Category: ท่องเที่ยว

  • ผบช.ทท. จับมือ ผบก.ภูเก็ต ลุยกวาดล้าง “รถป้ายดำ” เอาเปรียบนักท่องเที่ยว ตั้งด่าน 9 จุด รวบคาด่าน 237 ราย

    ผบช.ทท. จับมือ ผบก.ภูเก็ต ลุยกวาดล้าง “รถป้ายดำ” เอาเปรียบนักท่องเที่ยว ตั้งด่าน 9 จุด รวบคาด่าน 237 ราย

    ตำรวจท่องเที่ยวสนธิกำลังตำรวจภูเก็ต เปิดปฏิบัติการเข้มรับไฮซีซั่น ปูพรมตั้งด่านตรวจทั่วเกาะภูเก็ต 9 จุด จัดหนักรถรับจ้างผิดกฎหมาย เรียกราคาโหด เอาเปรียบนักท่องเที่ยว จับกุมผู้กระทำผิดรวม 237 ราย

    ตำรวจท่องเที่ยวเดินหน้าคุมเข้มการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น ระดมกำลังกวาดล้างรถรับจ้างสาธารณะผิดกฎหมาย หรือรถป้ายดำ ที่สร้างปัญหาเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยตั้งจุดตรวจครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วเกาะ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้รวมกว่า 200 ราย

    วันนี้ (26 ธันวาคม 2568) ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 (ภูเก็ต–พังงา) พ.ต.อ.ณรภณ วัฒนะกรทวี ผู้กำกับการ 2 บก.ทท.3 เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่กำชับให้เร่งรัดปราบปรามรถรับจ้างสาธารณะผิดกฎหมาย ซึ่งมีพฤติกรรมเรียกราคาค่าโดยสารเกินจริง เอาเปรียบนักท่องเที่ยว สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ High Season

    ในการนี้ พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรภณ วัฒนะกรทวี และ พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ได้ร่วมประชุมวางแผนและกำหนดมาตรการตั้งจุดตรวจกวดขันรถรับจ้างสาธารณะผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น

    สำหรับปฏิบัติการดังกล่าว ได้มีการตั้งจุดตรวจรวม 9 จุด ครอบคลุมพื้นที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวัดภูเก็ต ได้แก่

    1.จุดตรวจสนามบินภูเก็ต สภ.สาคู อ.ถลาง

    2.จุดตรวจ สภ.เชิงทะเล อ.ถลาง

    3.จุดตรวจ สภ.กมลา อ.กะทู้

    4.จุดตรวจ สภ.ป่าตอง อ.กะทู้

    5.จุดตรวจ สภ.กะทู้ อ.กะทู้

    6.จุดตรวจ สภ.กะรน อ.เมือง

    7.จุดตรวจ สภ.ฉลอง อ.เมือง

    8.จุดตรวจ สภ.วิชิต อ.เมือง

    9.จุดตรวจ สภ.เมืองภูเก็ต อ.เมือง

    ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ทั้งสิ้น 237 ราย แบ่งเป็นข้อหาใช้รถไม่ตรงประเภท หรือรถป้ายดำ จำนวน 86 ราย และความผิดในข้อหาอื่น ๆ อีก 151 ราย

    ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ยืนยันจะเดินหน้ากวดขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่นักท่องเที่ยว รักษามาตรฐานความปลอดภัย และเสริมความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในช่วงเทศกาลปลายปีและปีใหม่อย่างเข้มข้นต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/267466&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pXeOy-rz_9Jlpi60OUoVA

  • ททท. คาดหยุดยาวปีใหม่ นทท. ไทยแห่เดินทางท่องเที่ยวคึกคัก

    ททท. คาดหยุดยาวปีใหม่ นทท. ไทยแห่เดินทางท่องเที่ยวคึกคัก

    วินทร์ กุมภเศรษฐ์ เผยแพร่เมื่อ : 26 ธ.ค. 2568, 10:43 1

    วันนี้ (26 ธ.ค. 68) น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) เปิดเผยว่า ททท.ประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังมีแนวโน้มชะลอตัว  ขณะที่ตลาดในประเทศยังขยายตัวได้ทั้งจำนวนผู้เดินทางและรายได้ คาดสร้างรายได้รวมประมาณ 70,105 – 76,500 ล้านบาท ลดลง 2 – 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ระหว่างวันที่ 20 ธ.ค. 2568 ถึง 1 ม.ค. 2569 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 1.4 – 1.5 ล้านคน ลดลง 6 – 12% และสร้างรายได้ราว 51,600 – 58,000 ล้านบาท ลดลง 4 – 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน  และตลาดคนไทยเที่ยวไทย ระหว่าง 31 ธ.ค. 2568 – 4 ม.ค. 2569 วันหยุดยาว 5 วัน คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยประมาณ 4.96 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7% และสร้างรายได้ประมาณ 18,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%  

