Category: ท่องเที่ยว

  • ชวนเที่ยวเมืองรองกับ “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” 28 – 30 พ.ย.นี้

    ชวนเที่ยวเมืองรองกับ “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” 28 – 30 พ.ย.นี้

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/variety/lifestyle/112290&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VTGdruypQP24pXQ3K_e6P

  • เปิดดวงคน 2 ราศี ดวงในช่วงนี้ต้องระวังเรื่องใกล้ตัวให้มากเป็นพิเศษ

    เปิดดวงคน 2 ราศี ดวงในช่วงนี้ต้องระวังเรื่องใกล้ตัวให้มากเป็นพิเศษ

    คน 2 ราศี ต้องระวังเรื่องใกล้ตัว การเดินทางไปดูงานหรือท่องเที่ยวอาจถูกยกเลิกกะทันหัน หรือหากท่านเดินทางไป ก็มักมีแต่เรื่องไม่สบายใจ โดยเฉพาะการเดินทางร่วมกับบุตรบริวารหรือเพื่อนเก่า ท่านควรระมัดระวังให้มากๆ

    คน 2 ราศี ต้องระวังเรื่องใกล้ตัว การเดินทางไปดูงานหรือท่องเที่ยวอาจถูกยกเลิกกะทันหัน หรือหากท่านเดินทางไป ก็มักมีแต่เรื่องไม่สบายใจ โดยเฉพาะการเดินทางร่วมกับบุตรบริวารหรือเพื่อนเก่า ท่านควรระมัดระวังให้มากๆ สินค้าเกษตรหรือทรัพย์ในดินอาจจะขายไม่ได้ราคาอย่างที่ตั้งใจ

    เปิดดวงคน 2 ราศี ดวงในช่วงนี้ต้องระวังเรื่องใกล้ตัวให้มากเป็นพิเศษ

    เปิดดวงคน 2 ราศี ดวงในช่วงนี้ต้องระวังเรื่องใกล้ตัวให้มากเป็นพิเศษ ดวงรายสัปดาห์ (23 – 29 พ.ย. 2568) | เมษระวังของหาย พฤษภได้ข่าวลาภผิดพลาด

    เปิดดวงคน 2 ราศี ดวงในช่วงนี้ต้องระวังเรื่องใกล้ตัวให้มากเป็นพิเศษ

    ลัคนา (ลั) ราศีเมษ: พลิกแพลงสถานการณ์ คุมอารมณ์เรื่องบริวาร

    ในรอบสัปดาห์นี้ ท่านต้องระวังเรื่องการทำของสำคัญหายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะของรักของหวงและอาวุธของมีคมที่มีมูลค่าต่างๆ แม้จะเกิดความไม่สมหวังในบางเรื่อง แต่ท่านไม่ควรสิ้นหวังหรือหมดหวัง เพราะบางทีการไม่ได้อย่างที่หวัง อาจจะเป็นผลดีต่อตัวท่านมากกว่า การเดินทางไปดูงานหรือท่องเที่ยวอาจถูกยกเลิกกะทันหัน หรือหากท่านเดินทางไป ก็มักมีแต่เรื่องไม่สบายใจ โดยเฉพาะการเดินทางร่วมกับบุตรบริวารหรือเพื่อนเก่า ท่านควรระมัดระวังให้มากๆ สินค้าเกษตรหรือทรัพย์ในดินอาจจะขายไม่ได้ราคาอย่างที่ตั้งใจ ท่านควรหาทางพลิกแพลงดัดแปลงเพื่อเพิ่มมูลค่าจะดีกว่า สำหรับท่านที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนจะต้องขยันขันแข็งและไม่ควรใจร้อนเกินไป

    ลัคนา (ลั) ราศีพฤษภ: ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ อย่าหลงเชื่องมงาย

    ในรอบสัปดาห์นี้ ท่านจะได้รับข่าวสารเกี่ยวกับลาภผลประโยชน์อย่างผิดๆ หรือไม่เป็นความจริง ท่านอาจปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันตามใจเพศตรงข้ามหรือหุ้นส่วนมากเกินไป ควรระวังอาการแพ้อากาศ หรือมีอาการหูอื้อฟังอะไรไม่ชัด ไม่ควรติดต่อสื่อสารความลับ หรือพูดถึงบุคคลที่สามกับใครโดยไม่จำเป็น เพราะอาจจะรั่วไหลได้ อย่างไรก็ดี ปัญหาหนักๆ ที่ท่านกำลังเผชิญอยู่จะได้ความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่ท่านเคารพ หากมีความทุกข์ใจหรือแก้ปัญหาอะไรไม่ถูก อย่าหลงเชื่อใครที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องเพื่อนสนิท ที่เข้ามาปลอบโยนหรือเสนอทางแก้ไขที่เหลือเชื่องมงาย แม้จะมีศัตรูหน้าใหม่ๆ เข้ามา ท่านยังทำอะไรพวกเขาไม่ได้ ทำได้เพียงระวังตัวให้มากที่สุดเอาไว้ก่อน คนรักเชื่อฟังและอยู่ในโอวาทดี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tnews.co.th/lotto-horo-belief/639248&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HhvlE4WM3LiitxKkp3HhL

