Category: วัฒนธรรม

  • Silklife เปลี่ยนไหมไทยสู่นวัตกรรมแพทย์สากล สร้างรายได้เกษตรกร : อินโฟเควสท์

    Silklife เปลี่ยนไหมไทยสู่นวัตกรรมแพทย์สากล สร้างรายได้เกษตรกร : อินโฟเควสท์

    นักวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พลิกโฉม “ไหมไทย” จากผ้าพื้นเมืองสู่วัสดุการแพทย์ไฮเทค พัฒนาโปรตีนไหมเป็นแพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ตั้งแต่แผ่นแปะบรรเทาปวด เนื้อเยื่อเทียม ไปจนถึงเจลฉีดข้อ ช่วยในการรักษาผู้ป่วย ลดการพึ่งพาวัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ และสร้างรายได้ให้เกษตรกร ส่งผลราคารังไหมพุ่งกิโลกรัมละหลักหมื่นบาท

    ในยุคที่อุตสาหกรรมการแพทย์ไทยขยายตัวอย่างก้าวกระโดด แต่ยังคงเผชิญความท้าทายจากการต้องพึ่งพาวัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ ล่าสุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดตัวโครงการ “Silklife” นวัตกรรมที่เปลี่ยน “ไหมไทย” มรดกทางวัฒนธรรม ให้กลายเป็นวัสดุทางการแพทย์มาตรฐานสากล เพื่อสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุขและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

    ถอดรหัสความลับ “ไหมไทย” ทำไมถึงดีกว่า?

    รองศาสตราจารย์ ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ ประธานหลักสูตรวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และหัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่า จากการศึกษาโปรตีนไหมไทยมานานกว่า 15 ปี พบว่าไหมไทยมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่โดดเด่นและแตกต่างจากไหมญี่ปุ่นหรืออิตาลีอย่างสิ้นเชิง

    “ประเทศไทยเรามีทรัพยากรธรรมชาติและสมุนไพรที่มีมูลค่ามหาศาล การวิจัยไม่ควรจบแค่การตีพิมพ์ผลงาน แต่ควรจะถูกนำไปใช้ได้จริง ดังนั้น การทำวิจัยจึงต้องมองให้ครบทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ยกระดับคุณภาพโดยยึดมาตรฐานสากล ตั้งแต่แปลงหม่อนในจังหวัดราชบุรี โรงเรือนเลี้ยงหม่อน กระบวนการผลิตในโรงงาน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ใช้กับผู้ป่วย”

    โครงการวิจัย Silklife จึงไม่เพียงพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรและการขึ้นทะเบียน อย. แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรและระบบนิเวศด้วย

    นอกจากนี้ โปรตีน “ไฟโบรอิน” ในเส้นใยไหมยังมีความแข็งแรงเชิงกลสูงคล้ายใยแมงมุม และมีความปลอดภัยสูงมาก (Low Immunogenicity) เมื่อย่อยสลายในร่างกายจะกลายเป็นกรดอะมิโนที่ไม่ทิ้งสารตกค้าง ต่างจากโพลิเมอร์สังเคราะห์ หรือคอลลาเจนที่มักก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกาย

    “หนอนไหมสร้างโปรตีนเป็นเส้นใยเพื่อห่อหุ้มตัวเองในช่วงที่กำลังจะเปลี่ยนจากดักแด้เป็นผีเสื้อ ดังนั้นโปรตีนนี้จึงมีความแข็งแรงเป็นพิเศษเพื่อปกป้องดักแด้ คล้ายกับใยแมงมุมที่มีความเหนียวเพื่อดักจับเหยื่อ” รองศาสตราจารย์ ดร.จุฑามาศ กล่าว

    จากห้องแล็บสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริง

    โครงการ Silklife ประสบความสำเร็จในการพัฒนาแพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่หลากหลาย อาทิ วัสดุทันตกรรมและเนื้อเยื่อเทียม ซึ่งใช้โครงสร้างโปรตีนไหมเป็นที่อยู่ของเซลล์เพื่อฟื้นฟูเนื้อเยื่อ, เจลฉีดข้อ นวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุที่ช่วยลดการเสียดสีและบรรเทาอาการอักเสบ รวมถึง แผ่นแปะช่วยนอนหลับ ระบบนำส่งยาผ่านผิวหนังที่มีประสิทธิภาพสูง

    ปัจจุบันนวัตกรรมเหล่านี้ได้รับการจดสิทธิบัตรและขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ผ่านบริษัทสตาร์ตอัป Enginelife

    โมเดลเศรษฐกิจ “ไม่ทิ้งต้นทาง”

    หัวใจสำคัญของ Silklife คือการเชื่อมโยงงานวิจัยเข้ากับวิถีชีวิตเกษตรกร โดยทีมวิจัยได้สร้างต้นแบบการเลี้ยงหนอนไหมอินทรีย์บนพื้นที่ 5 ไร่ ในจังหวัดราชบุรี ซึ่งได้รับมาตรฐาน มกษ. 9000 (มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ)

