ช่องแคบฮอร์มุซเดือดอีกครั้ง สัญญาณเตือนเศรษฐกิจไทย 

ช่องแคบฮอร์มุซเดือดอีกครั้ง สัญญาณเตือนเศรษฐกิจไทย 

การที่กองกำลังสหรัฐ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโต้การโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับความขัดแย้งทางทหาร แต่ยังเป็น “แรงกระแทก” สำคัญที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างเศรษฐกิจโลกและไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 ช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางเดินเรือธรรมดา แต่คือเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานโลก คำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและโรงไฟฟ้าของอิหร่าน รวมถึงการตอบโต้จากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ที่เข้าโจมตีฐานทัพและพื้นที่ยุทธศาสตร์ในอ่าวเปอร์เซีย ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกทันที ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลง สะท้อนให้เห็นว่าความไม่แน่นอนในภูมิภาคนี้คือความเสี่ยงอันดับหนึ่งของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน

สถาบันการเงินระหว่างประเทศทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ต่างประสานเสียงเตือนถึงผลกระทบที่จะตามมา โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียนห้าประเทศ ที่คาดการณ์ว่าการเติบโตจะชะลอตัวลงเหลือ 4.1% ในปี 2569 แม้ว่าไทยจะได้รับการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตขึ้นเป็น 1.9% จากอานิสงส์ของการเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับเอไอรายใหญ่ของโลกและการลงทุนในดาต้าเซนเตอร์ แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ยังถือว่าเปราะบางเมื่อเทียบกับความเสี่ยงรอบด้าน

ความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกหายไปสูงถึง 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะกลายเป็น “Energy Shock” รอบใหม่ที่กระแทกเข้าสู่ต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานของไทยโดยตรง แม้ในระยะสั้นราคาน้ำมันอาจมีการปรับลดลงบ้าง แต่เอดีบีเตือนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ เนื่องจากต้นทุนพลังงาน ปุ๋ย และก๊าซธรรมชาติ ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะส่งผ่านไปยังผู้บริโภค  สำหรับประเทศไทย แม้จะมีความแข็งแกร่งจากการเชื่อมโยงกับ “ห่วงโซ่เทคโนโลยีโลก” ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไว้ได้บ้าง แต่รัฐบาลและภาคเอกชนไม่อาจชะล่าใจได้ 

ความสุ่มเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซเตือนให้เราต้องเตรียมแผนรับมือใน 3 ด้านสำคัญ คือ ความมั่นคงทางพลังงาน  ต้องประเมินสถานการณ์สำรองพลังงานและหาทางเลือกเพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่อาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว, การบริหารจัดการต้นทุน ภาคการผลิตต้องเตรียมพร้อมรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่อาจยืดเยื้อ ซึ่งจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน และการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค  ท่ามกลางความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุน การรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เป็นทางรอดอย่างเทคโนโลยีและเอไอคือสิ่งจำเป็น

บทเรียนจากการโจมตีอิหร่านล่าสุด ชี้ให้เห็นว่าสันติภาพนั้นเปราะบางเพียงใด เศรษฐกิจไทยต้องเดินหน้าด้วยความระมัดระวัง ค่อยๆ เพิ่มจุดแข็งด้านเทคโนโลยี  พร้อมกับเตรียมรับแรงกระแทกจากวิกฤติพลังงานที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายลงในเร็ววัน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/opinion/editorial/1242413&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aurBNf2HuaOo3_gBRxn3m