Category: วัฒนธรรม

  • เกมเปลี่ยนห้องเรียน สร้างพื้นฐานเว็บดีไซน์ให้นักเรียนไทย | เดลินิวส์

    เกมเปลี่ยนห้องเรียน สร้างพื้นฐานเว็บดีไซน์ให้นักเรียนไทย | เดลินิวส์

    มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม – เมื่อการเรียนการสอนเขียนโค้ดไม่จำเป็นต้องน่าเบื่ออีกต่อไป “นายพงศวุฒิ นาคนวล” นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หลักสูตรนานาชาติ แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล โปรแกรมเมอร์เลือดไทยรุ่นใหม่ โชว์ศักยภาพคิดและพัฒนาแพลตฟอร์มเกมมิฟิเคชัน “CODE CLASH” เกมการแข่งขันเพื่อการเรียนรู้ HTML DOM จุดประกายความสนุกควบคู่สาระให้กับนักเรียนไทย

    จุดเริ่มต้นจากคำถามในห้องเรียน
    จากประสบการณ์ตรงของผู้วิจัยที่พบว่า เด็กจำนวนไม่น้อยอาจไม่อินกับรูปแบบการเรียนแบบดั้งเดิม จึงตั้งคำถามสำคัญว่า “จะทำอย่างไรให้เด็กสนุกและอยากเรียนรู้จริง ๆ”

    คำตอบคือการนำ “เกม” และ “การแข่งขัน” ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ มาผสานกับเนื้อหาพื้นฐานสำคัญอย่าง HTML DOM ซึ่งถือเป็นหัวใจของการพัฒนาเว็บไซต์ยุคใหม่

    ผลลัพธ์คือ “CODE CLASH” แพลตฟอร์มการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้ทั้งเล่น แข่งขัน และเรียนรู้ไปพร้อมกันในเวลาเดียวกัน

    ศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ วัดผลได้จริง
    การดำเนินงานวิจัยมีขั้นตอนชัดเจน เริ่มจากการแนะนำโครงการแก่ผู้เข้าร่วม พร้อมทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) จากนั้น นักเรียนได้ทดลองใช้งานแพลตฟอร์มเกม “CODE CLASH” เพื่อเรียนรู้เนื้อหา HTML DOM ผ่านรูปแบบการแข่งขันที่ท้าทาย เมื่อจบกิจกรรม ผู้เข้าร่วมทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) และตอบแบบสอบถามเพื่อประเมินประสบการณ์การใช้งานและความพึงพอใจ

    งานวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของ Gamification ในการส่งเสริมความเข้าใจและทักษะการเขียนโค้ด หากผลการวิจัยเป็นไปในทิศทางที่ดี จะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาสื่อการสอนรูปแบบใหม่ ๆ ที่ทำให้เนื้อหาคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน กลายเป็นเรื่องสนุกและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

    เสียงจากพื้นที่จริง โรงเรียนวัดไร่ขิง จ.นครปฐม
    บรรยากาศภายในห้องเรียนระดับชั้น ม.4–ม.6 เต็มไปด้วยความคึกคัก นักเรียนต่างตื่นเต้นและสนุกกับกิจกรรมการแข่งขันผ่านแพลตฟอร์มเกม เสียงสะท้อนจากนักเรียนโรงเรียนไร่ขิงวิทยา จ.นครปฐม ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การเรียนรูปแบบนี้ทำให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น และอยากเรียนรู้ต่อยอดมากขึ้น ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของคณะครูและโรงเรียน ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยได้เข้ามาพัฒนากระบวนการเรียนรู้ร่วมกับนักเรียนอย่างแท้จริง

    เบื้องหลังความสำเร็จ นักวิจัยระดับแนวหน้าของประเทศ
    Machine Vision and Information Transfer (MVIT) Research Lab ความสำเร็จของงานวิจัยครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การดูแลและผลักดันของ รศ.ดร.วรพันธ์ คู่สกุลนิรันดร์ อาจารย์ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิแห่งคณะ ICT มหาวิทยาลัยมหิดล

    ท่านเป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัย MVIT และได้รับการยกย่องในระดับประเทศและระดับโลก ได้แก่
    *นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ประจำปี 2568 (National Outstanding Researcher Award 2025)
    *ได้รับการจัดอันดับเป็น 7 ปีติดต่อกันในกลุ่ม World’s Top 2% Scientists ด้าน AI และ Image Processing (2019–2025)
    *Mahidol University’s Top 1% Researchers (ปี 2023 และ 2025)
    การผลักดันและวิสัยทัศน์ของท่าน ไม่เพียงสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ แต่ยังยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลกอย่างภาคภูมิ