  • เปิดลิสต์! 5 จังหวัด “ราคาบ้านแพงที่สุด” ในไทยปีล่าสุด

    เปิดลิสต์! 5 จังหวัด “ราคาบ้านแพงที่สุด” ในไทยปีล่าสุด

    ราคาที่อยู่อาศัยในไทยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่ดีมานด์สูง ทำให้บ้านและคอนโดในบางพื้นที่มีราคาต่อตารางเมตรแตะระดับที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง มาดู 5 จังหวัดที่ถูกจัดอันดับว่ามี “ราคาบ้านแพงที่สุด” เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนซื้อบ้านหรือการลงทุนในอนาคต

    เมื่อพูดถึงจังหวัดที่มีราคาบ้านสูงในไทย ส่วนใหญ่จะกระจุกในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีความต้องการซื้อจำนวนมาก ราคาที่ดินสูง ทำให้บ้านทั้งแนวราบและคอนโดมีราคาขยับขึ้นทุกปี ซึ่ง 5 จังหวัดที่มักติดอันดับราคาบ้านแพงที่สุด ได้แก่:

    1. กรุงเทพมหานคร (กทม.)

    กทม. ครองแชมป์จังหวัดที่ราคาบ้านแพงที่สุดของไทยมานาน โดยเฉพาะในโซนธุรกิจอย่างสุขุมวิท, สีลม–สาทร และรัชดาภิเษก ที่ดินมีราคาสูงและมีโครงการระดับไฮเอนด์จำนวนมาก ราคาคอนโดใจกลางเมืองแตะหลักแสนถึงหลายแสนบาทต่อตร.ม. ส่วนบ้านแนวราบในย่านเศรษฐกิจถือว่าหายากและมีราคาสูงมาก

    เปิดลิสต์! 5 จังหวัด “ราคาบ้านแพงที่สุด” ในไทยปีล่าสุด

    2. ภูเก็ต

    จังหวัดท่องเที่ยวระดับโลกที่มีทั้งดีมานด์จากคนไทยและต่างชาติ ทำให้ราคาบ้านและคอนโดโดยเฉพาะโซนป่าตอง กะตะ กะรน ลากูน่า มีราคาสูงกว่าหลายจังหวัดมาก บ้านหรูพูลวิลล่าส่วนใหญ่มีราคาหลักหลายสิบล้านขึ้นไป

    3. เชียงใหม่

    เมืองใหญ่ทางภาคเหนือที่มีทั้งนักลงทุนและชาวต่างชาติเข้ามาซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย ทำให้ราคาบ้านในโซนศิริมังคลาจารย์ นิมมาน และรอบเมืองเติบโตต่อเนื่อง คอนโดใจกลางเมืองราคาขยับสูงและโครงการคุณภาพมีเพิ่มขึ้นทุกปี

    เปิดลิสต์! 5 จังหวัด “ราคาบ้านแพงที่สุด” ในไทยปีล่าสุด

    4. ชลบุรี (โดยเฉพาะพัทยา)

    พื้นที่เศรษฐกิจ EEC และแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ความต้องการซื้อสูง โดยเฉพาะพัทยาที่มีชาวต่างชาติจำนวนมาก คอนโดวิวทะเลและบ้านพูลวิลล่าหรูมีราคาสูงติดอันดับประเทศ

    5. สมุทรปราการ

    จังหวัดใกล้กทม. ที่มีการขยายตัวของระบบรถไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรม ราคาที่อยู่อาศัยขยับเพิ่มสูงมากในโซนบางนา–ตราด, แบริ่ง, สำโรง โดยมีทั้งบ้านหรูและคอนโดระดับพรีเมียมที่ราคาจับต้องยากขึ้นทุกปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tnews.co.th/social/social-news/639254&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3oLmHs_sohIuyjRBgJQnjp

  • น้ำท่วมหาดใหญ่ เปิดรายชื่อโรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวติดค้าง ต้องการความช่วยเหลือ

    น้ำท่วมหาดใหญ่ เปิดรายชื่อโรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวติดค้าง ต้องการความช่วยเหลือ

    น้ำท่วมหาดใหญ่ เปิดรายชื่อโรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวติดค้าง ต้องการความช่วยเหลือ

    วันนี้ (วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568) นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้สั่งการเร่งด่วนให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ที่ประจำอยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในเขตอำเภอหาดใหญ่

    หลังน้ำท่วมฉับพลันส่งผลให้ถนนหลายสายถูกตัดขาด นักท่องเที่ยวจำนวนมากติดค้างทั้งในสนามบิน โรงแรม และพื้นที่เสี่ยง

    ปลัดกระทรวงฯ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประสานทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการสนธิกำลังร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสนับสนุน รถบรรทุก เรือท้องแบน และอุปกรณ์กู้ภัยในการลำเลียงนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่วิกฤต

