Category: ท่องเที่ยว

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D555069&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20BNVJ8wnRfjoUfqOAZVSN

  • บุกจับแหม่มลิเบีย โอเวอร์สเตย์กว่า 2 ปีครึ่ง หลังชาวบ้านร้องเรียน สร้างความเดือดร้อน

    บุกจับแหม่มลิเบีย โอเวอร์สเตย์กว่า 2 ปีครึ่ง หลังชาวบ้านร้องเรียน สร้างความเดือดร้อน

    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวงานสืบสวน กองกำกับการ 2 บก.ทท.2 เข้าจับกุมหญิงชาวลิเบีย ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด รวมระยะเวลา 897 วัน หรือมากกว่า สองปีครึ่ง การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากประชาชนผู้อยู่อาศัยภายในอาคารได้ร้องเรียนว่า หญิงต่างชาติรายดังกล่าว มีพฤติการณ์ส่งเสียงเอะอะโวยวายเป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้เพื่อนบ้าน

    หลังได้รับเรื่องร้องเรียน พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สว.สืบสวน กก.2 บก.ทท.2 ได้สั่งการให้ ร.ต.ท.สายันต์ ชัยแก้ว นำกำลังฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมประสานนิติบุคคลอาคารเพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้อยู่อาศัย จนยืนยันว่าหญิงต่างชาติรายนี้พักอาศัยอยู่จริง

    การตรวจสอบข้อมูลในระบบพบว่า ผู้ต้องหาได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2565 แต่ยังคงพำนักอยู่ต่อจนถึงปัจจุบัน รวมเวลาเกินกำหนดอนุญาต 897 วัน

    เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตบริเวณที่พัก กระทั่งพบผู้ต้องหาเดินออกจากห้อง จึงเข้าตรวจสอบ ผู้ต้องหาได้แสดงหนังสือเดินทาง ซึ่งยืนยันชัดเจนว่า การอนุญาตให้พำนักได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ปี 2565 หลังตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวและดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินขั้นตอนส่งกลับประเทศต่อไป

    การปฏิบัติครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่มุ่งเน้นการกวดขันและปราบปรามการกระทำผิดของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หากประชาชนพบเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1155 หรือผ่าน แอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police ตลอด 24 ชั่วโมง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3826922/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GhhK0jcU11DeIjWIXNMXO

  • ต่างชาติเที่ยวไทยปี 69 คาดแตะ 34.1 ล้านคน แต่รายได้ยังไม่ฟื้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เสนอ 4 ทางออก

    ต่างชาติเที่ยวไทยปี 69 คาดแตะ 34.1 ล้านคน แต่รายได้ยังไม่ฟื้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เสนอ 4 ทางออก

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยมาถึงจุดเปลี่ยน โดยการที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยจะกลับไปสู่ระดับก่อนโควิด เป็นเรื่องยากขึ้น และหากไม่ทำอะไร แรงส่งต่อเศรษฐกิจคงแผ่วลง ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่รุนแรง คาดปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยอยู่ที่ 34.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% แต่ค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายต่อทริปยังต่ำ

    โดยมองการท่องเที่ยวไทยต้องปรับตัวสู่สมดุลใหม่ เน้นเร่งนักท่องเที่ยวเพิ่มการใช้จ่ายต่อทริปให้มากขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่ไทยมีจุดเด่น ทั้งการจัดกิจกรรมประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (MICE) รวมทั้งบริการด้านการแพทย์และส่งเสริมสุขภาพ (Medical & Wellness)

    นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวของประเทศไทย พบ 4 ข้อสังเกต ได้แก่ 1.ผลต่างระหว่างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยกับค่าใช้จ่ายของคนไทยเที่ยวต่างประเทศ มีแนวโน้มลดลงเกือบเท่าตัว2.สัญญาณการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันชัดเจนขึ้น 3.ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปและอินเดียยังทดแทนจีนและอาเซียนไม่ได้ทั้งหมดและ 4.การกระจายความหนาแน่นจากเมืองท่องเที่ยวหลักไปสู่เมืองรอง ยังต้องทำอีกมาก
     
