Category: วัฒนธรรม

  • กองทัพบกชื่นชม “นักเรียนนายร้อย รวิชญ์” รับรางวัลเกียรติยศสูงสุด จากโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์

    กองทัพบกชื่นชม “นักเรียนนายร้อย รวิชญ์” รับรางวัลเกียรติยศสูงสุด จากโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์

    กองทัพบกชื่นชม “นักเรียนนายร้อย รวิชญ์” รับรางวัลผลการเรียนและการฝึกยอดเยี่ยม International Sword จากโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ สร้างความภาคภูมิใจแก่ประเทศไทย

    เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา นักเรียนนายร้อย รวิชญ์ วาณิชยากรกุล ตัวแทนกองทัพบกไทย ได้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิร์สต์ สหราชอาณาจักร (Royal Military Academy Sandhurst – RMAS) และเป็นผู้ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล International Sword ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุด สำหรับนักเรียนนายร้อยต่างชาติที่มีผลการเรียนและการฝึกยอดเยี่ยมที่สุดประจำปี 2026

    พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นในงานสวนสนามจบการศึกษาของนักเรียนนายร้อย (Sovereign’s Parade) โดยมี พลเอกหญิง Dame Sharon Nesmith รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งสหราชอาณาจักร (Vice-Chief of the Defence Staff) เป็นผู้แทนพระองค์ตรวจแถวสวนสนาม และมอบรางวัลเกียรติยศดาบยาวทหารราบกองทัพบกอังกฤษ (International Sword) พร้อมจารึกนามและคำสดุดีลงบนดาบ เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้แก่ นักเรียนนายร้อย รวิชญ์ วาณิชยากรกุล จากประเทศไทย ซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ไปทั่วโลก

    นักเรียนนายร้อย รวิชญ์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 60 และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ รุ่นที่ 71 สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เป็นผู้มีผลงานโดดเด่นทั้งด้านความเป็นผู้นำ ความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงทัศนคติที่ดีตลอดการฝึกอบรมระยะเวลา 44 สัปดาห์ โดยสามารถทำคะแนนได้สูงกว่าทั้งนักเรียนนายร้อยอังกฤษและนักเรียนนายร้อยต่างชาติที่เข้ารับการศึกษาในรุ่นเดียวกัน การได้รับรางวัล International Sword ในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจอีกครั้งหนึ่งของกองทัพบกไทย และเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพด้านทักษะทางทหารและเจตจำนงที่มุ่งมั่นของนักเรียนนายร้อยไทยที่ปรากฏในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

    #แซนด์เฮิร์สต์ #InternationalSword #กองทัพบก #ความภูมิใจของชาติ #นักเรียนนายร้อย #นนรรวิชญ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/141223&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14nyFDnjjYUEFtePJ1Ew4H

  • งานวิจัยพบโลกยามกลางคืนสว่าง 16% จากกิจกรรมมนุษย์ทั่วโลก

    งานวิจัยพบโลกยามกลางคืนสว่าง 16% จากกิจกรรมมนุษย์ทั่วโลก

    “เจ้อ จู” (Zhe Zhu) ศาสตราจารย์ด้านการสำรวจระยะไกลและผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการสำรวจสิ่งแวดล้อมระยะไกลของมหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัตของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผู้คนมักมีมุมมองแบบง่าย ๆ ว่าโลกในยามค่ำคืนสว่างขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของประชากรและเศรษฐกิจ แต่ผลการศึกษา พบว่า ภูมิทัศน์ยามค่ำคืนของโลกนั้นมีความผันผวนสูงมาก รอยเท้าแสงสว่างในยามวิกาลของโลกกำลังขยายตัว หดตัว และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

    งานวิจัยดังกล่าวใช้ภาพถ่ายดาวเทียมรายวัน จากดาวเทียมสังเกตการณ์โลกของรัฐบาลสหรัฐฯ มากกว่า 1 ล้านภาพ ซึ่งประมวลผลโดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ “นาซา” (NASA) แตกต่างจากการศึกษาระดับโลกก่อนหน้านี้ที่มักใช้ภาพดาวเทียมแบบรวมรายปีหรือรายเดือน

    แอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สว่างขึ้นเร็วที่สุด

    การเพิ่มขึ้นของแสงสว่างที่ชัดที่สุดพบในบรรดาประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะในแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำโดย โซมาเลีย บุรุนดี และกัมพูชา ตามมาด้วยประเทศในแอฟริกาหลายประเทศ รวมถึง กานา กินี และรวันดา

    “จู” เสริมว่า การเพิ่มขึ้นดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงการขยายตัวของเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการขยายตัวของการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าอย่างมหาศาล ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อทั้งภูมิภาคกำลังเปลี่ยนจากพื้นที่ที่มืดมิดเกือบทั้งหมด ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายไฟฟ้าระดับโลก

    ความขัดแย้งทำให้หลายประเทศมืดลง

    ในทางตรงกันข้าม หลายประเทศ อย่าง เลบานอน ยูเครน เยเมนและอัฟกานิสถาน เผชิญกับการลดลงของแสงสว่างเป็นอย่างมาก อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งทางอาวุธและการล่มสลายของโครงสร้างพื้นฐาน

    แนวโน้มที่คล้ายกันนี้พยในเฮติและเวเนซุเอลา  ซึ่งการลดลงของแสงสว่างมีความเกี่ยวข้องกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อและระบบจัดสรรพลังงานที่ไม่เสถียร

    “จู” กล่าวว่า ในกรณีของยูเครน นักวิจัยพบการลดลงของแสงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง สอดคล้องกับการทวีความรุนแรงของความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งสอดคล้องกับช่วงที่รัสเซียเริ่มเปิดฉากรุกรานครั้งใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน 

    นอกจากนี้ยังพบเห็นความมืดเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในหลายพื้นที่ของตะวันออกกลางในช่วงที่เกิดความขัดแย้ง

    งานวิจัยพบโลกยามกลางคืนสว่าง 16% จากกิจกรรมมนุษย์ทั่วโลก

    ยุโรปลดแสงไฟเพื่อลดพลังงานและมลภาวะทางแสง

    ผลการศึกษาพบว่า ระดับความสว่างในเวลากลางคืนของยุโรปลดลงสุทธิ 4% โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม 

    การลดลงนี้เกิดจากการเปลี่ยนจากโคมไฟถนนแบบเก่าที่มีประสิทธิภาพต่ำ เช่น หลอดไฟโซเดียมความดันสูง เป็นระบบไฟ LED แบบใหม่ที่กำหนดทิศทางได้ รวมถึง ข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานระดับชาติที่เข้มงวดและและโครงการอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด

    “จู” ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงในยุโรปน่าสนใจมาก เนื่องจากแสดงให้เห็นรูปแบบการลดความสว่างที่มีโครงสร้างมาก พร้อมเสริมว่า ฝรั่งเศสเป็นผู้นำระดับโลกด้านการอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดมิดและมาตรการประหยัดพลังงานที่มีประสิทธิภาพ

    “คริสโตเฟอร์ คีบา” (Christopher Kyba) ผู้ร่วมเขียนงานวิจัยและศาสตราจารย์ด้านการตรวจวัดแสงในเวลากลางคืนจากระยะไกลแห่วมหาวิทยาลัยรูห์ร โบคุม (Ruhr University Bochum) ของเยอรมนี เสริมว่า การลดลงของแสงสว่างในฝรั่งเศสจากการตัดสินใจปิดไฟถนนในช่วงดึกเมื่อไม่มีผู้คนใช้งานถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก พร้อมเสริมว่า น่าสนใจที่จะติดตามว่ามาตรการนี้จะพัฒนาไปอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไปหรือจะขยายไปยังประเทศอื่น ๆ หรือไม่ในอนาคต

    สหรัฐฯ ยังสว่างขึ้น แต่แตกต่างกันออกไปภายในประเทศ 

    ในช่วงระยะเวลาของการศึกษานี้ ความสว่างสุทธิของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 6%

    “จู” กล่าวว่า ในทางภูมิศาสตร์ สหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่างย่อส่วนของความซับซ้อนของแสงสว่างทั่วโลก โดยในขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ตามแนวชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศสว่างขึ้น สอดคล้องกับการเติบโตของประชากรและเศรษฐกิจเทคโนโลยีที่เฟื่องฟู แต่พื้นที่ตามแนวชายฝั่งทางตะวันออกและเขตมิดเวสต์ส่วนใหญ่กลับมืดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการลดความหนาแน่นของประชากรในย่านศูนย์กลางเมืองเก่า รวมถึง การลดลงของภาคการผลิตบางประเภทและการนำระบบไฟเมืองอัจฉริยะที่ประหยัดพลังงานมาใช้ในเมืองต่าง ๆ เช่น กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเมืองชิคาโก

    มลภาวะทางแสงกระทบระบบนิเวศ

    การให้แสงสว่างขนาดใหญ่เริ่มต้นขึ้นจากโคมไฟก๊าซในเมืองต่าง ๆ นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19  ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าในช่วงปลายทศวรรษเดียวกัน และเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

    เมืองและชุมชนต่าง ๆ ที่สว่างไสวในเวลากลางคืน บดบังดวงดาวจำนวนมากที่เคยมองเห็นได้บนท้องฟ้า

    “จู” ทิ้งท้ายว่า มลภาวะทางแสงมีผลกระทบทางนิเวศวิทยาอย่างลึกซึ้ง รบกวนระบบนิเวศในเวลากลางคืน การอพยพของสัตว์ และจังหวะชีวภาพของมนุษย์

    ที่มา : Reuters 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862960&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2t8uowaigMfOChdM6NuZfY

  • ดูดวงรายสัปดาห์ 13-19 เมษายน 2569

    ดูดวงรายสัปดาห์ 13-19 เมษายน 2569

    ดูดวงรายสัปดาห์ เช็กดวงสัปดาห์นี้ 13-19 เมษายน 2569 ดวงเงิน งาน ความรัก 12 ราศี

    ก้าวเข้าสู่สัปดาห์ใหม่ พร้อมเช็กดวงชะตาทั้ง 12 ราศี ระหว่างวันที่ 13-19 เมษายน 2569 สัปดาห์นี้ ใครมีเกณฑ์รับข่าวดีเรื่องการงาน การเงิน หรือความรัก เรื่องไหนควรคว้าโอกาส เรื่องไหนควรระวัง เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นและสบายใจ มาดูกันว่าดวงชะตาจะมีเรื่องดี ๆ อะไรรออยู่ และจะส่งสัญญาณพิเศษให้ชื่นใจแค่ไหนในสัปดาห์นี้

    ดวงรายสัปดาห์ 13-19 เมษายน 2569

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีเมษ

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีเมษ

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีเมษ ราศีแห่งนักรบผู้กล้า ที่รู้ว่าเมื่อเข้าสู่สนามรบจะต้องบาดเจ็บ สูญเสีย แต่ด้วยความเชื่อมั่น มีศรัทธาต่อตัวเอง ถึงรู้ว่าจะเจ็บ จะหายนะ แต่ก็จะสู้ เพราะแน่ใจว่าผลสุดท้ายที่ได้รับคือ ชัยชนะ

    การเงิน “ท่านให้มา” จากการกราบไหว้ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ ก็อาจทำให้ได้โชคมีลาภ รวมถึงการเชื่อฟังคำแนะนำ คำตักเตือนจากหุ้นส่วนหรือคู่ครองให้มากขึ้น ก็อาจมีโอกาสดี ๆ ที่จะหารายให้ได้มากขึ้นได้เช่นกัน แต่วันที่ 15-17 ถ้าคิดจะเสี่ยงโชค เก็งกำไร ก็ควรตั้งสติให้ดี เพราะอาจทำให้สูญเสียอย่าง..ถมเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเต็ม

    การงาน โอกาสทองครั้งเดียวในรอบปีของชาวราศีเมษที่จะได้รับพลังจากดาวอาทิตย์ ขุมพลังแห่งจักรวาล เพราะหลังจากวันที่ 17 ไปแล้ว ถ้าจะลงทุน เริ่มงาน โครงการใหม่ ๆ โดยเฉพาะที่ทำเป็นระยะสั้น ๆมีกำหนดเวลาที่แน่นอน ก็จะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาว แต่ก็ควรระวังจะถูก “พวกมากลากไป” อารมณ์ปรวนแปร เปลี่ยนใจง่าย ๆ ก็อาจทำให้..ผิดหวัง ล้มเหลวได้

    ความรัก วันที่ 16-18 อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ชาวราศีเมษได้พบรัก เจอเนื้อคู่ ที่สามารถจะสานรัก พัฒนาสัมพันธ์จนได้ครองคู่อย่างรวดเร็ว แต่สำหรับคนมีคนรัก คู่ครอง อยู่แล้ว ก็อย่าประมาท เพราะอาจเป็นจุดสิ้นสุดชีวิตคู่ โดยเฉพาะถ้าสร้างโลกใบที่สอง ก็มีเกณฑ์สูงว่านอกจากจะทำให้ทะเลาะวิวาทแล้ว ยังจะทำให้ถูกทำร้ายร่างกาย…สาหัส!