    สำหรับการยกระดับสู่ “ไหมเกรดการแพทย์” ช่วยเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม จากเดิมที่ขายรังไหมเพื่อทอผ้าได้กิโลกรัมละประมาณ 1,000 บาท แต่เมื่อเข้าสู่โครงการเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) ของ Silklife เกษตรกรสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้รังไหมได้สูงถึง กิโลกรัมละหลักหมื่นบาท เนื่องจากเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูงที่ผ่านการควบคุมตั้งแต่ดิน ปุ๋ย และกระบวนการผลิตที่ปราศจากสารปนเปื้อน

    “โครงการนี้ส่งผลให้เกษตรกรได้รับการพัฒนาทักษะและความรู้ในการผลิตตามมาตรฐาน มีรายได้ที่มั่นคงและสูงขึ้น” รศ.ดร.จุฑามาศ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ “ปัจจุบันมีเกษตรกรหนึ่งครัวเรือนเป็นต้นแบบในเกษตรพันธสัญญา (Contract farming) แทนที่จะขายรังไหมกิโลกรัมละ 1,000 กว่าบาท เกษตรกรที่ร่วมโครงการสามารถขายรังไหมสำหรับตลาดผลิตภัณฑ์การแพทย์ โดยได้มูลค่ากิโลกรัมละหลักหมื่นบาทได้”

    วิสัยทัศน์สู่อนาคต

    รศ.ดร.จุฑามาศ กล่าวถึงเป้าหมายระยะสั้นของทีม Silklife คือการผลักดันผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดให้มากที่สุด เพื่อสร้างการยอมรับและความเชื่อมั่น ทำให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ในด้านวัสดุทางการแพทย์ ลดดุลการค้า และสร้างความมั่งคั่งให้แก่เกษตรกรผู้เป็นต้นน้ำของอุตสาหกรรม

    “เมื่อคนเห็นผลิตภัณฑ์เยอะ ๆ การยอมรับก็จะเกิดขึ้น วันหนึ่งมันจะเป็นเหมือนคอลลาเจนที่คนมั่นใจว่าปลอดภัยและมีศักยภาพสูง”

    ส่วนวิสัยทัศน์ระยะยาว รศ.ดร.จุฑามาศ หวังว่าจะมีการนำไหมไทยไปใช้ทางการแพทย์ในวงกว้างขึ้น มีนักวิจัยและภาคเอกชนให้ความสนใจมากขึ้นด้วย

    “เมื่อปลายทางมีความต้องการมาก ต้นทางก็ต้องเพิ่มจำนวนขึ้นตาม ดังนั้นเกษตรกรจะผลิตได้มากขึ้น มีรายได้สูงขึ้น ที่สำคัญ ประเทศไทยจะสามารถพึ่งพาตนเองในเรื่องผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ได้ วันหนึ่งเราต้องมีผลิตภัณฑ์การแพทย์ที่เราผลิตใช้เองจากในประเทศ ไม่ใช่ว่านำเข้าทุกอย่าง ถ้ามันไม่มีตัวแรก ๆ ที่เราพึ่งตนเองได้ ก็จะไม่มีจุดเปลี่ยน”

    งานวิจัยนี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าทรัพยากรท้องถิ่นของเรามีค่ามหาศาล หากใส่นวัตกรรมและมาตรฐานสากลลงไป” รศ.ดร.จุฑามาศ กล่าวทิ้งท้าย

    ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติและสมุนไพรที่มีมูลค่ามหาศาล สิ่งสำคัญคือต้องทำวิจัยอย่างจริงจัง มองให้ครบทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และยึดมาตรฐานสากลเป็นหลัก สำหรับโครงการนี้ถือเป็นตัวอย่างของการวิจัยที่ครอบคลุมทั้งมิติวิชาการ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นงานการวิจัยที่ “ไม่ทิ้งต้นทาง ไม่ลืมปลายทาง”

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRDF0IQAF77J48UE5G5DN8KUBEXRAODF&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GJhzS13dCVk3zBrOQEhgZ

  • หากเรากิน “ไข่วันละฟอง” เปิดผลวิจัย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?

    หากเรากิน “ไข่วันละฟอง” เปิดผลวิจัย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?

    มหัศจรรย์ “ไข่วันละฟอง” แหล่งโปรตีนถูกและดี วิจัยยืนยันช่วยลดเสี่ยง 3 โรคร้าย ส่งเสริมสุขภาพให้อายุยืนยาว

    ไข่ไก่ถือเป็นอาหารที่หาซื้อง่าย ราคาประหยัด และรับประทานสะดวก แต่คุณค่าทางโภชนาการนั้นกลับสูงเกินราคา เพราะอุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพดี เลซิติน รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ล่าสุดมีงานวิจัยระบุว่าการรับประทานไข่ในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละสัปดาห์ มีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงและช่วยให้อายุยืนยาวขึ้นได้

    ข้อมูลจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Nutrients เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2025 ระบุว่า การรับประทานไข่ไก่ 1–6 ฟองต่อสัปดาห์ มีส่วนช่วยยืดอายุของผู้สูงอายุและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ

