Category: ท่องเที่ยว

  • วิจัยกสิกรคาดรายได้ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 5 วัน แตะ 38,500 ล้านบาท

    วิจัยกสิกรคาดรายได้ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 5 วัน แตะ 38,500 ล้านบาท

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองท่องเที่ยวเจอหลายปัจจัยลบ ตลาดเอเชียยังไม่ฟื้น ช่วงปีใหม่ 5 วัน รายได้ลดลง 3.3% อยู่ที่ 38,500 ล้านบาท

    ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2568 – 4 ม.ค. 2569 การท่องเที่ยวยังมีหลายปัจจัยลบ คาดรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทยมีมูลค่าประมาณ 38,500 ล้านบาท ลดลง 3.3% (YoY)

    โดยรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย คาดมีมูลค่าประมาณ 23,500 ล้านบาท ลดลง 6% (YoY)  จากตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้อย่างอาเซียน และเอเชียตะวันออกที่ยังไม่ฟื้น ขณะที่รายได้ท่องเที่ยวจากคนไทยเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท โต 1.2% (YoY) แต่โตไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่

    วิจัยกสิกรคาดรายได้ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 5 วัน แตะ 38,500 ล้านบาท

    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ข่าววิดีโอล่าสุด

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378971373&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3guWMH6NTK5MyfmCGMH41-

    • อ.แม่อาย จัดชุดปฏิบัติการพิเศษ ออกตรวจตราเฝ้าระวังเหตุแหล่งท่องเที่ยว

      อ.แม่อาย จัดชุดปฏิบัติการพิเศษ ออกตรวจตราเฝ้าระวังเหตุแหล่งท่องเที่ยว

      อำเภอแม่อาย จัดชุดปฏิบัติการพิเศษ ออกตรวจตราเฝ้าระวังเหตุแหล่งท่องเที่ยว ตั้งจุดตรวจทางขึ้นโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ฯ เจอ 2 ราย พร้อมกล้วยไม้ป่า นำตัวส่งปรับและดำเนินการตามกฎหมาย

      วันที่ 26 ธันวาคม 2568 นางสลีลญา คำภาแก้ว นายอำเภอแม่อาย มอบหมายให้ นายสมภพ หน่อแก้ว ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย ร่วม หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกที่ ดป.4 (โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่) ทหารชุดประสานงานและคุ้มครอง โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ฯ ออกปฏิบัติการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ในช่วงเทศการปีใหม่ 2569 จำนวน 2 จุด ได้แก่ ลานกางเต้นดอยผ้าห่มปก โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ และลานกางเต้นกิ่วลม

      รวมถึงดำเนินการตามมาตรการป้องกันเฝ้าระวังปัญหาในพื้นที่ ตรวจตราจุดเสี่ยงต่อการกระทำความผิด โดยดำเนินการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด บริเวณจุดเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดการกระทำผิดอาชญากรรม ความผิดที่กระทบความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งได้ดำเนินการตั้งจุดตรวจจุดสกัด จำนวน 3 จุด ได้แก่ เส้นทางขึ้นบ้านเล็กในป่าใหญ่ เส้นทางถนนสาธารณะเส้นทางหย่อมบ้านป่าโหล ม.15 ต.แม่สาว อ.แม่อาย แลัเส้นทางสาธารณะเส้นทางบ้านปู่หมื่น ม.17 ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

      ทั้งนี้มีรายงานผลการปฏิบัติว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ในความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมของกลาง กล้วยไม้ป่า เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา เก็บหา นำออก กระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นการอัตราย หรือตามให้เสื่อมสภาพ ซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย แร่ ปิโตรเลียม หรือทรัพยากรธรรมชาติใดๆ อันส่งผลต่อระบบนิเวศความหลากหลายชีวะภาพ หรือทรัพยากรทางธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในอุทยานแห่งชาติ จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ทั้ง 2 ราย ไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่ม เพื่อเสียค่าปรับ และดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3855843/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RxSTVhg6Yr2P71Lg450Zw

