ยิ่งโลกจริงน่ากลัว ทำไมช่วงสังคมวิกฤต ‘เรื่องผี’ ยิ่งขายดี

ยิ่งโลกจริงน่ากลัว-ทำไมช่วงสังคมวิกฤต-‘เรื่องผี’-ยิ่งขายดี
ยิ่งโลกจริงน่ากลัว ทำไมช่วงสังคมวิกฤต ‘เรื่องผี’ ยิ่งขายดี

ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนตกงาน หนี้สินเพิ่มขึ้น สงครามเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ หรืออนาคตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สิ่งหนึ่งที่มักปรากฏขึ้นควบคู่กันอย่างน่าสนใจ คือความนิยมของเรื่องสยองขวัญ เรื่องผี และสิ่งเหนือธรรมชาติ

ปรากฏการณ์นี้ฟังดูขัดแย้งอยู่ไม่น้อย เพราะหากชีวิตจริงเต็มไปด้วยเรื่องน่ากังวลอยู่แล้ว เหตุใดเราจึงยังยอมจ่ายเงินเพื่อเข้าโรงหนังไปดูเรื่องที่ทำให้ตัวเองกลัว เปิดพอดแคสต์เรื่องผีก่อนนอน หรือเลือกอ่านนิยายที่เต็มไปด้วยความตาย ปีศาจ และสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้

เรื่องนี้นักวิชาการที่ศึกษาเรื่อง Horror จำนวนหนึ่งมองว่า ความสยองขวัญสามารถทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับสะท้อนความวิตกกังวลของสังคม เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ผี ปีศาจ ซอมบี้ ฆาตกร หรือสัตว์ประหลาดในแต่ละยุค เป็นตัวแทนของความกลัวบางอย่างที่ผู้คนในช่วงเวลานั้นกำลังเผชิญอยู่

บางยุคอาจเป็นความกลัวสงคราม บางยุคเป็นโรคระบาด บางยุคเป็นความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ การตกงาน หนี้สิน หรือความรู้สึกว่าระบบที่เคยสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตกำลังไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้อีกต่อไป

เมื่อมองเช่นนี้ ความนิยมของ Horror ในช่วงเวลาวิกฤต จึงทำให้ความกลัวที่ไม่มีรูปร่าง กลายเป็นสิ่งที่เรามองเห็นได้

ยิ่งโลกจริงน่ากลัว ทำไมช่วงสังคมวิกฤต 'เรื่องผี' ยิ่งขายดี

เมื่อความกลัวในชีวิตจริงไม่มีหน้าตา Horror จึงสร้างหน้าตาให้มัน

หนึ่งในสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจ คือเราแทบไม่สามารถมองเห็นศัตรูได้เลย

คนที่กำลังผ่อนบ้านอาจไม่รู้ว่าดอกเบี้ยจะสูงขึ้นอีกเท่าไร พนักงานบริษัทไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกเลิกจ้างเมื่อใด คนทำธุรกิจไม่รู้ว่าลูกค้าจะหายไปอีกมากแค่ไหน ขณะที่คนรุ่นใหม่อาจไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าอนาคตที่เคยถูกสอนให้เชื่อว่า เรียนหนังสือ ทำงาน และเก็บเงิน แล้วชีวิตจะมั่นคงนั้น ยังเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่

ทั้งหมดเป็นความกลัวที่เกิดขึ้นจริง แต่ความกลัวนั้นกลับไม่มีรูปร่างชัดเจน 

มาเธียส คลาเซน (Mathias Clasen) นักวิชาการชาวเดนมาร์ก ผู้ศึกษาเรื่องสยองขวัญ เชื่อว่าความสยองขวัญสามารถนำความวิตกกังวลที่ซับซ้อนและจับต้องยากมาเปลี่ยนเป็นภัยคุกคามที่มีรูปร่าง สิ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นหรือควบคุมในชีวิตจริงจึงสามารถปรากฏขึ้นในรูปของผี ปีศาจ ฆาตกร หรือสัตว์ประหลาด

นี่เป็นคุณสมบัติสำคัญอย่างหนึ่งของ Horror มันทำให้ความกลัว ‘มีตัวตน’

แทนที่จะกลัวอนาคตที่ไม่แน่นอน เรากลัวผีที่อยู่หลังประตู แทนที่จะกลัวว่าระบบที่เราอาศัยอยู่กำลังพัง เรากลัวฆาตกรที่กำลังตามล่า และแทนที่จะเผชิญกับความวิตกกังวลที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน เราสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า สัตว์ประหลาดอยู่ตรงไหนและตัวละครต้องหนีจากอะไร

แนวคิดนี้สามารถนำมาใช้มองหนัง Slasher ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐฯ ช่วงปลายทศวรรษ 1970 ถึงต้นทศวรรษ 1980 ซึ่งเป็นช่วงที่สังคมอเมริกันเผชิญทั้งเงินเฟ้อ การว่างงาน วิกฤตพลังงาน และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ

ในงานวิชาการเรื่อง ‘You’re All Doomed! A Socioeconomic Analysis of Slasher Films’ มีการวิเคราะห์หนัง Slasher ผ่านมุมมองด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยชี้ให้เห็นว่า หนังประเภทนี้มักมีรายละเอียดบางอย่างปรากฏซ้ำ ๆ อยู่เสมอ เช่นรถยนต์ที่ควรพาตัวละครหนีออกไปกลับสตาร์ตไม่ติด โทรศัพท์ที่ควรใช้เรียกความช่วยเหลือกลับใช้งานไม่ได้ บ้านชานเมืองที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยกลับกลายเป็นสถานที่เกิดเหตุ และตำรวจที่ควรเข้ามาจัดการปัญหาก็มักมาช้าเกินไป หรือไม่สามารถช่วยอะไรได้

ความน่ากลัวจึงไม่ได้อยู่ที่ฆาตกรเพียงอย่างเดียว สิ่งที่น่ากลัวไม่แพ้กันคือการค้นพบว่า เครื่องมือและระบบต่างๆ ที่เราคิดว่าจะช่วยเราในเวลาฉุกเฉิน อาจใช้การไม่ได้เมื่อเราต้องการมันมากที่สุด

ในมุมนี้ Slasher จึงสามารถถูกอ่านเป็นภาพสะท้อนของความไม่มั่นคงได้ด้วย เพราะโลกของมันเป็นโลกที่ตัวละครไม่สามารถพึ่งพาสถาบัน เทคโนโลยี ครอบครัว หรือแม้แต่บ้านของตัวเองได้อย่างเต็มที่

และนี่คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤต สิ่งที่เคยถูกมองว่าแน่นอน เริ่มไม่แน่นอน งานประจำอาจไม่มั่นคง บ้านอาจถูกยึด เงินออมอาจลดมูลค่า และระบบที่เคยเชื่อว่าจะรองรับชีวิตเราได้อาจไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เสมอไป 

ความกลัวเรื่องเงินก็กลายเป็นเรื่องสยองขวัญ

ความสัมพันธ์ระหว่างความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจกับ Horror ยิ่งเห็นภาพชัดขึ้นหลังวิกฤตการเงินโลกปี 2007–2008 ช่วงนั้นคนตกงาน ครอบครัวมีปัญหาในการผ่อนบ้าน ราคาทรัพย์สินตกต่ำ บริษัทล้ม และผู้คนจำนวนหนึ่งต้องสูญเสียบ้านจากปัญหาสินเชื่อ

สิ่งที่เคยเป็นหัวใจของความฝันแบบชนชั้นกลางอย่าง ‘การมีบ้านเป็นของตัวเอง’ จึงกลายเป็นความวิตกกังวล เกิดเป็นทฤษฎี  ‘Economic Horror’ โดยมองว่าหนัง Horror บางส่วนนำความกลัวเกี่ยวกับความยากจน การไม่มีบ้าน การสูญเสียสถานะ และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจเข้ามาอยู่ในเรื่องราว

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Drag Me to Hell ภาพยนตร์ของ Sam Raimi ที่ออกฉายในปี 2009 หลังวิกฤตการเงินไม่นาน

ตัวเอกของเรื่องคือ คริสติน บราวน์ พนักงานสินเชื่อของธนาคารที่ต้องการเลื่อนตำแหน่ง วันหนึ่งหญิงชราที่กำลังเผชิญการสูญเสียบ้านเข้ามาขอให้ธนาคารผ่อนปรนเรื่องสินเชื่อ แต่ คริสติน ตัดสินใจปฏิเสธเพื่อแสดงให้เจ้านายเห็นว่าเธอสามารถตัดสินใจอย่างเด็ดขาดได้

ยิ่งโลกจริงน่ากลัว ทำไมช่วงสังคมวิกฤต 'เรื่องผี' ยิ่งขายดี

หญิงชราจึงสาปเธอ และจากจุดนั้นชีวิตของ คริสติน ก็เข้าสู่โลกของความสยองขวัญ ซึ่งหากมองเพียงระดับเนื้อเรื่อง Drag Me to Hell คือหนังเกี่ยวกับคำสาปและปีศาจ

แต่ถ้ามองให้ลึกมันกลับเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่ผู้ชมในเวลานั้นคุ้นเคยอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร สินเชื่อ การผ่อนบ้าน การยึดบ้าน ความกดดันในการทำงาน และการแข่งขันเพื่อความมั่นคงในอาชีพ

แม้กระทั่งแรงผลักดันของตัวเอกก็เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เธอต้องการรักษางาน ต้องการเลื่อนตำแหน่ง และต้องแสดงให้องค์กรเห็นว่าเธอพร้อมทำในสิ่งที่จำเป็น

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ‘บ้าน’ ในชีวิตปกติ บ้านควรเป็นสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย เป็นทรัพย์สิน เป็นพื้นที่ส่วนตัว และสำหรับคนจำนวนมากยังเป็นหลักประกันของอนาคต

