Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ทีม Content ป.ตรี ลงสนามจริง – คณะนิติศาสตร์

    ทีม Content ป.ตรี ลงสนามจริง – คณะนิติศาสตร์

    🎥📸 ทีม Content ป.ตรี ลงสนามจริง

    วันนี้ ทีม Content เข้าไปช่วยงานรุ่นพี่ระดับบัณฑิตศึกษา 🤝

    ช่วยถ่ายภาพ 📷 ทำคลิป 🎬 เก็บบรรยากาศ

    เรียนรู้การทำงานจริง การประสานงาน และการทำงานเป็นทีม

    จากรุ่นพี่…สู่รุ่นน้อง🌱

    🏆 “กีฬาสานสัมพันธ์ระดับบัณฑิตศึกษา” 🏆

    📅 วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569

    ⏰ เวลา 09.00 – 17.00 น.

    📍 ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

    #ฝ่ายกิจการนักศึกษาคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม

    #spuAIเพื่อนซี้24ชม. #SPULAW#นิติศรีปทุม#คณะนิติศาสตร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/law/archives/23374&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1uJ101u8bsZHw_n2sTLhja

  • “ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” วช.นำนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ส่งมอบกลุ่มชุมชนบ้านหล่ายทุ่ง จ.พะเยา

    “ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” วช.นำนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ส่งมอบกลุ่มชุมชนบ้านหล่ายทุ่ง จ.พะเยา

    วันที่ 30 มกราคม 2569 “โครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569” สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัด “พิธีส่งมอบนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln” ให้แก่ กลุ่มชุมชนบ้านหล่ายทุ่ง ตำบลเชียงม่วน อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการส่งมอบนวัตกรรม พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวรายงาน, นายสมเกียรติ เมืองก้อน ผู้ใหญ่บ้านหล่ายทุ่ง กล่าวต้อนรับ, พร้อมนี้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. หน่วยงานภาครัฐในอำเภอเชียงม่วน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธี ณ กลุ่มชุมชนบ้านหล่ายทุ่ง ตำบลเชียงม่วน อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า อว.ได้จัดทำโครงการของขวัญปีใหม่ 2569 ซึ่ง วช.ได้ร่วมมอบนวัตกรรมเพื่อการใช้ประโยชน์ให้กับพื้นที่ ผ่านนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln โดยสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมพัฒนานวัตกรรมดังกล่าว ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้งานสู่ชุมชน เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้ง ทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหามลพิษ PM2.5 พร้อมส่งเสริมให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี ต่อยอดการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและความเข้มแข็งของชุมชน

    รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า นวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ลดฝุ่น PM2.5 เป็นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อาทิ ฟางข้าวและชีวมวลชนิดต่าง ๆ ด้วยกระบวนการผลิตไบโอชาร์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการฟื้นฟูและปรับปรุงคุณภาพดิน ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ลดการเผาเศษวัสดุในที่โล่ง ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดจุดความร้อน ช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศลดลง ตลอดจนช่วยบรรเทาผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน

    นายสมเกียรติ เมืองก้อน ผู้ใหญ่บ้านหล่ายทุ่ง กล่าวถึงนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชนเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชนมีความมุ่งมั่นในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปใช้เพื่อส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน และขอขอบคุณ วช. และภาคีเครือข่ายที่สนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ การส่งมอบนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ในครั้งนี้ วช. มุ่งการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569 โดยมุ่งเสริมศักยภาพชุมชนในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/993724&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aa2ag4RCAJwMWMq4S3u7m

  • เลือกตั้ง 2569 : อภิสิทธิ์ขนทัพลุยทุ่งสง ย้ำคนใต้กา ปชป. ทั้งสองใบ ชี้​แบงก์เทารับได้แต่อย่าเลือก​

    เลือกตั้ง 2569 : อภิสิทธิ์ขนทัพลุยทุ่งสง ย้ำคนใต้กา ปชป. ทั้งสองใบ ชี้​แบงก์เทารับได้แต่อย่าเลือก​

    วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค ลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลทุ่งสง​ อำเภอทุ่งสง​ จังหวัดนครศรีธรรมราช​ เพื่อช่วยหาเสียงให้ ชนภัทร​ รัตนพันธ์​ ผู้สมัคร สส. นครศรีธรรมราช เขต​ 5 หมายเลข 4

    ทันทีที่ อภิสิทธิ์​ และคณะเดินทางมาถึง​มีชาวบ้านมาขอถ่ายรูป มอบดอกกุหลาบและพวงมาลัยให้​ พร้อมกับสวมกอด​ ขอจับมือ​ และตะโกนร้อง​ “ปักษ์ใต้บ้านเรา” และยังมีการนำหมวกและเสื้อมาให้อภิสิทธิ์​เซ็น​ โดยอภิสิทธิ์ได้สวมเสื้อที่สกรีนว่า ‘คนใต้ใจเดียว ไม่เท่แล้วแหลงไหรแล้ว’

    จากนั้น อภิสิทธิ์​ขึ้นกล่าวปราศรัยบนรถแห่​ทักทายประชาชน​ว่า วันนี้มาย้ำเตือนชาวทุ่งสงที่ผูกพันมานานกับพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่นี้ มีอดีต สส. ประกอบ รัตนพันธ์ ที่ทำงานด้านการศึกษาร่วมกันมาอย่างยาวนาน และวันนี้มาย้ำเตือนว่าสมัยประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เราดูแลเกษตรกรอย่างดีราคายางเคยพุ่งไปถึง 100 กว่าบาท มั่นใจว่ารอบนี้จะทำราคาให้เกิน 80 บาทได้แน่นอน

    นอกจากเรื่องปากท้องเกษตรกร ยังมีนโยบายใหม่ๆ มาดูแลพี่น้อง ทั้ง ‘หวยจังหวัด’ ที่ให้ลุ้นเงินล้านและมีเงินออมไปพร้อมกัน การดูแลผู้สูงอายุถ้วนหน้าเดือนละ 1,000 บาทพร้อมบริการทำฟัน รวมถึงการแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อยด้วยการมอบเงินก้อนแรก 5,000 บาททันทีที่คลอด และช่วยรายเดือนในปีแรกรวมแล้วกว่า 65,000 บาท เพื่อให้มั่นใจว่าลูกหลานเราจะเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ

    อภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า เขาพูดกันว่าคนใต้รักประชาธิปัตย์ แต่มีพรรคอื่นหาเสียงมาบอกให้แบ่งคะแนน เลือกบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ แต่ สส. เขตขอแบ่งไป ขอย้ำว่าคนใต้ใจเดียว ขอให้เลือกประชาธิปัตย์ทั้ง 2 ใบ สัปดาห์หน้าทุนเทาจะกลายเป็นแบงก์เทา และเริ่มมีการจดชื่อ เอาได้แต่อย่าไปเลือกเขา

    เพราะหากเลือกเราจะกลับไปอยู่ที่เดิม เงินเขาให้มา 4 ปีเท่ากับวันละบาท แต่เป็นเงินโกงกัน หมื่นล้าน แสนล้าน ของประชาชนทั้งนั้น เสียโอกาส เศรษฐกิจไม่โต สังคมเสื่อม ความยุติธรรมไม่มี นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ขอยืนยัน และขอสัญญาใจว่า ว่า 8 กุมภาพันธ์จะกาประชาธิปัตย์กันทั้ง 2 ใบ เพื่อให้ตนและผู้แทนฯ ได้กลับมาเยี่ยมเยียนดูแลพี่น้อง ทำให้บ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจดีขึ้น และไทยหายจน


    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/abhisit-democrat-thung-song-vote/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23WE4RntpsksFFtMdAYrzz