    ทั้งนี้มีปัจจัยกดดันสำคัญ ได้แก่ การชะลอการเดินทางของตลาดหลักอย่างมาเลเซีย จากผลกระทบอุทกภัยในภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ ตลาดกิมหยง และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟู ส่วนตลาดคนไทยเที่ยวไทยสภาพอากาศเอื้อต่อการเดินทาง รวมถึงการจัดกิจกรรม Amazing Thailand Countdown 2026 ของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและความคึกคักในช่วงปีใหม่ได้เป็นอย่างดี

    อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาที่ทวีความรุนแรงขึ้นในเดือนธ.ค. อาจกระทบความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะตลาดที่อ่อนไหว เช่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลีย หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจนำไปสู่การยกเลิกการจองหรือเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง

    สำหรับ ตลาดระยะกลาง และระยะไกลมีแรงขับเคลื่อนที่ดี โดยเฉพาะจากอินเดีย ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา สะท้อนจากยอดจองล่วงหน้า (Forward Booking) เข้าไทยที่เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะเดียวกัน “กรุงเทพมหานคร” ยังติดอันดับหนึ่งใน Top Destinations ฤดูหนาวปี 2025 ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จากการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เหมาะกับการพักผ่อน ชมแสงสี งานอีเวนต์ และการล่องเรือช่วงปีใหม่

    นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ช่วงเทศกาลอย่างน้อย 10 เส้นทาง จากจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เวียดนาม รวมถึงเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากยุโรปตะวันออกและเอเชียกลาง เข้าสู่กรุงเทพฯ อู่ตะเภา ภูเก็ต กระบี่ และเชียงราย ขณะที่กระแสเชิงบวกในตลาดจีนเริ่มฟื้น จากการค้นหาข้อมูลและการจองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ejan.co/economics/5bqsf6kipk66&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09nnG73VkCfYNJlHfZGXna

  • ตำรวจร่วมขนส่งภูเก็ต ตั้งจุดตรวจ จับกุมรถป้ายดำ 57 ราย

    ตำรวจร่วมขนส่งภูเก็ต ตั้งจุดตรวจ จับกุมรถป้ายดำ 57 ราย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AA%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2595-%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2588-%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2596%25E0%25B8%259B%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B3-57-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2-13937.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V6MXiud5aGfKji6FNXBpb

  • ตั้งธุรกิจใหม่ พ.ย.68 หด 11% สะท้อนเศรษฐกิจเปราะบาง แต่ท่องเที่ยวยังโต

    ตั้งธุรกิจใหม่ พ.ย.68 หด 11% สะท้อนเศรษฐกิจเปราะบาง แต่ท่องเที่ยวยังโต

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนพฤศจิกายน 2568 ภาคธุรกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว ส่งผลให้จำนวนการจัดตั้งธุรกิจใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการจัดตั้งใหม่ 5,554 ราย  ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ ทุนจดทะเบียนรวมอยู่ที่ 14,860 ล้านบาท ลดลง 39%

    ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังในการลงทุนของภาคเอกชน ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง จากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ ต้นทุนทางธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อในประเทศที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป 

    อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมการจัดตั้งธุรกิจใหม่จะชะลอลง แต่โครงสร้างของการเติบโตในบางกลุ่มธุรกิจยังสะท้อนทิศทางเชิงบวก  ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และห้องชุด สะท้อนการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

    สำหรับภาพรวมการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 80,064 ราย ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ทุนจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 250,852 ล้านบาท ลดลง 5% ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการชะลอตัวในเชิงปริมาณ แต่ยังอยู่ในระดับที่ภาคธุรกิจสามารถประคองตัวได้ 

    ด้านการจดทะเบียนเลิกกิจการ เดือนพฤศจิกายน 2568 มีจำนวน 2,494 ราย ลดลง 13%  โดยทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 10,979 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน ขณะที่ภาพรวมการเลิกกิจการในช่วง 11 เดือนแรกของปี มีจำนวน 16,671 ราย ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปี 2567 และมีทุนจดทะเบียนเลิกสะสม 88,797 ล้านบาท ลดลงถึง 35%

    ทั้งนี้ คาดว่าปี2568 ยอดจดทะเบียนจะอยู่ที่ประมาณ 85,000 ราย เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ส่วนปี 2569 คาดว่า จะใกล้เคียงเดิมที่ 80,000-85,000 ราย 

