Category: วัฒนธรรม

  • ปี 2025 ค้าปลีกไต้หวันโดยรวมหดตัว แต่ค้าปลีกแบบ E-Commerce โตสวนกระแส เพิ่มขึ้น 2.8% โอกาสที่ไม่ควรมองข้าม

    ปี 2025 ค้าปลีกไต้หวันโดยรวมหดตัว แต่ค้าปลีกแบบ E-Commerce โตสวนกระแส เพิ่มขึ้น 2.8% โอกาสที่ไม่ควรมองข้าม

              ในปี 2025 ธุรกิจค้าปลีกไต้หวันทั้งออนไลน์และออฟไลน์มีมูลค่าผลประกอบการรวมประมาณ 4.84 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน (ราว 4.84 ล้านล้านบาท) ลดลงจากปีก่อน 0.2% นับเป็นการหดตัวตลอดทั้ง 4 ไตรมาสของปีเป็นครั้งที่ 3 ในรอบเกือบ 25 ปี สะท้อนว่าแรงกระตุ้นการบริโภคหลังโควิด-19 เริ่มจางหาย และภาคค้าปลีกกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและการปรับโครงสร้างช่องทางจำหน่าย ขณะเดียวกัน แม้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จะเพิ่มขึ้น 1.7% แต่รายได้ค้าปลีกกลับหดตัว ชี้ว่ากำลังซื้อที่แท้จริงอ่อนแรง อย่างไรก็ดี การชะลอตัวไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน สะท้อนความแตกต่างและความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างภายในธุรกิจค้าปลีก

                 ในการค้าปลีกผ่านช่องทางออฟไลน์ ยอดการขายของสินค้าที่ไม่จำเป็นหรือสินค้าราคาสูงหดตัวอย่างเห็นได้ชัด เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และรถยนต์ ขณะที่ สินค้าที่ยังคงเติบโตดี คือ สินค้าเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันในร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าในร้านเฉพาะทาง เช่น ร้านวัฒนธรรม–การศึกษา–บันเทิง รวมถึงสินค้าสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจและท่าทีระมัดระวังของผู้บริโภคที่ปรับพฤติกรรมที่หันไปใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น

          ในปี 2025 ธุรกิจค้าปลีกโดยรวมยอดขายผ่านออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซยังมีการเติบโตที่ดี เพิ่มขึ้น 2.8% มูลค่า 671,600 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.86% ของตลาดค้าปลีกทั้งหมด ซึ่งทำสถิติสูงเป็นอันดับ 2 รองจากปี 2022 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการซื้อขายผ่านออนไลน์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดค้าปลีกไต้หวัน โดยภาวะธุรกิจค้าปลีกออนไลน์หรือ E-Commerce แต่ละประเภทมีจุดที่น่าสนใจและพฤติกรรมของผู้บริโภคแตกต่างกัน ดังนี้

                1) การค้าปลีกทั่วไป แต่ขับเคลื่อนด้วยบริการที่รวดเร็ว (Quick Commerce)

                    ปี 2025 ธุรกิจขายออนไลน์กลุ่มค้าปลีกทั่วไปเติบโตโดดเด่นที่สุด จากแรงขับของ Quick Commerce โดยยอดขายเติบโต 7.1% ด้วยมูลค่ารวม 44,700 ล้านเหรียญไต้หวัน การขยายตัวเป็นผลจากการใช้กลยุทธ์จัดส่งรวดเร็ว ประสานโมเดล OMO (Online-Merge-Offline) ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการที่มีเครือข่ายร้านค้าจริงที่หนาแน่น มีการเติมสต็อกสม่ำเสมอ และจัดระบบสต๊อกมาตรฐาน (SKU) ที่ผสานกับระบบจัดส่งจากร้านค้าจริงจะประสบความสำเร็จสูง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เน้นความเร็วและความสะดวกได้เป็นอย่างดี

                2) การค้าปลีก สำหรับสินค้าประเภทวัฒนธรรม–การศึกษาและบันเทิง

                       ในปี 2025 มูลค่ายอดขายสำหรับสินค้าในกลุ่มนี้ เติบโตถึง 6.4% ซึ่งสูงที่สุดในบรรดากลุ่มค้าปลีกเฉพาะทางทั้งหมดของปีเดียวกัน ที่น่าสนใจคือ สินค้ากลุ่มวัฒนธรรม–การศึกษา–บันเทิง 
    มีแนวโน้มเติบโตทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ไปพร้อมกัน สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของช่องทางออนไลน์ไม่ได้เข้ามาทดแทนร้านค้าจริง แต่เป็นการขยายตัวจากบริบทการบริโภคที่หลากหลายและพฤติกรรมการซื้อที่ต่อยอดมากขึ้น

                       สินค้ากลุ่มนี้มีลักษณะเด่น คือ มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะ มีความหลากหลายของสินค้า และมีอัตราการซื้อซ้ำสูง โดยช่องทางออนไลน์สามารถรองรับความต้องการที่ไม่เร่งด่วน รวมถึงกรณี
    ที่ร้านค้าจริงมีสต็อกสินค้าไม่เพียงพอสามารถจัดจากสาขาอื่นได้ เป็นการบริหารสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพและเกื้อหนุนกันระหว่างช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

                3) การค้าปลีก สำหรับสินค้าเสื้อผ้า รองเท้าและเครื่องแต่งกาย 

                       ในปี 2025 ยอดขายออนไลน์ของค้าปลีกเสื้อผ้าเพิ่มขึ้น 6.3% ขณะที่ขนาดธุรกิจค้าปลีกโดยรวมกลับหดตัวลง 2.6% สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของช่องทางออนไลน์ส่วนหนึ่งเกิดจากการย้ายพฤติกรรมการบริโภคออกจากหน้าร้านสู่โลกออนไลน์ อยู่ในภาวะที่แรงซื้อออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้ช่องทางออนไลน์กลายเป็นสมรภูมิหลักของการแข่งขันด้านการสร้างแบรนด์และการค้าปลีกสำหรับสินค้ากลุ่มนี้

