอ.เขื่อนรัชชประภา เปิดกิจกรรม OPEN HOUSE เปิดบ้านแห่งศรัทธา ทอดผ้าสามัคคี

    ผอ.เขื่อนรัชชประภา เปิดกิจกรรม OPEN HOUSE เปิดบ้านแห่งศรัทธา ทอดผ้าสามัคคี

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    นายสุบิน เนตรสว่าง ผู้อำนวยการ เขื่อนรัชชประภา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม OPEN HOUSE เปิดบ้านแห่งศรัทธา ทอดผ้าสามัคคี เพื่อการศึกษา” พร้อมร่วมเป็นประธานเจ้าภาพถวายเงินปัจจัยสมทบทุน เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษา ส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ และพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนของโรงเรียน

    โอกาสนี้ มีผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นางกัญจนา สมชาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนรัชชประภาวิทยาคม นางสาวกริชนาฏ สมพงษ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน นายวีรยุทธ ขนุนนิล นายอำเภอบ้านตาขุน นายเชาวลิต ช่วยสงค์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเชี่ยวหลาน สจ.อมรรัตน์ กล่อมเจริญ ดร.ดำหริ จันทชูโต รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี–ชุมพร และ ดร.วิชชุตา มาชู ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี รวมถึงศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ศิษย์เก่า คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000010214&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rEqYA4SR3aja5z7fUtpSo

  • รัฐบาลสหรัฐฯ ชะงักงาน แต่คาดแก้ไขได้เร็ว

    รัฐบาลสหรัฐฯ ชะงักงาน แต่คาดแก้ไขได้เร็ว

    รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ภาวะชะงักงาน

    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับบางส่วน เมื่อวันเสารที่ผ่านมา หลังจากสภาคองเกรสไม่สามารถอนุมัติงบประมาณประจำปี 2026 ภายในกำหนดเวลาเที่ยงคืน แม้ว่าการหยุดชะงักครั้งนี้จะมีผลกระทบจำกัดเนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรพร้อมเคลื่อนไหวต้นสัปดาหน์หน้าเพื่อให้สัตยาบันข้อตกลงที่วุฒิสภาสนับสนุน

    การขาดแคลนเงินทุนครั้งนี้เกิดขึ้นจากการล่มสลายของการเจรจาที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความโกรธของพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับการสังหารผู้ประท้วง 2 คนในเมืองมินนิอาโพลิสโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง ซึ่งทำให้การเจรจาเกี่ยวกับเงินใหม่สำหรับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิล้มเหลว

    ผลกระทบต่อหน่วยงานรัฐบาล

    การหยุดชะงักครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของรัฐบาลกลางประมาณสามในสี่ส่วน อาจก่ให้เกิดขั้นตอนการชะงักงานในหน่วยงานและการดำเนินงานที่หลากหลาย ตั้งแต่การศึกษาและสาธารณสุข ไปจนถึงที่อยู่อาศัยและการป้องกันประเทศ

    หน่วยงานรัฐบาลกลางคาดว่าจะเริ่มดำเนินการตามแผนการชะงักงานในช่วงกลางคืน แต่ผู้นำรัฐสภาทั้งสองพรรคระบุว่าการดำเนินการของวุฒิสภาทำให้โอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักระยะสั้นมีความเป็นไปได้มากกว่าการชะงักงานที่ยืดเยื้อ

    ความคืบหน้าในวุฒิสภา

    เมื่อปลายวันศุกร์ วุฒิสภาผ่านแพ็กเกจที่ขจัดร่างกฎหมายงบประมาณ 5 ฉบับที่ค้างอยู่เพื่อให้ครอบคลุมหน่วยงานรัฐบาลกลางส่วนใหญ่จนถึงเดือนกันยายน พร้อมกับมาตรการชั่วคราว 2 สัปดาห์เพื่อให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิดำเนินการต่อไปในขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการเจรจาต่อเกี่ยวกับนโยบายการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง

    ประธานาธิบดี Donald Trump สนับสนุนข้อตกลงของวุฒิสภาและเร่งรัดให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการอย่างรวดเร็ว แสดงสัญญาณว่าเขาต้องการหลีกเลี่ยงการชะงักงานที่ยืดเยื้อ ซึ่งจะเป็นครั้งที่สองในวาระที่สองของเขา หลังจากการหยุดชะงักที่ยาวนานที่สุดเมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมาซึ่งส่งผลกระทบต่อบริการรัฐบาลกลางเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือน

    ความขัดแย้งทางการเมือง

    วุฒิสมาชิก Dick Durbin ผู้เป็นหัวหน้าพรรคเดโมแครตรองในวุฒิสภา โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า “แทนที่จะไปจับกุมผู้ลักลอบค้ายาเสพติด ผู้ล่วงละเมิดเด็ก และผู้ค้ามนุษย์ รัฐบาลทรัมป์กลับเสียทรัพยากรอันมีค่าไปกับการกำหนดเป้าหมายผู้ประท้วงที่สงบสุขในชิคาโกและมินนิอาโพลิส รัฐบาลนี้ทำให้ชาวอเมริกันมีความปลอดภัยน้อยลงอย่างต่อเนื่อง”