    สำหรับการลงทุนจากต่างชาติ เดือนพฤศจิกายน มีนักลงทุนต่างชาติได้รับอนุญาตให้เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย 104 ราย เงินลงทุนรวมกว่า 34,426 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากสิงคโปร์ จีน และญี่ปุ่น ขณะที่ภาพรวมช่วง 11 เดือนแรกของปี มีนักลงทุนต่างชาติ 973 ราย เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และมีมูลค่าการลงทุนรวม 311,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 45%  สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ยังมีต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะกลางและระยะยาว

    ในส่วนนอมินี ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ได้ดำเนินการและทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานทั้งในเชิงป้องกันและในเชิงปราบปราม มีการส่งรายชื่อธุรกิจที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินีให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) แล้ว 11 ราย และส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อีก 202 ราย ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่ตรวจสอบครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์, การขนส่ง และธุรกิจรับทำบัญชี ทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ พื้นที่เป้าหมายกระจายอยู่ทั่วประเทศ เช่น กระบี่, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี , ชลบุรี, ระยอง, เชียงใหม่ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/264535&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15hW8KodhqAQGsxUYwKveb

  • เชียงรายคิกออฟฤดูท่องเที่ยว! ชู “Wellness City” เมืองแห่งสุขภาพระดับโลก

    เชียงรายคิกออฟฤดูท่องเที่ยว! ชู “Wellness City” เมืองแห่งสุขภาพระดับโลก

    ผู้ว่าฯ เชียงราย เปิดแถลงข่าวคิกออฟฤดูท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “Chiang Rai Wellness City” ตอกย้ำภาพลักษณ์เมืองปลอดภัยอันดับ 2 ของโลกสำหรับผู้หญิงทำงานออนไลน์ พร้อมระดม 5 กิจกรรมยักษ์รับไฮซีซัน หวังดันเศรษฐกิจมูลค่าสูงควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมใหญ่ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดฤดูท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายอย่างเป็นทางการ ภายใต้หัวข้อ “จังหวัดเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพ (Chiang Rai Wellness City) คนเชียงรายและผู้มาเยือนมีสุขภาพดี อยู่แล้วมีความสุข” เพื่อประกาศความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในช่วงฤดูหนาวที่กำลังมาถึง

    นายชูชีพ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงรายมีเป้าหมายการพัฒนาไปสู่ “เมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ วิถีถิ่นร่วมสมัยเกษตรกรรมมูลค่าสูง” โดยอาศัยต้นทุนทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 763 ปี ซึ่งล่าสุดเชียงรายได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบในปี 2566 และยังได้รับผลการสำรวจให้ติดอันดับ 2 ของโลกในฐานะเมืองที่มีความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้หญิงที่ทำงานออนไลน์ (Digital Nomad) ซึ่งถือเป็นเครื่องการันตีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม

    สำหรับยุทธศาสตร์การผลักดันให้เชียงรายเป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” นั้น จะมุ่งเน้นใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านอาหารเพื่อสุขภาพ (Wellness Food) ด้านการดูแลสุขภาพ (Health Care)
    ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ด้านกีฬาเพื่อสุขภาพ (Sport for Health) ด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ (Environmental for Wellness)

    นอกจากความโดดเด่นด้านสุขภาพแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังได้เปิดเผยปฏิทินกิจกรรมการท่องเที่ยวในช่วง High Season ซึ่งรวมงานเทศกาลระดับแม่เหล็กไว้มากมาย ดังนี้ งานสีสันกาสะลอง 2025: ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569 ณ เซ็นทรัล เชียงราย งานสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 12 วันที่ 2 ธันวาคม 2568 – 25 มกราคม 2569 ณ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ งานมหกรรมดอกไม้อาเซียน 2025 วันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก งาน Winter Fest 2026 วันที่ 25 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย และ งานเชียงรายดอกไม้งาม ปีที่ 22 วันที่ 26 ธันวาคม 2568 – 15 มกราคม 2569 ณ สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย

    “ผมขอเชิญชวนทุกท่านเข้ามาสัมผัสความสวยงามและอากาศที่บริสุทธิ์ของเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นทะเลหมอก ไร่ชา กาแฟ หรือน้ำพุร้อนธรรมชาติทั้ง 10 แห่ง เรามั่นใจว่าทุกคนจะหลงรักและได้รับประสบการณ์ที่ดีกลับไปอย่างแน่นอน” นายชูชีพ ผวจ.เชียงราย กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3854886/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OTGKkda8vb5EKLlUfnnvL

  • แอตต้า เปิดเวทีเจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ หวังดันต่างชาติเที่ยวไทย 39 ล้านคนปี 2569