    สุขภาพ อยู่ในเกณฑ์ดี แต่วันที่ 15-17 ควรระวังเหตุ/ภัยอันตรายจากน้ำ การเข้าร่วมกลุ่มทำกิจกรรมกับคนจำนวนมาก ก็อาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายได้

    คำแนะนำ วันที่ 17 เมษายน ดาวจันทร์ดับ อมาวสี ในเขตราศีกำเนิดของชาวราศีเมษ ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า นับจากวันนี้ไปอีก 1 เดือน จะเป็นโอกาสทองของชาวราศีเมษ ที่จะ “ตื่นรู้” ที่จะมีพลังมากขึ้น ที่จะเริ่มต้น สร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ อย่างที่อุปสรรคใดที่มีเข้ามา แค่เดินหน้า ลุยฝ่าออกไป ก็จะประสบผลสำเร็จ แต่ก็ควรระวังตั้งสติให้ดี ๆ จากอารมณ์ทำก่อนคิด พูดก่อนไตร่ตรองให้รอบคอบ ก็อาจนำความยุ่งยาก เดือดร้อนมาให้ด้วยเช่นกัน

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม ดาวอังคารที่เป็นดาวประจำตัวของชาวราศีเมษ จะโคจรมาสถิตร่วมกับดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตารรม ที่เป็นคู่ศัตรูกัน, ดาวเนปจูน ม่านลวงตา มายาแห่งใจ และจนถึงกลางเดือนเมษายน ก็จะมีดาวพุธ และ ดาวอาทิตย์ ร่วมสถิตอยู่ด้วย ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ในเดือนนี้ อยู่ในระยะรักษาความสงบ สยบความเคลื่อนไหว ที่ไม่ควรเชื่อแค่สิ่งที่ได้เห็น แค่สิ่งที่ได้ฟัง ที่อาจถูกปลุกเร้าให้กระทำการรุนแรงได้โดยไม่ได้ตั้งใจ..สงบใจ ตั้งสติให้ดี ๆ คิดให้นาน ๆ ก่อนที่จะพูด/เขียน/กระทำสิ่งใด ถึงจะอยู่ได้อย่าง..รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี!

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีพฤษภ

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีพฤษภ

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีพฤษภ ชาวราศีผู้เป็นแกนหลักของกงล้อชีวิต ที่ทำให้ชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนไปได้ ชาวราศีผู้ยึดคติ “ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ” คิดช้าแต่จะไม่ผิดพลาด แม้แต่ความโกรธก็ช้า แต่ถ้าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ตัวใครตัวมัน

    การเงิน วันที่ 18-19 อาจได้โชคมีลาภอย่างไม่คาดฝัน แต่วันที่ 15-17 ถ้าคิดจะรวยทางลัดด้วยวิธีใด ๆ ก็ตาม ก็อย่าประมาท เพราะนอกจากจะอยู่ในระยะได้มาก เสียหมดแล้ว ก็ควรระวังเงินทองของบาดใจ…ทะเลาะวิวาท เจ็บตัว บาดเจ็บสาหัส อาจเกิดขึ้นได้!

    การงาน ถ้าทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ หรือแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันกับมิตรสหาย ก็ควรรับฟัง และ ทำตามความคิดเห็นของเสียงส่วนใหญ่ และหลีกเลี่ยงที่จะคิด “นอกกรอบ” แหกคอก นอกกติกาไปคนเดียว เพราะอาจทำให้ถูกโดดเดียว ลอยแพไปตามลำพัง ซึ่งวันที่ 15-17 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    ความรัก เงินทองของบาดใจ ถ้ารู้สึกว่าคนรัก คู่ครอง ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือติดเพื่อนมากเกินไป ก็ควรอดทน อดกลั้นและหลีกเลี่ยงที่จะพร่ำบ่น ซักไซ้ไล่เลียง เพราะอาจทำให้เรื่องที่คิดว่าเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่จนทะเลาะวิวาท แตกหักกันได้ ซึ่งวันที่ 15-17 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ สำหรับสัมพันธ์รักที่เพิ่งเริ่มต้น โดยเฉพาะที่เป็นสตรี ก็อย่าประมาท ที่จะไปเที่ยวสนุกกับเขาคนนั้นตามลำพัง เพราะอาจถูกนำพาไปให้มิตรสหาย “รุมสกรัม” ได้

    สุขภาพ อยู่ในเกณฑ์ดี แต่เป็นระยะที่ควรระวังการเสพสุรา สารเสพติดใด ๆ ก็อาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายมากกว่าที่คิด!

    คำแนะนำ นับจากนี้ไปอีก 7 ปี จนถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2574 ดาวมฤตยู ได้โคจรมาสถิต ณ เขตราศีกำเนิดของชาวราศีพฤษภ ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าเป็นระยะที่ควร ..เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เตรียมพร้อมรับที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น และกระทำอย่างรอบคอบระมัดระวัง เตรียมพร้อมที่จะก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของตนเองไปให้ได้อย่างที่จะ…เสี่ยง น้อยที่สุด เพื่อให้ได้รับลาภ ผลประโยชน์มากทีสุด และ สูญเสียน้อยที่สุด!

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีเมถุน ราศีธาตุลม ที่มีดาวพุธ ดาวแห่งความคิด สติปัญญา เป็นเจ้าเรือน บอกถึงการเป็นผู้ชอบเรียนและสนุกที่จะรู้บอกถึง พรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบเทียมในการเจรจา หาเรื่องทั้งที่มีสาระและไร้สาระมาพูดคุยได้กับทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่

    การเงิน ถ้าจะหารายได้เพิ่มเติม หรือจะเสี่ยงโชค เก็งกำไรระยะสั้น ก็อยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้ลาภผลดังที่คาดหวัง แต่วันที่ 13-14 ก็อย่าประมาท กับความเชื่อ ศรัทธาที่มากเกินไป ก็อาจทำให้สูญเสียเงินมหาศาล!

    การงาน อยู่ในระยะ “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” ถ้าความคิดเห็นไมตรงกันในการทำงาน ก็ควรหลีกเลี่ยงจะแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับเสียงส่วนใหญ่ เพราะอาจทำให้ถูกเขม่น ไม่พอใจ ที่จะนำไปสู่การทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บได้ สำหรับคนว่างงาน ถ้าจะสมัครงานในระยะนี้ ก็จะมีโอกาสมากขึ้น

    ความรัก มิตรสหายเป็นสื่อแนะนำ ก็อาจทำให้คนโสดพบรัก เจอคนถูกใจ แต่ถ้ายังไม่ได้ตกลง ปลงใจ โดยเฉพาะที่เป็นสตรี ก็อย่าประมาทที่จะอยู่ตามลำพังกับเขาในที่ลับตา เพราะอาจโดนอารมณ์รัก ใคร่ เสน่หาอย่างรุนแรงได้! สำหรับคนมีคนรัก คู่ครองอยู่แล้ว ก็อยู่ในระยะที่ไม่ควรปฏิเสธความต้องการของเขา/เธอ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม ถึจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะรักษาสัมพันธ์รักให้ราบรื่นไปได้อีกนาน

    สุขภาพ ยังอยู่ในระยะที่การเสพสุรา หรือสารเสพติดใด ๆ ที่นอกจากจะทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายแล้ว ยังจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือถูกจับกุม ดำเนินคดีอีกด้วย

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2569 ดาวพฤหัสบดี ราชาธิบดีแห่งสวรรค์ และ ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครอง ได้โคจรเข้ามาสถิต ณ เขตราศีกำเนิดของชาวราศีมิถุนแล้ว ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ที่จะได้รับ “โชคดี” ประสบผลสำเร็จ จากการศึกษาระดับสูง งานขยายตัว เจริญรุ่งเรือง หรือได้ทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงจะได้พบรัก เจอเนื้อคู่อีกด้วย

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีกรกฎ

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีกรกฎ

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีกรกฎ ราศีต้นธาตุน้ำ ผู้ดำเนินชีวิตไปตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ซึ่งขึ้นกับความรู้สึก ไม่อ้างอิง หรือยึดถือ ตำรา หรือทฤษฎีใด ๆ โลกจะหมุนซ้าย หรือขวาก็ไม่สน แต่ถ้าความรู้สึกบอกว่าถูกต้องก็จะทำ แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะปฏิเสธ หรือต่อต้านโดยทันที

    การเงิน จากงาน ถึงจะทำให้เกิดรายได้มากขึ้น แต่ถ้าจะเสี่ยงโชค เก็งกำไร ก็อย่าประมาท เพราะอยู่ในระยะไม่แน่นอน ที่อาจจะได้มาก เสียหมด ซึ่งวันที่ 15-17 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    การงาน กิจการ งาน ที่ติดต่อ สัมพันธ์กับต่างประเทศ การศึกษาเพิ่มเติม หรือท่องเที่ยว รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวกับความเชื่อ ศรัทธา จะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้ได้ลาภ มีผลกำไร แต่ก็ควรระวัง ทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ที่ควรหลีกเลี่ยงจะโฆษณา โอ้อวด คุยโม้มากเกินไป เพราะอาจทำให้ถูกเขม่น ถูกอิจฉา ถูกใส่ร้ายป้ายสี นินทาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้

    ความรัก ท่องเที่ยวเดินทางร่วมกัน หรือร่วมกลุ่มคณะทำกิจกรรมด้วยกัน ถ้าความคิดเห็นต่างกันกับคนรัก คู่ครอง หรือกับเพื่อนร่วมทางคนอื่น ๆ ก็ควรอดทน อดกลั้น และหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำพูด /การแสดงออกที่ bully ก้าวร้าวหยาบคาย เพราะอาจทำให้ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย จน trip หรือกิจกรรมนั้น ๆ พัง! สำหรับคนโสด อาจทำให้พบรัก เจอคนถูกใจ แต่ก็ควรตรวจสอบให้ดี ๆ เพราะมีเกณฑ์สูงว่าจะไป..รักคนที่มีเจ้าของอยู่แล้ว!        

    ครอบครัว ใส่ใจ ดูแลบุตร-ธิดาให้มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย การคบหาเพื่อน เพราะอาจนำเหตุ/ภัย อันตรายมาให้ตนเองได้

    สุขภาพ ควรระวังการเสพสุรา ยา หรือสารเสพติดใด ๆ เพราะอาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายได้

    คำแนะนำ จนถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2570 ดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม และที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครอง คู่ค้า คู่สัญญา หรือคู่ศัตรูของชาวราศีกรกฎ ได้โคจรไปสถิตร่วมกับดาวเนปจูน ณ เขตราศีมีน ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นระยะแห่งการศึกษาเพื่อ “ตื่นรู้” ที่จะทำให้ได้พบความจริง พบสัจธรรม ที่จะทำให้ได้พบทางสว่าง ที่จะทำให้ไม่..หลงทาง อีกต่อไป

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีสิงห์

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีสิงห์

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีสิงห์ ราศีธาตุไฟ ที่มีดาวอาทิตย์ ดาวธาตุไฟเช่นกันเป็นเจ้าราศี ที่บอกถึงความสนุกสนาน ร่าเริง มีชีวิตชีวา ชีวิตคือการต่อสู้ ถึงจะสู้อย่างเคร่งเครียดเอาจริงเอาจัง แต่ชาวราศีสิงห์ก็สนุกที่จะสู้ด้วย

    การเงิน วันที่ 15-17 อาจได้โชคมีลาภ แต่เป็นระยะที่ควรระวังจากการติดต่อ สัมพันธ์ใด ๆ โดยเฉพาะกับเพศตรงกันข้าม ก็จะมีโอกาสถูกล่อลวง โน้มน้าวใจจนสูญเสียเงินจำนวนมากได้

    การงาน กิจการ งานที่ติดต่อ สัมพันธ์กับต่างประเทศ ทั้งเรื่องค้าขาย ท่องเที่ยว หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาระดับสูง จะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้มีเงินทองไหลมเทมา แต่ถ้าถูกมิตรสหาย มิตรรักออนไลน์ ชักชวนให้ร่วมหุ้น ลงทุนใด ๆ ก็ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะมีเกณฑ์ที่จะถูกหลอกลวงมากกว่า

    ความรัก อดีตรักอาจหวนคืน โดยเฉพาะกับชาวราศีสิงห์ที่ยังมีอดีตรักฝังใจ การเข้าร่วมกลุ่มกับมิตรสหาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบันเทิง หรือสันทนาการใด ๆ ก็อาจเป็นโอกาสให้ได้พบเขา/เธอ อีกครั้ง แต่ก่อนจะเผลอกาย เผลอใจ ก็ควรตั้งสติให้ดี ๆ เพราะมีเกณฑ์สูงเช่นกันว่า เพื่อ ..เงิน เงิน เงิน ขอความช่วยเหลือเท่านั้น!