    พร้อมจัดส่ง น้ำดื่ม อาหารกล่อง และของใช้จำเป็น ให้แก่โรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวติดค้าง รวมถึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพิกัดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

    ในเบื้องต้น มีโรงแรมหลายแห่งที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหารและการอพยพนักท่องเที่ยว ดังนี้

    น้ำท่วมหาดใหญ่

    เปิดรายชื่อโรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวติดค้างและความต้องการเร่งด่วน

    • โรงแรม Red Planet – แขก 300 ท่าน ต้องการออกจากพื้นที่
    • Hatyai Signature – แขก 100 ท่าน ต้องการออกจากพื้นที่
    • โรงแรมญันนะตีย์ – ต้องการอาหารเช้า 250 กล่อง
    • Urbanli Hatyai Hotel – ต้องการอาหาร 60 กล่อง (099-629-5396)
    • โรงแรมซากุระบัดเจท – ต้องการอาหาร 250 กล่อง (074-235001)
    • โรงแรมสากล – ต้องการอาหาร 180 กล่อง (081-444-7524)
    • โรงแรมเฟรนลี่เทล – ต้องการข้าวกล่อง 200 กล่อง (081-609-2883)
    • โรงแรมเอทีเค หาดใหญ่ – ต้องการข้าวกล่อง 150 กล่อง และขอรถส่งผู้โดยสารไปสนามบิน 2 ท่าน (074-898999)
    • โรงแรมสิงห์โกลเด้นเพลส – ต้องการอาหาร 180 กล่อง (088-258-9350)
    • โรงแรมเดอะแลนเทิร์น – ต้องการอาหาร 100 กล่อง (099-402-3666)
    • โรงแรมวังน้อย – ต้องการอาหาร 150 กล่อง (081-351-4956 / 095-463-5945)
    • โรงแรมแกรนด์พิงค์ และแกรนด์พิงค์พาร์ค – ต้องการอาหารรวม 470 กล่อง (093-740-1222)
    • โรงแรมอาโลฮ่า – ต้องการอาหาร 280 กล่อง (086-481-6087)
    • โรงแรมหาดใหญ่โกลเด้นคราวน์ – ต้องการอาหาร 200 กล่อง (086-488-7847)
    • หาดใหญ่เมอริเดียน – มีแขกประมาณ 150 คน (082-542-2463 / 098-465-0261)
    • โรงแรมอยู่ หาดใหญ่ – ต้องการอาหาร 70 กล่อง (083-179-8838)
    • โรงแรมวีเวิลด์ บูติก – ต้องการอาหาร 80 กล่อง (081-543-9626)
    • โรงแรมไฮซีซั่น – ต้องการอาหาร 150 กล่อง (ทศพล 084-080-0008
    • โรงแรมซากุระ สาย 3 (ตึกเก่า) – ต้องการข้าวกล่อง 32 กล่อง และต้องการอพยพลูกค้า 32 คน (092-757-3074 / 094-328-3552 / 088-888-8899)
    • Smile Bed Hotel – ต้องการอาหารกล่องมุสลิม 150 กล่อง (084-188-8138)
    • Bestier Hatyai – ต้องการอาหาร 150 กล่อง (06-5767-8888)
    • Hoshi Hotel Hatyai – ต้องการอาหาร 60 กล่อง (082-569-1559 / 085-592-6459)
    • โรงแรมพีเอส ทุ่งเสา – ต้องการอาหาร 160 กล่อง และเรือหรือรถเพื่อนำลูกค้า 10 ท่านไปสนามบิน (ติดต่อ: ทิพย์ 063-515-9716)

    น้ำท่วมหาดใหญ่ เปิดรายชื่อโรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวติดค้าง ต้องการความช่วยเหลือ

    • โรงแรมโฆษิต สาย 2 – ต้องการอาหาร 60 กล่อง (086-747-1811)
    • โรงแรมภาสว่าง – ต้องการอาหาร 100 กล่อง (086-958-8766)
    • โรงแรมเอเชี่ยน (สาย 3) – ต้องการอาหาร 250 กล่อง (063-054-8842)
    • โรงแรมนิวซีซั่น – ต้องการอาหาร 300 กล่อง
    • โรงแรมโคลเวอร์ – ต้องการอาหาร 100 กล่อง (088-050-6224)
    • โรงแรมเดอะเบด หาดใหญ่ – ขออพยพลูกค้า 30 ท่านไปสนามบิน (ดำเนินการช่วยเหลือแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา)

    นัทรียา ทวีวงศ์

    ทั้งนี้กระทรวงฯ ได้ประสานงานกับเทศบาลนครหาดใหญ่จัดตั้ง ศูนย์บัญชาการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นจุดรวมข้อมูลและการประสานขอความช่วยเหลือ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากระดับน้ำยังไม่ลดลง และมีความจำเป็นต้องเร่งอพยพนักท่องเที่ยวในบางพื้นที่ที่ยังถูกตัดขาด

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกคน เราจะระดมทุกทรัพยากรและประสานทุกหน่วยงาน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/644702&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LjDau68Vt-XNhT1NMLakY

