Category: ท่องเที่ยว

  • เทรนด์ใหม่ “น็อคทัวริซึม” เที่ยวหลบลมร้อนยามค่ำคืน | เดลินิวส์

    เทรนด์ใหม่ “น็อคทัวริซึม” เที่ยวหลบลมร้อนยามค่ำคืน | เดลินิวส์

    มุ่งเน้นการสัมผัสบรรยากาศยามราตรี เช่น การดูดาว ชมแสงเหนือ เดินชมเมืองยามค่ำคืน หรือซาฟารีตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนในตอนกลางวันและหาประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างจากช่วงกลางวัน

    และนี่คือหนึ่งในสินค้าทางการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่นำเสนอการท่องเที่ยวในภาคกลางคืนแบบหลบเลี่ยงความร้อนแรงของแสงแดดในช่วงกลางวัน และฟินกับยามค่ำคืนอันสงบเงียบกับ FROM DUSK TILL DAWN” 60 เส้นทางท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่มีความพิเศษภายใต้แนวคิด An Unforgettable Magical Night” มีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานกับกิจกรรมท่องเที่ยวยามค่ำคืนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาทิ โรงแรมระดับลักชัวรีที่มีการจัดกิจกรรมยามค่ำคืน ทั้งดูดาว ชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ ส่องสัตว์ ดินเนอร์ใต้แสงไฟพร่วงพราว ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งช่วงพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า มนต์เสน่ห์แห่งแสงจันทร์ แสงดาว ค่ำคืนชวนฝัน ไปจนถึงเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด กับ 5 เส้นทาง ตัวอย่างที่เหมาะสำหรับกลุ่มคู่รักและครอบครัว

    ออกสตาร์ทด้วย Radiant Sunset family Voyage, Pattaya” เส้นทางพัทยา 2 วัน 1 คืน จุดหมายที่รวมความสุขของคนทุกวัย ทั้งธรรมชาติ ศิลปะ กิจกรรมสร้างสรรค์ และบรรยากาศริมทะเล เริ่มที่ “สวนสัตว์เปิดเขาเขียว” พบสัตว์กว่า 300 ชนิดที่มีดาวเด่นอย่าง “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระขวัญใจใครหลายคน ยามค่ำคืนมีกิจกรรมส่องสัตว์ในบรรยากาศเร้นลับน่าตื่นเต้น เข้าพักที่ “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” โรงแรมธีมอวกาศแห่งแรกของไทย มาพร้อมสวนน้ำและแอสโตรคลับ แล้วออกมาท่าเรือบาลีฮายขึ้นเรือ “โอเชียน สกาย พัทยา” ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ไฮไลต์ตกหมึกสด ๆ และดินเนอร์ซีฟู้ดบนดาดฟ้าเรือท่ามกลางแสงดาวนับพัน

    เปิดโลกแห่งจินตนาการที่ “อาร์ต อิน พาราไดซ์ พัทยา” พิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติแห่งแรกของไทย ที่ทำให้ผู้ชมเป็นส่วนหนึ่งของผลงานศิลป์ ก่อนปิดทริปด้วยการออกอจญภัยบนเรือ “แบล็กเพิร์ล พัทยา” เรือท่องเที่ยวธีมโจรสลัดที่มีการแสดงบนเรือ พร้อมผจญภัยกับโลกใต้ทะเลหรือพายคยัค

    Enchanted Sky Family Adventure, Khao Yai” เส้นทางเขาใหญ่พาครอบครัวผจญภัย 2 วัน 1 คืน ท่ามกลางป่าไม้และทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เริ่มต้นที่ “หอศิลป์ทิพย์พิมาน” แกลเลอรีศิลปะที่เต็มไปด้วยสีสันและแรงบันดาลใจ เช็กอินที่ “เม มาต้า แกลมปิ้ง” วิลล่าไพรเวทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ที่มีกิจกรรมเด่นยามค่ำคืนอย่างล้อมวงรอบกองไฟ จิบชาอุ่น ๆ ระหว่างปิ้งมาร์ชเมลโล่ ชมท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว แล้วออกไปอจญภัยที่ “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ร่วมกิจกรรมส่องสัตว์เรียนรู้วิถีชีวิตสัตว์ป่าในธรรมชาติ

    เช้าวันรุ่งขึ้นมุ่งหน้าสู่ “รูทเซอร์ เขาใหญ่” สวนสนุกสำหรับเด็กและครอบครัวที่เต็มไปด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ ปิดท้ายที่ “ไทรสุก เขาใหญ่” ลิ้มลองไอศครีมโฮมเมดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและสัตว์ป่า พร้อมพื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าและธรรมชาติ

    Nightfall Serenity, Chiang Mai- Chiang Rai” เส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย 4 วัน 3 คืน ดินแดนแห่งขุนเขา หมอกบาง และแมกไม้เขียวขจี ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโรแมนติกท่ามกลางธรรมชาติและฟากฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว แถมด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เริ่มต้นที่เชียงรายกับ “วัดร่องเสือเต้น” วัดสีน้ำเงินสุดวิจิตร แล้วออกไป “สวรรค์บนดิน” เพลินกับการชงชาแบบดั้งเดิมและจิบชาอุ่น ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสงบเงียบ ต่อด้วย “สตาร์ดอย คอฟฟี่ แอนด์ ฟาร์มสเตย์” บ้านพักท่ามกลางขุนเขาที่มีดวงดาวนับพันให้ชื่นชมยามค่ำคืน