    ครอบครัว วันที่ 14-16 การคารวะบูชา กราบเท้า ขอพรจากบุพการี และ ญาติผู้ใหญ่ ถือว่าเป็นมงคลสูงสุด ที่จะนำความเจริญรุ่งเรือง คืนกลับมาให้ชาวราศีสิงห์อย่างรวดเร็ว         

    คำแนะนำ วันที่ 3 มีนาคม เป็นวันพระจันทร์เพ็ญ และจะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาแบบมิดดวงในเขตราศีกำเนิดของชาวราศีสิงห์ โดยทำมุมเล็งอย่างมีนัยยะสำคัญกับดาวอาทิตย์ ขุมพลังแห่งจักรวาล ดาวพุธ และ ราหู เงามัวหม่นของโลกในเขตราศีกุมภ์ นั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่า นับจากนี้ไปอีก 6 เดือน อย่าประมาท ในการติดต่อ สัมพันธ์ใด ๆ เพราะอาจถูกหลอกลวง ต้มตุ๋นครั้งมโหฬาร ที่จะทำให้สูญเสียทรัพย์สิน เงินทองจนหมดตัวได้!

    จนถึงวันที่ 14 เมษายน ดาวอาทิตย์ ขุมพลังแห่งจักรวาล และที่เป็นดาวประจำตัวของชาวราศีสิงห์ ได้โคจรมาสถิต ร่วมกับดาวศุกร์ ดาวเสาร์ และ ดาวเนปจูนที่เขตราศีมีน ในตำแหน่งพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก ที่ควรระวัง และ ไม่ประมาท กับการหลอกลวง ต้มตุ๋นครั้งมโหฬาร โดยเฉพาะจากคนที่คุ้นเคย หรือ คนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ที่จะนำความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตมาให้

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีกันย์

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีกันย์

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีกันย์ ราศีแห่งนางฟ้า ที่ปรารถนาความงดงาม บริสุทธิ์ และสมบูรณ์แบบ ดังนั้นภารกิจของ “นางฟ้า” คือพยายามกำจัดสิ่งสกปรก มีมลพิษให้พ้นไปจากชีวิต ร่างกาย หัวใจ และคอยหาสิ่งมาเติมเต็มชีวิต ร่างกายและหัวใจ ให้บริสุทธิ์งดงามอยู่เสมอ

    การเงิน อาจได้รับลาภโดยเสน่หาจากคนรัก คู่ครอง หรือได้รับส่วนแบ่งผลกำไร เงินปันผลจากกิจการที่มีหุ้นส่วน และจากการติดต่อ สัมพันธ์ใด ๆ ถ้าจะหวังลาภ ผลประโยชน์ ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ความพึงพอใจของผู้ที่ติดต่อ สัมพันธ์ด้วย ว่าจะทำให้มีโอกาสได้มากแค่ไหน ซึ่งวันที่ 14-17 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    การงาน เตรียมพร้อม! กับงาน ภารกิจที่ต้องเดินทางไกลทั้งไปต่างจังหวัด/ต่างรปะเทศก็ตาม เพราะอยู่ในระยะที่อาจเดินทางอย่างกะทันหัน รีบด่วนบ่อย ๆ ซึ่งสัปดาห์นี้ วันที่ 17-19 ควรระวังให้มาก ๆ แต่สำหรับเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ก็อย่าประมาท จากพนักงาน ลูกจ้างที่เป็นชาวต่างชาติ อาจก่อเรื่อง ทำให้เดือดร้อน เสียหายได้ ซึ่งวันที่ 13-15 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    ความรัก “ตามใจเธอ” ที่ควรพูด/เขียนให้ติดปาก เพราะอยู่ในระยะที่คนรัก คู่ครอง มีอารมณ์ปรวนแปร แต่มีพลังรุนแรงอย่างทะเลคลั่ง ที่ควรหลีกเลี่ยงจะแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับเขา/เธอ รวมถึงไม่ขัดขืน ดึงดัน ต่อต้านกับ ความปรารถนาทางเพศที่ไม่สามารถควบคุมได้อีกด้วย ซึ่งวันที่ 16-19 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    สุขภาพ เป็นระยะที่ควรตั้งสติให้มาก ๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงการเสพสุรา หรือสารเสพติดใด ๆ เพราะอาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายมากกว่าที่คิด ซึ่งวันที่ 13-14 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 30 เมษายน ดาวพุธ ดาวประจำตัวของชาวราศีกันย์ จะโคจรมาสถิตร่วมกับดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม กับ ดาวอังคาร ที่เป็นคู่ศัตรู และ ดาวเนปจูนในเขตราศีมีน ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นระยะที่ควรปล่อยตัวแบบสบาย ๆ และหลีกเลี่ยงที่จะรีบเร่ง รวบรัดตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ รวมถึงอดทน อดกลั้นที่จะ ..ขัดจังหวะ พูดแทรกในการประชุม เพราะมีเกณฑ์สูงว่าจะเป็นโอษฐภัย ทำให้แพ้ภัยจากปากตนเองได้

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีตุลย์

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีตุลย์

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีตุลย์ ราศีธาตุลม ผู้มีดาวศุกร์ เทพีวีนัส เทพีแห่งความงามครองจิตวิญญาณ นั่นคือสำหรับชาวราศีตุลย์ ความสวยงามทำให้โลกหมุน ทุกอย่างที่จะกระทำต้องสวยหรู ดูดีไว้ก่อน

    การเงิน จากงาน ภารกิจที่ต้องทำ ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะหารายได้ให้มากขึ้นได้ แต่ถ้าคิดจะเสี่ยงโชค เก็งกำไร ก็อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงที่จะสูญเสียมากกว่า รวมถึงใจดี มีเมตตา ให้มิตรรักออนไลน์ โดยเฉพาะที่เป็นคนต่างชาติ กู้ยืมเงิน ก็ควรทำใจไว้เลย..ถูกโกง!

    การงาน ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เริ่มงาน สร้างสรรค์ผลงานจากความคิดของตนเอง ลงมือลุยด้วยตนเอง ก็จะดีกว่าจะพึ่งพาอาศัยผู้ใด เพราะพวกเขา/เธอ เหล่านั้น ยิ่งคนเยอะ เรื่องก็แยะ รวมถึงขัดขากันเอง ก็อาจเป็นอุปสรรค ทำให้งาน ภารกิจที่คาดหวัง ล่าช้าหรือล้มเหลวได้เลย สำหรับเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร เป็นระยะที่ไม่ควรประมาท แรงป่วนจากพนักงาน ลูกจ้าง อาจรวมหัวกันก่อเรื่อง จนเดือดร้อน เสียหายได้

    ความรัก จากการใช้สื่อออนไลน์ แหล่งบันเทิงเริงรมย์ หรือจากที่เป็นลูกจ้าง พนักงานของตนเอง ก็อาจทำให้ชาวราศีตุลย์ได้พบรัก เจอคนถูกใจ ที่ปรารถนาอยากได้เขา/เธอ มาร่วมเรียงเคียงคู่ แรงล้นด้วยพิศวาส แต่ก็ควรระวัง และ หลีกเลี่ยงที่จะใช้อารมณ์..ปากว่ามือถึง นอกจากจะไม่สมหวังแล้ว ยังมีเกณฑ์สูงที่จะถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย

    สุขภาพ ยังอยู่ในระยะใส่ใจ ดูแลตนเองให้มากขึ้น ที่ควรหลีกเลี่ยงการเสพสุรา หรือสารเสพติดใด ๆ เพราะอาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายมากกว่าที่คิด

    ครอบครัว ยังอยู่ในระยะที่ควรใส่ใจ ดูแลบุตร-ธิดาให้มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้สื่อออนไลน์ หรือเรื่องคบหามิตรสหาย เพราะอาจเจอปัญหาร้ายแรง…ยาเสพติด!       

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 19 เมษายน ดาวศุกร์ ดาวแห่งความรัก ความสุข และที่เป็นดาวประจำตัวของชาวราศีตุลย์ ได้โคจรผละหนีจากดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม มาสถิตอยู่ ณ เขตราศีเมษ ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครองของชาวราศีตุลย์ ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ในเดือนนี้ ควรระวังการปล่อยตัว ปล่อยใจไปตามอารมณ์ โดยเฉพาะเรื่องรัก ใคร่ เสน่หา รวมถึง รัก ง่าย หน่าย เร็ว ก็อาจทำให้เขา/เธอ ที่อยู่ชิดใกล้ ก็จะเอือมระอา จนไม่มีใครอยู่ได้นาน!

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีพิจิก

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีพิจิก

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีพิจิก ผู้เปรียบเสมือนนกฟีนิกซ์ ที่การเปลี่ยนแปลงจากความรู้สึกภายใน จากสัญชาตญาณจะนำไปสู่ชีวิตใหม่ การเริ่มต้นใหม่ ที่มีพลัง สร้างสรรค์ และสดใส

    การเงิน จากงาน ถึงจะทำให้เกิดรายได้มากขึ้น แต่ถ้าคิดจะเสี่ยงโชค เก็งกำไรก็ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะอยู่ในระยะเสี่ยงที่จะสูญเสียมากกว่า รวมถึง ระวัง ผลประโยชน์ขัดกัน..ก็อาจทำให้แตกคอ ทะเลาะวิวาทกับมิตรสหายอีกด้วย ซึ่งวันที่ 14-16 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    การงาน งาน กิจการใดที่ทำร่วมหุ้น ลงทุนกับคนรัก คู่ครอง ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้ได้ลาภ มีผลกำไร มีเงินทองไหลมาเทมา แต่ถ้าเป็นงาน ภารกิจที่ทำร่วมกับผู้อื่น หรือที่ทำงานเป็นหมู่คณะ ก็เป็นระยะที่ควร “นิ่งเสียตำลึงทอง” ที่ควรหลีกเลี่ยงจะแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับเสี่ยงส่วนใหญ่ เพราะอาจขัดขา แตกคอกันเอง!

    ความรัก ฟังหูไว้หู หรือไม่ฟังเลยกับเสียงซุบซิบนินทากล่าวร้ายคนรัก คู่ครองของตนเอง ทั้งที่ได้ฟังมาจากคนใกล้ชิด หรือจากสื่อออนไลน์ ที่อยู่ในระยะ “เชื่อถือไม่ได้” ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะรักษาสัมพันธ์รักให้ราบรื่นไว้ได้ สำหรับคนโสดที่กำลังไขว่คว้าหารัก จากสวนสาธารณะ หรือร่วมกิจกรรมสันทนาการใด ๆ ก็อาจเป็นโอกาสให้ได้พบรัก เจอเนื้อคู่ได้

    ครอบครัว อยู่ในระยะที่ควรใส่ใจ ดูแลบุตร-ธิดาให้มากขึ้น โดนเฉพาะจากการใช้สื่อออนไลน์ เพราะอาจถูกล่อลวง โน้มน้าวใจให้หลงผิดได้

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 11 พฤษภารม ดาวอังคาร ดาวประจำตัวของชาวาศีพิจิก จะโคจรมาสถิต ณ เขตราศีมีน ร่วมกับดาวดาวเนปจูน ม่านลวงตา มายาแห่งใจ และ ดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม และเป็นคู่ศัตรู..รอรับอยู่ และจนถึงกลางเดือนเมษายน ก็จะมีพลังจากดาวอาทิตย์ และ ดาวพุธ เข้ามาเสริมอีกด้วย ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นระยะที่ควรระวังการใช้สื่อออนไลน์ หรือกลุ่มมิตรสหาย ก็อาจถูกยั่วยุ ถูกหลอกให้ลงทุน ร่วมหุ้น ถูกสร้างภาพลวงตาให้ฝัน ฝันหวาน ว่าจะได้ร่ำรวย มั่งคั่งมหาศาล ก็ควรตั้งสติให้ดี ๆ ..อย่าประมาท เพราะอาจทำให้หมดตัวได้!  

