Category: ท่องเที่ยว

  • นักท่องเที่ยวแห่สัมผัสอากาศหนาว ชมกระทิง นอนกางเต็นท์ เขาแผงม้า วังน้ำเขียว คึกคักแต่เช้า | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวแห่สัมผัสอากาศหนาว ชมกระทิง นอนกางเต็นท์ เขาแผงม้า วังน้ำเขียว คึกคักแต่เช้า | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวแห่สัมผัสอากาศหนาว ชมกระทิง นอนกางเต็นท์ เขาแผงม้า วังน้ำเขียว คึกคักแต่เช้า

    • เผยแพร่ : 23/11/2025 15:35

    นครราชสีมา นักท่องเที่ยวแห่สัมผัสอากาศหนาว ชมกระทิง นอนกางเต็นท์ เขาแผงม้า วังน้ำเขียว คึกคักแต่เช้า

    วันที่ 23 พฤศิกายน 2568 ที่จุดสกัดเขาสูงเขาแผงม้า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า บ้านคลองทราย ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุด มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางแห่มาสัมผัสอากาศหนาวในยามเช้า และชมกระทิงที่มีมากที่สุดในประเทศไทย จนได้ชื่อว่าวังน้ำเขียวเมืองกระทิง หรือ ซาฟารีกระทิงเมืองไทย หลายครอบครัวมานอนกางเต็นท์สัมผัสอากาศหนาวตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนทำให้พื้นที่ลานกางเต็นท์เต็ม

    ด้านนายมงคลศิลป์ ลีนะกนิษฐ์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรอำเภอวังน้ำเขียว เปิดเผยว่า ในช่วงนี้บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอวังเขียวเต็มไปด้วยความคึกคัก มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่ส่งผลให้ร้านค้าร้านอาหารที่พักของชุมชนได้รับอานิสงส์ สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ในช่วงสภาพอากาศหนาวเย็น โดยอุณหภูมิลดเหลือ 12-14 องศา ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่เต็มไปด้วยความคึกคัก

    สำหรับแหล่งท่องเที่ยวลานกางเต็นท์ อาทิ ลานกางเต็นท์ จุดสกัดเขาสูงเขาแผงม้า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า , ลานกางเต็นท์ ผาเก็บตะวัน อุทยานแห่งชาติทับลาน หรือ ลานกางเต็นท์ ขญ.4 บ้านคลองบ้านกั้ง และลานกางเต็นท์ ภูร่าเริง ต.ระเริง มีนักท่องเที่ยวจองเต็ม

    ขณะที่ สวนดอกไม้ในพื้นที่ออกดอกบานสะพรั่งต้อนรับลมหนาว อาทิ ศูนย์เรียนรู้ฯ ฟลอร่าพาร์ค วังน้ำเขียว กับเทศกาลดอกไม้เมืองหนาว สวนดอกไม้ฟูจิฟูใจ สวนดอกไม้ฮักดอยสตอเบอรี่วังน้ำเขียว สวนสับปะรดสี วังน้ำเขียว มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมเป็นจำนวนมากเช่นกัน

    สมาคมการท่องเที่ยววังน้ำเขียวจึงใคร่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานเทศกาล “ของขวัญจากป่า” ซีซั่น 3 ตอน “ดินแดนแห่งสายหมอก” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2568 จัดโดย ชุมชนท่องเที่ยวบ้านสุขสมบูรณ์ ตำบลไทยสามัคคี ภายในงานมีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน ผลไม้ พุทรานมสดของดีวังน้ำเขียว รวมถึงการแสดงของชุมชน และตักบาตรพระถ่อแพไม้ไผ่ในอ่างเก็บน้ำ วันที่ 29 พฤศจิกายนนี้.

    ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา รายงาน

    ปก web เพิ่มทักษะซ่อมโดรนเกษตร

    25681123007

    นักท่องเที่ยวยังทะลักเข้าเกาะกูด ไม่สนอุบัติเหตุเรือแตก ทางการยืนยันมาตรการปลอดภัยเข้ม มั่นใจเที่ยวตราดได้ตามปกติ

    เซ็นทรัล โคราช เนรมิตต้นคริสต์มาส “ดินด่านเกวียน” ตกแต่งด้วยดอกกุหลาบควีน น้อมอาลัย และรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    วันหยุดคนแห่ไหว้ “ท้าวเวสสุวรรณทรงราหู (ท่านทองล้น)” ยักษ์ 180 ล้าน เนืองแน่น หวังเป็นเศรษฐีรางวัลที่ 1 คนที่ 18

    ‘สรวงศ์’ โอดเสียดาย 2 สส. ‘สรัสนันท์-สุดารัตน์’ โผล่ร่วมงานภูมิใจไทย ลั่นหลังจากนี้ ไม่ได้เป็นผู้สมัครเพื่อไทยอีกต่อไป

    นักท่องเที่ยวแห่สัมผัสอากาศหนาว ชมกระทิง นอนกางเต็นท์ เขาแผงม้า วังน้ำเขียว คึกคักแต่เช้า

    บึงกาฬ คณะทำงานจิตอาสาจัดกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว สืบสานประเพณีท้องถิ่น และขยายแหล่งเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1400521&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Aksau5M0KqEkeADS4ZUCS

  • ททท.จุดพลุเที่ยวไทย ดันแคมเปญ ‘รอยยิ้มของแผ่นดิน’ น้อมรำลึกสมเด็จพระพันปีหลวง

    ททท.จุดพลุเที่ยวไทย ดันแคมเปญ ‘รอยยิ้มของแผ่นดิน’ น้อมรำลึกสมเด็จพระพันปีหลวง

    ททท.จุดพลุเที่ยวไทย ดันแคมเปญ ‘รอยยิ้มของแผ่นดิน’ น้อมรำลึกสมเด็จพระพันปีหลวง

    ในช่วงตลอด 1 ปีนี้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2569 ททท.ได้ร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยโครงการสื่อสาร “รอยยิ้มของแผ่นดิน” (Smile of the Land : Great Smile Grand Moment) ถ่ายทอดพระเกียรติคุณอันทรงคุณค่า และพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว และคาดหวังกระตุ้นให้คนไทยเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น 5 -10 %

    โครงการ “รอยยิ้มของแผ่นดิน” ได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชดำรัสครั้งหนึ่งของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งที่ทรงถูกผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามว่าทำไมพระมหากษัตริย์ไทยจึงไม่ค่อยยิ้ม พระองค์ได้ทรงชี้ไปที่สมเด็จพระพันปีหลวงแล้วตรัสตอบว่า “She is my smile” หรือ “นั่นไง…รอยยิ้มของฉัน” พระราชดำรัสนี้สะท้อนให้เห็นว่าสมเด็จพระพันปีหลวงทรงเป็นดั่งรอยยิ้มของชาติไทยอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น พระราชกรณียกิจนานัปการทั่วทุกภูมิภาคที่ทรงปฏิบัติตลอดพระชนม์ชีพ ยังช่วยพลิกฟื้นชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรให้ดีขึ้น

    ดังนั้นททท.จึงหวังว่าโครงการนี้จะช่วยเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระพันปีหลวง ในมิติด้านการท่องเที่ยว กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ การเดินทางตามรอยพระราชดำริ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและแรงบันดาลใจในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์สืบสานพระราชปณิธานต่อไป

    นิธี สีแพร

    ทั้งนี้กิจกรรมที่สำคัญภายใต้โครงการนี้ จะเน้นการออกแบบกิจกรรมหลากหลาย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของสมเด็จพระพันปีหลวงอย่างครอบคลุมและเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม โดย ททท. ได้จัดทำสารคดีและบทความพิเศษเผยแพร่ในในนิตยสาร อ.ส.ท. ที่มีคอลัมน์ “รอยยิ้มของแผ่นดิน” ประจำทุกเดือน

    หรือการรับชมเนื้อหาออนไลน์ในช่องทางโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, TikTok, YouTube และ Instagram ของ ททท. เนื้อหาเหล่านี้ถูกออกแบบให้กระชับ เข้าใจง่าย และน่าสนใจ เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวต่างชาติให้รับรู้พระราชกรณียกิจผ่านสื่อดิจิทัลได้อย่างแพร่หลาย และสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางตามรอยพระองค์

    นอกจากนี้ยังจะจัดเส้นทางท่องเที่ยวพิเศษตามรอยพระราชกรณียกิจ” เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัสสถานที่จริงที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระพันปีหลวง อาทิ เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนหรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่าง ๆ ผ่านโครงการอย่าง “อนุสาร อ.ส.ท. ชวนเที่ยว” และบริการ 1672 Travel Buddy ของ ททท.