    นางสาววาริธร ศิริสัตยะวงศ์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ในปี 2569 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยน่าจะฟื้นตัวจากการกลับมาของตลาดนักท่องเที่ยวจีน โดยคาดว่าจะมีจำนวน 34.1 ล้านคน หรือโต 4%จากที่หดตัว 7% ในปี 2568 แม้ตัวเลขจะเพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวของรายได้การท่องเที่ยว และค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายต่อทริปที่ยังต่ำกว่าช่วงก่อน   โควิด เมื่อมาถึงจุดที่การเพิ่มจำนวนทำได้ยาก ดังนั้น การเพิ่มรายได้คงต้องหาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวใหม่ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงอย่างการเจาะตลาดกลุ่มกิจกรรมบันเทิง การจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (MICE) เช่น การจัดคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลก เป็นต้น รวมถึงการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลก หรือการดึงสวนสนุกระดับโลกมาลงทุนในไทย ตลอดจนตลาดกลุ่มเดินทางเพื่อสุขภาพและรักษาพยาบาล แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากทำตลาดได้ดีนักท่องเที่ยวจะกลับมาเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า
     
    นางสาววรรณวิษา ศรีรัตนะ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจด้านการแพทย์และส่งเสริมสุขภาพ (Medical & Wellness) แม้จะเป็น 1 ในเครื่องมือที่ช่วยดันรายได้ท่องเที่ยว แต่ยังมีโจทย์ที่ต้องแก้ โดยเฉพาะเรื่องตลาดคนไข้หลักที่ลดลง การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีอยู่ ทำให้ปี 2569 คาดว่าจำนวนและรายได้คนไข้ต่างชาติโตชะลอที่ 0.4% และ 3.7% ตามลำดับ ซึ่งหากต้องการเพิ่มรายได้ท่องเที่ยว ไทยต้องโฟกัสไปที่การแพทย์เฉพาะทางที่มีระยะเวลาในการรักษาและพักฟื้นนานขึ้น รวมถึงขยายบริการสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care) และการส่งเสริมสุขภาพ (Wellness) ที่สอดรับกับเทรนด์โลก เช่น Longevity และแนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มขึ้น

    โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มี 4 ข้อเสนอเพื่อให้การท่องเที่ยวไทยไปต่อ ได้แก่ 1.การฟื้นความเชื่อมั่น ซึ่งตลาดระยะใกล้ยังสำคัญ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน หลังสัดส่วนลดลงเท่าตัวจากก่อนโควิดมาอยู่ที่ราว 14% 2.เน้นเร่งเพิ่มการใช้จ่ายต่อทริปผ่านผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่ไทยมีจุดเด่น ผ่านการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและการเติมเต็ม Ecosystem 3.จูงใจคนไทยเที่ยวในประเทศ และ 4.ผลักดันเมืองท่องเที่ยวรองด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น Geographical Indications เป็นต้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/262049&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rOmX4x2yv2iDQO8_l9KdF

  • แอร์เอเชีย มั่นใจปีหน้าเป็นปีแห่งการเติบโต เชื่อมั่นการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว 

    แอร์เอเชีย มั่นใจปีหน้าเป็นปีแห่งการเติบโต เชื่อมั่นการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว 

    แอร์เอเชีย มั่นใจปีหน้าเป็นปีแห่งการเติบโต เชื่อมั่นการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว 

    แอร์เอเชีย มั่นใจปีหน้าเป็นปีแห่งการเติบโต เชื่อมั่นการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว 

    สำหรับในประเทศไทย โทนี่มองว่าเป็นโอกาสของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่การท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัวกลับมาอย่างเเข็งเเกร่งอีกครั้ง พร้อมแนะรัฐบาลเร่งฟื้นความเชื่อมั่น สร้างประเทศไทยให้แข่งขันได้ในตลาดการท่องเที่ยว 

    ทั้งนี้แม้ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส  3  จะมีตัวเลขที่ลดลง แต่เชื่อว่าไตรมาส  4  และ ไตรมาสที่  1  ของปี  2569  จะฟื้นตัวอย่างแน่นอน เนื่องจากสถานการณ์ในตลาดหลัก เช่น อินเดีย อาเซียน เติบโตเป็นอย่างดี ขณะที่ตลาดจีนแม้จะฟื้นตัวช้า แต่เชื่อว่าจะฟื้นตัวกลับมาต่อเนื่องได้

    แอร์เอเชีย มั่นใจปีหน้าเป็นปีแห่งการเติบโต เชื่อมั่นการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว 