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีธนู

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีธนู

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีธนู ผู้มีพลังแห่งการไล่ล่า และเล็งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ชีวิต จิตใจที่พร้อมจะต่อสู้ จะเสี่ยง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทั้งความคิด สติปัญญา เพื่อขึ้นไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเสมอ

    การเงิน เข้าเร็ว ออกเร็ว การลงทุนในระยะสั้น ๆ ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะหารายได้ หรือจะเสี่ยงโชค เก็งกำไร ก็จะมีโอกาสมากขึ้น แต่ก็เป็นระยะที่ไม่ควรประมาท ถ้าจะซ่อมแซม ตกแต่งบ้าน ก็ควรตรวจสอบให้ละเอียด เพราะอาจเจอเรื่องเล็ก ๆ อาจลุกลาม เป็นเรื่องใหญ่ได้

    การงาน ลงทุน เริ่มงาน โครงการใหม่ ๆ โดยเฉพาะที่เป็นโครงการระยะสั้น ๆ มีกำหนดเวลาที่แน่นอน ก็จะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้ได้ลาภ ผลประโยชน์ดังที่คาดหวัง แต่ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็ยังอยู่ในระยะที่ไม่ควรแกว่งเท้าหาเสี้ยน เข้าไปร่วมกลุ่มทำกิจกรรมใด ๆ ที่เป็นการต่อต้านระบบ ต่อต้านองค์กรของตนเอง เพราะอาจทำให้ถูกบีบจนต้องออกจากงานได้

    ความรัก ถ้ามีสัมพันธ์รักที่ราบรื่น มีเพศสัมพันธ์ที่สุดแสนโรแมนติค และ ตื่นเต้นเร้าใจกับคนรัก คู่ครอง และไม่ปฏิเสธเมื่อถูกเขา/เธอ ร้องขอ ก็จะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้บุตร-ธิดา มาเป็นโซ่ทองคล้องใจ แต่สำหรับคนโสด ที่ยังไม่อยากจะสละโสด วันที่ 16-18 ก็อย่าประมาท ที่จะไปอยู่ในที่ลับตา หรือในยามวิกาลตามลำพัง เพราะอาจเจอเหตุ/ภัยอันตรายร้ายแรงจากเพศตรงข้ามได้

    สุขภาพ อยู่ในเกณฑ์ดี แต่อย่าประมาท แสงแดด ไอดิน กลิ่นหญ้า ฝุ่นละออง โดยไม่ได้ป้องกันให้ดีพอ ก็อาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายได้

    ครอบครัว อยู่ในระยะที่ควรใส่ใจ ดูแลสุขภาพของญาติผู้ใหญ่ให้มาก ๆ เพราะอาจเจอเหตุ/ภัยจากน้ำ ที่จะทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายได้ อาทิเช่น ..ลื่น ล้มในห้องน้ำ!

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ดาวพฤหัสบดี ดาวประธานฝ่ายศุภเคราะห์ และที่เป็นดาวประจำตัวของชาวราศีธนู ได้สถิตอยู่ ณ เขตราศีมิถุน ที่เป็นราศีแห่งคู่ครอง หุ้นส่วน คู่สัญญา หรือคู่ศัตรู! ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นระยะที่ควรกระชับมิตรให้แนบแน่นกับพวกเขา/เธอ เหล่านั้นให้มากขึ้น ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดี-ดีมาก ที่จะได้รับความร่วมมือ ความช่วยเหลือในทุก ๆ ให้เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องร้องขอ!

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีมังกร

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีมังกร

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีมังกร ราศีของผู้ที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ นักบริหารการจัดการที่เก่งกาจ ที่กำหนดชีวิตไปตามกฎ ระเบียบ กติกาของสังคมอย่างเคร่งครัด เป็นที่รักชื่นชมก็มาก แต่มีคนไม่ชอบก็เยอะมาก

    การเงิน จากบ้าน ที่อยู่อาศัย หรือจากความรัก เมตตาจากญาติผู้ใหญ่ ก็อาจเป็นโอกาสมีรายได้ให้มากขึ้น แต่วันที่ 13-14 และ 16-18 ควรระวัง อย่าประมาท เพราะอยู่ในระยะเสี่ยงที่จะได้มาก..เสียหมด!

    การงาน วันที่ 15-16 ดาวเสาร์เข้าวงจันทร์ วันแห่งอุปสรรค ถ้าจะเดินทางใกล้/ไกล ก็อย่าประมาท เหตุ/ภัย โดยเฉพาะจากน้ำ อาจทำให้ล่าช้า หรือไปไม่ถึงปลายทาง หรือถ้าจะติดตาม ทวงถามหนี้สิน หรือจะขอกู้ยืม นอกจากจะผิดหวังแล้ว ยังอาจทำให้ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายกันอีกด้วย

    ความรัก รักล้นใจ โดยเฉพาะจากการเดินทางกลับบ้าน กลับคืนสู่ภูมิลำเนาเดิมของตนเอง ก็อาจทำให้พบรัก เจอคนถูกใจ ที่ปรารถนาจะให้เขา/เธอ มาเป็นคู่ครอง แต่ก็ควรอดทน อดกลั้น ที่จะแสดงความปรารถนาที่รุนแรงออกไป รวมถึงการใช้คำพูด/การกระทำอย่างปากว่า มือถึง เพราะอาจทำให้ เขา/เธอ คนนั้น ..ถอยหนี!

    สุขภาพ อยู่ในเกณฑ์ดี แต่เป็นระยะที่ควรระวังงานรื่นเริงสังสรรค์ใด ๆ ที่มีการเสพสุรา สารเสพติด ก็อาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายร้ายแรงได้ ซึ่งวันที่ 14-16 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 2 มิถุนายน ปี พ.ศ.2570 ดาวเสาร์ ดาวประจำตัวของชาวราศีมกร จะโคจรมาสถิต ณ เขตราศีมีน ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นระยะเวลาที่ควรตั้งใจใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ขยันที่จะศึกษาเพิ่มเติมอย่างจริงจัง อย่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาตนเอง ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะเจริญรุ่งเรือง ให้เป็นไปตามอำนาจของดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม!

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีกุมภ์

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีกุมภ์

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีกุมภ์ นักอุดมคติ ผู้กระตือรือร้น สนใจในวิทยาการหลากหลาย สิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น มีความสามารถที่จะนำสิ่งที่เป็น..นามธรรม มาคิด มาปฏิบัติ จนเป็นรูปธรรมอย่างมีระบบ และชัดเจน

    การเงิน วันที่ 13-14 อาจได้ลาภผลลอยมาให้อย่างไม่คาดฝัน และถ้าจะหารายได้เพิ่มเติม ก็อยู่ในระยะ เงินทองไหลมาเทมา แต่ก็ควรระวังการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากเกินไปของตนเอง ก็มีเกณฑ์สูงที่จะ..ไม่มีเหลือ!

    การงาน กิจการ งานที่เกี่ยวกับศิลปะ บันเทิงเริงรมย์ ท่องเที่ยว หรือค้าขายสินค้าที่ไม่ต้องกักตุนเก็บไว้ ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้มีเงินทองไหลมาเทมา สำหรับคนว่างงาน หลังจากวันที่ 17 ไปแล้ว ถ้าจะสมัครงาน หรือได้ไปสัมภาษณ์งานก็จะมีโอกาสมากขึ้น

    ความรัก จากการเดินทางห หรือเข้าร่วมกลุ่มทำกิจกรรม เฮฮาปาร์ตี้ หรือใช้สื่อออนไลน์ ก็อาจเป็นโอกาสให้คนโสดได้พบรัก เจอคนถูกใจ แต่ก็ควรระวัง และรักษาท่าที ที่ไม่ใช่จะตามติด ตามตื๊อมากเกินไป เพราะอาจทำให้เขา/เธอ เบื่อหน่าย และ ถอยหนีจากไปอย่างรวดเร็ว  

    สุขภาพ อยู่ในเกณฑ์ดี แต่อย่าประมาท จากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือใช้ร่างกายอย่างหักโหม บริเวณกล้ามเนื้อขา และ เข่า จะเป็นจุดอ่อน!

    ครอบครัว วันที่ 13-14 อย่าประมาท คนแปลกหน้าที่แวะเวียนมาแถวบ้าน โดยเฉพาะที่เป็นชาวต่างชาติ เพราะอาจนำเหตุ/ภัยอันตรายมาให้

    คำแนะนำ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ดาวจันทร์ดับ อมาวสี ในเขตราศีกุมภ์ที่มีเงาราหูครอบงำ จนเกิดปรากฏการสุริยุปราคาแบบวงแหวน ซึ่งในคือสัญญาณบ่งบอกว่า ชะลอตัว! ไปอีก 6 เดือน โดยเฉพาะถ้าจะลงทุน เริ่มงานที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ หรือจะเปลี่ยนงานใหม่ ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้พ้นเงามืดจาก “ราหู”               

    จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2569 เงาราหูได้เข้ามาครอบงำในเขตราศีกำเนิดของชาวราศีกุมภ์ ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ควรระวังความอยากได้ อยากมี ที่มากเกินไป จน “เสี่ยง” ที่จะกระทำเพื่อให้ได้มา ก็อาจทำให้ชีวิตพลิกผัน …สว่าง แล้ว มืดดับ หรือจากมืดมน มาสู่แสงสว่าง ก็อาจเกิดขึ้นได้ เพราะ..เหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ!

    จนถึงวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2570 ดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม และ ที่เป็นดาวประจำตัวของชาวราศีกุมภ์ จะโคจรเข้ามาสถิต ณ เขตราศีมีน ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า อาจได้โชคมีลาภมหาศาลจากบ้าน ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง แต่ควร “เข้มงวด” มีวินัยกับตนเอง ไม่ตามใจตนเอง ปล่อยไปตามกระแสแห่งอารมณ์ โดยเฉพาะในเรื่อง งาน เงิน การใช้ชีวิตในแต่ละวัน ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้มีโชค มีลาภจากดาวเสาร์อย่างมหาศาล ที่จะไม่เป็น “ทุกขลาภ” จากดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม!

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีมีน

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีมีน

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีมีน ผู้เปรียบเสมือน “ปลา” ที่แหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรของความคิด และความรู้สึกที่ไม่มีขอบเขต

    การเงิน ทรัพย์ในดิน ที่ต้องพยายามขุดค้นหา วันที่ 16-18 ก็อาจทำให้ได้โชคมีลาภมากขึ้น แต่วันที่ 13-15 ควรระวังบริวาร คนรับใช้ในบ้าน อาจก่อเรื่อง ทำให้เดือดร้อน เสียหายด้วยเช่นกัน

    การงาน ร่วมกลุ่มคณะ สังสรรค์ เฮฮาปาร์ตี้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้อื่นให้มากขึ้น ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะเป็นใบเบิกทาง ให้สร้างงาน ทำเงินมากขึ้น แต่ถ้าคิดจะร่วมหุ้น ลงทุน ทำโครงการขนาดใหญ่ ก็ควร “พัก” เอาไว้ก่อน ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีเช่นกันที่จะไม่….หมดตัว!

