นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงประเด็นการประชุมดาวอส 2026 รวมถึงเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk PPTV
สำหรับการประชุมดาวอส เป็นการนำผู้นำโลกมาคุยกันถึงทิศทางเศรษฐกิจว่าปัจจุบันเป็นอย่างไรและจะเบนเข็มไปทิศทางไหน เพื่อมาแลกเปลี่ยนกัน ที่สำคัญเพราะมีผู้นำโลกและองค์กรการเงินระหว่างประเทศหลายรายเข้าร่วม
โดยตนเป็นผู้นำทีมไทยแลนด์ที่มีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้รับเชิญให้เข้าร่วม ซึ่งโจทย์ของการประชุมนี้อย่างง่ายคือ ทำให้โลกดีขึ้น ครั้งนี้พิเศษตรงที่ตนเชิญผู้ที่ได้รับเชิญทั้งหมดมาคุยกันก่อน และปักหมุดร่วมกันว่าต้องไปสร้างบทบาทไทยบนเวทีโลก
สำหรับบทบาทหนึ่งที่เราสามารถไปแสดงได้ในการประชุมนี้คือ ไทยมีความเป็นกลาง คุยได้กับทุกฝ่าย ซึ่งในอาเซียนแม้ทุกคนจะไปในลักษณะเดียวกัน
นายเอกนิติ กล่าวว่า จากการไปคุยกับนักธุรกิจพบว่าหลายรายสนใจอยากเข้ามาลงทุนในประเทศไทยในหลากหลายสาขา เช่น สาขาอาหาร อาหารแปรรูป อาหารสัตว์ ศูนย์ข้อมูล สุขภาพ ซึ่งไทยทำได้ดี เป็นโอกาสที่จะสร้างไทยให้เป็นจุดสำคัญบนเวทีโลก
นายเอกนิติ กล่าวว่า สิ่งที่ไทยได้แน่ ๆ คือ ได้การลงทุนที่พบว่ามีนักลงทุนหลายรายอยากขยายการลงทุนในไทย มูลค่าโดยรวมประมาณ 5 แสนล้านบาท และโดยส่วนตัวมองว่าจะมีการลงทุนหลายอย่างที่ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ประเทศไทย
ทั้งนี้ การเข้ามาลงทุนในไทยมีเงื่อนไข 2 อย่าง คือ ช่วยลงทุนในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีคำกล่าวที่ว่าใครใช้ AI จะมีโอกาสเติบโต โอกาสรวยมากกว่าคนอื่นเยอะ ส่วนใครไม่ใช้จะตกขอบ ซึ่งถือเป็นบทเรียนเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ดังนั้นจึงต้องเข้ามาช่วยสอนทักษะเหล่านี้ให้คนไทยด้วย
สิ่งที่ 2 คือ ช่วยพัฒนาทักษะเรื่อง AI ทักษะดิจิทัล ทำให้คนไทยเก่งขึ้น สอนให้คนไทยเก่งขึ้น สอนให้ชุมชน SMEs คนตัวเล็กตัวน้อยเก่งขึ้น
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้เราอยากคว้าโอกาสมาให้คนไทย ไม่ใช่แค่เงินลงทุนที่มาทำให้เศรษฐกิจโต สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยมีหนึ่งในโครงการที่ขอให้นักลงทุนต่างชาติช่วย ซึ่งไทยเตรียมพร้อมไว้ให้แล้ว คือ โครงการ “Skill Bridge” สะพานเชื่อมทักษะกับการมีงานทำ โดยจะให้บริษัทที่มาลงทุนช่วยมาเป็นหน่วยในการสอนฟรี เพิ่มทักษะ
“คนละครึ่งพลัส” ไม่ใช่แค่กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังมีการ “เพิ่มทักษะ”
นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส “คนละครึ่ง” เป็นการลดรายจ่าย ส่วนคำว่า “พลัส” ตนเป็นคนขอนายกฯ เติมเข้าไป ไม่ใช่แค่ช่วยลดรายจ่ายแต่เป็นการสอนทักษะ
