Category: ท่องเที่ยว

  • ‘อรรถกร’ วางแผนกระตุ้นท่องเที่ยวชายแดน จัดกิจกรรมสีสัน แต่รอให้สงบก่อน | เดลินิวส์

    ‘อรรถกร’ วางแผนกระตุ้นท่องเที่ยวชายแดน จัดกิจกรรมสีสัน แต่รอให้สงบก่อน | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 23 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดน ว่า ขณะนี้ได้วางแผนไว้แต่รอให้พื้นที่ชายแดนเกิดความสงบก่อน โดยคาดหวังว่าจะจบในเร็ววัน ซึ่งหลังจากนั้นจะกลับไปพิจารณาว่า ในเชิงพื้นที่เข้าไปสร้างสีสัน หรือกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ชายแดนได้อย่างไร

    ทั้งนี้ เชื่อว่าขณะนี้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนที่เกิดเหตุปะทะเกิดความเครียด โดยจะพยายามทำทุกวิถีทาง เช่น การลงพื้นที่ไปจัดกิจกรรมในพื้นที่ ทั้งการจัดแข่งขันกีฬา และกิจกรรมการกระตุ้นการท่องเที่ยว

    อย่างไรก็ตาม กรณีการทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นั้น รัฐบาลชุดใหม่หรือคนที่จะมารับหน้าที่ต่อ จะสามารถทำได้เลย ไม่มีการวางยาอะไรทั้งสิ้น เพราะการทำงานยึดถือความถูกต้องและความเหมาะสมเป็นหลัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5433596/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oo30CC1i50LbJvhy7h3qY

  • เสียชื่อเมืองท่องเที่ยว! ขยะเกลื่อน ‘จุดชมวิวเขาค้อ’ ทิ้งลงร่องน้ำยาวกว่า 200 เมตร

    เสียชื่อเมืองท่องเที่ยว! ขยะเกลื่อน ‘จุดชมวิวเขาค้อ’ ทิ้งลงร่องน้ำยาวกว่า 200 เมตร

    วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

    เสียชื่อเมืองท่องเที่ยว! ขยะเกลื่อน ‘จุดชมวิวเขาค้อ’ ทิ้งลงร่องน้ำยาวกว่า 200 เมตร นักท่องเที่ยวสุดเซ็ง-แม่ค้าจี้หน่วยงานใช้งบเช่าที่มาดูแล

    วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีมีการโพสต์และแชร์ภาพสุดอุจาดตาบริเวณ จุดชมวิวทะเลหมอกเขาค้อ หลังพบกลุ่มคนมักง่ายทิ้งขยะลงในร่องระบายน้ำริมทางยาวเกือบ 200 เมตร ทำลายทัศนียภาพจุดเช็กอินชื่อดัง ด้านนักท่องเที่ยวเผยสุดผิดหวัง ขณะที่กลุ่มแม่ค้าในพื้นที่จี้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ นำเงินค่าเช่ามาบริหารจัดการเก็บขยะและปรับปรุงภูมิทัศน์ด่วน ก่อนนักท่องเที่ยวจะหายหมด

    จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมถนนสาย 2196 แยกรื่นฤดี – เขาค้อ ต.เขาค้อ (บริเวณหน้าสำนักงานสาธารณสุขเขาค้อ) ซึ่งเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สำคัญ พบว่าลานกว้างสำหรับชมวิวดูสะอาดตาและสวยงามตามปกติ แต่เมื่อมองลงไปในร่องระบายน้ำ พบขยะหลากหลายชนิดถูกทิ้งกองพะเนินตลอดแนวระยะทางกว่า 150-200 เมตร นอกจากนี้บริเวณลาดชันด้านล่างยังมีขยะกระจายเกลื่อนพื้นที่

    นักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่เดินทางมาพักผ่อน ให้ข้อมูลว่า ตนเองมาถ่ายรูปที่จุดนี้เป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้เห็นสภาพขยะแล้วรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก โดยขยะพวกนี้น่าจะมาจากนักท่องเที่ยวที่มักง่ายบางส่วน รวมถึงในช่วงกลางคืนที่มักมีวัยรุ่นมาจับกลุ่มดื่มกินแล้วทิ้งไว้ อยากฝากถึงทุกคนว่าถ้ามาดื่มกินก็ควรเก็บกลับไปทิ้งด้วย และอยากให้ผู้ดูแลเข้ามาปลูกต้นไม้ ดอกไม้ให้สมกับเป็นจุดเช็กอิน เพราะตอนนี้ดูแห้งแล้งและโทรมมาก

    ด้านตัวแทนแม่ค้าในพื้นที่ ระบุว่า ร้านค้าทุกร้านมีการจ่ายค่าเช่าพื้นที่ให้กับหน่วยงานรัฐอย่างถูกต้อง จึงต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม จึงเรียกร้องถึงหน่วยงานให้นำเงินค่าเช่ามาปรับปรุงภูมิทัศน์ ปลูกดอกไม้และจัดจุดถ่ายรูปให้ดึงดูด และจัดวางถังขยะให้เพียงพอตามจุดต่างๆ นอกจากนี้ขอให้จัดส่งรถเก็บขยะมาดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ โดยปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวและยอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งคาดว่าส่วนหนึ่งมาจากความไม่ประทับใจในสถานที่ที่ขาดการดูแลและเต็มไปด้วยขยะ