    ความรัก เงินทองของบาดใจ ถ้าเกิดระแวงแคลงใจคนรัก คู่ครอง ก็ควรอดทนอดกลั้น และหลีกเลี่ยงที่จะซักไซ้ ไล่เลียง หรือแสดงท่าทางคอยจับผิดเขา/เธอ เพราะอาจทำให้ทะเลาะวิวาทจนแตกหักกันไปเลย ซึ่งวันที่ 15-17 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    สุขภาพ ยังอยู่ในระยะที่ควรระวังการมองโลกในแง่ร้าย โดยเฉพาะจากความคิด ดำดิ่งไปกับจินตนาการของตนเอง อาจทำให้เกิดความเครียด จนเจ็บป่วย ไม่สบายได้

    ครอบครัว ผลประโยชน์ขัดกัน กับญาติสนิทมิตรสหาย ที่ควรระวังถ้าเกิดขึ้นในระยะนี้ ก็อาจทำให้ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัสกันได้

    คำแนะนำ วันที่ 19 มีนาคม ดาวจันทร์ดับ อมาวสีในเขตราศีมีน และนับจากนี้ไปอีก 1 เดือน การเริ่มต้นชีวิตครั้งใหม่ จะอยู่ระยะที่ควรฟังเสียงเตือนจากสัญชาตญาณ ความรู้สึกภายในให้มากขึ้น ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรืองในระยะยาว แต่เนื่องจากอยูในระยะ..พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรกในเขตราศีมีนเช่นกัน ในเรื่องความรัก การแต่งงาน หรือการตกลงใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกัน ก็ควรพิจารณาให้รอบคอบ คิดให้นาน ๆ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเลื่อนไปก่อน!

    จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2569 ดาวพฤหัสบดี ผู้เป็นราชาธิบดีแห่งสรวงสวรรค์ ได้โคจรมาสถิต ณ เขตราศีมิถุน ราศีปลายธาตุลม ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า การรักษา จัดการ ดูแลบ้าน ที่อยู่อาศัยให้สวยงาม สะอาดาตามกำลังที่ตนเองมี ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้รับโชคมีลาภจากพลังของดาวพฤหัสบดี แต่ก็อย่าประมาท ที่จะจัดการอย่างเวอร์วังอลังการ ก็อาจ-เจอพลังจากดาวเสาร์ ที่กำลังครอบงำดวงชะตาของชาวราศีมีน ที่จะทำให้….ฝันไกลไป ก็จะไปไม่ถึง!

    จนถึงวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2570 ดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม ได้โคจรมาสถิต ณ เขตราศีกำเนิดของชาวราศีมีนแล้ว ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า การใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น มีสติไตร่ตรองการกระทำของตนเองให้มากขึ้น รวมถึง “เข้มงวด” สร้างข้อจำกัดของตนเองให้มากขึ้น ที่ไม่ปล่อยตัวเองให้ล่องลอย ปล่อยตัวเองให้เป็นไปตามกระแสกรรม ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้รอดพ้นจาก..ชะตากรรมรังแกจากดาวเสาร์!    

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/325414/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3phvQQ6PE8MSEcrMmXbg7w

  • ต้องแยกตั้ง “กระทรวงกีฬา” หากอยากพัฒนาคนไทย สู่ความเป็นเลิศ

    ต้องแยกตั้ง “กระทรวงกีฬา” หากอยากพัฒนาคนไทย สู่ความเป็นเลิศ

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-238&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34TN980KbNYdSIc2x7t-2c

  • พรรครักชาติ บุก ปารีส ยื่นยูเนสโกจี้คุมเข้มขึ้นทะเบียนมรดกโลก กันพวกขโมยรากเหง้าวัฒนธรรมไทย

    พรรครักชาติ บุก ปารีส ยื่นยูเนสโกจี้คุมเข้มขึ้นทะเบียนมรดกโลก กันพวกขโมยรากเหง้าวัฒนธรรมไทย

    พรรครักชาติ บุก ปารีส ยื่นยูเนสโกจี้คุมเข้มขึ้นทะเบียนมรดกโลก กันพวกขโมยรากเหง้าวัฒนธรรมไทย

    วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.19 น.

    วันที่ 12 เม.ย. 2569 นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรครักชาติ และนายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค เดินทางไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อยื่นหนังสือต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) สำนักงานใหญ่ แสดงความขอบคุณที่ยูเนสโกให้ความสำคัญกับมรดกทางวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชุดไทย” พร้อมใช้โอกาสนี้เป็นกระบอกเสียงแทนคนไทย เรียกร้องให้มีการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันปัญหาการบิดเบือน ขโมยรากเหง้าทางวัฒนธรรม

    โดยนายชนินทร์ เปิดเผยถึงจุดประสงค์หลักในการเดินทางมาเยือนสำนักงานใหญ่ยูเนสโกในครั้งนี้ ว่า เป็นการแสดงความชื่นชมและขอบคุณที่องค์การระดับโลกแห่งนี้เล็งเห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมไทย อย่างไรก็ตาม ทางพรรคได้ใช้เวทีดังกล่าวในการแสดงความห่วงใยต่อกระบวนการพิจารณามรดกทางวัฒนธรรมในระดับสากล

    พรรครักชาติ

    “เราอยากขอให้ทางยูเนสโก พิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแต่ละวัฒนธรรมว่าถูกต้องตามประวัติศาตรอย่างแท้จริง ที่เรามาในวันนี้เราหวังเพียงว่าจะเป็นเสียงนึง ที่จะช่วยปกป้องวัฒนธรรมไทย ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนและกำลังเสี่ยงต่อการถูกขโมย” นายชนินทร์ กล่าว

    ขณะที่นายชัยพร กล่าวเสริม 2 ภาษา ทั้งไทยและฝรั่งเศส ระบุว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้เกิดจากความกังวลต่อสถานการณ์ด้านวัฒนธรรมในปัจจุบันที่มีความละเอียดอ่อนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงที่มรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นรากเหง้าของชาติอาจถูกขโมยหรือเคลมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ (Cultural origin theft) การเดินทางมายังกรุงปารีสจึงเป็นความพยายามที่จะเป็น “เสียงเล็ก ๆ” ในการช่วยปกป้องสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติไทย

    พรรครักชาติ

    นอกจากนี้ตัวแทนพรรครักชาติทั้ง 2 ยังย้ำอีกด้วยว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้ ไม่ใช่การเรียกร้องหรือกดดัน (Not a demand) แต่เป็นข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ (Constructive contribution) โดยมุ่งหวังที่จะให้ยูเนสโกนำไปพิจารณาเพื่อสร้างมาตรฐานและยกระดับกระบวนการประเมินการขึ้นทะเบียนมรดกโลกในอนาคตให้มีความรัดกุม เคารพต่อประวัติศาสตร์ และคงไว้ซึ่งความถูกต้องอย่างแท้จริง

    พรรครักชาติ

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/958368&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31UPieTWRVErfdWlDYFkIg

  • สวนดุสิตโพลเผยปชช.หนุนรัฐบาลปรับโครงสร้างราคาพลังงาน บางส่วนไม่แน่ใจแก้วิกฤตได้ : อินโฟเควสท์

    สวนดุสิตโพลเผยปชช.หนุนรัฐบาลปรับโครงสร้างราคาพลังงาน บางส่วนไม่แน่ใจแก้วิกฤตได้ : อินโฟเควสท์

    “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “การรับมือวิกฤตพลังงานของ

    รัฐบาล” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,266 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2569 ผลการสำรวจ พบว่า จาก 3 แนวทางที่นายกรัฐมนตรีแถลง กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยกับแนวทางปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน และค่าไฟฟ้ามากที่สุด ร้อยละ 72.27 โดยคาดหวังว่าจาก 3 แนวทางนี้น่าจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานได้สำเร็จ ร้อยละ 34.36 (ไม่แน่ใจ ร้อยละ 32.23) และอยากให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องลดภาษีน้ำมัน ภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม ร้อยละ 76.07

    ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนความหวังของประชาชนต่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอนุทิน ที่ต้องการเห็นประเทศฝ่าวิกฤตพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพในทันทีและมีมาตรการระยะสั้นที่จับต้องได้มากกว่านโยบายเชิงหลักการหรือความเห็นทั่วไปที่อาจสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนสะท้อนว่าการสื่อสารและการแก้ปัญหาของรัฐบาลต้องชัดเจน ตรงจุด และตอบโจทย์สถานการณ์จริงที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกฎหมาย และการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางรัฐบาลในการ “ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน” เพราะมองว่าเป็นรากของปัญหาค่าครองชีพทั้งค่าน้ำมันและค่าไฟฟ้า ขณะเดียวกันระดับความเชื่อมั่นต่อมาตรการทั้ง 3 แนวทางว่าจะแก้วิกฤตได้จริงยังอยู่ในระดับปานกลาง และมีสัดส่วน “ไม่แน่ใจ” สูง สื่อถึงทุนทางความไว้วางใจที่ยังจพกัด

    อย่างไรก็ตาม ความต้องการให้”ลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม” ในสัดส่วนสูงมาก แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับมาตรการบรรเทาผลกระทบระยะสั้นที่เห็นผลได้ทันทีควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ในมุมของการบริหารภาครัฐจึงเป็นโจทย์ใหญ่ในการผสานระหว่างการตอบสนองความเดือดร้อนของประชาชนกับการรักษาวินัยการคลังและความยั่งยืนเชิงนโยบายของรัฐ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/584945&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0v_OuN0vuxOxoiLxUitFf4

  • ผลสำรวจพบ ผู้สูงอายุชาวไทยกว่า 76% มีสุขภาพจิตดี ปราศจากภาวะซึมเศร้า

    ผลสำรวจพบ ผู้สูงอายุชาวไทยกว่า 76% มีสุขภาพจิตดี ปราศจากภาวะซึมเศร้า

    12 เมษายน 2569 – เนื่องในวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี ตรงกับวันผู้สูงอายุ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ร่วมกับ ศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ (Center for Aging Society Research – CASR) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ผู้สูงอายุไทยซึมเศร้าหรือไม่ แค่ไหน อย่างไร?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 2 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุ โดยใช้ข้อคำถามทดสอบภาวะซึมเศร้า PHQ – 9 (Patient Health Questionnaire) นำเกณฑ์มาจาก ศ.นพ.มาโนช หล่อตระกูล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่า ผู้สูงอายุ ร้อยละ 76.64 ระบุว่า ไม่มีภาวะซึมเศร้า (0 – 4 คะแนน) รองลงมา ร้อยละ 16.87 ระบุว่า มีภาวะซึมเศร้าระดับเล็กน้อย (5 – 8 คะแนน) ร้อยละ 5.19 ระบุว่า มีภาวะซึมเศร้าระดับปานกลาง (9 – 14 คะแนน) ร้อยละ 0.84 ระบุว่า มีภาวะซึมเศร้าระดับรุนแรงค่อนข้างมาก (15 – 19 คะแนน) และร้อยละ 0.46 ระบุว่า มีภาวะซึมเศร้าระดับรุนแรงสูง (≥ 20 คะแนน)

    ส่วนการแก้ไขปัญหาของผู้สูงอายุในช่วงที่มีภาวะซึมเศร้า (ถามเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอาการอย่างน้อยหนึ่งข้อตามแบบทดสอบภาวะซึมเศร้า PHQ – 9 จำนวน 799 หน่วยตัวอย่าง) พบว่า ผู้สูงอายุ ร้อยละ 42.43 ระบุว่า พูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว (คู่สมรส ลูกหลาน ญาติ เป็นต้น) รองลงมา ร้อยละ 36.05 ระบุว่า ออกกำลังกาย ร้อยละ 34.79 ระบุว่า ออกไปพบปะเพื่อนฝูง หรือสังสรรค์กับเพื่อน ร้อยละ 23.65 ระบุว่า เล่น Facebook ร้อยละ 21.03 ระบุว่า เล่น Line ร้อยละ 8.39 ระบุว่า ทำความสะอาดบ้าน ทำสวน ปลูกต้นไม้ ร้อยละ 8.14 ระบุว่า เล่นเกมส์ อ่านหนังสือดูหนัง และฟังเพลง ร้อยละ 3.88 ระบุว่า ฟังธรรมะ สวดมนต์ และนั่งสมาธิ ร้อยละ 3.00 ระบุว่า นอนหลับพักผ่อน หรือนั่งเล่นอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ร้อยละ 2.50 ระบุว่า ทำงานอาสาสมัคร ร้อยละ 2.25 ระบุว่า เดินทางไปท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง ทำบุญ และไหว้พระ ร้อยละ 1.88 ระบุว่า เล่น TikTok ร้อยละ 1.50 ระบุว่า เล่น YouTube ร้อยละ 0.38 ระบุว่า รับประทานวิตามินหรือยาคลายเครียด และร้อยละ 0.25 ระบุว่า เลี้ยงสุนัข แมว หรือปลา