    ต่อยอดสู่อนาคตการศึกษาไทย
    “CODE CLASH” ไม่ใช่เพียงแค่เกม แต่คือภาพสะท้อนแนวคิด Active Learning ที่ขับเคลื่อนการศึกษาไทยในยุคดิจิทัล จากห้องเรียนในจังหวัดนครปฐม สู่แนวทางการพัฒนาหลักสูตรการสอนคอมพิวเตอร์ในอนาคต งานวิจัยชิ้นนี้คืออีกหนึ่งพลังเล็ก ๆ ที่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

    นี่คือเรื่องราวดี ๆ ของคนรุ่นใหม่ ที่ใช้ความรู้และเทคโนโลยีต่อยอดสังคมไทย พร้อมแรงสนับสนุนจากนักวิจัยชั้นนำของประเทศ และนี่คือก้าวสำคัญของการศึกษาไทย ที่กำลังเดินหน้าอย่างมั่นคงในโลกยุคดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5605166/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JH7UMI5c8ujhlGm4fUdFf

  • อธิบดีสกร. ติดตามสอบ N-NET ทั่วประเทศ หลายจังหวัดเข้าสอบครบ 100% | เดลินิวส์

    อธิบดีสกร. ติดตามสอบ N-NET ทั่วประเทศ หลายจังหวัดเข้าสอบครบ 100% | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ดร. เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการจัดการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ครั้งที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ณ สนามสอบเรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามความพร้อมในการจัดสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และได้มาตรฐาน ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้เรียนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

    ในการนี้ อธิบดี สกร. ได้มอบหมายให้ นายสมยิ้ม คงอนันต์ นักวิชาการพัสดุชำนาญการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน พร้อมคณะ ร่วมตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน โดยมี นายปราโมทย์ ทองศรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง พร้อมด้วย นายภัทร ภัทรกุลบดินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนนทบุรี และ นางอินทิรา มนัส ครูชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองนนทบุรี รวมถึงผู้บริหารและบุคลากรในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนนทบุรี เข้าร่วมกิจกรรมและให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    สำหรับการจัดสอบในครั้งนี้ สนามสอบเรือนจำกลางบางขวางมีคณะกรรมการสนามสอบที่รับผิดชอบหลัก ได้แก่ นายศราวุธ รักษ์ยศ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง ส่วนที่ 2 เรือนจำกลางบางขวาง และ นายปิติ พันธุ์ศักดิ์ นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพชำนาญการ พร้อมเจ้าหน้าที่จากเรือนจำกลางบางขวางทำหน้าที่กรรมการคุมสอบ รวมจำนวน 4 ห้องสอบ

    สนามสอบดังกล่าวจัดสอบในรูปแบบกระดาษ (Paper Pencil) โดยในวันนี้จัดสอบให้แก่นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งนี้ N-NET เป็นการทดสอบเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสำเร็จการศึกษา โดยการสอบครอบคลุม 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ สาระทักษะการเรียนรู้ สาระความรู้พื้นฐาน สาระการประกอบอาชีพ สาระทักษะการดำเนินชีวิต และสาระการพัฒนาสังคม ใช้ระยะเวลาในการสอบ 3 ชั่วโมง จำนวน 100 ข้อ 100 คะแนน เพื่อประเมินความรู้ ความเข้าใจ และทักษะของผู้เรียนอย่างรอบด้าน ซึ่งผลการสอบจะถูกนำไปใช้ประกอบการจบหลักสูตร และเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพในอนาคต

    จากการตรวจเยี่ยมพบว่า ในภาคเรียนนี้ (2/2568) เรือนจำกลางบางขวางมีนักศึกษาที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา รวมจำนวน 224 คน ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา 37 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 65 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 122 คน ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของผู้เรียนในการใช้โอกาสทางการศึกษาเพื่อพัฒนาตนเองอย่างจริงจัง

    ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบจากส่วนกลาง พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานในสนามสอบ เพื่อเสริมสร้างความเรียบร้อย โปร่งใส และให้การจัดสอบเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ตลอดจนให้กำลังใจแก่ผู้เรียนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด

    โอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้มอบแนวทางและข้อเสนอแนะสำคัญ เพื่อยกระดับการจัดการเรียนรู้ในเรือนจำให้มีคุณภาพและตอบโจทย์อนาคตของผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับการติดตามการเข้าสอบของผู้เรียนอย่างใกล้ชิด รวมถึงผู้ที่ยังไม่จบการศึกษา เพื่อไม่ให้หลุดจากระบบการเรียนรู้ พร้อมเสนอให้มีการพัฒนารูปแบบการประเมินทดแทนในกรณีผู้เรียนขาดสอบให้มีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และสะท้อนคุณภาพการเรียนรู้จริง สามารถนำผลไปใช้ประโยชน์ต่ออนาคตของผู้ต้องขังได้อย่างแท้จริง ซึ่งได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญ สกร. ทีมงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมกันดำเนินการให้เกิดผลอย่างชัดเจน

    อธิบดี สกร. ยังได้สนับสนุนให้มีการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางและระดับสูง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนในเรือนจำ อาทิ การวาดภาพ งานช่างสิบหมู่ และหลักสูตรพัฒนาทักษะอื่น ๆ ที่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง กรมราชทัณฑ์ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนนทบุรี และ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) เพื่อให้ผู้เรียนได้รับทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิต

    รวมทั้งส่งเสริมการเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพหลังพ้นโทษอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการสนับสนุนด้านเครือข่าย และการจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพตามความเหมาะสม เช่น อุปกรณ์สำหรับผู้ที่มีความสามารถด้านการวาดภาพ เพื่อให้สามารถเริ่มต้นอาชีพได้จริงภายหลังพ้นโทษ รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้ต้องขังที่มีทักษะ ความรู้ หรือความสามารถ เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ พร้อมพิจารณามอบประกาศนียบัตรรับรอง เพื่อใช้เป็นหลักฐานต่อยอดในอนาคต

    นอกจากนี้ คณะจาก สกร. ได้มอบขนมซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดเพชรบุรี ให้แก่เรือนจำกลางบางขวาง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง เพื่อเป็นกำลังใจและสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่อบอุ่น

    ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจตรวจเยี่ยมสนามสอบ อธิบดี สกร. และคณะได้เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ภายในเรือนจำกลางบางขวาง โดยได้ชื่นชมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของผู้ต้องขังที่เรือนจำได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรมการวาดภาพฝาผนัง ซึ่งมีความสวยงามโดดเด่น สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ และการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานศิลปะได้อย่างน่าประทับใจ

    รวมถึงได้เยี่ยมชมห้องวาดภาพจิตรกรรม ซึ่งจัดแสดงผลงานศิลปะที่มีความประณีตและงดงามเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงทักษะ ความสามารถ และศักยภาพของผู้ต้องขังอย่างชัดเจน โดยผลงานบางส่วนได้มีการเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถเลือกซื้อหรือสนับสนุนผลงานได้ รวมถึงสามารถนำภาพหรือแบบที่ต้องการมาให้ผู้ต้องขังวาดตามความประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการฝึกทักษะและต่อยอดสู่การประกอบอาชีพอย่างสร้างสรรค์

    จากการติดตามผลการเข้าสอบทั่วประเทศในวันนี้ พบว่าในหลายพื้นที่ผู้สมัครให้ความสำคัญกับการสอบอย่างมาก ส่งผลให้อัตราการเข้าสอบสูงถึง 100% ประกอบกับการอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลสนามสอบที่ชัดเจน ทำให้ผู้เข้าสอบสามารถเตรียมตัวได้อย่างเต็มที่ สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งของหน่วยงานในพื้นที่และความตั้งใจของผู้เรียนในการเข้ารับการประเมินตามระบบ โดย จังหวัดลพบุรี มีผู้เข้าสอบครบ 100% ทั้งเรือนจำอำเภอชัยบาดาล และเรือนจำกลางอำเภอลพบุรี ขณะที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีผู้เข้าสอบครบ 100% ในหลายหน่วยสอบ ได้แก่ สกร.ระดับอำเภอกมลาไสย สกร.ระดับอำเภอท่าคันโท สกร.ระดับอำเภอเขาวง สกร.ระดับอำเภอนาคู สกร.ระดับอำเภอห้วยเม็ก รวมถึงเรือนจำกลาง ส่วน จังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้เข้าสอบครบ 100% ที่เรือนจำกลาง กรุงเทพมหานคร มีกลุ่มเรือนจำเข้าสอบครบ 100% จังหวัดนนทบุรี มีผู้เข้าสอบครบ 100% ในสนามสอบเรือนจำกลางบางขวาง สนามสอบมูลนิธิคนพิการ และสนามสอบสถานคุ้มครองและฝึกอาชีพบ้านเกร็ดตระการ จังหวัดอุตรดิตถ์ มีผู้เข้าสอบครบ 100% ที่ สกร.ระดับอำเภอทองแสนขัน จังหวัดสมุทรสาคร มีผู้เข้าสอบครบ 100% ที่เรือนจำสมุทรสาคร จังหวัดนครพนม มีผู้เข้าสอบครบ 100% ที่เรือนจำนครพนม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้เข้าสอบครบ 100% ทั้งเรือนจำแม่สะเรียง และเรือนจำอำเภอเมือง และ จังหวัดระนอง มีผู้เข้าสอบครบ 100% ที่เรือนจำระนอง