    ซึ่งปัญหาขยะที่จุดชมวิวเขาค้อไม่เพียงแต่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่กำลังทำลาย ‘ภาพลักษณ์’ ของเมืองท่องเที่ยวระดับประเทศ หากหน่วยงานที่รับผิดชอบยังนิ่งเฉย ปล่อยให้จุดเช็กอินกลายเป็นจุดทิ้งขยะ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในระยะยาว

    ///////////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/936730&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ETJgzUSGX0Vpf8I7uGsS_

  • กาฬสินพร้อมจัดยิ่งใหญ่! งานดอกไม้บานกลางแสงไฟ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

    กาฬสินพร้อมจัดยิ่งใหญ่! งานดอกไม้บานกลางแสงไฟ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

    วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.39 น.

    อลังการครั้งแรก! จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับอำเภอหนองกุงศรี เทศบาลตำบลหนองบัว ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวเตรียมความพร้อมจัดใหญ่ “งานดอกไม้บาน กลางแสงไฟ”  (Kalasin Flowers in the Light) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยการท่องเที่ยวเมืองกาฬสินธุ์สู่ความยั่งยืน ที่สวนสาธารณะเกาะมหาราช ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เที่ยวชมฟรีตลอด 10 วัน 10 คืน ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2569 คาดเงินสะพัดในท้องถิ่นกว่า 30 ล้านบาท

    ที่สวนสาธารณะเกาะมหาราช (บริเวณทางขึ้นสะพานเทพสุดา ข้ามเขื่อนลำปาว) ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ มอบหมายนายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานแถลงข่าวจัดงานดอกไม้บานกลางแสงไฟ (Kalasin Flowers in the Light) โดยมีนายจารุวัตร ภูแก้ว นายอำเภอหนองกุงศรี นายประมวล กระธรรมะ นายกเทศมนตรีตำบลหนองบัว  นายโสภณ ถาวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชอุ่ม 2021 จำกัด ร่วมเวทีเสวนาและแถลงข่าว

    ทั้งนี้ มีนายคมกริช ไตรยศ เกษตร จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ธิติ สมศรี ผกก.สภ.หนองกุงศรี นายสมบูรณ์ นาสาทร ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหนองกุงศรี พร้อมด้วยส่วนราชการการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

    นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าการจัดงานดอกไม้บานกลางแสงไฟ  (Kalasin Flowers in the Light) กำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2569  ที่สวนสาธารณะเกาะมหาราช เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด ที่มีการบูรณาการของหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นการสานพลังความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยการท่องเที่ยวเมืองกาฬสินธุ์สู่ความยั่งยืน ทั้งในส่วนของการสร้างเกษตรมาตรฐานสูง อาหารปลอดภัย การท่องเที่ยวที่หลากหลาย สู่การเป็นเมืองน่าอยู่ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

    นายผดุงศักดิ์กล่าวอีกว่า สำหรับงานกาฬสินธุ์ดอกไม้บานกลางแสงไฟ (Kalasin Flowers in the Light) ถูกสร้างขึ้นเพื่อที่จะพลิกโฉมภูมิทัศน์การท่องเที่ยวของภูมิภาค ซึ่งจะได้สัมผัสกับมหัศจรรย์ดอกไม้และการออกแบบภูมิทัศน์ ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของทุ่งดอกไม้นานาพรรณกว่า 100,000 ต้น ที่ถูกรังสรรค์ผ่านการออกแบบภูมิทัศน์ระดับมืออาชีพ ผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างลงตัว ทั้งระบบไฟ LED แสง สี เสียงเต็มรูปแบบ ที่จะเปลี่ยนพื้นที่เกาะมหาราช ให้กลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในพื้นที่

    “โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม  โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยกว่า 165,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นกว่า 30 ล้านบาท และที่สำคัญคือการสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น กลุ่ม OTOP วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่กว่า 100 ราย ให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าโดยตรง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง สร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาว และเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ดำเนินงานภายใต้กรอบการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนผ่านการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เช่น การติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและการเลือกใช้ไฟประดับแบบ LED เพื่อลดการใช้พลังงาน ตั้งแต่การวางแผน การจัดการขยะไปจนถึงการบำรุงรักษาสถานที่ต่อเนื่องหลังจบงาน เพื่อเปลี่ยนพื้นที่จัดงานชั่วคราวให้กลายเป็นมรดกสีเขียว และแหล่งท่องเที่ยวถาวรของจังหวัดในระยะยาว” นายผดุงศักดิ์กล่าว

    อย่างไรก็ตาม งานกาฬสินธุ์ดอกไม้บานกลางแสงไฟ (Kalasin Flowers in the Light) ที่จัดขึ้นดังกล่าว อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์อันงดงามของ จ.กาฬสินธุ์ เช่น กิจกรรม Countdown ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 การแสดงวงดนตรีโปงลาง การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน และคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง ที่จะมาสร้างความสุขและความบันเทิงเที่ยวชมฟรีตลอด 10 วัน 10 คืน