    ท้ายที่สุดเมื่อถามผู้สูงอายุถึงการติดต่อขอความช่วยเหลือจาก “สายด่วนสุขภาพจิต 1323” ในช่วงเวลาที่มีภาวะซึมเศร้า (ถามเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอาการอย่างน้อยหนึ่งข้อตามแบบทดสอบภาวะซึมเศร้า PHQ – 9 จำนวน 799 หน่วยตัวอย่าง) พบว่า ผู้สูงอายุ ร้อยละ 97.50 ระบุว่า ไม่เคยโทรติดต่อขอความช่วยเหลือ และร้อยละ 2.50 ระบุว่า เคยโทรติดต่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งในจำนวนของผู้สูงอายุที่ระบุว่าไม่เคยโทรติดต่อขอความช่วยเหลือจาก “สายด่วนสุขภาพจิต 1323” พบว่า ร้อยละ 80.36 ระบุว่า ไม่รู้จักว่าเป็นหมายเลขโทรศัพท์สายด่วนอะไร รองลงมา ร้อยละ 14.89 ระบุว่า ถึงรู้จักว่าเป็นสายด่วนสุขภาพจิต แต่ไม่มั่นใจว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้ได้ ร้อยละ 4.49 ระบุว่า ไม่ได้อยู่ในภาวะรุนแรงถึงขั้นที่จำเป็นต้องติดต่อขอความช่วยเหลือ และร้อยละ 0.26 ระบุว่า สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง ส่วนในจำนวนของผู้สูงอายุที่ระบุว่าเคยโทรติดต่อขอความช่วยเหลือจาก “สายด่วนสุขภาพจิต 1323” พบว่า ร้อยละ 90.00 ระบุว่า รู้จักว่าเป็นสายด่วนสุขภาพจิตของกรมสุขภาพจิต และร้อยละ 10.00 ระบุว่า รู้จักว่าเป็นสายด่วนสุขภาพจิตของกรมสุขภาพจิต และเชื่อมั่นว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้ได้

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/979061/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MhTZDXvUqde7wFViHD4Ns

  • “อ.คฑา” เปิดดวง 12 ราศี ปีใหม่ไทย ดวงใครปัง เฮงจัดเต็ม ใครได้เริ่มต้นชีวิตใหม่สุดปัง

    “อ.คฑา” เปิดดวง 12 ราศี ปีใหม่ไทย ดวงใครปัง เฮงจัดเต็ม ใครได้เริ่มต้นชีวิตใหม่สุดปัง

    วันที่ 12 เม.ย.69 อาจารย์คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์ชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ก “คฑา ชินบัญชร” ระบุว่า…

    เปิดดวง 12 ราศี ต้อนรับ #สงกรานต์ 2569

    ปีใหม่ไทยนี้ ดวงใครจะปัง ใครจะเฮง ใครจะได้เริ่มต้นใหม่แบบปังๆ

    ราศีเมษ การงานการเงินมีโอกาสก้าวหน้า ผู้ใหญ่สนับสนุน งานราชการเด่น ชวงูหลังสิงหาคม จะมีโอกาสธุรกิจ การลงทุนใหม่ ๆ เข้ามา ทำบุญการศึกษา

    ราศีพฤษก ดวงเฮงยืนหนึ่ง การงาน การเงินดี มีผู้ใหญ่หนุน ความ รักสดใส คนโสดมีเกณฑ์พบรัก มีโอกาสลงทนหรือขยาย ครอบครัวช่วงหลังเมษายน ทำบุญคนพิการ

    ราศีเมถุน ระวังการเงิน แต่ความรักโดดเด่น เสน่ห์แรง มีข่าวดี จากคนรักและครอบครัว พร้อมโชคจากการเดินทาง และหลังสงกรานต่งานกาวหนา บริวารสนับสนุนทำบุญเลี้ยงอาหาร ,โรงทาน

    ราศีกรกฏ ระวังอารมณ์และคำพูด แม้บริวารขาด แต่จะได้พิสูจน์ ความสามารถตนเอง โดดเด่นมากด้านการงาน การเงิน มีโอกาสรับทรัพย์จากการเดินทางและธุรกิจต่าง ๆ ทำบุญโรงพยาบาล คนเจ็บป่วย

    ราศีสิงห์ ดวงเด่นการงานและเงิน หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง สิ่งที่ตั้งใจหรือขอพรมีเกณฑ์สำเร็จช่วงสงกรานต์ ควรเสริมพลังบวกจากสถานที่มงคล ทำบุญเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม

    ราศีกันย์ เด่นธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม งานบันเทิง ธุรกิจท่อง เที่ยวมีโอกาสขยาย อาจได้เดินทางกะทันหัน คนโสด มีเกณฑ์พบรักจากการเดินทางหรือการงาน ทำบุญสังฆทาน

    ราศีตุลย์ ดวงเปิด การค้า-ธุรกิจรุ่ง สายขนส่ง วิศวกรรม ออกแบบ ระวังเอกสารสัญญาและสุขภาพ ยังมีกำลัง ใจดีจากตนเองและคนรอบข้าง ทำบุญชำระหนี้สงฆ์

    ราศีพิจิก ระวังอารมณ์และอุบัติเหตุ แต่ดวงยังมีพลังบวกช่วง หลังเมษายนมีโอก่าสเด่นด้านธุรกิจครอบครัว ความงาม แฟชั่น งานวิชาการสำเร็จ ผู้ใหญ่สนับสนุน ทำบุญสรางพระ หล่อพระ

    ราศีธนู รับพลังบวก เปิดมิตรปิดศัตรู มีคนช่วยเหลือมากขึ้น หลังกลางเมษายนดวงดีด้านงานและการค้า เจอกัลยาณมิตรใหม่ ๆทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์

    ราศีมังกร ระวังรายุจ่ายซ่อมรถ-บ้าน และคำพูดที่อาจก่อปัญหา ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และหาโอก้าสรับพลังดี ๆ เสริมดวง ทำบุญโลงศพ ผ้าห่อศพ

    ราศีกุมภ์ การงาน การเงินโดดูเด่น มีโอกาสุดีควรรีบคว้า อาจเดินทางกะทันหัน ต้องตัดสินใจเรื่องงานและลงทุน หลังสงกรานต์มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ทำบุญเด็กกำพร้า

    ราศีมีน ระวังสุขภาพ อารมณ์ คำพูด และความรัก อย่าเพิ่ง ทุ่มเทเร็ว เดนด้านการขาย การตลาด การสื่อสาร หลังสงกรานต์มีโอกาสขยายงานหรือธุรกิจทำบุญคนชรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/variety/horoscope/141218&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nQGHUXXwvwC-yVz-1yclO

  • ถอดบทเรียนการสื่อสารช่วงเลือกตั้ง 2569: อินฟลูฯ-ดีเบต-เฟกนิวส์

    ถอดบทเรียนการสื่อสารช่วงเลือกตั้ง 2569: อินฟลูฯ-ดีเบต-เฟกนิวส์

    แคมเปญสื่อสารเชิงสร้างสรรค์

    ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น การเลือกตั้ง สส. ครั้งนี้ เกิดพร้อมกันกับการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นผลให้ในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ผู้มีสิทธิทุกคนจะต้องไปกาบัตรลงคะแนนถึง 3 ใบ ทั้งบัตรเลือก สส.แบบแบ่งเขต, บัตรเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติ ที่จากการสำรวจข้อมูลโดยสื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลายคนยังสับสนการ ‘กาบัตร 3 ใบ’ จำนวนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีบัตรใบที่สาม (ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) ให้กาด้วย

    นำไปสู่การทำแคมเปญเพื่อให้ความรู้เรื่องการบัตรใบที่สาม ทั้งจากภาคประชาชนและสื่อมวลชน โดยหลายฝ่ายเลือกใช้วิธีการที่สร้างสรรค์เพื่อให้เข้าถึงคนในวงกว้าง เช่น สำนักข่าว The101.world ทำคลิปอธิบายขั้นตอนการลงคะแนนคล้ายคำแนะนำความปลอดภัยบนเครื่องบิน หรือกรณีกลุ่มดารา-นักแสดงมารวมตัวกันเฉพาะกิจทำแคมเปญ ‘ปากุมแภด’ ด้วยเนื้อหาสนุก ๆ จนแต่ละคลิป ได้ยอดวิวหลักแสนไปจนถึงหลักหลายล้าน หรือการจัดกิจกรรมวิ่งรณรงค์ให้คนไปเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ Yes We Run ที่ล้อกับกระแสวิ่งเพื่อสุขภาพซึ่งกำลังฮิตอยู่ในเวลาเดียวกัน

    อีกเทรนด์การสื่อสารจากพรรคการเมืองที่ถูกหยิบมาใช้ คือ ‘ละครแนวตั้ง’ ที่เป็นคลิปวิดีโอบทสนทนาสั้นไม่กี่นาที บางครั้งใช้นักแสดงคนเดียวกันคุยกันเอง ทั้งเพื่อสื่อสารวิธีการเลือกตั้ง เรื่องราวน่าสนใจระหว่างหาเสียง ไปจนถึงนโยบายที่น่าสนใจของแต่ละพรรค

    รศ.ดร.วิไลวรรณ ระบุว่า หนึ่งในผู้คิดแคมเปญการสื่อสารที่โดดเด่นจากอีเวนต์การเมืองใหญ่ต้นปี พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา คือการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นำโดยทีม iLaw ที่มียิ่งชีพ อัชฌานนท์ เป็นผู้อำนวยการ ที่ทำเรื่องเข้าใจยากอย่างปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 ไปจนถึงขั้นตอนการประชามติต่าง ๆ อันซับซ้อน ให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย และถูกแพร่กระจายในวงกว้าง พร้อมขยายคอนเทนต์จาก online ไปสู่งาน on ground เช่น การวิ่งรณรงค์ที่จับกระแสดูแลสุขภาพของคนในยุคปัจจุบันได้อย่างเหมาะเจาะ

    “ผลจากการรณรงค์เรื่องประชามติที่ประสบความสำเร็จ ก็นำไปสู่ความตื่นตัวเรื่องการเลือกตั้ง สส. ในเวลาเดียวกัน แม้จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิอาจจะไม่มากเท่าครั้งก่อน จากบรรยากาศทางการเมืองที่คนจำนวนไม่น้อย อาจคิดว่า มีการกำหนดตัวผู้ชนะไว้ล่วงหน้าแล้ว” รศ.ดร.วิไลวรรณระบุ

    ข้อมูลเท็จที่ถูกปล่อยอย่างเป็นระบบ

    คู่ขนานกันกับความพยายามในการให้ข้อมูล ‘ที่ถูกต้อง’ ก็มีฝ่ายที่พยายามให้ข้อมูลสร้างความ ‘เข้าใจผิด’ และดูเหมือนจะทำอย่างเป็นระบบ หนึ่งในข้อมูลที่แชร์กันในวงกว้าง คือการระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 จะกระทบต่อการปราบปรามการคอร์รัปชั่น ทำให้ข้อกำหนดเรื่องคดีทุจริตไม่มีอายุความ, โกงกินต้องประหารชีวิต, เมื่อมีคดีความห้ามออกนอกประเทศ หรือห้ามนักการเมืองโดยสารเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส ฯลฯ หายไปทั้งหมด

    ทั้งที่ข้อความดังกล่าว ‘ไม่ได้อยู่’ ในรัฐธรรมนูญ แต่ถึงจะมีการแย้งหลายครั้งว่าข้อมูลดังกล่าว ‘ไม่เป็นความจริง’ ก็ยังมีคนบางกลุ่ม นำไปพูดถึงซ้ำ ๆ โดยบางฝ่ายชัดเจนว่า สนับสนุนบางพรรคการเมืองที่มีจุดยืนว่า ไม่เห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

    จากข้อมูลของ Cofact และ Thai PBS Verify องค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหาเท็จและข่าวลวง พบว่า ในช่วงของการเลือกตั้ง มีจำนวนข้อมูลข่าวสารที่ถูกตรวจแล้วพบว่าเป็นเท็จหรือบิดเบือนจำนวนมาก โดย Thai PBS Verify ระบุว่า ระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 – กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ได้ตรวจสอบรวม 33 ข่าว เป็นข่าวที่ถูกระบุว่าบิดเบือน 14 เรื่อง เป็นข่าวปลอม 5 เรื่อง ในจำนวนนี้มี 5 เรื่องสร้างจาก AI พร้อมข้อสรุปว่า “การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ส่งผลให้เกิดข่าวบิดเบือนหรือข่าวปลอมเกี่ยวกับการเมืองเพิ่มสูงขึ้น”