    “เราไม่เคยยอมแพ้ในตลาดจีน เพราะเป็นตลาดที่สำคัญของแอร์เอเชีย เราต้องช่วยกันฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศให้กลับมา ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม หากเปรียบเทียบกับที่อื่นๆ ขณะเดียวกันหวังว่าปัจจัยภายนอกอย่างการเมือง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จะอยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้น เพื่อที่เราจะได้หาโอกาสเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เพิ่มมากขึ้น เช่น กรุงเทพ-มอสโก” นายโทนี่ เฟอร์นานเดส กล่าว 

    นอกจากนี้ โทนี่ยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องการปรับอัตราภาษีให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทั้งภาษีสรรพสามิต ค่าวิทยุการบิน ภาษีสนามบิน เพื่อให้ประเทศไทยแข่งขันได้กับประเทศอื่นๆ ได้

    สำหรับการลงทุนเพิ่มเติม capital A  สนใจที่จะร่วมมือพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ให้เป็นฐานปฎิบัติการบินอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากธุรกิจการบินแล้ว เราสนใจในเรื่องการลงทุนดค้านธุรกิจคาร์โก้ ศูนย์ซ่อมบำรุง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและหารือการท่าอากาศยาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/pr-news/news/pr/610188&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oh4-BySvAqx3t58QwdvKl

  • “เที่ยวดีมีคืน” โอกาสสุดท้าย 15 ธ.ค.นี้ ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    “เที่ยวดีมีคืน” โอกาสสุดท้าย 15 ธ.ค.นี้ ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    นางสาว ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวปลายปีของรัฐบาล ใกล้จะสิ้นสุดระยะเวลาการใช้สิทธิ์แล้ว โดยประชาชนสามารถใช้ค่าใช้จ่ายด้านที่พักและร้านอาหารเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้ถึงวันที่ 15 ธันวาคมนี้เท่านั้น

    มาตรการนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่ายมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ดังนี้

    • เที่ยวเมืองรอง ได้รับสิทธิลดหย่อน 1.5 เท่า ของยอดจ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท
    • เที่ยวเมืองหลัก ลดหย่อนได้ตามยอดจ่ายจริง สูงสุด 20,000 บาท
    • โดยค่าใช้จ่ายต้องเป็นยอดที่มี ใบกำกับภาษีถูกต้อง จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    รัฐบาลย้ำว่า “เที่ยวดีมีคืน” ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระประชาชน แต่ยังเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยกระจายรายได้สู่จังหวัดเมืองรองและธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่พบการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจฐานรากช่วงปลายปี

    ทั้งนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนที่มีแผนเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลปีใหม่ รีบใช้สิทธิ์ให้ทันภายในกำหนด เพื่อรับประโยชน์ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการลดหย่อนภาษี พร้อมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นทั่วประเทศไปพร้อมกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/733843&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FOsxFa7aMEWu5CMUIn5H2

  • 11 สายการบินต่างชาติสนใจบินตรงกระบี่ ตารางบินฤดูร้อน 69 กว่า 100 เที่ยวบิน/สัปดาห์ : อินโฟเควสท์

    11 สายการบินต่างชาติสนใจบินตรงกระบี่ ตารางบินฤดูร้อน 69 กว่า 100 เที่ยวบิน/สัปดาห์ : อินโฟเควสท์

    นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม กล่าวถึงการดำเนินงานของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ตามนโยบายส่งเสริมการเปิดเส้นทางบินให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของโลก เชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศ ต่อยอดโอกาสด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว พร้อมกับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม เพื่อความสะดวกสบายอย่างไร้รอยต่อ โดยล่าสุด ทย. ได้เข้าร่วมการประชุมจัดสรรเวลาของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ครั้งที่ 157 (157th IATA Slot Conference) เพื่อนำเสนอศักยภาพและแผนพัฒนาท่าอากาศยานกระบี่ สุราษฎร์ธานี และท่าอากาศยานอื่นในสังกัด เพื่อให้สายการบินนำข้อมูลไปพิจารณาจัดทำแผนการเปิดเส้นทางบินมายังท่าอากาศยานดังกล่าว

    ทย. รายงานว่า ภายหลังการประชุมมีสายการบินให้ความสนใจและได้นัดหมายประชุมหารือกับ ทย. จำนวน 11 สายการบิน เพื่อขอจัดสรรเวลาหรือขอปรับเปลี่ยนเวลาเข้า/ออก ท่าอากาศยานกระบี่ให้สอดคล้องกับการจัดเครือข่าย (Network) และการจัดตารางบิน (Rotation) ตามแผนของสายการบิน โดยได้รับรายงานว่าสายการบิน Finnair (สาธารณรัฐฟินแลนด์) ได้นัดหารือและแจ้งการกลับมาเปิดให้บริการบินตรงสู่กระบี่อีกครั้ง เส้นทาง เฮลซิงกิ – กระบี่ จำนวน 2 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ในช่วงกำหนดการบินประจำฤดูหนาว 2569/2570 หลังจากที่สายการบินได้หยุดให้บริการไปเมื่อปี 2564