                       สินค้าเสื้อผ้าเป็นสินค้าที่มีมาตรฐานสากลและราคาโปร่งใส ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกับสินค้าดังกล่าว และรู้ระบบการเลือกไซส์ การคืนสินค้าออนไลน์เป็นอย่างดี ทำให้มีความสะดวกมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าหลายแบรนด์มอง E-Commerce เป็นหนึ่งในช่องทางจำหน่ายหลัก และลงทุนระยะยาวทั้งการทำแพลตฟอร์มออนไลน์ การทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย และการบริหารสมาชิกที่ดี ทำให้สัดส่วนยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    4) การค้าปลีก สำหรับสินค้ากลุ่ม 3C (Computer, Communication and Consumer Electronics) และเครื่องใช้ไฟฟ้า

                 ในปี 2025 ยอดขายออนไลน์ของสินค้ากลุ่ม 3C และเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5.9% ขณะที่ขนาดธุรกิจโดยรวมของหมวดสินค้าดังกล่าว เติบโตเพียง 1.3% สะท้อนให้เห็นว่าการขยายตัวของช่องทางออนไลน์มีผลทดแทนบทบาทของร้านค้าจริงในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับกลางถึงระดับล่างผู้บริโภคมีการเปลี่ยนไปสู่การซื้อทางออนไลน์มากขึ้น ขณะที่ร้านค้าจริงปรับบทบาทไปสู่การเป็นศูนย์บริการโดยผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น

                 สินค้า 3C และเครื่องใช้ไฟฟ้ามีข้อมูลสินค้าที่โปร่งใส ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อจากคุณสมบัติและสเปคเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องทดลองสินค้า จึงเป็นหมวดที่มีศักยภาพด้านออนไลน์สูงมาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าหลักของแพลตฟอร์ม E-Commerce เมื่อผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อการเปรียบเทียบราคา รีวิว และบริการหลังการขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น สินค้าที่มีมาตรฐานสากลราคาระดับกลางถึงต่ำจึงได้รับความนิยมในช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

    5) สินค้าเฉพาะทางเครื่องสำอางและร้านขายยา

                 ปี 2025 ยอดขายร้านออนไลน์ประเภทนี้เติบโต 4.9% สินค้ากลุ่มนี้ครอบคลุมถึงของใช้สิ้นเปลืองในชีวิตประจำวัน ความต้องการด้านสุขภาพ การดูแลส่วนบุคคล ไปจนถึงยาที่ต้องการเร่งด่วน อย่างไรก็ดี ร้านค้าจริงยังคงมีบทบาทสำคัญให้แก่ผู้ที่มีความต้องการสินค้าแบบฉุกเฉิน และต้องการขอคำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่ การสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เข้ามารองรับการซื้อที่ไม่เร่งด่วน การซื้อซ้ำหรือซื้อเก็บไว้ ถือเป็นการแบ่งบทบาทระหว่างช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างสมดุลและเสริมกัน

    ที่มาเว็บไซต์นิตยสาร Business Next ของไต้หวัน รายงานเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2026

    ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของ สคต.

    ปัจจุบัน เป็นที่ตระหนักดีว่าธุรกิจค้าปลีกจะต้องพึ่งพิงช่องทางจัดจำหน่ายทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคสินค้าคุ้นชินกับการสั่งซื้อสินค้าทั้งสองรูปแบบ โดยเฉพาะภายหลัง
    ที่เกิดการระบาดของโควิด – 19 ธุรกิจค้าปลีกแบบออนไลน์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับตลาด 
    E-Commerce ของไต้หวันก็มีการเติบโตและยังมีโอกาสขยายตัว ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายตลาดเข้าสู่ไต้หวันควรวิเคราะห์รูปแบบการขายให้สอดคล้องกับลักษณะของสินค้าที่ตนต้องการจำหน่าย รวมถึงให้ความสำคัญกับช่องทาง E-Commerce อีกด้วย โดยอาจจะร่วมมือกับแพลตฟอร์มท้องถิ่นหลักของไต้หวัน อาทิ Shopee, momo และ PChome  ควบคู่กับการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ ขณะเดียวกัน ควรปรับสินค้าให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไต้หวัน ซึ่งให้ความสำคัญกับความสะดวก สุขภาพ และบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กที่เหมาะกับครัวเรือนขนาดเล็กและกลุ่มคนทำงาน นอกจากนี้ การใช้พันธมิตรท้องถิ่นเพื่อสร้างการรับรู้ในตลาด เช่น การร่วมมือกับตัวแทนจำหน่าย อินฟลูเอนเซอร์ หรือ KOL 
    ในไต้หวัน จะช่วยลดต้นทุนทางการตลาด เพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้า และช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/tg5uz7b95cpuugf46ptc461o&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HH_ze1c4cFmtQeSAF2e7C

  • ศอ.บต. เดินหน้าปั้นเยาวชนชายแดนใต้ สร้างสรรค์ Portfolio สร้างโอกาสสู่มหาวิทยาลัย

    ศอ.บต. เดินหน้าปั้นเยาวชนชายแดนใต้ สร้างสรรค์ Portfolio สร้างโอกาสสู่มหาวิทยาลัย

    ยะลา, วันที่ 16 กุมภาพันธ์ – ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพเยาวชน ภายใต้โครงการ “สร้างสรรค์ Portfolio สร้างโอกาสสู่มหาวิทยาลัย” เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างมั่นใจและมีคุณภาพ โดยกิจกรรมดังกล่าวมุ่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเทคนิคการจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ให้มีความโดดเด่น ตรงตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกของแต่ละสถาบันอุดมศึกษา เพิ่มโอกาสในการสอบเข้าคณะและมหาวิทยาลัยในฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนค้นพบศักยภาพและตัวตนของตนเองอย่างชัดเจน

    ภายในงานมีกิจกรรมเข้มข้นตลอดทั้งวัน อาทิ เทคนิคการจัดทำ Portfolio ให้สะท้อนตัวตน ความสามารถ และประสบการณ์อย่างมืออาชีพ การฝึกทักษะการสื่อสารและการนำเสนอผลงานอย่างมั่นใจ เวทีเสวนาสร้างแรงบันดาลใจจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จในการเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย

    ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากโครงการ “เตรียมความพร้อมเข้าสู่มหาวิทยาลัย (Tutor For A-Level)” ภายใต้แนวคิด “เส้นทางพิชิตสนามสอบ ติวเข้มเจาะลึก ฝึกทำโจทย์อย่างมั่นใจ พร้อมก้าวสู่มหาวิทยาลัย” ซึ่ง ศอ.บต. ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเสริมความรู้ด้านวิชาการควบคู่กับการพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของเยาวชนที่ต้องการพัฒนาตนเอง เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและอนาคตที่มั่นคง