  • ‘มาดามหยก’ กางแผนสยบ PM2.5 เชียงใหม่! ชูเทคโนโลยี ‘ไบโอชาร์’ ปลุกท่องเที่ยว-เศรษฐกิจคืนถิ่น | TOPNEWS

    ‘มาดามหยก’ กางแผนสยบ PM2.5 เชียงใหม่! ชูเทคโนโลยี ‘ไบโอชาร์’ ปลุกท่องเที่ยว-เศรษฐกิจคืนถิ่น | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ที่มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังจบเวที “เจียงใหม่ดีเบต เลือกตั้ง 69” มาดามหยก” น.ส.กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ และสส.บัญชีรายชื่อ เบอร์ 22 หนึ่งในผู้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ทางการเมือง เปิดเผยว่า บรรยากาศการดีเบตเป็นไปอย่างอบอุ่น ได้รับกำลังใจจากประชาชนจำนวนมาก พร้อมขอบคุณผู้จัดงานและสื่อมวลชนทุกแขนงที่ร่วมกันสร้างพื้นที่สาธารณะให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

    มาดามหยก กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่หยิบยกขึ้นมาในเวทีคือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ผ่านมาส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยระบุว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยตัดสินใจยกเลิกการจองที่พักและการเดินทาง เนื่องจากกังวลเรื่องคุณภาพอากาศ ส่งผลให้รายได้ของผู้ประกอบการท่องเที่ยวการหดหาย

    นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงปัญหา PM2.5 กับ ภาคการเกษตร โดยเสนอแนวทางลดการเผาในที่โล่ง ผ่านการส่งเสริมการไถกลบ การจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร และการใช้เทคโนโลยีอย่าง ไบโอชาร์ ซึ่งจะช่วยลดมลพิษและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรในระยะยาว

    มาดามหยก ยังกล่าวถึงประเด็น การเร่งรัดเงินเยียวยา ที่ยังคงค้างอยู่ โดยเฉพาะกรณีประกันโควิด “เจอจ่ายจบ” ซึ่งแม้จะผ่านมากว่า 5 ปีแล้ว แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับเงินตามสิทธิ พร้อมย้ำว่าเงินเหล่านี้ไม่ใช่เงินแจก แต่เป็นเงินที่ต้องจ่ายตามสัญญาประกัน เพื่อคืนความเป็นธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบประกันภัยของประเทศ

    ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้รัฐบาลใช้งบกลางเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัย แผ่นดินไหว และสถานการณ์ชายแดน รวมถึงดูแลทหารและเจ้าหน้าที่แนวหน้าให้ได้รับเงินเยียวยาอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม

    มาดามหยกทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่ยังเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจทั้งระบบ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณามาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยประคองประชาชนและผู้ประกอบการในช่วงวิกฤต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1474518&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EebI_yZ6d5M7CNuFQ9_Sl

  • “ประพันธ์” ชี้ตลาดทุนไทย ยังไม่หมดเสน่ห์ IPO จ่อเข้าเพียบ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    “ประพันธ์” ชี้ตลาดทุนไทย ยังไม่หมดเสน่ห์ IPO จ่อเข้าเพียบ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ mai มองตลาดทุนไทยยังไม่หมดเสน่ห์ บริษัทจดทะเบียนสนใจเข้าจดทะเบียนต่อเนื่อง ชี้ราคาหุ้นขาลงยังน่าลงทุน

    นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยกับ “มิติหุ้น” ว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว แต่มี วงจรวัฏจักรที่ปรับขึ้นลง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ไม่ใช่เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ถือเป็นกระจกสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจไทย

    IPO จ่อเข้าเทรด

    ทั้งนี้ในปีนี้ยังคงมีบริษัทจดทะเบียนที่เตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai ต่อเนื่อง โดยล่าสุดมี 2 บริษัทที่ผ่านไฟลิ่ง (Filing) แล้วและรอจังหวะเข้าซื้อขายในตลาด mai ขณะที่บริษัทใน LiveX มีถึง 9 บริษัทที่มีการเตรียมความพร้อมทำบัญชีให้ครบ 3 ปี เพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai หรือ SET ต่อไป โดยในปีหน้าคาดว่าอาจมี 2-3 บริษัทขยับขึ้นสู่ตลาด mai

