Category: ท่องเที่ยว

  • คมคุย คมคิด : การท่องเที่ยว…ฟันเฟืองเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ อาทิตย์ที่ 23-11-68 เวลา 19:30 น.

    คมคุย คมคิด : การท่องเที่ยว…ฟันเฟืองเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ อาทิตย์ที่ 23-11-68 เวลา 19:30 น.

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/fmrNZA5y2lM&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZGkuih4LjwGvoN-6v4eUj

  • ตำรวจภูธรภาค 2 สั่งการยกระดับมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวชายฝั่ง รับมือสถานการณ์ลมแรง-คลื่นสูงในทะเลภาคตะวันออก

    ตำรวจภูธรภาค 2 สั่งการยกระดับมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวชายฝั่ง รับมือสถานการณ์ลมแรง-คลื่นสูงในทะเลภาคตะวันออก

    ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 15 (354/2568) ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05.00 น. เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นั้น

    สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ ภาคเหนือ–ภาคอีสาน มีอากาศเย็นถึงหนาว ภาคกลาง–กทม.–ปริมณฑล–ภาคตะวันออก มีอากาศเย็นในตอนเช้า บริเวณชายฝั่งมีลมแรง คลื่นสูง 2–3 เมตร ส่งผลต่อการเดินเรือ การท่องเที่ยวทางทะเลและความปลอดภัยของประชาชน

    พล.ต.ต.เอกภพ อินทวิวัฒน์ รอง ผบช.ภ.2/โฆษก ภ.2 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายทะเล อาทิ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ปรับแผนการปฏิบัติและยกระดับมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำแนวทางดังนี้

    1. ประสานความร่วมมือ กับตำรวจน้ำ เจ้าท่า หน่วยกู้ภัย อปท. และผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงและควบคุมพื้นที่ริมทะเล
    2. เพิ่มกำลังตรวจการณ์ บริเวณชายหาด จุดลงเล่นน้ำ ท่าเรือ พร้อมติดตั้งป้ายเตือนคลื่นลมแรง
    3. กำกับดูแลเรือโดยสารและกิจกรรมทางน้ำ ให้อยู่ภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
    4. รายงานสถานการณ์แบบต่อเนื่อง และเตรียมกำลังสนับสนุนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทุกประเภท

    พล.ต.ต.เอกภพ กล่าวต่อว่า ผบช.ภ.2 ได้กำชับให้ทุกพื้นที่ชายฝั่ง ดำเนินการเชิงรุกสูงสุด โดยยึดความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนเดินทางและท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างอุ่นใจ แม้ในช่วงสภาพอากาศผันผวน

    ตำรวจภูธรภาค 2 ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในพื้นที่ที่มีป้ายเตือน สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งในการทำกิจกรรมทางน้ำ และหากพบเหตุฉุกเฉินสามารถโทรแจ้งได้ที่หมายเลข 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/258916&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KcKUJypN3zpc_ppmF28V3

  • น่านจัดกิจกรรม “ตักบาตรเติมบุญ หน้าคุ้มหลวงนครน่าน” ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย | TOPNEWS

    น่านจัดกิจกรรม “ตักบาตรเติมบุญ หน้าคุ้มหลวงนครน่าน” ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย | TOPNEWS

    เช้าวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.00 น. บริเวณหน้าคุ้มหลวงนครน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้นำพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมทำบุญ “ตักบาตรเติมบุญ หน้าคุ้มหลวงนครน่าน” ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่เย็นสบาย โดยจังหวัดน่านร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมดังกล่าวภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด เพื่อสืบสานวิถีทำบุญของชาวเมืองน่าน และกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองเก่าที่กำลังขับเคลื่อนสู่การเป็น เมืองมรดกโลก

    กิจกรรมจัดขึ้นที่ถนนหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านเป็นประจำ ทุกวันศุกร์และวันเสาร์ เวลา 07.00 น. เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชน ทั้งชาวน่าน ชาวไทยจากต่างจังหวัด และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร่วมทำบุญตักบาตรในสถานที่สำคัญใจกลางเมืองเก่าน่าน ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

    จังหวัดน่านขอเชิญชวนประชาชนและผู้มาเยือนร่วมกิจกรรม “ตักบาตรเติมบุญ หน้าคุ้มหลวงนครน่าน” ได้ทุกเช้าวันศุกร์และเสาร์ ณ บริเวณหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1399715&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1k-XHfR7oXkIKWisj2MqxG