    ทั้งนี้ ศอ.บต. ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และผลักดันให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถแข่งขันและก้าวสู่ความสำเร็จได้อย่างภาคภูมิใจในระดับประเทศต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/278381&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xItzkyrnyHJaGsS_NV70A

  • ตั้งบอร์ด 77 จังหวัด ดึง องค์กรผู้บริโภค ร่วมวง ยุติปัญหา สายสื่อสารมรณะ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ตั้งบอร์ด 77 จังหวัด ดึง องค์กรผู้บริโภค ร่วมวง ยุติปัญหา สายสื่อสารมรณะ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ตั้งบอร์ด 77 จังหวัด ดึง องค์กรผู้บริโภค ร่วมวง ยุติปัญหา สายสื่อสารมรณะ

    สภาผู้บริโภค ผนึกมหาดไทย เดินหน้าตั้งบอร์ดกำกับดูแล “สายสื่อสารมรณะ” ดึง องค์กรผู้บริโภค 77 จังหวัด ร่วมตรวจสอบความปลอดภัยเชิงรุก หลังปี 68 ยอดร้องเรียนสภาผู้บริโภคพุ่งสูงถึง 1,662 เรื่อง

    สภาผู้บริโภค ประกาศความสำเร็จนโยบายพุ่งเป้า “จัดระเบียบสายสื่อสาร” ล่าสุดผนึกกำลังกระทรวงมหาดไทยจัดตั้งคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการจัดระเบียบสายสื่อสารใน 77 จังหวัด ดึงภาคประชาชนร่วมกำกับ หวังยุติโศกนาฏกรรมรายวัน หลังพบอุบัติเหตุซ้ำซ้อน 2 วันของเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิต ขณะที่ปี 2568 พบเรื่องร้องเรียนปัญหาสายสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน กว่า 1,662 กรณี

    มลฤดี โพธิ์อินทร์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายและนวัตกรรม สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคได้กำหนดให้เรื่องความปลอดภัยของสายสื่อสารเป็นหนึ่งในนโยบายพุ่งเป้า ที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข โดยอาศัยกลไกเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภคทั่วประเทศในการลงพื้นที่เฝ้าระวังและรวบรวมข้อมูล จนพบตัวเลขเรื่องร้องเรียนในปี 2568 ที่ผ่านมาสูงกว่า 1,662 กรณี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค ที่อาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ซึ่งผู้บริโภคมีสิทธิได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการและผู้บริโภคมีสิทธิที่จะรับการพิจารณาและชดเชยความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิ และชี้ชัดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการปล่อยปละละเลยจนเกิดความเสี่ยงต่อชีวิตผู้บริโภค นำไปสู่การจัดทำรายงานชี้มูลการละเลยการกระทำของหน่วยงานรัฐ

    จากข้อมูลการเฝ้าระวังดังกล่าว สภาผู้บริโภคได้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 จัดทำรายงานการกระทำหรือละเลยการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภค เสนอต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อชี้ให้เห็นถึงสภาพปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ดังที่ปรากฏหลักฐานเชิงประจักษ์จากเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่มีผู้เสียชีวิตจากการถูกสายสื่อสารเกี่ยวขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ และเหตุการณ์ต่อเนื่องในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ย่านบางนา – ตราด กม.56 ที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บในลักษณะเดียวกัน ทั้งสองกรณีคือผลพวงจากการขาดการบำรุงรักษาและไร้มาตรการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ

    มลฤดี กล่าวต่อว่า สภาผู้บริโภคได้ขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและลดช่องว่างการบริหารงาน จนกระทั่งนำไปสู่การกระจายอำนาจการจัดการลงสู่พื้นที่ผ่านการจัดตั้งคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการจัดระเบียบสายสื่อสาร ครบทั้ง 77 จังหวัด โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือตัวแทนจากเครือข่ายผู้บริโภคและหน่วยงานประจำจังหวัดเข้าร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งถือเป็นกลไกใหม่ที่จะช่วยอุดช่องโหว่เดิมที่การสั่งการมักกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลาง ทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้าและไม่ทันต่อความสูญเสีย

    “อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากสายสื่อสารที่ซ้ำซาก คือหลักฐานที่ยืนยันว่าไม่สามารถรอการแก้ไขจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียวได้ การมีคนในพื้นที่ร่วมเป็นคณะกรรมการจะช่วยให้การชี้เป้าปัญหาทำได้ตรงจุด ช่วยบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการไฟฟ้าฯ ในการสำรวจและรื้อถอน ‘สายตาย’ หรือสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้งานออกจากเสาไฟฟ้า รวมถึงสร้างแรงกดดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบทันที โดยไม่ต้องรอให้เกิดความสูญเสียก่อนแล้วค่อยดำเนินการ” มลฤดี กล่าว

    นอกจากการสร้างกลไกในระดับพื้นที่แล้ว รายงานการละเลยการกระทำฯ ที่สภาผู้บริโภคจัดทำขึ้น ยังระบุข้อเสนอเชิงนโยบายไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค ประกอบด้วย การกำหนดบทลงโทษทางปกครองที่รุนแรงขึ้นกับผู้ประกอบการที่ละเลยมาตรฐานความปลอดภัย การจัดตั้งกองทุนเพื่อการรื้อถอนสายสื่อสารเก่า และข้อเสนอให้บังคับผู้ขอพาดสายต้องทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เพื่อเป็นหลักประกันการเยียวยาผู้เสียหายอย่างเป็นธรรม

    ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคยืนยันว่าจะยังคงเฝ้าระวังและติดตามการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องผ่านกลไกคณะกรรมการระดับจังหวัด หากพบว่าคงมีการละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนนำไปสู่ผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค สภาผู้บริโภคพร้อมจะใช้สิทธิทางกฎหมายในการยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพื่อสร้างบรรทัดฐานการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้บริโภคที่พบเห็นสายสื่อสารเสี่ยงอันตราย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่ เว็บไซต์สภาผู้บริโภค

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/tcc-cable-reform/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GlWTq4BFwji3UbpiXUZhX