    พรรคเดโมแครตยังคงรวมตัวกันต่อต้านการให้เงินทุนใหม่แก่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองหลังจากการยิงเสียชีวิตของ Alex Pretti และ Renee Good ในมินนิอาโพลิส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/us-government-shutdown-quick-resolution-expected&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VeadhVWaZ2f9C9W3miWRQ

  • พลเอกรังษี นัดชาวสมุทรปราการฟังปราศรัยใหญ่เย็นนี้

    พลเอกรังษี นัดชาวสมุทรปราการฟังปราศรัยใหญ่เย็นนี้

    “พลเอกรังษี” นัดปราศรัยใหญ่เย็นนี้ที่ “ตลาดเรือบิน สมุทรปราการ” แย้มมีไม้เด็ดโค้งสุดท้าย ทุบโต๊ะ!อย่าเชื่อดีลลับจับขั้วขนาดมี MOA ยังหักหลังกันได้ ลั่นพรรคเศรษฐกิจไม่จับมือกับพรรคสีเทาปลุกเลือกพรรคไม่มีดีลแบบ “แลนด์สไลด์” ล้างหนี้ 55 ล้านล้าน ชี้นายกฯคนที่ 33 ต้องมือถึงหากได้คนไม่ประสีประสาแก้วิกฤตความมั่นคง-เศรษฐกิจ-คอร์รัปชัน ไม่ได้ เตือนถ้ายังเลือกคนซื้อเสียงแบบเดิมทุกอย่างจะจมปลัก

    1 ก.พ. 2569 พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งที่กำลังเข้มข้นว่า ขณะนี้คงต้องรอการตัดสินใจของประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งตนเชื่อว่าไม่มีใครรู้ผลจริง แม้กระทั่งผลโพลสำนักต่างๆ ที่ออกมา เพราะเป็นเพียงการสำรวจกลุ่มตัวอย่างแค่ 3,000-4,000 คน เป็นเพียงการประเมินเท่านั้น ไม่ใช่ฉันทามติที่แท้จริงของคนทั้งประเทศ

    พล.อ.รังษี กล่าวถึงกระแสข่าวการจับขั้วทางการเมืองในช่วงนี้ว่า “ขอให้เชื่อผมเถอะ ขนาดครั้งที่แล้วมีการเซ็นเอ็มโอเอ(MOA) ต่อหน้าประชาชนยังมีการเบี้ยวกันได้เลย ดังนั้นข่าวเรื่องดีลลับที่ออกมาช่วงนี้ ผมเชื่อว่าจะมีการเบี้ยวและหักหลังกันได้เหมือนครั้งที่แล้ว”

    หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ย้ำว่า การที่ประชาชนกังวลว่าจะมีการฉีกสัญญาหรือ “แหกดีล” ซ้ำสองนั้น เป็นจุดตัดสินใจสำคัญ หากพรรคไหนที่มีข่าวไปดีลกัน ขอให้ประชาชนอย่าไปเลือก แต่ให้หันมาเลือกพรรคที่ไม่มีดีล และขอให้เลือกแบบ “แลนด์สไลด์” พรรคเดียวไปเลย เพื่อให้รัฐบาลมีเอกภาพ ไม่ต้องมานั่งแบ่งขั้วแบ่งเค้กกันอีก

    “หากพรรคเศรษฐกิจได้คะแนนแบบแลนด์สไลด์ เราจะเร่งปฏิบัติตามนโยบายทันที แต่หากคะแนนไม่ถึงก็ต้องมาว่ากันอีกที เพราะการรีบจับขั้วตอนนี้ถือเป็นการดูถูกประชาชน”

    แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเศรษฐกิจ ระบุว่า โจทย์ใหญ่ที่สุดของผู้นำคนต่อไป คือการแก้ปัญหา “หนี้สิน” ที่กำลังกัดกินประเทศ ทั้งหนี้ประชาชนที่ถูกยึดบ้าน ยึดรถ ถูกฟ้องบัตรเครดิต หนี้ภาคธุรกิจที่ล้มหายตายจาก และหนี้สาธารณะที่รัฐบาลก่อไว้จนทะลุเพดาน รวมมูลค่าสูงถึง 55 ล้านล้านบาท

    “ถ้าพรรคไหนไม่มีนโยบายสร้างรายได้ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้? จะก่อหนี้เพิ่ม หรือจะเข้ามาล้างหนี้ ประชาชนต้องดูให้ดี หากยังปล่อยให้มีการคอร์รัปชัน ทุนสีเทา หรือแก๊งสแกมเมอร์ระบาด ประเทศเดินต่อไม่ได้แน่ นักลงทุนหนี นักท่องเที่ยวไม่มา สุดท้ายก็จะล่มจม” พล.อ.รังษี กล่าว

    พล.อ.รังษี ยังกล่าวถึงสถานการณ์ความมั่นคงโลก โดยเฉพาะท่าทีของสหรัฐอเมริกาและปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ต้องเป็นคนที่มีความเข้าใจ สถานการณ์รอบด้าน หากได้คนที่ไม่ประสีประสา แถมยังพัวพันกับคนโกงหรือสแกมเมอร์ การแก้ปัญหาวิกฤต 3 ด้าน (เศรษฐกิจ, คอร์รัปชัน, ความมั่นคง) จะไม่มีทางทำได้จริง โดยเฉพาะหากต้องมาจากการผสมของพรรคการเมือง 6-7 พรรค