    รวมถึงการร่วมมือกับสื่อมวลชนผลิตสารคดีพิเศษ และข่าวสกู๊ปเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในรูปแบบที่น่าสนใจ เช่น “เส้นทางผ้า” ที่พาไปรู้จักแหล่งผลิตผ้าไหม และหัตถกรรมที่ทรงส่งเสริม หรือ “เส้นทางศิลปาชีพ” นำเสนอภูมิปัญญาพื้นบ้านในชุมชนต่างๆ

    รอยยิ้่มของแผ่นดิน

    ตลอดจนกิจกรรม CSR ร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น การจัดทำบทเพลงพิเศษ “รอยยิ้มของแผ่นดิน”, โครงการอนุรักษ์ทะเลไทย และการส่งเสริมเทศกาลประเพณีร่วมกับภาคเอกชน เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระองค์ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์และกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวไปยังสถานที่จริง

    ทั้งนี้ด้วยพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระพันปีหลวงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมมีความหลากหลาย โครงการได้คัดสรรบางส่วนมาเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักถึงคุณูปการเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น “ด้านศิลปาชีพและชุมชน” พระองค์ทรงก่อตั้ง ศูนย์ศิลปาชีพ หลายแห่งทั่วประเทศ เช่น ที่บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในลำปาง สกลนคร อ่างทอง นราธิวาส ฯลฯ เพื่อฝึกฝนทักษะและส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมให้กับราษฎรในท้องถิ่น

    ด้านศิลปวัฒนธรรม” สมเด็จพระพันปีหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อฟื้นและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมหลายแขนงให้โดดเด่นในเวทีสากล ไม่ว่าจะเป็น ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของชุดประจำชาติไทยสำหรับสตรี เผยแพร่ออกไปจนทั่วโลกยอมรับในความวิจิตรของผ้าไหมและการออกแบบไทย โขนพระราชทาน: ทรงสนับสนุนการแสดงโขน ศิลปะนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยให้กลับมารุ่งเรือง

    ททท.จุดพลุเที่ยวไทย ดันแคมเปญ ‘รอยยิ้มของแผ่นดิน’ น้อมรำลึกสมเด็จพระพันปีหลวง

    ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ”  พระองค์ทรงมีโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหลายด้านที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในปัจจุบัน เช่น โครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ที่เกาะมันใน จังหวัดระยอง สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้หายากและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศึกษาธรรมชาติที่สำคัญ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่จตุจักร กรุงเทพฯ เป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนพักผ่อน

    ททท.จุดพลุเที่ยวไทย ดันแคมเปญ ‘รอยยิ้มของแผ่นดิน’ น้อมรำลึกสมเด็จพระพันปีหลวง

    ส่วนแผนการจัดกิจกรรมกระตุ้นของ ททท.ในขณะนี้ว่า ททท.ยืนยันว่ากิจกรรมทางการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวยังคงดำเนินการตามปกติในช่วงปัจจุบัน อาทิ งานวิจิตรเจ้าพระยา 2568 หรือแม้แต่กิจกรรมเคานต์ดาวน์ แต่อย่างไรก็ตามรูปแบบการจัดงานต่างๆ ก็จะมีการปรับรูปแบบกิจกรรมให้มีความเหมาะสม เช่น การแสดงความอาลัยก่อนเริ่มงาน และปรับรูปแบบจากการจุดพลุ ไปเป็นการแสดงโดรนแทน รวมถึงการสื่อสารการตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาของการถวายความอาลัยและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง

    โดยแนวคิดหลักสำหรับการสื่อสารการตลาดในประเทศของ ททท. คือ “สุข ทันที ที่ ไทย” โดยในปีนี้ได้มีการขยายแนวคิดไปสู่การ “มาร่วมกันสร้างโมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ เที่ยวไทยไม่รู้ลืม” ททท.จะชี้ว่า การที่ประชาชนได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวตามรอยพระองค์ท่านถือเป็นโมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นการช่วยให้คนไทยได้เรียนรู้และทำความเข้าใจถึงพระราชภารกิจต่างๆ ที่ทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นในทุกพื้นที่ และยังถือเป็นการสืบสานเจตนารมณ์ในการทำความดี

    ททท.จุดพลุเที่ยวไทย ดันแคมเปญ ‘รอยยิ้มของแผ่นดิน’ น้อมรำลึกสมเด็จพระพันปีหลวง

    ในส่วนของการสื่อสารตลาดต่างประเทศ ททท. ได้มีการทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวแล้ว โดยมีการเผยแพร่ และอัปเดตสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อยืนยันว่ากิจกรรมต่างๆ ยังดำเนินต่อเนื่องและบริการต่างๆ ยังเปิดให้บริการตามปกติ นักท่องเที่ยวอาจเห็นคนไทยแต่งกายชุดดำ แต่ ททท. ยืนยันว่าคนไทยยังคงมีรอยยิ้ม และมีจิตใจที่มุ่งมั่นในการให้บริการเช่นเดิม การที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวไทยในช่วงนี้ถือเป็นกำลังใจอย่างหนึ่งให้กับคนไทย

    หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 4,149 วันที่ 16 – 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/644564&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vaUulI_VpMeHFrZkjltxY

  • ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    ท่องเที่ยว

    ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    22 พ.ย. 2025 เวลา 17:00 น.

    การก้าวเติบโตของเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 ใน 10 ในฐานะแหล่งชอปปิงสมบูรณ์แบบ กลายจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนทั่วโลก

    สวรรค์แห่งการชอปปิงระดับโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว หลายปีที่ผ่านมา ปารีสคือจุดหมายปลายทางแห่งความฝัน และโตเกียวคือ ทริปเส้นทางวัฒนธรรมไปพร้อมกับการชอปปิงเล็กๆ น้อยๆ ขณะที่โซลเป็นเป้าหมายแห่งศัลยกรรมความงาม ส่วนสิงคโปร์แหล่งร้านอาหารมีระดับ สูดอากาศบริสุทธิ์

    รางวัล Condé Nast Traveler Readers’ Choice Awards ประจำปี 2025 ในด้านการชอปปิงยืนยันการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยจุดหมายปลายทาง 10 อันดับแรกของโลก พบว่า ครึ่งหนึ่งอยู่ในเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นหมายถึง อนาคตแห่งการค้าปลีกได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นห้องแล็บความงาม ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และตลาดกลางคืน

    อิทธิพลแห่งการชอปปิงของกรุงโซล สิงคโปร์ โตเกียว ฮ่องกง และกรุงเทพฯ ถือเป็นเครื่องหมายแห่งการเติบโตของเอเชีย ในฐานะผู้ตัดสินอนาคตของการค้าปลีกระดับโลก

    เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว จะเห็นได้ว่าจุดหมายปลายทางน่าดึงดูดใจที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแนวคิดที่ว่าการซื้อสิ่งของที่ถูกใจในที่แห่งนั้น อาจช่วยยกระดับ หรืออย่างน้อยก็ยกระดับความรู้สึกของนักช้อป

    นี่คือ 10 เมืองชอปปิงที่ดีที่สุดทั่วโลก จากผลสำรวจของผู้อ่านเดอะทราเวลเลอร์

    1. โซล

    ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    การชอปปิงในโซล ดำเนินไปใน 2 ช่วงเวลาพร้อมกัน นั่นคือ ตลาดเก่าแก่ 600 ปีและหมู่บ้านฮันอกที่ยังคงรักษามาตรฐานฝีมือ และ K-beauty อีโคซีสเต็มส์ไว้เป็นอย่างดี ซึ่งมองว่าการเปิดตัวสินค้าเป็นเหมือนการอัปเดตซอฟต์แวร์ การปะทะกันนี้เองที่ทำให้ผู้คนบินกลับมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางที่ว่างครึ่งหนึ่ง และแผนที่แหล่งชอปปงที่บันทึกตำแหน่งที่ตั้งไว้ เริ่มต้นจากซองซูดง ได้เปลี่ยนร้านซ่อมรถยนต์เก่าให้กลายเป็นห้องแล็บความงาม โดยจัดวางเคาน์เตอร์ลิปสติกแบบกำหนดเองไว้เหนืองานแสดงศิลปะรายเดือน เพื่อให้การช้อปปิ้งรู้สึกเหมือนเป็นงานวิจัย

    ตลาดกวางจัง ได้พาย้อนกลับไปสู่กรุงโซลยุคเก่า ตรอกซอกซอยที่ประดับประดาด้วยชุดฮันบกผ้าไหมโบราณ อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวจากร้านบินแดต็อกของอาจุมม่า ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าการชอปปิงและการรับประทานอาหารที่นี่เป็นกิจกรรมที่เหมือนกัน จากนั้นแวะไปที่เมียงดง ร้านแฟล็กชิปสโตร์ของ Olive Young ทำหน้าที่เป็นแดชบอร์ดสำหรับนวัตกรรมเครื่องสำอาง และโซนร้านค้าแสดงถึงอัปเดตเทรนด์สินค้าตามที่ชาวเกาหลีกำลังมองหา ก่อนที่ตลาดอื่นๆ ทั่วโลกจะตามทัน

    2. สิงคโปร์

    ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    สิงคโปร์นำเสนอธุรกิจค้าปลีกอย่างมีชีวิตชีวา เช่นเดียวกับแหล่งอากาศบริสุทธิ์ ถนนออร์ชาร์ดคือถนนสายหลัก เปรียบเสมือนหุบเขาที่เย็นสบาย ไอออน ออร์ชาร์ด คือกระจกโค้ง และห้างสรรพสินค้าทาคาชิมายะ ของห้างงีแอน ซิตี้ และใช้เวลาไปกับเครื่องเขียนญี่ปุ่น นาฬิกาสวิส และรองเท้าผ้าใบรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น เป็นต้น

    3. โตเกียว

    ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    โตเกียวอาจเป็นเมืองชอปปิงที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก ด้วยความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างความอลังการอันโดดเด่นกับความเฉพาะกลุ่มที่ลงตัว โดยแทบไม่สิ้นเปลืองพื้นที่แม้แต่ตารางฟุตเดียว กินซ่าคือผู้กำหนดบรรยากาศ ถนนหนทางเรียงรายไปด้วยอาคารกระจกขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง ให้ความรู้สึกเหมือนโชว์รูมรถสปอร์ตพอๆ กับร้านค้า แม้จะมีของตกแต่งที่โดดเด่นสะดุดตา

    ขณะที่ฮาราจูกุ ได้แปลงโฉมดีไซเนอร์ Lagerfeld ของชาแนลให้กลายเป็นคลังเก็บผลงานแบบเปิดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่น จากนั้น Atlantis Vintage จากโคเอนจิและเจ้าของเพจในติ๊กต็อกชื่อดัง ทำหน้าที่เป็นเคาน์เตอร์คอนเซียร์จสำหรับสินค้าหายาก ขณะที่ชิโมคิตาซาวะยังคงรักษากระแสแฟชั่นสตรีทแวร์ยุค 90 ให้คงอยู่สำหรับคนรุ่นใหม่