  • น้ำแข็งแอนตาร์กติกาละลาย เขย่าการไหลเวียนมหาสมุทรโลก

    น้ำแข็งแอนตาร์กติกาละลาย เขย่าการไหลเวียนมหาสมุทรโลก

    ไดอะตอม: คลังเก็บข้อมูลสภาพภูมิอากาศจากธรรมชาติ

    ในการศึกษานี้ ทีมนักวิจัยได้วิเคราะห์แกนตะกอนที่เก็บมาจากมหาสมุทรใต้ ข้อมูลอ้างอิงจากองค์ประกอบไอโซโทปของสารอินทรีย์ที่เก็บรักษาไว้ในเปลือกของไดอะตอม ซึ่งเป็นสาหร่ายทะเลขนาดเล็กที่พบได้เป็นจำนวนมากในตะกอนของมหาสมุทรใต้ และทำหน้าที่เป็นคลังเก็บข้อมูลตามธรรมชาติของสภาพแวดล้อมในอดีต

    Cr.Reuters

    ผลกระทบของการละลายแผ่นน้ำแข็งต่อการผสมของมหาสมุทร

    ผลการศึกษาพบว่า ในช่วงการละลายของธารน้ำแข็งนั้น การแบ่งชั้นของมหาสมุทรใกล้แอนตาร์กติกาทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก โดยมีสาเหตุมาจากน้ำจืดปริมาณมหาศาลที่ไหลลงสู่ทะเลจากการละลายของแผ่นน้ำแข็ง

    ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ทางเหนือใกล้แนวปะทะอากาศขั้วโลก อิทธิพลของการทำงานร่วมกันระหว่างน้ำจืดและลมตะวันตกยังกระตุ้นให้เกิดปรากฎการณ์น้ำผุด (Upwelling) มากขึ้น ทำให้รักษาระดับการระบายอากาศของมหาสมุทรโลกไว้ได้ในระดับหนึ่ง

    “ฟริปิอาต์” อธิบายว่า ข้อมูลของทีมแสดงให้เห็นว่าระบบภูมิอากาศไม่ได้หยุดชะงักโดยสิ้นเชิง แม้ว่ามหาสมุทรใกล้แอนตาร์กติกาจะมีการแบ่งชั้นมากขึ้น แต่กลไกอื่น ๆ ยังคงทำให้น้ำลึกไหลขึ้นมาแลกเปลี่ยนกับบรรยากาศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้อิทธิพลของลม การแลกเปลี่ยนนี้อาจปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ และมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนที่ยุติยุคน้ำแข็ง

    Cr.Reuters

    ดังนั้น แอนตาร์กติกาจึงไม่ได้เป็นเพียงทะเลทรายน้ำแข็งทั่วไป แต่กลับแป็นหนึ่งในตัวนำที่มองไม่เห็นของระบบภูมิอากาศของโลก การทำความเข้าใจกลไกของแอนตาร์กติกาจึงอาจหมายถึงการคาดการณ์อนาคตของโลกได้ดียิ่งขึ้น

    ที่มาข้อมูล

    Phys.Org

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/climate-change/862034&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15DJnupMfAmlWOHyx4iVpK

  • รู้จักพิษของกบลูกศรพิษที่อาจถูกใช้เพื่อสังหาร อเล็กเซ นาวาลนี  – BBC News ไทย

    รู้จักพิษของกบลูกศรพิษที่อาจถูกใช้เพื่อสังหาร อเล็กเซ นาวาลนี – BBC News ไทย

    รู้จักพิษของกบลูกศรพิษที่อาจถูกใช้เพื่อสังหาร อเล็กเซ นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้านรัสเซีย

    An Anthony's poison arrow frog perched on a leaf. Its skin is red with white stripes

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, 5 ประเทศในยุโรปโทษว่า เอพิบาทิดีน (epibatidine) ซึ่งเป็นสารพิษที่สามารถขับออกมาได้ผ่านผิวหนังจากกบลูกศรพิษแอนโทนี คือตัวการในการสังหารอเล็กเซ นาวาลนี

    เวลาอ่าน: 5 นาที

    รัฐบาลสหราชอาณาจักร และชาติพันธมิตรในยุโรปบางประเทศกล่าวว่า อเล็กเซ นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้านของรัสเซียถูกสังหารโดยการใช้สารพิษที่มีอันตรายถึงชีวิต ซึ่งพบได้ในกบลูกศรพิษจากภูมิภาคอเมริกาใต้

    กระทรวงการต่างประเทศของสหราอาณาจักร ระบุเพิ่มว่า ร่องรอยของสารเอพิบาทิดีน (epibatidine) ถูกตรวจพบในตัวอย่างร่างกายของนาวาลนี และมีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะเป็นสาเหตุในเขาเสียชีวิตในทัณฑนิคมในไซบีเรียเมื่อสองปีก่อน

    เหล่าชาติพันธมิตรเสริมว่า มีเพียงแค่รัฐบาลรัสเซียเท่านั้นที่ “มีความสามารถ แรงจูงใจ และโอกาส” ในการใช้สารพิษร้ายแรงชนิดนี้

    ด้านรัฐบาลรัสเซียออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าเป็น “ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร” ตามรายงานของสำนักข่าวทาสส์

    สารพิษนี้คืออะไร ?

    จิลล์ จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา ระบุว่า เอพิบาทิดีน คือสารพิษที่พบได้ตามธรรมชาติซึ่งส่งผลต่อระบบประสาท สารพิษชนิดนี้ถูกสกัดได้จากผิวหนังของกบลูกศรพิษในเอกวาดอร์

    เธอบอกกับบีบีซีแผนกภาษารัสเซียว่า สารชนิดนี้มีฤทธิ์แรงกว่า มอร์ฟีน ถึง “200 เท่า”

    เอพิบาทิดีนพบได้ตามธรรมชาติในกบลูกศรพิษที่อาศัยอยู่ในป่าของทวีปอเมริกาใต้ และยังสามารถสังเคราะห์ขึ้นในห้องปฏิบัติการได้ด้วย

    ทั้งนี้ชาติพันธมิตรยุโรประบุในแถลงการณ์ว่า กบลูกศรพิษที่เลี้ยงในกรงจะไม่ผลิตสารพิษชนิดนี้ และเอพิบาทิดีนก็ไม่ได้พบได้ตามธรรมชาติในรัสเซีย

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • A large waxing Gibbous moon in the sky over Bogota

    • Gisèle Pelicot poses for a photograph at the Hôtel de Ville in Paris, France

    • Women wearing traditional costumes pose for photographs in front of a Chinese temple

    • A head shot of Alexei Navalny

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    ตามข้อมูลที่มีอยู่พบว่ากบสายพันธุ์ที่สามารถขับสารพิษนี้ออกทางผิวหนัง ได้แก่ กบลูกศรพิษแอนโทนี (Anthony’s poison arrow frog) และกบพิษแฟนแทสมัล (Phantasmal poison frog)

    แม้เอพิบาทิดีนเคยถูกศึกษาเพื่อนำมาใช้เป็นยาแก้ปวด รวมถึงบรรเทาอาการจากโรคปอดอักเสบที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด แต่มันยังไม่ถูกนำมาใช้ทางคลินิก เนื่องจากมีความเป็นพิษสูง

    พิษของกบลูกศรพิษทำงานอย่างไร ?