     โดยคาดหวังว่างานกาฬสินธุ์ดอกไม้บานกลางแสงไฟ (Kalasin Flowers in the Light) มิใช่เพียงเทศกาล แต่เป็นโครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่วางรากฐานอนาคตของจังหวัดอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ดอกไม้นานาพรรณ หลากสีสัน ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน ส่วนใหญ่เป็นประเภทไม้ดอกเมืองหนาว ซึ่งยังจะชูช่อออกดอกให้นักท่องเที่ยว ได้มาชมความสวยงามอลังการไปอีกประมาณ 3 เดือน ก่อนที่จะร่วงโรยไปตามฤดูกาล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/459770&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bh7opQVn83WSSdHNdqPKl

  • (คลิป)  สื่อเขมร รายงานจริงครั้งแรก! ไทย ใช้ F-16 ทิ้งบอมปอยเปตพังท่องเที่ยวกัมพูชา

    (คลิป) สื่อเขมร รายงานจริงครั้งแรก! ไทย ใช้ F-16 ทิ้งบอมปอยเปตพังท่องเที่ยวกัมพูชา

    โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

    1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

    3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/channel/936817&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30cwXfmt5jXauC7gv5JOiD

  • รัฐบาลสั่งคุมเข้ม  วันหยุดยาวปีใหม่  ดูแลพื้นที่ท่องเที่ยว  ชวนฝากบ้านกับตร.

    รัฐบาลสั่งคุมเข้ม วันหยุดยาวปีใหม่ ดูแลพื้นที่ท่องเที่ยว ชวนฝากบ้านกับตร.

    รัฐบาลสั่งคุมเข้ม วันหยุดยาวปีใหม่ ดูแลพื้นที่ท่องเที่ยว ชวนฝากบ้านกับตร.

    วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    รัฐบาลคุมเข้มความปลอดภัยทั่วประเทศ ช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ ดูแลพื้นที่ท่องเที่ยว- จุดคนหนาแน่น ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแส“บุคคลน่าสงสัย-บินโดรนผิดปกติ”ผ่านสายด่วน 1374 ตลอด 24 ชั่วโมง รัฐบาล ชวนฝากบ้านกับตำรวจ4.0 อุ่นใจเดินทางไกลรับช่วงปีใหม่’69

    เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางและจัดกิจกรรมจำนวนมาก โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ขณะนี้ต่อเนื่องไปจนถึงหลังสิ้นสุดเทศกาล ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเพิ่มความเข้มข้นของการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและความปลอดภัย

    โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับพื้นที่เสี่ยง ชุมชนเมือง แหล่งท่องเที่ยว สถานที่จัดงานรื่นเริง รวมถึงจุดที่มีประชาชนรวมตัวเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อความสงบสุขของประชาชน โดยจะบูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ หน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานด้านความมั่นคงอื่น ๆ รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างการเฝ้าระวัง แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดภายในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการป้องกันเหตุล่วงหน้าและการตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

    “ขอประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของการดูแลความปลอดภัย หากพบเห็นพฤติกรรม บุคคล หรือ สิ่งของที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น การใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ในพื้นที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต การเคลื่อนไหวที่เข้าข่ายสอดแนมหรือแฝงตัวของบุคคลต้องสงสัย หรือเหตุผิดปกติอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน ขอให้แจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่โดยเร็ว ผ่านสายด่วนความมั่นคง 1374 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที” นายสิริพงศ์ กล่าว

    น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าโครงการ “ตำรวจร่วมใจ ยกระดับความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้าน 4.0)” ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนที่เดินทางไปต่างจังหวัดและไม่มีใครอยู่บ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยโครงการ “ฝากบ้าน 4.0” เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ 2 ช่องทาง ผ่านแอปพลิเคชัน ฝากบ้าน 4.0 ( OBS ) วอล์กอินแจ้งที่ สถานีตำรวจในพื้นที่

    สิ่งที่ควรเตรียมก่อนฝากบ้าน คือบัตรประชาชน และกรอกแบบฟอร์มยืนยัน (แนบภาพถ่ายบ้าน) การจัดเก็บทรัพย์สินมีค่าในที่ปลอดภัย ตรวจสอบไฟฟ้า เทียน แก๊ส และความเรียบร้อยของประตู–หน้าต่าง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน การประสานเพื่อนบ้านช่วยเป็นหูเป็นตา และติดตามการอัปเดตรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากกลับล่าช้าเกินเวลาที่แจ้งไว้ กรุณาแจ้ง สน./สภ. ท้องที่และเมื่อเดินทางกลับถึงบ้าน ให้แจ้งตำรวจเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย

    “เชิญชวนประชาชนใช้บริการ ฝากบ้านกับตำรวจ 4.0 เพื่อเพิ่มความอุ่นใจตลอดการเดินทางช่วงปีใหม่ และย้ำว่า เหตุฉุกเฉิน โทร. 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/936551&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zNGHd8DQlEwkz0cAZjjuy

