Category: ท่องเที่ยว

  • ไทยแชมป์อาเซียน! นักท่องเที่ยวรัสเซียค้นหาพุ่ง เชียงใหม่-กระบี่มาแรง

    ไทยแชมป์อาเซียน! นักท่องเที่ยวรัสเซียค้นหาพุ่ง เชียงใหม่-กระบี่มาแรง

    ไทยแชมป์อาเซียน! นักท่องเที่ยวรัสเซียค้นหาพุ่ง เชียงใหม่-กระบี่มาแรง

    ประเทศไทยยืนหยัดในฐานะจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของอาเซียนสำหรับนักท่องเที่ยวรัสเซีย จากรายงานการท่องเที่ยวไตรมาส 4 ปี 2568 ของ Yango Ads ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 โดยยอดการค้นหาเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และไทยยังติดอันดับท็อป 5 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของโลกอีกด้วย

    ในระดับโลก ไทยตามหลังเพียงตุรกี จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์ ขณะที่ในอาเซียน ไทยครองแชมป์เหนือเวียดนาม อินเดีย และญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นว่าภาพลักษณ์ของไทยในฐานะจุดหมายฤดูหนาวยังคงแข็งแกร่งในสายตานักท่องเที่ยวรัสเซีย

    เชียงใหม่-กระบี่ดาวรุ่ง ยอดค้นหาทุบสถิติ

    แม้ภูเก็ตและพัทยาจะยังคงครองใจนักท่องเที่ยวรัสเซียอย่างต่อเนื่อง แต่สัญญาณที่น่าจับตาในไตรมาสนี้คือการเติบโตของจุดหมายปลายทางใหม่ เชียงใหม่มียอดการค้นหาเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบรายปี จากแรงหนุนของเทศกาลปลายปีและสภาพอากาศหนาวเย็นที่แตกต่างจากภาคใต้ ส่วนกระบี่เติบโต 16% เมื่อเทียบรายปี จากความต้องการที่พักแบบวิลลาและการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ

    กรุงเทพฯ เองก็ไม่น้อยหน้า โดยมียอดค้นหาเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบรายปี จากการผสมผสานระหว่างการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน งานอีเวนต์ และการเดินทางเพื่อธุรกิจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวรัสเซียได้หลายกลุ่มในเวลาเดียวกัน

    วิลลาและการจองกระชั้นชิดกลายเป็นมาตรฐานใหม่

    พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวรัสเซียเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดในด้านที่พัก โดยวิลลาครองสัดส่วนสูงถึง 69% ของการค้นหาที่พักนอกประเภทโรงแรมทั้งหมด สะท้อนความต้องการพื้นที่ส่วนตัว ความกว้างขวาง และความเหมาะสมสำหรับการเดินทางแบบครอบครัว

    ในกลุ่มโรงแรม โรงแรมท่ามกลางธรรมชาติและสวนอันร่มรื่น (Park Hotel) มีสัดส่วนการค้นหาสูงสุดที่ 34% รองลงมาคือรีสอร์ตที่ 29% และโรงแรมสำหรับครอบครัวที่ 14% ซึ่งทั้งหมดล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า นักท่องเที่ยวรัสเซียให้ความสำคัญกับประสบการณ์และบรรยากาศมากกว่าความสะดวกเชิงธุรกิจ

    ด้านพฤติกรรมการจอง ข้อมูลพบว่า 95% ของการค้นหาทัวร์ที่เกี่ยวข้องกับไทยเป็นการจองแบบกระชั้นชิด (Last-Minute Bookings) โดยหมวดโรงแรมมีสัดส่วนสูงสุด ตามด้วยทัวร์ เที่ยวบิน และกิจกรรมท่องเที่ยว รูปแบบนี้สะท้อนทั้งความยืดหยุ่นที่นักท่องเที่ยวต้องการและความสะดวกของแพลตฟอร์มดิจิทัลในปัจจุบัน