    สำหรับผู้เรียนที่พลาดการสอบ N-NET ในรอบนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้เตรียมแนวทางช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ โดยจัดให้มีการสอบชดเชยผ่านระบบ E-Exam ซึ่งเป็นระบบที่ สกร. พัฒนาขึ้นเอง โดยจัดสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์และบริหารการจัดสอบโดย สกร. ในขณะที่ยังคงใช้ข้อสอบของ สทศ. เพื่อให้การประเมินมีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีศูนย์ทดสอบ E-Exam จำนวน 197 แห่ง ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จะเริ่มดำเนินการสอบในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่ขาดสอบสามารถเข้ารับการประเมินได้อย่างเท่าเทียม ส่งผลให้ผู้เรียนที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาในภาคเรียนนี้สามารถจบการศึกษาได้ตามเงื่อนไขหลักสูตรอย่างแน่นอน

    นอกจากนี้ สกร. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลผู้เรียนที่ไม่ได้เข้าสอบด้วยเหตุจำเป็น เช่น พ้นโทษ หรือย้ายเรือนจำ โดยจะมีการประสานข้อมูลและกำหนดแนวทางช่วยเหลือเป็นรายกรณี เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เท่าเทียมและไม่หลุดจากระบบเช่นเดียวกัน

    การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการขยายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างเท่าเทียม รวมถึงผู้ต้องขังในเรือนจำ เพื่อให้ “การเรียนรู้” เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างแรงบันดาลใจ และเตรียมความพร้อมสู่การกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่าในอนาคต.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5605600/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lEb2m3MBaC0L5oiD4kAG1

  • คนไทยกังขา! นิด้าโพลเผย 58% เชื่อ กกต. เอาผิดคนโกงเลือกตั้งไม่ได้

    คนไทยกังขา! นิด้าโพลเผย 58% เชื่อ กกต. เอาผิดคนโกงเลือกตั้งไม่ได้

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “กกต. จะลงโทษผู้ทุจริตการเลือกตั้งได้ไหม” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11-12 ก.พ. 69 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการลงโทษผู้ที่กระทำทุจริตการเลือกตั้ง

    จากการสำรวจ เมื่อถามประชาชนถึงการทุจริตการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 พบว่า ไม่มีแน่นอน 40.08% รองลงมา ไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า 23.51% อาจจะมี 19.54% และ มีแน่นอน 16.87%

    เมื่อสอบถามตัวอย่าง ที่ระบุว่า มีการทุจริตการเลือกตั้งแน่นอน และอาจจะมีการทุจริตในเขตเลือกตั้งตนเอง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 (จำนวน 477 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความสามารถของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริตการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งตนเอง พบว่า จะไม่สามารถลงโทษใครได้เลย 58.28% รองลงมา อาจจะลงโทษได้บ้าง บางกรณี 28.93% จะสามารถลงโทษได้แน่นอน 11.32% และ ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 1.47%

    ทั้งนี้ เมื่อถามถึงความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งตนเอง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 พบว่า ค่อนข้างพอใจ 38.55% พอใจมาก 22.29% ไม่ค่อยพอใจ 20.84% ไม่พอใจเลย 17.63% และ ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 0.69%

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/813271&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iWuqZM1rgOFg9szfnQtMC

  • ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.ฎ. ขยายเวลาใช้บังคับ พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา อีก 7 ปี

    ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.ฎ. ขยายเวลาใช้บังคับ พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา อีก 7 ปี

    ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ! พ.ร.ฎ. ขยายเวลาใช้บังคับพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ออกไปอีก 7 ปี

    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พระราชกฤษฎีกา ขยายเวลาใช้บังคับพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2569

    พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

    โดยที่เป็นการสมควรขยายเวลาใช้บังคับพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ออกไปอีกเจ็ดปี

    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 2 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

    มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาขยายเวลาใช้บังคับพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2569”

    มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป

    มาตรา 3 ให้ขยายเวลาใช้บังคับพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ออกไปอีกเจ็ดปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

    ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.ฎ. ขยายเวลาใช้บังคับ พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา อีก 7 ปี

    ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.ฎ. ขยายเวลาใช้บังคับ พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา อีก 7 ปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tnews.co.th/social/social-news/644419&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3B0Gg5m2zdP9XvO1BlUuJp

  • ปลดล็อกศักยภาพ! จุดเด่นคณะศิลปศาสตร์ SPU ที่คนรุ่นใหม่อยากเรียน – คณะศิลปศาสตร์

    ปลดล็อกศักยภาพ! จุดเด่นคณะศิลปศาสตร์ SPU ที่คนรุ่นใหม่อยากเรียน – คณะศิลปศาสตร์

    ฮัลโหลชาว Gen Z! 👋 กำลังมองหาที่เรียนที่ใช่ ที่จะพาเราไปสู่อนาคตแบบปังๆ อยู่รึเปล่า? ถ้าพูดถึงการเรียนที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตำรา แต่คือการเรียนรู้เพื่อ ‘ใช้ชีวิต’ และ ‘ทำงาน’ ได้จริง คณะศิลปศาสตร์ ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) คือคำตอบที่ใช่สุดๆ ไปเลย! วันนี้เราจะพาไปส่องทุกซอกทุกมุมว่าทำไมที่นี่ถึงเป็น The Best Choice สำหรับคนรุ่นใหม่ มาดูกันเลย!

    1. หลักสูตรสุดปัง! เรียนรู้แบบไม่ตกเทรนด์ 🚀

    ลืมภาพการเรียนภาษาแบบเดิมๆ ที่น่าเบื่อไปได้เลย! ที่ คณะศิลปศาสตร์ SPU เราเน้นหลักสูตรที่ทันสมัยสุดๆ อัปเดตตลอดเวลาเพื่อให้ตอบโจทย์โลกยุคดิจิทัล น้องๆ จะได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม, Digital Content Creation, การใช้ภาษาเพื่อธุรกิจและสื่อสารการตลาด หรือแม้กระทั่งความรู้ด้านภาษาเพื่ออุตสาหกรรมการบินและการบริการ ทุกอย่างถูกออกแบบมาให้ “เรียนจบแล้วทำงานได้เลย” ไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่!

    หลักสูตรของคณะศิลปศาสตร์ SPU ที่ออกแบบมาเพื่ออนาคต

    ไม่ว่าจะเป็นสาขาภาษาอังกฤษสื่อสารธุรกิจ, ภาษาจีนสื่อสารธุรกิจ, ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารธุรกิจ หรือการจัดการธุรกิจสายการบิน ทุกหลักสูตรของที่นี่เน้นการลงมือทำจริง (Project-based Learning) ทำให้น้องๆ ได้ฝึกฝนทักษะรอบด้าน พร้อมสร้าง Portfolio เจ๋งๆ ไว้โชว์ตอนสมัครงานอีกด้วย

    2. อาจารย์ตัวจริง! ประสบการณ์แน่น เล่าเรื่องสนุก 💼

    จะดีแค่ไหนถ้าคนที่มาสอนเรา คือคนที่ทำงานจริงในวงการนั้นๆ? ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เรามีอาจารย์ที่เป็น Professional ตัวจริงจากหลากหลายวงการ ทั้งสายการบิน, การโรงแรม, ธุรกิจระหว่างประเทศ และวงการคอนเทนต์ ที่จะมาแชร์ประสบการณ์ตรงแบบไม่มีกั๊ก ทำให้น้องๆ ได้เห็นภาพการทำงานจริง ได้ Connection และได้แรงบันดาลใจไปเต็มๆ เหมือนมีเมนเทอร์เก่งๆ คอยไกด์เราตลอดเส้นทางเลย!

