วรศิษฎ์ ลงพื้นที่ก่อนประชุม ครม.สัญจรสงขลา เดินหน้าหนุนศึกษาโครงการถนนเชื่อม พัทลุง – สตูล เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์อ่าวไทย-อันดามัน ลดระยะทาง มุ่งยกระดับเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ทึ่ถ้ำภูผาเพชร ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามโครงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงข่ายถนนเชื่อมต่อ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง กับ อ.มะนัง จ.สตูล โดยมีนายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายอาทิตย์ วงมุสิก นายอำเภอมะนัง นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยว ร่วมลงพื้นที่

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามโครงการในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงอ่าวไทยและอันดามัน เริ่มต้นที่ จ.พัทลุงมาที่ จ.สตูล เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านการคมนาคมของพี่น้องประชาชน เนื่องจากปัจจุบันเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสตูลต้องเดินทางอ้อม มีระยะทางไกลตั้งแต่ 145 ถึง 243 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางนานถึง 2 ถึง 4 ชั่วโมง ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกและมีต้นทุนการขนส่งที่สูง ซึ่งหากโครงข่ายถนนเชื่อมต่อสายใหม่นี้ดำเนินการสำเร็จ จะสามารถร่นระยะทางเหลือเพียงประมาณ 40 กิโลเมตร ลดเวลาเดินทางเหลือเพียง 1 ชั่วโมง
นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากพื้นที่รอยต่อ จ.สตูล และ พัทลุงดังกล่าว เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาบรรทัด จึงต้องดำเนินการขออนุญาตและศึกษาตามขั้นตอนของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้จังหวัดสตูลบูรณาการร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทสตูล ได้ตั้งงบประมาณในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงข่ายถนนเชื่อมต่อระยะทางรวมประมาณ 21.3 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมการสำรวจเส้นทางเดินระหว่างสตูล – พัทลุง ระยะทาง 7.6 กิโลเมตร และเส้นทางถนนภายในโครงการอ่างเก็บน้ำป่าบอน จังหวัดพัทลุง ระยะทาง 6.3 กิโลเมตร โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินงานศึกษารวม 270 วัน เริ่มต้นสัญญาตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม และมีกำหนดสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 6 พฤษภาคม 2570

นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากประชาชนในพื้นที่ ที่มีความต้องการความสะดวกในการสัญจรเดินทาง แต่ในขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องพูดคุยหารือและหาแนวทางร่วมกัน และมีส่วนร่วมของประชาชนในการให้ความเหผ้นและร่วมดำเนินการ สิ่งสำคัญคือประชาชนในพื้นที่ “เป็นเจ้าของบ้าน” เราต้องรับฟังความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้เกิดความเชื่อมโยงที่สมบูรณ์ เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.matichon.co.th/politics/news_5867515&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BF98LS-CXprIhTSxkFdPM