    ไทยติดท็อป 3 โลกด้านท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

    จากรายงาน Medical Tourism Overseas Q4 2025 ของ Yango Ads ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 3 จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลก โดยยอดค้นหาเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบรายปีจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567

    บริการสปาเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมียอดค้นหาเพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบรายปี และสำหรับนักท่องเที่ยวรัสเซียโดยเฉพาะ การค้นหาสปาคิดเป็นสัดส่วนถึง 67% ของการค้นหาด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ทั้งหมด รองลงมาคือการตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางทันตกรรม ซึ่งทำให้ไทยได้รับการยอมรับไม่ใช่แค่แหล่งพักผ่อน แต่ยังเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับภูมิภาค

    คุณเนฮะ ดาวาร์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Yango Ads ประเทศไทย ระบุว่า การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีความเข้มข้นขึ้น กลยุทธ์การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจึงมีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งช่วยกระจายการท่องเที่ยวไปยังจังหวัดที่มีศักยภาพใหม่ของไทยอย่างสมดุล

    ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.techoffside.com/2026/03/thai-tourism-russian-travelers-q4-2025/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0E02_pwbbvHnPyXZDSeCVy

  • “นพดล” เสนอ 5 แผนเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ดันไทยศูนย์กลางเจรจาและพลังงานภูมิภาค | เดลินิวส์

    “นพดล” เสนอ 5 แผนเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ดันไทยศูนย์กลางเจรจาและพลังงานภูมิภาค | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนภาคประชาชน) อดีตที่ปรึกษาศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ อาจารย์ประจำหลักสูตรความปลอดภัยทางไซเบอร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ศิษย์เก่าด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ เรียนร่วมคณะนายทหารจาก Joint Chiefs of Staff (JCS) เพนตากอน และมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี และศิษย์เก่าด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลและระเบียบวิธี มหาวิทยาลัยมิชิแกน

    ข่าวดีประเทศไทย พลิกวิกฤตตะวันออกกลางเป็นโอกาส ไทยเข้มแข็ง

    ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลาง ไปจนถึงความไม่แน่นอนด้านระบบพลังงาน ระบบเศรษฐกิจ และระบบไซเบอร์ แต่ในทุกวิกฤต มักมีประเทศที่สามารถเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์

    ตัวอย่างเช่น วิกฤตน้ำมันจากตะวันออกกลางทำให้รัสเซียกลายเป็นผู้ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจทันที เพราะราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ทำให้รัสเซียมีรายได้เพิ่มวันละประมาณ 5,000–5,500 ล้านบาท และในช่วงเริ่มต้นของวิกฤต รัสเซียทำรายได้จากพลังงานไปแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท

    นอกจากนั้นยังมีประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่ได้รับผลประโยชน์ในช่องแคบมะละกาโดยทางอ้อม จากวิกฤตตะวันออกกลางอีกด้วย

    ประเทศไทยจึงไม่ควรมองวิกฤตโลกเพียงในมิติของความเสี่ยง ด้วยความกลัวและตื่นตระหนก แต่ควรมองในมิติของโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ

    ผมขอเสนอแนวทางสำคัญ 5 ประการ ดังนี้

    1. ใช้โอกาสราคาพลังงานโลกเพื่อเร่งลงทุนพลังงานใหม่ของไทย
      วิกฤตพลังงานโลกทำให้หลายประเทศเร่งลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน

    ประเทศไทยควรใช้ช่วงเวลานี้เร่งพัฒนาศูนย์กลางธุรกิจพลังงาน (Energy Hub) ของภูมิภาค ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และเพิ่มการผลิตพลังงานสะอาด เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    1. ใช้ความไม่แน่นอนของโลกดึงการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย
      เมื่อโลกเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนจำนวนมากมองหาประเทศที่มีเสถียรภาพ และมีฐานอุตสาหกรรมที่หลากหลาย

    ประเทศไทยสามารถใช้จุดแข็งนี้ดึงดูดการลงทุนใหม่ ส่งเสริมการย้ายฐานการผลิต สร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ ให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพและปลอดภัย (Stable and Safe Economic Hub) ของภูมิภาค