    สถิติที่น่าสนใจจากการบริโภคไข่

    จากการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มผู้ที่รับประทานไข่และไม่รับประทานไข่ พบผลลัพธ์ที่น่าทึ่งดังนี้:

    • กลุ่มที่กินไข่ 1–6 ฟองต่อสัปดาห์: มีความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจลดลงร้อยละ 29 และลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุลงร้อยละ 15
    • กลุ่มที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ: หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ยังคงสามารถลดความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจได้ถึงร้อยละ 27

    นอกจากนี้ ทีมวิจัยจาก มหาวิทยาลัยบอสตัน (Boston University) สหรัฐอเมริกา ยังได้เผยแพร่ผลการศึกษาในวารสาร Nutrients เมื่อปี 2023 ว่าการรับประทานไข่ตั้งแต่ 5 ฟองขึ้นไปต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ร้อยละ 28 และลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงได้ร้อยละ 32

    ปริมาณไข่ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

    ตามคำแนะนำของ คู่มืออาหารสำหรับชาวจีน (Dietary Guidelines for Chinese Residents 2022) ระบุว่าโดยปกติแล้วผู้ใหญ่ควรบริโภคไข่ประมาณ 300–350 กรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งสำหรับคนสุขภาพดีทั่วไป การรับประทานไข่ทั้งฟองวันละ 1 ฟอง ถือเป็นปริมาณที่เหมาะสมอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำสำหรับกลุ่มเฉพาะดังนี้:

    • กลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและไขมันสูง: ผู้ที่มีภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคหัวใจหลอดเลือด หรือกลุ่มเสี่ยงสูง ไม่จำเป็นต้องเลิกกินไข่โดยเด็ดขาด แต่ควรจำกัดปริมาณให้อยู่ที่ประมาณ 1 ฟอง วันเว้นวัน
    • ผู้ป่วยระยะพักฟื้น: ในกรณีที่ได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์อื่นไม่เพียงพอ สามารถรับประทานไข่ได้วันละ 1–2 ฟอง
    • กลุ่มที่ต้องการพลังงานและโปรตีนสูง: เด็กและวัยรุ่นในวัยเจริญเติบโต หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และผู้ที่ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สามารถรับประทานไข่ได้วันละ 1–2 ฟอง

    วิธีประกอบอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด

    การเลือกวิธีปรุงไข่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนและย่อยง่าย นักโภชนาการแนะนำวิธีการปรุงดังนี้:

    1. ไข่ต้ม: เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะรสชาติเข้มข้นพอดี ไม่ต้องเติมน้ำมันหรือเกลือเพิ่ม ทำให้รักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้ครบถ้วนและร่างกายดูดซึมได้ง่าย
    2. ไข่ตุ๋น หรือ แกงจืดไข่: เป็นทางเลือกที่ดีรองลงมาสำหรับการเปลี่ยนรสชาติ
    3. ไข่ดาวน้ำ (Poached Egg): ช่วยเลี่ยงการใช้น้ำมันจากการทอดได้เป็นอย่างดี

    การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินด้วยการเพิ่มไข่ไก่ในปริมาณที่พอเหมาะ ควบคู่ไปกับการรับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืช จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีอายุที่ยืนยาว

    เจาะลึกเมนูไข่ กินแบบไหนมีประโยชน์สูงสุด? ระวัง “ไข่ต้ม” อาจไม่ดีเสมอไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/women/267165/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bclp4sP7JcHuFXmRcnpV-

  • ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีเมถุน ราศีธาตุลม ที่มีดาวพุธ ดาวแห่งความคิด สติปัญญา เป็นเจ้าเรือน บอกถึงการเป็นผู้ชอบเรียนและสนุกที่จะรู้บอกถึง พรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบเทียมในการเจรจา หาเรื่องทั้งที่มีสาระและไร้สาระมาพูดคุยได้กับทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่

    การเงิน วันที่ 21-22 ถ้าจะเสี่ยงโชค เก็งกำไรระยะสั้น ก็จะมีโอกาสมากขึ้น แต่เป็นระยะที่ควรระวังการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทั้งเพื่อตนเองและเพื่อคนที่กำลังรัก ใคร่ เสน่หา ก็อาจเผลอจนหมดตัวได้!

    การงาน เข้าสังคม สังสรรค์สโมสร ใช้สื่อออนไลน์เผยแพร่งาน ภารกิจ หรือตัวตนให้มากขึ้น ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้เจริญรุ่งเรือง มีชื่อเสียง โดดเด่น ดัง แต่ก็อย่าประมาท มิตรสนิทคิดร้าย เพราะไม่มีใครเขาอยากเห็นเราเด่นเกิน ก็อาจทำให้ถูกใส่ร้ายป้ายสี ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้

    ความรัก เดินทางท่องเที่ยว หรือเข้ากลุ่มทำกิจกรรมตามความเชื่อ ศรัทธา ก็จะทำให้สัมพันธ์รัก หวาน และโรแมนติคมากขึ้น แต่ควรระวังการใช้คำพูด/เขียนโดยไม่คิด ที่ bully คนรัก คู่ครอง ทั้งต่อหน้าบุคคลอื่น หรือจะอยู่กันตามลำพังก็ตาม ก็อาจทำให้รักหวาน กลายเป็น ขม ที่จะทำให้ทะเลาะวิวาทจนแตกหักกันได้