    ไกลออกไป บุ๊คออฟซูเปอร์บาซาร์ในคาวาซากิ และร้านค้าอย่างคาซาโนวา ในชิบูย่า แสดงให้เห็นว่าโลกแห่งการขายสินค้ามือสองในโตเกียว ตั้งแต่สินค้าลดราคาจากหลุยส์ วิตตอง ไปจนถึงร้านจำหน่ายสินค้าของแท้ในร้าน  และการแวะร้านอุตสึวะ ฮานาดะ เพื่อเลือกซื้อเซรามิกทำมือ เปลี่ยนการช้อปปิ้งแบบรีบเร่ง ให้กลายเป็นการเรียนรู้การออกแบบ

    4. ฮ่องกง

    ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    ฮ่องกงถูกสร้างมาเพื่อการช้อปปิ้งบนที่สูง ด้วยห้างสรรพสินค้าที่เรียงราย ร้านแฟล็กชิปส์ริมท่าเรือ และตลาดริมถนนที่คดเคี้ยวผ่านตรอกซอกซอยเก่าแก่กว่าแบรนด์ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ ในย่านเซ็นทรัลและจิมซาจุ่ย ซึ่งทางเดินหินอ่อนของฮาร์เบอร์ซิตี้นั้น กับความรู้สึกกับการได้ช้อป Cartier ก็เหมือนกับที่คุณจะพบสินค้าแบบเดียวกันที่ Place Vendôme เพียงแต่ที่นี่การไม่มีภาษีขายทำให้เครื่องประดับราคาแพง ดูสมเหตุสมผลกว่าเล็กน้อย

    5. ปารีส

    ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    ปารีสยังคงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นต้นแบบของเมืองชอปปิงที่ยิ่งใหญ่ เพราะถือว่าร้านค้าเป็นเหมือนส่วนขยายของความทรงจำทางวัฒนธรรม บนถนน Rue Saint-Honoré คุณสามารถเดินทางจาก Astier de Villatte ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผาด้วยแสตมป์สมัยศตวรรษที่ 18 ไปยัง Paramaz สตูดิโอเครื่องหนังขนาดเล็กที่ตัด และตกแต่งที่ใส่นามบัตรฟอกสารสกัดจากพืช ห่างจากถ้วยกาแฟของคุณเพียงไม่กี่ฟุต

    แม้แต่ตลาดนัดก็ยังมีลำดับ Vanves เน้นงานศิลปะตกแต่งในเช้าวันเสาร์ Montreuil ให้ความรู้สึกแบบท้องถิ่นมากกว่า และ Marché Dauphine ใน Clignancourt เป็นที่จดจำได้ทันทีจาก Futuro House ฝั่งเสื้อผ้าบุรุษ The Archivist Store และ Thanx God I’m a VIP แบรนด์ญี่ปุ่น เสื้อผ้าสตรีทสไตล์อเมริกัน และเสื้อผ้าวินเทจที่จัดสีให้อยู่ในกรอบแคบๆ อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำใน Saint-Germain ร้านหนังสือ 7L ของ Karl Lagerfeld และสถาบันสตัฟฟ์สัตว์ Deyrolle ที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมา ตอกย้ำสิ่งที่ปารีสขายได้อย่างแท้จริง นั่นคือเรื่องราวอันยาวนานและซับซ้อนเกี่ยวกับรสนิยม โดยมีการชอปปิงเป็นเส้นทางเรื่องเล่า

    6. มาดริด

    ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    มาดริดเคยเป็นเมืองแห่งการชอปปิงมานานก่อนที่ร้าน Zara จะรู้วิธีเลียนแบบลุครันเวย์ในชั่วข้ามคืน และยังคงเป็นเช่นนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ ร้านตัดเสื้อ ร้านเครื่องหนัง ห้างสรรพสินค้าแบบดั้งเดิม และร้านค้าในย่านต่างๆ ล้วนเป็นต้นแบบ ในขณะที่ Inditex ได้เปลี่ยนสัญชาตญาณในการแต่งตัวให้กลายเป็นสินค้าส่งออกระดับโลก ร้านแฟล็กชิปบนถนน Gran Vía ยังคงดึงดูดฝูงชนที่ไล่ตามแฟชั่นสำหรับฤดูกาลหน้าในราคาที่ใกล้เคียงกับราคาสินค้าไฮสตรีท แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องราวเบื้องหลัง ไม่ใช่เรื่องราวต้นกำเนิด

    7. กรุงเทพฯ

    ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    กรุงเทพฯ ได้รับการยกย่องว่า เป็นเมืองแห่งการชอปปิงที่ทำให้คุณหมดแรง และน่าคลั่งไคล้ที่สุดในโลก กรุงเทพฯ เต็มไปด้วยสิ่งดึงดูดน่าสัมผัสมากมาย ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าที่เชื่อมต่อกันด้วยสกายวอล์ก ไปจนถึงตลาดนัดสุดสัปดาห์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเมืองเล็กๆ อย่างตลาดนัดจตุจักรคือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของความยิ่งใหญ่นี้ มีแผงขายของ 15,000 แผง รองเท้าบูทยาง โปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อสไตล์ยุคกลางศตวรรษ และผัดไทยฝีมือคุณป้า แค่นั่งอยู่ใกล้กันเพียงไม่กี่นาทีก็เหงื่อท่วมแล้ว

    เมื่ออากาศกรุงเทพฯ ร้อนจัด การชอปปิงก็ย้ายมาอยู่ในร่ม ห้างสรรพสินค้าไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับรูดบัตร แต่เป็นที่อีโคซิสเต็มส์แห่งการชอปปิงของผู้คน เซ็นทรัลพาร์คมีแบรนด์สินค้ากว่า 550 แบรนด์ตั้งอยู่ใต้สวนลอยฟ้าในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและน้ำตก ขณะที่ไอคอนสยามมีตลาดน้ำอยู่ภายใน ครบครันด้วยเรือไม้และขนมท้องถิ่น คนท้องถิ่นทำทุกอย่างในคอมเพล็กซ์เหล่านี้ แม้กระทั่งทดลองเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาวภายใต้เครื่องปรับอากาศที่เย็นจัด

    8. ลอนดอน

    ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    ลอนดอนให้ความรู้สึกเหมือนตลาดยุคกลางที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะสร้างใหม่ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมลอนดอนจึงทำหน้าที่เป็นเมืองชอปปิง เพราะลอนดอนยังคงดำเนินกิจการตามแบบฉบับของคอมมูนิตี้ โดยแต่ละย่านทำหน้าที่แตกต่างกัน ในย่านเมย์แฟร์ ช่างตัดเสื้อแถวซาวิลโรว์เริ่มตัดสูทกันตั้งแต่ปี 1806 ขณะที่บ้านแถวบนถนนเมาท์สตรีทเป็นที่ตั้งของร้านซิโมน โรชา ซึ่งมีรถยนต์เก่าๆ ประดับประดาไปด้วยดอกไม้ ฝั่งตรงข้ามเมือง พ่อค้าแม่ค้าบนถนนพอร์โทเบลโลขายของวินเทจเวสต์วูด เคียงบ่าเคียงไหล่กับร้านขายอุปกรณ์ทหารสมัยวิกตอเรีย ลูกค้าประจำมักจะไปวันศุกร์หรือวันอาทิตย์ เพราะวันเสาร์เป็นวันของนักท่องเที่ยว บนถนนอ็อกซ์ฟอร์ดสตรีท ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ทำหน้าที่เป็นเวทีทางวัฒนธรรม

    9. เคปทาวน์

    ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    เคปทาวน์ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเมืองชอปปิงที่น่าสนใจที่สุดในโลก ด้วยการเชื่อมโยงการออกแบบ จิตวิญญาณ และภูมิทัศน์เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ณ ศูนย์การค้า V&A Waterfront และโกดังสินค้า The Watershed รวบรวมแผงขายสินค้าจากแอฟริกา 150 แผงไว้ภายใต้หลังคาเดียวกัน ซึ่งเป็นเสมือนจุดสมดุลย์ให้กับห้างสรรพสินค้าข้างๆ ที่มีร้าน Cape Union Mart คอยตกแต่งเส้นทางซาฟารีด้วยเสื้อผ้าสีกากีและขนแกะ นอกท่าเรือ เครือข่ายร้านค้าและองค์กรการกุศลของเมืองก็ทำหน้าที่หลักในการขนย้ายสินค้า Help The Rural Child ดำเนินกิจการหลายสาขาเพื่อสนับสนุนการศึกษา ขณะที่ Coats for Africa ในวินเบิร์กก็ช่วยขนย้ายสินค้าจำนวนมากจนต้องแวะเวียนมาซื้อของเป็นประจำทุกวัน

    10. ดับลิน

    ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับมหานคร ชอปปิงที่ดีที่สุด ระดับโลก

    ร้านค้าในดับลินเปรียบเสมือนเมืองที่รู้จักการละเล่นมาประชันเป็นอย่างดี George’s Street Arcade มีทั้งหมอดูไพ่ทาโรต์และเข็มกลัด Paul Mescal ขณะที่พนักงานเฝ้าประตู Brown Thomas ในชุดเต็มยศคอยต้อนรับนักช้อปบนถนน Grafton Street ที่กำลังเดินหาซื้อ Prada อยู่สี่ชั้นเหนือร้านที่ James Joyce ประสบการณ์ทั้งหมดนี้สร้างขึ้นจากการผสมผสานระหว่างการตระหนักรู้ในตนเองและความจริงใจ มรดกทางวรรณกรรมเป็นรากฐานสำคัญ

    อ้างอิง Traveler 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1208794&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZuWm3i8671Mx80UWR3lTT

  • เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยโครงการ “รอยยิ้มของแผ่นดิน” (Smile of the Land : Great Smile Grand Moment)

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    ถ่ายทอดพระเกียรติคุณอันทรงคุณค่าและพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวตามรอยโครงการพระราชดำริ

    พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระพันปีหลวงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม มีความหลากหลายและล้วนทรงคุณค่า หนึ่งในนั้น คือ “ด้านศิลปาชีพและชุมชน” พระองค์ทรงก่อตั้ง “ศูนย์ศิลปาชีพ” หลายแห่งทั่วประเทศ

    เช่น ที่บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในลำปาง สกลนคร อ่างทอง นราธิวาส ฯลฯ เพื่อฝึกฝนทักษะและส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมให้กับราษฎรในท้องถิ่น

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    • ศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำ

    ในพื้นที่ภาคเหนือ ณ จังหวัดลำปาง ศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำ เป็นที่รู้จักของผู้สนใจศึกษาดูงานด้านการพัฒนาชุมชนและงานหัตถกรรมพื้นบ้าน

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสามารถชมกรรมวิธีการทอผ้า การปั้นเครื่องดินเผา และงานฝีมือชนิดต่าง ๆ ของชาวบ้าน รวมถึงสัมผัสวิถีชีวิตแบบพอเพียง

    • ศูนย์ส่งเสริมศิลปชีพบ้านกุดนาขาม

    ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม จังหวัดสกลนคร กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงหัตถกรรมที่สำคัญของจังหวัดสกลนคร

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    โดยที่นี่เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา งานแกะสลักไม้ และผ้าไหมชั้นดี มีห้องจัดแสดงการปั้นและการเขียนลาย รวมถึงห้องโชว์ผลิตภัณฑ์ฝีมือสมาชิกที่ออกแบบได้สวยงามเป็นเอกลักษณ์

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    • ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบางไทร

    ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นับเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของภาคกลาง

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมหมู่บ้านศิลปาชีพเพื่อชมบ้านไทยโบราณและวิถีชีวิตไทยทั้งสี่ภาค พร้อมทั้งชมการสาธิตงานหัตถกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทอผ้า จักสาน แกะสลัก หรือปั้นเครื่องดินเผา

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    • ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง

    เลื่องชื่อกันเป็นอย่างดีสำหรับ “ตุ๊กตาชาววัง” ของศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง จังหวัดอ่างทอง ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทองและฟาร์มตัวอย่างบ้านยางกลางเปิดต้อนรับประชาชนทั่วไปให้เข้าชมและเรียนรู้ควบคู่กัน ทั้งด้านศิลปหัตถกรรมและด้านเกษตรกรรม (ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม)

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    โดยผู้เยี่ยมชมจะได้ชมการสาธิตทอผ้ายกทอง การปักผ้าแบบชาววัง การทำกระดาษสา และการปั้นเครื่องปั้นดินเผาเซรามิก เป็นต้น

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    • ศูนย์ศิลปชีพพิเศษพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

    แม้จะอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อย่าง จังหวัดนราธิวาส ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ก็ตั้งอยู่ภายในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนราธิวาส คือ “พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์” นั่นเอง

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมพระตำหนักบนยอดเขาตันหยง ซึ่งมองเห็นวิวทะเลสวยงาม สามารถแวะชมผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาฝีมือชาวนราธิวาส

    เที่ยวตามรอย โครงการพระราชดำริ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ปักหมุด 5 พิกัด เส้นทางศิลปาชีพ

    ผลิตภัณฑ์จากศูนย์เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นงานทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย จักสาน หรือเครื่องปั้นดินเผา ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน แต่ยังกลายเป็นสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่นักท่องเที่ยวสนใจไปเยี่ยมชมและอุดหนุนอย่างมาก

    เฉกเช่นเดียวกับ “ผ้าไหมไทย” ที่พระองค์ทรงส่งเสริมก็เช่น ผ้าไหมแพรวา จากภาคอีสาน ผ้ามัดหมี่ (ikat) ผ้ายกดอกลำพูน และ ผ้าซิ่น ตีนจกแม่แจ่ม

    ล้วนได้รับการส่งเสริมจนมีชื่อเสียงและปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นสินค้าประจำถิ่น สร้างความภาคภูมิใจและดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวผู้รักศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/lifestyle/travel-shopping/644707&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38Ba0EAnIkiT6_U_NqeRUg

  • กระทรวงท่องเที่ยวฯ ระดมเจ้าหน้าที่ ช่วยนักท่องเที่ยวที่ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

    กระทรวงท่องเที่ยวฯ ระดมเจ้าหน้าที่ ช่วยนักท่องเที่ยวที่ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 – หาดใหญ่ จ.สงขลา นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้สั่งการเร่งด่วนให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ที่ประจำอยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในเขตอำเภอหาดใหญ่ หลังน้ำท่วมฉับพลันส่งผลให้ถนนหลายสายถูกตัดขาด นักท่องเที่ยวจำนวนมากติดค้างทั้งในสนามบิน โรงแรม และพื้นที่เสี่ยง

    ปลัดกระทรวงฯ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประสานทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการสนธิกำลังร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสนับสนุน รถบรรทุก เรือท้องแบน และอุปกรณ์กู้ภัยในการลำเลียงนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่วิกฤต พร้อมจัดส่ง น้ำดื่ม อาหารกล่อง และของใช้จำเป็น ให้แก่โรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวติดค้าง รวมถึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพิกัดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

    ในเบื้องต้น มีโรงแรมหลายแห่งที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหารและการอพยพนักท่องเที่ยว ดังนี้

    รายชื่อโรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวติดค้างและความต้องการเร่งด่วน

    โรงแรม Red Planet – แขก 300 ท่าน ต้องการออกจากพื้นที่

    Hatyai Signature – แขก 100 ท่าน ต้องการออกจากพื้นที่

    โรงแรมญันนะตีย์ – ต้องการอาหารเช้า 250 กล่อง

    Urbanli Hatyai Hotel – ต้องการอาหาร 60 กล่อง (099-629-5396)

    โรงแรมซากุระบัดเจท – ต้องการอาหาร 250 กล่อง (074-235001)

    โรงแรมสากล – ต้องการอาหาร 180 กล่อง (081-444-7524)

    โรงแรมเฟรนลี่เทล – ต้องการข้าวกล่อง 200 กล่อง (081-609-2883)

    โรงแรมเอทีเค หาดใหญ่ – ต้องการข้าวกล่อง 150 กล่อง และขอรถส่งผู้โดยสารไปสนามบิน 2 ท่าน (074-898999)

    โรงแรมสิงห์โกลเด้นเพลส – ต้องการอาหาร 180 กล่อง (088-258-9350)

    โรงแรมเดอะแลนเทิร์น – ต้องการอาหาร 100 กล่อง (099-402-3666)

    โรงแรมวังน้อย – ต้องการอาหาร 150 กล่อง (081-351-4956 / 095-463-5945)

    โรงแรมแกรนด์พิงค์ และแกรนด์พิงค์พาร์ค – ต้องการอาหารรวม 470 กล่อง (093-740-1222)

    โรงแรมอาโลฮ่า – ต้องการอาหาร 280 กล่อง (086-481-6087)

    โรงแรมหาดใหญ่โกลเด้นคราวน์ – ต้องการอาหาร 200 กล่อง (086-488-7847)

    หาดใหญ่เมอริเดียน – มีแขกประมาณ 150 คน (082-542-2463 / 098-465-0261)

    โรงแรมอยู่ หาดใหญ่ – ต้องการอาหาร 70 กล่อง (083-179-8838)

    โรงแรมวีเวิลด์ บูติก – ต้องการอาหาร 80 กล่อง (081-543-9626)

    โรงแรมไฮซีซั่น – ต้องการอาหาร 150 กล่อง (ทศพล 084-080-0008)

    โรงแรมซากุระ สาย 3 (ตึกเก่า) – ต้องการข้าวกล่อง 32 กล่อง และต้องการอพยพลูกค้า 32 คน (092-757-3074 / 094-328-3552 / 088-888-8899)

    Smile Bed Hotel – ต้องการอาหารกล่องมุสลิม 150 กล่อง (084-188-8138)

    Bestier Hatyai – ต้องการอาหาร 150 กล่อง (06-5767-8888)

    Hoshi Hotel Hatyai – ต้องการอาหาร 60 กล่อง (082-569-1559 / 085-592-6459)

    โรงแรมพีเอส ทุ่งเสา – ต้องการอาหาร 160 กล่อง และเรือหรือรถเพื่อนำลูกค้า 10 ท่านไปสนามบิน (ติดต่อ: ทิพย์ 063-515-9716)

    โรงแรมโฆษิต สาย 2 – ต้องการอาหาร 60 กล่อง (086-747-1811)

    โรงแรมภาสว่าง – ต้องการอาหาร 100 กล่อง (086-958-8766)

    โรงแรมเอเชี่ยน (สาย 3) – ต้องการอาหาร 250 กล่อง (063-054-8842)

    โรงแรมนิวซีซั่น – ต้องการอาหาร 300 กล่อง

    โรงแรมโคลเวอร์ – ต้องการอาหาร 100 กล่อง (088-050-6224)

    โรงแรมเดอะเบด หาดใหญ่ – ขออพยพลูกค้า 30 ท่านไปสนามบิน (ดำเนินการช่วยเหลือแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา)

    ตั้งศูนย์บัญชาการช่วยเหลือเร่งด่วน กระทรวงฯ ได้ประสานงานกับเทศบาลนครหาดใหญ่จัดตั้ง ศูนย์บัญชาการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นจุดรวมข้อมูลและการประสานขอความช่วยเหลือ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากระดับน้ำยังไม่ลดลง และมีความจำเป็นต้องเร่งอพยพนักท่องเที่ยวในบางพื้นที่ที่ยังถูกตัดขาด

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ กล่าวว่า “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกคน เราจะระดมทุกทรัพยากรและประสานทุกหน่วยงาน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้”

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2897333&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0G9m8-NLsisFN0jZYORB9J

  • ไอคอนสยาม ประกาศจัด

    ไอคอนสยาม ประกาศจัด

    วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.11 น.