  • “ลากูน่าภูเก็ต” พร้อมจัดศึกไตรกีฬา ครั้งที่ 31 | TOPNEWS

    “ลากูน่าภูเก็ต” พร้อมจัดศึกไตรกีฬา ครั้งที่ 31 | TOPNEWS

    วันที่ 22 พ.ย. 2568 งาน “ลากูน่าภูเก็ตไตรกีฬา ครั้งที่ 31” เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 23 พ.ย. 2568 โดยเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมผู้บริหารจากลากูน่าภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย และบริษัทการบินไทย ร่วมแถลงข่าวความพร้อม ณ ลากูน่า โกรฟ จังหวัดภูเก็ต เพื่อยืนยันการจัดงานระดับนานาชาติที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดมานานกว่า 3 ทศวรรษ

    งานแข่งขันปีนี้คาดว่าจะมีนักไตรกีฬามากกว่า 1,000 คน พร้อมผู้ชมกว่า 3,000 คนจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมชมการแข่งขัน ช่วยสร้างบรรยากาศคึกคักรับฤดูกาลท่องเที่ยว และตอกย้ำความเป็น “เมืองกีฬา – เมืองท่องเที่ยว” ของภูเก็ต โดยเส้นทางแข่งขันยังคงเป็นเอกลักษณ์ความท้าทายเฉพาะของลากูน่า ประกอบด้วย ว่ายน้ำ 1.8 กม. จักรยาน 50 กม. และวิ่ง 12 กม. นอกจากนี้ยังมีการแข่งขัน Sprint Triathlon และ Duathlon พร้อมเพิ่มรุ่นอายุเพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาหลากหลายขึ้น รวมเงินรางวัลกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ

    พอล วิลสัน กรรมการผู้จัดการลากูน่าภูเก็ต เผยว่า การแข่งขันครั้งนี้คือความภูมิใจของรีสอร์ทครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งร่วมจัดรายการไตรกีฬาระดับโลกมาอย่างต่อเนื่องกว่า 31 ปี โดยความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น จังหวัดภูเก็ต ททท. การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และการบินไทย ทำให้งานมีมาตรฐานระดับสากล พร้อมผลักดันเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ภูเก็ตให้โดดเด่นบนเวทีโลกอย่างยั่งยืน

    จิระชัย เกษมพิมลพร ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ภูเก็ต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1399978&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Q4oPTuNpU2GK3Zblpeg8X

  • รัฐบาล ย้ำรีบใช้สิทธิ์“เที่ยวดีมีคืน” ลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า ถึง 15 ธ.ค. นี้

    รัฐบาล ย้ำรีบใช้สิทธิ์“เที่ยวดีมีคืน” ลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า ถึง 15 ธ.ค. นี้

    รองโฆษกรัฐบาล แนะประชาชนรีบใช้สิทธิ์“เที่ยวดีมีคืน” เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว เที่ยวเมืองรอง ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า เที่ยวเมืองหลัก ลดหย่อนได้ตามยอดจ่ายจริง สูงสุด 20,000 บาท

    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 นางสาว ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวปลายปีของรัฐบาล ใกล้จะสิ้นสุดระยะเวลาการใช้สิทธิ์แล้ว โดยประชาชนสามารถใช้ค่าใช้จ่ายด้านที่พักและร้านอาหารเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้ถึงวันที่ 15 ธันวาคมนี้เท่านั้น

    มาตรการนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่ายมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ดังนี้ เที่ยวเมืองรอง ได้รับสิทธิลดหย่อน 1.5 เท่า ของยอดจ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท เที่ยวเมืองหลัก ลดหย่อนได้ตามยอดจ่ายจริง สูงสุด 20,000 บาท โดยค่าใช้จ่ายต้องเป็นยอดที่มีใบกำกับภาษีถูกต้อง จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    รัฐบาลย้ำว่า “เที่ยวดีมีคืน” ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระประชาชน แต่ยังเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยกระจายรายได้สู่จังหวัดเมืองรองและธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่พบการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจฐานรากช่วงปลายปี