    สุขภาพ ยังอยู่ในระยะที่ควรระวัง หรือหลีกเลี่ยงที่จะเสพสุรา หรือสารเสพติด รวมถึงอาหารเสริมที่ไม่มีมาตรฐาน ก็อาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายได้

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ดาวพฤหัสบดี ราชาธิบดีแห่งสวรรค์ และที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครอง ได้โคจรเข้ามาสถิต ณ เขตราศีกำเนิดของชาวราศีมิถุนแล้ว ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ที่จะได้รับ “โชคดี” ประสบผลสำเร็จ จากการศึกษาระดับสูง งานขยายตัว เจริญรุ่งเรือง หรือได้ทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงจะได้พบรัก เจอเนื้อคู่อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/322246/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0D-dXZ3QeVNKFAokQfY4-2

  • ซาบีดา ตอกเขมร ยันประเพณีสงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียนยูเนสโกแล้ว เมื่อปี66

    ซาบีดา ตอกเขมร ยันประเพณีสงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียนยูเนสโกแล้ว เมื่อปี66

    วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.20 น.

    ซาบีดา ตอกเขมร ยันประเพณีสงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียนยูเนสโกแล้ว เมื่อปี66 แม้กัมพูชาเตรียมเสนอขึ้นทะเบียนในปี 2570 ยันไม่กระทบประเทศไทย

    เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชี้แจงกรณีกระแสข่าวที่ประเทศกัมพูชาเสนอรายการ Mohasangkran chnam thmey, the traditional Khmer New Year in Cambodia ต่อ UNESCO ว่า เป็นข้อมูลจริงตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอ

    แต่อย่างไรก็ตาม น.ส.ซาบีดา ขอยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าว ไม่กระทบต่อสถานะ “สงกรานต์ในประเทศไทย” ซึ่งประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2566 

    ฉะนั้น การขึ้นทะเบียนดังกล่าวของประเทศไทยมีผลสมบูรณ์ และไม่ถูกกระทบจากการเสนอของประเทศอื่นโดยการขึ้นทะเบียนของ UNESCO ไม่ได้เป็นการรับรองความเป็นเจ้าของแต่เพียงประเทศเดียว เนื่องจากประเพณีที่มีลักษณะใกล้เคียงกันสามารถมีความคล้ายคลึงกันได้ในหลายประเทศ

    นอกจากนี้ ไทยยังมีรายการมรดกวัฒนธรรมที่เสนอเพิ่มเติมอีกหลายชนิด เช่น ชุดไทย มวยไทย ผ้าขาวม้า และลอยกระทง เป็นต้น โดย “ชุดไทย” มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของ UNESCO ในปีปลาย 2569 นี้ กระทรวงวัฒนธรรมโดยรัฐบาลไทย ทำงานเชิงรุกในทุกมิติเพื่อปกป้องทุนวัฒนธรรมไทยและมรดกของชาติทุกประเภทให้เป็นของชาติไทยอย่างแข็งขัน

    ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ดำเนินการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนทราบ และติดตามความคืบหน้าการดำเนินการดังกล่าวของประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิดต่อไป
     

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/947249&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2j5xLg_B9LuEzKiuraL9GR

  • คนร้ายป่วนใต้! ลอบวางบึ้มหลายจุด 2 อำเภอ คืนส่งท้าย”วาเลนไทน์”

    คนร้ายป่วนใต้! ลอบวางบึ้มหลายจุด 2 อำเภอ คืนส่งท้าย”วาเลนไทน์”

    (15ก.พ.69) ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรยี่งอ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส รวม 7 จุด ในอำเภอยี่งอและอำเภอระแงะ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

    โดยในพื้นที่อำเภอยี่งอเกิดเหตุจำนวน 5 จุดจากการรวบรวมข้อมูลของเจ้าหน้าที่ พบว่าคนร้ายแยกย้ายกระจายตัวก่อเหตุตามช่วงเวลา ดังนี้

    1. เวลา 23.00 น. (14 ก.พ.): เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บริเวณหน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ (กะสะมะรอบี) ตั้งอยู่ตรงข้ามสมาคมจีน หมู่ 7 ต.ยี่งอ
    2. เวลา 00.00 น. (15 ก.พ.): เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านโทรศัพท์ (อ.บูรฮัน) และสำนักงานปศุสัตว์ ใกล้เขตเทศบาล 2 และ 3 พื้นที่หมู่ 7 ต.ยี่งอ
    3. เวลา 02.00 น. (15 ก.พ.): เกิดเหตุหน้าร้านซ่อมโทรทัศน์ ใกล้กับหอนาฬิกา และร้าน “มาด๊ะ”
    4. เวลา 04.00 น. (15 ก.พ.): เกิดเหตุลอบวางเพลิงหน้าร้าน “กะนะ” ขายข้าว บริเวณสะพานเหล็ก
    5. เวลา 05.00 น. (15 ก.พ.): เกิดเหตุจุดสุดท้ายบริเวณหน้าบ้านพัก “กูโซะ” เส้นทางออกไปจังหวัดปัตตานี