    รัฐบาลอาจใช้โอกาสวิกฤตโลกนี้ ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ภาคใต้ (Southern Land Bridge Project) เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน

    ทั้งจากกลุ่มประเทศพันธมิตรของประเทศไทย และประเทศมหาอำนาจ เพื่อประกันความปลอดภัย ลดความเสี่ยงของระบบเศรษฐกิจโลกในเอเชีย

    หากเกิดวิกฤตช่องแคบไต้หวันขึ้นมาอีก ก็จะช่วยให้ระบบอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Industry) หรืออุตสาหกรรมการผลิตชิปอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่า 60% ของโลก มีความปลอดภัยมากขึ้น

    1. ยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงการท่องเที่ยวของเอเชีย
      ในขณะที่วิกฤตตะวันออกกลางลุกลามไต่ระดับสูงขึ้น ประเทศที่สามารถสร้างภาพลักษณ์ว่า “ปลอดภัยและมีเสถียรภาพ” จะได้เปรียบด้านการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน

    ประเทศไทยจึงควรเร่งยกระดับระบบท่องเที่ยวปลอดภัย (Safe Tourism Destination) อย่างจริงจัง โดยลงทุนด้านความปลอดภัยการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 300%

    ครอบคลุมสนามบิน โรงแรม สถานบันเทิง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และระบบขนส่ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยของโลก (World Safe Tourism Destination)

    ใช้กองกำลังผสมตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ปรากฏตัวในพื้นที่สาธารณะอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่เป้าหมายที่มีความเสี่ยง (Soft Target)

    แนวทางสำคัญที่ต้องทำทันที คือการใช้ “การข่าวนำการป้องกัน” (Intelligence-led Security) ผ่านความร่วมมือข่าวกรองระหว่างประเทศ และการวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทาง เพื่อประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า

    ควบคู่กับการพัฒนาระบบกล้องอัจฉริยะ การฝึกอบรมบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ

    หลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ใช้แนวทางนี้เพื่อสร้างผลยับยั้งต่อผู้ก่อเหตุ และลดความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุจริง

    ในขณะเดียวกัน ความมั่นคงการท่องเที่ยวไม่สามารถพึ่งพาเจ้าหน้าที่รัฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจ หน่วยข่าวกรอง ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว การปกครองท้องถิ่น และภาคประชาชน

    ซึ่งถือเป็น “ด่านเฝ้าระวังชั้นแรกของสังคม (First Line of Awareness)” เพราะเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่จริง และสามารถสังเกตพฤติกรรมผิดปกติได้ก่อนเกิดเหตุ

    หลายประเทศใช้แนวคิด Community-based Security หรือความมั่นคงแบบมีส่วนร่วมของสังคม เช่น โมเดล Total Defence ของสิงคโปร์ และระบบการเฝ้าระวังหลายชั้นของอิสราเอล

    สำหรับประเทศไทย แนวคิด “ประชาชนเป็นหูเป็นตาของรัฐ” ควรถูกยกระดับไปสู่การสร้างความตระหนักของภาคประชาชน (Public Awareness) การฝึกอบรมผู้ประกอบการ และเครือข่ายแจ้งเตือนภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว

    ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะด้านความปลอดภัย และการสื่อสารกับสังคมอย่างถูกต้อง เพื่อให้การมีนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ถูกมองเป็นภัยความมั่นคง

    แต่เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ได้รับการคุ้มครองด้วยระบบความปลอดภัยที่เข้มแข็ง

    เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวในโลก และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่มีเสถียรภาพของเอเชีย

    1. เสริมบทบาททางการทูตของไทยในเวทีโลก
      ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านการทูตแบบสมดุล และมีความสัมพันธ์กับหลายภูมิภาค