    “ขอย้ำว่า ใครที่เอาเงินมาแจก อย่าไปเลือก เพราะมันตั้งใจมาโกงแน่ๆ ถ้าประชาชนรับเงินแล้วเลือกกันมั่วซั่วเหมือนที่ผ่านมา แล้วมานั่งบ่นหรือลงถนนขับไล่ทีหลัง มันไม่มีประโยชน์ เศรษฐกิจพังพินาศหมดแล้ว ถ้ายังเลือกแบบเดิม ทุกอย่างก็จะจมปลัก”

    สำหรับจุดยืนเรื่องรัฐธรรมนูญ พล.อ.รังษี ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ แต่ควรแก้รายมาตราที่เป็นปัญหา เช่น ที่มาของ ส.ว. และองค์กรอิสระ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ยังกล่าวถึงความพร้อมของพรรคว่า พรรคเศรษฐกิจส่งผู้สมัครเพียง 265 เขต จาก 400 เขต เพราะเน้นคัดกรองคนคุณภาพ หากใครมีปัญหา หรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา พรรคตัดออกทันที เพราะพรรคเศรษฐกิจยืนยันเป็นพรรคที่ไม่เอาสีเทา ไม่เอาสแกมเมอร์ และไม่จับมือกับพรรคการเมืองสีเทาเด็ดขาด

    “เย็นนี้ (1 ก.พ.) ผมจะมีไม้เด็ดในการปราศรัยใหญ่เพื่อปิดเกมที่จังหวัดสมุทรปราการ จะชี้แจงให้ชัดว่านโยบายของเราจะช่วยประชาชนได้อย่างไร ครั้งนี้ผมอาสามาแก้ปัญหาบ้านเมือง จึงพร้อมรับฟังคำวิจารณ์ และไม่เกี่ยงว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน” พล.อ.รังษี กล่าวทิ้งท้าย

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/vote69/940474/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25XjGUZTPNoSdOiJdLl00i

  • เลือกตั้ง 2569 : ปราศรัยใหญ่ พรรคเศรษฐกิจ เปิดนโยบายแก้วิกฤตประเทศ พร้อมชวนนำเสื้อเก่ามาสลายสี พิมพ์ลาย พล.อ. รังษี ทับสีเดิม

    เลือกตั้ง 2569 : ปราศรัยใหญ่ พรรคเศรษฐกิจ เปิดนโยบายแก้วิกฤตประเทศ พร้อมชวนนำเสื้อเก่ามาสลายสี พิมพ์ลาย พล.อ. รังษี ทับสีเดิม

    ×

    1. Politics
    2. เลือกตั้ง 2569 : ปราศรัยใหญ่ พรรคเศรษฐกิจ เปิดนโยบายแก้วิกฤตประเทศ พร้อมชวนนำเสื้อเก่ามาสลายสี พิมพ์ลาย พล.อ. รังษี ทับสีเดิม

    โดย THE STANDARD TEAM

    01.02.2026

    • LOADING…

    พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ

    วานนี้ (31 มกราคม) ที่ชุมชนอุทัยรัตน์ พรรคเศรษฐกิจ จัดกิจกรรมปราศรัยเชิงรุก บุกชุมชน นำโดย พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ, คริส โปตระนันท์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. กทม. ของพรรคเศรษฐกิจ

    พล.อ. รังษี ปราศรัยเป็นคนแรก โดยระบุว่า ตนเองได้ทำงานอาสา เห็นความยากลำบากของประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดแล้ว ยิ่งรู้สึกหมั่นไส้พวกที่โกงกินประเทศชาติมาก พรรคเศรษฐกิจก่อตั้งขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์สอดคล้องกับวิกฤตของประเทศในขณะนี้ คือ วิกฤตเศรษฐกิจ, ฉ้อราษฎร์บังหลวง และวิกฤตความมั่นคงของชาติ

    พล.อ. รังษีได้เสนอนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะ ประกอบด้วย การผลักดันเมกะโปรเจกท์รถไฟความเร็วสูง เชื่อมต่อทั้งทางเหนือ ตะวันออก และภาคใต้ พร้อมสร้างนิคมการเกษตร 2 ข้างทางรถไฟ รวมถึงโครงการโอเชียนลิงก์ เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งทางเรือ

    ในช่วงท้าย คริส โปตระนันท์ ได้นำกิจกรรม ‘สลายสีเสื้อ’ โดยระบุว่า ปัจจุบันนี้การสร้างสีเสื้อขึ้นมาใหม่ไม่เหมาะสม พรรคเศรษฐกิจจะไม่สร้างสีเสื้อ และไม่พูดถึงสีเสื้อแล้ว โดยได้ส่งบล็อกสกรีนลายเสื้อไปยังตัวแทนพรรคเศรษฐกิจตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ให้ประชาชนนำเสื้อเก่า ไม่ว่าจะเคยสวมเสื้อสีอะไร ชอบสีอะไร สามารถมารับบริการสกรีนลายเสื้อของพรรคเศรษฐกิจได้

    คริสย้ำว่า เวลานี้มีวิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศไทยสุ่มเสี่ยงต่อการเสียอธิปไตย วันนี้ถึงเวลาต้องมีผู้นำที่ไม่แบ่งสีเสื้อ ไม่แบ่งภูมิภาค โดยผู้สมัคร สส. ของพรรคเศรษฐกิจที่เคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่น นำเสื้อของพรรคหลายสี รวมถึงคริสได้นำเสื้อสีส้มเมื่อสมัยเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่มาสกรีนลายใบหน้า พล.อ. รังษี และสัญลักษณ์ของพรรคเศรษฐกิจลงไปด้วย

    พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 1พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 2พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 3พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 4พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 5พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 6พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 7พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 8พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 9พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 10พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 11พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 12พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 13พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 14พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 15
     


    เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
    https://thestandard.co/election2569/

    • LOADING…


    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD TEAM

    กองบรรณาธิการ THE STANDARD

    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    READ MORE

    EDITOR’S PICK

    MOST POPULAR




    MOST POPULAR



    Close Advertising

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/setthakit-rally-policy-rangsee/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sBFKCfA1PpNJhQpMjHOQk

  • “เพื่อไทย” ลั่นล้างหนี้-ประกันกำไรเกษตร-ดันเขตเศรษฐกิจพิเศษ ปลดล็อกอีสานทั้งระบบ

    “เพื่อไทย” ลั่นล้างหนี้-ประกันกำไรเกษตร-ดันเขตเศรษฐกิจพิเศษ ปลดล็อกอีสานทั้งระบบ

    “เพื่อไทย” ลั่นล้างหนี้-ประกันกำไรเกษตร-ดันเขตเศรษฐกิจพิเศษ ปลดล็อกอีสานทั้งระบบ

    บนเวทีดีเบตสัญจรในรายการ NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศไทย เวทีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ลานเดอะแลนด์ ยูดีทาวน์ จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 31 มกราคม 2569 เปิดพื้นที่ให้ประชาชนรับฟังวิสัยทัศน์และนโยบายจากแกนนำพรรคการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

    คำถามคือ..ถ้าคุณได้มาเป็นรัฐบาลจะทำอะไร และแก้ปัญหาอะไรในภาคอีสาน ?

    นายสุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย กล่าวเปรียบเทียบว่า อยากให้มองประเทศไทยเป็นรถยนต์คันหนึ่ง ที่ขับเคลื่อนด้วยล้อ 4 ล้อ โดย 3 ล้อแรกคือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ 3 ซึ่งเป็นล้อที่แข็งแกร่ง แต่มีล้อหนึ่งที่ไม่แข็งแรง บวม แล้วก็ค่อนข้างจะรั่วบ่อยก็คือล้อภาคอีสาน

    ซึ่งมีปัญหา และถูกทอดทิ้งมาตลอดเลย ทำให้รถคันนี้วิ่งส่าย นั่นคือประเทศไทย ก็เลยพัฒนาไม่สมดุล เพื่อไทยมองว่าต้องจัดการล้อนี้ให้แข็งแรง แล้วก็สมบูรณ์ กลับมาทำให้ 4 ล้อนี้วิ่งด้วยความสมดุล แล้วรถคันนี้จะได้ไม่ส่าย

    ทั้งนี้จะทำอย่างไรจะต้องพัฒนาภาคอีสานอย่างเป็นระบบ คิดแยกส่วนไม่ได้ต้องบูรณาการทุกด้าน เกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การศึกษา ต้องเป็นแพ็คเกจ นโยบายเบื้องต้นจริงๆ คือการจัดการกับเศรษฐกิจฐานราก เพราะคนอีสานอยู่ในฐานราก เป็นเกษตรกรเสียส่วนใหญ่

    วันนี้เพื่อไทยจึงจะเข้าไปล้างหนี้ก่อน แล้วประกันรายได้สินค้าเกษตร ประกันกำไรทุกตัว เกษตรกรต่อไปนี้ต้องไม่อยู่กับความเสี่ยงเรื่องราคา จะมีการประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

    ในระยะยาวหลายคนบอกจะทำอุตสาหกรรม จะทำเรื่องท่องเที่ยว พรรคเพื่อไทยคิดเป็นแพ็คเกจว่า “ต่อไปนี้ อีสานจะต้องมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเราทำแล้วในรัฐบาลก่อน คือเขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค เหนือ อีสาน ใต้ แต่อีสานยังไม่ได้ทำให้เป็นรูปธรรม เพื่อไทยจะเข้ามาผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษอีสานให้สำเร็จ” 

    เขตนี้ถ้าสร้างเสร็จจะเกิดอัตราแรงงานขึ้นมา 500,000 ตำแหน่ง เศรษฐกิจจะพุ่งขึ้น 3% ทันที และที่สำคัญที่สุดวันนี้ ที่ทำไว้แล้วแต่ไม่เสร็จในรัฐบาลก่อน เรื่องระเบียงเศรษฐกิจชายแดน ซึ่งจะเป็นตัวทำเงินกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มุกดาหาร นครพนม หนองคาย ถูกปล่อยทิ้งไว้ รวมกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะทำแล้วแต่ทำไม่เสร็จ เพื่อไทยจะเข้ามา โดยอัดเรื่องเทคโนโลยี นวัตกรรม แล้ว AI เข้าไป

    คำถามถัดมา..หากพรรคท่านได้เป็นรัฐบาลจะมีมาตรการเชิงนโยบายอย่างไร จัดการกับธุรกิจสีเทา ฟอกเงิน และนอมินีต่างชาติเพื่อปกป้องระบบเศรษฐกิจ สร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรมให้กับภาคธุรกิจ สุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ?