    แอตต้า เปิดเวทีเจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ หวังดันต่างชาติเที่ยวไทย 39 ล้านคนปี 2569

    นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า แอตต้า ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เตรียมจัดงาน “ไทยแลนด์ ทัวริสซึ่ม แอนด์ ไมซ์ เน็กซ์ 2026 (Thailand Tourism and MICE Next 2026) ในวันที่ 23 มกราคม 2569 ในการสร้างเวทีในการเจรจาธุรกิจแบบ B2B ในลักษณะ International B2B Platform สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและไมซ์ของไทย ครอบคลุมทั้งตลาด Inbound, Outbound และ Domestic

    Thailand Tourism and MICE Next 2026 จะมีการจัด Business Matching มากกว่า 2,000 นัดหมาย ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายจากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ผ่านการเจรจาธุรกิจแบบ B2B ที่จะเกิดขึ้นการวางแผนการเดินทาง การจัดประชุมและนิทรรศการ รวมถึงความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต

    ทั้งนี้ในฝั่งผู้ซื้อ (buyers) แอตต้าจะเชิญผู้ซื้อจากต่างประเทศจำนวน 300 ราย โดยส่วนใหญ่มาจากตลาดเอเชีย  รวมถึง 100 รายจากประเทศจีน นอกจากนี้ยังจะมี บริษัทนำเที่ยวไทย 500 ราย เข้าร่วมงาน โดยในฝั่งผู้ขาย (sellers) งานนี้จะมีผู้ประกอบการไทยประมาณ 250–300 ราย จากทั้งเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงผู้ประกอบการจากจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา และจังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรุนแรง

    Thailand Tourism and MICE Next 2026

    หัวใจสำคัญของ Thailand Tourism and MICE Next 2026 คือ การสร้างกรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนเชิงนโยบาย แต่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสามารถส่งต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

    แอตต้าเชื่อมั่นว่าการจัดงานเทรดโชว์ครั้งนี้ควรทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้น (springboard) ในการผลักดันตลาดจีน ให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศอย่างน้อย วันละ 20,000 คน ในช่วงเทศกาลตรุษจีนต้นปีหน้า และตลอดปี 2569 สมาคมยังมีแผนจัด โรดโชว์ในประเทศจีน และตลาดต่างประเทศสำคัญอื่น ๆ อีกหลายแห่ง

    นายธนพล ยังกล่าวต่อว่าสำหรับการท่องเที่ยวในปี 2569 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยเกือบ 9 ล้านคนในปี 2569 เพิ่มเท่าตัวจากปีนี้ที่คาดว่าจะปิด 4.5 ล้านคน หลังจากเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดเสียงชื่นชมอย่างมากจากชาวจีนบนโลกโซเชียลมีเดีย ส่งผลบวกต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

    แอตต้า เปิดเวทีเจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ หวังดันต่างชาติเที่ยวไทย 39 ล้านคนปี 2569

    นอกจากนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้เข้าร่วมงานเทรดโชว์ด้านการท่องเที่ยว “CITM 2025” ณ เมืองไหโขว่ มณฑลไห่หนาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความสัมพันธ์อันดี ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบสองทางระหว่างไทยกับจีน รวมถึงการเปิดให้บริการ เที่ยวบินเช่าเหมาลำใหม่จากจีนเข้าไทย ตั้งแต่เดือนที่แล้ว

    ดังนั้นแอตต้าจึงประเมินต่างชาติเที่ยวไทยปีหน้า 39 ล้านคน โดยในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจีน 9 ล้านคน หลังเห็นสัญญาณบวกดังกล่าว ซึ่งแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 39 ล้านคนในปี 2569 ไม่ใช่เป้าหมายที่สูงเกินไป หากภาคการท่องเที่ยวทำงานเชิงรุกอย่างจริงจัง และคาดหวังว่าการเจรจาเพื่อยุติการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จะเกิดขึ้นในเร็ววัน เพื่อส่งผลบวกต่อภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

    อีกทั้งเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ในปีหน้า สมาคมหวังว่าหน่วยงานภาครัฐจะให้ความร่วมมือมากขึ้นในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายดังกล่าว ประเทศไทยจำเป็นต้องทบทวนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวใหม่ ๆ เช่น การลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติและพระราชวัง หรือการอุดหนุนค่าที่พัก 1 คืน สำหรับแพ็กเกจท่องเที่ยว 4–5 คืน นายธนพล กล่าวทิ้งท้าย

    ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวถึงทิศทางตลาดไมซ์ในปี 2569 ว่า ในปีหน้าประเทศไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากองค์กรใหญ่ เช่น แอมเวย์ (Amway) จัดทริปเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟกรุ๊ป) จำนวนรวม 13,000 คน ทยอยเดือนทาง 10 กรุ๊ป กรุ๊ปละ 1,300 คน ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.-ต้นเดือน เม.ย. 2569 รวมถึงการจัดงานอีเว้นท์ด้านไมซ์ ในระดับนานาชาติที่จะเกิดขึ้น  อาทิ การประชุมประจำปี IMF–World Bank Group ปี 2026 ,งาน Gastech 2026,งาน Global Wellness Summit 2026 ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันการเดินทางแบบกรุ๊ปและการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มขึ้น 20%

    ด้านนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)  กล่าวว่า การจัดงานไทยแลนด์ ทัวริสซึ่ม แอนด์ ไมซ์ เน็กซ์ 2026 (Thailand Tourism and MICE Next 2026) ใช้วงงบประมาณ 10 ล้านบาทประมาณครึ่งหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) บริษัทคิงเพาเวอร์

    โดยโครงการนี้ถูกวางบทบาทให้เป็นเวทีการเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ ที่จะพัฒนาเป็น หมุดหมายของงานระดับสากลประจำปี เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกสามารถเห็นทิศทาง แนวโน้ม และโอกาสของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในมิติ Leisure และ MICE ในภูมิภาคสำคัญของโลกในแต่ละปี พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่าย ความร่วมมือ และการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

    ส่วนปัญหาการแข่งค่าของเงินบาท ในระหว่างนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยและรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหา ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ทำให้ประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย โดยมองว่าค่าเงินบาทควรจะอยู่ที่ 40 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งก็จะเป็นผลบวกต่อทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/647429&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FaEJq2LtbDsScGX5gXSwp

  • ตม.3 ยกระดับมาตรการ ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ปล่อยแถวระดมกำลังอำนวยความสะดวกและป้องปรามอาชญากรรม ในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2569 | TOPNEWS

    ตม.3 ยกระดับมาตรการ ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ปล่อยแถวระดมกำลังอำนวยความสะดวกและป้องปรามอาชญากรรม ในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2569 | TOPNEWS

    ตม.3 ยกระดับมาตรการ ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ปล่อยแถวระดมกำลังอำนวยความสะดวกและป้องปรามอาชญากรรม ในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2569

    วันที่ (24 ธ.ค.68) เวลา 14.00 น. ที่บริเวณลานหน้าวัดใหญ่ชัยมงคล ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยาจ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญลักษม์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม. เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวอำนวยความสะดวกและป้องปรามอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 ของ บก.ตม.3 โดยมีหน่วยงานความมั่นคง ข้าราชการตำรวจในพื้นที่เข้าร่วม

    ด้วย สตม. ได้กำหนดให้มีการปล่อยแถวอำนวยความสะดวกและป้องปราบอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2569 ระหว่างวันที่ 24 ธ.ค.68 ถึงวันที่ 4 ม.ค.69 ซึ่งเป็นห่วงที่มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง งานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และกิจกรรมเคานต์ดาวน์ ส่งผลให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวและพักผ่อนในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก อาจเป็นโอกาสให้กลุ่มบุคคลหรือมิจฉาชีพฉวยโอกาสก่อเหตุอาชญากรรม อันอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงความสงบเรียบร้อยของสังคม โดย บก.ตม.3 ได้กำหนดแนวทางการป้องปรามและสกัดกั้นอาชญากรรมเชิงรุก มีการบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ มุ่งเน้นการตรวจสอบ และเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การกระทำผิดของคนต่างด้าว รวมถึงการก่ออาชญากรรมข้ามชาติในทุกรูปแบบ ควบคู่ไปกับการเพิ่มความถี่ในการออกตรวจในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ท่องเที่ยว สถานที่จัดกิจกรรม และจุดรวมกลุ่มของประชาชน นักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมดำเนินการอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเต็มกำลังความสามารถ ภายใต้หลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความอุ่นใจและความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่มีความปลอดภัย เหมาะสมต่อการท่องเที่ยวและการพำนักอาศัย อันเป็นการสนับสนุนนโยบายด้านความมั่นคงและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในช่วงเทศกาลสำคัญ

    ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามคนต่างด้าวที่แฝงตัว ปะปนเข้ามากระทำความผิด อันเป็นภัยต่อความสงบสุขของประชาชนและความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ซึ่งการดำเนินการอย่างจริงจังจะช่วยรักษาภาพลักษณ์ของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย หากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและขอประชาสัมพันธ์ หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หรือ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือเว็บไซต์ www.immigration.go.th

    พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษตร รอง ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.พีรภัทร์ ปรมพุฒิ ผกก.ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา บก.ตม.3 พ.ต.ท.เอกฤทธิ์ พหลเวชช์ รอง ผกก.ตม. จว.พระนครศรีอยุธยา และ พ.ต.ท.นิวัฒน์ เลิศกรประดิษฐ์ สว.ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา ในหน่วยเขตรับผิดชอบของ จว.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตม.อยุธยา ขานรับนโยบาย เตรียมพร้อมกวดขันตรวจสอบต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง พร้อมเตรียมปล่อยแถวป้องกันปราบปรามกวาดล้างอาชญากรรมเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 นี้ด้วย

    เกียรติยศ ศรีสกุล บก.ข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคกลาง 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1434494&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Sjh5xSpJNi2_VCWPoDTrz

  • กรมการท่องเที่ยวชู Blue Leisure สร้างอนาคตท่องเที่ยวทางน้ำไทย

    กรมการท่องเที่ยวชู Blue Leisure สร้างอนาคตท่องเที่ยวทางน้ำไทย

    กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อนการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสำราญทางน้ำของประเทศไทย ผ่านการจัดงานแถลงความสำเร็จโครงการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงเพื่อรองรับการท่องเที่ยวสำราญทางน้ำอย่างยั่งยืน (Holistic Blue Leisure Destination) ควบคู่กับกิจกรรมเสวนาเชิงลึก Blue Business Plan Dialogue ระหว่างวันที่ 22 –23 ธันวาคม 2568 ณ The community center ชั้น 5A โซน NEXTOPIA ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางน้ำ การลงทุนเชิงยั่งยืน และการพัฒนาธุรกิจ Blue Economy ให้เติบโตอย่างมีความหมายและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลพิธีแถลงความสำเร็จจัดขึ้นโดยมี นางณัฏฐิรา แพงคุณ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกล่าวประกาศผลสำเร็จของโครงการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงเพื่อรองรับการท่องเที่ยวสำราญทางน้ำอย่างยั่งยืน (Holistic Blue Leisure Destination)พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ในการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวสำราญทางน้ำแบบครบวงจรในอนาคต ภายในพิธีมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่

    มอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน ISO ให้แก่แหล่งท่องเที่ยว 9 แห่ง เพื่อยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นต่อผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ได้แก่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา  1. เส้นทางข้ามกาลเวลา (ที่ทำการอุทยาน)
  2. หาดบุโหลนไม้ไผ่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม  3. หาดเจ้าไหม (หน้าที่ทำการและเส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาแบนะ)
  4. หาดเกาะกระดานอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี  5. หาดนพรัตน์ธารา (หน้าที่ทำการและเขาสามหน่วย)อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา  6. เขาตาปู – เขาพิงกัน
  7. พิพิธภัณฑ์เพอรานากันนิทัศน์ (มิวเซียมภูเก็ต)
  8. อินทรฟาร์ม
  9. โอลด์ ภูเก็ต ฟาร์ม

    • มอบรางวัลแผนธุรกิจเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการสร้างนวัตกรรมสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลอันดามัน จำนวน 3รางวัล
    • เปิดนิทรรศการ Holistic Blue Leisure Destination Showcase นำเสนอต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวที่ผสานธรรมชาติ เทคโนโลยี และความยั่งยืนเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาในโครงการผ่าน 5 ผู้ประกอบการ 5 จังหวัด ได้แก่
    1. ผลิตภัณฑ์กระเป๋าอวนกระชัง ชุมชนบ้านมดตะนอย
    2. ผลิตภัณฑ์เครื่องประดับมุก “JITRADA – จันผา × มุกอันดามัน” วิสาหกิจชุมชนเกาะปันหยี จังหวัดพังงา
    3. ผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งสองพนา “Song Phana”ชุมชนบ้านไหนหนัง จังหวัดกระบี่
    4. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ แบรนด์ “INTRARA” อินทรฟาร์ม จังหวัดภูเก็ต
    5. ผลิตภัณฑ์ จานรองแก้วลายกระดองเต่า แบรนด์ KALABARA กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปากบารา จังหวัดสตูล