    ไอคอนสยาม เชิญคนไทยฉลอง 7 ปี พร้อมรางวัลระดับโลก แจก E-GIFT CARD 700 บาท 10,000 สิทธิ์ มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ประกาศจัด “Amazing Thailand Countdown 2026” ตอกย้ำประเทศไทยเป็นหนึ่งในงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชิญคนไทยร่วมฉลองรางวัลโครงการทรงอิทธิพลระดับโลกจาก MAPIC AWARDS 2025 พร้อมฉลองครบรอบ 7 ปี แจก SIAM E-GIFT CARD มูลค่า 700 บาท จำนวน 10,000 สิทธิ์ และเสื้อยืด Limited-Edition 3,000 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท

    ผนึกกำลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและพันธมิตรจัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2026 ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก” ยกระดับงานเคานต์ดาวน์ประเทศไทยเป็น Global Festival Landmark มั่นใจกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช่วงสิ้นปี 

    ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ การแสดงโดรน เพื่อน้อมถวายความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จาก Crostars (โครสตาร์ส) ผู้นำด้านโชว์โดรนระดับโลกจากจีน และการแสดงพลุรักษ์โลก ความยาว 1,400 เมตร ยาวที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผู้กำกับพลุมือรางวัลระดับโลกจากญี่ปุ่น

    ขนทัพศิลปินไอคอนิกระดับโลก นำโดย Mark Tuan (มาร์ค ต้วน) ปะทะสุดยอดไอคอนิกไทย รวมกว่า 200 ศิลปินดัง สร้างปรากฏการณ์บันเทิงสุดอลังการริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับผู้ชมทุกคน

    ตอกย้ำศักยภาพให้ประเทศไทยยืนหนึ่งเป็น Global Countdown Destination ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

    งาน  “Amazing Thailand Countdown 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 31 ธันวาคม 2568 ที่ ไอคอนสยาม

    คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวถึงการจัดงานฉลอง 7 ปีว่า ไอคอนสยาม เชิญชวนคนไทยร่วมฉลองความเป็นเลิศของไทยบนเวทีโลก หลังคว้ารางวัลโครงการทรงอิทธิพลระดับโลก MAPIC AWARDS 2025 พร้อมฉลองครบรอบ 7 ปีอย่างยิ่งใหญ่ แจก SIAM E-GIFT CARD มูลค่า 700 บาท จำนวน 10,000 สิทธิ์ และเสื้อยืด ICONSIAM Limited Edition กว่า 3,000 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ไอคอนสยามประกาศจับมือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรุงเทพมหานคร, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และพันธมิตรทุกภาคส่วน จัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2026 มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก”  เพื่อส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะหนึ่งในงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก และเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไฮซีซัน ทั้งภาคธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

    “งาน Amazing Thailand Countdown 2026 เป็นมหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่เกิดขึ้นจากพลังความร่วมมือสุดยิ่งใหญ่จากพันธมิตรผู้ร่วมสนับสนุน อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท โอนเดส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โกลเด้น ทอร์เก้น จำกัด, บริษัท ปุริ จำกัด, โรงพยาบาลสมิติเวช, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติตอล จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็น.เอ.พี.เซอร์วิส แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด และสายการบิน สตาร์ลักซ์ แอร์ไลน์ โดยนำความเป็นที่สุดของโลกมาบรรจบกับความเป็นที่สุดของไทย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ให้ทุกคนได้สัมผัสกับเฟสติวัลระดับโลก เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในการเป็น Global Destination และเสริมแกร่งให้ประเทศก้าวสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ พร้อมสะท้อนพลัง Soft Power ของไทยในการสร้างเทศกาลระดับนานาชาติที่ขยายผลทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นกระแสการเดินทางในช่วงไฮซีซัน เพิ่มการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวของทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศให้มากขึ้น มหาปรากฏการณ์ Amazing Thailand Countdown 2026 จึงไม่เพียงเป็นงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เวทีโลก ทั้งด้านภาพลักษณ์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ” คุณสุพจน์ กล่าวเพิ่มเติม 

    ด้าน ดร.พัฒพงศ์  พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือบทพิสูจน์ว่างาน Amazing Thailand Countdown ไม่ใช่เพียงงานเทศกาลส่งท้ายปี แต่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่ Global Destination อย่างเต็มตัว สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติในด้านการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Tourism) ที่มุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรม วิถีไทย และความงดงามของกรุงเทพฯ ผ่านโค้งน้ำเจ้าพระยาของไอคอนสยาม โดยครั้งนี้ Amazing Thailand Countdown 2026 ได้ต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อน ๆ ด้วยการผนึกพลังแห่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ประจักษ์ต่อสายตาโลก ว่าเราไม่เพียงมีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่งดงาม แต่ยังมีความร่วมสมัย มีพลังดึงดูดในหลากหลายมิติให้คนทั่วโลกปักหมุดมาเยือน ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับประเทศไทยให้เปล่งประกายบนเวทีการท่องเที่ยวโลก”

    ด้าน คุณณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า “Amazing Thailand Countdown ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักภายใต้แคมเปญ ‘Thailand: The Great Celebration Destination’ ที่ช่วยกระตุ้นกระแสการเดินทางในช่วงปลายปี และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงไฮซีซันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นได้จากความสำเร็จจากครั้งล่าสุดที่ผ่านมา Amazing Thailand Countdown 2025  ที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 55 ล้านบาท กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่พิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายเคานต์ดาวน์ระดับโลก และในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเชื่อมั่นว่างาน Amazing Thailand Countdown 2026 จะยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่จะช่วยปลุกการท่องเที่ยวปลายปีให้คึกคัก และส่งผลเชิงเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติภาพรวมทั้งประเทศช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ในช่วงวันที่ 28 -31  ธันวาคม 2568 ไม่น้อยกว่า 500,000 คน โดยอ้างอิงจากปีที่ผ่านมา”

    ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวถึงบทบาทของงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่า “ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของการจับจ่ายและการเดินทาง จะเห็นได้ว่าตลาดท่องเที่ยวปลายปีมีอัตราการเติบโตดีต่อเนื่องทุกปี และเป็นแรงส่งสำคัญต่อรายได้รวมของประเทศ การจัดงาน Amazing Thailand Countdown ที่ไอคอนสยาม ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ระดับนานาชาติให้กับนักท่องเที่ยว ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ สร้างรายได้ให้กับธุรกิจท้องถิ่นและผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และบริการริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงธุรกิจโดยรอบอย่างกว้างขวาง ถือเป็นกลไกสำคัญในการกระจายเม็ดเงินท่องเที่ยวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และธุรกิจชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับปีนี้ จากแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดด และความนิยมของกิจกรรมเฉลิมฉลองระดับนานาชาติริมแม่น้ำเจ้าพระยา คาดว่าการจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ที่ไอคอนสยาม จะยิ่งส่งผลทางเศรษฐกิจมากขึ้น สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้ธุรกิจโดยรอบ ทั้งในพื้นที่ริมแม่น้ำและธุรกิจบริการในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งเสริมความแข็งแรงให้ตลาดท่องเที่ยวเทศกาลปลายปีของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2569 ด้วย”

    มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก

    สำหรับงาน “Amazing Thailand Countdown 2026” กำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “A GLOBAL PHENOMENAL CELEBRATION AT THE ICON UNRIVALED – มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก” โดยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตลอดจนรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่จากพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมสร้างปรากฏการณ์เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ระดับโลกริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในงานพบกับประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ทั้ง

    4D Sky “In Eternity Reverence” to Honor Her Majesty The Queen Mother เพื่อน้อมถวายความอาลัย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งแรกของโลกกับการรวมพลังครั้งสำคัญ สร้างสรรค์โชว์สุดยิ่งใหญ่ 4 มิติเหนือท้องฟ้า ด้วยการแสดงพลุรักษ์โลก ผสานโดรน และไพโรเทคนิคสุดอลังการ เหนือแม่น้ำเจ้าพระยา จาก Crostars (โครสตาร์ส) ผู้นำด้านโชว์โดรนระดับโลกจากจีน, และ Okuchi Yoshimasa (โอคุจิ โยชิมาสะ) ผู้กำกับการแสดงพลุรักษ์โลกมือรางวัลระดับโลกจากญี่ปุ่น เต็มอิ่มกว่า 20 นาที ในค่ำคืนส่งท้ายปี วันที่ 31 ธันวาคม 2568

    The Unrivaled Global Performance: Where The Best of Thailand Meets The Best of The World ค่ำคืนแห่งความยิ่งใหญ่ เมื่อสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและโลกมาบรรจบกัน กับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษจากศิลปินระดับโลกมาสร้างสรรค์โชว์ร่วมกับศิลปินไอคอนิกของไทย เพื่อถ่ายทอดโมเมนต์แห่งตำนานและมอบประสบการณ์ความบันเทิงเหนือความคาดหมาย ที่ผู้ชมทั่วโลกจะไม่มีวันลืม ในค่ำคืนส่งท้ายปี วันที่ 31 ธันวาคม 2568