    นางมัลลิกา กล่าวต่อว่า การที่สายการบิน Finnair ขอรับจัดสรรเวลามายังท่าอากาศยานกระบี่อีกครั้ง เป็นการขยายฐานตลาดด้านการท่องเที่ยวไปยังกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย (ฟินแลนด์, สวีเดน, นอร์เวย์, เดนมาร์ก) ซึ่งเป็นตลาดสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวทางทะเลของไทยเข้าสู่จังหวัดกระบี่โดยตรง ซึ่งนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมักพักอาศัยในระยะเวลานาน (Long-stay Tourists) ทำให้มีส่วนสำคัญในการเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในพื้นที่

    นอกจากนี้การที่มีสายการบินให้ความสนใจและได้นัดหมายประชุมหารือกับ ทย. จำนวน 11 สายการบิน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการประชุมครั้งก่อน 6 สายการบิน ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพท่าอากาศยานกระบี่ที่ได้รับความเชื่อมั่น และได้รับความสนใจจากสายการบินในการรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอันดามันโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพฯ หรือภูเก็ตและส่งเสริมให้ท่าอากาศยานกระบี่เป็นศูนย์กลางการบิน (Hub) ทางใต้แห่งสำคัญของประเทศไทย

    ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ได้มอบหมายให้ นายณรงค์ อรุณภาคมงคล รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน ด้านวิชาการ พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุม โดยมีสายการบินเส้นทางระหว่างประเทศที่ขอจัดสรรเวลาเข้า/ออก ท่าอากาศยานกระบี่ ในกำหนดการบินประจำฤดูร้อน 2569 (ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2568 – 24 ตุลาคม 2569) ได้แก่ สายการบิน Etihad เส้นทาง อาบูดาบี – กระบี่ สายการบิน Air Arabia เส้นทาง ชาร์จาห์ – กระบี่ สายการบิน Malaysia Airline, Airasia Berhad, Batik Air เส้นทาง กัวลาลัมเปอร์ – กระบี่ สายการบิน Flydubai เส้นทาง ดูไบ – กระบี่ สายการบิน Indigo เส้นทาง บังคาลอร์ – กระบี่ – กัลกัตตา, มุมไบ – กระบี่ – เดลี สายการบิน Scoot Tigerair เส้นทาง สิงคโปร์ – กระบี่ และสายการบิน TUI fly เส้นทาง สตอกโฮล์ม – กระบี่, เฮลซิงกิ – กระบี่ – โคเปนเฮเกน, โคเปนเฮเกน – กระบี่ – สตอกโฮล์ม, สตอกโฮล์ม – กระบี่ – โกเธนเบิร์ก และกลับ รวมมีเที่ยวบินระหว่างประเทศมายังท่าอากาศยานกระบี่กว่า 100 เที่ยวบิน/สัปดาห์

    สำหรับการประชุมจัดสรรเวลาของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ครั้งที่ 157 (157th IATA Slot Conference) จัดขึ้นโดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) ระหว่างวันที่ 18 – 20 พฤศจิกายน 2568 ณ กรุงลิสบอน สาธารณรัฐโปรตุเกส เป็นการประชุมระหว่างสายการบินกับผู้ประสานงานจัดสรรเวลาของสนามบินระดับ 2 และ 3 เพื่อให้สายการบินนำไปประกอบการวางแผนตารางการบินในฤดูกาลถัดไป

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/548085&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EkMTKL0zDgicSz1Zm_gss

  • เที่ยวดีมีคืน ใกล้หมดเขต ชวน ‘รีบใช้สิทธิ์’

    เที่ยวดีมีคืน ใกล้หมดเขต ชวน ‘รีบใช้สิทธิ์’

    ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการ ‘เที่ยวดีมีคืน’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวช่วงปลายปีของรัฐบาล กำลังจะสิ้นสุดระยะเวลาการใช้สิทธิ์ในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ พร้อมขอให้ประชาชนที่มีแผนเดินทาง รีบใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้ทันกำหนด