    ขณะที่พื้นที่อำเภอยี่งอเกิดเหตุอีก 2 จุด โดยจุดแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.32 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ บริเวณร้านขายของชำในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส และจุดที่สองในเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ บริเวณตรงข้ามสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 ตำบลตันหยงมัส

    จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบร่องรอยความเสียหายบริเวณหน้าอาคารพาณิชย์และร้านค้า มีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (โชเล่ย์) และทรัพย์สินบางส่วนถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย บนพื้นถนนมีเศษซากวัสดุและรอยเขม่ากระจายตัวอยู่ทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในรายงานเบื้องต้นระบุว่า “ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต 

    ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้เข้าปิดกั้นพื้นที่ ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และรอให้เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงเช้า พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

    ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกจุดเพื่อหาเบาะแสของกลุ่มคนร้าย คาดเป็นการจงใจสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เขตชุมชนเมือง

    #ข่าวเวิร์คพอยท์23

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/crime/NGt4vxQmK&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0trWtHCZ4RyBO-27llitZq

  • จุฬาฯ – มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์หารือความร่วมมือวิชาการและวิจัยการแพทย์

    จุฬาฯ – มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์หารือความร่วมมือวิชาการและวิจัยการแพทย์

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    จุฬาฯ – มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์หารือความร่วมมือด้านการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์

              ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ พร้อมด้วย รศ.ดร.ปาลนี อัมรานนท์ รองอธิการบดี ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา นำโดย Prof. Michael G. Stewart, MD, MPH, Senior Associate Dean for International Affairs and Affiliations at Weill Cornell Medicine และ Prof. Thanakorn Jirasevijinda, MD, ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ เพื่อหารือความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองสถาบันด้านการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องรับรอง ชั้น 7 อาคารจามจุรี 4

              ในการนี้ มีผู้แทนจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เข้าร่วมหารือความร่วมมือครั้งนี้ด้วย ได้แก่ ศ.นพ.อรรณพ ใจสำราญ ที่ปรึกษาผู้บริหารอาวุโส ด้านวิรัชกิจ ศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน รองคณบดีด้านวิรัชกิจ ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ รองคณบดีด้านการบริการวิชาการและการศึกษานานาชาติ และ รศ.นพ.ภาฤทธิ์ เมฆอรุณกมล ผู้ช่วยคณบดีด้านวิรัชกิจ

              การหารือความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ในครั้งนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือที่มีอยู่เดิมให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสใหม่ด้านวิชาการและการวิจัย โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับโครงการ Cornell–Chula Power Grant พร้อมทั้งหารือแนวทางริเริ่มความร่วมมือในอนาคต อาทิ การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ การวิจัยร่วม และการพัฒนาการศึกษาทางการแพทย์ เป็นต้น

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/287689/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03BVwwpXcFoSJISnTIhBMi

  • เขมรซุกระเบิดสังหารใหม่

    เขมรซุกระเบิดสังหารใหม่

    เจออีก! ไทยพบหลักฐานชัด  “กัมพูชา” ลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในแผ่นดินไทย ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ “ซาบีดา” ยันเขมรชงยูเนสโกเรื่องสงกรานต์ไม่กระทบไทย

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ.2569 พล.ร.ต.ปารัช  รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ (ทร.) เปิดเผยว่า  หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 สภาพใหม่จำนวน 6 ทุ่น ในพื้นที่บ้านชำราก อำเภอเมืองฯ จังหวัดตราด ระหว่างปฏิบัติการยึดคืนและเคลียร์พื้นที่ตามแผนตราดพิฆาตไพรี เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2569

    พล.ร.ต.ปารัชกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบยืนยันว่า เป็นทุ่นระเบิดที่ถูกนำมาวางใหม่โดยฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่ทุ่นตกค้างเดิม อีกทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงยังพบทุ่น PMN-1 จำนวน 3 ทุ่น และ POMZ จำนวน 1 ทุ่น ระหว่างการพัฒนาเส้นทางทางยุทธวิธีตามแนวชายแดน ซึ่ง ทร.ยืนยันว่า ฝ่ายไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 27  ธ.ค.2568 อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักมนุษยธรรม  ไม่ใช้และไม่สนับสนุนการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกกรณี การใช้ทุ่นระเบิดดังกล่าว โดยเฉพาะ PMN-2 สภาพใหม่ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและพันธกรณีด้านการห้ามใช้ทุ่นระเบิดอย่างร้ายแรง ฝ่ายไทยขอประณามการกระทำดังกล่าว และจะบันทึกหลักฐานอย่างเป็นระบบ พร้อมดำเนินการตามกรอบกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศต่อไป