    • ‘ต้อนรับปีใหม่’ เตรียมรับมือการจราจรที่จะติดหนักกว่าเดิม เมื่อภูเก็ตเข้าสู่ไฮซีซัน

      ‘ต้อนรับปีใหม่’ เตรียมรับมือการจราจรที่จะติดหนักกว่าเดิม เมื่อภูเก็ตเข้าสู่ไฮซีซัน

      Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Bangkok Ambulance Crashes In Phuket, ‘Brake Failure’ Blamed For Kata Crash || Dec 26

      Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Bangkok Ambulance Crashes In Phuket, ‘Brake Failure’ Blamed For Kata Crash || Dec 26

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2588-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A1-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AE-13948.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1unGyHApusT5JdIzNEgCjx

    • กกท. มอบเงินรางวัล 487 ล้านบาท โอนไวให้นักกีฬาไทยหลังจบซีเกมส์ ครั้งที่ 33

      กกท. มอบเงินรางวัล 487 ล้านบาท โอนไวให้นักกีฬาไทยหลังจบซีเกมส์ ครั้งที่ 33

      นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอนสมาคมกีฬา และเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยมี ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, นักกีฬา, ผู้ฝึกสอน, สมาคมกีฬา, เจ้าหน้าที่, สื่อมวลชน และคณะผู้บริหาร กกท. เข้าร่วม ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กกท. เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

      โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลและพี่น้องประชาชนชาวไทย ขอแสดงความชื่นชมและยกย่องนักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา เจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างผลงานอันน่าภาคภูมิใจ ในการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน นับเป็นความสำเร็จอันสำคัญและเป็นเกียรติประวัติของประเทศชาติ ที่นักกีฬาทีมชาติไทยสามารถสร้างชื่อเสียงและนำความภาคภูมิใจมาสู่พี่น้องประชาชนชาวไทยอีกครั้ง

      จากผลงานของทัพนักกีฬาไทยที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมทั้งสิ้น 500 เหรียญ ประกอบด้วย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากความเสียสละ ความมุ่งมั่น และการทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา เจ้าหน้าที่ และบุคลากรกีฬาทุกภาคส่วน อีกทั้งยังสะท้อนถึงศักยภาพและความสามารถของวงการกีฬาไทยที่เป็นที่ประจักษ์ในเวทีนานาชาติอย่างชัดเจน

      โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสำเร็จและรางวัลที่นักกีฬาทุกคนได้รับในครั้งนี้ จะเป็นขวัญและกำลังใจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง ยึดมั่นในสปิริตของการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และกติกาการแข่งขันอย่างเคร่งครัด เพื่อธำรงไว้ซึ่งชื่อเสียงของประเทศชาติ และประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งต่อๆไป

      ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และ กกท. ได้มอบเงินรางวัลสนับสนุนแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 487,365,000 บาท แบ่งเป็นเงินรางวัลสำหรับนักกีฬา 335,700,000 บาท ผู้ฝึกสอน 16,185,000 บาท และสมาคมกีฬา 100,710,000 บาท โดยดำเนินการโอนเงินในรูปแบบเรียลไทม์เข้าบัญชีของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาโดยตรง จากผลงานรวม 500 เหรียญรางวัล ประกอบด้วย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง

      เพิ่มเพื่อน

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/922301/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TilDKH-VNKDxA2PkBoeQj

    • ชาวจีนแห่จองเที่ยวก่อนตรุษจีน “ไทย” จุดหมายฮิตต่างแดน ยอดจองตั๋วพุ่ง 21% : อินโฟเควสท์

      ชาวจีนแห่จองเที่ยวก่อนตรุษจีน “ไทย” จุดหมายฮิตต่างแดน ยอดจองตั๋วพุ่ง 21% : อินโฟเควสท์

      ประเทศไทยยังคงครองใจนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยล่าสุดขึ้นแท่นเป็นจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่มีการจองมากที่สุด หลังสถานศึกษาทั่วประเทศจีนเริ่มประกาศวันหยุดปิดเทอมฤดูหนาว โดยมียอดจองตั๋วเครื่องบินมายังไทยเพิ่มขึ้นถึง 21% เนื่องจากนักท่องเที่ยวต้องการชิงเดินทางก่อนจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่มีค่าใช้จ่ายสูง

      เว็บไซต์หนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลี (People’s Daily) ของจีน รายงานว่า ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สถานศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงมหาวิทยาลัยทั่วประเทศจีน ได้ทยอยประกาศกำหนดการปิดภาคเรียนฤดูหนาว โดยมีระยะเวลาหยุดยาวตั้งแต่ 25 วัน ไปจนถึงมากกว่า 40 วัน ตัวอย่างเช่น ในเซี่ยงไฮ้ นักเรียนจะมีวันหยุด 25 วัน เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่มณฑลเฮยหลงเจียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีอากาศหนาวจัดและหนาวเร็วกว่าพื้นที่อื่น จะมีวันหยุดยาวถึง 43 วัน เริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคม

      เนื่องจากช่วงปิดเทอมฤดูหนาวคาบเกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะตรงกับช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เป็นช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน หลายครอบครัวจึงตัดสินใจเลือกเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงต้นปิดเทอม เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่นที่สุด รวมทั้งราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักที่มักจะพุ่งสูงขึ้นในช่วงเทศกาล

      ข้อมูลจาก Qunar แพลตฟอร์มท่องเที่ยวรายใหญ่ ระบุว่า ไทยคือจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่มียอดจองมากที่สุดบนแพลตฟอร์มในขณะนี้ โดยมีการจองตั๋วเครื่องบินจากจีนแผ่นดินใหญ่มายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 21% ในช่วงตั้งแต่กลางเดือนมกราคมไปจนถึงก่อนวันตรุษจีน ขณะที่รัสเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวชาวจีนให้ความสนใจในช่วงนี้เช่นกัน

      โจว เฉินเจี๋ย คุณแม่วัย 42 ปี จากเซี่ยงไฮ้ หนึ่งในนักท่องเที่ยวที่เลือกมาพักผ่อนในไทย เล่าว่าเธอจองทริปครอบครัว 5 วันเพื่อมาเมืองไทยในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ “ทริปนี้เป็นของขวัญวันเกิดตามใจลูกสาวค่ะ แถมการเดินทางก่อนช่วงตรุษจีนยังคุ้มค่ามาก เพราะเรายังได้ดีลราคาตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่ถูกกว่าช่วงวันหยุดยาว”

      ทางด้าน ฉี ชุนกวง รองประธานแพลตฟอร์ม Tuniu เสริมว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวต่างประเทศช่วงฤดูหนาวปีนี้กลับมาคึกคักอย่างยิ่ง นอกเหนือจากไทยที่เป็นจุดหมายระยะใกล้แล้ว เส้นทางระยะไกลอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะมัลดีฟส์ ต่างก็มียอดจองเต็มหรือเข้าสู่ช่วงพีคของการจองแล้วเช่นกัน

      สำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศจีนเอง ครอบครัวชาวจีนส่วนใหญ่นิยมหนีหนาวลงใต้ไปยังเมืองที่มีอากาศอบอุ่น เช่น จูไห่ ซานย่า และสิบสองปันนา ส่งผลให้ยอดจองตั๋วเครื่องบินสำหรับเด็กในช่วงปิดเทอมนี้พุ่งสูงขึ้นกว่า 60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

      โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ธ.ค. 68)

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/556901&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UstHYbNmJwZCcFlI1zG3A

    • คุมเข้มราคาสินค้าช่วงปีใหม่เตือนอย่าฉวยโอกาส

      คุมเข้มราคาสินค้าช่วงปีใหม่เตือนอย่าฉวยโอกาส


      ‘พาณิชย์’ส่งทีมเฉพาะกิจ ตรวจเครื่องชั่ง–หัวจ่ายน้ำมัน–ป้ายราคา ครอบคลุมสนามบิน สถานีขนส่ง และจุดพักรถเส้นทางหลักเดินทาง ในช่วงเทศกาลปีใหม่สร้างความเชื่อมั่นประชาชน

      นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า  กรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่ ณ สถานีขนส่งหมอชิต เพื่อตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในช่วงการเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ ครอบคลุมทั้งจุดพักรถ เส้นทางหลัก และศูนย์กลางการเดินทางสำคัญ โดยเน้นการตรวจสอบ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนักสัมภาระ การตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และการตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและค่าบริการ

      นอกจากนี้จากการตรวจเครื่องชั่งน้ำหนักสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเป็นท่าอากาศยานหลักที่มีผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติใช้บริการจำนวนมาก โดยได้จัดให้มีเครื่องชั่งกลางที่ผ่านการตรวจรับรองจากสำนักชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน รวมถึงสายพานเครื่องชั่งน้ำหนัก ณ จุดเคาเตอร์ให้บริการสายการบิน โดยทุกเครื่องมีการติดสติกเกอร์รับรองแสดงความเที่ยงตรง เพื่อให้ผู้โดยสารมั่นใจว่าการชั่งน้ำหนักสัมภาระเป็นไปตามมาตรฐานและเป็นธรรม

      ขณะที่การตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง กรมการค้าภายในได้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ โดยให้ความสำคัญกับสถานีบนเส้นทางหลักและเส้นทางออกจากกรุงเทพมหานคร

      สำหรับครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ขาออก พหลโยธิน กม.27 กิจชัย กรุงเทพฯ  เพื่อยืนยันว่าการจ่ายน้ำมันเป็นไปตามปริมาณที่ประชาชนชำระเงิน และเป็นไปตามโครงการ “จ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” ของกรมการค้าภายใน

      นายวิทยากร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กรมฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและค่าบริการ รวมถึงการจำหน่ายสินค้าในสถานที่ที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค ครอบคลุมสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (สายใต้ใหม่) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เอกมัย) สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต) รวมถึงจุดพักรถขาออกจากกรุงเทพมหานครบนเส้นทางหลัก อาทิ เส้นวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมอเตอร์เวย์บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

      อย่างไรก็ตามผลการตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและค่าบริการอย่างถูกต้อง ชัดเจน ราคาสินค้าอาหารปรุงสำเร็จ เครื่องดื่ม และค่าบริการต่าง ๆ อยู่ในระดับเหมาะสม ไม่พบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเกินสมควรในช่วงที่ประชาชนเดินทางหนาแน่น

      ทั้งนี้ได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากไม่แสดงราคาหรือแสดงราคาไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร กักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมย้ำว่าการตรวจเข้มในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นการดูแลทั้งด้านราคา ความถูกต้องของเครื่องชั่ง และหัวจ่ายน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนเดินทางและจับจ่ายใช้สอยได้อย่างมั่นใจ

      หากประชาชนพบการจำหน่ายสินค้าหรือการให้บริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

      ด้านน.ส.ญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมได้ตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนักในท่าอากาศยานพาณิชย์ทั่วประเทศ 30 สนามบิน ครอบคลุม 29 จังหวัด รวม 1,079 เครื่อง ตามพ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 และ ตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมัน เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 6,900 สถานี หรือคิดเป็น 86 % ของสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ โดยขอแนะนำให้ประชาชนสังเกตสติกเกอร์รับรองที่ติดไว้บริเวณหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะแสดงวันสิ้นอายุคำรับรองอย่างชัดเจน

       รวมถึงสติกเกอร์ สัญลักษณ์โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน ที่แสดงถึงการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องของสถานีบริการ โดยสถานีที่เข้าร่วมโครงการจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานและผ่านการตรวจรับรอง จะได้รับสติกเกอร์หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานสีน้ำเงิน และหากสถานีบริการปฏิบัติถูกต้องต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน จะได้รับการยกระดับเป็นสติกเกอร์สีเงิน และเมื่อปฏิบัติต่อเนื่องครบ 2 ปีจะได้ยกระดับเป็นสัญลักษณ์สีทอง เพื่อยืนยันความเที่ยงตรงของหัวจ่ายน้ำมันและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการในการเติมน้ำมันทุกครั้ง