    กฎหมายต้องยกเครื่อง และอุดช่องว่างให้หมด วันนี้ยังมีช่องว่างอยู่ อุดช่องว่างให้หมด แล้วกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย คือ ตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจภูธร หรือตำรวจสันติบาล

    หรือตำรวจทุกระดับจะต้องยกเครื่องให้ทันเกมในเรื่องนี้โดยเอา AI เอานวัตกรรมเข้ามาช่วยเป็นเครื่องมือในการจับกุมพวกนี้และตามให้ทัน นี่เป็นเรื่องหลักที่จะต้องทำ

    “ต่อไปคือเรื่องที่จะต้องคุ้มครองคนไทยต้องทำ ซึ่งเราทำมาแล้วในยุคกระทรวงดีอีครั้งที่แล้วได้ยกเลิกซิมต่างๆไปเกือบ 2 ล้าน 4 ล้านซิม จะต้องเพิ่มเงินกองทุน คนไทยที่โดนหลอกเอาทรัพย์สินไปจะต้องมีกองทุนที่จะต้องทดแทน ตามเอาเงินนั้นมาทดแทนให้ผู้เสียหาย นี่คือ การคุ้มครองคน เพราะฉะนั้นจะต้องทำทั้งมาตรการป้องกันปราบปรามแล้วก็คุ้มครองชดเชยประชาชนของเราด้วย.”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/737340&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IwWG_Y2im1aL3CeZontH2

  • มาเลเซีย-สิงคโปร์มุ่งปั้นเขตศก.พิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ ดึงดูดเงินทุนคนเก่ง : อินโฟเควสท์

    มาเลเซีย-สิงคโปร์มุ่งปั้นเขตศก.พิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ ดึงดูดเงินทุนคนเก่ง : อินโฟเควสท์

    กระทรวงเศรษฐกิจของมาเลเซียรายงานว่า มาเลเซียและสิงคโปร์จะสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ (JS-SEZ) เป็นเสาหลักของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคี โดยปัจจุบันกำลังก้าวหน้าจากการวางแผนสู่การดำเนินงานตามแผนการ

    รายงานระบุว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์จะผสานรวมขนาดของยะโฮร์กับเงินทุน เทคโนโลยี และการเชื่อมต่อระดับโลกของสิงคโปร์ เพื่อดึงดูดการลงทุนมูลค่าสูง เสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน และสร้างงานมีคุณภาพเพื่อชุมชนบนสองฝั่งสะพานคอสเวย์

    มาเลเซียและสิงคโปร์จะมุ่งประสานงานกันอย่างต่อเนื่องในด้านสำคัญต่าง ๆ เช่น การลงทุนที่มีมูลค่าสูง การสร้างความเป็นดิจิทัล การพัฒนาที่ยั่งยืน และการพัฒนาบุคลากรผู้มีความรู้ความสามารถ ซึ่งสนับสนุนการดำเนินงานของเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มาเลเซียกำลังสรุปพิมพ์เขียวและแผนแม่บทของการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ ซึ่งจะกำหนดวิสัยทัศน์ระยะยาว ภาคธุรกิจสำคัญ พื้นที่หลัก และแผนการดำเนินงานที่ครอบคลุมการกำกับดูแล สิ่งจูงใจ โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากร โดยมาเลเซียตั้งเป้าหมายดำเนินงานอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2569

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/565557&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0j8kDv2sy5wy0TvYsoGzYZ

  • ตรวจเข้ม เครื่องชั่งร้านทองทั่วปท. ย้ำ ต้องได้มาตรฐาน-ป้ายราคาต้องชัด

    ตรวจเข้ม เครื่องชั่งร้านทองทั่วปท. ย้ำ ต้องได้มาตรฐาน-ป้ายราคาต้องชัด

    นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกที่มีความผันผวนสูงและปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากหันมาซื้อทองคำเพื่อการเก็บและเก็งกำไร กรมการค้าภายใน ได้ประสานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการร้านจำหน่ายทองคำ ทั้งทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่งดิจิทัล และกำชับการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน เพื่อคุ้มครองความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค

    ผลการตรวจสอบเบื้องต้น จากการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์และสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด 15 แห่ง เข้าตรวจสถานประกอบการรวม 105 แห่ง พบว่า ร้านทองส่วนใหญ่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย มีการแสดงฉลากสินค้าและป้ายราคาชัดเจน 

    อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเครื่องชั่งดิจิทัลรวม 132 เครื่อง พบเครื่องชั่งที่มีค่าความเที่ยงคลาดเคลื่อนเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจำนวน 1 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายโดยผูกบัตรห้ามใช้ทันที

    นางสาวญาณี กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการตรวจสอบเครื่องชั่งให้มีสภาพสมบูรณ์และผ่านการรับรองจากกรมการค้าภายในอยู่เสมอ หากตรวจสอบพบการใช้เครื่องชั่งที่คลาดเคลื่อนหรือมีการดัดแปลง จะมีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 280,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

    ทั้งนี้ กรมการค้าภายในขอแนะนำให้ประชาชนสังเกตเครื่องชั่งทุกครั้งก่อนทำธุรกรรม โดยเครื่องชั่งต้องมีสติกเกอร์เครื่องหมายรับรองจากกรมการค้าภายใน หากผู้บริโภคพบเห็นร้านทองที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือสงสัยว่าเครื่องชั่งน้ำหนักไม่เที่ยงตรง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและรักษาความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนอย่างทันท่วงที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/267381&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38zNHhpB6-oOa1tljqVK6U