    เน้นลงทุนหุ้นปันผล

    อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังคงมีจุดแข็ง ทั้งการเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก และมีจุดเด่นด้านธุรกิจบริการ ซึ่งในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลง และมีราคาไม่สูงมากก็ถือเป็นโอกาสในการลงทุน แต่จะต้องปรับเลือกการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีเงินปันผล (Dividend) ดี และมีโอกาสเติบโตเป็นหลัก

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/01/613488/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Pp5pPySs087eCd-ke6TAw

  • “สุดารัตน์” ปล่อยคาราวานชูนโยบายบำนาญ 3,000 บาท ฟันเฟืองสำคัญพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

    “สุดารัตน์” ปล่อยคาราวานชูนโยบายบำนาญ 3,000 บาท ฟันเฟืองสำคัญพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

    “สุดารัตน์” ปล่อยคาราวานพรรคไทยสร้างไทย ชูนโยบาย “บำนาญ 3,000 บาท” ประกาศคืนศักดิ์ศรีให้ผู้สูงวัย คืนลมหายใจพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วไทย ลั่น เป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจของจริง

    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปล่อยคาราวานบำนาญ 3,000 บาท เดินหน้าลุยขอคะแนนที่ตลาดบางกะปิ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับทีมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กทม. เพื่อตอกย้ำนโยบายหลักและเบอร์ 48 ของพรรคไทยสร้างไทย ในช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง มีประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุเข้าร่วมและสนับสนุนนโยบายนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าจะเป็นทางออกที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยให้มีความมั่นคงและมีเกียรติมากขึ้น โดยขบวนรถคาราวานจะกระจายตัวออกไปตามแหล่งชุมชน

    คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวย้ำถึงหลักการสำคัญว่า สำหรับนโยบายบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาทนี้ โดยผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะได้รับสิทธิเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพพื้นฐาน ลดภาระพึ่งพิงลูกหลานและแก้ไขปัญหาความยากจนในวัยเกษียณ นโยบายนี้ไม่ได้เพียงแค่การแจกเงินแต่มีเงื่อนไขให้ผู้รับการสนับสนุนต้องเข้าโปรแกรมดูแลสุขภาพเพื่อลดอัตราการเจ็บป่วย และลดงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศในระยะยาว ช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่แข็งแรงและสามารถกลับมาช่วยขับเคลื่อนสังคมได้อีกครั้ง ถือเป็นกลไกการสร้างความมั่นคงทางรายได้ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมืองมาอย่างยาวนาน

    “พรรคไทยสร้างไทยเชื่อมั่นว่านโยบายบำนาญ 3,000 บาท จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งจากระดับฐานราก เนื่องจากการเติมเม็ดเงินเข้าสู่มือผู้สูงอายุทั่วประเทศจะก่อให้เกิดกำลังซื้อทันทีในทุกชุมชนและทุกพื้นที่ เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องมากกว่าการแจกเงินที่หวังเพียงคะแนนนิยมระยะสั้น เงินทุกบาทจะถูกนำไปใช้จ่ายในร้านค้าและตลาดใกล้บ้าน สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและกระตุ้นการผลิตในภาคส่วนต่างๆ ส่งผลให้เศรษฐกิจที่เคยซบเซากลับมาคึกคักและฟื้นตัวได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2911453&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1F-99LVyFM0Oanz717_5M4

  • สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    นายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ อาคาร150 ปี กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/993769&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LzmcBWcaojzbh0AVLA5ew

  • กุมภาพันธ์ 1, 2026

    กุมภาพันธ์ 1, 2026

    © 2017-2026 Online Newstime. All Rights Reserved

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/2026/02/01/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bwANPi1T_1CQ5mSG6jHUZ

  • เจาะผลงานคนละครึ่งพลัส ก่อนสานต่อเฟส 2 หากกลับมาเป็นรัฐบาล

    เจาะผลงานคนละครึ่งพลัส ก่อนสานต่อเฟส 2 หากกลับมาเป็นรัฐบาล

    หากเดินหน้า “เฟส 2” เศรษฐกิจไทยจะได้อะไร ? 

    หากรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะเกิดมาหลัง 8 กุมภาพันธ์ เลือกตั้ง 2569 ตัดสินใจกดปุ่มคิกออฟ เดินหน้าโครงการต่อเนื่องในเฟส 2 การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจสามารถมองได้ 2 มิติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

    มิติจุลภาค (Micro Impact): “ชีพจรลงเท้า เศรษฐกิจฐานรากคึกคัก” 

    ในระยะสั้น เฟส 2 จะทำหน้าที่เป็น “เครื่องปั๊มหัวใจ” ให้กับร้านค้ารายย่อยและหาบเร่แผงลอยได้อีกครั้ง 

    สภาพคล่องทันที : เม็ดเงินจะหมุนเวียนในตลาดสดและร้านโชห่วยอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผู้ประกอบการตัวเล็กๆ ลืมตาอ้าปากได้

    ลดภาระครัวเรือน: สำหรับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และวัยทำงาน การลดค่าใช้จ่ายรายวันลงครึ่งหนึ่งคือความช่วยเหลือที่ “จับต้องได้” ที่สุดในยามนี้ และนี่อาจจะเป็นเรื่องที่ใครหลายคนรอคอยอยู่ 

    มิติมหภาค (Macro Impact):  พยุงสถานการณ์ไว้ ไม่ให้ดิ่งเหว 

    ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์และข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เฟส 2 อาจจะไม่ใช่ยาวิเศษที่จะเสกให้ GDP โตแบบก้าวกระโดด แต่ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆอยู่แล้ว 

    ขณะที่ ในมุมของ GDP อาจจะมีขยับ: โดยคาดการณ์ว่าจะกระตุ้น GDP ได้ไม่  0.4% เนื่องจากปัญหากับดัก “Substitution Effect” หรือการที่ประชาชนนำเงินรัฐมาซื้อของจำเป็นที่ต้องซื้ออยู่แล้ว  ไม่ได้ก่อให้เกิดการลงทุนใหม่ หรือการผลิตสินค้ามูลค่าสูง

    วินัยการคลัง: การใช้งบประมาณระดับ 6 หมื่นล้านบาท แลกกับการเติบโตเพียงเล็กน้อย อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่า และภาระหนี้สาธารณะในระยะยาว

    “คนละครึ่ง พลัส”  คือนโยบายที่ออกแบบมาเพื่อ “ประคองสถานการณ์”  ให้เศรษฐกิจฐานรากไม่ทรุดตัวลงไปมากกว่านี้ เป็นมาตรการบรรเทาปวดที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว และถูกใจมหาชน แต่หากหวังผลในการรักษาโรคเรื้อรังทางเศรษฐกิจไทย รัฐบาลจำเป็นต้องมีนโยบายปรับโครงสร้างระยะยาวควบคู่ไปด้วย ไม่เช่นนั้น เมื่อเงินหมดกระเป๋า “เป๋าตัง” เศรษฐกิจไทยอาจกลับมาซึมเซาดังเดิม

    เจาะผลงานคนละครึ่งพลัส ก่อนสานต่อเฟส 2 หากกลับมาเป็นรัฐบาล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/infographic/861801&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JABhu7CGPz1NC9e3rB_rG

  • “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดวิสัยทัศน์ใหญ่ พลิกชายแดนใต้สู่เมืองเศรษฐกิจโลก | TOPNEWS

    “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดวิสัยทัศน์ใหญ่ พลิกชายแดนใต้สู่เมืองเศรษฐกิจโลก | TOPNEWS