  • 11 อปท.จัดการท่องเที่ยวยั่งยืน บันไดสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก

    11 อปท.จัดการท่องเที่ยวยั่งยืน บันไดสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก

    องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS)  11 แห่งใหม่ ซึ่งมีผลงานโดดเด่นพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เติบโตควบคู่กับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีมอบประกาศนียบัตรการส่งเสริมมาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS) เพื่อยืนยันความสำเร็จและสร้างกำลังใจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สามารถดำเนินงานได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน จัดโดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.  โอกาสนี้ นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) เป็นประธาน และปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “From Transaction to Transformation: พลิกพลังท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ณ  โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน   

    สำหรับองค์กรที่ผ่านเกณฑ์เพิ่มทั้ง 11 แห่ง ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ,องค์การบริหารส่วนตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ,องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ,องค์การบริหารส่วนตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ,องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย,เทศบาลตำบลป่าตาล อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย ,องค์การบริหารส่วนตำบลภูกระดึง อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ,องค์การบริหารส่วนตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย , องค์การบริหารส่วนตำบลบางยอ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ , เทศบาลตำบลเกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด และองค์การบริหารส่วนตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด

    นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า อพท.พัฒนาและส่งเสริมการปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS)ซึ่งได้รับการรับรองว่าเทียบเท่าหลักเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council : GSTC)  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีกรอบการทำงานที่เป็นระบบ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยยึดหลักการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เติบโตควบคู่กับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ ปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมาตรฐานดังกล่าวจำนวนทั้งสิ้น 107 แห่ง ใน 22 จังหวัดทั่วประเทศ สำหรับปี พ.ศ. 2568 มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน้องใหม่ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS) รวม 11 แห่ง

    นายศิริปกรณ์ กล่าวว่า การยกระดับแหล่งท่องเที่ยวตามมาตรฐานสากล สร้างแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพและนักท่องเที่ยวคุณภาพให้กับประเทศไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสร้างระบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาดการท่องเที่ยวระดับโลก ทั้งนี้ ยึดหลักประโยชน์ชุมช บนแผนโครงสร้างพื้นฐานสู่มาตรฐานสากล นับเป็นทิศทางที่ อพท. จะมุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป

    “ อพท.จะเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS) ให้เท่าทันทิศทางการท่องเที่ยวของโลกและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้พัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่และการท่องเที่ยวในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือที่เรียกกันในมิติการท่องเที่ยวว่า DMO (Destination Management Organization) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมต่อกับมาตรฐานสากลระดับโลก เช่น เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN)  , Green Destination  , Global Sustainable Tourism Council (GSTC), PATA Gold Award หรือแม้แต่ UN Tourism Best Tourism Village เพราะมาตรฐาน STMS ถูกออกแบบมาเป็นรากฐานที่มั่นคง จะช่วยย่นระยะเวลาให้ อปท. สามารถก้าวไปสู่การรับรองและรางวัลระดับโลกได้ง่ายขึ้น  “ นายศิริปกรณ์ กล่าว

    ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า ความสำเร็จของ STMS ไม่ได้วัดแค่ปริมาณ แต่มีมูลค่าในมิติเศรษฐกิจรายได้จากการท่องเที่ยวจะถูกกระจายเข้าสู่ชุมชนอย่างชัดเจน  ร้อยละ 5 – 10 ของรายได้จะถูกจัดเก็บไว้เพื่อบริหารจัดการ พัฒนาความปลอดภัย และเป็นทุนการศึกษา ซึ่งเป็นการลงทุนกลับคืนสู่ท้องถิ่น ส่วนมิติสังคม ผมเน้นย้ำหลักสร้างความสมดุลระหว่างเจ้าของบ้านกับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ผ่านตัวชี้วัดรายได้ของชุมชนและดัชนีความสุข หลายพื้นที่ DMO สะท้อนทัศนะขอความสุขก่อน เรื่องเงินตามมา เป็นความสุขจากการแสดงอัตลักษณ์ท้องถิ่น  การได้ดูแลนักท่องเที่ยวเหมือนคนในครอบครัว จนถึงรอยยิ้มของผู้มาเยือนจากเมนูพื้นบ้าน

    “ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนคือรากฐานของเมืองที่มีคุณภาพ การคงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ชุมชนในระยะยาว อพท. พร้อมทำงานเคียงข้างองค์กรท้องถิ่นทั่วประเทศเพื่อสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่เข้มแข็ง เป็นธรรม และยั่งยืนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่เติบโตอย่างมีคุณภาพและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง “ นายศิริปกรณ์ กล่าว

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/901237/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a9uN6bSiF8SxrkZjIAfVF

  • อพยพนักท่องเที่ยว พ้นวิกฤตน้ำท่วม 17 แห่ง | TOPNEWS

    อพยพนักท่องเที่ยว พ้นวิกฤตน้ำท่วม 17 แห่ง | TOPNEWS

    วันที่ 23 พ.ย. 2568 หน่วยงานภาครัฐได้บูรณาการกำลังเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมชลประทานนำรถบรรทุก 10 ล้อ ลงพื้นที่สนับสนุนการขนย้ายผู้ประสบภัยร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ขณะเดียวกัน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้สั่งให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา การกีฬาแห่งประเทศไทย และตำรวจท่องเที่ยว บูรณาการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด

    การปฏิบัติการครั้งนี้มีการสนับสนุนงบประมาณและกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่าย อาทิ ตำรวจท่องเที่ยว กรมชลประทาน ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) กองทัพเรือ สมาคมโรงแรมสงขลา–หาดใหญ่ และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวหาดใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือจากโรงแรมที่ได้รับผลกระทบรวม 17 แห่ง สามารถอพยพนักท่องเที่ยวได้ทั้งหมด 402 คน ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวของเทศบาลนครหาดใหญ่ พร้อมจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และให้การดูแลด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ เช่น การส่งนักท่องเที่ยวบางส่วนไปสถานีขนส่ง และส่งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียขึ้นรถบัสที่ด่านสะเดาเพื่อเดินทางกลับประเทศ

    ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้รายงานสถานการณ์ให้สถานทูตสิงคโปร์ กงสุลมาเลเซีย และกงสุลอินโดนีเซียรับทราบแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ยังเปิดทำการตามปกติ ไม่มีเที่ยวบินยกเลิกและไม่มีนักท่องเที่ยวตกค้างภายในสนามบิน แม้จะมีประชาชนบางส่วนไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามและให้การช่วยเหลือต่อเนื่อง

     
    จรัส ชูศรี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1401135&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-ff5rV3dlzM6sTnlE8vs9

  • เวียดนามยังอ่วม น้ำท่วม-ดินถล่มทำยอดเสียชีวิตพุ่ง 90 ศพ

    เวียดนามยังอ่วม น้ำท่วม-ดินถล่มทำยอดเสียชีวิตพุ่ง 90 ศพ

    กระทรวงสิ่งแวดล้อมเวียดนามรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมใหญ่และดินถล่มในพื้นที่ภาคกลางตอนใต้เพิ่มสูงถึง 90 ราย และยังสูญหายอีก 12 คน หลังเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องมาหลายวัน พื้นที่ปลูกกาแฟและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยบางพื้นที่วัดปริมาณน้ำฝนได้เกิน 1,900 มิลลิเมตร ในรอบสัปดาห์เดียว สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 11,030 ล้านบาท

    ตามรายงานของกระทรวงสิ่งแวดล้อมเวียดนามเมื่อวันอาทิตย์ (23 พ.ย.) ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมใหญ่และดินถล่มใน เวียดนาม พุ่งสูงขึ้นเป็น 90 ราย และมีผู้สูญหายอีก 12 คน หลังพื้นที่ทางภาคกลางตอนใต้เผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักไม่หยุดหย่อนตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 

    ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อพื้นที่ภาคกลางตอนใต้ ซึ่งเป็นทั้งเขตผลิตกาแฟหลักและเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม โดยบางพื้นที่วัดปริมาณน้ำฝนได้เกิน 1,900 มิลลิเมตร  ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

    มีผู้เสียชีวิตกว่า 60 ราย นับตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน ในจังหวัดดั๊กลั๊ก ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาทางภาคกลาง โดยมีบ้านเรือนนับหมื่นหลังถูกน้ำท่วม

    ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อของรัฐรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เรือเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ในบ้านเรือนในจังหวัดยาลาย และจังหวัดดั๊กลั๊ก โดยต้องงัดหน้าต่างและเจาะหลังคาเพื่อเข้าถึงผู้ประสบภัย มีการระดมกำลังทหาร ตำรวจ และกองกำลังความมั่นคงอื่น ๆ เพื่อย้ายและอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย

    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังได้นำอาหารและน้ำไปช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ถูกน้ำท่วมในเมืองกวีเญิน จังหวัดบิ่ญดิ่ญ หลังมีรายงานว่าแพทย์และผู้ป่วยในโรงพยาบาลบางแห่งต้องยังชีพด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำดื่มเป็นเวลาถึงสามวัน

    สำนักงานพยากรณ์อากาศระบุว่า ระดับน้ำในแม่น้ำบา ในจังหวัดดั๊กลั๊ก ได้ทำลายสถิติที่เคยเกิดขึ้นในปี 1993 ในสองจุดเมื่อช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดี ขณะที่แม่น้ำไก๋ ในจังหวัดคั้ญฮว่า ก็มีระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทำสถิติใหม่เช่นกัน

    สำนักงานภัยพิบัติของเวียดนามรายงานเบื้องต้นว่า มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมไปแล้วกว่า 235,000 หลัง และพื้นที่เพาะปลูกเสียหายเกือบ 500,000 ไร่ รัฐบาลคาดการณ์ว่าน้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้วประมาณ 8.98 ล้านล้านดอง หรือราว 11,030 ล้านบาท

    สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงตุลาคมที่ผ่านมา สภาพอากาศสุดขั้วได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายไปแล้ว 279 คน และสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    แม้ว่าเวียดนามจะเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีฝนตกหนักเป็นปกติในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังทำให้สภาพอากาศสุดขั้วมีความถี่และสร้างความเสียหายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ.