    ทักทายเช้าวันใหม่ด้วยการ “นั่งรถชมเมืองเชียงแสน” สัมผัสเส้นทางปรัวะติศาสตร์และวัฒนธรรมเก่าแก่ผ่านวัด วิถีชีวิตชาวบ้าน และตลาดท้องถิ่น แล้วไปเข้าพักที่ “ไร่รื่นรมย์” บ้านพักท่ามกลางไร่ออร์แกนิก ขึ้นไปนั่งบนดาดฟ้ารอเวลาพระอาทิตย์ตกและค่ำคืนแห่งดวงดาว

    สัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของ “หมู่บ้านแม่กำปอง” ชุมชนที่อยู่ท่ามกลางป่าที่โอบล้อมด้วยสายหมอกและเสียงน้ำตก เช็คอินที่ “ละ ลานนา” รีสอร์ทสไตล์ล้านนาที่ผสมผสานความเรียบง่ายและหรูหรา เพลิดเพลินกับดินเนอร์ใต้แสงดาว รุ่งขึ้นไปเสริมสิริมงคลที่ “วัดโลกโมฬี” วัดเก่าแก่กลางเมืองเชียงใหม่ ปิดท้ายด้วย “ข้าวโซอิ” ข้าวซอยในสไตล์ฟิวชั่นที่นำเมนูอาหารเหนือมาเล่าเรื่องใหม่

    Seaside Starlight Escape, Phuket – Phang Nga” เส้นทางภูเก็ต-พังงา 3 วัน 2 คืน ที่จะพาไปดื่มด่ำความรักท่ามกลางคลื่นและดวงดาว ณ ดินแดนแห่งทะเลสีคราม หาดทรายขาวละเอียด และทิวทัศน์อันงดงาม ของภูเก็ตและพังงา เหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ใช้เวลาส่วนตัวร่วมกันเติมเต็มเวลาดี ๆ

    เริ่มต้นที่ “สะพานไม้หาดในทอน” สะพานไม้ที่ทอดตัวยาวสู่ชายหาดสีขาว ฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ก่อนจะไปเชคอินที่ “ทิมเบอร์ โซไซตี้” ที่พักท่ามกลางป่าสวนยางที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันผสมผสานความสะดวกสบาย เดินเล่นรอบ ๆ สวนยางซึมซับความงดงามของป่า แล้วจึงออกมาดินเนอร์ที่ “ดารา ควิซีน” สัมผัสอาหารร่วมสมัยก่อนจะขึ้นไปชมท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว โดยมีกล้องดูดาวขนาดใหญ่พร้อมวิทยากรที่จะชวนชมกลุ่มดาว

    เช้าวันใหม่เริ่มต้นที่ “ชุมชนบ้านสามช่องเหนือ” สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ดินลัดเลาะตามซอยเล็ก ๆ ท่ามกลางหมู่บ้านไม้แบบดั้งเดิม เรียนรู้วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งงานฝีมือและกิจกรรมสร้างสรรค์ แล้วอย่าลืมหามุมถ่ายรูปสุดประทับใจในบรรยากาศอบอุ่น เปลี่ยนบรรยากาศไปพักที่ “บ่อแสนวิลล่า” ที่พักท่ามกลางทะเลสาบที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติแสนงดงาม

    เริ่มต้นวันสุดท้ายด้วยอาหารท้องถิ่นที่ “ครัวต้นฝนพังงา” อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านสดใหม่ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างแกงส้มปลา ใบเหลียงผัดไข่ และเมนูอาหารทะเลสดจากอ่าวพังงา แล้วออกเดินทางไป “บียอนด์ สกายวอล์ค นางชี” จุดชมวิวยอดนิยมของเสม็ดนางชี ดื่มด่ำกับทิวทัศน์หมู่เกาะหินปูนในทะเลอันดามัน

    และ Moonlit Romance in Bangkok” เส้นทางกรุงเทพ 2 วัน 1 คืน กับค่ำคืนโรมแมนติกใต้แสงจันทร์ในเมืองกรุง เริ่มต้นที่ “บ้านริมน้ำ ทรงวาด” คาเฟ่ริมน้ำบรรยากาศอบอุ่น ชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมกับจิบเครื่องดื่มและขนมไทย ก่อนจะไปนั่งรถบัสชมวิวกรุงเทพยามค่ำคืนกับ “ไทยบัสฟู้ดทัวร์” แล้วไปเช็กอินที่ “ลอยละล่องโฮเทล”

    เริ่มต้นวันใหม่ที่ “ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ” ร่วมกิจกรรมสังเกตดวงดาวและเรียนรู้จักรวาลไปด้วยกัน แล้วไปต่อที่ “สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” สวนลอยฟ้าใจกลางเมืองกรุงเทพ ชมวิวท้องฟ้าและแสงแดดยามเย็น จบที่ “อัครา สกาย หนุมาน” รูฟท็อปบาร์สุดโรแมนติก ดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ ระหว่างชมแสงไฟยามค่ำคืนท่ามกลางดวงจันทร์

    From Dusk till Dawn เป็นหนึ่งใน 11 สินค้าการท่องเที่ยวไฮไลต์ Tourism Product Highlight 2026” ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำเสนอโดยสะท้อนศักยภาพความหลากหลายด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย Luxury Voyage Thailand เส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหรูหรา มีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวผสมผสานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบอย่างยั่งยืน Romance in Thailand เส้นทางท่องเที่ยวและสถานที่สุดโรแมนติก สำหรับคู่รักและนักท่องเที่ยวรายได้สูง โดยผสานความงดงามของธรรมชาติ บริการระดับ World-class