    ขณะเดียวกัน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชี้แจงกรณีกระแสข่าวที่ประเทศกัมพูชาเสนอรายการ Mohasangkran chnam thmey, the traditional Khmer New Year in Cambodia ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ว่า เป็นข้อมูลจริง แต่การดำเนินการดังกล่าวไม่กระทบต่อสถานะสงกรานต์ในประเทศไทย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2566 ฉะนั้นการขึ้นทะเบียนดังกล่าวของประเทศไทยมีผลสมบูรณ์ และไม่ถูกกระทบจากการเสนอของประเทศอื่น โดยการขึ้นทะเบียนของยูเนสโกไม่ได้เป็นการรับรองความเป็นเจ้าของแต่เพียงประเทศเดียว เนื่องจากประเพณีที่มีลักษณะใกล้เคียงกันสามารถมีความคล้ายคลึงกันได้ในหลายประเทศ

    น.ส.ซาบีดาเสริมว่า ไทยยังมีรายการที่เตรียมเสนอเพิ่มเติมอีกหลายชนิด เช่น ชุดไทย มวยไทย ผ้าขาวม้า และลอยกระทง เป็นต้น โดยชุดไทยมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของยูเนสโกในปีปลาย 2569 นี้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยสบายใจได้ว่า กระทรวงวัฒนธรรมโดยรัฐบาลไทย ทำงานเชิงรุกในทุกมิติเพื่อปกป้องทุนวัฒนธรรมไทยและมรดกของชาติทุกประเภทให้เป็นชองชาติไทยอย่างแข็งขัน

    “ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ดำเนินการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนทราบ และติดตามความคืบหน้าการดำเนินการดังกล่าวของประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิดต่อไป” น.ส.ซาบีดายืนยัน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/one-newspaper/948239/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R6xL-Ami9HeY42xAfpJvd

  • กระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครกำลังพลสำรองจำนวน 12 อัตรา ประจำปี 2569

    กระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครกำลังพลสำรองจำนวน 12 อัตรา ประจำปี 2569

    thansettakij
    กระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครกำลังพลสำรองจำนวน 12 อัตรา ประจำปี 2569

    สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครทหารกองหนุน ทหารกองเกิน ทหารหญิงพ้นราชการ หรือบุคคลทั่วไป เข้าเป็นกำลังพลสำรองของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 12 อัตรา ดังนี้

    • กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) …กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ต, น.ต. จำนวน 4 ตำแหน่ง (4 อัตรา)

    1.1 ประจำแผนกติดตามและวิเคราะห์เทคโนโลยี กองนโยบายวิยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สำนักนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาอักษรศาสตร์, ภาษาศาสตร์ และครุศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ

    1.2 ประจำแผนกกำหนดมาตรฐาน 1 กองกำหนดมาตรฐานทางทหาร สำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์    ไม่จำกัดสาขา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ของสำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

    1.3 ประจำแผนกตรวจสอบมาตรฐาน กองตรวจและทดสอบมาตรฐานทางทหาร สำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์   ไม่จำกัดสาขา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ของสำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

    1.4 ประจำแผนกทดสอบมาตรฐาน 1 กองตรวจและทดสอบมาตรฐานทางทหาร สำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์  ไม่จำกัดสาขา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ของสำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

    สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครจำนวน 12 อัตรา ประจำปี 2569

    2.กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อท.ศอพท.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ต., น.ต. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) และ อัตรา ร.อ. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการผลิตชิ้นส่วนแบตเตอรี่ และประกอบชิ้นส่วนแบตเตอรี่ ตามรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่กำหนด ได้แก่

    2.1 ประจำแผนกการผลิต โรงงานแบตเตอรี่ทหาร กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • ประสบการณ์ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์/ทางไฟฟ้า, ทางเครื่องกล, ทางฟิสิกส์,ทางยานยนต์, ทางอุตสาหการ, ทางวิศวกรรมไฟฟ้าอุตสาหกรรมและพลังงาน และทางวิทยาศาสตร์แบตเตอรี่และพลังงานใหม่
    • มีประสบการณ์การทำงานในสายงานด้านแบตเตอรี่มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

    2.2 ประจำแผนกการผลิต โรงงานแบตเตอรี่ทหาร กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อัตรา ร.อ.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า เป็นผู้มีประสบการณ์ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์/ทางไฟฟ้า, ทางเครื่องกล, ทางฟิสิกส์,ทางยานยนต์, ทางอุตสาหการ, ทางวิศวกรรมไฟฟ้าอุตสาหกรรมและพลังงาน และทางวิทยาศาสตร์แบตเตอรี่และพลังงานใหม่
    • มีประสบการณ์การทำงานในสายงานด้านแบตเตอรี่มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

    3.กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (พท.ศอพท.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.อ., น.อ. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุในเรื่องเกี่ยวกับสำรวจ วิเคราะห์ ด้านพลังงานทดแทนในรูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในกิจการทหาร ได้แก่