    “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดวิสัยทัศน์ใหญ่ พลิกชายแดนใต้สู่เมืองเศรษฐกิจโลก

    • เผยแพร่ : 01/02/2026 17:05

    วันที่ 1 ก.พ. 2569 “คนไทยต้องคิดใหญ่ กล้าคิด กล้าทำ” นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่หาเสียง อ.เมือง จ.นราธิวาส ท่ามกลางการต้อนรับอย่างคึกคักจากประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ภคอร จันทรคณา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ หมายเลข 6 นายสรกฤช จันทรคณา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ หมายเลข 9 และทีมผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เพื่อแนะนำนโยบายพรรค โดยชูนโยบายพลิกสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่ “ดูไบสอง” ของอาเซียน ผลักดันเศรษฐกิจ ความมั่นคง และกองทัพอวกาศ สร้างอนาคตใหม่ให้ประเทศ พร้อมสร้างเสียงฮือฮาด้วยนโยบาย “นักรบอวกาศ” การส่งพี่น้องมุสลิมขึ้นสู่อวกาศ และแนวคิดด้านสิทธิเสรีภาพทางครอบครัวแบบสมัครใจและเท่าเทียม


    นายมงคลกิตติ์ หรือ “พี่เต้” กล่าวท่ามกลางประชาชนว่า จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา สามารถพัฒนาให้ทัดเทียมสิงคโปร์หรือดูไบได้ หากมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง ทั้งสนามบิน แนวชายฝั่ง อาคารสูงกว่า 100 ชั้น เพื่อรองรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมผลักดันให้เป็นศูนย์กลางอารยธรรมอิสลาม ด้านวัฒนธรรม การแต่งกาย และวิถีชีวิต โดยหัวใจของนโยบายคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ แจกเงิน 36,000 บาทต่อครัวเรือน ครอบคลุมกว่า 25 ล้านครัวเรือน ใช้งบประมาณราว 900,000 ล้านบาท เพิ่มกำลังซื้อในระบบ สนับสนุนผู้จบการศึกษาให้รวมกลุ่มทำธุรกิจ SME ด้วยสินเชื่อ 500,000 – 3,000,000 บาท รวมถึงนโยบายประกันรายได้ผู้ว่างงาน 5,000 บาทต่อเดือน ควบคู่การสร้างงานใหม่อย่างยั่งยืน

    S__124387348_0

    11SOCAIL 16-9 copy

    ‘มาดามหยก’ กางแผนสยบ PM2.5 เชียงใหม่! ชูเทคโนโลยี ‘ไบโอชาร์’ ปลุกท่องเที่ยว-เศรษฐกิจคืนถิ่น

    “อนุทิน” ฟังแล้วคลิปเสียงคล้าย “ศักดิ์ดา” คุยตั้งรัฐบาล ชี้เนื้อหาย้อนแย้งไม่รู้จริงหรือปลอม เจ้าตัวลุยฟ้องผิด ” ทนายอั๋น” หมิ่นใส่ร้ายยันไม่ใช่เสียงตน

    ลาดยาวคึกคัก! ประชาชนแห่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า สส.นครสวรรค์ เขต 6 ไร้ปัญหา ระบบจัดการราบรื่น

    คนแพร่แห่ใช้สิทธิ์! เลือกตั้งล่วงหน้าทั้ง 3 เขตคึกคัก รองผู้ว่าฯ ลุยตรวจหน่วยสนามกีฬา อบจ. ราบรื่นไร้ปัญหา

    เพชรบูรณ์ตื่นตัว! เลือกตั้งล่วงหน้าเขต 1 คนใช้สิทธิ์นับพัน ไร้ปัญหา ระบบบริหารจัดการดีเยี่ยม

    สลดเช้ามืด! ไฟไหม้ตึกผู้ป่วยพิเศษ รพ.แม่สะเรียง คลอกคนไข้ดับ 1 ราย คาเตียงชั้น 5

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1474146&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39p5q04E9rDs_AKh9u8tDk