    ช่วงเวลาเดียวกัน Cofact ก็ตรวจสอบรวม 33 ข่าวเช่นกัน โดยพบว่ามีถึง 27 ข่าวเกี่ยวกับการเมือง ที่เป็นข้อกล่าวหา-เนื้อหาเท็จ เช่น โควทปลอม, คลิป/ภาพตัดต่อ หรือใช้ AI, นำภาพจริงมาให้บริบทเท็จ ฯลฯ พร้อมกับให้ข้อสรุปสถานการณ์ข่าวเท็จ-ข่าวปลอมในช่วงเลือกตั้งปี พ.ศ. 2569 ไว้ 8 ข้อ อาทิ มักผลิตขึ้นมาชิ้นเดียวกระจายให้มากที่สุด, เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ, เป็น Cheapfake มากกว่า Deepfake, เอาประเด็นเดิม ๆ เช่น มาตรา 112 ไม่รักชาติ รับเงินต่างชาติ มาวนซ้ำร่วมกับประเด็นใหม่ความขัดแย้งชายแดน, มีการสร้างเพจใหม่ ๆ ขึ้นมาโจมตีบางพรรคโดยเฉพาะ, กกต. แม้จะขยับชี้แจงข้อเท็จจริงมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อปกป้องตัวเอง ฯลฯ

    ขณะที่การใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือที่เรียกกันติดปากว่า IO (Information Operation) แม้จะมีการตั้งข้อคำถามว่า มีพรรคการเมืองใดที่ใช้วิธีสื่อสารลักษณะนี้บ้าง แต่การตรวจสอบก็ทำได้ยากลำบากมากขึ้น เนื่องจากหลายแพลตฟอร์มเพิ่มข้อกำหนดเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) ของผู้ใช้งาน และไม่เปิดให้เข้าถึง API

    อีกสิ่งที่น่าจับตา และชวนวิเคราะห์ต่อไปก็คือยอดดูไลฟ์สดเวทีปราศรัยใหญ่ของบางพรรคการเมืองในโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ที่มีตัวเลขผู้ชมสดหลักแสนคน มากกว่าพรรคการเมืองสำคัญอื่นทั้งหมด แต่เมื่อการไลฟ์สดจบลงยอดดูรวมจริง ๆ กลับไม่สอดคล้องกับตัวเลขดังกล่าว หลายคนวิเคราะห์กันว่า น่าจะใช้ Bot ช่วยสร้างยอดคนดูสด เมื่อตัวเลขจริงปรากฏจึงออกมาไม่สอดคล้องกัน

    รศ.ดร.วิไลวรรณ ระบุว่า ปัญหาใหญ่ของ IO คือจะทำให้คนไม่เชื่ออะไรบนอินเทอร์เน็ต กระทบต่อการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร สิ่งที่พบจากการเลือกตั้งครั้งนี้คือ IO มีการทำงานอย่างเป็นระบบอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งผสมกับบริบทที่เกิดความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่ปัญหาข่าวเท็จ-ข่าวปลอม ก็มีพัฒนาการที่น่าสนใจ คือไปทำงานกับคนเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ที่หากสอดคล้องกับอคติ (bias) ของคนกลุ่มนั้น ๆ พวกเขาก็พร้อมจะเชื่อ ไม่ว่าข่าวดังกล่าวจะจริงหรือไม่

    อาจารย์คณะวารสารฯ รายนี้ อธิบายเพิ่มว่า ปัญหาข่าวเท็จ-ข่าวปลอมไม่มีทางหมดไปจากสังคมไทย เพราะเกิดมาก่อนที่โลกออนไลน์จะบูมด้วยซ้ำ แต่โซเชียลมีเดียทำให้แพร่กระจาย ได้เร็วและกว้างขึ้น ที่สำคัญคือข้อมูลประเภทนั้นเป็นสิ่งที่อัลกอริทึ่มชอบ และเราแทบไม่เคยเห็นความรับผิดชอบใด ๆ จากแพลตฟอร์ม ไปจนถึงไม่เคยเห็นผู้เกี่ยวข้องในภาครัฐลงมาแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง เช่น เรียกแพลตฟอร์มทั้งหมดมาคุย

    “วันนี้แค่ Debunk อย่างเดียวอาจจะไม่พอ ต้อง Prebunk และเพิ่มความรู้ทันการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (Media Literacy) ให้กับประชาชน นี่คือสิ่งที่เราพอทำได้ ในขณะที่ภาพใหญ่ยังไม่ขยับอะไร” รศ.ดร.วิไลวรรณกล่าว

    บทบาท ‘สื่อบุคคล’ โดดเด่น

    หากการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2562 เป็นปีที่พื้นที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์หาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ การเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2566 เป็นปีที่ TikTok เสริมบทบาท ‘หัวคะแนนธรรมชาติ’ จนเกิดคอนเทนต์แนว UGC (User-Generated Content) ที่บรรดาแฟนคลับของพรรคการเมืองต่าง ๆ ผลิตขึ้นมา เพื่อให้ข้อมูลและเรียกคะแนนนิยมให้กับพรรคหรือบุคคลที่ต้องเองชื่นชอบ

    การเลือกตั้ง-ประชามติในปี พ.ศ. 2569 ก็น่าจะเป็นปีทองของเหล่า ‘ผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์’ หรือ Influencer ที่จะมาผลิตคอนเทนต์สร้างสรรค์แข่งขันกัน โดยหนึ่งในอินฟลูฯ ที่โดดเด่นที่สุด คือเพจเฟซบุ๊ก ‘แม่แนน น้องสมาร์ท’ ของพี่น้องเพ็ชรโยธิน ปวีณาและศุภฤกษ์ ที่ทำคอนเทนต์แนวสวมบทบาทสมมุติ (Role Play) พูดถึงข้อมูลสำคัญต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง-ประชามติ โดยบางคลิปมีการแสดงความเห็น และทัศนคติส่วนตัวไปด้วย กระทั่ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งให้ลบเนื้อหาบางคลิป แม้จะถูกโต้แย้งเรื่องไม่มีอำนาจ

    การทำหน้าที่ของ ‘สื่อบุคคล’ ก็ยังบทบาทสำคัญ เช่น คลิปแม่ค้าขายข้าวโพดวนรถจักรยานยนต์มาจับมือให้กำลังใจกับผู้สมัคร สส. บางพรรคการเมืองด้วยสายตามุ่งมั่น ที่เพจเฟซบุ๊ก Friend’s Talk จับภาพไว้ได้ระหว่างตามถ่ายทอดสดการลงพื้นที่ จนกลายเป็นหนึ่งในซีนที่หลายคนจดจำจากการเลือกตั้งรอบนี้ หรือเหตุการณ์เรียกร้องให้นับคะแนนการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 1 ใหม่ที่ชุมนุมประท้วงพักค้างคืนในสนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี ที่เพจเฟซบุ๊ก Live Real ถ่ายทอดสดต่อเนื่อง กระทั่งเป็นไวรัลในออนไลน์ และกลายเป็นหนึ่งในข่าวใหญ่ที่สุดภายหลังวันลงคะแนน

    รศ.ดร.วิไลวรรณ เห็นด้วยว่า หลังจากนี้ บทบาทสื่อบุคคลจะยิ่งทวีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ช่วงกลางปี พ.ศ. 2569 เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่ผลแพ้ชนะอาจวัดกันด้วยตัวตนของผู้สมัคร แตกต่างจากการเลือกตั้งทั่วไปที่ปัจจัยชี้ขาดการแพ้ชนะมีความซับซ้อน โดยสื่อบุคคลจะมีวิธีในการสื่อสารที่เข้าถึงคนหมู่มาก และบางเรื่องทำได้ดีกว่าสื่อองค์กร

    ‘สื่อองค์กร’ จับมือร่วมกันทำงาน

    ในอดีต ด้วยธรรมชาติที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ทำให้สื่อองค์กรต่าง ๆ หากไม่อยู่ภายใต้ร่วมของบริษัทเดียวกัน ก็ยากที่จะมาจับมือร่วมมือกันทำงาน แต่สำหรับการเลือกตั้งพร้อมประชามติครั้งนี้ กลับพบเห็นการจับมือร่วมกันทำงานของสื่อองค์กร โดยเฉพาะสำนักข่าว ในหลายกรณี ถือเป็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจ

    อาทิ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเครือมติชนร่วมกันจัดทำงานโพลออนไลน์ ที่เป็นการต่อยอดจากความร่วมมือในการเลือกตั้ง สส. ปี พ.ศ. 2566 หรือกรณีสถานีโทรทัศน์ TNN ร่วมจัดเวทีดีเบตกับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และอีกเวทีใหญ่ คือกรณี 8 สื่อ ได้แก่ เครือมติชน, PPTV, ThaiPBS, Thairath, The101.world, The Reporters, The STANDARD และ TODAY ร่วมกันจัดเวทีดีเบต โดยทั้งหมดรับปากว่า พร้อมจะทำงานร่วมกัน หากมีวาระสำคัญ ๆ ของประเทศอื่นในอนาคต

    และเช่นเดียวกับการเลือกตั้งสำคัญครั้งก่อน ๆ การเลือกตั้ง สส. และประชามติ ปี พ.ศ. 2569 สื่อมวลชน 24 องค์กร ร่วมกับจัดทำการรายงานผลนับคะแนนแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจากการเลือกตั้ง สส. ปี พ.ศ. 2566 ที่มี 38 องค์กร, การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี พ.ศ. 2565 ที่มี 32 องค์กร และการเลือกตั้ง สส. ปี พ.ศ. 2562 ที่มี 30 สำนัก แม้แทบทุกครั้งจะประสบปัญหาในการรับข้อมูลจากภาครัฐเพื่อนำมาใช้รายงานสด ทั้งถูกดึงท่อข้อมูลออกในบางช่วงเวลา (แต่มาอ้างภายหลังว่าถูกแฮก ที่ไม่เป็นความจริง) หรือไม่ส่งข้อมูลให้เป็นเวลาหลายชั่วโมง กระทั่งเกิดคำถามเรื่องข้อมูลรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง จะถูกใครบางคน ‘เข้าไปจัดการ’ หรือไม่

    อีกกลุ่มที่ทำงานร่วมกันโดดเด่น อันเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคนทำงานสื่อสารและภาคประชาชน ก็คือทีม Vote62 ที่ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มให้ประชาชนร่วมรายงานผลการเลือกตั้งเพื่อจับตาการทำงานขององค์กรที่เกี่ยวข้อง ที่ทำงานลักษณะนี้มาตั้งแต่การเลือกตั้ง สส. ในปี พ.ศ. 2562

    “ส่วนตัวอยากเห็นการจับมือร่วมกันทำงานในเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของสื่อองค์กรมากขึ้น ให้เหมือนกับการเลือกตั้งในต่างประเทศ แต่สื่อไทยวันนี้ยังจับมือร่วมกันทำงานน้อยมาก แม้จะเริ่มเห็นความพยายาม แต่ก็ยังอยากเห็นมากกว่านี้ เพื่อให้การทำงานของสื่อองค์กรมีพลังมากขึ้น ในเหตุการณ์สำคัญที่ประชาชนต้องการข้อมูลซึ่งจำเป็นต่อการประกอบการตัดสินใจ” รศ.ดร.วิไลวรรณ เสนอแนะ

    วิธีการสื่อสารที่อาจไม่ได้ผลอีกต่อไป

    ‘เวทีดีเบต’ หรือรายการประชันวิสัยทัศน์ ที่บางเวทีจัดในลักษณะคล้ายเกมโชว์ เคยเป็นสิ่งแปลกใหม่ในการเลือกตั้ง สส. ปี พ.ศ. 2562 รวมไปถึงการเลือกตั้งสำคัญหลาย ๆ ครั้งหลังจากนั้น ทั้ง สส. ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ว่าฯ กทม. จึงไม่แปลกใจที่ ในการเลือกตั้ง สส. ปี พ.ศ. 2569 หลายสื่อจะใช้วิธีนำเสนอคอนเทนต์ดังกล่าวมาใช้ซ้ำอีกครั้ง