    ทั้งนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนที่มีแผนเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลปีใหม่ รีบใช้สิทธิ์ให้ทันภายในกำหนด เพื่อรับประโยชน์ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการลดหย่อนภาษี พร้อมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นทั่วประเทศไปพร้อมกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2897187&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0E4CUHRUdKqBwqYudN5D_G

  • อ.อุ้มผาง หนาวแล้ว นทท.ชาวไทยและต่างชาติ แห่ชมความงามน้ำตกทีลอซู

    อ.อุ้มผาง หนาวแล้ว นทท.ชาวไทยและต่างชาติ แห่ชมความงามน้ำตกทีลอซู

    จ.ตาก อ.อุ้มผาง หนาวแล้ว นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ แห่ชมความงามน้ำตกทีลอซู

    ผู้สื่อข่าวรายงานเช้าวันนี้ ในพื้นที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อุณหภูมิลดต่ำสุดเหลือประมาณ 17 องศาเซลเซียส บรรยากาศหนาวเย็น จนทำให้แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะที่น้ำตกทีลอซู แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก มีทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาสัมผัสความงามของน้ำตกทีลอซู โดยล่องเรือยางลำน้ำแม่กลองไปพิชิตน้ำตกทีลอซูกันอย่างคึกคัก รับลมหนาวแรกที่มาถึงในปีนี้ นักท่องเที่ยวต่างสวมเสื้อกันหนาวเข้าร่วมกิจกรรมล่องเรือยางที่ใช้เวลาหลายชั่วโมง ผ่านแก่งธรรมชาติและโค้งน้ำจำนวนมาก ชมความงามของหน้าผา และชมน้ำตกสายรุ้ง และแช่น้ำพุร้อน ลองเรือยาง ท่ามกลางหมอกบางลอยเหนือผิวน้ำอากาศที่เย็นตลอดเส้นทาง ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างสนุกสนานและท้าทาย

    น.ส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.) สำนักงานตาก ได้นำคาราวานนักท่องเที่ยวกว่า 80 คน จากภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยว “Isuzu เพื่อนร่วมทางคลับ” เข้าร่วมกิจกรรม “พิชิตน้ำตกทีลอซู” เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติช่วงฤดูหนาว สนับสนุนให้เกิดการจับจ่ายสินค้า และบริการที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ตลอดจนสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เข้าถึงวิถีชีวิตชุมชนอย่างแท้จริง ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ผู้ให้บริการด้านยานพาหนะ และสร้างรายได้ให้เจ้าของธุรกิจ ที่ประกอบการด้านการท่องเที่ยวต่างๆในพื้นที่อุ้มผางให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

    นายพีระพนต์ บุญศรีสด หรือ หมอพี กล่าวว่า ตนเป็นนักกีฬาวิ่งเทรล เคยมาวิ่งในจังหวัดตากหลายครั้ง เช่น ที่ดอยมูเซอ และที่ อำเภอท่าสองยาง วันนี้มีโอกาสได้เดินทางมาที่ อำเภออุ้มผาง มาล่องเรือยางชมธรรมชาติลำน้ำแม่กลอง และมาชมน้ำตกทีลอซูอันสวยงาม มาครั้งแรกประทับใจมากและจะมาอีก เส้นทางจากทางเข้าน้ำตกทีลอซูจนมาถึงตัวน้ำตก เหมาะสมมากสำหรับใช้เป็นเส้นทางวิ่งเทรลมาก อย่างไรก็ตามถ้ามีโอกาสมาจังหวัดตากอีกครั้ง ก็จะมาเที่ยวน้ำตกทีลอซูแห่งนี้อีก อยากเชิญชวนทุกท่านที่ยังไม่เคยมาเที่ยวน้ำตกทีลอซู ขอเชิญชวนมาเที่ยวกันในช่วงปลายปีนี้เป็นการส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ และที่สำคัญสร้างรายได้ให้คนในชุมชนอีกด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3827243/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZtIjGHtKEMGDUS11HQRiV

  • “สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า” เปิดเทศกาล “ห่มหมอก กอดหนาว เรื่องเล่าบนภู – น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ”

    “สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า” เปิดเทศกาล “ห่มหมอก กอดหนาว เรื่องเล่าบนภู – น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ”