    3. มากกว่าแค่ในห้องเรียน คือประสบการณ์จริง! 🌏

    ชีวิตในรั้ว SPU ไม่ได้มีแค่การเรียน! คณะศิลปศาสตร์ส่งเสริมให้นักศึกษาได้ออกไปหาประสบการณ์จริงผ่านโครงการสหกิจศึกษา (Internship) กับบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ มีกิจกรรม Workshop เสริมทักษะเด็ดๆ ตลอดทั้งปี แถมยังมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอีกด้วยนะ เรียกได้ว่าเป็นการเปิดโลกกว้าง สร้างโปรไฟล์ให้โดดเด่นเหนือใคร! ซึ่งทักษะด้านภาษาและการสื่อสารนี่แหละที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานเสมอ ดังที่หน่วยงานภาครัฐอย่าง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ก็ให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีความสามารถด้านนี้

    พร้อมที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว SPU หรือยัง? คลิกดูรายละเอียดและสมัครเรียนได้เลย!
    👉 ดูรายละเอียดการสมัครเรียน มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่นี่

    เห็นไหมล่ะว่า คณะศิลปศาสตร์ SPU ไม่ได้เป็นแค่ที่เรียน แต่เป็นที่ที่จะสร้างอนาคตและมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับน้องๆ ทุกคน ถ้าอยากเป็นคนรุ่นใหม่ที่เก่งทั้งภาษา มีทักษะรอบด้าน และพร้อมสำหรับโลกการทำงาน…ที่นี่คือคำตอบ! มาเป็นครอบครัวเดียวกันนะ! ❤️

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/liberal-arts/news-activity/25210/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dum4ZVsTATfWFmMdbuqZb

  • ป.ป.ส. จัดประกวดวาดภาพ “พระเมตตาจากฟ้า สู้ศรัทธากองทุนแม่” ชิงรางวัลกว่า 85,000 บาท

    ป.ป.ส. จัดประกวดวาดภาพ “พระเมตตาจากฟ้า สู้ศรัทธากองทุนแม่” ชิงรางวัลกว่า 85,000 บาท

    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ได้จัดโครงการประกวดวาดภาพระบายสีเพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงรักและห่วงใยพสกนิกรต่อปัญหายาเสพติดจนนำไปสู่การแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยกองทุนแม่ของแผ่นดิน ในหัวข้อ “พระเมตตาจากฟ้า สู่ศรัทธากองทุนแม่” พร้อมชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 85,500 บาท โดยมี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานมอบรางวัล ณ สำนักงาน ป.ป.ส.

    โครงการนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่ทรงพระราชทาน “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” สำหรับแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ผ่านงานศิลปะที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการขัดเกลาจิตใจ สร้างความภาคภูมิใจในตนเอง และเป็นเกราะป้องกันจากอบายมุขและยาเสพติด ซึ่งการประกวดแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษาตอนต้น ระดับประถมศึกษาตอนปลาย และระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวช.) พร้อมได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายด้านยาเสพติด การขับเคลื่อนงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน และผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะมาเป็นกรรมการในการตัดสินประกวดวาดภาพ

    การประกวดครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากเยาวชนที่เข้าร่วมประกวดจากทุกระดับ รวมจำนวนกว่า 122 คน โดยมีเงินรางวัลรวม 85,500 บาท แบ่งเป็น

    • รางวัลชนะเลิศในแต่ละระดับ ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 7,500 บาท พร้อมเกียรติบัตร
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
    • รางวัลชมเชย ระดับละ 3 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

    โดยผลงานที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย
    รางวัลระดับประถมศึกษาตอนต้น

    • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ด.ญ.อธิชา รักเสน โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี จ.นนทบุรี
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดันดับหนึ่ง ได้แก่ ด.ญ.ยิ่งลักษณ์ โรงเรียนวัดรวก กรุงเทพมหานคร
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดันดับสอง ได้แก่ ด.ช.อัครเดช สุขแก้ว โรงเรียนอนุบาลชุมชนบางบ่อ (ศุภพิพัฒน์รังสรรค์) จ.สมุทรปราการ
    • รางวัลชมเชย ได้แก่ ด.ญ.อรินดา นนทเเก้ว โรงเรียนสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ กรุงเทพมหานคร ด.ญ.นิชาภา ศิริเวช โรงเรียนวัดรวก กรุงเทพมหานคร และ ด.ญ.จิดดา รัตนจันทร์ โรงเรียนวัดรวก กรุงเทพมหานคร