    รัฐบาลสามารถใช้โอกาสนี้เสนอประเทศไทยเป็นพื้นที่แห่งการเจรจาและไกล่เกลี่ย (Dialogue หรือ Mediation) เพื่อเสริมบทบาทในเวทีภูมิภาค และยกระดับภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก

    ข้อสรุปเชิงยุทธศาสตร์

    วิกฤตของโลกไม่ใช่เพียงความเสี่ยง แต่คือช่วงเวลาที่ประเทศต่าง ๆ สามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้

    ประเทศไทยควรใช้ช่วงเวลานี้เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ยกระดับความปลอดภัยของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และใช้พลังทางวัฒนธรรมเป็น Soft Power

    เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ และยกระดับบทบาทของประเทศในเวทีโลก

    ในช่วงที่วิกฤตตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของเส้นทางพลังงานโลก รวมถึงความเสี่ยงที่อาจลามไปถึงช่องแคบมะละกา และช่องแคบไต้หวัน

    ประเทศไทยจำเป็นต้องดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์อย่างเร่งด่วน ภายใต้ความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร เปิดพื้นที่รองรับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของโลก เพื่อให้ประเทศไทยไม่เพียง “รอดพ้นจากวิกฤต” แต่สามารถ “เติบโตจากวิกฤต” และยกระดับศักยภาพของประเทศในระบบเศรษฐกิจโลกได้อย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5689872/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1dhvqarulw-c3Z60EQJtjw

  • สงครามตะวันออกกลางเริ่มกระทบท่องเที่ยวพัทยา : รอบวันทันเหตุการณ์ 12.00น./ วันที่ 15 มี.ค. 69

    สงครามตะวันออกกลางเริ่มกระทบท่องเที่ยวพัทยา : รอบวันทันเหตุการณ์ 12.00น./ วันที่ 15 มี.ค. 69

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/FFTv3xh4E7Y&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SJBupjHmrLUjX8DynjeOr

  • ชาวไทย-มาเลย์ เฮ เพิ่มเวลาเปิด 3 ด่านพรมแดนที่นราธิวาส กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า ท่องเที่ยว

    ชาวไทย-มาเลย์ เฮ เพิ่มเวลาเปิด 3 ด่านพรมแดนที่นราธิวาส กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า ท่องเที่ยว

    ชาวไทย-มาเลย์ เฮ เพิ่มเวลาเปิด 3 ด่านพรมแดนที่ จ.นราธิวาส กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวชายแดน

    เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นายชาคริต สุรณัฐกุล รอง ผวจ.นราธิวาส ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมความพร้อมและความเรียบร้อย การเปิดด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ที่เชื่อมต่อกับด่านรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ที่ทางจังหวัดนราธิวาสได้มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งประสานผ่านสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เพื่อประสานไปยังรัฐบาลมาเลเซีย เรื่องขอให้พิจารณาปรับเวลาเปิดด่านพรมแดน ที่เชื่อมต่อกับจังหวัดนราธิวาสให้กลับมาเปิดในเวลา 06.00 น. ตามเวลาประเทศมาเลเซีย หรือ เวลา 05.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเป็นเวลาเดิมก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อประมาณปลายปี พ.ศ. 2562

    ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยของประเทศมาเลเซีย ได้ตอบรับแนวทางตามข้อเสนอดังกล่าว และเห็นชอบให้เปิดด่านรันตูปันยัง ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ด่านเปิงกาลันกูโบร์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ อ.ตากใบ และด่านบูกิตบุหงา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ อ.แว้ง ในเวลา 06.00 น. ตามเวลาในประเทศมาเลเซีย หรือตรงกับเวลา 05.00 น. ของประเทศไทย โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ด่านพรมแดนทั้ง 3 ด่าน จะเปิดพร้อมกันในเวลา 05.00 น. แต่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก จะปิดเวลา 21.00 น. ส่วนด่านพรมแดนตากใบและด่านบูเก๊ะตา จะปิดในเวลา 18.00 น. พร้อมกันทุกวัน ตั้งแต่วันนี้

    โดยมีนายซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโก-ลก พ.ต.อ.พลูศักดิ์ แก้วสีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก และรองนายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก ร่วมให้การต้อนรับ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ทราบข่าวและแห่เดินทางเข้าออกระหว่างพรมแดนทั้ง 2 ฟากฝั่ง และได้สร้างความพึงพอใจให้กับพี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียเป็นอย่างมาก นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ ระหว่างไทยและมาเลเซีย โดยเฉพาะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนให้ดียิ่งขึ้นโดยเร็ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/south/2920151&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xomc0Esv7YHuj7aPriChj

  • ทะเลเดือด! นักวิ่งบิกินีแน่นหาดชะอำ รันวงการท่องเที่ยวเพชรบุรีรับหน้าร้อน

    ทะเลเดือด! นักวิ่งบิกินีแน่นหาดชะอำ รันวงการท่องเที่ยวเพชรบุรีรับหน้าร้อน

    ภูมิภาค

    ทะเลเดือด! นักวิ่งบิกินีแน่นหาดชะอำ รันวงการท่องเที่ยวเพชรบุรีรับหน้าร้อน

    วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.43 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ณ ชายหาดหน้าโรงแรมลองบีชชะอำ จ.เพชรบุรี นายพลกฤต พวงวลัยสิน ปลัดจังหวัดเพชรบุรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปล่อยตัวและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขันวิ่งรายการ ‘CHA-AM BIKINI BEACH RUN 2026’ (ชะอำ บิกินี บีชรัน 2026) ครั้งที่ 17 โดยมี นางดวงใจ คุ้มสะอาด ผอ.ททท.สำนักงานเพชรบุรี และ นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก พร้อมคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติร่วมให้การต้อนรับ

    บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจาก 10 ประเทศทั่วโลก ต่างพร้อมใจกันสวมใส่ชุดบิกินีและชุดแฟนซีสุดเซ็กซี่มาร่วมสร้างสีสันรับอรุณริมทะเล โดยมีการแข่งขันแบ่งเป็น 2 ระยะทาง ได้แก่ ฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon) 21.1 กิโลเมตร และระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายและความสนุกสนานตลอดเส้นทาง

    นายพลกฤต พวงวลัยสิน ปลัดจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการความร่วมมือระหว่างจังหวัดเพชรบุรี สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก เทศบาลเมืองชะอำ และพันธมิตร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ช่วงฤดูร้อน (High Season) รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด

    “ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และภาคบริการในพื้นที่ แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ชายหาดชะอำในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับสากล และแสดงถึงศักยภาพของจังหวัดเพชรบุรีในการเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดกิจกรรมระดับประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม” นายพลกฤต กล่าว

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/469254&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XyY2rD7oTBOI1gda5eLeR

  • “นิพนธ์” เปิดมหกรรมไท้เก๊กมังกรหาดใหญ่ ดึงกว่า 2,000 คนร่วมฟื้นพลังเมืองท่องเที่ยว

    “นิพนธ์” เปิดมหกรรมไท้เก๊กมังกรหาดใหญ่ ดึงกว่า 2,000 คนร่วมฟื้นพลังเมืองท่องเที่ยว

    นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมไท้เก๊กมังกรหาดใหญ่ ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมวัฒนธรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

    พร้อมทั้งสร้างพื้นที่ให้ประชาชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน และเชื่อมโยงสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจท้องถิ่นเข้าด้วยกัน

    ภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 คน จากทั่วประเทศ รวมถึงผู้ร่วมกิจกรรมจากประเทศมาเลเซีย สะท้อนให้เห็นถึงพลังของกิจกรรมสร้างสุขภาพที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนและสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวให้กับพื้นที่หาดใหญ่ได้อย่างคึกคัก

    นายนิพนธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันในช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังจากอำเภอหาดใหญ่และหลายพื้นที่ของจังหวัดสงขลาเผชิญเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่