    วันนี้( 22 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก ในพระราชดำริ นายชาญชัย แสงสวัสดิ์ นายอำเภอชาติตระการ เป็นประธานเปิดเทศกาล“ห่มหมอก กอดหนาว เรื่องเล่าบนภู – น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ซึ่งทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนในพื้นที่อย่างอเนกอนันต์ ผู้ทรงอุทิศพระวรกายและพระปรีชาสามารถในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทรงส่งเสริมให้ประชาชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างอันงดงามแห่งความรักในธรรมชาติ ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล   พร้อมกับเป็นการเริ่มต้นของเทศกาลการท่องเที่ยวฤดูหนาว ที่ ว่า สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก ที่หลายคนต่างมองหาสถานที่พักผ่อนเพื่อสัมผัสอากาศหนาวและความงดงามของธรรมชาติท่ามกลางขุนเขา ชมพรรณไม้หายาก และเป็นจุดชมวิวหมอกยามเช้าที่งดงามอีกแห่งหนึ่งของภาคเหนือ

    นายจรัญ มากน้อย หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก ในพระราชดำริ เปิดเผยว่า ทางสวนได้จัดงานเทศกาล “ห่มหมอก กอดหนาว เรื่องเล่าบนภู – น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ”เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ เผยแพร่คุณค่าและความงดงามของพรรณไม้บนพื้นที่สูง อีกทั้งเป็นกิจกรรมเพื่อสนับสนุนบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวท่ามกลางขุนเขาและมวลพฤกษานานาพันธุ์ และเรื่องราวของพื้นที่ประวัติศาสตร์ สำหรับในปีนี้จัดขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือน มกราคม 2569

    โดยนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาว ท่ามกลาง ขุนเขาและมวลพฤกษานานาพันธุ์ โดยสามารถเที่ยวชมพื้นที่ประวัติศาสตร์หลุมบังเกอร์บ้านร่มเกล้า ชมสวน กุหลาบกว่า 70 สายพันธุ์ กล้วยไม้ไทย กล้วยไม้ลูกผสมกว่า 300 ชนิด กุหลาบพันปี และสร้อยสยาม พร้อมชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ณ จุดชมวิวค้อเดียวดาย ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของประเทศ ไทย-ลาวและ 3 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เลย และอุตรดิตถ์ ส่วนยามค่ำคืนสัมผัสอากาศหนาวเย็นพร้อมชมความงดงามของดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้า บางวันมีทะเลหมอกสวยงาม ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น 12  องศา

    สำหรับสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก ในพระราชดำริ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2542  ตาม พระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระองค์ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำในเขตภูเขาสูงของภาคเหนือตอนล่าง ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้บนพื้นที่สูง เป็นศูนย์เรียนรู้ทางพฤกษศาสตร์ และเป็นสถานที่พักผ่อนเชิงนิเวศที่ประชาชนสามารถสัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด

    /////////////

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2025/11/22/192110&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hlYCng9-4D7anYPlWU6mH

  • ตำรวจท่องเที่ยวเปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยว | TOPNEWS

    ตำรวจท่องเที่ยวเปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยว | TOPNEWS

    วันที่ 22 พ.ย. 2568 ตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) สถานีตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยว พ.ต.ท.ศักดิ์อนันต์ คำไสย สารวัตรใหญ่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวออกปฏิบัติการช่วยเหลือทันที

    ตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ได้เปิดศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชน แจกจ่ายอาหารกล่องและน้ำดื่ม โดยใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ (โฟร์วิล) ออกให้บริการนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอยู่ในโรงแรมบริเวณถนนเสน่หาอนุสรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของหาดใหญ่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและสร้างความมั่นใจ

    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังประชาสัมพันธ์ให้หลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำทะเลในช่วงนี้ เนื่องจากสภาพอากาศและระดับน้ำที่อาจเป็นอันตราย การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่

    จรัส ชูศรี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1399665&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33NbC8h7frCNLg_0E2TRPr

  • นายกฯ มอบ 6 นโยบาย ส่วนราชการ-ท้องถิ่น ขอนแก่น ปราบผู้มีอิทธิพล-ยาเสพติด-สร้างรายได้-ท่องเที่ยวชุมชน-น้ำสะอาด-คนละครึ่ง

    นายกฯ มอบ 6 นโยบาย ส่วนราชการ-ท้องถิ่น ขอนแก่น ปราบผู้มีอิทธิพล-ยาเสพติด-สร้างรายได้-ท่องเที่ยวชุมชน-น้ำสะอาด-คนละครึ่ง