    3.1 นายทหารประจำกรม กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อัตรา พ.อ., น.อ.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ หรือทางเทคโนโลยีและการจัดการพลังงาน, ทางเทคโนโลยีการจัดการพลังงาน, ทางการจัดการพลังงาน, ทางเทคโนโลยีพลังงาน, ทางเทคโนโลยีวิศวกรรมพลังงาน, ทางวิศวกรรมการจัดการพลังงาน, ทางวิศวกรรมพลังงานทดแทน, ทางวิศวกรรมพลังงาน,ทางฟิสิกส์, ทางฟิสิกส์ประยุกต์, ทางฟิสิกส์ประยุกต์-พลังงาน, ทางนิวเคลียร์เทคโนโลยี, ทางเทคโนโลยีนิวเคลียร์,ทางวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์, ทางพลังงานทดแทน, ทางวิศวกรรมไฟฟ้า, ทางวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง และทางฟิสิกส์นิวเคลียร์
    • มีประสบการณ์การทำงานในสายงานอย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

    4.สำนักงานเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สลก.สป.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ท., น.ท. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา), อัตรา พ.ต., น.ต. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) และอัตรา ร.อ. จำนวน 3 ตำแหน่ง (3 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการด้านแผนงานประชาสัมพันธ์ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงการจัดหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานในสายงานการประชาสัมพันธ์ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่

    4.1 หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พ.ท., น.ท.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ/ทางการบริหารการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารมวลชน, ทางวารสารศาสตร์, ทางสื่อสารมวลชน, ทางเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, ทางการโฆษณา และประชาสัมพันธ์, ทางการโฆษณา, ทางการประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, ทางการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์การ, ทางเทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, ทางวารสารศาสตร์ และการประชาสัมพันธ์, ทางการออกแบบ, ทางการออกแบบสื่อสารออนไลน์, ทางเทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์, ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    • มีประสบการณ์การทำงานกับส่วนราชการของกระทรวงกลาโหม ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย หรือเหล่าทัพ

    4.2 ประจำแผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, ทางวารสารศาสตร์, สื่อสารมวลชน, นวัตกรรมการสื่อสาร, วิจัยสื่อสารมวลชน, เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, การโฆษณาและประชาสัมพันธ์, การประชาสัมพันธ์, การโฆษณา, การประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, การประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์การ, เทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, วารสารศาสตร์และการประชาสัมพันธ์, การออกแบบ, การออกแบบสื่อสารออนไลน์, เทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์, วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์, สาขาวิชา วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปะบัณฑิต, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ, การบริหารการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชน

    4.3 ประจำแผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา ร.อ.) จำนวน 3 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ/ทางการบริหารการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารมวลชน, ทางวารสารศาสตร์, ทางสื่อสารมวลชน, ทางเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, ทางการโฆษณา และประชาสัมพันธ์, ทางการโฆษณา, ทางการประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, ทางการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์การ, ทางเทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, ทางวารสารศาสตร์ และการประชาสัมพันธ์, ทางการออกแบบ, ทางการออกแบบสื่อสารออนไลน์, ทางเทคโนโลยีถ่ายภาพ และภาพยนตร์, ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์.

    ที่มา:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/651630&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cNdNLUscZG9-tUYjrsY8C

  • เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ – อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ – อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ - อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ – อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    เข้าสู่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ บรรยากาศสายมูยังคึกคัก หลายคนหันมาเช็กแนวโน้มดวงชะตาตามวันเกิด เพื่อใช้เป็นแนวทางวางแผนชีวิต ทีมข่าวรวบรวมคำทำนายตามศาสตร์โหราศาสตร์ไทยและความเชื่อทั่วไป ประเมินภาพรวมทั้งการงาน การเงิน และความรัก ของคนเกิดทั้ง 7 วัน ดังนี้

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ - อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    🔮 คนเกิดวันจันทร์

    • การงานมีจังหวะก้าวหน้า ผู้ใหญ่สนับสนุน มีโอกาสรับผิดชอบงานสำคัญ การเงินหมุนได้ดีแต่มีรายจ่ายจุกจิก ความรักต้องระวังคำพูด
    • เคล็ดมู: ทำบุญเกี่ยวกับแสงสว่าง หรือไหว้พระปางห้ามญาติ เสริมความสงบ

    🔮 คนเกิดวันอังคาร

    • ภาระงานมากขึ้น ต้องใช้ความเด็ดขาด การเงินมีเกณฑ์ได้ลาภเล็ก ๆ จากความพยายาม ความรักมีโอกาสเจอคนถูกใจ
    • เคล็ดมู: ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์สายพลังหรือถวายของสีแดง

    🔮 คนเกิดวันพุธ

    • มีจังหวะเจรจา ติดต่อสำเร็จ ได้ข่าวดีด้านงาน การเงินเริ่มคล่องตัว ความรักคนโสดมีคนเข้ามาทัก
    • เคล็ดมู: ทำบุญการศึกษา หรือสวดมนต์เสริมสติปัญญา

    🔮 คนเกิดวันพฤหัสบดี

    • งานมีความมั่นคง ผู้ใหญ่ให้โอกาส การเงินดีขึ้น มีโชคลาภเล็กน้อย ความรักอบอุ่น
    • เคล็ดมู: ไหว้ครูบาอาจารย์ หรือถวายหนังสือธรรมะ