    รองโฆษกฯ ระบุว่า เที่ยวดีมีคืน เปิดทางให้ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายด้านที่พักและร้านอาหารจากการท่องเที่ยวในประเทศ ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ โดยต้องเป็นยอดค่าใช้จ่ายที่มี ใบกำกับภาษีถูกต้อง จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยแบ่งสิทธิ์เป็น
    • เที่ยวเมืองรอง ลดหย่อน 1.5 เท่าของยอดจ่ายจริง วงเงินรวมสูงสุด ไม่เกิน 30,000 บาท
    • เที่ยวเมืองหลัก ลดหย่อนตามยอดจ่ายจริง สูงสุด ไม่เกิน 20,000 บาท

    ลลิดา กล่าวว่า ‘เที่ยวดีมีคืน’ ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระจายรายได้สู่จังหวัดเมืองรองและผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยขณะนี้หลายพื้นที่พบสัญญาณเชิงบวก การเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานรากในช่วงปลายปี

    รัฐบาลจึงขอเชิญชวนประชาชนที่มีแผนท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลปีใหม่ ใช้สิทธิมาตรการนี้ก่อนครบกำหนด 15 ธ.ค. เพื่อรับประโยชน์ทั้งด้านการท่องเที่ยวและการลดหย่อนภาษี พร้อมร่วมกันช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/tourism-government-project-economic-stimulus-nearly-expiration&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TysxvDg8SPd6HqlUOpi3S

  • รัฐบาลย้ำ “เที่ยวดีมีคืน” เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว จูงใจประชาชนใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    รัฐบาลย้ำ “เที่ยวดีมีคืน” เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว จูงใจประชาชนใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    รัฐบาลย้ำ “เที่ยวดีมีคืน” เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว จูงใจประชาชนใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท


    22/11/2568 | 54 |

    (22 พ.ย. 68) รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวปลายปีของรัฐบาล ใกล้จะสิ้นสุดระยะเวลาการใช้สิทธิ์แล้ว โดยประชาชนสามารถใช้ค่าใช้จ่ายด้านที่พักและร้านอาหารเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้ถึงวันที่ 15 ธันวาคมนี้เท่านั้น

    มาตรการนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่ายมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ดังนี้

    เที่ยวเมืองรอง ได้รับสิทธิลดหย่อน 1.5 เท่า ของยอดจ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท

    เที่ยวเมืองหลัก ลดหย่อนได้ตามยอดจ่ายจริง สูงสุด 20,000 บาท
    โดยค่าใช้จ่ายต้องเป็นยอดที่มี ใบกำกับภาษีถูกต้อง จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    รัฐบาลย้ำว่า “เที่ยวดีมีคืน” ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระประชาชน แต่ยังเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยกระจายรายได้สู่จังหวัดเมืองรองและธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่พบการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจฐานรากช่วงปลายปี

    ทั้งนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนที่มีแผนเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลปีใหม่ รีบใช้สิทธิ์ให้ทันภายในกำหนด เพื่อรับประโยชน์ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการลดหย่อนภาษี พร้อมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นทั่วประเทศไปพร้อมกัน


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/445930&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SlL15SdzaKk8Oq1muluiU

  • ชวนเที่ยว ใกล้กรุง ‘พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู’ ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง ‘พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู’ ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    ททท. ภูมิภาคตะวันออก เปิดเส้นทาง ‘อร่อยฟิน ถิ่นตะวันออก’ เชิญชวนไปท่องเที่ยว One Day Trip ใกล้กรุงเทพฯ แบบง่าย ๆ สบาย ๆ ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    การเดินทางท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ ใกล้กรุงเทพฯ ครั้งนี้เรามากับ ททท. ภูมิภาคตะวันออก ที่เปิดเส้นทางใหม่  อร่อยฟิน ถิ่นตะวันออก ด้วยการนัดหมายรวมตัวกันที่สถานีรถไฟฟ้า BTS พระโขนง แล้วนั่งไปลงสถานีเอราวัณ

    เพื่อชม พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ หรือ ช้างสามเศียร ที่ทุกคนรู้จักกันดี เดินลงมาจาก BTS แล้วเดินต่อไปอีก 1 กิโลเมตร หรือถ้าไม่อยากเดิน จะนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ได้

    พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

    เป็นประติมากรรมลอยตัว เคาะขึ้นรูปด้วยมือ ทำด้วยทองแดง แห่งแรกของโลก เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของเอเชีย

    ความสูงเฉพาะตัวช้าง 29 เมตร ความกว้างของช้าง 12 เมตร ความยาวของตัวช้าง 39 เมตร น้ำหนักของตัวช้าง 150 ตัน น้ำหนักของเศียรช้าง 100 ตัน ฐานด้านล่างเป็นอาคาร ความสูงของช้างรวมอาคาร 43.6 เมตร

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    เหตผลที่ใช้ทองแดงบริสุทธิ์เป็นพื้นผิว เพราะเป็นวัสดุที่มีความคงทน ระบายความร้อนได้ดี สามารถเคาะขึ้นรูปได้ง่าย นานวันไปจะเกิดสนิมสีเขียว ช่วยให้ผิวช้างมีลวดลายงดงามขึ้น

    โครงสร้างลำตัวและเศียรช้างเป็นเหล็กเส้นรูปตัว H และ I เชื่อมต่อกัน ส่วนขาทั้งสี่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อรับน้ำหนักตัวช้าง

    แบ่งพื้นที่เป็นสามส่วน ตามแนวคิดคัมภีร์ไตรภูมิกถา ที่แบ่งภพภูมิออกเป็นสามส่วน

    ชั้นสุวรรณภูมิ

    ชั้นล่างสุด ใต้ดิน (ชั้นนี้ห้ามถ่ายรูป) เป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ ความเชื่อ วัฒนธรรม จัดแสดง มนุษยนาค ตัวแทนของชาวเอเชีย และเทวรูป พระนารายณ์, พระศิวะ, พระพรหม

    ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เทพทั้งสามมีหน้าที่ต่างกัน พระพรหม เป็นผู้สร้างโลก, พระนารายณ์ เป็นผู้ดูแลรักษาโลก, พระศิวะ เป็นผู้ทำลายล้างโลก เมื่อมีมนุษย์ผู้ชั่วร้ายเกิดขึ้นมามากเกินไป จึงต้องมีการทำลายล้างโลกแล้วสร้างใหม่

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ต่อด้วย เครื่องปั้นดินเผา ของชาวเอเขีย ตามวิวัฒนาการและการพัฒนา  1.Earthenware เครื่องถ้วยบ้านเชียง เป็นดินสีแดง 2.Stoneware เครื่องปั้นดินเผาที่มีความแข็งแกร่งขึ้น 3.Porcelain กระเบื้อง ที่มีความสวยงามและบางมากขึ้น

    ประเทศจีนสามารถผลิตเครื่องถ้วยได้เป็นอันดับแรกในเอเชีย มีช่วงหนึ่งชะลอการผลิตลง สุโขทัยก็ผลิตเครื่องถ้วยสังคโลกโด่งดังขึ้นมา แต่ไม่สามารถส่งออกไปยังยุโรปได้เหมือนจีน ส่งออกได้แค่ในเอเชีย

    มีการใช้เครื่องถ้วยบางประเภทสำหรับพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น แถบลุ่มน้ำโขงจะมี ไห แสดงว่ามีสมัยนั้นมีเครื่องจักรมาช่วยปั้นแล้ว

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ต่อด้วย เครื่องถ้วยเบญจรงค์ 5 สี ผลิตในสมัยอยุธยา และผลิตฝรั่งเศสสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นแบบครบชุด 7 สี ตามวัน (จันทร์-สีเหลือง, อังคาร สีชมพู,  พุธ สีเขียว, พฤหัสบดี สีขาว, ศุกร์ สีฟ้า, เสาร์ สีดำ อาทิตย์ สีแดง) มีการใช้กะไหล่เงินกะไหล่ทองประดับด้วย

    ในสมัยรัตนโกสินทร์ ไทยสามารถผลิตเครื่องเบญจรงค์ได้เอง โดยนำถ้วยสีขาวที่ผลิตจากจีนมาวาดลวดลายเป็นลายไทย ลายมงคลต่าง ๆ หนึ่งในลายที่หาได้ยากคือ ลายช้างเอราวัณ 33 เศียร

    เครื่องถ้วยประดับทอง เครื่องถ้วยทรงกรวยสูง เรียกว่า เครื่องราชูปโภค ใช้บอกฐานะของข้าราชการในสมัยอยุธยา ก่อนที่จะมีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    เหล่านี้เป็นทรัพย์สินของผู้ก่อตั้ง คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ที่ศึกษาเรื่องราวอดีตมาตั้งแต่พ.ศ. 2506 ผู้สร้าง เมืองโบราณ สมุทรปราการ บนเนื้อที่กว่า 800 ไร่ มีสถานที่ที่เข้าชมได้กว่า 120 แห่ง