    ขอนแก่น, 22 พ.ย.68 เวลา 11.50 น. – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรและผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น โดยระบุว่าแม้รัฐบาลจะมีเวลาไม่นานนัก แต่การทำงานเพื่อประชาชนจะอยู่หยุดนิ่งไม่ได้ จึงมีนโยบาย “Quick Big Win” คือ ต้องเร่งผลักดันนโยบายที่สามารถดำเนินการให้เร็วที่สุด (Quick) ครอบคลุมทุกภาคส่วน (Big) และเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนสูงสุด (Win)

    นายอนุทินกล่าวว่า ขอย้ำนโยบายที่จะฝากให้ช่วยกันขับเคลื่อน ได้แก่ 1. การจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ย้ำว่า “ความสุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ” สำคัญที่สุด ดังนั้น ต้องให้ความสำคัญกับการปราบปราม “เจ้าหน้าที่สีเทา” ด้วย หากใครไปเจอให้รายงานกับคนที่จะจัดการกับต้นตอนั้นได้ เพื่อดำเนินการนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินทั้งทางวินัยและอาญา

    2. การแก้ไขปัญหายาเสพติด รัฐบาลตั้งเป้า “ลดผู้เสพ เพิ่มผู้รักษา ปราบปรามผู้ค้า ทำลายแหล่งผลิตอย่างจริงจัง” ทั้งนี้ ขอชื่นชมต้นแบบการทำงานของศูนย์ Community Isolation อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งบำบัด–ฟื้นฟูได้ครบวงจร โดยมีชุมชนร่วมดูแล อยากขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการเร่งค้นหาและคัดกรองผู้ติดยาในทุกหมู่บ้าน และนำเข้าสู่การบำบัดฟื้นฟู การส่งเสริมศูนย์ฟื้นฟูระดับชุมชนให้เข้าถึงง่าย มีการติดตามป้องกันการกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ และการทำงานร่วมกับตำรวจ เพื่อปราบปรามผู้ค้าในชุมชนและสถานศึกษาอย่างเด็ดขาด

    นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า 3. การสร้างอาชีพและรายได้ให้ประชาชน เพราะรายได้เป็นหัวใจของการพัฒนาคุณภาพชีวิต เราต้องสนับสนุนการรวมกลุ่มอาชีพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้มีมาตรฐาน มีตลาดรองรับ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยทุกจังหวัดควรจัดทำแผนงานสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ที่วัดผลได้จริง เชื่อมโยงกับนโยบายสนับสนุนสินค้าไทย

    4. การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเงินทุนภายในพื้นที่ สร้างรายได้และกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนโดยตรง เน้นจุดแข็งด้านวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และทรัพยากรธรรมชาติของแต่ละจังหวัดและพื้นที่ ซึ่งแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ช่วงที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวไทยหันมาท่องเที่ยวภายในประเทศแทน ทำให้การท่องเที่ยวภายในประเทศไทยคึกคักและมีการหมุนเวียนของเงินไม่น้อยไปกว่าช่วงที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ทั้งนี้ รัฐบาลยังได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองหลัก เช่น ขอนแก่น ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นเมืองท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การเกษตร อุตสาหกรรม และวัฒนธรรมของภาคอีสาน ดังนั้น การพัฒนา จ.ขอนแก่น จึงมุ่งทำให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคอีสาน ควบคู่ไปกับจังหวัดใกล้เคียง เช่น อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ

    นายอนุทินกล่าวว่า 5. รัฐบาลเน้นให้ชุมชนมีน้ำดื่มสะอาด น้ำประปาหมู่บ้าน และไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึง รวมทั้งต้องมีการตรวจสอบมาตรฐาน บำรุงรักษาระบบประปาชุมชนให้มีคุณภาพสูงอยู่ตลอดเวลาเพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชน

    6. รัฐบาลยังมีโครงการคนละครึ่ง พลัส หน้าที่ของพวกเราคือ ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนใช้สิทธิให้เต็มที่และครบถ้วน โดยอำนวยความสะดวกการลงทะเบียน ทั้งประชาชนและร้านค้าโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ตรวจสอบ และป้องกันการทุจริต หรือเอาเปรียบประชาชน รวมทั้งติดตามการใช้จ่ายในพื้นที่ ให้เงินหมุนเวียนถึงประชาชนจริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/259000&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FAVi6Ob7Z-v2eZ6XahBLS