    ที่มา The Guardian

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2897340&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vdQjC2zxBWPcgmruAXDAc

  • ผู้ว่าฯ ตาก เปิดกิจกรรมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าหนาวประจำปี บ้านไร่อุ่นรัก “สวรรค์บนดินถิ่นความรักสองแผ่นดิน” | TOPNEWS

    ผู้ว่าฯ ตาก เปิดกิจกรรมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าหนาวประจำปี บ้านไร่อุ่นรัก “สวรรค์บนดินถิ่นความรักสองแผ่นดิน” | TOPNEWS

    นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานเปิดกิจกรรมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าหนาวประจำปี ณ บ้านไร่อุ่นรัก แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติชื่อดังของอำเภอพบพระ ภายใต้คำขวัญ “สวรรค์บนดิน ถิ่นความรักสองแผ่นดิน” ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา มีนายธันปวัฒน์ ภูริวัฒนเมธา นายอำเภอพบพระ

    น.ส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.) สำนักงานตาก นายสำเนาว์ นรงค์มี นายกอบต.ช่องแคบ นายนิกร จันตา นายกเทศบาลตำบลพบพระ นายมณฑลสว่างนภาลัย นายกอบต .รวมไทยพัฒนา นายวินัย คีรีเกริกก้อง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวาเล่ย์ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารท้องถิ่น เข้าร่วมกิจกรรม

    ในการนี้ น.ส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก ร่วมให้การต้อนรับ และเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสสีสันฤดูหนาวของอำเภอพบพระ โดยเฉพาะ สวนดอกไม้หลากหลายชนิด

    ผอ.ททท.ตาก ระบุว่า ฤดูหนาวปีนี้อำเภอพบพระมีความพร้อมเต็มที่ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ จุดถ่ายภาพเช็กอินใหม่ ๆ และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดตากได้เป็นอย่างดี

    นายธันปวัฒน์ ภูริวัฒนเมธา นายอำเภอพบพระ กล่าวว่า “อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาเที่ยวพบพระครับ สวนดอกไม้ของเราสวยงามมากในช่วงหน้าหนาวนี้ และทุกการเดินทางของนักท่องเที่ยว จะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในฤดูท่องเที่ยวหน้าหนาวนี้ เพราะมีทั้งธรรมชาติ สวนดอกไม้ จุดชมทะเลหมอก และกิจกรรมชุมชนที่รองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปีนี้ คือ สวนดอกไม้เมืองหนาว ที่กระจายอยู่หลายหมู่บ้าน

    นาย ชยุต ปิติพุฒิธาดา หรือ “โจ” ผู้จัดการสวนดอกไม้บ้านไร่อุ่นรัก เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็น ซีซั่นที่ 6 ซึ่งจัดเต็มด้วยมุมถ่ายภาพใหม่ๆ และพันธุ์ดอกไม้หลากชนิดที่ดูแลเป็นพิเศษ ทำให้สีสันสดใสและสมบูรณ์กว่าทุกปี พร้อมเผยธีมประจำฤดูกาลว่า “ปีนี้ คือ ฤดูกาลแห่งความรัก” สื่อถึงความอบอุ่น ความผูกพัน และการใช้เวลาร่วมกันของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมทุ่งดอกไม้ท่ามกลางสายลมหนาว

    นายชยุต กล่าวต่อว่า ทุ่งดอกไม้ของบ้านไร่อุ่นรักตั้งอยู่บนทำเลสูง สามารถมองเห็นวิวเทือกเขาและฝั่งประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นจะมีหมอกลอยบางๆ เพิ่มความโรแมนติก เหมาะสำหรับการพักผ่อน ถ่ายภาพ และพาครอบครัวหรือคู่รักมาสร้างความทรงจำดีๆพร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านเดินทางมาสัมผัสความงดงามของดอกไม้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1400919&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0O3dGDmytOtz9-oOYNcy01

  • ‘อพท.’พลิกพลังท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ยกระดับเป็นต้นแบบองค์กรจัดการตามมาตรฐาน

    ‘อพท.’พลิกพลังท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ยกระดับเป็นต้นแบบองค์กรจัดการตามมาตรฐาน

    วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.46 น.