    มีความประสงค์ให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก อดีต ซึ่งไม่ได้หมายถึงประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่รวมถึงความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม ศิลปะ และได้สร้าง พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ขึ้น เพื่อสื่อสารเรื่องความเชื่อ ศาสนา เรื่องราวของมนุษย์ในดินแดนสุวรรณภูมิ

    ส่วนการสะสมเครื่องถ้วยโบราณและวัตถุทางประวัติศาสตร์ เปรียบเสมือนตำราเรียนที่ทำจากดินและทอง ที่ไม่ได้บอกแค่ลำดับเวลา แต่บอกเล่าถึงความเชื่อ ฐานะทางสังคม และความสามารถเชิงศิลปะของผู้คนในอดีต

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ชั้นโลกมนุษย์

    เป็นอาคารสีชมพูที่รองรับตัวช้าง (ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้า) ภายในมี ศิลปะ สถาปัตยกรรม ของ 4 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธแบบเถรวาท, ศาสนาพุทธแบบมหายาน, ศาสนาฮินดู และศาสนาคริสต์

    เล่าเรื่องราวผ่านเสาต่าง ๆ เช่น เสาของศาสนาพุทธแบบเถวรวาท เล่าเรื่องราวพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า หรือ ชาดกทั้ง 10 ชาติ (ห้ามจับเสา เพราะทำจากดีบุกตอกลาย มีความนุ่มและบุบง่าย) เสาของศาสนาของฮินดู เล่าเรื่องราวของพระนารายณ์อวตาร, เสาของศาสนาพุทธแบบมหายาน เล่าเรื่องราวของเจ้าแม่กวนอิม

    รอบ ๆ อาคารเต็มไปด้วยลวดลายปูนปั้น โดยฝีมือช่างชั้นสูง ใช้เทคนิคแบบโบราณ นำปูนมาผสมกับ กาวหนังควาย, น้ำตาลทราย, กระดาษสาแช่น้ำ, ข้าวที่หมักมาแล้ว ประดับตกแต่งด้วยชิ้นส่วนเครื่องถ้วยกระเบื้องเคลือบ สื่อถึง เขาพระสุเมรุ ที่มี ปลาอานนท์ หนุนโลกอยู่

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ชั้นดาวดึงส์

    เดินขึ้นบันไดไปด้านบน เสมือนการเดินขึ้นสู่สวรรค์ ตรงกลางเป็นที่ประทับของ พระอินทร์ มีเหล่าเทพเทวดาอยู่รายรอบ แบ่งเป็นชั้นสวรรค์ต่าง ๆ

    1. ชั้นจาตุมหาราชิกา มีเทวดา 4 องค์คอยดูแล เรียกว่า ท้าวจตุโลกบาล หนึ่งในนั้นคือ ท้าวเวสสุวรรณ

    2. ชั้นดาวดึงส์ เป็นที่ประทับของพระอินทร์

    3. ชั้นจักรวาล (บริเวณท้องช้าง) ต้องขึ้นลิฟท์ไป จำลองการเสด็จลงมาของพระพุทธเจ้าจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ โดยมีบันไดเงิน บันไดทอง บันไดแก้ว ขึ้นไป 3 ทาง พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ด้านบนสุดคือ พระพุทธสิหิงค์ ปางสมาธิ ส่วนด้านหน้าเป็น พระปางลีลา แบบสุโขทัย กำลังย่างก้าวเสด็จลงมาจากสวรรค์

    มองไปบนเพดาน จะเป็นงาน ศิลปะกระจกสี (Stained Glass) ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ (คัมภีร์ไบเบิล) กล่าวถึง พระเจ้าทรงแยกความมืดออกจากแสงสว่าง หรือแยกความดีออกจากความชั่ว การที่แสงสว่างส่องผ่านกระจกเข้ามา จึงเปรียบเสมือนการ ขจัดความชั่ว ออกจากโลก

    ลวดลายบนกระจกแสดงถึงจักรวาล, ดวงดาว, พระอาทิตย์, พระจันทร์, และการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ของมนุษย์ มีการใช้สีแทนธาตุทั้ง 4 คือ สีน้ำเงินคือน้ำ, สีเหลืองคือดิน, สีขาวคือลม, สีแดงคือไฟ