  • พราวกรุ๊ป เปิดแลนด์มาร์คใหม่หัวหิน ‘สวนพฤกษาภิรมย์’ ธรรมชาติสีเขียว ศิลปะร่วมสมัย

    พราวกรุ๊ป เปิดแลนด์มาร์คใหม่หัวหิน ‘สวนพฤกษาภิรมย์’ ธรรมชาติสีเขียว ศิลปะร่วมสมัย

    พราวกรุ๊ป เปิดแลนด์มาร์คใหม่หัวหิน ‘สวนพฤกษาภิรมย์’ ธรรมชาติสีเขียว ศิลปะร่วมสมัย

    กลุ่มบริษัทพราว หรือ พราวกรุ๊ป โดย โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ร่วมพัฒนาและเปิดตัวสวนพฤกษาภิรมย์ (Art Botanic Garden)” พื้นที่สีเขียวต้นแบบแห่งใหม่ของหัวหิน บนพื้นที่กว่า 4 ไร่

    สวนพฤกษาภิรมย์ หัวหิน สวนพฤกษาภิรมย์

    พัฒนาภายใต้แนวคิดการผสมผสานความงดงามของธรรมชาติเข้ากับงานศิลปะร่วมสมัย เพื่อยกระดับพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง และสร้างจุดหมายปลายทางเชิงศิลปะแห่งใหม่ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของหัวหินให้มีเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น

    สวนพฤกษาภิรมย์ได้รับแรงบันดาลใจจากอัตลักษณ์ท้องถิ่นของหัวหิน โดยเฉพาะ “คู่ไม้คู่เมือง” อย่างต้นมะขามและต้นจามจุรีอายุกว่า 100 ปี ที่ยืนต้นเคียงข้างกันมาอย่างยาวนาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันระหว่างผู้คนกับภูมิทัศน์เมือง สร้างบรรยากาศร่มรื่นและเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาได้ยากจากเมืองท่องเที่ยวอื่น

    พราวกรุ๊ป เปิดแลนด์มาร์คใหม่หัวหิน 'สวนพฤกษาภิรมย์' ธรรมชาติสีเขียว ศิลปะร่วมสมัย

    พราวกรุ๊ป เปิดแลนด์มาร์คใหม่หัวหิน 'สวนพฤกษาภิรมย์' ธรรมชาติสีเขียว ศิลปะร่วมสมัย

    นอกจากนี้ สวนแห่งนี้ยังได้รับการเติมเต็มด้วยผลงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินหัวหิน ถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิต และความงดงามของธรรมชาติผ่านผลงานศิลป์ไฮไลต์ 2 ชิ้น ได้แก่

    1. กำแพงพฤกษา “The Wall” ผลงานของ นุ่น นววรรณ โตวิเศษ กับศิลปะภาพวาดบนฝาผนัง Mural Art ขนาดกว่า 3,000 ตารางเมตร ถ่ายทอดความงามของพรรณไม้เลื้อยและระบบนิเวศแห่งจินตนาการราวกับมีชีวิต 

    พราวกรุ๊ป เปิดแลนด์มาร์คใหม่หัวหิน 'สวนพฤกษาภิรมย์' ธรรมชาติสีเขียว ศิลปะร่วมสมัย

    ลวดลายพืชพันธุ์ที่พลิ้วไหวดั่งกำลังเต้นตามสายลม นำเสนอสีสันอันสดใสที่ช่วยปลุกพลังบวกและสร้างสุนทรียะใหม่ให้กับสถาปัตยกรรมและพื้นที่สวน นับเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    มีสระว่ายน้ำสำหรับน้องหมาด้วย เฉพาะลูกค้าของโรงแรม

    2. หนุ่มชาวเลThe Wing” ผลงานประติมากรรมของศิลปินชื่อดัง โลเล ถ่ายทอดจิตวิญญาณของชาวหัวหินที่ผูกพันกับท้องทะเลมาอย่างยาวนาน

    พราวกรุ๊ป เปิดแลนด์มาร์คใหม่หัวหิน 'สวนพฤกษาภิรมย์' ธรรมชาติสีเขียว ศิลปะร่วมสมัย

    ผ่านตัวละครชายประมงผู้มีปีก อุ้มเต่าทะเลไว้ในอ้อมแขน สื่อถึงความฝัน ความอิสระ และพันธสัญญาในการพิทักษ์ความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ

    ประติมากรรมชิ้นนี้จึงเป็นมากกว่างานศิลป์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและความงดงามที่หัวหินตั้งใจส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

    นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า การพัฒนาเมืองท่องเที่ยวในปัจจุบัน ไม่ควรมองเพียงการเพิ่มจำนวนสถานที่ท่องเที่ยวหรือสิ่งปลูกสร้างใหม่เท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่คุณภาพที่มีคุณค่าทางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป เพื่อให้เมืองสามารถเติบโตได้อย่างสมดุลและยั่งยืน