    Thai Craft Destination สัมผัสเสน่ห์เมืองไทยผ่าน “เครื่องดื่มคราฟต์” (Craft Drinks) เส้นทางท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นเล่าเรื่องของวัตถุดิบท้องถิ่น และความพิถีพิถันจากผู้ผลิต Local Experience เส้นทางที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง สัมผัสประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม  Worth-Life Balance ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มุ่งส่งเสริมการดูแลสุขภาพทั้งกายและ ใจเพื่อสร้างสมดุลชีวิตอย่างแท้จริง 5 Must Do in Thailand เส้นทางไฮไลต์สุดคลาสสิกที่สะท้อน “สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาประเทศไทย” ทั้งแบบ Iconic และ Must-experience

    Travel with Care เส้นทางเที่ยวกระบี่รูปแบบใหม่ที่จะได้ทั้งดูแลทั้งโลกและกลับมาดูแลหัวใจตัวเอง ที่ไม่ได้จะมาเจอแค่แค่ทะเลสวย ผ่านวิถีธรรมชาติ และสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม ผ่าน 3 เส้นทาง Self Care, Nature Care และ Culture Care ต่อด้วย UNESCO Thailand 7 เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองสร้างสรรค์ตามเครือข่าย UNESCO Creative Cities ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล Krabi Prototype โมเดลการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดกระบี่ ที่ผสมผสานการท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และกิจกรรมที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ และ Rail Rover Thailand 10 เส้นทางการท่องเที่ยวรถไฟของประเทศไทย โดยเน้นการเดินทางอย่างช้า ๆ เพื่อให้สัมผัสทิวทัศน์ วิถีชีวิต และชุมชนตลอดทาง ติดตามรายละเอียดสินค้าการท่องเที่ยวไฮไลต์ “Tourism Product Highlight 2026” เพิ่มเติม ได้ที่ https://tourismproduct.tourismthailand.org หรือ โทร. 1672 Travel Buddy

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5685142/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ar6l5ZMPOZgIBcPn6j04t

  • รัฐบาลเดินหน้า ผลักดันไทยศูนย์กลางถ่ายทำภาพยนตร์ภูมิภาคเอเชีย

    รัฐบาลเดินหน้า ผลักดันไทยศูนย์กลางถ่ายทำภาพยนตร์ภูมิภาคเอเชีย

    รัฐบาลเดินหน้า ผลักดันไทยศูนย์กลางถ่ายทำภาพยนตร์ภูมิภาคเอเชีย

    วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.59 น.

    รัฐบาลเดินหน้าผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชีย เตรียมเข้าร่วมงาน FILMART 2026 ระหว่าง 17-20 มีนาคม ณ ฮ่องกง ตั้งเป้าดึงกองถ่ายฮ่องกง – จีน ลงทุนถ่ายทำในไทยกว่า 1,500 ล้านบาท

    15 มีนาคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมร่วมออกคูหานิทรรศการในงาน Hong Kong International Film and TV Market (FILMART) ระหว่างวันที่ 17 – 20 มีนาคม 2569 ณ Hong Kong Convention and Exhibition Centre เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยตั้งเป้าดึงดูดกองถ่ายภาพยนตร์และซีรีส์จากฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย คาดสร้างมูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท

    นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้ กรมการท่องเที่ยวจะนำเสนอข้อมูลศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติ พร้อมประชาสัมพันธ์ มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย (Cash Rebate) สูงสุด 30% รวมถึงการขออนุญาตถ่ายทำ และการอำนวยความสะดวกของหน่วยงานภาครัฐ ระบบการให้บริการด้านกองถ่าย สถานที่ถ่ายทำที่หลากหลาย สตูดิโอ อุปกรณ์การถ่ายทำ และบุคลากรด้านการผลิตภาพยนตร์ที่มีความพร้อมในการรองรับกองถ่ายจากทั่วโลก

    “สถิติการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ปี 2568 พบว่า กองถ่ายจากฮ่องกงเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเป็น อันดับที่ 7 สร้างมูลค่าการลงทุนกว่า 302 ล้านบาท ขณะที่กองถ่ายจากสาธารณรัฐประชาชนจีน อยู่ใน อันดับที่ 3 ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 372 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความสนใจของผู้ผลิตคอนเทนต์จากทั้งสองตลาดที่มีต่อประเทศไทย การเข้าร่วมงาน Hong Kong International Film and TV Market (FILMART) ถือเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชีย พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ผลิตภาพยนตร์ ผู้จัดจำหน่ายคอนเทนต์ และผู้ให้บริการด้านการผลิตจากนานาประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดกองถ่ายต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/952742&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_ayip6J16SvEmaYkqMo6u

  • “

    “รมว.ทส.สุชาติ” สั่งกรมอุทยานฯ คุมเข้ม อุทยานแห่งชาติทางทะเล​ ปลุกจิตสำนึก​ “เที่ยวทะเลไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม​” ภายใต้มาตรการ​ท่องเที่ยวอย่างเคารพกฎ​ เพื่อความยั่งยืนของท้องทะเลไทย