    ซึ่งทุกฝ่ายได้ร่วมกันฟื้นฟูและช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ จนสถานการณ์กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

    “การจัดกิจกรรมในวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญว่า หาดใหญ่กลับมาพร้อมแล้ว ทั้งในการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ การต้อนรับนักท่องเที่ยวและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เพื่อให้เศรษฐกิจของจังหวัดสงขลากลับมาคึกคัก และเดินหน้าต่อในฐานะเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้”นายนิพนธ์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/739406&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lc7Lury_CwQ2CNbSCtj9C

  • นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำ น้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

    นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำ น้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

    นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำ น้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

    นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำ น้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

    15 เวลา 11.50 น. ณ ห้องประชุมชี้แจงคณะกรรมาธิการฯ (สส.) ห้อง CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 4/2569

    โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วม รวมทั้ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมประชุมในรูปแบบ online ตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคง การท่องเที่ยว แรงงาน และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมทั้งในรูปแบบ onsite และ online โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

    นายกรัฐมนตรี ยืนยัน สถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤต  การเติมน้ำมันตามสถานีบริการยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน

    นายกรัฐมนตรีระบุว่า ความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์  ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท   ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน เชื่อว่า ผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง จะช่วยสร้างความมั่นใจ ถึงปริมาณน้ำมันในประเทศว่า ยังเพียงพอ และไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน
     

    นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ย้ำ น้ำมันไม่ขาดแคลน ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

    นายกรัฐมนตรี ยังหารือกับผู้ค้าน้ำมันพิจารณาบริหารการจำหน่ายอย่างเหมาะสม หากพบการซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ เช่น การนำรถบรรทุกหรือถังขนาดใหญ่เข้ามาซื้อเพื่อกักตุน อาจใช้ดุลยพินิจจำกัดการขาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการตามปกติ

    ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้เสนอให้แยกช่องทางการจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรมหรือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้น้ำมันจำนวนมาก โดยให้จัดส่งผ่านระบบขายส่งหรือการเติมในถังของหน่วยงานโดยตรง แทนการมาใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดความแออัดและความกังวลของประชาชน

    นายกรัฐมนตรีย้ำว่า หน่วยงานด้านพลังงานของไทย ยังคงสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการเจรจาซื้อก๊าซและเชื้อเพลิงจากประเทศนอกภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานของประเทศ

    “สิ่งสำคัญที่สุด ในขณะนี้คือการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน และยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดการขาดแคลนน้ำมันในระยะใกล้” นายกรัฐมนตรียืนยัน

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศไทยยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยหากนำน้ำมันดิบที่มีอยู่มาก จะสามารถรองรับความต้องการได้ประมาณ 96 วัน   ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่การขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการระบบขนส่งและการกระจายไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอ เปรียบเสมือนตู้เอทีเอ็มที่แม้จะมีเงินสำรองจำนวนมาก แต่หากประชาชนกังวลและแห่ถอนเงินพร้อมกัน ก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีเงินไม่เพียงพอ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/614605&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18_EoKPQDe-jsbgLrVOaKf

  • คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ต้อนรับนักเรียน รร.จันทร์หุ่นบำเพ็ญ เปิดโลกอาชีพสายภาษา

    คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ต้อนรับนักเรียน รร.จันทร์หุ่นบำเพ็ญ เปิดโลกอาชีพสายภาษา

    คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ต้อนรับนักเรียน รร.จันทร์หุ่นบำเพ็ญ เปิดโลกอาชีพสายภาษา ต่อยอดอาชีพมัคคุเทศก์และงานบริการโรงแรมระดับสากล

    คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรมอบรมเชิงวิชาการเพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพ ภายใต้หัวข้อ “Empowering Languages, Inspiring Careers” ให้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายศิลป์ภาษา จากโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ จำนวน 54 คน พร้อมคณะครู เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดมุมมองให้นักเรียนเห็นว่า ทักษะทางภาษาเป็นกุญแจสำคัญในการต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การจัดงานอีเวนต์ และธุรกิจบริการระดับสากล
    u
    นักเรียนได้ร่วมเรียนรู้ผ่านการบรรยายและกิจกรรมเชิงปฏิบัติการจากคณาจารย์ของคณะฯ โดยมี อาจารย์พรทิพย์ บุญเที่ยงธรรม หัวหน้าทีมการตลาดและประชาสัมพันธ์ และอาจารย์ประจำหลักสูตรการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อ “เปิดโลกเส้นทางอาชีพมัคคุเทศก์” ซึ่งช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของมัคคุเทศก์ในฐานะอาชีพที่ต้องใช้ความสามารถด้านภาษา การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน รวมถึงกิจกรรมทดสอบความรู้ทางภาษาและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการท่องเที่ยว นอกจากนี้ นักเรียนยังได้เรียนรู้ทักษะงานบริการในธุรกิจโรงแรมผ่านกิจกรรม และ Workshop “การปูเตียงโรงแรมมาตรฐานระดับ 5 ดาว” โดยมี อาจารย์ปรัทยุมน เลปนานนท์ อาจารย์ประจำหลักสูตรการโรงแรมและธุรกิจอาหาร เป็นผู้ถ่ายทอดเทคนิคการปฏิบัติงานตามมาตรฐานโรงแรมระดับสากล เพื่อสะท้อนทักษะพื้นฐานในสายงานบริการที่ต้องอาศัยความละเอียด ความเป็นมืออาชีพ และการทำงานเป็นทีม 
    3_0
    อาจารย์พรทิพย์ บุญเที่ยงธรรม หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า “ปัจจุบันโลกการทำงานต้องการบุคลากรที่มีความสามารถด้านภาษาและเข้าใจวัฒนธรรมที่หลากหลาย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การจัดอีเวนต์ การบริการโรงแรม และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นหนึ่งในเส้นทางอาชีพที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เรียนสายภาษาได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ กิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางของมหาวิทยาลัยที่มุ่งปลุกพลัง–สนับสนุน–ส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียน ให้เห็นเส้นทางอาชีพในอนาคต และเตรียมความพร้อมสู่การเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาอย่างมีเป้าหมาย”

    บรรยากาศการอบรมเป็นไปอย่างคึกคัก นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วม ทำให้เข้าใจภาพจริงของการทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ขณะที่ คณะครูจากโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญได้สะท้อนความประทับใจว่า “กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้นักเรียนได้เห็นแนวทางการศึกษาต่อที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการนำทักษะด้านภาษาไปต่อยอดสู่อาชีพในอนาคต”
    q
    กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งนำโดย ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี ที่พร้อมให้มหาวิทยาลัยเป็นเครือข่ายพันธมิตรทางการศึกษาที่สนับสนุนโรงเรียนต่างๆ ผ่านการจัดกิจกรรมบริการวิชาการที่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพ เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และ ได้รู้จักทักษะที่จำเป็นต่อโลกการทำงานที่เป็นสากลมากขึ้น และพร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับโรงเรียนในเครือข่ายทั้งระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน สร้างแรงบันดาลใจด้านอาชีพ และเตรียมกำลังบุคลากรที่มีคุณภาพสู่ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการของประเทศในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9878434/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01V6ginxHzPVwuA6zbEHtA

  • ปลัดท่องเที่ยวฯ ยินดี ผลสำรวจอินไซต์ท่องเที่ยวปี 2026 ไทยครองแชมป์จุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวยึด“Tourism Hub” ของภูมิภาค

    ปลัดท่องเที่ยวฯ ยินดี ผลสำรวจอินไซต์ท่องเที่ยวปี 2026 ไทยครองแชมป์จุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวยึด“Tourism Hub” ของภูมิภาค

    ปลัดท่องเที่ยวฯ ยินดี ผลสำรวจอินไซต์ท่องเที่ยวปี 2026 ไทยครองแชมป์จุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวยึด“Tourism Hub” ของภูมิภาค