    สุวัจน์ ลิปตพัลลภ

    สวนพฤกษาภิรมย์ เป็นตัวอย่างของการพัฒนาพื้นที่ที่ตั้งใจเชื่อมโยงธรรมชาติ ศิลปะ และผู้คนเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ไม่ใช่เพียงพื้นที่สีเขียวสำหรับการพักผ่อน แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลา เรียนรู้ และสัมผัสอัตลักษณ์ของเมืองหัวหินในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น   

    พราวกรุ๊ป เปิดแลนด์มาร์คใหม่หัวหิน 'สวนพฤกษาภิรมย์' ธรรมชาติสีเขียว ศิลปะร่วมสมัย

    พื้นที่แห่งนี้สะท้อนแนวคิดของการมอบคุณค่ากลับคืนสู่เมือง เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ที่ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของชุมชน และเป็นพื้นที่ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้คน

    พราวกรุ๊ป เปิดแลนด์มาร์คใหม่หัวหิน 'สวนพฤกษาภิรมย์' ธรรมชาติสีเขียว ศิลปะร่วมสมัย

    ผมเชื่อว่าสวนพฤกษาภิรมย์จะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วนเห็นคุณค่าของการพัฒนาเมืองอย่างรับผิดชอบ และร่วมกันรักษาความงดงามของหัวหินให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืนสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นต่อไป

    พราวกรุ๊ป เปิดแลนด์มาร์คใหม่หัวหิน 'สวนพฤกษาภิรมย์' ธรรมชาติสีเขียว ศิลปะร่วมสมัย

    การเปิดตัวสวนพฤกษาภิรมย์ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันหัวหินสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่คุณภาพสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมเป็นต้นแบบของการผสานศิลปะและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และก้าวสู่การเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่ทุกคนต้องมาเยือน

    พราวกรุ๊ป เปิดแลนด์มาร์คใหม่หัวหิน 'สวนพฤกษาภิรมย์' ธรรมชาติสีเขียว ศิลปะร่วมสมัย

    สวนพฤกษาภิรมย์ อยู่ติดกับโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกับศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน เป็นพื้นที่สีเขียวที่เป็นสวนสาธารณะที่เปิดให้เข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน 11:00-20:00 น. สามารถเดินเข้าได้ทางห้างบลูพอร์ตชั้น G จะมีทางเดินเชื่อมไปยังสวนได้เลย

    ทั้งด้านในมีคาเฟ่เล็กๆ ไว้คอยบริการ ขายกาแฟเริ่มต้นที่ 40 บาท มีสนามเล็กเล่นเล็กๆ ที่นี่ เป็น Pet friendly ด้วย พาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นพร้อมครอบครัวสูดหายใจอากาศดีๆกันได้เต็มปอด แต่สำหรับสระว่ายน้ำในสวนจะสงวนไว้เฉพาะน้องหมาที่มาพักที่โรงแรมเท่านั้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/647123&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3z2ESE1-09LNVnbJ5yyxnS

  • รองนายกฯ สุชาติ กำชับ ทส. เข้มดูแลความปลอดภัยประชาชนช่วงปีใหม่ เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกทั่วประเทศ

    รองนายกฯ สุชาติ กำชับ ทส. เข้มดูแลความปลอดภัยประชาชนช่วงปีใหม่ เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกทั่วประเทศ

    รองนายกฯ สุชาติ กำชับ ทส. เข้มดูแลความปลอดภัยประชาชนช่วงปีใหม่ เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกทั่วประเทศ

    นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยเน้นการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของรัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเดินทางและการท่องเที่ยวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย

    กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และระบบสนับสนุนในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ พื้นที่ทางบกและทางทะเล รวมถึงเส้นทางคมนาคมในความรับผิดชอบ เพื่อรองรับปริมาณประชาชนที่เดินทางเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล พร้อมจัดตั้งจุดบริการประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง การให้ข้อมูล และการช่วยเหลือเบื้องต้น

    ขณะเดียวกัน ได้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและการป้องกันเหตุฉุกเฉิน โดยเตรียมความพร้อมศูนย์ช่วยเหลือชายฝั่งทะเล ระบบอากาศยานสำหรับภารกิจค้นหาและช่วยเหลือ การเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยธรรมชาติ รวมถึงการตรวจตราพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีตลอดช่วงเทศกาล

    นายสุชาติ ระบุว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในช่วงการเดินทางเทศกาลปีใหม่ และให้การดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามบทบาทของภาครัฐ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/983878&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FeJD-ymcA0_12YH4FoJaZ

  • นักท่องเที่ยวสาวอินเดีย​ ปลื้มตำรวจท่องเที่ยวไทย แจ้งสายด่วน 1155 ทำงานไว แจ้งปุ๊บตามของหายคืนได้ทันที

    นักท่องเที่ยวสาวอินเดีย​ ปลื้มตำรวจท่องเที่ยวไทย แจ้งสายด่วน 1155 ทำงานไว แจ้งปุ๊บตามของหายคืนได้ทันที

    นักท่องเที่ยวสาวชาวอินเดียโล่งใจ หลังแจ้งสายด่วน 1155 เมื่อลืมกระเป๋าบนแท็กซี่ ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการกำลังตามคืนได้รวดเร็ว ครบทุกชิ้น

    พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.2

    วันนี้ ( 21 ธันวาคม 2568 )พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.2 เปิดเผยว่า ตำรวจท่องเที่ยวได้รับแจ้ง จากสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ว่า มีนักท่องเที่ยวหญิง วัย 29 ปี ชาวอินเดีย ลืมกระเป๋าสะพายสีดำ ภายในมีทรัพย์สิน บัตรเครดิต และเอกสารส่วนตัว หลายรายการ ไว้บนรถแท็กซี่ หลังรับแจ้งตำรวจท่องเที่ยวติดตามคืนได้อย่างรวดเร็ว สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวรายนี้อย่างมาก

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ( ผบช.ทท. )

    ผกก.1 บก.ทท.2 กล่าวว่าตนได้สั่งการ สถานี 2 สถานี 3 และสืบ กก. ช่วยกันหาข้อมูล เลยได้คืนเร็ว ซึ่งจากการรับแจ้งทราบว่านักท่องเที่ยวรายนี้ร้อนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากภายในกระเป๋ามีเอกสารสำคัญหลายอย่าง ตำรวจท่องเที่ยวจึงรีบเข้าไปติดต่อพบนักท่องเที่ยวรายนี้ทันทีในโรงแรมที่พักย่านสวนพลู กทม. จนสืบทราบรถแท็กซี่คันที่นักท่องเที่ยวรายนี้โดยสารมาในช่วงกลางดึก และประสานติดตามกระเป๋าคืนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งยังอยู่ครบถ้วน นักท่องเที่ยวชาวอินเดียรายนี้แสดงความขอบคุณตำรวจท่องเที่ยวและขอบคุณคนขับแท็กซี่ ที่ใส่ใจและติดตามของคืนได้ทั้งหมด

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ( ผบช.ทท. )

    ด้าน พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ( ผบช.ทท. ) กล่าวว่า กรณีดังกล่าวได้รับรายงานเรื่องนี้ ต้องชื่นชมตำรวจ กก.1 บก.ทท.2 ที่ใส่ใจในการดูแลความเดือดร้อนของนักท่องเที่ยว ถือเป็นแบบอย่างตำรวจที่มีมายด์เซ็ตมีหัวใจบริการ ซึ่งการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรายนี้ได้อย่างรวดเร็วนั้นสะท้อนให้เห็นว่าระบบการรับแจ้งเหตุเหตุการณ์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 1155 มีประสิทธิภาพ ประสานงานส่งต่อข้อมูลและดำเนินการอย่างรวดเร็ว

    ผบช.ทท.กล่าวด้วยว่า ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสปีใหม่ซึ่งเป็นไฮซีซั่น ตำรวจท่องเที่ยวมีความพร้อมในการดูแลนักท่องเที่ยวทุกมิติ ทั้งนี้สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 พร้อมรองรับให้บริการนักท่องเที่ยวในทุกๆด้านเช่นกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/265986&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OYLg3gQUFUOho5aG4MHNi

  • สถานการณ์ชายแดนกระทบพนมรุ้ง นักท่องเที่ยวลดเกือบ 80%

    สถานการณ์ชายแดนกระทบพนมรุ้ง นักท่องเที่ยวลดเกือบ 80%

    ภูมิภาค

    สถานการณ์ชายแดนกระทบพนมรุ้ง นักท่องเที่ยวลดเกือบ 80%

    วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.07 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    อำเภอเฉลิมพระเกียรติ – สถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ แม้พื้นที่ดังกล่าวจะอยู่นอกเขตเสี่ยงและมีเจ้าหน้าที่ทหารยืนยันว่าปลอดภัยก็ตาม

    วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา นอกจากจะกระทบต่อประชาชนตามแนวตะเข็บชายแดนแล้ว ยังลุกลามมาถึงภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ชะลอการเดินทางเพราะกังวลด้านความปลอดภัย

    ผลกระทบดังกล่าวทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอประโคนชัย เงียบเหงาลงอย่างมาก ขณะเดียวกันผู้ประกอบการและแม่ค้าที่จำหน่ายสินค้าในพื้นที่ต้องหยุดค้าขายไปโดยปริยาย

    นางป่าน ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ แม่ค้าจำหน่ายสินค้าบริเวณเขาพนมรุ้ง เปิดเผยว่า ได้รับผลกระทบอย่างหนักเนื่องจากนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยครั้งนี้ถือเป็นรอบที่สองที่ต้องหยุดขายสินค้า แต่สถานการณ์ครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิม เนื่องจากเหตุปะทะยืดเยื้อยาวนาน จึงอยากให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติ

    ขณะที่นายณัทกฤช ชาวจังหวัดราชบุรี ซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวปราสาทพนมรุ้ง ระบุว่า ตนเชื่อมั่นในความปลอดภัยของพื้นที่ เนื่องจากหากเป็นเขตอันตราย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา อีกทั้งปราสาทพนมรุ้งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