    ตามคำอธิบายของจอห์นสัน สารเคมีรุนแรงชนิดนี้ออกฤทธิ์ต่อ ตัวรับนิโคตินิกในระบบประสาท

    เธออธิบายว่า เนื่องจากสารพิษชนิดนี้กระตุ้นตัวรับของเส้นประสาทมากเกินไป หากได้รับในปริมาณที่คำนวณมาแล้วอย่างเหมาะสม ก็อาจทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุก อัมพาต ชัก หัวใจเต้นช้าลง ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด

    อะลาสแตร์ เฮย์ ศาสตราจารย์ด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมจาก มหาวิทยาลัยลีดส์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว PA ว่า ผลของมันอาจทำให้การหายใจถูกปิดกั้น และ “ผู้ที่ได้รับพิษจะเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ”

    เขาเสริมว่า การตรวจพบสารพิษนี้ในเลือดของใครบางคน “บ่งชี้ถึงการได้รับสารโดยเจตนา”

    นอกจากนี้ ศ.เฮย์ยังกล่าวว่า ความเป็นพิษของเอพิบาทิดีนอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ หากใช้ร่วมกับยาบางชนิด และมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้สารผสมลักษณะนี้มาแล้ว

    สารพิษชนิดนี้หายากแค่ไหน ?

    จอห์นสันกล่าวว่า เอพิบาทิดีนเป็นสารที่พบได้ยากมาก และพบได้แค่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์แห่งเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังมีอยู่ในปริมาณเล็กน้อยมาก

    เป็นที่เข้าใจกันว่า กบลูกศรพิษที่กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ กล่าวถึง คือ กบลูกศรพิษแอนโทนี ซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่นของเอกวาดอร์และเปรู

    กบชนิดนี้สร้างสารเคมีดังกล่าวจากการกินอาหารที่เหมาะสม ซึ่งทำให้เกิดสารอัลคาลอยด์ (alkaloids) ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ก่อนจะพัฒนาเป็นเอพิบาทิดีนและสะสมไว้ที่ผิวหนัง หากอาหารของกบเปลี่ยนไป ปริมาณเอพิบาทิดีนที่สะสมอยู่ก็จะลดลงด้วย

    “การจะหากบป่าในสถานที่ที่ถูกต้อง และกำลังกินอาหารที่ใช่เพื่อสร้างสารอัลคาลอยด์ที่ต้องการนั้น แทบเป็นไปไม่ได้…แทบจะเป็นไปไม่ได้” จอห์นสันกล่าว

    “นี่เป็นวิธีการวางยาพิษมนุษย์ที่พบได้ยากอย่างยิ่ง กรณีอื่น ๆ ของการได้รับพิษเอพิบาทิดีนที่ฉันรู้ล้วนเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการ และไม่มีผู้เสียชีวิตทั้งนั้น” เธอเสริม

    รัสเซียว่าอย่างไร ?

    ชาติพันธมิตรยุโรประบุเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า ห้องปฏิบัติการในยุโรปยืนยันว่า อเล็กเซ นาวาลนี เสียชีวิตจากสารพิษที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักชนิดดังกล่าว

    ก่อนหน้านี้รัฐบาลรัสเซียยืนยันว่าเขาเสียชีวิตจากสาเหตุตามธรรมชาติ ขณะที่ยูเลีย นาวาลนายา ภรรยาของนาวาลนี ยืนกรานมาโดยตลอดว่าสามีของเธอถูก “สังหาร” ด้วยการวางยาพิษ

    สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียในกรุงลอนดอนปฏิเสธคำกล่าวอ้างว่า รัฐบาลรัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนาวาลนี และเรียกการประกาศดังกล่าวว่าเป็น “ความคิดเพ้อเจ้อของนักแต่งเรื่องฝั่งตะวันตก” และเป็น “การโฆษณาชวนเชื่อกับผู้ตาย”

    ด้าน มาเรีย ซาคาโรวา โฆษรัฐบาลรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวของรัฐทาสส์ว่า “คำพูดและแถลงการณ์ทั้งหมดนี้เป็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่มุ่งเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาเร่งด่วนของตะวันตก”

    ทั้งนี้ นาวาลนีถูกคุมขังมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ตอนที่เขาเสียชีวิต และในระยะหลังเขาถูกย้ายไปยังทัณฑนิคมในเขตอาร์กติก

    ตามคำชี้แจงของทางการรัสเซีย ชายวัย 47 ปีรายนี้ออกไปเดินระยะสั้น ๆ ก่อนจะบอกว่ารู้สึกไม่สบาย จากนั้นก็ทรุดลงและไม่ฟื้นคืนสติอีกเลย

    วิดีโอสั้น

    • A head shot of Alexei Navalny

    • Alexei Navalny

    • Alexei Navalny taking part in a rally in Moscow in 2020

    ข่าวเด่น

    เรื่องน่าสนใจ

    • ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแรงงานในศูนย์หลอกลวงและเหยื่อ นั่งอยู่บนพื้น ระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (Karen Border Guard Force – BGF) ต่อกิจกรรมผิดกฎหมาย ภายในคอมเพล็กซ์เคเคพาร์ก (KK Park) ในเมืองเมียวดี ทางตะวันออกของเมียนมา เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2025

    • .

    • Getty Images

    • .

    • .