  • เศรษฐศาสตร์วันหยุด : เศรษฐกิจไทย โจทย์ยากรัฐบาลใหม่

    เศรษฐศาสตร์วันหยุด : เศรษฐกิจไทย โจทย์ยากรัฐบาลใหม่

    เศรษฐศาสตร์วันหยุด : เศรษฐกิจไทย โจทย์ยากรัฐบาลใหม่

    วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกทรงตัวที่ระดับ 3.3% ในปี 2569 ท่ามกลางแรงหนุนจากการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ โตต่ำ ส่วนยูโรโซน จีน และญี่ปุ่นชะลอตัว และความเสี่ยงยังโน้มไปทางขาลงจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้า ฟองสบู่ในภาค AI รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน การลงทุน และความเชื่อมั่น

    เจาะในแต่ละจุดเศรษฐกิจสำคัญของโลก…สหรัฐฯ-ยุโรป มีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าเพิ่มสูงขึ้น แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการขึ้นภาษีนำเข้ารอบใหม่ต่อสินค้ายุโรปและปฏิเสธการใช้กำลังทหารในกรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม รัฐสภายุโรปมีมติระงับการให้ความเห็นชอบข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ที่ทำไว้ในเดือนกรกฎาคมปี 2568 ประเด็นดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันต่อภาคการส่งออก การผลิต และการบริโภคในสหรัฐฯ และยุโรป ท่ามกลางการแตกแยกทางเศรษฐกิจและการค้าโลกที่รุนแรงขึ้น จีน แม้ว่าเศรษฐกิจปี 2568 โตตามเป้าที่ 5% แต่ปัจจัยขับเคลื่อนในประเทศยังอ่อนแรง โดยการบริโภคชะลอตัว การลงทุนหดตัวต่อเนื่อง ยอดขายบ้านต่ำกว่าก่อนโควิดถึง 50% และผู้พัฒนาอสังหาฯ ยังคงเผชิญปัญหาด้านสภาพคล่อง ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2569 จีนจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากขึ้น และใช้นโยบายแบบเจาะจงเป้าหมาย (targeted policy) เพื่อเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ โดยอาจปรับเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นกรอบที่ 4.5-5.0%

    ส่วนไทย ส่งออกเดือนธันวาคมโตแรง 16.8% หนุนทั้งปี 2568 ขยายตัวเกินคาดที่ 12.9% แต่โมเมนตัมมีแนวโน้มชะลอลงในปี 2569 เนื่องจาก 1. การเติบโตยังกระจุกตัวในบางตลาดและบางกลุ่มสินค้า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ (front-loading) 2. ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมในประเทศ (MPI) ปี 2568 หดตัว 0.9% บ่งชี้ว่าได้อานิสงส์จากการเติบโตของส่งออกที่จำกัด และ 3. แม้การผลิตและการบริโภคในประเทศอ่อนแอ แต่การนำเข้าเร่งตัวขึ้นในปี 2568 โดยเฉพาะสินค้าจากจีนซึ่งขยายตัวกว่า 33.5% สร้างความกังวลประเด็นการสวมสิทธิ์ที่อาจก่อให้เกิดความบิดเบือนต่อตัวเลขการส่งออก

    เหตุที่ทุกส่วนมองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตต่ำเพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาภาคการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก ทั้งส่งออกและท่องเที่ยว…ส่งออกนั้นว่าไปแล้วจะเจออะไร…ส่วนท่องเที่ยวถ้าเขตเศรษฐกิจใหญ่ๆ ของโลกมีปัญหา เศรษฐกิจโลกเจอความเสี่ยง กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติย่อมลดลงไปด้วยแน่นอน นอกจากนั้น ไทยจะเจอความเสี่ยงภายในที่มาจากการเมืองที่ไม่แน่นอน ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินจากเงินงบประมาณแผ่นดินปี 2570 (ตุลาคม 2569-กันยายน 2570) ที่จะเข้าสู่ระบบล่าช้าออกไป ซึ่งดูเหมือนความหวังเดียวที่จะพอประคองเศรษฐกิจไทยในตอนนี้การเอาภาษีมาไล่แจกปิดปากเสียงบ่นของประชาชนก็มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ

    เลือกตั้งปี 2569 นี้หากรัฐบาลใหม่สามารถทำเรื่องเศรษฐกิจได้ดีรับรองได้ 2-3 สมัยติด

    พงษ์พันธุ์

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/944327&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CzznjzppZw7n9T9ADltL0

  • “โรม” ลั่น 4 ปี “พรรคประชาชน” แก้ปัญหา “ทุจริตกัดกินเศรษฐกิจไทย” หนุน “กิโยตินกฎหมาย”

    “โรม” ลั่น 4 ปี “พรรคประชาชน” แก้ปัญหา “ทุจริตกัดกินเศรษฐกิจไทย” หนุน “กิโยตินกฎหมาย”

    คำถามนโยบายในการพัฒนาพื้นที่ภาคอีสานประเทศไทย จากปัญหาชายแดน ปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ ฯลฯ

    นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตอบว่า ปัญหาในภาคอีสาน ไม่ได้มีมิติเฉพาะรายได้ แต่ยังมีหลายปัญหา หลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจปากท้อง อาชญากรรม และปัญหาสังคม ซึ่งในการทำให้อีสานได้รับการพัฒนา จะต้องสร้างงานในพื้นที่ภาคอีสานให้ได้ เพราะชาวอีสานต้องไปทำงานในกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองใหญ่ ดังนั้น พรรคประชาชน จึงมีนโยบายทำให้งานกลับมาสู่ภาคอีสาน โดยเห็นโอกาสการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ทั้ง สปป.ลาว, เวียดนาม และจีน ดังนั้น อีสานจะต้องไม่ใช่แค่การส่งออกวัตถุดิบ หรือแรงงาน แต่จะต้องมีงาน โดยเฉพาะการสร้างอุตสาหกรรม

    นายรังสิมันต์ ยังเปิดเผยว่า พรรคประชาชน ต้องการทำนาโนบัส ซึ่งอุดรธานี เป็นหนึ่งใน 15 หัวเมือง ที่พรรคฯ ให้ความสำคัญ และนาโนบัส จะเสริมสร้างความเจริญให้กับเมืองต่าง ๆ 

    นอกจากการสร้างงานแล้ว จะต้องแก้ปัญหาเรื่องเงิน ที่ออกจากกระเป๋าของคนอีสานด้วย รวมถึงยังมีปัญหายาเสพติด และปัญหาสแกมเมอร์ ซึ่งทุกพรรคฯ มีนโยบายแก้ปัญหายาเสพติด แต่ไม่เคยมีพรรคใดทำได้มาก่อน ดังนั้น พรรคประชาชน จึงขอยืนยันว่า จะทลายแหล่งผลิต และแก้ปัญหาเส้นทางการเงิน ใช้กลไกฟอกเงินในการยึดอายัดทรัพย์ นำเงินคืนแก่ประชาชนผู้สูญเสีย พร้อมยืนยันว่า อุดรธานีและพื้นที่ภาคอีสาน จะไม่เหมือนอีกต่อไป

    คำถามจากนายอนุพงค์ มกรานุรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี ถึงการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม ที่เป็นต้นทุนแฝงของประเทศ ทั้งการกิโยตินกฎหมาย, การเปิดเผยข้อมูลโดยประชาชน, กลไกและระบบราชการ และปัญหาการขอใบอนุญาตต่างๆ

    นายรังสิมันต์ เผยว่า การคอร์รัปชัน ไม่ได้เลือกเรื่องและมีอยู่ทุกแห่ง และจะต้องยอมรับว่า มีทุกปัญหา ซึ่งงบประมาณแผ่นดินเกือบ 4,000,000 ล้านบาท การคอร์รัปชันแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินหายไปจากระบบสูงมาก ดังนั้น การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน จะต้องเริ่มต้นจากการให้ประชาชนสามารถเข้าข้อมูลได้ ซึ่งพรรคประชาชน มีนโยบายการเปิดเผยข้อมูลเป็นหลัก และปิดเป็นข้อยกเว้น กลับกันในปัจจุบัน ที่ปิดเป็นหลักเปิดเป็นข้อยกเว้น หากประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ก็สามารถตรวจสอบการทำหน้าที่ของหน่วยงานได้ 

    ส่วนการกิโยตินกฎหมายนั้น 

    นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า พรรคประชาชนให้การสนับสนุน และในการออกมาตรการ ควรจะต้องเห็นภาพใหญ่ร่วมกันว่า สามารถดำเนินการ และมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งสามารถบูรณาการร่วมกันได้ พร้อมยังกล่าวถึงปัญหาการขอใบอนุญาตว่า คล้ายกับการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งจะช่วยให้การใช้ดุลยพินิจน้อยลง

    นายรังสิมันต์ ยังเชื่อว่า หากทำให้ข้อมูลนิ่ง ใช้ดุลยพินิจให้น้อยที่สุด ก็จะสามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ แต่การปราบคอร์รัปชัน ก็จะต้องมีการใช้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพราะปัจจุบัน ผู้คอร์รัปชันคือคนกลุ่มเดิม ๆ และทำอย่างเป็นระบบ หากไม่มีการปราบปรามอย่างจริงจัง ก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ รวมถึงจะต้องมีการยึดอายัดทรัพย์ และขยายผล รวมถึงการทำให้ผู้คอร์รัปชันหมดตัว ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้อย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่า 4 ปี สามารถทำได้แน่นอน 

    เป้าหมายของไทยในการปราบปรามทุจริต ปัจจุบันประเทศไทยแพ้เวียดนาม ซึ่งอันดับคอร์รัปชัน อันดับ 88 ประเทศไทยอยู่อันดับ 107 ดังนั้น จึงวางเป้า ภายใน 4 ปีอย่างน้อย จะต้องสามารถแข่งกับเวียดนาม หรือสู้กับเวียดนามได้ 

    การเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา

    นายรังสิมันต์ ตอบว่า จะต้องขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากความสัมพันธ์ดี การเปิดด่านก็สามารถพูดคุยกันได้ แต่ตนเชื่อว่า กรณีไทย-กัมพูชานั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปิดด่าน แต่การตีโจทย์ให้แตกนั้น จะต้องให้ความสำคัญกับปัญหาสแกมเมอร์ ที่ทำลายเศรษฐกิจไทย และคนอีสาน รวมถึงคนไทยทุกคน ที่สูญเงินกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี หากไม่แก้ปัญหานี้ไม่เฉพาะ SMEs เท่านั้น ที่จะจนลง ยังรวมถึงประชาชนทั่วไปด้วย