    The Unrivaled Global Celebration – Endless Riverfront Entertainment Arena ที่สุดของมหาปรากฏการณ์ความบันเทิงระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับความสนุกแบบไร้ขีดจำกัด ที่เกิดขึ้นที่ไอคอนสยามเท่านั้น กับ The Largest Riverfront Dance Arena เนรมิตริเวอร์ พาร์ค เป็นฟลอร์เต้นรำที่ใหญ่ที่สุด พร้อมบรรยากาศสุดมันส์จากดีเจชื่อดัง ให้ทุกคนปลดปล่อยจังหวะแห่งความสุขได้เต็มที่ และศิลปินแถวหน้าของไทยกว่า 200 ชีวิต อาทิ เก่ง–น้ำปิง, หลิงหลิง–ออม, ซี–นุนิว, เติ้ล–เฟิร์สวัน, BUS because of you i shine, Proxie, เจฟ ซาเตอร์, Bodyslam, Slot Machine, Three Man Down, Y2Z, 4EVE, PiXXiE, ATLAS, DEXX, URBOYTJ, CIR*CRL, The 52 Area, CD x Nara และ DJ Paul Sirisant, DMD BOYS, XEBIS ENTERTAINMENT, Laz1, ศิลปินจากค่าย I AM และ WAYDAY พร้อมด้วยศิลปินจาก PROJEXT52 ลีซอ ธีรเทพ, ANGEL ANGIE, ฟลุ๊คจ์ พงศภัทร์ และ DRiPA

    ร่วมโมเมนต์ระดับโลกในงาน Amazing Thailand Countdown 2026

    ไอคอนสยามขอมอบความสุขส่งท้ายปี ให้แก่สมาชิก ONESIAM เพื่อรับบัตรเข้าร่วมงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 หลากหลายวิธีตั้งแต่วิธีที่ง่ายที่สุดอย่างการ Walk In การช็อป การสะสมยอดใช้จ่าย การร่วมสนุกผ่านร่วมกิจกรรมออนไลน์ ไปจนถึงสิทธิพิเศษจากการเป็นสมาชิก โดยสามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เข้าร่วมงานเพิ่มเติมได้ทาง www.iconsiam.com หรือ Facebook: ICONSIAM

    เตรียมพบกับมหาปรากฏการณ์เฉลิมฉลองส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย Amazing Thailand Countdown 2026 ภายใต้แนวคิด “A GLOBAL PHENOMENAL CELEBRATION AT THE ICON UNRIVALED – มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก” เฟสติวัลระดับโลกที่ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน และพันธมิตรระดับนานาชาติ นำเสนอสุดยอดประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 นี้ ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม หรือเลือกรับชมผ่านการถ่ายทอดสด (Live) ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32HD, ช่อง one31 และช่อง GMM25 หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊ก ไทยรัฐออนไลน์, ช่อง one31, The Standard, ข่าวสด, มติชน และ Feed โดยจะถ่ายทอดสดให้รับชมพร้อมกันตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป และช่องทางออนไลน์ของไอคอนสยาม Facebook และ YouTube ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1338   

    #AmazingThailandCountdown2026 #ICONSIAM #ICONSIAMCountdown2026 #CountdownatICONSIAM #เคานต์ดาวน์ปีนี้ที่ไอคอนสยาม

    -(016)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/929816&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Tg5IfGULeYDIdg-vLAdN0

  • ปิดฉากท่องเที่ยว 9 เดือน ปี 2568 บิ๊กธุรกิจฝ่ามรสุมต่างชาติหดตัว พลิกวิกฤต โกยกำไร

    ปิดฉากท่องเที่ยว 9 เดือน ปี 2568 บิ๊กธุรกิจฝ่ามรสุมต่างชาติหดตัว พลิกวิกฤต โกยกำไร

    แม้ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 24 ล้านคน ติดลบกว่า 7 % อันเป็นผลจากการชลอตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงถึง 35 % และแม้ปีนี้นักท่องเที่ยวยุโรป และหลายตลาดจะเติบโตสูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิดไปแล้ว

    แต่ด้วยนักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดหลักครองส่วนแบ่งตลาดท่องเที่ยวไทยกว่า 28 % การหดตัวของจีน ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวในปีนี้ เป็นความท้าทาย แต่บิ๊กธุรกิจรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯก็เดินกลยุทธโกยกำไรได้กันถ้วนหน้า

    ธุรกิจท่องเที่ยวช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ทั้งสายการบินและธุรกิจโรงแรม ยังพบว่าสามารถฝ่าแนวต้านในช่วงโลว์ซีซันปีนี้ไปได้ จนทำกำไรถ้วนหน้า

    ยกเว้น บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) (DTC) ที่ขาดทุนอยู่ สาเหตุหลักมาจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ และมีดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากส่วนงานที่ก่อสร้างแล้วเสร็จของโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค แต่ในแง่ของการดำเนินธุรกิจ ถือว่าเติบโตจากการกลับมาเปิดให้บริการโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ และการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการดุสิต เรสซิเดนซ์

    3 สายการบิน กำไรแตะ 3 หมื่นล้าน

    ในส่วนของธุรกิจการบิน พบว่า 3 สายการบินหลักของไทย ต่างโกยกำไรถ้วนหน้า โดยภาพรวมช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า ธุรกิจสายการบินของไทย มีกำไรรวมกว่า 30,259 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 21,572 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 8,687 ล้านบาท

    สายการบินที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง คือ “การบินไทย” มีผลประกอบการที่โดดเด่นอย่างมาก ปิดฉาก 9 เดือนด้วยกำไรสุทธิสูงถึง 26,394 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 73.4 % และมีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 37 % เป็นผลสำเร็จที่สำคัญมาจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวม ราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ลดลง และการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK) ลดลงเหลือ 1.364 บาท ทั้งยังมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 13.2 %

    เนื่องจากการบินไทยมีการเติบโตของผู้โดยสารในเส้นทางยุโรปสูง สอดคล้องกับการเติบโตของนักท่องเที่ยวยุโรปที่เดินทางเข้าไทย การพึ่งพิงผู้โดยสารจีนมีไม่สูงกว่าสายการบินอื่น และอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) อยู่ที่ 79.1%

    ผลประกอบการสายการบิน โรงแรม 9 เดือนแรก ปี 2568

    ขณะที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และ ไทยแอร์เอเชีย แม้จะมีกำไรลดลงหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากการเผชิญความท้าทายอย่างมาก จากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีน ทำให้มีรายได้บัตรโดยสารลดลง แต่ทั้ง 2 สายการบิน ก็ปรับตัว และประคองตัวให้ยังสามารถทำกำไรได้

    โดย “บางกอกแอร์เวย์ส” ยังคงมีกำไรจากการดำเนินงานเติบโต 0.6 % โดยได้รับแรงหนุนจากผู้โดยสารยุโรปที่เติบโตต่อเนื่อง จากการโค้ดแชร์กับสายการบินต่างๆ ทำให้รายได้ลดลงเพียง 0.1% และยังมีรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน ซึ่งเติบโตสูงถึง 11.2%

    ขณะที่ “ไทยแอร์เอเชีย” มีกำไรลดลงถึง 77 % สาเหตุหลักมาจากจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศลดลง 15 % เหลือ 5.0 ล้านคน เนื่องจากสายการบินได้ลดปริมาณที่นั่งในตลาดที่ฟื้นตัวช้า โดยเฉพาะจีน ฮ่องกง และมาเก๊า โดยได้เลื่อนการรับมอบเครื่องบินใหม่ไปเป็นปีหน้า คงจำนวนฝูงบินไว้ที่ 62 ลำในปีนี้ (ปรับจากแผนเดิมที่ 66 ลำ)

    ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับภาพรวมการท่องเที่ยว ทั้งสายการบินก็เน้นขยายเส้นทางไปยัง อินเดีย เวียดนาม โดยคาดว่าจะมีการเติบโตของที่นั่ง 10–20 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และตลาดเสรีภาพการบินที่ 5 ระหว่าง ลาว–เวียดนาม (ดอนเมือง–หลวงพระบาง–ฮานอย) ในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อหนุนรายได้

    บิ๊กธุรกิจโรงแรมย้ังไปได้ดี แม้นักท่องเที่่ยวจีนหด

    ด้านธุรกิจโรงแรมในตลท.มีกำไรรวมกัน ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาท โดย บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ทำรายได้กว่า 121,664 ล้านบาท กำไรเติบโตก้าวกระโดดถึง 47 % ซึ่ง “ไมเนอร์” เป็นกลุ่มที่ทำกำไรสูงสุด ซึ่งเป็นการเติบโตของโรงแรมและธุรกิจอาหาร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    โดยไมเนอร์ โฮเทลส์ มีกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 63 % จากปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานของโรงแรมที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในยุโรปและมัลดีฟส์ รวมถึงกำไรจากการขายสินทรัพย์

    ส่วนไมเนอร์ ฟู้ด มีกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 26 % จากปีก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจากการดำเนินงานในประเทศไทย และการปรับโครงสร้างความร่วมมือในบริษัท Art of Baking ซึ่งได้นำ Europastry ผู้ดำเนินธุรกิจเบเกอรี่อันดับต้นของโลกเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นเพิ่มเติม เพื่อเร่งขยายธุรกิจเบเกอรีในระดับภูมิภาค

    ตามมาด้วยบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC ที่มีการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นเฉียด 10% และกำไร 4,522 ล้านบาท เติบโต 13 % โดยได้แรงหนุนจากการเปิดตัว “Jurassic World: The Experience” ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กใหญ่ที่สุดครั้งแรกของโลกในเอเชีย

    ความสำเร็จของโครงการนี้ทำให้ยอดจำหน่ายบัตรเข้าชมมากกว่า 200,000 ใบ ภายใน 3 เดือนแรก ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าของโครงการเอเชียทีคเพิ่มขึ้น 26.3 % ดันรายได้ของกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าเติบโตขึ้นก้าวกระโดด และการรับรู้รายได้จากการเปิดโรงแรมใหม่