  • ต้อนรับฤดูท่องเที่ยว! ทะเลบัวสีชมพูบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ บานสะพรั่ง สร้างความประทับใจแก่ผู้ที่ได้มาพบเห็น

    ต้อนรับฤดูท่องเที่ยว! ทะเลบัวสีชมพูบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ บานสะพรั่ง สร้างความประทับใจแก่ผู้ที่ได้มาพบเห็น

    บึงบอระเพ็ดบานสะพรั่ง! ต้อนรับฤดูท่องเที่ยวผลิบานเด่นเป็นประกายเหนือผืนน้ำและใบบัวสีเขียว กลีบบัวที่มีโทนสีชมพูสดถึงม่วงท่ามกลางใบบัวที่ลอยอยู่บนผิวน้ำอย่างหนาแน่น สร้างความประทับใจแก่ผู้ที่ได้มาพบเห็น

    22 พฤศจิกายน 2568 ภาพของดอกบัวสีชมพูนับพันดอกที่บานสะพรั่งไปทั่วผืนบึงได้เผยตัวออกมาอย่างงดงาม นายจิระเดช บุญมาก ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด ได้เผยแพร่ภาพความงามอันน่าประทับใจนี้ให้ประชาชนได้ชื่นชมบึงบอระเพ็ด เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ถือเป็นบึงขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชาวจังหวัด ในช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม บึงแห่งนี้จะกลายเป็นทะเลบัวสีชมพูที่สวยงามตระการตา ดอกบัวแดงหรือบัวสีชมพูเหล่านี้จะผลิบานพร้อมกันเป็นจำนวนมาก สร้างทัศนียภาพที่สวยดุจภาพวาด

    จากภาพที่เห็น ดอกบัวสีชมพูสดใสเหล่านี้ผลิบานเด่นเป็นประกายเหนือผืนน้ำและใบบัวสีเขียว กลีบบัวที่มีโทนสีชมพูสดถึงม่วงท่ามกลางใบบัวที่ลอยอยู่บนผิวน้ำอย่างหนาแน่น สร้างความประทับใจแก่ผู้ที่ได้มาพบเห็นดอกบัวแต่ละดอกมีลักษณะพิเศษ กลีบบัวที่เรียวยาวเปิดออกเป็นชั้นๆ โดยมีสีที่ไล่เฉดจากสีขาวอ่อนที่โคนกลีบไปจนถึงสีชมพูเข้มที่ปลายกลีบ ภายในดอกบัวมีเกสรสีเหลืองทองและสีน้ำตาลที่โดดเด่น ซึ่งเป็นจุดดึงดูดแมลงผสมเกสร ความงามของดอกบัวแต่ละดอกนั้นสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อรวมกันเป็นทะเลบัวขนาดใหญ่ ความงามนั้นก็ยิ่งทวีคูณขึ้นหลายเท่า

    บึงบอระเพ็ด ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม แต่ยังเป็นระบบนิเวศที่สำคัญซึ่งให้ที่อยู่อาศัยแก่สัตว์ป่านานาชนิด การดูแลรักษาและอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ภายใต้สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทำให้บึงบอระเพ็ดยังคงความอุดมสมบูรณ์และสามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยือนได้ในทุกๆ ปี

    หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่จะทำให้จิตใจสงบและได้สัมผัสกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ บึงบอระเพ็ดคือคำตอบที่ลงตัว แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติและต้องการพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางบรรยากาศที่สดชื่น

    ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวชม คือช่วงเช้าตรู่ ประมาณ 6.00-9.00 น. เพราะเป็นช่วงที่ดอกบัวบานสะพรั่งสวยที่สุด อากาศยังเย็นสบาย และแสงแดดยามเช้าจะทำให้ภาพถ่ายของคุณสวยงามเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่สามารถสังเกตนกน้ำและสัตว์ป่าต่างๆ ที่ออกมาหากินในยามเช้าได้อีกด้วย

    ที่มา : เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด สบอ.12 (นครสวรรค์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/61650&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QC8ddjIj_isZhGud6xw0t