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/38928&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pDEpTkt4YV6NKDzTHN1lD

    • ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด

      ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด

      หลังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้เริ่มคลี่คลายลง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เร่งดำเนินการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวและกระตุ้นการเดินทางเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่สำคัญ

      ททท.เร่งฟื้นฟูท่องเที่ยวใต้ หลังน้ำท่วมทำเที่ยวสะดุด 

      นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.อยู่ระหว่างดำเนินโครงการฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังอุทกภัยปี 2568Smile @ South คืนรอยยิ้มให้ชาวใต้” ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

      โดยมุ่งบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างบรรยากาศการเดินทาง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

      โครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ที่ประสบภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประกอบด้วย

      การกิจกรรมเพื่อสังคม Smile@South CSR: กิจกรรม “Rise Again Hatyai ร่วมใจอาสา ฟื้นฟูเมือง” ทำความสะอาดพื้นที่และสร้างขวัญกำลังใจ การประชาสัมพันธ์ Smile@South การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด  Smile@South Super Deal: กิจกรรมส่งเสริมการตลาดและมอบส่วนลดพิเศษเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย

      ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

      การจัดและสนับสนุนกิจกรรมอีเวนต์ต่าง ๆ ในพื้นที่ ( Smile@South Amazing Thailand Festivals: สนับสนุนอีเวนต์ใหญ่ เช่น Amazing Thailand Su-ngaikolok Countdown 2026 วันที่ 28-30 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30-21.30 น. และ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30-24.00 น. ณ สวนสาธารณะสิรินธร อาเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และ NAKHONSI FEST 2026  วันที่ 17-18 มกราคม 2569 ณ อาเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

      การจัดกิจกรรม Event Marketing ภายใต้ชื่อ โครงการ Smile @Trang และ Smile @Pattani จัดให้มีการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์/อาหารท้องถิ่น รวมทั้งจัดกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ อาทิ การแสดงดนตรี การแสดงทางวัฒนธรรม กิจกรรมสาธิต จุดเช็คอิน และร่วมกับพันธมิตร อาทิ โรงแรม/ที่พัก ร้านอาหาร จัดโปรโมชั่นมอบสิทธิพิเศษแก่นักท่องเที่ยว เป็นต้น

      Smile@Hatyai ฟื้นท่องเที่ยวหาดใหญ่ 

      สำหรับแผนการฟื้นฟูการท่องเที่ยวหาดใหญ่ ดำเนินภายใต้แนวคิด “Smile@Hatyai คืนรอยยิ้มให้ชาวหาดใหญ่” โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และฟื้นเมืองกลับมาให้เร็วที่สุด

      ธุรกิจในหาดใหญ่เร่งซ่อมแซมกลับมาเปิดให้บริการ ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด

      ล่าสุดททท.ได้จัดทำโครงการรถ “Happy Bus” (รถบัสฟรี 2 สาย) เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่เขตเมืองหาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 คาดมีผู้ใช้บริการไม่น้อยกว่า 15,000 คน

      ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด

      การจัดกิจกรรม Smile @ South, Malaysia -Thailand Caravan ต้อนรับคณะคาราวานรถยนต์และมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์จากประเทศมาเลเซียกว่า 50 คัน เดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ และรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ผ่านด่านสะเดาสู่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล ระหว่างวันที่ 23-26 ธันวาคม 2568 

      คาราวานทริปแรกจากมาเลเซีย หลังน้ำลด

      ทั้งนี้เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์ความพร้อมของหาดใหญ่ จุดหมายปลายทางสำคัญของการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่

      ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด

      ททท. ตั้งเป้าหมายเพิ่มนักท่องเที่ยว 8-10 % ผ่านแคมเปญและกิจกรรม “5 Must Do in Songkhla” ควบคู่กับการจัดกิจกรรมและอีเวนต์ฟื้นฟูและสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว อาทิ

      • สนับสนุนงาน HATYAI NEW YEAR 2026 จัดขึ้นในวันที่ 30–31 ธันวาคม 2568 ณ ถนนธรรมนูญวิถี (สี่แยกโอเดียน) ณ อาเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
      • จัดกิจกรรมเทศกาลตรุษจีน ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569

      นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มแรงส่งและกระตุ้นการเดินทางเข้ามาใช้จ่ายในพื้นที่ อาทิ

      การกิจกรรม Amazing Thailand Passport Privilege @ HATYAI ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569) ร่วมกับพันธมิตรและผู้ประกอบการท่องเที่ยวมอบส่วนลดพิเศษ ผ่านเว็บไซต์และลุ้นรับบัตรกานัล พร้อมของที่ระลึกจากชุมชนในพื้นที่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเพิ่มโอกาสในการนาเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของไทยและกระตุ้นการใช้จ่ายและส่งเสริมการตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยว

      ตลาดกิมหยงกลับมาเปิดให้บริการได้เกิน 50 % แล้ว

      การจัดกิจกรรม Hat Yai Super Deal (เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569) ร่วมกับ Online Travel Agent: OTA นำเสนอแพ็กเกจพิเศษ (Exclusive Bundle Package) บัตรโดยสารเครื่องบินและโรงแรมที่พักเข้าไว้ในคำสั่งซื้อเดียว (Single Booking)

      ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด

      โดยมีเงื่อนไขสาคัญ คือ สถานประกอบการที่พักต้องตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และกำหนดช่วงเวลาการจอง และการเดินทางระหว่างเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 โดยเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียน 3 ประเทศหลัก ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายจำนวนผู้เข้าร่วม 10,000 Pax

      สำหรับสถานการณ์ผลกระทบจากน้ำท่วมหาดใหญ่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการฟื้นฟูพื้นที่และตลาดให้เข้าสู่ภาวะปกติ ปัจจุบันโรงแรมในหาดใหญ่เริ่มกลับมาเปิดให้บริการแล้วประมาณ 30-40% จากทั้งหมด 300 กว่าแห่งสำหรับนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เป็นนักท่องเที่ยวหลักในพื้นที่หาดใหญ่และนิยมเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางด่านสะเดาและด่านต่าง ๆ จังหวัดสงขลา จากปกติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 7,000 คน และลดลง 70 % ในช่วงสถานการณ์อุทกภัย

      ทั้งเริ่มมีแนวโน้มการเดินทางที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเดือนธันวาคม 2568 โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าประเทศไทยทั้งทางบกและทางอากาศประมาณ 13,000 – 15,000 คน และเดินทางผ่านด่านในจังหวัดสงขลาเฉลี่ยประมาณ 6,000 ต่อวัน

      ทั้งนี้ คาดการณ์นักท่องเที่ยวมาเลเซียจะเดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2568 ประมาณ 4.5 ล้านคน และคาดว่าในปี 69 จะฟื้นตัวและเติบโตเป็น 4.63 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3% จากปี 2568 โดย ททท. จะเร่งดำเนินการส่งเสริมและจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาด รวมถึงอีเวนต์ต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้กลับมาเดินทางอย่างเต็มที่

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/647615&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kjD9vr6lhTP2XfjjUu8am

    • ‘สายเอเชีย-มิตรภาพ’ รถเริ่มแน่น ทยอยกลับบ้าน-ท่องเที่ยว หยุดยาวปีใหม่ 69 | เดลินิวส์

      ‘สายเอเชีย-มิตรภาพ’ รถเริ่มแน่น ทยอยกลับบ้าน-ท่องเที่ยว หยุดยาวปีใหม่ 69 | เดลินิวส์

      เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 26 ธ.ค. 68 นายบรรจง โพธิวงค์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ เริ่มมีประชาชนทยอยกลับภูมิลำเนา โดยใช้ถนนสายเอเชียผ่าน จ.อ่างทอง และคาดว่าค่ำวันนี้ (26 ธ.ค. 68) จะมีปริมาณรถผ่าน จ.อ่างทอง มากกว่าปกติ ขอให้ใช้ความระมัดระวัง เนื่องจาก นายนที มนตรีวัต ผวจ.อ่างทอง เป็นห่วงผู้ใช้เส้นทางผ่าน และต้องการให้ได้รับความสะดวกมากที่สุด

      ทั้งนี้ จึงประสานให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมแผนสำรองในการส่งประชาชนกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย แนะนำเส้นทางเลี่ยง กรณีรถติดสะสม ดังนี้ ถนนสายเอเชีย อยุธยา-อ่างทอง เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยง ประตูระบายน้ำบางแก้ว เลาะคลองชลประทานมหาราช ตำบลตลาดกรวด-บ้านมหานาม-วัดไชโย-พรหมบุรี-จังหวัดสิงห์บุรี เส้นทางดังกล่าวขนานกับถนนสายเอเชีย จากอยุธยา-แยกภูเขาทอง เข้า ทางหลวงหมายเลข 309 อยุธยาฯ-ป่าโมก-อ่างทอง-ไชโย-พรหมบุรี-สิงห์บุรี

      ขณะที่บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชน บนถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2 เขตพื้นที่ อ.โนนสูง อ.คง และ อ.สีดา จ.นครราชสีมา ปริมาณรถเริ่มหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณแยกตลาดแค ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา มีประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ทำให้สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ ประตูสู่อีสาน ปริมาณรถเริ่มหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงขาออก จากตัวเมืองนครราชสีมา มุ่งหน้า จ.ขอนแก่น มีปริมาณรถเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

      โดยเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 ได้นำแท่งแบริเออร์ มาปิดจุดกลับรถตามแยกต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหาการจราจรติดขัดตามจุดที่เป็นทางร่วม ทางแยก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าเย็นนี้และคืนนี้ จะมีประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาของตัวเองเป็นจำนวนมาก

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5445055/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ECIIFil6hltBVOPxLxHdG

    • “ชมรมร้านอาหาร” หวังรัฐบาลใหม่จัดมือโปรแก้ศก.ตรงจุด ฉุด SMEs พ้นวิกฤติ : อินโฟเควสท์

      “ชมรมร้านอาหาร” หวังรัฐบาลใหม่จัดมือโปรแก้ศก.ตรงจุด ฉุด SMEs พ้นวิกฤติ : อินโฟเควสท์

      นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร กล่าวถึงรัฐบาลใหม่ที่ภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจร้านอาหารต้องการเห็นว่า ในภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจร้านอาหาร อยากเห็นรัฐบาลที่มีความเข้าใจ และมีความตั้งใจเข้ามาบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่เพียงเข้ามาบริหารการเมืองอย่างเดียว แต่ต้องเป็นรัฐบาลที่หาทีมเศรษฐกิจมืออาชีพ มาเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และแบบบูรณาการ มีแผนยุทธ์ศาสตร์ในการทำงานอย่างตั้งใจ และมีความรู้ความสามารถ

      “หลายปีที่ผ่านจนถึงวันนี้ เครื่องยนต์ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยติด ๆ ดับ ๆ หรือดูเหมือนไม่มีคนขับที่มีความสามารถและตั้งใจในการนำพาประเทศให้เดินหน้าเหมือนประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน แต่กำลังเกียร์ว่าง หรือปล่อยประเทศไหลไปเองแบบเครื่องยนต์ใกล้ดับ ไม่ว่าจะเป็น GDP ที่โตรั้งท้ายไม่ถึง 2% มาหลายปี หรือหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นทุกปี การท่องเที่ยวที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่เพื่อนบ้านเติบโตอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจ SMEs ที่ล้มตายไปมากมาย” นายสรเทพ กล่าว