    ด้านนายนภสินธุ์ หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เปิดเผยว่า โดยปกติจะมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยสัปดาห์ละประมาณ 8,000 คน แต่หลังเกิดสถานการณ์ความไม่สงบ ตัวเลขลดลงเหลือเพียงประมาณ 1,900 คนต่อสัปดาห์ หรือหายไปเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แทบไม่เดินทางเข้ามาเลย พร้อมยืนยันว่าปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ ซึ่งอยู่ห่างกันราว 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่นอกพื้นที่สีแดง และไม่ใช่เขตเฝ้าระวังตามข้อมูลจากหน่วยทหาร ยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตามปกติ

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/459560&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3S4uJhdE7K35ItH6DATi2T

  • จีนงัด “เศรษฐกิจกลางคืน” ปลุกเมืองรองคึกคัก “ฉงชิ่ง” ดาวรุ่งดึงนักท่องเที่ยว

    จีนงัด “เศรษฐกิจกลางคืน” ปลุกเมืองรองคึกคัก “ฉงชิ่ง” ดาวรุ่งดึงนักท่องเที่ยว

    จีนงัด “เศรษฐกิจกลางคืน” ปลุกเมืองรองคึกคัก “ฉงชิ่ง” ดาวรุ่งดึงนักท่องเที่ยว

    โมเดล เศรษฐกิจกลางคืนของจีน (Midnight Economy) ดัน “ฉงชิ่ง” เมืองหลวงฮอตพอต ผงาดเมืองรองดาวรุ่ง ดึงนักท่องเที่ยวไทย

    ท่ามกลางกระแสสินค้าจีนที่ทะลักรุกอาเซียนอย่างหนัก อีกด้านหนึ่งของจีนกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยกลไกที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่โรงงาน ไม่ใช่การส่งออก แต่คือ “ชีวิตยามค่ำคืน” ที่ถูกยกระดับให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจตัวใหม่

    หลังโควิด-19 คลี่คลาย รัฐบาลจีนเดินหน้ากระตุ้นการบริโภคภายในประเทศในหลากหลายมิติ หนึ่งในนโยบายที่เห็นผลชัดคือ Night-time Economy หรือ Midnight Economy ซึ่งไม่เพียงปลุกเมืองให้กลับมาคึกคัก แต่ยังสร้างเทรนด์ท่องเที่ยวใหม่ โดยเฉพาะใน “เมืองรอง” ที่นักท่องเที่ยวไทยเริ่มหันไปสนใจมากขึ้น และชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงนี้คือ “นครฉงชิ่ง”

    เมืองที่ตื่น หลังพระอาทิตย์ตก

    ณัฐ วิมลจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครคุนหมิง เปิดเผยในงานสัมมนา “2026 คว้าโอกาสตลาดจีนในยูนาน” ว่า แรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจจีนหลังโควิดคือการฟื้น “เศรษฐกิจกลางคืน”

    แม้บางพื้นที่จะยังไม่กลับมาคึกคักเต็มที่ แต่ภาพรวมรัฐบาลจีนเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พื้นที่เชิงพาณิชย์ และกิจกรรมยามค่ำคืนในหลายเมือง โดยเฉพาะเมืองรอง ให้กลายเป็นแหล่งใช้จ่าย ทั้งตลาด ของฝาก ร้านอาหาร และกิจกรรมท้องถิ่น เพื่อขยายเวลาการบริโภคและสร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจ

    “ฉงชิ่ง” เมือง 8 มิติ กับพลังหม้อไฟยามราตรี

    นครฉงชิ่ง (Chongqing) ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวธรรมดา แต่คือหนึ่งใน “สี่มหานครหลักของจีน” เทียบชั้นปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเทียนจิน ทว่าความพิเศษที่ทำให้ฉงชิ่งโดดเด่นคือการเป็นเมืองที่ มีชีวิตจริงในยามค่ำคืน

    ภูมิประเทศแบบภูเขาซ้อนแม่น้ำ ทำให้เมืองนี้ถูกขนานนามว่า “เมือง 8 มิติ” ตึก ถนน รถไฟ และชุมชนซ้อนทับกันราวฉากหนังไซไฟ ยามค่ำคืนแสงไฟสะท้อนแม่น้ำแยงซี ชีวิตผู้คนเพิ่งเริ่มต้น ร้านอาหารแน่นขนัด เสียงหัวเราะดังแข่งกับไอร้อนจากหม้อไฟ

    รัฐบาลจีนผลักดันให้ฉงชิ่งเป็นหนึ่งในต้นแบบของ Midnight Economy ครอบคลุมตั้งแต่ร้านอาหาร บาร์ ผับ ตลาดกลางคืน ร้านค้า 24 ชั่วโมง การแสดงทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวกลางคืน ไปจนถึงบริการส่งอาหารยามดึก ซึ่งช่วยสร้างงาน กระตุ้นรายได้ และทำให้เมือง “ไม่หลับใหล”