    รางวัลประถมศึกษาตอนปลาย

    • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ด.ญ.สุธิชา แซ่ตั้ง โรงเรียนผ่องพลอยอนุสรณ์ กรุงเทพมหานคร
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดันดับหนึ่ง ได้แก่ ด.ญ.ชญารัสย์ ญาณะวาณิชย์ โรงเรียนบูรณะศึกษา กรุงเทพมหานคร
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดันดับสอง ได้แก่ ด.ญ.นภัสนันท์ ยงเยื้องพันธ์ โรงเรียนสามัคคีราษฎร์บำรุง จ.ปทุมธานี
    • รางวัลชมเชย ได้แก่ ด.ช.นิธิพัฒน์ กลีบสันเทียะ โรงเรียนอนุบาลอัจฉรา จ.นครราชสีมา ด.ช.ศิลสรัล ศรีปิติโรจน์ โรงเรียนสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ กรุงเทพมหานคร และ ด.ญ.มุกตาภา รวดเจริญ โรงเรียนแสงอรุณ กรุงเทพมหานคร

    รางวัลระดับมัธยมศึกษา หรืออาชีวศึกษา (ปวช.)

    • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวณิชา เนียมกำเนิด โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดันดับหนึ่ง ได้แก่ นางสาวธารมณี เทียมทะนงค์ โรงเรียนธรรมโชติศึกษาลัย จ.สุพรรณบุรี
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดันดับสอง ได้แก่ นางสาวธัญญารัตน์ ผ่องใสฤทธิรงค์ โรงเรียนวิสุทธิกษัตรี จ.สมุทรปราการ
    • รางวัลชมเชย ได้แก่ นางสาวอริสรา ศิริเวช โรงเรียนบูรณะศึกษา กรุงเทพมหานคร นางสาวพิมพิสุทธิ์ ชูติวัตร โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) กรุงเทพมหานคร และ นางสาวกุลธิดา วาจา โรงเรียนบ้านนา “นายกพิทยากร” จ.นครนายก

    สำหรับผลงานของเยาวชนที่ถ่ายทอดออกมาในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงความเข้าใจในพลังของชุมชนและการร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามแนวทางกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยผลงานภาพวาดที่ได้รับรางวัลและผลงานสร้างสรรค์จะได้รับการจัดแสดงที่สำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและถ่ายทอดพระเมตตาของสมเด็จพระพันปีหลวงสืบต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/278239&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YeoTZWsDLehAHfDC_6vTr

  • “แก้วสรร” วิเคราะห์เลือกตั้งเดือด ซัดดราม่าใครโง่ระหว่างคนกรุง-ต่างจังหวัด ชี้กระแส “ความสิ้นหวัง” คือคำตอบการเมืองไทย

    “แก้วสรร” วิเคราะห์เลือกตั้งเดือด ซัดดราม่าใครโง่ระหว่างคนกรุง-ต่างจังหวัด ชี้กระแส “ความสิ้นหวัง” คือคำตอบการเมืองไทย

    “แก้วสรร” วิเคราะห์เลือกตั้งเดือด ซัดดราม่าใครโง่ระหว่างคนกรุง-ต่างจังหวัด ชี้กระแส “ความสิ้นหวัง” คือคำตอบการเมืองไทย

    เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีต คตส. เผยแพร่บทความเรื่อง

    ใครโง่?…“คนต่างจังหวัด” หรือ “คนกรุงเทพ”

    ถาม   เลือกตั้งครั้งนี้ ส้มกวาดกรุงเทพ   โซเชียลเริ่มฟัดกันใหญ่ว่า คนต่างจังหวัดหรือคนกรุงเทพกันแน่  ที่เสียรู้ในการเลือกตั้งครั้งนี้   อาจารย์ว่าใครโง่ครับ

    ตอบ   ผมว่าคำถามนี้ต่างหากที่โง่มาก   สิ่งที่เราต้องการจริงๆ น่าจะอยู่ที่คำตอบทางจิตวิทยาการเมืองว่าจิตใจปฎิวัติเกิดขึ้นได้อย่างไร  มันเกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลกและไม่เคยสร่างซา ทั้งในป่า ในเมือง ในสนามรบ หรือในหีบเลือกตั้ง   คำอธิบายนี้ผมเองก็พยายามอ่านและค้นหามาตลอด  เพราะได้ผ่านยุคโกลาหลหลัง ๑๔ ตุลา มีเพื่อนฝูงจากไปหลายคนเหมือนกัน