    กิจกรรมเสวนาเปิดเวทีด้วยการนำเสนอแนวคิดจากดีไซเนอร์คุณจินต์ สถาพรสถิตย์สุข ผู้สร้าง “น้อง Grom” จากขยะทะเล และคุณเมญาลินทร์ จันทร์ทอง ที่ปรึกษา Bahnhof Studio ผู้พัฒนาสินค้าชุมชนชายฝั่งอันดามันในโครงการฯ ร่วมพูดคุยกับคุณกานต์สิริ วิชชุวิวรรธณ์ ผู้บริหารของ Ecotopia      คอนเซปต์สโตร์รักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของพลังสร้างสรรค์ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจสีน้ำเงินของประเทศ ก่อนจะต่อยอดสู่การสนทนาเชิงลึกในหัวข้อ “Regenerative Blue Escape” โดย รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต และ ศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ซึ่งนำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ของการท่องเที่ยวที่ก้าวข้ามแนวคิดการลดผลกระทบ และเดินหน้าไปสู่การ “ฟื้นฟูและคืนคุณค่า” ให้แก่ทรัพยากรทางทะเล และสัตว์ทะเลอย่างเป็นรูปธรรม เป็นการสะท้อนภาพของอนาคตการท่องเที่ยวไทยที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของการเติบโตอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนอย่างแท้จริง

    โครงการ “Holistic Blue Leisure Destination” ได้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ผลการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางน้ำและสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านคุณภาพและความปลอดภัยของแหล่งท่องเที่ยว การยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว การส่งเสริมแนวทางการพัฒนาเชิงนวัตกรรม และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่น ผลลัพธ์ดังกล่าวถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/921215/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qJ9rDeS7kymCGLWIqtSR4

  • เชียงราย เปิดงาน “หลงแสงเวียงเจียงฮาย” จุดประกายเมืองศิลปะ กระตุ้นท่องเที่ยวฟื้นฟูเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    เชียงราย เปิดงาน “หลงแสงเวียงเจียงฮาย” จุดประกายเมืองศิลปะ กระตุ้นท่องเที่ยวฟื้นฟูเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    วันที่ 24 ธ.ค. 68 จังหวัดเชียงราย ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย จัดพิธีเปิดกิจกรรมการแสดงศิลปะ “หลงแสงเวียง เจียงฮาย (Light Festival)” หรือ “Heart Art Light แสงสุขใจ ในเมืองศิลปะ” อย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองศิลปะและกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีถึงต้นปีใหม่

    โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวต้อนรับ และ นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ท่ามกลางการเข้าร่วมของหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนจำนวนมาก

    กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยของจังหวัดเชียงราย มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และสร้างความเชื่อมั่นให้การท่องเที่ยวของจังหวัดกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยนำเสนออัตลักษณ์ของเชียงรายผ่านงานศิลปะแสงไฟร่วมสมัย ถ่ายทอดเรื่องราวด้านความเชื่อ วัฒนธรรม ธรรมชาติ วิถีชีวิต และศิลปะ สร้างประสบการณ์ที่อบอุ่นและน่าประทับใจแก่ผู้มาเยือน

    สำหรับการจัดงาน “หลงแสงเวียง เจียงฮาย” กำหนดจัดแสดงไฟทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00–24.00 น. ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 24 มกราคม 2569 ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ 7 จุดในเขตอำเภอเมืองเชียงราย ได้แก่ อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงรายแห่งที่ 1, บริเวณถนนบรรพปราการ แยกหอนาฬิกาเชียงราย, วัดมิ่งเมือง, สวนหย่อมข้างเมืองบริเวณแยกประตูเชียงใหม่, บริเวณถนนสิงห์ไคล, อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช และสวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ 75 พรรษา

    ทั้งนี้ การจัดงานได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ซึ่งนับเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1434520&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0U8YZYDwJxNWqMKWBpRtXg

  • ทกจ.เชียงราย นำสื่อมวลชนเชียงใหม่ เปิดเส้นทางท่องเที่ยว “บ้านซ่อนศิลป์” | TOPNEWS

    ทกจ.เชียงราย นำสื่อมวลชนเชียงใหม่ เปิดเส้นทางท่องเที่ยว “บ้านซ่อนศิลป์” | TOPNEWS

    สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย (ทกจ.เชียงราย) จัดกิจกรรม Media FamTrip เปิดเส้นทางท่องเที่ยว “บ้านซ่อนศิลป์ (Hidden Artistic Homes)” ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 23–24 ธันวาคม 2568 เชื่อมโยงบ้านศิลปินอาชีพและพื้นที่ศิลปะสำคัญของจังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างการรับรู้ กระตุ้นการท่องเที่ยว และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่

    เมื่อวันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2568 ณ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เป็นประธานจัดกิจกรรม Media FamTrip เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงบ้านศิลปินอาชีพเชียงราย Chiangrai Life Artist Studio for Tourism เส้นทางที่ 2 “บ้านซ่อนศิลป์” โดยมี นางวิภาวี ลีไพบูลย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (หัวหน้าโครงการ) กล่าวต้อนรับ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

    กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ ยกระดับวิชาชีพชุมชนสู่ศิลปาชีพคุณค่าสูง เพิ่มมูลค่าสินค้าและอาชีพชุมชน รวมถึงสร้างการรับรู้ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้แก่จังหวัดเชียงราย โดยเส้นทาง “บ้านซ่อนศิลป์” ประกอบด้วย บ้านหลายสี – ศรีดอนมูลอาร์ตสเปซ – หอศิลป์อาจารย์นริศ – ควายดินดากอาร์ทเฮ้าส์ – บ้านตอดแกลลอรี่ ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ศิลปะที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และวิถีชีวิตของศิลปินเชียงรายอย่างชัดเจน


    จังหวัดเชียงรายนับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มอาชีพชุมชนที่เข้มแข็ง ควบคู่กับการเป็น เมืองศิลปะ ที่มีศิลปินแขนงต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านวิจิตรศิลป์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติ มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะสำคัญ อาทิ วัดร่องขุ่น บ้านดำ และหมู่บ้านศิลปิน ซึ่งมีจำนวนมาก สามารถต่อยอดคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

    โครงการ Life Artists จึงเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่ให้ศิลปินและผู้ประกอบการชุมชนได้จัดแสดงผลงาน สร้างโอกาสทางอาชีพ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และตอกย้ำภาพลักษณ์จังหวัดเชียงรายในฐานะ ดินแดนแห่งศิลปะเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

    สำหรับกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยว “บ้านซ่อนศิลป์ (Hidden Artistic Homes)”พาสื่อมวลชนสัมผัสการท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวิถีชุมชนของจังหวัดเชียงราย ผ่านการเยี่ยมชมบ้านศิลปิน แกลลอรี และพื้นที่สร้างสรรค์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ตลอดระยะเวลา 2 วัน 1 คืน

    วันแรกเริ่มต้นเส้นทางด้วยการรับประทานอาหารว่างและจิบกาแฟหอมเข้ม ณ Miramar Coffee Cafe & Roaster ก่อนเดินทางสู่ บ้านหลายสี แหล่งเรียนรู้ด้านศิลปะสำคัญของเชียงราย โดยได้รับการต้อนรับจาก อาจารย์อภิรักษ์ ปันมูลศิลป์ ผู้ก่อตั้งบ้านหลายสี ถ่ายทอดเรื่องราวศิลปะผ่านสีสันแห่งชุมชนและผลงานสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ

    จากนั้นเดินทางสู่ อำเภอเชียงแสน รับประทานอาหารกลางวัน ณ Golden Time Cafe’ & Restaurant ชมวิวแม่น้ำโขงและบรรยากาศธรรมชาติ ก่อนเยี่ยมชม ศรีดอนมูลอาร์ตสเปซ ชมพิพิธภัณฑ์และผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และเซรามิกของ อาจารย์ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ ซึ่งโดดเด่นด้วยสีสันจัดจ้านและแนวคิดศิลปะร่วมสมัย

    ต่อด้วยการเดินทางสู่ หอศิลป์อาจารย์นริศ รัตวิมล เยี่ยมชมผลงานประติมากรรมหินอันประณีต อาทิ “พระสิงห์หนึ่ง” ก่อนแวะพักผ่อนรับประทานอาหารว่าง ณ Ultimo Cafe จากนั้นเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองเชียงราย รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงนาแอร์พอร์ต และเข้าพักที่

    วันที่สอง รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ก่อนออกเดินทางสู่ ควายดินดากอาร์ทเฮ้าส์ ระหว่างทางแวะรับประทานอาหารว่างและกาแฟ ณ Bechegu Coffee แม่ข้าวต้ม เมื่อถึงจุดหมาย อาจารย์ชาตะ ใหม่วงค์ นำชมแกลลอรี่งานศิลปะ พร้อมร่วมกิจกรรม Workshop วาดภาพ สร้างแรงบันดาลใจด้านความคิดสร้างสรรค์ รับประทานอาหารกลางวันท่ามกลางบรรยากาศศิลปะร่วมสมัย ณ ควายดินดากอาร์ทเฮ้าส์ ก่อนเดินทางต่อไปยัง บ้านตอดแกลลอรี่ เยี่ยมชมผลงานศิลปะและของสะสมทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม โดยศิลปิน คุณพิชิต สิทธวงค์ ปิดท้ายเส้นทางด้วยการรับประทานอาหารว่างในบรรยากาศอบอุ่นของแกลลอรี่

    เส้นทาง “บ้านซ่อนศิลป์” สะท้อนพลังศิลปะ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นของเชียงราย ตอกย้ำศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนของจังหวัดต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1434535&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12ArbdpiTKiRiG_ZdSx0KZ