    วิดีโอสั้น

    • A head shot of Alexei Navalny

    • Alexei Navalny

    • Alexei Navalny taking part in a rally in Moscow in 2020

    ข่าวเด่น

    เรื่องน่าสนใจ

    • ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแรงงานในศูนย์หลอกลวงและเหยื่อ นั่งอยู่บนพื้น ระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (Karen Border Guard Force – BGF) ต่อกิจกรรมผิดกฎหมาย ภายในคอมเพล็กซ์เคเคพาร์ก (KK Park) ในเมืองเมียวดี ทางตะวันออกของเมียนมา เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2025

    • .

    • Getty Images

    • .

    • .

    บทความยอดนิยม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cy4w824elepo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw099mXi4R0hiUDDWB0kMW1C

  • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณฯ จัดพิธีมอบใบสัมฤทธิผลการศึกษา  | เดลินิวส์

    วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณฯ จัดพิธีมอบใบสัมฤทธิผลการศึกษา  | เดลินิวส์

    ที่หอประชุมวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีมอบใบสัมฤทธิผลการศึกษา แก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 28 ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 121 คน  เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มปฏิบัติงาน  เกิดความภาคภูมิใจในสถาบัน และวิชาชีพ พร้อมทั้งมอบโล่รางวัลผู้ที่มีผลการเรียนดีเด่น เกียรติบัตรรางวัลผู้มีความรู้ ในการสอบรวบยอดทางการพยาบาล เกียรติบัตรผลการเรียนดีวิชาการพยาบาลจากภาควิชาต่างๆ และการเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านต่าง ๆ ประจำปีการศึกษา 2568 โดย มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิศิษฐ์ พลธนะ รักษาราชการแทนผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก และผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี พร้อมด้วย แขกผู้มีเกียรติ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ให้การต้อนรับ ในการนี้ รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีด้วย 

    สำหรับสถาบันพระบรมราชชนก เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 5 เมษายน 2562 โดยมีวิทยาลัยในสังกัดรวมทั้งสิ้น 42 แห่ง เป็นวิทยาลัยพยาบาลจำนวน 30 แห่ง วิทยาการสาธารณสุขสิรินธร 7 แห่ง วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก 1 แห่ง และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี 1 แห่ง และศูนย์แพทยศาสตร์ชั้นคลินิกในสังกัดคณะแพทย์ศาสตร์ จำนวน 3 แห่ง ผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐเพื่อให้มีความรู้ความสามารถทางวิชาการและทักษะในวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีความสำนึกต่อสังคมและเพื่อให้มีศักยภาพในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ตามนโยบายการขับเคลื่อนสถาบันพระบรมราชชนก สู่ World-Class University for Primary Care

    วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี เป็นวิทยาลัยพยาบาลหนึ่งใน 30 แห่ง  สังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ก่อสร้างขึ้น โดยดำริของ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ที่เห็นว่าการก่อตั้งวิทยาลัยพยาบาลในจังหวัดภาคตะวันตก จะทำให้เยาวชนในเขตภูมิภาคนี้ ไม่ต้องเดินทางไกลไปเรียน  ที่จังหวัดอื่น ๆ เริ่มรับนักศึกษาเข้าศึกษา รุ่นที่ 1 หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต เมื่อเดือนมิถุนายน 2538 และต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2553 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาวิทยาลัย

    การจัดการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ดังกล่าว ได้ผลิตบุคลากรทางการพยาบาลไปปฏิบัติงานในสถานบริการสาธารณสุขต่างๆ จำนวนกว่า 4,000 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5606275/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3l6ReLi04zp5P6PXYk35Nq

  • ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/2/69 ผลสลากออมสิน สลากออมสินพิเศษ 1 ปี

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/2/69 ผลสลากออมสิน สลากออมสินพิเศษ 1 ปี

    ถ่ายทอดสด

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/2/69 ผลสลากออมสิน สลากออมสินพิเศษ 1 ปี

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/2/69 ผลสลากออมสิน งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ตรวจผลสลากออมสิน ถ่ายทอดสดผลการออกเลขสลาก สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (Youth Salak) รางวัลเพื่อการศึกษา สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 20 บาท และ 100 บาท งวด 16 ม.ค. 69

    หวยออมสิน 16 กุมภาพันธ์ 2569 ตรวจผล สลากออมสินพิเศษ 1 ปี ดิจิทัล 1 ปี : คลิกที่นี่

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/2/69 สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี งวดนี้ออกอะไร

    ถ่ายทอดสด

    หวยออมสินออกกี่โมง? 

    การออกรางวัล สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (Youth Salak) สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 20 บาท และ 100 บาท จะออกรางวัลทุกวันที่ 16 ของเดือน โดยแบ่งเป็น 2 รอบ เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป

    ธนาคารออมสิน จะทำการออกรางวัล สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (Youth Salak) สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 20 บาท และ 100 บาท ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ทุกวันที่ 16 ของเดือน

    โดยจะทำการถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ Facebook Live : 9 MCOT ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/lottery/check-lottery/613501&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NtZXlPC0Y60o9KbJoe5q8

  • มูลนิธิ EDF จัดอบรมเขียนโค้ดหุ่นยนต์เบื้องต้นให้นักเรียนโครงการ เอ็นจีพี เอ็ดดูเคชั่น แซนด์บ็อกซ์ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มูลนิธิ EDF จัดอบรมเขียนโค้ดหุ่นยนต์เบื้องต้นให้นักเรียนโครงการ เอ็นจีพี เอ็ดดูเคชั่น แซนด์บ็อกซ์ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – มูลนิธิ EDF (มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา) ภายใต้การสนับสนุนของนอร์ธเทิร์น กัลฟ์ ปิโตรเลียม พีทีอี แอลทีดี จัดกิจกรรมอบรมการเขียนโค้ดหุ่นยนต์เบื้องต้นให้นักเรียนในโครงการ เอ็นจีพี เอ็ดดูเคชั่น แซนด์บ็อกซ์ (NGP Phuket Education Sandbox) รวมถึงสังเกตการณ์การเรียนการสอนสะเต็มศึกษา (STEM) โค้ดดิ้ง (Coding) และการใช้แพลตฟอร์มเกมการเรียนรู้ CodeMonkey โดยครูอาสาสมัคร ที่ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักและเข้าใจการเขียนโค้ดดิ้ง (Coding) รู้จักคิดวิเคราะห์และแก้ไขอุปสรรคและปัญหาโดยมีนักเรียนในโครงการเข้าร่วมประกอบด้วย โรงเรียนอบจ.บ้านไม้เรียบ (ตันติโกวิทบำรุง) โรงเรียนอบจ.เมืองภูเก็ต โรงเรียนอบจ.บ้านตลาดเหนือ (วันครู 2502) และโรงเรียนอบจ.บ้านนาบอน