      พร้อมเห็นว่า โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ควรต้องรู้ถึงปัญหาที่แท้จริง และแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เช่น การแก้ไขกลไกตลาดของสินค้าเกษตรกรแบบบูรณาการ โดยมีความรู้ความเข้าใจในตลาด หรือแม้กระทั่ง Climate change ที่มีผลกระทบกับผลิตผลภาคการเกษตร โดยเฉพาะในด้านของราคา ซึ่งส่งผลมาถึงต้นทุนของธุรกิจร้านอาหารอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

      “เมื่อหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี พืชผักสวนครัว ราคาจะกระโดดขึ้น 2-3 เท่า เป็นแบบนี้มา 3-4 ปีแล้ว หรือมีอุทกภัยแบบที่ผ่านมาทุกปี โดยไม่วางระบบและโครงสร้างในการแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำซาก เพราะเมื่อเกิดปัญหา เกษตรกรก็แย่ ราคาพืชผักสินค้าเกษตรกรรมก็ขึ้น ซึ่งทำให้ค่าครองชีพ และธุรกิจร้านอาหารเจอปัญหานี้มาตลอด จนควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายยากขึ้นเรื่อย ๆ” นายสรเทพ กล่าว

      สำหรับนโยบายที่รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญ และแก้ปัญหา คือการควบคุมราคาพลังงาน ทั้งก๊าซ น้ำมัน รวมถึงค่าไฟฟ้า เพราะเป็นต้นเหตุของการทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น และต้นทุนทางธุรกิจสูงตามไปด้วย และสิ่งที่สำคัญ คือต้องการให้รัฐบาลใหม่เข้ามาปฏิรูประบบรัฐราชการ ให้เป็นระบบรัฐประชาชน ที่เน้นความเข้าใจประชาชน และบริหารโดยยึดประชาชนเป็นหลัก มากกว่าใช้ระบบราชการที่มาครอบด้วยการใช้กฎหมายต่าง ๆ ซึ่งหลายฉบับมีความล้าหลัง ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างมาก เช่น การขอใบอนุญาตต่าง ๆ หรือความซ้ำซ้อนของกฎหมาย เป็นต้น

      “อยากให้รัฐบาลมีความรู้ความสามารถในการหาเงิน หารายได้เข้าประเทศ มากกว่าการใช้งบประมาณให้หมด ๆ ไปในแต่ละงวดปี อยากให้มีความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจรากหญ้า ให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจ SMEs มากกว่าที่ผ่านมา ไม่ใช่เป็นพรรคที่มีนายทุนกลุ่มทุนต่าง ๆ มาสั่งให้ทำนโยบายเอื้อแค่กลุ่มธุรกิจตัวเอง เพราะประเทศที่มีเศรษฐกิจที่แข็งแรง คือประเทศที่มีภาค SMEs แข็งแรง” นายสรเทพ ระบุ

      โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ธ.ค. 68)

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/556903&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CtjoHBnb9Lw2uk5aczaoG

    • การประชุมปรึกษาหารือการจัดทำปฏิทินการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม ประจำปี 2569

      การประชุมปรึกษาหารือการจัดทำปฏิทินการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม ประจำปี 2569

      การประชุมปรึกษาหารือการจัดทำปฏิทินการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม ประจำปี 2569


      26/12/2568 | 33 |

      วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. นางสาวโสภา โสรัจจตานนท์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม เข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือการจัดทำปฏิทินการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม ประจำปี 2569 โดยมีนางสาวปิ่มรัก หลักทอง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุม เพื่อบูรณาการข้อมูลกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและกีฬาให้มีความเชื่อมโยงต่อเนื่องตลอดทั้งปี เสริมสร้างการประชาสัมพันธ์และกระตุ้นการท่องเที่ยว อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ และการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงครามอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมบางช้าง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม (หลังเก่า)


      image รูปภาพ


      Line


      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://samutsongkhram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/459484&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uSohejPJYmq5C54aIoSEa