โดยรัฐมีโครงการสอนทักษะให้ด้วยระหว่าง 19 พ.ย. – 19 ธ.ค. 68 เป็นการ Reskill-Upskill ปรากฏว่าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่เข้าร่วมกว่า 100,000 ราย ขายของได้มากขึ้น
สำหรับสิ่งที่สอนนั้นมีทั้งการขายของออนไลน์ ผ่านการจับมือกับแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ โดยนายเอกนิติยกตัวอย่างว่ามีอยู่เจ้าหนึ่งที่ก่อนหน้านี้ขายได้เดือนละ 10,000 บาท แต่หลังจากเข้าโครงการสามารถขายได้ถึงเดือนละ 50,000 บาท เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า
นอกจากนี้ยังมีโครงการผู้สูงวัยพลัส ที่ช่วยเพิ่มทักษะให้กับผู้สูงอายุด้วย
“ปิดหนี้ไวไปต่อได้” แผนแก้หนี้คนไทยระยะยาว
นายเอกนิติ กล่าวว่า ปัญหาที่พบเป็นอันดับ 1 ของประชาชน คือ รายได้ ทำอย่างไรให้รายได้ประชาชนพอกับรายจ่าย สิ่งหนึ่งที่ต้องทำคือ การให้โอกาส ต้องทำให้ประชาชนเก่งขึ้น มีทักษะเพิ่มขึ้น
อันดับ 2 คือ หนี้ ซึ่งตีคู่มากับอันดับ 1 โดยรัฐมีโครงการ “ปิดหนี้ไวไปต่อได้” โดยร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยและแบงก์ชาติ เพื่อช่วยให้คนที่เป็นหนี้ NPL หรือหนี้ที้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเรียกว่าไม่มีเงินจ่าย และรายเล็กรายน้อย
สำหรับคนที่เป็นหนี้ NPL ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท จะใช้เงินที่ธนาคารต้องส่งกองทุนฟื้นฟูแบงก์ชาติ ไปซื้อหนี้มาอยู่ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ทำหน้าที่บริหาร
นายเอกนิติ ยกตัวอย่าง กรณีผู้ที่เป็นหนี้อยู่ 1 แสนบาท สามารถผ่อนไหวแค่ 3 หมื่นบาท ก็สามารถปิดจบหนี้ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคน จากนั้นก็มีการสอนให้ความรู้ทางการเงินเพื่อไม่ให้เป็นหนี้อีก จากนั้นไปคุยกับเครดิตบูโร และทำให้สามารถกู้ใหม่ได้
หรืออีกกรณีที่ไม่สามารถปิดหนี้ไหว จะยืดหนี้ให้ 3 ปี หรือถ้าผ่อนเดือนละ 3 หมื่นบาทไม่ไหว อาจลดเหลือเดือนละ 5 พันบาท ลดดอกเบี้ย จะได้มีเงินเก็บเยอะขึ้น แต่ต้องจ่ายตรงตามกำหนด จะได้เดินหน้าต่อได้ ทั้งหมดนี้เป็นการแก้หนี้ประชาชนในระยะยาว ไม่ใช่แก้หนี้แล้วกลับไปเป็นหนี้แบบเดิม
ไทยต้องมี “พันธมิตร” ถึงอยู่รอดบนเวทีเศรษฐกิจโลก
นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ชัดเจนว่าไทยต้องเข้าไปอยู่บนเวทีสงครามภูมิรัฐศาสตร์ จะปล่อยให้คุยกันแล้วค่อยมาบีบเราไม่ได้ ต้องมาอยู่บนโต๊ะเจรจาให้ได้ เพราะฉะนั้นต้องจับมือกันอาจจะจับมือกับชาติอาเซียนแล้วไปเจรจาต่อรอง แล้วคว้าโอกาสมาให้ได้ จะเห็นได้จากการพูดคุยในดาวอสว่า ทุกคนรู้สึกเหมือนกันที่ต้องการมาลงทุน
ส่วนท่าทีชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ นายเอกนิติ กล่าวว่า เราต้องมีศักดิ์ศรี แม้จะตัวเล็กแต่ใจต้องใหญ่ ต้องสามารถสู้ได้ ดังนั้นต้องไปจับมือกับเพื่อน ในเชิงเศรษฐกิจต้องมีพันธมิตร