    ‘อพท.’พลิกพลังท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับหน่วยงานในท้องถิ่นเป็นต้นแบบองค์กรจัดการด้านการท่องเที่ยวตามเกณฑ์มาตรฐานการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. พัฒนาและส่งเสริมการปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism Management Standard: STMS) ซึ่งได้รับการรับรองว่าเทียบเท่าหลักเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) และถือเป็นมาตรฐานฉบับแรกของไทยที่ได้รับการยอมรับจาก GSTC ในประเภทหลักเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับแหล่งท่องเที่ยว มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในพื้นที่พิเศษสำหรับองค์กรจัดการด้านการท่องเที่ยว (Destination Management Organization: DMO)

    นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า อพท.ได้ส่งเสริมมาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีกรอบการทำงานที่เป็นระบบ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยยึดหลักการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เติบโตควบคู่กับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมาตรฐานดังกล่าวไปแล้วทั้งสิ้น 107 แห่ง ใน 22 จังหวัดทั่วประเทศ สำหรับในปี พ.ศ. 2568 มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน้องใหม่ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS) รวม 11 แห่ง ได้แก่

    1.องค์การบริหารส่วนตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

    2.องค์การบริหารส่วนตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

    3.องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

    4.องค์การบริหารส่วนตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

    5.องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

    6.เทศบาลตำบลป่าตาล อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย

    7.องค์การบริหารส่วนตำบลภูกระดึง อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย

    8.องค์การบริหารส่วนตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย

    9.องค์การบริหารส่วนตำบลบางยอ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

    10.เทศบาลตำบลเกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

    11.องค์การบริหารส่วนตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด

    เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่หน่วยงาน ที่สามารถดำเนินงานได้ตามเกณฑ์มาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS) อพท. จึงได้จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานฯ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 11 แห่ง โดยพิธีจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องพระเอราวัณ 2 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ และในงานดังกล่าว นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “From Transaction to Transformation: พลิกพลังท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ซึ่งได้ให้แนวคิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้ได้ตามมาตรฐานสากล เป็นการสร้างแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพให้แก่ประเทศไทยและนักท่องเที่ยวคุณภาพ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทยที่เข้มแข็ง และสามารถแข่งขันได้ในตลาดการท่องเที่ยวระดับโลก ทั้งนี้ ได้ยึดหลัก ประโยชน์ชุมชน บนแผนโครงสร้างพื้นฐาน สู่มาตรฐานสากล นับเป็นทิศทางที่ อพท. จะมุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต

    สำหรับการพัฒนามารตฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS) ในระยะต่อไป อพท.จะเดินหน้าพัฒนามาตรฐานฯ STMS ให้เท่าทันทิศทางการท่องเที่ยวของโลก และสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะ DMO นำมาตรฐานนี้ไปใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในเชิงปฏิบัติอย่างแท้จริง เพราะเราเชื่อว่าการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนคือรากฐานของเมืองที่มีคุณภาพ การคงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม และการสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ชุมชนในระยะยาว โดย อพท. พร้อมทำงานเคียงข้างองค์กรท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่เข้มแข็ง เป็นธรรม และยั่งยืน ให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่เติบโตอย่างมีคุณภาพและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

    #เจาะลึก 10 ปี “STMS” เกณฑ์มาตรฐานฯ พัฒนาการท่องเที่ยวท้องถิ่นไทยอย่างยั่งยืน บันไดเชื่อมสู่มาตรฐานสากลระดับโลก

    นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เผยถึงความคืบหน้างานมาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism Management Standard: STMS) ที่ดำเนินมาครบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2559 โดยเน้นย้ำว่า STMS เป็น “มาตรฐานที่สร้างความยั่งยืน” ใช้พัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่และการท่องเที่ยวในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือที่เรียกกันในมิติการท่องเที่ยวว่า DMO (Destination Management Organization) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมต่อกับ “มาตรฐานสากล” ระดับโลก อย่างเช่น UNESCO Creative City Network (UCCN) หรือ Green Destination

    ผู้อำนวยการ อพท. เปิดเผยตัวเลขที่น่ายินดีว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีองค์กร DMO หรือ อปท. ที่ผ่านเกณฑ์ STMS แล้วรวมทั้งสิ้น 107 แห่งใน 22 จังหวัด ซึ่งเป็นการเติบโตในลักษณะของการกระจายตัวสู่ภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้มีองค์กร DMO ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้นเป็น 11 แห่ง เป็นสัญญาณของการย่อตัวเพื่อพุ่งทะยานของการเติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทย เพราะมาตรฐาน STMS ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคง โดยเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยย่นระยะเวลาให้ อปท. สามารถก้าวไปสู่การรับรองและรางวัลในระดับโลกได้ง่ายขึ้น เช่น UCCN, Global Sustainable Tourism Council (GSTC), PATA Gold Award หรือแม้แต่ UN Tourism Best Tourism Village

    “เราอาจจะไม่ได้มีตัวเช็คลิสต์ข้อกำหนดเทียบเท่ากับระดับโลกทั้งหมด แต่เราต้องเป็นส่วนหนึ่ง เช่น ถ้าบอกว่าอยากได้มาตรฐานระดับโลกแบบนี้ สมมุติว่ามาตรฐาน UCCN UNESCO City Network ต้องผ่านทั้งหมด 50 ข้อ STMS ของต้องเป็นจุดเริ่มต้นในมาตฐานนั้นแล้ว 10 ข้อ 15 ข้อ ซึ่งไม่ต้องไปนับ 1 ใหม่ นั่นคือสิ่งที่ อพท.พยายามทำว่าต้องยกระดับของเราไปต่อยอดกับมาตรฐานระดับโลกให้ได้ อย่างมากที่สุดได้สักครึ่งหนึ่งของเขา ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งพัฒนาเพื่อได้รางวัลในระดับโลกด้วยความสามารถและกลไกต่าง ๆ ของเรา”