    ดังนั้น พรรคประชาชน จึงให้ความสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมาแม้พรรคประชาชน จะไม่ใช่รัฐบาล แต่ดำเนินการเรื่องดังกล่าวนี้มานานแล้ว ซึ่งหากแก้ปัญหาไม่ดี สุดท้าย ปัญหาสแกมเมอร์ ก็จะย้ายฐานจากกัมพูชา มายัง สปป.ลาว และจะกลายเป็นปัญหาใหม่ ทำให้ประชาชนตัวเล็ก ๆ ถูกทำร้าย ดังนั้น การแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ จะต้องทำให้ได้ 

    ส่วนกรยึดอายัดทรัพย์นั้น

    นายรังสิมันต์ ระบุว่า ไม่ได้มีการยึดจริงจัง อย่างปัญหา ”เบน สมิธ” ก็ไม่ได้มีการออกหมายจับ ซึ่งจะต้องยอมรับว่า พรรคการเมืองที่มีอำนาจในรัฐบาล ไม่ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวจริงจัง ปล่อยให้อาชญากรรมจริงจัง ปล่อยให้อาชญากรลอยนวล 

    ส่วนกรณีที่ขณะนี้ มีบางพรรคการเมืองนำกระแสชาตินิยมการรักชาตินั้น

    นายรังสิมันต์ เห็นว่า การใช้คำพูดรักชาติ เพื่อแบ่งแยกคนนั้น ตนเองมองว่า ไม่ใช่พฤติกรรมของคนที่รักชาติ เพราะการพูดว่ารักชาติ จะต้องไม่เป็นการพูดเพื่อแบ่งแยกคนในสังคม เพราะต้องเชื่อว่า คนไทยทุกคนล้วนรักชาติ

    คำถามของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคโอกาสใหม่ ถึงการมองทหารในสายตาอย่างไร และจะสามารถช่วยให้ทหารเป็นปูชนียบุคคลของประเทศได้อย่างไร

    นายรังสิมันต์ ยืนยันถึงวาทกรรม ”มีทหารไว้ทำไม” ว่า ทหารมีไว้ป้องกันประเทศ และพรรคประชาชน สนับสนุนจุดยืนให้ทหารมีไว้ป้องกันประเทศ แต่ต้องยอมรับว่า มีทหารบางคน ใช้ทหารมายุ่งการเมือง หรือรัฐประหาร ดังนั้น คำพูดที่ถามว่า ”ทหารมีไว้ทำไม” ถามขึ้นเมื่อปี 2566 ซึ่งค่ายทหารต่าง ๆ ในวันนั้น ได้เลือกพรรคก้าวไกลแทบทั้งหมด

    ดังนั้น เวลาการบอกว่า ทหารมีไว้ทำไม จึงถือว่าเป็นการนำมาโจมตีพรรคประชาชนในวันนี้ และทหารส่วนใหญ่รับทราบว่า ต้องมีวินัย ต้องป้องกันประเทศ ดังนั้น คำถามดังกล่าวจึงเป็นคำที่ต้องการดิสเครดิตทางการเมืองต่อพรรคประชาชนเท่านั้น

    นายรังสิมันต์ ยังยืนยันว่า นโยบายของพรรคประชาชน ต้องการสนับสนุนนายทหารชั้นผู้น้อย ที่มีความเป็นอยู่ยากลำบาก ดังนั้น จึงจะต้องส่งเสริมสวัสดิการ และทหารในยุคที่พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล ผู้ที่อยู่ล่างสุด จะต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เป็นทหารมืออาชีพ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง การปฏิวัติรัฐประหารอีกต่อไป มีโอกาสเติบโต มีสิทธิ์สวัสดิการ และเมื่อพ้นจากการเป็นทหารไปแล้ว จะต้องมีเงินในการประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นจุดยืนของพรรคประชาชน  

    ส่วนการมองทหารเป็นปูชนียบุคคลนั้น

    นายรังสิมันต์ ระบุว่า ที่ผ่านมาการทำงานร่วมกับกองทัพของพรรคประชาชน เป็นไปด้วยดี ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ มีผู้พยายามทำให้พรรคประชาชน อยู่ตรงข้ามทหาร ทั้งที่พรรคประชาชน เป็นผู้สนับสนุนให้มีการจัดซื้อกริพเพ่นเพิ่มเติม ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่า ใครเป็นคนเซ็น แต่ปัญหาเรือดำน้ำไม่มีเครื่องยนต์ ก็จะต้องติดตามตรวจสอบ พร้อมย้ำว่า การส่งเสริมทหาร จะต้องส่งเสริมในทางที่ดี ใครที่ได้ประโยชน์เพราะคอร์รับชัน ก็จะต้องจัดการ

    นายรังสิมันต์ ยังมั่นใจว่า จากวาทกรรม ”ทหารมีไว้ทำไม” ทหารส่วนใหญ่มีความเข้าใจ ซึ่งดูจากผลการเลือกตั้ง ที่ระบุชัดเจนว่า ค่ายทหารแทบทุกค่ายในประเทศ เลือกพรรคสีส้ม และต้องการให้สีส้มเป็นรัฐบาล ไม่มีใครมีปัญหาเรื่องคำ แต่ปัญหาเรื่องคำ คือ นักการเมือง ที่ใช้ทหารเป็นเครื่องมือ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378972922&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2K_I0TFDx8uEJJn73Nwq0T