ผู้คนสามารถเสียบ้านได้เพราะไม่มีเงินจ่ายสินเชื่อ ราคาบ้านสามารถลดลงอย่างรวดเร็ว และทรัพย์สินที่เคยถูกมองว่าเป็นเครื่องหมายของความมั่นคงกลับกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่

จึงไม่น่าแปลกที่บ้านจะเป็นพื้นที่สำคัญของ Horror อยู่บ่อยครั้ง เมื่อพื้นที่ซึ่งควรปลอดภัยที่สุดกลับไม่ปลอดภัย ความสยองย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะมันทำลายสมมติฐานพื้นฐานที่สุดอย่างหนึ่งของชีวิตว่า อย่างน้อยเราควรมีสถานที่สักแห่งที่สามารถหลบหนีจากโลกภายนอกได้

ผีในเมืองไทย สะท้อนความไม่แน่นอนของชีวิตในประเทศไทย 

ประเทศไทยเองมีตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 1997 หรือที่คนไทยเรียกว่า ‘วิกฤตต้มยำกุ้ง’

ก่อนหน้าวิกฤต ประเทศไทยอยู่ในช่วงเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว เมืองขยายตัว อาคารสูงเกิดขึ้น โครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านจัดสรร และพื้นที่เชิงพาณิชย์จำนวนมากถูกสร้างขึ้นภายใต้ความเชื่อว่าเศรษฐกิจจะยังเดินหน้าต่อไป

แต่เมื่อวิกฤตภาพเหล่านั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วบริษัทล้ม โครงการก่อสร้างหยุดชะงัก นักลงทุนถอนตัว และสิ่งก่อสร้างหลายแห่งถูกทิ้ง

แอนดรูว์ อลัน จอห์นสัน (Andrew Alan Johnson) นักมานุษยวิทยาที่ศึกษาเรื่องผี เมือง และความทันสมัยในประเทศไทย สนใจความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องเล่าเหนือธรรมชาติกับพื้นที่เมือง โดยเฉพาะในเชียงใหม่ และเชื่อมโยงเรื่องเหล่านี้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเมืองหลังวิกฤต

สิ่งที่น่าสนใจในมุมนี้คือ เมื่อโครงการแห่งความเจริญหยุดลง อาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จกลับเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเรื่องผี

อาคารร้าง โรงแรมร้าง บ้านร้าง หรือโครงการที่ถูกทิ้งไว้ มักกลายเป็นพื้นที่ซึ่งมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับวิญญาณ คำสาป หรือเหตุการณ์ประหลาดเข้ามาเกาะเกี่ยว

ทำไมผีจึงมักปรากฏอยู่ในพื้นที่ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญ แต่ความเจริญนั้นกลับล้มเหลว หากมองเช่นนี้ ผีสามารถเป็นตัวแทนของ ‘อดีตที่ยังไม่ยอมจากไป’ ได้ ข

ตึกร้างหลังวิกฤตจึงน่ากลัวในสองระดับ

ระดับแรกคือความน่ากลัวทางกายภาพ มันมืด เงียบ ไม่มีคน และไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน

แต่อีกระดับหนึ่งคือความน่ากลัวทางสังคม เพราะมันเตือนให้เห็นว่า ความมั่นคงในชีวิตสามารถหายไปได้

นี่ทำให้เรื่องผีมีความสัมพันธ์ที่น่าสนใจกับความทันสมัย เรามักคิดว่าความเจริญ วิทยาศาสตร์ และเมืองสมัยใหม่ควรทำให้เรื่องเหนือธรรมชาติค่อยๆ หายไป แต่ในความเป็นจริง เรื่องผีสามารถกลับมามีพลังได้ในพื้นที่ของความทันสมัยนั่นเอง โดยเฉพาะเมื่อคำสัญญาของความเจริญเริ่มสั่นคลอน

ผีสามารถอยู่ในคอนโด โรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงงาน หรืออาคารสำนักงานได้ เพราะสถานที่สมัยใหม่เหล่านี้เองก็สามารถกลายเป็นพื้นที่แห่งความสูญเสีย ความผิดหวัง และความทรงจำได้

และนั่นทำให้เรื่องผีไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ ‘อดีต’ แต่สามารถเป็นเรื่องของความวิตกกังวลต่ออนาคตได้เช่นเดียวกัน

ยิ่งโลกจริงน่ากลัว ทำไมช่วงสังคมวิกฤต 'เรื่องผี' ยิ่งขายดี

บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลว่า ยิ่งโลกจริงน่ากลัว เรื่องผีก็ยิ่งมีความหมาย เพราะเรื่องผีทำให้ความกลัวที่มองไม่เห็นมีรูปร่าง ทำให้สิ่งที่ควบคุมไม่ได้มีกติกา และทำให้ความกลัวที่เราไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร อย่างน้อยก็มีตอนจบให้เราเห็น 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/865616&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QvpUkaU0FL89zPlMG_KrD

Related Post