    🔮 คนเกิดวันศุกร์

    • มีเกณฑ์เปลี่ยนแปลงงานหรือบทบาทใหม่ การเงินควรวางแผนรอบคอบ ความรักต้องใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
    • เคล็ดมู: ทำบุญน้ำดื่มหรือช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส

    🔮 คนเกิดวันเสาร์

    • ระวังความเครียดจากงาน การเงินอย่าตัดสินใจเสี่ยง ความรักต้องเปิดใจคุยกัน
    • เคล็ดมู: ไหว้พระเสริมดวงชะตา หรือทำบุญโลงศพตามความเชื่อ

    🔮 คนเกิดวันอาทิตย์

    • มีโอกาสโดดเด่นด้านงาน ได้แสดงศักยภาพ การเงินมีแนวโน้มดีขึ้น ความรักสดใส
    • เคล็ดมู: ไหว้พระเสริมบารมี หรือสวมใส่สีมงคลเพิ่มความมั่นใจ

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ - อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/horoscope/fortune/613494&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DTmaFTBvH0zJ4hw5z_Gxf

  • งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท

    งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท

    นางภัทรพร วรทรัพย์ กรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “BAAC Charity Run 4th 2025” เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนา ธ.ก.ส. เพื่อส่งเสริมให้คนไทยหันมาออกกำลังกายและสร้างเสริมสุขภาพที่ดี ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ที่รักสุขภาพและนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทุกเพศ ทุกวัย เข้าร่วมสมัครกว่า 4,000 ราย แบ่งเป็นการวิ่ง Fun Run ระยะ 5 กิโลเมตร และ Mini Marathon ระยะ 10.5 กิโลเมตร เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท โดยปล่อยตัวและเข้าเส้นชัยที่ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน ซึ่งผู้เข้าแข่งขันได้รับกำลังใจจากพนักงาน ธ.ก.ส. ที่มาร่วมสร้างสีสันและบรรยากาศที่คึกคัก สนุกสนานบนแสตนด์เชียร์ภายใน ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้ รายได้จากการสมัครโดยไม่หักค่าใช้จ่าย รวมถึงเงินบริจาคเพิ่มเติมของผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 2,219,400 บาท ธ.ก.ส. จะนำไปสมทบทุนให้มูลนิธิอาจารย์จำเนียร สาระนาค เพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานเกษตรกรต่อไป โดยมีนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. คณะผู้บริหาร พนักงาน ธ.ก.ส. และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

    งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท

    นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ได้เปิดเผยว่า ผลการแข่งขัน Mini Marathon ระยะ 10.5 กม. รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 Overall ทั้งประเภทชายและหญิง รับเงินรางวัล มูลค่าสูงถึง 100,000 บาท พร้อมตุ๊กตาด้วงน้อย รุ่น Limited Edition ซึ่งผู้ได้รับรางวัลฝ่ายชายคือ คุณ Krzysztof Hadas จากประเทศโปแลนด์ เวลา 32.19 นาที และฝ่ายหญิง คุณ Misa Yimer Mohammed จากประเทศเอธิโอเปีย เวลา 36.20 นาที และยังมีการมอบรางวัลให้กับนักวิ่งระยะ 10.5 กม. ประเภทบุคคลทั่วไป ในแต่ละรุ่นอายุที่เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 1 – 3

    นอกจากนี้ ยังได้จัดรางวัลพิเศษสำหรับพนักงาน ธ.ก.ส. ที่เข้าแข่งขันในระยะ Mini Marathon ได้แก่ รางวัล Overall ชนะเลิศอันดับ 1 ชายและหญิง มูลค่า 30,000 บาท พร้อมเงินสนับสนุนการเข้าร่วมงานวิ่งในรายการ Tokyo Marathon 2026 มูลค่า 30,000 บาท และตุ๊กตาด้วงน้อย ซึ่งผู้ทำเวลาได้ดีที่สุด ฝ่ายชายคือ คุณกิตติบดี เทพทอง เวลา 39.19 นาที และฝ่ายหญิงคือ คุณธิติมา วิเทศ เวลา 49.20 นาที และยังมีการมอบรางวัลให้แก่พนักงาน ธ.ก.ส. ที่เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 2 – 16 เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและเสริมสร้างสุขภาพแก่พนักงานอีกด้วย 

    งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท

    งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท

    ในส่วนของสีสันในงานวิ่ง ยังมีรางวัลวิ่งแฟนซีภายใต้ธีม “สีสันกลางทุ่ง” จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท ซึ่งมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวดนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ในการแต่งกายในธีมดังกล่าวกว่า 30 ราย ทั้งนี้ ติดตามผลการแข่งขันของระยะ 10.5 กม. ประเภทบุคคลทั่วไปในแต่ละรุ่นอายุ รวมถึงภาพบรรยากาศการจัดงานได้ที่ Facebook : ธกส BAAC Thailand และ BAAC Charity Run   

    งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/pr-news/378973595&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0v3D2R6duG0bVDhR7WDIP-