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

    เมื่อเสร็จสิ้นการชมช้างเอราวัณแล้วก็เดินไปด้านหน้าเป็นสถานที่ไหว้ขอพร ผู้คนมักมาขอพรเรื่องความสำเร็จ อาชีพ หน้าที่การงาน และขอโชคลาภ ขอเลข

    สถานที่แห่งนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมาขอพร หลายจุดด้วยกัน 1.ช้างเอราวัณ นิยมขอพรเรื่อง ความสำเร็จ, โชคลาภ, การงาน 2. พระพิฆเนศ 3. เจ้าแม่กวนอิม 4. พระตรีมูรติ 5. เทพต่าง ๆ จากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู 6. เจดีย์จุฬามณี ขอพรด้านการงานและความสำเร็จ

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เปิดเวลา 9.00-18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 125 บาท

    การเดินทาง : รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีเอราวัณ แล้วเดินมา 1 กิโลเมตร หรือนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

    ช่วงเที่ยง แวะไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร ระเบียงทะเล ด้วยขนส่งสาธารณะ ต่อด้วยโครงการ สายลม บางปู ปิดท้ายช่วงเย็นด้วย สถานตากอากาศบางปู

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    สถานตากอากาศบางปู

    สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2480 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายสำหรับชาวสมุทรปราการ

    ไฮไลท์ของที่นี่คือ ทุกๆ ปีในช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม จะมี นกนางนวล จำนวนมาก อพยพหนีหนาวมาจากทวีปเอเชียตอนกลาง เช่น จีน, ทิเบต, มองโกเลีย ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤษภาคม

    และเมื่อถึงฤดูร้อน นกก็อพยพกลับไปยังถิ่นบ้านเกิดตามเดิม เพื่อสร้างรังวางไข่เลี้ยงลูกนกให้เติบโต และจะกลับมาบางปูอีกครั้งในหน้าหนาวถัดไป

    นักท่องเที่ยวนิยมให้อาหารนก เพื่อจะได้ถ่ายรูปนกอย่างใกล้ชิด (อาหารนก คือ กากหมู)

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    สถานตากอากาศบางปู : ตั้งอยู่ที่ 164 หมู่ 2 ถนนสุขุมวิท กิโลเมตรที่ 37 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เปิดเวลา 10.00-20.00 น.

    การเดินทาง : รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีเคหะ ต่อรถสองแถวสาย 36 เดินทางมาอีกไม่ไกล

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ชวนเที่ยว ใกล้กรุง 'พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ-บางปู' ด้วยรถไฟฟ้า BTS

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1208687&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15s2spZ_v5LgKZW4u4a4J7

  • รัฐบาลย้ำสิทธิ์ ‘เที่ยวดีมีคืน’ เหลือเวลาไม่มาก ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    รัฐบาลย้ำสิทธิ์ ‘เที่ยวดีมีคืน’ เหลือเวลาไม่มาก ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    รองโฆษกรัฐบาลแจ้งประชาชนเร่งใช้สิทธิ์ก่อนปิดโครงการ นำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวในประเทศ ที่พัก ร้านอาหารลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไข ช่วยกระตุ้นรายได้ท้องถิ่นช่วงปลายปี

    22 พฤศจิกายน 2568 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจส่งเสริมการท่องเที่ยวปลายปีของรัฐบาล ใกล้หมดระยะเวลาการใช้สิทธิ์แล้ว โดยประชาชนยังสามารถใช้ค่าใช้จ่ายด้านที่พักและร้านอาหารเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้ถึงวันที่ 15 ธันวาคมนี้เท่านั้น

    มาตรการนี้เปิดทางให้ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ใช้ค่าใช้จ่ายเพื่อขอสิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามเกณฑ์ ดังนี้ เดินทางไป เมืองรอง ลดหย่อนได้ 1.5 เท่า ของยอดจ่ายจริง วงเงินไม่เกิน 30,000 บาท เดินทางไป เมืองหลัก ลดหย่อนได้ตามยอดจ่ายจริง สูงสุด 20,000 บาท

    ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายต้องมาจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย

    รัฐบาลย้ำว่า มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ยังส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่จังหวัดเมืองรองและผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยขณะนี้หลายพื้นที่มีสัญญาณการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงปลายปี

    รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนที่มีแผนท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลปีใหม่ รีบใช้สิทธิ์ภายในกำหนด เพื่อรับประโยชน์ทั้งด้านการลดหย่อนภาษีและการท่องเที่ยว พร้อมร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/900452/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RQPyCHFjoyfw1ngzHLErC