    8/03/2569 | 56 |

    (8 มี.ค. 69) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ บูรณาการการทำงานเพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล โดยเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าของชาติ และป้องกันความเสียหายต่อระบบนิเวศที่เปราะบาง​ โดยให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด​ ภายใต้มาตรการ “การท่องเที่ยวอย่างเคารพกฎ” มุ่งเน้นการจัดการขยะและการปกป้องระบบนิเวศ​ และสัตว์ทะเลหายากอย่างยั่งยืน 

    ทั้งนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯ​ ได้สั่งการให้อุทยานแห่งชาติทางทะเลดำเนินกิจกรรมภายใต้ โครงการ “อนุรักษ์ ทะเล” ตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา มาอย่างต่อเนื่อง​ โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลไทยผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว​ รวมถึงกำหนดแนวทางการสำรวจทรัพยากรทางทะเลอย่างต่อเนื่อง และการจัดการขยะทะเลที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและสัตว์ทะเลด้วยเช่นกัน​

    กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและทุกภาคส่วนปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด​ อาทิ การไม่เข้าพื้นที่หวงห้าม การพักค้างคืนเฉพาะในจุดที่ได้รับอนุญาต และการปฏิบัติตามมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว (Carrying Capacity) เพื่อลดความแออัดและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม​ ห้ามสัมผัส จับต้อง หรือเหยียบย่ำแนวปะการังโดยเด็ดขาด 

    รวมถึงห้ามการทิ้งสมอเรือในบริเวณแนวปะการังและพื้นที่อ่อนไหว 
    นอกจากนี้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม​ โดยเฉพาะครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการัง (ได้แก่ Oxybenzone, Octinoxate, 4-MBC และ Butylparaben) ตามประกาศคำสั่งกรมอุทยานฯ​ อีกทั้งขอความร่วมมือรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะลงสู่ทะเลและชายหาด พร้อมทั้งปฏิบัติตามมาตรการการจัดการขยะ​ โดนเฉพาะขยะอาหาร (Zero​ Food Waste) ที่ทุกอุทยานดำเนินการอย่างเป็นระบบ และโครงการขยะคืนถิ่น​ ที่นักท่องเที่ยวช่วยกันนำขยะที่นำเข้าไปกลับออกมาด้วยทุกครั้ง​ รวมถึงยังห้ามการนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) และโฟม เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติด้วย 

    ในการนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้กำหนดมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและจัดระเบียบกิจกรรมท่องเที่ยวในทุกพื้นที่​ โดยเฉพาะอุทยานฯยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก อาทิ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน, อุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี, อช.หมู่เกาะสุรินทร์, อช.ตะรุเตา, อช.หมู่เกาะอ่างทอง และอช.เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด​ เป็นต้น หากพบการฝ่าฝืนข้อห้ามหรือกระทำการใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายในอัตราโทษสูงสุดทันที 
    ​“เป้าหมายสำคัญของเราคือการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ การเข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติคือการเข้ามาในพื้นที่อนุรักษ์ที่ทุกคนต้องมีจิตสำนึกร่วมกัน การเคารพกฎกติกาไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องระบบนิเวศให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นการส่งต่อมรดกทางธรรมชาติที่สวยงามให้แก่คนรุ่นหลังสืบไป”


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/483302&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rBWftHkIOkI2fcPwUGyBE

  • กำแพงเพชรกระหึ่ม! เปิดฉากแรลลี่รถคลาสสิก ครั้งที่ 1 ปี 69 ดึงนักแข่งต่างชาติร่วมคึกคัก | TOPNEWS

    กำแพงเพชรกระหึ่ม! เปิดฉากแรลลี่รถคลาสสิก ครั้งที่ 1 ปี 69 ดึงนักแข่งต่างชาติร่วมคึกคัก | TOPNEWS

    วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่โรงเรียนสหวิทยา ต.ทรงธรรม อ.เมือง นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดการแข่งขันรถยนต์แรลลี่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ในระยะยาว โดยมีนายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต 4, นายคุณปิณ ติรณศักดิ์กุล ว่าที่ที่ปรึกษาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต 4 นายประจวบ ชมพู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าขุนราม และคณะผู้จัดงาน Classic/RWD Rally Thailand ตลอดจนผู้เข้าร่วมทำการแข่งขัน เข้าร่วมพิธีเปิดในวันและเวลาดังกล่าว

    นายประจวบ ชมพู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าขุนราม ในนามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และคณะผู้จัดงาน Classic/RWD Rally Thailand กล่าวว่า การแข่งขันรถยนต์คลาสสิคแรนลี่ในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยชมรมคลาสสิกแรนลี่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดกำแพงเพชร รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีผ่านกิจกรรมกีฬายานยนต์ในระดับนานาชาติ กิจกรรมลักษณะนี้ทางชมรมได้เคยจัดมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งในแต่ละครั้งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมชมกิจกรรมรวมหลายพันคน โดยเฉพาะเยาวชนและครอบครัวในพื้นที่ ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้กิจกรรมสร้างสรรค์ เกิดความภาคภูมิใจและความคึกคักในชุมชนอย่างเห็นได้ชัด

    ด้วยกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องและศักยภาพของจังหวัดกำแพงเพชรในการรับรองกิจกรรมขนาดใหญ่ คณะผู้จัดงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จึงเห็นสมควรผลักดันให้การแข่งขันรายการนี้เป็นกิจกรรมประจำปีของจังหวัดฯ เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ในระยะยาว สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ มีรถแข่งจากประเทศไทยและต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 50 คัน โดยมีนักแข่งจาก ญี่ปุ่น สวีเดนและสหราชอาณาจักร รวมผู้ร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นกว่า 300 คน

