เจาะตลาด “ปลาช่อนทะเล” สัตว์น้ำเศรษฐกิจดาวรุ่ง | เดลินิวส์

เจาะตลาด-“ปลาช่อนทะเล”-สัตว์น้ำเศรษฐกิจดาวรุ่ง-|-เดลินิวส์

ท่ามกลางโจทย์ของเกษตรกรชายฝั่งที่ต้องเผชิญทั้งต้นทุนการผลิต ความผันผวนของราคาสัตว์น้ำ และการแข่งขันในตลาด ปลาช่อนทะเล” กำลังถูกจับตาในฐานะสัตว์น้ำเศรษฐกิจทางเลือกที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะเมื่อกรมประมงสามารถพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงและผลิตลูกพันธุ์เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ต กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ได้วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลาช่อนทะเลอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสามารถผลิตลูกพันธุ์เพื่อสนับสนุนเกษตรกรได้ ถือเป็นอีกทางเลือกในการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนประมงชายฝั่ง

จุดเด่นของปลาช่อนทะเลอยู่ที่คุณภาพเนื้อ ซึ่งเป็นปลาเนื้อขาว เนื้อแน่น รสชาติดี และมีคุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงกรดไขมันไม่อิ่มตัวอย่าง DHA จนได้รับฉายาว่า “Black Salmon” อีกทั้งสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่เมนูทั่วไปไปจนถึงตลาดอาหารระดับพรีเมียม

แต่สิ่งที่ทำให้ปลาชนิดนี้น่าสนใจมากขึ้นคือ ศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม จากปลาสดสู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง

ปัจจุบันราคาปลาช่อนทะเลทั้งตัวอยู่ที่ประมาณ 180 บาทต่อกิโลกรัม แต่หากนำมาแปรรูปด้วยกระบวนการ รีดเลือด” ซึ่งช่วยรักษาความสด ลดกลิ่นคาว และคงคุณภาพเนื้อ สามารถเพิ่มมูลค่าได้ประมาณ 250 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่หากแปรรูปเป็นเนื้อปลาสำหรับซาชิมิพร้อมรับประทาน ราคาสามารถสูงถึงประมาณ 1,000 บาทต่อกิโลกรัม

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า โอกาสทางเศรษฐกิจของปลาช่อนทะเลไม่ได้อยู่ที่การเลี้ยงแล้วขายเป็นปลาสดเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การพัฒนา คุณภาพ การแปรรูป และตลาดปลาพรีเมียม ซึ่งเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างมีนัยสำคัญ

ด้านกรมประมงวางเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตลูกพันธุ์ปลาช่อนทะเลขนาดประมาณ 5 นิ้ว จากเดิมปีละ 25,000–30,000 ตัว เป็น 50,000 ตัวต่อปี เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและเกษตรกรที่สนใจนำไปเลี้ยงเชิงพาณิชย์

พร้อมกันนี้มีแผนขยายพื้นที่ส่งเสริมการเลี้ยงไปยังจังหวัดชายฝั่งอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสุราษฎร์ธานี โดยเน้นการเลี้ยงในกระชัง และบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมประมง เกษตรกร และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต

สัญญาณตลาดเริ่มเห็นชัดจากจำนวนเกษตรกรที่หันมาสนใจเลี้ยงเพิ่มขึ้น จาก 30 รายในปี 2568 เป็น 50 รายในปี 2569 และคาดว่าในปี 2570 ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 90,000–100,000 กิโลกรัม ซึ่งจะช่วยรองรับความต้องการทั้งตลาดปลาสดและการแปรรูป

อย่างไรก็ตาม การผลักดันปลาช่อนทะเลให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ยังต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิตลูกพันธุ์ คุณภาพอาหารและน้ำ การเลี้ยงในกระชัง การควบคุมคุณภาพหลังจับ ไปจนถึงการแปรรูปและหาตลาดรองรับ

เพราะโจทย์สำคัญไม่ใช่เพียง เลี้ยงปลาให้ได้มาก” แต่ต้อง “เลี้ยงให้ได้คุณภาพและขายได้ราคาดี”

หากกรมประมงสามารถขยายฐานลูกพันธุ์ พัฒนาองค์ความรู้ให้เกษตรกร และเชื่อมโยงตลาดปลาสดกับตลาดพรีเมียมได้สำเร็จ ปลาช่อนทะเล” ก็มีโอกาสก้าวจากสัตว์น้ำทางเลือก สู่ สินค้าเศรษฐกิจตัวใหม่ของเกษตรกรชายฝั่ง และสร้างรายได้เพิ่มจากทรัพยากรในท้องถิ่นได้ในระยะยาว

จากกระชังสู่จานพรีเมียม อนาคตของปลาช่อนทะเลอาจไม่ได้วัดกันที่ปริมาณการเลี้ยง แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการเปลี่ยน ปลา” ให้เป็น มูลค่า”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6157067/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2i9gnWJz1FGEinBjF2okWO