    ขณะที่ “เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” หรือ SHR  ก็พลิกกลับมาทำกำไรสุทธิที่ 328.4 ล้านบาท จากการขาดทุนในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลง (จากการจัดหาเงินกู้ใหม่) และผลตอบแทนที่สูงขึ้นของโรงแรมในประเทศไทย (RevPAR เติบโต 18.9%) หลังการปรับปรุง โรงแรม ทราย ลากูน่า ภูเก็ต

    เช่นเดียวกับ “บมจ.วีรันดา รีสอร์ท” หรือ “VRANDA” มีการเติบโตของกำไรสุทธิสูงสุดในกลุ่มโรงแรมทั้งหมด โดยเติบโตถึง 17 % จากรายได้ของโรงแรมเติบโต 17% และคิดเป็น 95% ของรายได้รวมทั้งหมด โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR)

    ส่วน “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” (ERW) ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีน เนื่องจากกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงชั้นประหยัดมีลูกค้าต่างชาติเป็นหลักกว่า 90% ส่งผลให้รายได้รวมทรงตัว และ RevPAR ของกลุ่มโรงแรม 5 ดาวลดลง 11 % สวนทางกลับกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ท (ฮ็อป อินน์) ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 18 % และ EBITDA เพิ่มขึ้น19 % จากลูกค้าเดินทางเพื่อธุรกิจในประเทศ

    เที่ยวดีมีคืน หนุนท่องเที่ยวไตรมาส 4

    สำหรับสถานการณ์ธุรกิจในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ถือว่ามีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากตรงกับช่วงไฮซีซัน เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแตะวันละราว 1 แสนคนแล้ว โดยเฉพาะตลาดยุโรป อเมริกา และ อินเดีย รวมถึงมาตรการต่างๆที่รัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะส่งผลดีโดยตรงต่อผู้ประกอบการในภาคบริการ

    โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการเข้าพักในโรงแรมและค่าอาหารมาลดหย่อนภาษีได้ 20,000 บาท โครงการ “คนละครึ่งพลัส” กระตุ้นการใช้จ่าย ที่จะช่วยสนับสนุนความต้องการเดินทางภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

    ขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวรายใหญ่ของไทย ยังคงมองการขยายธุรกิจต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น AWC ที่ยังโฟกัสการเร่งแปลงทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างการพัฒนาให้เป็นทรัพย์สินดำเนินการ (Operating Asset) เพื่อสร้างกระแสเงินสดเพิ่มเติม บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายพอร์ตโฟลิโอให้มีขนาดเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวนับตั้งแต่ IPO ในปี 2562 และการเปิดตัวโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้น

    อย่าง โรงแรม แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท ,โครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ไมเนอร์ ยังมีแผนการเสนอขาย ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปีหน้า ควบคู่กับการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จะเป็นแรงขับสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านของบริษัทไปสู่ โมเดลธุรกิจแบบ Asset-Light เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุน การขยายธุรกิจร้านอาหารผ่านรูปแบบแฟรนไชส์และนวัตกรรมร้านค้าใหม่

    ในด้านของการบินไทย ก็มองโอกาสขยายการลงทุนธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือ MRO บางกอกแอร์เวย์ส ล่าสุดก็ได้ลงทุนซื้อเครื่องบิน ATR 72-600 จำนวน 10-12 ลำ ที่จะทยอยรับมอบ เพื่อทดแทนฝูงบินเดิมและเพิ่มจำนวนเครื่องบินนั่นเอง

    ทั้งหมดเป็นผลประกอบการของบิ๊กธุรกิจในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ และทิศทางในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งธุรกิจก็ยังคงมองโอกาสในการขยายลงทุนอย่างต่อเนื่อง

    หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,150 วันที่ 20 – 22 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/644559&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39hVOLg65FDFY9Bx58G1f0

  • ธุรกิจญี่ปุ่นไม่หวั่นนักท่องเที่ยวจีนไม่เข้าประเทศ เผยทำให้คนท้องถิ่นเที่ยวง่ายขึ้น

    ธุรกิจญี่ปุ่นไม่หวั่นนักท่องเที่ยวจีนไม่เข้าประเทศ เผยทำให้คนท้องถิ่นเที่ยวง่ายขึ้น

    ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่เสื่อมถอยลงในเดือนนี้ สืบเนื่องจากคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นเกี่ยวกับไต้หวัน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อร้านแบรนด์เนมหรูหรา ร้านก๋วยเตี๋ยว และโรงแรมที่นักท่องเที่ยวนิยมไปจับจ่ายใช้สอย

    แต่ธุรกิจในโตเกียวส่วนใหญ่กลับไม่สนใจความกังวลดังกล่าว

    ชินะ อิโตะ มีลูกค้าชาวจีนน้อยลงที่ร้านจิวเวลรี่ของเธอในโตเกียว นับตั้งแต่จีนออกคำเตือนเรื่องการเดินทางอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการทูต แต่เธอบอกว่าเธอไม่ได้กังวล

    “เนื่องจากมีลูกค้าชาวจีนน้อยลง ทำให้นักช้อปชาวญี่ปุ่นเดินทางมาได้สะดวกขึ้น ยอดขายของเราจึงไม่ลดลงมากนัก” อิโตะ ผู้จัดการร้านเผยกับสำนักข่าว AFP

    โดยปกติแล้ว ลูกค้าชาวจีนคิดเป็นครึ่งหนึ่งของลูกค้าที่ร้านของเธอในย่านอาซากุสะ ซึ่งเป็นย่านเก่าแก่ของกรุงโตเกียว ซึ่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินเตร่ไปตามตรอกซอกซอยที่เรียงรายไปด้วยร้านค้า

    ธุรกิจการท่องเที่ยวและค้าปลีกหลายแห่งในญี่ปุ่นพึ่งพานักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นๆ ในการซื้อของทุกอย่าง ตั้งแต่ซูชิไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

    โรงแรม ร้านขายเสื้อผ้าดีไซเนอร์ และแม้แต่ร้านขายยาบางแห่งก็มีพนักงานที่พูดภาษาจีนกลาง ขณะที่ห้างสรรพสินค้ามักจะมีป้ายภาษาจีน

    ในย่านกินซ่าอันหรูหราของโตเกียว ยูกิ ยามาโมโตะ ผู้จัดการร้านอุด้งชื่อดังบนอินสตาแกรมกล่าวว่า เขาไม่ได้สังเกตเห็นผลกระทบต่อยอดขายในทันทีในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่จีนเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงญี่ปุ่น

    “ผมไม่คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันหรือรุนแรงใดๆ” เขากล่าว แม้จะประเมินว่า ในวันปกติ ลูกค้าที่รอคิวหน้าร้านของเขาราวครึ่งหนึ่งเป็นชาวจีน “แน่นอนว่า หากจำนวนลูกค้าลดลง นั่นก็เป็นเรื่องน่าผิดหวังสำหรับทางร้าน แต่ลูกค้าชาวญี่ปุ่นก็ยังคงรับประทานอาหารตามปกติ ดังนั้นเราจึงไม่ได้กังวลมากนัก

    ข้อมูลอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่นระบุว่า จีนเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวญี่ปุ่นมากที่สุด โดยมีนักท่องเที่ยวเกือบ 7.5 ล้านคนในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

    ด้วยค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง นักท่องเที่ยวเหล่านี้จับจ่ายใช้สอยถึง 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่ 3

    ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติญี่ปุ่นระบุว่า ปีที่แล้วนักท่องเที่ยวชาวจีนใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นโดยเฉลี่ย 22%

    อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางมาญี่ปุ่นในปีที่แล้วสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 36.8 ล้านคน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะการท่องเที่ยวล้นเกิน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมากในญี่ปุ่น

    -การบังคับทางเศรษฐกิจ-

    เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิเผยว่า ญี่ปุ่นอาจเข้าไปแทรกแซงทางการทหารหากไต้หวันถูกโจมตี จากนั้นทางการจีนจึงออกคำแนะนำให้พลเมืองเลี่ยงการเดินทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ส่งผลให้หุ้นค้าปลีกและการท่องเที่ยวร่วงระนาว และส่วนใหญ่ยังไม่ฟื้น

    คิมิ โอโนดะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นสายเหยี่ยวออกมาตอบโต้ โดยเตือนถึงอันตรายของ “การพึ่งพาประเทศที่ใช้การบีบบังคับทางเศรษฐกิจมากเกินไปเมื่อไม่พอใจ” ซึ่ง “ก่อให้เกิดความเสี่ยงไม่ทั้งต่อห่วงโซ่อุปทาน ทั้งการท่องเที่ยว”

    อู๋เว่ยกัว ผู้จัดการเอเจนซี่ท่องเที่ยวในเซี่ยงไฮ้เผยว่า “ผลกระทบหนักที่สุดอยู่ที่การท่องเที่ยวแบบเป็นกลุ่ม” โดยลูกค้า90% ของอู๋ขอคืนเงินสำหรับทริปญี่ปุ่น

    อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งชาติพบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเพียงประมาณ 12% เท่านั้นที่เดินทางไปญี่ปุ่นแบบจัดกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งลดลงจากเกือบ 43% ในปี 2015

    ยาซูชิ คาเนโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นกล่าวว่า ปัญหานี้ไม่ใช่ “เรื่องที่ทำให้ทุกคนกังวล” โดยตั้งข้อสังเกตถึงจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น

    -ต้องใช้เวลากว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย-

    อย่างไรก็ดี โรงแรมในญี่ปุ่นที่พึ่งพาลูกค้าชาวจีนอย่างหนักเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบ

    เคอิโกะ ทาเคอูจิ ที่ดำเนินกิจการโรงแรม Gamagori Hotel ทางตอนกลางของญี่ปุ่นเผยว่า “การยกเลิกจากบริษัททัวร์ในจีนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าของเราประมาณ 50-60% เป็นคนสัญชาติจีน หวังว่าสถานการณ์จะสงบลงเร็วๆ นี้ แต่ดูเหมือนจะต้องใช้เวลา”

    จีนแสดงท่าทีชัดเจนว่าโกรธแค้นทาคาอิจิ จึงได้เรียกเอกอัครราชทูตโตเกียวเข้าพบ และสื่อทางการจีนรายงานว่าได้เลื่อนการฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่นอย่างน้อย 2 เรื่องออกไป

    แต่อู๋ ผู้จัดการบริษัททัวร์กล่าวว่า การทะเลาะวิวาทครั้งนี้จะไม่หยุดยั้งนักท่องเที่ยวที่ใฝ่ฝันถึงโตเกียว

    “พวกเขาเชื่อว่าบริการมีคุณภาพสูงและราคาสมเหตุสมผล” เขากล่าว “ชาวจีนจะยังคงอยากมาเยือนญี่ปุ่นต่อไป”

    Photo by RICHARD A. BROOKS / AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/japan-businesses-brush-off-worries-over-china-tourists&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sKtUd48FpjzfVpo7f2DyR

  • น้ำท่วมหาดใหญ่ นักท่องเที่ยวติดค้างในโรงแรม-สนามบิน 1 พันคน รมว.ท่องเที่ยวเร่งช่วย

    น้ำท่วมหาดใหญ่ นักท่องเที่ยวติดค้างในโรงแรม-สนามบิน 1 พันคน รมว.ท่องเที่ยวเร่งช่วย

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา (น้ำท่วมหาดใหญ่) โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจชั้นในที่ได้รับผลกระทบหนัก ร้านค้า บ้านเรือนประชาชน และชุมชนรอบข้างถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่ได้ 

    โดยรมว.ท่องเที่ยวได้หารือกับ นายกฤษฎา พุกกะทรัพย์ ผอ.ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่,น.ส.จิราวดี  อ่อนวงศ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา ,น.ส.อุไรวรรณ จันลาภ ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสงขลา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

    โดยนายอรรถกร ได้ประสานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการจัดการส่งอาหาร และน้ำดื่ม ให้นักท่องเที่ยวที่ติดค้างในโรงแรมที่พัก และหากได้รับการประสานจากทางกงศุลร้องขอให้เขาช่วยเหลือนักท่องเที่ยวให้เร่งรีบดำเนินการและประสานรายงานผลให้ทางกงศุลทราบ

    อรรถกร ศิริลัทธยากร

    ส่วนการบริหารจัดการภายในสนามบินหาดใหญ่ ให้ทางสนามบินจัดจุดแจ้งขอความช่วยเหลือท่องเที่ยว และให้ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับ เจ้าหน้าที่ TAC ในการรับเรื่อง และให้ความช่วยเหลือ

    นายอรรถกร เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนติดค้างกระจายตามโรงแรม เนื่องจากระดับน้ำสูงเกินกว่ารถทั่วไปจะเข้าถึงได้ ซึ่งในเรื่องนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้กำชับให้เร่งดูแลนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างใกล้ชิด

    ทั้งชาวไทยและต่างชาติ และท่านได้สั่งการให้กรมชลประทานจัดบรรทุก 10 ล้อในการอำนวยความสะดวกส่งอาหาร น้ำดื่ม และรับนักท่องเที่ยว ที่ติดค้างในโรงแรมที่พัก ออกมายังศูนย์พักพิงหรือสนามบิน โดยให้ประสานปฎิบัติกับตำรวจท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง

    น้ำท่วมหาดใหญ่

    ในขณะนี้เนื่องจากกระแสน้ำไหลมาเร็วและแรง ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้  ทำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เดินทางยากลำบาก ต้องพึ่งพารถของกองทัพเท่านั้น

    เราจึงประสานรถขนาดใหญ่ขอกรมชลประทานเข้าช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ ได้ประสานร้านอาหารหลายแห่งในพื้นที่ให้ทยอยนำอาหารและน้ำดื่มไปแจกจ่ายแก่ผู้ติดค้างอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

    ช่วยเหลือผํได้รับผลกระทบน้ำท่วมหาดใหญ่

    ในส่วนของสถานการณ์ในท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ยังมีผู้โดยสารตกค้างอยู่นั้น คาดว่า ภายใน 2–3 วันนี้ จะมีประมาณ 800–1,000 คน เนื่องจากการเดินทางเข้าตัวเมืองทำได้ลำบาก

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงได้ประสานให้สนามบินจัดจุดช่วยเหลือ พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และของใช้จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องพักค้าง

    โดยเฉพาะจุดปฐมพยาบาลและโซนห้องน้ำต้องเพียงพอต่อความต้องการ โดยตนได้กำชับตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ TAC ได้จัดเวรผลัดเปลี่ยนให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว

    ทั้งนี้ทุกหน่วยงานได้เร่งปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง ทั้งจังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ตำรวจท่องเที่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนอาหารและน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ

    ผมประเมินว่า สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในช่วง 2–3 วันนี้ หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม ก็จะทำให้การระบายน้ำสามารถดำเนินได้เต็มประสิทธิภาพ

    น้ำท่วมหาดใหญ่ นักท่องเที่ยวติดค้างในโรงแรม-สนามบิน 1 พันคน รมว.ท่องเที่ยวเร่งช่วย

    นายอรรถกร กล่าวย้ำว่า รัฐบาลโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติทุกคน และจะดูแลอย่างใกล้ชิด จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ 

    ทั้งนี้ นายอรรถกร ได้เดินตรวจเยี่ยมและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ตกค้างภายในสนามบิน โดยเป็นส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ขับรถมาเที่ยว และประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านพักในอำเภอหาดใหญ่ได้

    โดยนายอรรถกรขอให้ทางสนามบินได้จัดจุดบริการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำนักท่องเที่ยว และให้บริการน้ำและอาหาร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://www.thansettakij.com/business/tourism/644700&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QwtbuFFFt3_H5ICP13hSZ

  • เร่งช่วยนักท่องเที่ยวติดค้างในหาดใหญ่นับพัน คาดอีก 2-3 วันสถานการณ์คลี่คลาย : อินโฟเควสท์

    เร่งช่วยนักท่องเที่ยวติดค้างในหาดใหญ่นับพัน คาดอีก 2-3 วันสถานการณ์คลี่คลาย : อินโฟเควสท์

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภาภยหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจชั้นในที่ได้รับผลกระทบหนัก ร้านค้า บ้านเรือนประชาชน และชุมชนรอบข้างถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่ได้ โดยได้ประสานกับทุกภาคส่วนเพื่อหาแนวทางการแก้ไขที่เกิดขึ้น

    โดยได้ดำเนินการจัดการส่งอาหารและน้ำดื่มให้นักท่องเที่ยวที่ติดค้างในโรงแรมที่พัก และหากได้รับการประสานจากทางกงสุลร้องขอให้เขาช่วยเหลือนักท่องเที่ยวให้เร่งรีบดำเนินการและประสานรายงานผลให้ทางกงสุลทราบ ส่วนการบริหารจัดการภายในสนามบินหาดใหญ่ให้ทางสนามบินจัดจุดแจ้งขอความช่วยเหลือท่องเที่ยว และให้ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับ จนท. TAC ในการรับเรื่อง และให้ความช่วยเหลือ

    ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนติดค้างกระจายตามโรงแรม เนื่องจากระดับน้ำสูงเกินกว่ารถทั่วไปจะเข้าถึงได้ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้เร่งดูแลนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างใกล้ชิด ทั้งชาวไทยและต่างชาติ และสั่งการให้กรมชลประทานจัดบรรทุก 10 ล้อในการอำนวยความสะดวกส่งอาหาร น้ำดื่ม และรับนักท่องเที่ยว ที่ติดค้างในโรงแรมที่พัก ออกมายังศูนย์พักพิงหรือสนามบิน โดยให้ประสานปฎิบัติกับตำรวจท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง

    “เนื่องจากกระแสน้ำไหลมาเร็วและแรงทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เดินทางยากลำบากต้องพึ่งพารถของกองทัพเท่านั้น เราจึงประสานรถขนาดใหญ่ของกรมชลประทานเข้าช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ได้ประสานร้านอาหารหลายแห่งในพื้นที่ให้ทยอยนำอาหารและน้ำดื่มไปแจกจ่ายแก่ผู้ติดค้างอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน” นายอรรถกร กล่าว

    ส่วนสถานการณ์ในท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ยังมีผู้โดยสารตกค้างอยู่นั้น คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้จะมีประมาณ 800-1,000 คน เนื่องจากการเดินทางเข้าตัวเมืองทำได้ลำบาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงได้ประสานให้สนามบินจัดจุดช่วยเหลือ พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และของใช้จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องพักค้าง โดยเฉพาะจุดปฐมพยาบาลและโซนห้องน้ำต้องเพียงพอต่อความต้องการ โดยตนได้กำชับตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ TAC ได้จัดเวรผลัดเปลี่ยนให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว

    “ทุกหน่วยงานได้เร่งปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง ทั้งจังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ตำรวจท่องเที่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนอาหารและน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ผมประเมินว่า สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในช่วง 2-3 วันนี้ หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติมก็จะทำให้การระบายน้ำสามารถดำเนินได้เต็มประสิทธิภาพ” นายอรรถกร กล่าว

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติทุกคน และจะดูแลอย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยได้ตรวจเยี่ยมและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ตกค้างภายในสนามบิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ขับรถมาเที่ยว และประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านพักในอำเภอหาดใหญ่ได้

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/548144&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LNNp_p90oQ2D4B5wIxv8t