    จากจำนวนผู้เข้าร่วมดังกล่าวคาดว่าก่อให้เกิดการใช้จ่ายในพื้นที่ ทางด้านที่พัก ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดไม่น้อยกว่าหลายพันล้านบาท อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชรในวงกว้าง การจัดงานได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานราชการ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ได้ร่วมกันอำนวยความสะดวก ดูแลความเรียบร้อย และสนับสนุนในทุกด้านเป็นอย่างดี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1509891&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mPNwSUdOwlDdjhBQ3x-_B

  • ตราดผนึกกำลังจัด “เอ็กซ์เรซ โอเชียน เกาะช้าง 2026” ดันเกาะช้างสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬาระดับโลก

    ตราดผนึกกำลังจัด “เอ็กซ์เรซ โอเชียน เกาะช้าง 2026” ดันเกาะช้างสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬาระดับโลก

    วันที่ 8 มีนาคม 2569 นายพีระ เอี่ยมโสภณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ร่วมกับ ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด, นายเนรมิต สงแสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบริษัท สปอร์ตเอ็กซ์โซลูชั่น จำกัด จัดงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวิ่งผจญภัยระดับนานาชาติ “XRACE OCEAN: KOH CHANG 2026” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 3 พฤษภาคม 2569 ณ บริเวณน้ำตกคลองพูล ต.เกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับจังหวัดตราดให้ก้าวสู่การเป็น Sports Tourism Destination ระดับสากล พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในช่วง Low Season (Green Season)

    นายพีระ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญภายใต้นโยบายส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ของจังหวัดตราด โดยผสานกิจกรรมกีฬาท้าทายเข้ากับเสน่ห์ของธรรมชาติบนเกาะช้าง ซึ่งมีทั้งผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์และท้องทะเลอันงดงาม ทางจังหวัดได้เตรียมความพร้อมอย่างรัดกุมในทุกด้าน ทั้งมาตรฐานความปลอดภัย ระบบการคมนาคม และที่พัก เพื่อรองรับนักกีฬาและผู้ติดตามกว่า 1,200 คน สำหรับรายการ XRACE OCEAN ไม่ใช่เพียงการแข่งขันวิ่งทั่วไป แต่เป็นการแข่งขันวิ่งผจญภัย(Adventure / Obstacle Race) ที่ออกแบบมาเพื่อท้าทายทั้งร่างกายและจิตใจของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน

    นายสมชาย กูลแก้ว ตัวแทนผู้จัดงานจากบริษัท สปอร์ตเอ็กซ์โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า“การแข่งขันในปีนี้ได้ยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล โดยนำระบบ Timing Chip ที่สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมน้ำและโคลนมาใช้ในการจับเวลา พร้อมทีมกู้ภัยทางทะเล (Sea Rescue) ที่ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เสน่ห์สำคัญของสนาม XRACE บนเกาะช้าง คือด่านอุปสรรคที่สร้างจาก
    วัสดุธรรมชาติ และยังมี ‘ด่านลับ’ ที่จะสร้างความตื่นเต้นและเซอร์ไพรส์ให้กับนักกีฬาตลอดเส้นทางการแข่งขัน”การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก เพื่อรองรับนักกีฬาตั้งแต่ระดับมืออาชีพจนถึงผู้รักการออกกำลังกายทั่วไป ได้แก่
    AQUAMAN (Open Water Swimming)การแข่งขันว่ายน้ำในทะเลเปิด ระยะ 1K, 3K และ 5K SUPER AQUAMAN (Swim + Run + OCR) การแข่งขันที่รวมความท้าทายของการว่ายน้ำ วิ่ง และฝ่าด่านอุปสรรค ระยะ 5K (10 ด่าน), 10K (15 ด่าน) และ 15K (20 ด่าน)SUPER SPRINT (OCR) การแข่งขันวิ่งฝ่าด่านอุปสรรค สำหรับสายลุยโดยเฉพาะระยะ 5K, 10K และ 15KBEACH BAREFOOT SPRINT (3K Beach Run)กิจกรรมพิเศษ วิ่งเท้าเปล่าริมหาดคลองพร้าวจัดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 2 พฤษภาคม 2569ในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ นายเนรมิต สงแสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ดำเนินภายใต้แนวคิด Eco-tourism Innovation โดยมีมาตรการบริหารจัดการขยะอย่างเข้มงวดตามแนวทาง Zero Waste เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดนอกจากนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากการสมัครแข่งขันจะนำไปสมทบทุนให้แก่ “มูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล” เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ

    ด้านนายกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด กล่าวว่าไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันอย่าง Open Water Swimming ในทะเลเปิดของเกาะช้าง จะช่วยสร้างประสบการณ์ Unseen ที่แตกต่าง และสามารถสร้างการบอกต่อผ่าน Viral Marketing ได้อย่างรวดเร็ว

    โดย ททท. ได้สนับสนุนการใช้ตราสัญลักษณ์ Amazing Thailand เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์และดึงดูดนักท่องเที่ยวสาย Adventure จากทั่วโลก ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    www.xraceasia.comหรือสามารถติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook Page: XRACE

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/133591&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PSXL68W6FSqTYDWoQxc9r

