ราคาน้ำมันในตลาดโลกกลับมาเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอีกครั้ง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย และเริ่มส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านอุปทานพลังงาน โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดพลังงานโลก ความกังวลดังกล่าวผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน รวมถึงประเทศไทย
ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ราคาน้ำมันดิบ Brent สัญญาส่งมอบเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นสัญญาที่กำลังจะหมดอายุ ปรับขึ้น 2.5% มาอยู่ที่ 117.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.7% มาอยู่ที่ 104.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันทั้งสองตลาดมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงด้านอุปทานและการขยายตัวของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ปัจจัยที่ทำให้ตลาดพลังงานกลับมาตึงตัว คือ เหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของการขนส่ง ขณะที่ความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางยังเป็นอีกข้อจำกัด ที่อาจทำให้การฟื้นตัวของกำลังการผลิตต้องใช้เวลา แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะเริ่มคลี่คลายก็ตาม
สำหรับประเทศไทย ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นไม่ได้ส่งผลเฉพาะผู้ใช้รถยนต์หรือผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสส่งผ่านไปยังต้นทุนของภาคธุรกิจในวงกว้าง เนื่องจากพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการผลิตและการขนส่งสินค้า ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงมือผู้บริโภค
SME เผชิญโจทย์ต้นทุนเพิ่ม กำไรอาจถูกบีบสองทาง
กลุ่มธุรกิจที่น่ากังวล คือ ผู้ประกอบการ SME โดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง โลจิสติกส์ โรงงานผลิตสินค้า ร้านอาหาร และธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการขนส่งวัตถุดิบเป็นประจำ เพราะเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานย่อมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ปัญหาสำคัญ คือ ผู้ประกอบการรายเล็กมีข้อจำกัดในการบริหารต้นทุนและการต่อรองราคามากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ การปรับราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ทำได้ง่าย เนื่องจากยังต้องคำนึงถึงกำลังซื้อของลูกค้าและการแข่งขันในตลาด
หากเลือกไม่ปรับราคาสินค้า ผู้ประกอบการก็ต้องยอมรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่ออัตรากำไรและเงินทุนหมุนเวียน แต่หากปรับราคาขึ้นก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ยอดขายลดลง สถานการณ์ดังกล่าวจึงอาจกลายเป็นแรงกดดันซ้ำเติม SME ที่ยังต้องเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องและการเข้าถึงสินเชื่ออยู่แล้ว
ความเสี่ยงนี้สอดคล้องกับมุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระบุว่า ราคาน้ำมันและความเสี่ยงจากเอลนีโญอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ขณะที่สินเชื่อ SME ยังคงหดตัวในหลายภาคธุรกิจ และต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด
น้ำมันแพงอาจลามถึงราคาสินค้า กระทบกำลังซื้อประชาชน
อีกหนึ่งผลกระทบที่ไม่ควรมองข้าม คือ การส่งผ่านต้นทุนจากภาคธุรกิจไปยังราคาสินค้าและบริการ เมื่อค่าขนส่งและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการบางส่วนอาจจำเป็นต้องปรับราคาขาย เพื่อรักษาความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งท้ายที่สุดอาจกลายเป็นภาระของผู้บริโภค
ยิ่งไปกว่านั้น หากราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสินค้าเกี่ยวกับพลังงาน แต่ยังสามารถขยายไปถึงอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการต่าง ๆ ที่มีต้นทุนการขนส่งหรือพลังงานเป็นส่วนประกอบ
ขณะเดียวกัน ธปท. รายงานว่าเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนกันยายนปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยมีแรงกดดันจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ประเด็นนี้น่ากังวลเป็นพิเศษเมื่อพิจารณาร่วมกับกำลังซื้อของครัวเรือนที่ยังเปราะบางและภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง เพราะหากราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นอีก ประชาชนอาจต้องจัดสรรรายจ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ส่งผลต่อเนื่องไปยังการบริโภคภายในประเทศ
รัฐบาลต้องหาสมดุลระหว่างช่วยประชาชนกับภาระการคลัง
ด้านสภาพัฒน์ เตือนว่า ราคาน้ำมันโลกอาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง เนื่องจากความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางอาจต้องใช้เวลาในการซ่อมแซม ขณะที่การคลี่คลายความขัดแย้งยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางราคาพลังงานในระยะข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม มุมมองต่อราคาน้ำมันยังมีความแตกต่างกัน โดยนักเศรษฐศาสตร์พลังงานบางส่วนประเมินว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครนผ่อนคลาย ราคาน้ำมันอาจปรับลดลงมาอยู่ใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายใน 1-2 เดือน แต่การประเมินดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความไม่แน่นอนสูง
สำหรับรัฐบาลไทย โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนของราคาพลังงาน โดยต้องพิจารณาทั้งการดูแลราคาพลังงาน การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ SME และธุรกิจที่มีต้นทุนพลังงานเป็นสัดส่วนสูง
เพราะหากเน้นการตรึงราคาพลังงานเพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงภาระทางการคลัง ก็อาจสร้างปัญหาในระยะยาว ขณะที่การปล่อยให้ต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็อาจกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจในวงกว้าง
วิกฤตราคาน้ำมันรอบนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของราคาพลังงานในตลาดโลก แต่เป็นบททดสอบความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ตั้งแต่ผู้ผลิตรายใหญ่ไปจนถึงร้านค้ารายย่อยและครัวเรือนทั่วไป สิ่งที่ต้องจับตาคือ หากราคาน้ำมันยังไม่ลดลงในเร็ววัน ใครจะเป็นผู้รับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจไทยจะมีภูมิคุ้มกันมากพอที่จะรับแรงกระแทกครั้งนี้ได้หรือไม่
แหล่งอ้างอิง
· Reuters
· ธนาคารแห่งประเทศไทย
· สภาพัฒน์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-oil-prices-sme-rise&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ZFD87dblzK0Q50qlRJkjx