หากย้อนไปดูในอดีต เพราะการวางตำแหน่งให้กับประเทศไทยของพระมหากษัตริย์ ทำให้ไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร ทุกคนเกรงใจ เราก็ควรวางตำแหน่ง วางยุทธศาสตร์เช่นนี้ต่อไป
เจาะจุดแข็ง – จุดอ่อนเศรษฐกิจไทย
นายเอกนิติ กล่าวว่า จุดแข็งของประเทศไทย คือ มีความเป็นกลางสูง ซึ่งที่นักลงทุนหลายรายเป็นผู้เอ่ยปากบอกเองว่าอยากเข้ามาลงทุนในไทย เพราะไทยมีความเป็นกลาง ค้าขายกับใครก็ได้
นอกจากนี้ เรามีโครงสร้างด้านศักยภาพการเงิน-การคลังที่ค่อนข้างดี วันนี้ ทุนสำรองระหว่างประเทศไทยมีอยู่กว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อให้เราไม่มีรายได้จากต่างประเทศสักบาท ก็สามารถนำเข้างบได้ 10 เดือน รวมถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยังดีอยู่
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า แต่จุดอ่อนคือ ไทยต้องลงทุนใหม่ เพราะโลกเปลี่ยนไป ต้องลงทุนในพลังงานสะอาด เพราะนักลงทุนต่างประเทศที่สนใจเพราะสนใจในพลังงานสะอาด และต้องลงทุนในทักษะของคนไทย ต้องทำให้คนไทยเก่งขึ้นให้ได้
ทั้งนี้ คนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่เราต้องพัฒนาคนเหล่านี้ให้เก่งขึ้น ถ้าเราไม่ Upskill ไม่พัฒนาคนมห้ก้าวไปสู่การค้าขายกับต่างประเทศ เราก็ขายได้แค่ของในชุมชน
ถ้าสามารถทำได้ จะทำให้เมืองไทยพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ ท่ามกลางมหาอำนาจที่กำลังตีกันอยู่
3 ประเด็นเศรษฐกิจท้าทายรัฐบาลชุดใหม่ “เอกนิติ” พร้อมนั่ง รมว.คลังต่อ
นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับความท้าทายด้านเศรษฐกิจที่มีต่อรัฐบาลชุดใหม่นั้นมีเยอะมาก อย่างแรกคือ ทำอย่างไรให้คนไทยมีความเป็นอยู่ อยู่ดีกินดีมากขึ้น ตั้งแต่ชาวบ้าน ผู้สูงวัย SMEs ที่ขาดสภาพคล่อง รวมถึงคนในชุมชน ทำอย่างไรให้คนทุกกลุ่มมีรายได้ดีขึ้น ให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถการแข่งขันที่ดีขึ้นในระยะยาว
วันนี้ งบประมาณไทยมีจำกัด แต่เราต้องใช้ในการลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจสีเขียว รวมถึงลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ ต้องทำให้คนไทยมีการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ทุกคนสามารถเรียนได้
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการปลดล็อกกติกามารยาท วันนี้กฎหมายไทยซับซ้อนมาก มีนักลงทุนมาถามตนขอให้ช่วยหลายเรื่อง เช่น เรื่องไฟสะอาด ที่จะลงทุนอยู่แล้วแต่ติดเรื่องการขอไฟ ซึ่งจะต้องทำให้กฎกติกานั้นง่ายขึ้น ยกเลิกกฎกติกาที่วุ่นวาย ทำให้การลงทุนสะดุด
ส่วนพร้อมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า “เราอาสามาแล้ว ก็ต้องพร้อมครับ”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/267146&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hge1dBUR-9VRvWWXcb2N4