    “ต้องบอกว่าความสำเร็จของ STMS ไม่ได้วัดแค่ปริมาณ แต่ยังสร้างมูลค่ามหาศาลใน 2 มิติหลัก คือ เศรษฐกิจ และสังคม ในมิติเศรษฐกิจนั้น รายได้จากการท่องเที่ยวจะถูกกระจายเข้าสู่ชุมชนอย่างชัดเจน โดยประมาณ 5 – 10% ของรายได้จะถูกจัดเก็บไว้เพื่อบริหารจัดการ พัฒนาความปลอดภัย และเป็นทุนการศึกษา ซึ่งเป็นการลงทุนกลับคืนสู่ท้องถิ่น ทว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือมิติสังคม ซึ่งผมเน้นย้ำเสมอถึงหลักการสร้างความสมดุลระหว่างเจ้าของบ้านหนือคนท้องถิ่น กับผู้เยี่ยมเยือนซึ่งก็คือนักท่องเที่ยว โดยมีตัวชี้วัดสำคัญ 2 ตัว คือรายได้ของชุมชนและดัชนีความสุข นั่นคือหัวใจสำคัญของการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หลายพื้นที่ DMO จึงสะท้อนทัศนะว่าขอความสุขก่อน เดี๋ยวเงินตามมาก็ได้ โดยความสุขอาจมาจากการได้โชว์อัตลักษณ์ การได้ดูแลนักท่องเที่ยวเหมือนครอบครัว หรือได้เห็นรอยยิ้มจากเมนูพื้นบ้าน เป็นต้น” นายศิริปกรณ์ ระบุ

    พร้อมกล่าวด้วยว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเปรียบเหมือน “หัวใจหนึ่งดวง” ที่ทำงานผ่าน 4 ห้อง คือ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และ “การบริหารจัดการ” ซึ่งเป็นหัวใจของหัวใจในการเชื่อมภาครัฐ ประชาชน และเอกชนให้เดินไปทิศทางเดียวกัน แม้สามมิติแรกจะมีศักยภาพ แต่หากขาดการบริหารจัดการที่ดี การพัฒนาไม่สามารถเติบโตแบบ V – Shape และจะเสี่ยงเป็น K – Shape ที่บางส่วนก้าวหน้า แต่ อปท.บางส่วนอาจกลับดิ่งลงและไปไม่ถึงเป้าหมาย ดังนั้น Sustainable Tourism จะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อมีการบริหารจัดการที่แข็งแรง และสามารถประสานทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับมาตรฐานไทยสู่ระดับโลก ซึ่งมาตรฐาน STMS ตอบโจทย์ในส่วนนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/929843&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Tb9StfEzqgEiFFjZNZEu7

  • ชมรมเปตองสมาคมท่องเที่ยวบ้านฉาง จ.ระยอง จัดแข่งขันกีฬาเปตอง หนุนเยาวชนก้าวสู่ระดับสากล

    ชมรมเปตองสมาคมท่องเที่ยวบ้านฉาง จ.ระยอง จัดแข่งขันกีฬาเปตอง หนุนเยาวชนก้าวสู่ระดับสากล

    เมื่อวันที่ 23 พ.ย.68 ที่บริเวณสนามกีฬาเปตองชมรมเปตองสมาคมท่องเที่ยวบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ธนศร ดอกเดื่อ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาเปตอง รุ่นเยาวชนและประชาชนทั่วไปชาย-หญิง ชิงรางวัลห้องพักโรงแรม และของรางวัลจากสมาคมท่องเที่ยวบ้านฉาง จัดขึ้นโดยชมรมเปตองสมาคมท่องเที่ยวบ้านฉาง มีนางวันดี เผื่อนอุดม ผอ.ททท.สำนักงานระยอง นายสุมิตร โสภาศรีพันธ์ นายกสมาคมท่องเที่ยวบ้านฉาง MR.Benoit bon ประธานชมรมเปตองสมาคมท่องเที่ยวบ้านฉาง ร่วมเป็นเกียรติฯ โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันฯ รวม 41 ทีม โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาพักและท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.บ้านฉาง ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันด้วย

    ทั้งนี้การจัดแข่งขันกีฬาเปตองดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และส่งการออกกำลังกายโกยการแข่งขันกีฬาเปตอง รวมทั้งเป็นการส่งเสริมนักกีฬาเยาวชนได้มีเวทีแข่งขัน รวมทั้งมีสนามเล่นกีฬาเปตอง และฝึกฝนเพื่อให้ก้าวไปสู่การแข่งขันระดับสากลต่อไป

    ภูมิภาค-34

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/112218&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ORkcqjafyPXMlMKO_KOLG