    จีนงัด “เศรษฐกิจกลางคืน” ปลุกเมืองรองคึกคัก “ฉงชิ่ง” ดาวรุ่งดึงนักท่องเที่ยว

    นโยบายที่เริ่มก่อนโควิด แต่เติบโตหลังโควิด

    ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ เฉิงตูระบุว่า Midnight Economy ไม่ใช่แนวคิดใหม่ รัฐบาลจีนเริ่มส่งเสริมอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2562 เพื่อสร้างจุดเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ และเมื่อโควิดจบลง นโยบายนี้ยิ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นกำลังซื้อ โดยเศรษฐกิจกลางคืนของจีนครอบคลุมทั้ง

    • การค้าและบริการ เช่น ตลาดกลางคืน ร้านอาหาร คาเฟ่เปิดดึก
    • วัฒนธรรมและบันเทิง โรงหนัง คอนเสิร์ต พิพิธภัณฑ์เปิดกลางคืน
    • นันทนาการ ฟิตเนส 24 ชม. กีฬาเวลากลางคืน
    • บริการเดลิเวอรี่และแพลตฟอร์มดิจิทัล
    • งานอีเวนต์ เทศกาลแสงสี และกิจกรรมสร้างสรรค์

    นอกจากฉงชิ่ง เมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เฉิงตู กวางโจว และเซินเจิ้น ต่างได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง ส่งผลให้ยอดขายปลีกกลางคืนเพิ่มขึ้น การจ้างงานในภาคบริการขยายตัว และระบบขนส่งสาธารณะต้องยืดเวลาบริการตามไปด้วย

    ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 (2025 December.13)

    เมืองหลวงแห่งฮอตพอตของโลก

    หากจะพูดถึงฉงชิ่งโดยไม่พูดถึง ฮอตพอต คงเป็นไปไม่ได้ เมืองนี้ถูกยกให้เป็น “เมืองหลวงแห่งฮอตพอตของโลก” ร้านฮอตพอตเกือบทุกแห่งเปิดจนดึกดื่น กลายเป็นกิจกรรมหลักของเศรษฐกิจกลางคืน

    ย่านอย่าง หงหยาโต่ว อาคารโบราณริมน้ำที่สว่างไสวราวเมืองในนิทาน หรือ จี๋ฟางเจีย เมืองเก่าที่ร้านอาหารยังเปิดยันดึก ล้วนเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว ขณะที่การล่องเรือชมวิวแม่น้ำ ตลาดนัดกลางคืน และย่านบันเทิงอย่างจิ่วเจีย ทำให้ฉงชิ่งคึกคักจนถึงเช้า

    ทั้งหมดนี้สร้างรายได้เป็นลูกโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ร้านอาหาร โลจิสติกส์ ไปจนถึงแรงงานบริการกลางคืน

    เครื่องยนต์เศรษฐกิจที่มากกว่าความบันเทิง

    ข้อมูลสคต.ยัง ชี้ว่า Midnight Economy ในบางเมืองใหญ่ของจีนมีสัดส่วนถึง 15–20% ของการบริโภคทั้งหมด การขยายเวลาใช้จ่ายออกไปอีก 6–8 ชั่วโมง ไม่เพียงเพิ่มรายได้ แต่ยังสร้าง “ระบบนิเวศเศรษฐกิจ” ที่เชื่อมโยงหลายอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เมืองที่มีชีวิตยามค่ำคืนยังดึงนักท่องเที่ยวให้อยู่ได้นานขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ทำงานจนดึก

    บทเรียนถึงไทย ที่ต่อยอดไปได้ไกล

    อย่างไรก็ตาม สคต. ณ เฉิงตู มองว่า ไทยมีจุดแข็งคล้ายจีน คือวัฒนธรรมการกินกลางคืน อาหารริมทาง และอากาศที่เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง

    แนวคิดที่ไทยสามารถต่อยอดได้ เช่น

    • Midnight Food & Culture ตลาดอาหารและวัฒนธรรมยามค่ำคืน
    • Night Shopping Districts ขยายเวลาห้างในบางพื้นที่
    • Night Tourism ทัวร์วัด ทัวร์อาหารยามค่ำคืน

    โดยอาจเริ่มจากพื้นที่นำร่อง เช่น เจริญกรุง สนามหลวง หรือเกาะรัตนโกสินทร์ พร้อมมาตรการสนับสนุนด้านภาษี ค่าสาธารณูปโภค การขนส่งสาธารณะ และมาตรฐานความปลอดภัย

    เมืองไม่หลับ เศรษฐกิจก็ไม่หยุด

    กรณีของฉงชิ่งสะท้อนว่า Midnight Economy จะสำเร็จได้ ต้องเติบโตจากวัฒนธรรมที่มีอยู่จริง ไม่ใช่การสร้างภาพชั่วคราว เมื่อรัฐทำหน้าที่เสริมโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และกติกาที่เหมาะสม เมืองก็จะมีชีวิต เศรษฐกิจก็เดินต่อ และในวันที่จีนไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องสินค้า แต่แข่งกันด้วย “ประสบการณ์” ยามค่ำคืน เมืองรองอย่างฉงชิ่งจึงก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่น ที่นักท่องเที่ยวไทยเริ่มมองเป็นจุดหมายปลายทาง 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/735334&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NAyywpsMqisuNdIbwHElz