    ‘ยามเฝ้าจอ’ เพจเฟซบุ๊กที่ติดตามการทำงานของสื่อมวลชน รวบรวมจำนวนเวทีดีเบตในการเลือกตั้ง ที่จัดโดยสื่อ พบว่ามีอย่างน้อย 74 เวที ที่แม้ในเชิงจำนวนอาจจะไม่ได้มากที่สุด เพราะถึงจะมากกว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี พ.ศ. 2565 ซึ่ง Media Alert รวบรวมที่มีอย่างน้อย 51 เวที แต่ยังน้อยกว่าการเลือกตั้ง สส. เมื่อปี พ.ศ. 2562 ที่สำนักข่าวออนไลน์ The MATTER เคยรวบรวมไว้ว่ามีอย่างน้อย 108 เวที แต่ก็มีจำนวนมากพอที่จะผู้บริหารหรือผู้สมัคร สส. ของแต่ละพรรค จะสะท้อนว่า มีมากจนไม่สามารถรับขึ้นเวทีได้ทั้งหมด แม้พรรคสำคัญ ๆ จะวางตัวบุคคลที่จะขึ้นเวทีดีเบตของสื่อฯ ไว้ล่วงหน้าก็ตาม โดยแบ่งตามประเด็น เช่น การเมือง, เศรษฐกิจ, สังคม, การศึกษา, การต่างประเทศ, เทคโนโลยี, การกระจายอำนาจ, สิ่งแวดล้อม ฯลฯ หรือตามพื้นที่ภูมิภาคต่าง ๆ กระทั่งตามช่วงวัย หรือเจเนอเรชั่น

    แม้หลายเวทีดีเบตจะพยายามใช้วิธีนำเสนอแบบใหม่ ๆ เช่น สถานีโทรทัศน์ช่อง One31 นำ AI ‘น้องวันวัน’ มาช่วยในการตั้งคำถาม สำนักข่าวออนไลน์ The Momentum ใช้วิธีให้คนรุ่นใหม่มาล้อมวงตั้งคำถามกับผู้สมัคร สส. ด้วยกติกาที่น่าสนใจ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แม้จะมีเวทีดีเบตจำนวนมาก ข้อความ (Message) ที่ปรากฎบนสารพัดเวที กลับไม่ได้สร้าง Impact มากนัก ภายใต้ข้อสังเกตเรื่องจำนวนเวทีที่ดูจะมากเกินไปจนเกิดภาวะข้อมูลล้นเกิน (Information Overload) ไปจนถึงกรณีที่บางพรรคการเมืองตัดสินใจไม่ส่งบุคคลสำคัญขึ้นเวที

    ข้อมูลจาก Wisesight บริษัทที่ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย พบว่า ระหว่างวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 (ยุบสภา) จนถึงวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569 (ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่) มีจำนวนข้อความเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.และประชามติ ปรากฏบนโลกออนไลน์ไทย จำนวน 1,782,051 ล้านข้อความ สร้างเอนเกจเมนต์ได้ถึง 874,338,879 เอนเกจเมนต์ โดย Top Message แต่ละแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียดัง มักเป็นการสื่อสารจากตัวแทนพรรคการเมืองสู่ประชาชน (เช่น ข้อความของณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือรักชนก ศรีนอกจากพรรคประชาชน หรือข้อความคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์จากพรรคไทยสร้างไทย กรณีที่มีใช้ความไม่เหมาะสมกับบุตรสาวที่มาช่วยหาเสียงเลือกตั้ง), จากอินฟลูฯ ที่พูดถึงการเลือกตั้ง (เช่น ซีเคเจิง หรือพอล-ภัทรพล ศิลปาจารย์), จากภาคประชาสังคมที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง (เช่น การให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีเงื่อนไขมาก), หรือจากแฟนคลับพรรคการเมืองต่าง ๆ ซึ่งโพสต์สิ่งที่โดนใจแล้วมีคนแชร์ต่อจำนวนมาก โดยแทบไม่พบว่ามีข้อมูลข่าวสารบนเวทีดีเบตใดติดอยู่ในลำดับต้น ๆ

    รศ.ดร.วิไลวรรณ ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า อีกปรากฎการณ์ที่น่าสนใจ จากเลือกตั้ง-ประชามติ ปี พ.ศ.2569 คือการที่ผู้ทำงานสื่อสารที่มีอิทธิพลบางคน ออกมาประกาศว่าจะกาเลือกพรรคการเมืองใด หรือ Endorsement ที่ในต่างประเทศถือเป็นเรื่องปกติ แต่ในไทยกลับไม่ใช่สิ่งที่คุ้นเคยนัก โดยมองว่า การประกาศจุดยืนเช่นนี้ ไม่ใช่ปัญหา ในทางกลับกัน จะยิ่งทำให้บุคคลเหล่านั้นต้องทำงานแบบมืออาชีพ เพราะประชาชนจะคอยจับตามองว่า มีการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่

    สารพัดโจทย์ และพลวัตการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไปในอีเวนต์ใหญ่ทางการเมืองแต่ละครั้ง ชวนให้คิดว่า สำหรับการเลือกตั้งหรือประชามติครั้งหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และสื่อบุคคล สื่อองค์กร พรรคการเมือง ผู้สมัคร แฟนคลับ หรือประชาชนทั่วไป จะมีบทบาทมากน้อยเพียงใด ต่อกิจกรรมที่ส่งผลต่อชะตากรรมของคนทั้งประเทศนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862955&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CVcPADcSxrqsrV4MmFmuu

  • โครงการ ‘เรือธง’ คมนาคม ‘อนุทิน 2’ บูมเขตเศรษฐกิจภาคใต้ – ตะวันออก

    โครงการ ‘เรือธง’ คมนาคม ‘อนุทิน 2’ บูมเขตเศรษฐกิจภาคใต้ – ตะวันออก

    นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายใต้การบริหารงานกระทรวงคมนาคมในยุคของตนและ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จะเดินหน้าผลักดันโครงการ “เรือธง” เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเม็ดเงินทางเศรษฐกิจ

    โดยมีโครงการเรือธงใน 2 พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจะดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรม คือ โครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย และอันดามัน (แลนด์บริดจ์) มูลค่าการลงทุนกว่า 9.9 แสนล้านบาท จะยังคงเดินหน้าในยุคนี้ เพราะเป็นนโยบายต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลก่อน

    อีกทั้งจากการศึกษาพบว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนแน่นอน โดยจะช่วยสร้างงานเป็นแสนอัตรา สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ประเทศ คุ้มค่ากับรองรับขนส่งผ่านแลนด์บริดจ์ เพราะสถิติปัจจุบันพบว่าเรือกว่า 90% ที่ท่าเรือสิงคโปร์เป็นเรือถ่ายลำสินค้า ดังนั้นแลนด์บริดจ์จะเข้ามาตอบโจทย์เรื่องนี้

    โครงการ 'เรือธง' คมนาคม 'อนุทิน 2' บูมเขตเศรษฐกิจภาคใต้ - ตะวันออก

    ขณะเดียวกัน จะเร่งการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) แก้ปัญหาเกี่ยวกับสัญญารถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) โดยจะไม่มีการแก้ไขสัญญา แต่รัฐบาลจะเน้นวิธีเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ จูงใจให้คนเข้ามาใช้บริการ และลงทุนในพื้นที่ EEC ซึ่งจะมีผลทำให้ไฮสปีดเทรนมีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น

    โดยภายหลังรัฐบาลแถลงนโยบาย และมีการตั้งประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ก็จะมีการประชุมและเดินหน้าโครงการส่วนของการก่อสร้างศูนย์ความบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ไม่มีการกาสิโน รวมไปถึงการดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนในโครงการสวนสนุกระดับโลกทั้งดิสนีย์แลนด์หรือสวนสนุกอื่นๆ

    โครงการ 'เรือธง' คมนาคม 'อนุทิน 2' บูมเขตเศรษฐกิจภาคใต้ - ตะวันออก

    สำหรับรายละเอียดโครงการลงทุนใน 2 เขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น แบ่งเป็น

    โครงการแลนด์บริดจ์

    ปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาการลงทุน ปรับขนาดการก่อสร้างให้ลดลงจากเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ระยะที่ 1/1 รองรับตู้สินค้าสูงสุด 4 ล้าน TEUs จากแผนเดิมลงทุนก่อสร้างระยะที่ 1/1 เพื่อรองรับตู้สินค้าสูงสุด 6 ล้าน TEUs แต่แผนลงทุนทั้งหมดยังคงเป้าหมายพัฒนาแลนด์บริดจ์ให้รองรับตู้สินค้าสูงสุด 20 ล้าน TEUs

    ทั้งนี้ การปรับขนาดการก่อสร้างแลนด์บริดจ์ส่งผลให้ สนข.ประเมินวงเงินการลงทุนลดเหลือ 9.9 แสนล้านบาท จากแผนเดิมประเมินไว้ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะศึกษาพัฒนาในระยะที่ 1 ทั้ง 3 ระยะ แบ่งเป็น

    ระยะที่ 1/1 (ปี 2573-2574) มูลค่าการลงทุน 6.17 แสนล้านบาท

    ระยะที่ 1/2 (ปี 2575-2577) มูลค่าการลงทุน 1.74 แสนล้านบาท

    ระยะที่ 1/3 (ปี 2578-2596) มูลค่าการลงทุน 2.05 แสนล้านบาท

    ระยะที่ 2 (ปี 2597-2622) ยังไม่มีการประเมินแผนลงทุน เนื่องจากจะต้องรอให้มีการพัฒนาแผนระยะที่ 1 ให้แล้วก่อน

    สำหรับรูปแบบการลงทุน จะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการรัฐ (PPP) ลักษณะ PPP Net cost สัญญาสัมปทาน 50 ปี โดยการเปิดประมูลใช้หลักการ One Port Two Sides ดำเนินการก่อสร้าง และบริหารงานพร้อมกันทั้งโครงการในสัญญาเดียว ส่วนผู้เข้ามาลงทุนจะต้องมีประสบการณ์ในการบริหารท่าเรือ และสายการเดินเรือ เพื่อดึงสินค้าเข้ามาใช้บริการท่าเรือ และจะต้องมีความพร้อมด้านเงินทุนเพื่อลงทุนในโครงการ

    โครงการลงทุนใน EEC

    สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) มีแผนพัฒนาโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) ภายใต้แนวคิด Smart & Sustainable “LIVE-WORK-PLAY” City เพื่อยกระดับภาคตะวันออกเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลก ครอบคลุมพื้นที่ 15,000 ไร่ มุ่งเป็น World-Class Entertainment & Leisure Hub

    สำหรับการพัฒนาจะมีโครงการสำคัญอย่างสวนสนุกชั้นนำของโลกและสปอร์ตคอมเพล็กซ์ โดยพื้นที่ตั้งห่างจากสถานีรถไฟความเร็วสูง 10 กิโลเมตร และห่างจากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา 15 กิโลเมตร ส่วนโครงการเมืองใหม่ สกพอ.เตรียมเสนอขออนุมัติสิทธิประโยชน์เฉพาะตัว และโครงสร้างพื้นฐานรองรับ โดยจะเสนอ กพอ.สร้างเมืองต้นแบบทันสมัย

    ทั้งนี้ แผนลงทุนสวนสนุกระดับโลกดิสนีย์แลนด์ (Disneyland) เตรียมจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์บริหารดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ มาศึกษาโมเดลที่เหมาะสม ทั้งรูปแบบการลงทุนจะเป็นการร่วมทุนหรือไทยลงทุนทั้งหมด รวมถึงการเจรจากับดิสนีย์แลนด์ถึงเงื่อนไขที่จะเกิดประโยชน์สูงสุด โดยคาดว่าการศึกษาจะใช้เวลา 2-3 เดือน

    ขณะที่โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเริ่ม “นับหนึ่ง” ก่อสร้าง หลังจากที่ผ่านมาติดหล่ม “ปีศูนย์” มานาน 5-6 ปี อาทิ โครงการท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2569 ออกใบแจ้งเริ่มดำเนินงาน (NTP) ให้บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เริ่มงานก่อสร้าง

    รวมทั้งยังอยู่ระหว่างรอการประชุม กพอ.เพื่อสรุปแนวทางดำเนินงานในโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน เช่นเดียวกับ โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ขณะนี้ UTA กำลังหารือบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับการใช้พื้นที่พัฒนา MRO ทั้งนี้ สกพอ.คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1229241&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-2d0vVSKTSx5BFdx75Upq