  • ศึกตะวันออกกลางดันตั๋วบินพุ่ง ท่องเที่ยวไทยเสี่ยงสูญรายได้เกือบ 3 แสนล้าน

    ศึกตะวันออกกลางดันตั๋วบินพุ่ง ท่องเที่ยวไทยเสี่ยงสูญรายได้เกือบ 3 แสนล้าน

    ศึกตะวันออกกลางดันตั๋วบินพุ่ง ท่องเที่ยวไทยเสี่ยงสูญรายได้เกือบ 3 แสนล้าน

    นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุสู้รบในตะวันออกกลางต่อเนื่องกว่า 1 สัปดาห์ ภาคการท่องเที่ยวเริ่มได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งด้านต้นทุนการเดินทางและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 

    ปัจจัยสำคัญมาจากการปิดน่านฟ้าในบางพื้นที่ ทำให้สายการบินจำนวนมากต้องยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน 

    โดยเฉพาะเที่ยวบินระยะไกลจากยุโรปที่ปกติใช้เมืองศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ อาบูดาบี และโดฮา เป็นจุดพักเครื่อง ส่งผลให้ค่าตั๋วเครื่องบินในเส้นทางระยะไกลปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 100% 

    ทั้งนี้ สทท.ประเมินเบื้องต้นว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อเป็นเวลา 1 เดือน ตลอดเดือนมีนาคมนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยอาจลดลงไม่น้อยกว่า 300,000 คน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดหลักของการเดินทางระยะไกล ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวหายไปเกือบ 300,000 ล้านบาท

    “ผลกระทบดังกล่าวอาจทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดย สทท. คาดว่าทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 33 ล้านคน ต่ำกว่าเป้าหมายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ตั้งไว้ 36.7 ล้านคน แม้จะยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2568 ก็ตาม”

    อย่างไรก็ตาม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มปรับกลยุทธ์หันไปทำตลาดระยะใกล้มากขึ้น เช่น อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เพื่อชดเชยนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มชะลอตัว

    นายชัย กล่าวว่า วิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งผลด้านบวกบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงจากอิสราเอลและประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มเดินทางเข้ามาพำนักระยะยาวในไทย และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เช่น วิลล่าบนเกาะสมุยและภูเก็ตเพิ่มขึ้น

    ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น การลดภาษี การตรึงราคาพลังงาน รวมถึงมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและการผ่อนปรนเงื่อนไขจากสถาบันการเงิน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติที่เกิดจากปัจจัยภายนอก ซึ่งผู้ประกอบการไม่สามารถควบคุมได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/653308&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2g-JQeCJNmtrrLpF9PhMsn

  • ท่องเที่ยวปลอดภัย! เชียงใหม่มัดรวมพลังชุมชนเชื่อมนโยบายแอ๋วเหนือม่วนใจ๋

    ท่องเที่ยวปลอดภัย! เชียงใหม่มัดรวมพลังชุมชนเชื่อมนโยบายแอ๋วเหนือม่วนใจ๋

    สสส. สานพลัง ‘ทีมเชียงใหม่’ ดันเป็นพื้นที่ต้นแบบจังหวัด CBTx แก้ปัญหายาเสพติดด้วยพลังชุมชน เชื่อมนโยบายแอ๋วเหนือม่วนใจ๋ท่องเที่ยวปลอดภัย

    8 มี.ค.2569 – มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ (มสวร.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขยายผลการขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ในระดับจังหวัด ณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างจังหวัดต้นแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ใช้พลังชุมชนเป็นศูนย์กลางโดยใช้กระบวนการ CBTx ผ่านกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ครั้งนี้เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยน และวางแผนการป้องกันแก้ไขปัญหาร่วมกัน

    พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการดูแลและบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้สารเสพติด รวมถึงเสริมศักยภาพผู้นำชุมชนและแกนนำในพื้นที่ให้สามารถมีบทบาทในการช่วยดูแลและฟื้นฟูสมรรถนะของผู้ผ่านการบำบัดเมื่อกลับสู่ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเชื่อมสู่นโยบายเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยของคนทั่วโลก

    นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า เรามุ่งเน้นการฟื้นฟูผู้ใช้สารเสพติดควบคู่กับการป้องกันไม่ให้กลับไปเสพซ้ำภายใต้เป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถหลุดพ้นจากภาวะสมองติดยาเสพติดได้อย่างยั่งยืนในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างโอกาสให้ผู้บำบัดสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ โดย สสส. ให้ความสำคัญกับการใช้ชุมชนเป็นกลไกหลักในการดูแลผู้บำบัด และส่งเสริมให้ชุมชนลุกขึ้นมามีบทบาทในการดูแลคนในพื้นที่ของตนเอง สำหรับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีกลไก พชอ. ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ไปจนถึงระดับชุมชนและหวังยกระดับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นต้นแบบในการติดตามดูแลผู้ใช้สารเสพติดตลอดระยะเวลา 1 ปี พร้อมทั้งรวบรวมบทเรียนและนวัตกรรมจากการทำงานในพื้นที่นำไปขยายผลสู่จังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เพื่อสร้างระบบการดูแลที่ยั่งยืนและช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับมาเป็นพลังสำคัญของชุมชนได้อีกครั้ง

    “เมื่อผู้บำบัดผ่านกระบวนการบำบัดฟื้นฟูและกลับคืนสู่ชุมชน คนในชุมชนจึงเป็นกำลังสำคัญในการช่วยฟื้นฟูสมรรถนะทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม รวมถึงจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถปรับตัวอยู่ร่วมกันได้กับทุกคนและไม่กลับไปเสพซ้ำได้เป็นสิ่งสะท้อนได้ว่าชุมชนนั้นจะปลอดภัยด้วย” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว

    นายศิวะ ทมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์การปราบปรามยาเสพติดของจังหวัดเชียงใหม่ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดในคดีลักลอบขนยาเสพติดกว่า 25 ล้านเม็ด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลักลอบขนในลักษณะขบวนการรายใหญ่ มีเป้าหมายส่งต่อไปยังพื้นที่ส่วนกลางและภูมิภาคอื่นของประเทศ จังหวัดได้เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในเส้นทางสำคัญพร้อมนำรถเอกซเรย์เคลื่อนที่มาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจค้นและสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ส่วนของการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติด เรามีกระบวนการบำบัดรักษาและการคืนคนดีสู่สังคม โดยผู้ป่วยยาเสพติดในระดับสีแดงที่ผ่านกระบวนการบำบัดรักษาตามระบบสาธารณสุขแล้ว และมีความพร้อมในการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ จะได้รับการส่งต่อกลับสู่ชุมชนภายใต้การดูแลของเครือข่ายในพื้นที่

    “จังหวัดเชียงใหม่ยังคงมุ่งมั่นดำเนินมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในทุกมิติ โดยมีการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานภายใต้ทีมเชียงใหม่ ที่บูรณาการทั้งด้านข้อมูล การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มแข็งและรอบด้านในทุกมิติ”นายศิวะ ระบุ.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/959680/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-vnHwIvkvIj1Li3a0w-R_

  • ปลัดมหาดไทยสั่งการผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เดินเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

    ปลัดมหาดไทยสั่งการผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เดินเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

    การเมือง

    ปลัดมหาดไทยสั่งการผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เดินเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

    วันอาทิตย์ ที่ 08 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.51 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ปลัดมหาดไทยสั่งการผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เดินเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก  ส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ควบคู่การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” 

    เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569    นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินภารกิจของกระทรวงมหาดไทยตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามแนวทาง “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” ครอบคลุมภารกิจทั้งด้านส่งเสริมสนับสนุนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาข้อพิพาทไทย – กัมพูชา (ด้านการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง) การป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด การเพิ่มศักยภาพการป้องกันสาธารณภัยและการฟื้นฟู ช่วยเหลือ เยียวยา และการป้องกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงทุกรูปแบบ ซึ่งจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดได้บูรณาการภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการอย่างเต็มกำลังและเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นที่ประจักษ์ในห้วงเวลาที่ผ่านมา
    .
    ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อให้การขับเคลื่อนแนวทาง “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” เกิดประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นและทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มมากขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็วภายใต้หลักการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ อันจะนำมาซึ่งความอยู่ดีกินดีและความสมบูรณ์พูนสุขอย่างยั่งยืน ตนจึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนินการ “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” เน้นหนักเพิ่มเติม 2 ด้าน ได้แก่ 1. “ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน และการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว” ด้วยการบูรณาการกลไกของจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ตามแนวทาง “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้” ควบคู่กับการนำอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทุนทางสังคมของพื้นที่ ใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ดึงศักยภาพของจังหวัดมาเป็นฐานการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับสินค้า บริการ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน รวมทั้งผลักดันและส่งเสริมการพัฒนาสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ชุมชน และการท่องเที่ยวชุมชนให้มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านการ Upskill และ Reskill ด้านการตลาด เทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่องทางจำหน่าย และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการทั้งในตลาดออนไลน์ และกิจกรรมทางการตลาดในระดับพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานในระดับชุมชน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย สร้างรายได้ และกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ประชาชนในระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง ต่อเนื่อง และยั่งยืน

    2. “ด้านการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนและสร้างความเข้มแข็งของชุมชน” ด้วยการให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน “โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง” ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งการเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม การส่งเสริมและสร้างอาชีพ การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย และการศึกษา นอกจากนี้ ให้มีการพัฒนาสภาพแวดล้อมและพื้นที่ในชุมชนให้เหมาะสม เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัยของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย โดยจัดให้มีพื้นที่สวนสาธารณะหรือปรับปรุงพื้นที่สวนสาธารณะให้มีมาตรฐานสำหรับประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน การจัดการระบบบริหารจัดการน้ำเสียและบริหารจัดการขยะให้ได้มาตรฐานและถูกวิธี

    “ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเป็นกลไกหลักในการกำกับสั่งการ และบูรณาการบุคลากร งบประมาณ ดำเนินการตามแนวทาง “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ พิจารณาจัดเตรียมแผนงาน/โครงการและขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากช่องทางที่เหมาะสม โดยยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง มีการลงพื้นที่ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ตามพระโอวาทสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดี ที่ว่า “ลงพื้นที่ให้รองเท้าสึก ก่อนก้นกางเกงขาด” เพื่อให้มั่นใจว่าทุกโครงการที่ลงไปสู่พื้นที่นั้น สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับประชาชนและชุมชนเป็นรูปธรรมและยั่งยืนอย่างแท้จริง” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติม
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/468462&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L0PGn5twq0h6OQ-WM_6ep

  • ‘เกาะช้าง’ โกยอื้อรับนักท่องเที่ยวตกค้างภัยสงคราม

    ‘เกาะช้าง’ โกยอื้อรับนักท่องเที่ยวตกค้างภัยสงคราม

    ต่างชาติทะลักเกาะช้าง  หลังไฟท์บินเปลี่ยนแปลงภัยสงครามตะวันออกกลาง หนุนขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ในปี 2569