    เด็กหญิงเกวลิน นักเรียนชั้นประถมปีที่ 4 โรงเรียนอบจ.เมืองภูเก็ต เล่าว่า “หนูดีใจมากที่ได้มีโอกาสเรียนโค้ดดิ้ง (Coding) หนูไม่เคยเรียนและไม่เคยรู้จักมาก่อน หนูและเพื่อน ๆ ชอบมาก คิดว่าการเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ มีความสำคัญมากในโลกปัจจุบัน การเรียนกับคุณครูอาสาสมัครที่ใช้แพลตฟอร์ม CodeMonkey น่าสนใจและสนุกมากและเข้าใจง่าย ช่วยให้พวกเราสนุกกับการเรียนมากค่ะ หนูหวังว่าถ้าเพื่อน ๆ ของหนูทุกคนสามารถเรียนโปรแกรมแบบนี้ได้ก็จะดีมาก เพราะจะได้มีทักษะที่จำเป็นต่อโลกแห่งการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีในอนาคตค่ะ”

    เด็กชายฟูอ๊าด  นักเรียนชั้นประถมปีที่ 5 โรงเรียนอบจ.บ้านไม้เรียบ (ตันติโกวิทบำรุง) เล่าว่า “ผมชอบการเรียนโค้ดดิ้ง (Coding)  ในห้องเรียนพิเศษที่สนับสนุนโดยผู้ใหญ่ใจดีจากนอร์ธเทิร์น กัลฟ์ ปิโตรเลียม พีทีอี แอลทีดี มากครับ เพราะทำให้ผมและเพื่อน ๆ ได้ลองคิดและลงมือทำจริง ๆ สนุกมาก รวมทั้งช่วยให้ผมรู้จักการคิดเป็นขั้นเป็นตอน รู้จักวิธีการแก้ไขปัญหาและได้ใช้อุปกรณ์การเรียน แท็ปเล็ตที่บริษัทมอบให้กับโรงเรียนและนักเรียนได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น รวมทั้งผมยังสามารถนำความรู้โค้ดดิ้ง (Coding) ที่ได้เรียนกับเพื่อน ๆ ไปใช้กับการเรียนในวิชาอื่น ๆ และการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันได้ครับ”

    ทางด้านคุณครูศุภศิริ พฤกษะศรี จากโรงเรียนอบจ.บ้านไม้เรียบ (ตันติโกวิทบำรุง) กล่าวว่า “โครงการ เอ็นจีพี เอ็ดดูเคชั่น แซนด์บ็อกซ์ (NGP Phuket Education Sandbox) มีการวางแผนและดำเนินงานอย่างเป็นระเบียบ สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาทักษะดิจิทัลของนักเรียน ทำให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเนื้อหาและกิจกรรมมีความเหมาะสมกับระดับความรู้ของนักเรียน มีการจัดลำดับขั้นตอนการเรียนรู้อย่าง ส่งชัดเจน ส่งเสริมให้ครูสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องโค้ดดิ้ง (Coding) การดีไซน์กิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาของนักเรียน”

    หน่วยงานหรือผู้ที่สนใจทำกิจกรรมซีเอสอาร์ในโรงเรียนและชุมชน หรือมอบทุนการศึกษาร่วมกับมูลนิธิ EDF สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่อีเมล public@edfthai.org โทรศัพท์ 02-579-9209-11 (จ.-ศ. 09.00-16.30 น.) หรือ Line: @edfthai ทั้งนี้สำหรับมูลนิธิ EDF เป็นองค์กรสาธารณกุศลลำดับที่ 255 ของประเทศไทย ที่ดำเนินงานตั้งแต่ พ.ศ.2530 เป็นต้นมา และมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยที่ยากจน รวมทั้งร่วมกับองค์กรต่าง ๆ จัดกิจกรรมซีเอสอาร์พัฒนาโรงเรียน และชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย

    การมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมไทยตลอดมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้มูลนิธิ EDF ได้รับการยอมรับด้านการดำเนินงานและได้รับรางวัล จากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น รางวัลยอดเยี่ยมองค์กรพัฒนาเอกชนแห่งประเทศไทย (Thailand NGO Awards) ประเภทองค์กรขนาดใหญ่จากมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์  สถาบัน คีนันแห่งเอเชีย  และ เดอะ รีซอร์ส อัลลิอันซ์ ประกาศนียบัตรรับรอง CAF International Vetted Organization จาก CAF International ที่มอบให้องค์กรสาธารณกุศลทั่วโลก ที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานการดำเนินงานครอบคลุมหลักธรรมาภิบาล เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่จดทะเบียนถูกต้อง รายงานการเงินประจำปีมีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ เงินบริจาคและเงินสนับสนุนที่ส่งมอบให้มูลนิธินำไปใช้อย่างถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณกุศลอย่างแท้จริง และรางวัลประกาศนียบัตรองค์กรสาธารณกุศลระดับ  5 ดาว (5 Star Rating Award) จากการดำเนินงานและบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล มีประสิทธิภาพทางการเงิน และมีความโปร่งใส จากสมาคมกิฟวิ่ง แบค เป็นต้น

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/16/617364/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EIOvGCjwM6NEwM6lX2mSW

  • ดร. ลารีญานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า  ประเด็นที่คุณพูดถึงเป็นเรื่องในอดีต ขณะนี้ในการเจรจาได้ตกลงกันว่าจะหารือเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น และหัวข้ออื่นใดจะทำให้การเจรจาสะดุด

    ดร. ลารีญานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า ประเด็นที่คุณพูดถึงเป็นเรื่องในอดีต ขณะนี้ในการเจรจาได้ตกลงกันว่าจะหารือเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น และหัวข้ออื่นใดจะทำให้การเจรจาสะดุด

    🔹 ดร. ลารีญานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า

    🔹 ประเด็นที่คุณพูดถึงเป็นเรื่องในอดีต ขณะนี้ในการเจรจาได้ตกลงกันว่าจะหารือเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น และหัวข้ออื่นใดจะทำให้การเจรจาสะดุด

