ททท.ชี้เศรษฐกิจเอเชียโต เดินหน้ารุก 5 ตลาดศักยภาพ | เดลินิวส์

ททท.ชี้เศรษฐกิจเอเชียโต-เดินหน้ารุก-5-ตลาดศักยภาพ-|-เดลินิวส์
ททท.ชี้เศรษฐกิจเอเชียโต เดินหน้ารุก 5 ตลาดศักยภาพ | เดลินิวส์

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ IMF ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัว 3.1% ขณะที่เศรษฐกิจเอเชียเติบโตถึง 4.8% สะท้อนให้เห็นว่า แม้โลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังมีโอกาสใหม่สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะตลาดสำคัญในเอเชียที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัว ได้แก่ ไต้หวัน 10.7% เวียดนาม 8.4% มาเลเซีย 5.2% อินโดนีเซีย 5.1% และสิงคโปร์ 5% ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศไทย ทั้งด้านการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว

“การเติบโตของเศรษฐกิจโลกเป็นสัญญาณที่บอกว่า โอกาสและกำลังซื้อใหม่กำลังเกิดขึ้นที่ไหน และประเทศไทยจะเข้าไปสร้างโอกาสจากการเติบโตนั้นได้อย่างไร ททท. จึงให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลเศรษฐกิจควบคู่กับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เพื่อกำหนดกลยุทธ์เชิงรุกในแต่ละตลาด โดยไม่มองเพียงจำนวนผู้เดินทาง แต่ต้องมองถึงศักยภาพการใช้จ่าย ระยะเวลาพำนัก การเดินทางซ้ำ และรายได้ที่กระจายถึงผู้ประกอบการและชุมชนไทย”

ทั้งนี้ททท.ได้วางเป้าหมายที่จะบุกตลาดเอเชีย ใน 5 ประเทศที่มีศักยภาพสูงจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยในตลาดไต้หวัน จะเน้นการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตนเอง ที่มีสัดส่วนสูงถึง 90% ด้วยการสร้างเหตุผลใหม่ในการกลับมาเที่ยวไทย ผ่านแกสตรอนามี, มิชลิน, โลคอล ฟู้ด, เวลเนส, อาร์ต แอนด์ ดีไซน์ และ เอาต์ดอร์แอดเวนเจอร์ รวมถึงการใช้ครีเอเตอร์ ด้านอาหาร และแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ 

ขณะที่นักท่องเที่ยวเวียดนาม จะขยายฐานนักท่องเที่ยวแบบครอบครัว กลุ่มเจนวาย เจนแซด รวมถึงกลุ่มลักซูรี่ การเดินทางเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล หรือไมซ์ รวมถึงนักท่องเที่ยวแบบสปอร์ต โดยจะเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวใหม่จากกรุงเทพฯ และพัทยา สู่เชียงใหม่ เชียงราย และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวและแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่าย

ส่วนนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ที่เดินทางมาเที่ยวไทย จะเน้นต่อยอดผ่านการเดินทางทางบกและทางอากาศ ส่งเสริม การช้อปปิง แฟมิลี่แอนด์ ฟู้ด รวมถึงกิจกรรมคาราวานท่องเที่ยว เชื่อมโยงสงขลา พัทลุง และเมืองท่องเที่ยวภาคใต้ เพื่อเปลี่ยนการเดินทางระยะใกล้ให้สร้างรายได้และกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่พื้นที่มากขึ้น 

ขณะที่นักท่องเที่ยวอินโดนีเซีย จะเน้นการยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมุสลิมและครอบครัว โดยให้ความสำคัญกับอาหารฮาลาล สิ่งอำนวยความสะดวก ความชัดเจนของข้อมูล และบริการตลอดการเดินทางควบคู่กับการนำเสนอเฮลท์แอนด์เวลเนส ความงาม และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ 

ด้านนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ จะมุ่งเจาะนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงและกลุ่มเดินทางซ้ำ ผ่านประสบการณ์อาหาร สุขภาพ ความงาม ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมเส้นทางบินและจุดหมายใหม่ เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายและกระจายรายได้ไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ

“หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทยปี 70 คือ การเปลี่ยนจากการทำตลาดแบบเดียวกันทุกประเทศ ไปสู่การเข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยใช้จุดแข็งของประเทศไทย ทั้งวัฒนธรรม อาหาร สุขภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และเสน่ห์ความเป็นไทย มาพัฒนาเป็นประสบการณ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม”

ขณะเดียวกัน ททท. จะขยายความร่วมมือกับสายการบิน บริษัทนำเที่ยว โอทีเอ และพันธมิตรดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางตั้งแต่การสร้างแรงบันดาลใจไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ พร้อมผลักดันเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวปี 70 เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5% จากปี 69 และส่งเสริมการกระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักกับเมืองรองในสัดส่วน 60:40 อีกด้วย.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6305075/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hoiu03xGq-AEDXbGm_6UE

Related Post