    14/03/2569 | 98 |

    (14 มี.ค. 69) นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 217 ล้านคน บนแพลตฟอร์ม ทริปดอทคอม ปรากฏว่า ประเทศไทยยังคงเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง 

    ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวระบุว่า ในการจัดอันดับ Global 100 Must-Visit Destination ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับมากถึง 33% ของจุดหมายปลายทางทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยครองแชมป์จุดหมายปลายทางระดับโลก

    นอกจากนี้ ประเทศไทยยังครองสัดส่วนสูงในหลายหมวดหมู่การท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาค เช่น 57% ของจุดหมายปลายทางด้าน Family-Friendly Destination สำหรับการท่องเที่ยวกับครอบครัว 50% ของจุดหมายปลายทางในหมวด ชายหาดและเกาะยอดนิยม 41% ของกิจกรรมท่องเที่ยวแนะนำในภูมิภาค
    36% ของจุดหมายปลายทางด้าน อาหารและร้านอาหารยอดเยี่ยม พร้อมกันนี้ ข้อมูลยังชี้ว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา การจองทริปเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 24% บนแพลตฟอร์มดังกล่าว ซึ่งสถิติทั้งหมดนี้สะท้อนถึง ความสำเร็จและความทุ่มเทของรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกและพลังขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รวมถึงประเทศไทยยังมีจุดแข็งทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ อาหาร วัฒนธรรม และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ซึ่งสามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม

    นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวได้แสดงแนวโน้มสำคัญว่า นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ตอบโจทย์ตลาดโลกในอนาคต

    “ข้อมูลอินไซต์จากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลกยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคและระดับโลก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับคุณภาพประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว และนำประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป” นางสาวนัทรียา กล่าว


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/485381&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zY68EOd1lAADFPdwjGgeC

  • “อรรถกร” บอกแนวทางโหวต ปธ.สภา “กล้าธรรม” กลางๆ เผย “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้เป็นเอกภาพ

    “อรรถกร” บอกแนวทางโหวต ปธ.สภา “กล้าธรรม” กลางๆ เผย “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้เป็นเอกภาพ

    “อรรถกร” บอกแนวทางโหวต ปธ.สภา “กล้าธรรม” กลางๆ เผย “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้เป็นเอกภาพ

    วันที่ 15 มี.ค. 2569 เมื่อเวลา 08.05 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม เปิดเผยก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงทิศทางการโหวตตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ ว่า วันนี้จะมีการหารือต่อในช่วงเช้า หลังจากเมื่อวานนี้ได้มีการหารือกันไปแล้ว ว่าอยากจะทำงานและมีแนวทางอย่างไร

    ส่วนแนวทางการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะงดออกเสียงหรือไม่เห็นด้วย นาย อรรถกร ย้อนถามสื่อทีเล่นทีจริงว่า “มีให้เลือกสองทางหรือ”

    ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหรือพรรคกล้าธรรมจะโหวตเห็นด้วย นาย อรรถกร กล่าวว่าขอเวลา จะสรุปกันก่อนประชุม โดยมติจะเป็นเอกภาพ

    และเมื่อถามย้ำอีกว่าจากการหารือในเบื้องต้นเมื่อวานนี้ ทิศทางสส. นั้นไปทางไหนระหว่างเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย นาย อรรถกร กล่าวว่า “กลางๆ ”

    ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่ากลางๆหมายถึงงดออกเสียงใช่หรือไม่ นาย อรรถกร กล่าวว่ายังไม่ได้พูดนะครับแต่ก็กลางๆ เพราะมีความเห็นของเพื่อนสมาชิกที่หลากหลาย ก็เลยได้ให้การบ้านกลับไปคิดหนึ่งคืน

    นาย อรรถกร ยังเปิดเผยด้วยว่า ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนาง นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ไม่ได้บังคับ แต่ถามใจตั้งแต่วันแรก ก็อยากให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/143421&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OCrviQWHp2kMK8XkHUkG1