    🔹 ประเด็นขีปนาวุธไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจา และถือเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน ดังนั้นจะไม่มีการพูดถึงในกรอบการเจรจาครั้งนี้

    🔹 สิ่งที่ถูกหยิบยกในประเด็นนิวเคลียร์อยู่ในทิศทางที่เหมาะสม และทั้งสองฝ่ายสามารถใช้เป็นพื้นฐานในการหารือได้

    🔹 นายทรัมป์ประกาศว่าเป้าหมายของการเจรจาคือเพื่อไม่ให้อิหร่านมุ่งสู่การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านเห็นด้วยกับหลักการนี้ และพร้อมเจรจาในเรื่องดังกล่าว

    🔹 ในแง่ของข้อเรียกร้องต่าง ๆ อิหร่านไม่ได้เจรจากับอิสราเอล แต่เจรจากับสหรัฐฯ โดยตรง

    🔹 สหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องในประเด็นนี้ แต่อิสราเอลพยายามเข้ามาแทรกแซงและทำให้การเจรจาล้มเหลว

    🔹 อิสราเอลมีบทบาทเชิงผจญภัยในภูมิภาค ไม่เพียงต่ออิหร่าน แต่รวมถึงกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และตุรกีด้วย

    🔹 ผู้นำประเทศในภูมิภาคต่างทราบว่าอิสราเอลมีแผนสร้างความปั่นป่วนในภูมิภาค และไม่ได้มุ่งเป้าเฉพาะอิหร่านเท่านั้น

    🔹 อิหร่านมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและดีมากกับตุรกีมาโดยตลอด แม้ในช่วงวิกฤตรัฐประหาร อิหร่านก็ให้ความช่วยเหลือเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย

    🔹 กับซาอุดีอาระเบีย ในอดีตก็มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด โดยเฉพาะในสมัยกษัตริย์อับดุลลอฮ์ และการเยือนของประธานาธิบดีอิหร่านในช่วงก่อนหน้านั้น

    🔹 อิหร่านยังมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับอียิปต์ และมีการเดินทางเยือนเพื่อแก้ไขประเด็นต่าง ๆ

    🔹 แม้จะมีแรงกดดันจากสหรัฐฯ ต่อประเทศเหล่านี้ แต่อิหร่านยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรและให้เกียรติกับประเทศสำคัญในภูมิภาค

    🔹 แม้อาจมีความเห็นต่างในบางประเด็น เช่น ปาเลสไตน์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นศัตรูกัน

  • ผนึกพลังเครือข่ายการศึกษา จัด “กีฬาสร้างสรรค์ คุรุสัมพันธ์เชียงใหม่ ครั้งที่ 2”

    ผนึกพลังเครือข่ายการศึกษา จัด “กีฬาสร้างสรรค์ คุรุสัมพันธ์เชียงใหม่ ครั้งที่ 2”

    วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น. ณ สนามกีฬามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “เครือข่ายการศึกษา กีฬาสร้างสรรค์ คุรุสัมพันธ์เชียงใหม่ ครั้งที่ 2” พร้อมด้วย นายอนุกูล  ศรีสมบัติ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 /คณะกรรมการจัดกิจกรรม กล่าววัตถุประสงค์และความเป็นมาของการจัดกิจกรรม โดยมีคณะผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้มีเกียรติ ร่วมกิจกรรม

    นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “เครือข่ายการศึกษา กีฬาสร้างสรรค์ คุรุสัมพันธ์เชียงใหม่ ครั้งที่ 2” นับเป็นอีกหนึ่งรูปธรรม ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของเครือข่ายการศึกษา ที่ร่วมกันส่งเสริมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต  ควบคู่ไปกับการสร้างความสามัคคี ความสัมพันธ์อันดี และความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่กีฬามิได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อชัยชนะ แต่เป็นสื่อสร้างสรรค์ที่ช่วยหล่อหลอมจิตใจ สร้างน้ำใจนักกีฬา ความมีวินัย การเคารพกติกา และที่สำคัญ คือ การเชื่อมโยงมิตรภาพและความเข้าใจอันดี ซึ่งจะนำไปสู่การทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งในอนาคต

    เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรม “เครือข่ายการศึกษา กีฬาสร้างสรรค์  คุรุสัมพันธ์เชียงใหม่ ครั้งที่ 2” จะเป็นเวทีแห่งความสุข ความอบอุ่น และเป็น แรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาการศึกษา ผ่านพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน
    ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณคณะผู้จัด คณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานเขต- พื้นที่การศึกษา เครือข่ายสถานศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ จนทำให้กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เปี่ยมด้วยมิตรภาพ ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม 

    นายอนุกูล  ศรีสมบัติ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 กล่าวว่า ตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 ร่วมกับชมรมผู้บริหารสถานศึกษา และเครือข่ายทางการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 1 – 6,สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่, สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่, สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเชียงใหม่, สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษกลุ่ม 6, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33, สมาคมสถานศึกษาเอกชนจังหวัดเชียงใหม่ สมาคมผู้บริหารโรงเรียนเอกชนจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต การสร้างความสามัคคี ความสัมพันธ์อันดี ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ จึงได้จัดกิจกรรม “เครือข่ายการศึกษา กีฬาสร้างสรรค์ คุรุสัมพันธ์เชียงใหม่ ครั้งที่ 2”

    โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเพื่อสร้างเครือข่ายความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการใช้เวลาว่างในการออกกำลังกายอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาและขยายเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน
เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีผ่านกิจกรรมกีฬาสร้างสรรค์

    สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาจากเครือข่ายต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีกิจกรรมการแข่งขันกีฬา ได้แก่ ฟุตบอลชาย 11 คน,วอลเล่ย์บอลหญิง, เซปักตะกร้อ, เปตอง, กีฬามหาสนุก และกิจกรรมสัมพันธ์ที่เน้นความสนุกสนาน ความมีน้ำใจนักกีฬา และการมีส่วนร่วมเป็นสำคัญความสำเร็จของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1และหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่
คณะผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการจัดกิจกรรมหน่วยงานภาคีเครือข่ายและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/sport/3882938/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1H6gKaIw0eTg8vZKecY2zi