    8 มี.ค.2569 – สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด หลังจากที่นักท่องเที่ยวเดินทางลงเที่ยวเกาะช้างกว่า 2 หมื่นคน และยังมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงไม่เดินทางกลับ จากการที่ไฟล์ทบินมีการเปลี่ยนแปลง โดยช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์(วันที่ 7-8 มีนาคม 2569)ที่อำเภอเกาะช้างยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะมีมากกว่า 2 หมื่นคน 

    โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงท่องเที่ยวตามชายหาดต่างๆ และเช่ารถจักรยานยนต์เดินทางไปท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ส่วนนักท่องเที่ยวไทยที่มาทั้งเป็นกลุ่มและเป็นครอบครัว และนำรถยนต์มาต่างเดินทางกลับตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 8 มีนาคม 2569 ทำให้ต้องรอขึ้นเรือเฟอร์รี่นายกว่า 1 ชม. และในช่วงบ่ายรถยนต์ยังต้องรอลงเรือเฟอร์รี่นานกว่าช่วงสายทำให้ต้องรอนายเกินกว่า 1 ชม. ล่าสุดในเวลา 14.30 น.รถยนต์รอลงเรือเฟอร์รี่ติดยาวไปกว่า 1 กม. ซึ่งทางตำรวจสภ.เกาะช้างได้เข้ามาจัดระเบียบในเรื่อวการต่อคิวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา 

    ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดขณะนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังทยอยเดินทางกลับ และเป็นช่วงนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางมาแล้ว ส่วนที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ยังอยู่ในเกาะช้างขณะนี้มีทั้งที่ยังไม่เดินทางกลับ และที่ได้รับผลกระทบจากไฟล์ทการเดินทางที่มีสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับไปได้ทั้งหมด ซี่งยอมรับว่า จำนวนนักท่องเที่ยวตั้งปีใหม่ 2569 ถึงวันนี้ที่เดินทางมาตราดและท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 3 เกาะหลัก และในพื้นที่เมืองตราด ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

    สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 5.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.5 – 5.5) เมื่อเทียบกับปีก่อน จากอานิสงส์การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินในช่วงเวลาเช้า ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเดินทางต่อเนื่องเพื่อขึ้นเรือไปท่องเที่ยวยังเกาะต่าง ๆ ประกอบกับผู้ประกอบการเดินเรือมีแผนเพิ่มจำนวนเรือและขนาดเรือให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น และเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ในปี 2569.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/959668/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ojFcwElK1uFzznJsUKRMy

  • เกาะช้างแตก คนแห่เที่ยว 2 หมื่นราย แม้ตะวันออกกลางระอุ

    เกาะช้างแตก คนแห่เที่ยว 2 หมื่นราย แม้ตะวันออกกลางระอุ

    วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

    8 มีนาคม 2569 สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด หลังจากที่นักท่องเที่ยวเดินทางลงเที่ยวเกาะช้างกว่า 2 หมื่นคน และยังมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงไม่เดินทางกลับ จากการที่ไฟล์ทบินมีการเปลี่ยนแปลง โดยช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์(วันที่ 7-8 มีนาคม 2569)ที่อำเภอเกาะช้างยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะมีมากกว่า 2 หมื่นคน

    โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงท่องเที่ยวตามชายหาดต่างๆ และเช่ารถจักรยานยนต์เดินทางไปท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ส่วนนักท่องเที่ยวไทยที่มาทั้งเป็นกลุ่มและเป็นครอบครัว และนำรถยนต์มาต่างเดินทางกลับตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 8 มีนาคม 2569 ทำให้ต้องรอขึ้นเรือเฟอร์รี่นายกว่า 1 ชม. และในช่วงบ่ายรถยนต์ยังต้องรอลงเรือเฟอร์รี่นานกว่าช่วงสายทำให้ต้องรอนายเกินกว่า 1 ชม. ล่าสุดในเวลา 14.30 น.รถยนต์รอลงเรือเฟอร์รี่ติดยาวไปกว่า 1 กม. ซึ่งทางตำรวจสภ.เกาะช้างได้เข้ามาจัดระเบียบในเรื่อวการต่อคิวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา 

    ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดขณะนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังทยอยเดินทางกลับ และเป็นช่วงนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางมาแล้ว ส่วนที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ยังอยู่ในเกาะช้างขณะนี้มีทั้งที่ยังไม่เดินทางกลับ และที่ได้รับผลกระทบจากไฟล์ทการเดินทางที่มีสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับไปได้ทั้งหมด ซี่งยอมรับว่า จำนวนนักท่องเที่ยวตั้งปีใหม่ 2569 ถึงวันนี้ที่เดินทางมาตราดและท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 3 เกาะหลัก และในพื้นที่เมืองตราด ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

    สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 5.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.5 – 5.5) เมื่อเทียบกับปีก่อน จากอานิสงส์การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินในช่วงเวลาเช้า ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเดินทางต่อเนื่องเพื่อขึ้นเรือไปท่องเที่ยวยังเกาะต่าง ๆ ประกอบกับผู้ประกอบการเดินเรือมีแผนเพิ่มจำนวนเรือและขนาดเรือให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น และเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ในปี 2569

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/951403&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dhFD8Y7byna44RXWhR6nC