    ถาม   หามา ๔๐ ปี แล้ว  พอจะได้คำตอบบ้างไหมครับ

    ตอบ   ผมว่า “ทฤษฎีความสิ้นหวังในชีวิตปัจจุบัน”  ดูจะอธิบาย “ กำเนิดมวลชนปฏิวัติ”ได้ดีมาก   เฉพาะปรากฏการณ์ขบวนการสามนิ้วนี้    ผมก็เคยสังเคราะห์เสนอเค้ามูลไว้แล้วในบทความเมื่อปี ๖๓ 

    มาปี ๖๙นี้อ่านดูก็ยังใช้ได้อยู่ จึงขออนุญาตนำมาเสนออีกครั้ง ดังนี้ครับ

                                  กำเนิด “อนาคตใหม่”                                                                                        

    ถาม   อาจารย์เห็นด้วยกับคุณธนาธรหรือไม่ ที่ยืนยันว่า   พรรคของเขาไม่ได้ชนะเลือกตั้งด้วยการจัดตั้งหรือการใช้สื่อ Social media

    ตอบ   เขาจัดตั้งหนัก ใช้สื่อเข้มข้นมากก็จริง   แต่ถ้าเนื้อหาไม่โดนใจผู้คน มันก็ไม่มีความหมาย  เขาพูดถูกในแง่นี้ครับ   ปัจจัยที่ส่งให้เขาชนะจริงๆ มันอยู่ที่การชูธง  ว่า เขาคือ“อนาคตใหม่” ของผู้คนที่สิ้นหวัง    ตลาดคนสิ้นหวังนี้แรงมากกว้างมาก

    ถาม   ใครคือ “คนสิ้นหวัง” ที่ว่า

    ตอบ   ความเจริญของเมืองไทยในปัจจุบัน มันโตจากทุนนิยมโลกาภิวัฒน์เป็นหลัก  โตโดยเราไม่มีตลาดและเทคโนโลยีเป็นของตนเอง         ด้านเกษตรกรรมก็ขายแต่วัตถุดิบ อุตสาหกรรมก็ถูกโลกกำหนดให้ทำแต่ขันน๊อต ใช้แรงงานเข้มข้นเป็นหลัก  ในความเจริญอย่างนี้..คนต่างจังหวัดก็พลัดที่นาคาที่อยู่มา จมปลักไร้อนาคตอยู่ในเมืองใหญ่และปริมณฑล  คนรุ่นใหม่ก็ไม่เห็นงานใหม่ หรือไม่ก็รอโดนซองขาวไปวันๆ   ทั้งหมดนี้ มันทำให้คนส่วนใหญ่สิ้นหวังในอนาคตทั่วไปหมด

    ถาม   อาจารย์คิดเอาเอง ใช่ไหม

    ตอบ   ไม่ใช่ครับ…รายงานผลการศึกษาของสถาบัน Edelman Trust Barometer อันโด่งดังในที่ประชุม World Economic Forum (WEF) 21-24  มกราคมศกนี้  ที่เมืองดาวอส  ระบุชัดเจนว่า  ความสิ้นหวังในความเจริญแบบทุนนิยมโลกาภิวัฒน์  กำลังแผ่ซ่านไปทั่วโลก ดังตารางข้างล่างนี้  จะพบว่า โลกในปีที่ผ่านมาเรามีอัตราผู้คนที่สิ้นหวังกับความเจริญในบ้านเมืองของตนเองเกินครึ่ง มากถึง  ๒๒ ประเทศใน ๒๘ ประเทศ    โดยไทยติดอันดับ ๑ มีคนสิ้นหวังถึง ๗๕ คนใน ๑๐๐ คน เลยทีเดียว

    แท่งกราฟแสดงว่าแต่ละประเทศมีอัตรา “คนสิ้นหวังในความเจริญ”เป็นร้อยละเท่าใด

    ถาม   หมายความว่า พรรคอนาคตใหม่ เขาชนะเพราะรู้จักกางใบเรือ รับลมจากกระแสสิ้นหวังเหล่านี้

    ตอบ   เป็นเช่นนั้นแน่นอน   ยิ่งรุ่นลูกรุ่นหลานของเราด้วยแล้ว เขาต้องหิวหาความหวังมากทีเดียว  ถ้าพรรคนี้ไม่ชูธงอนาคตใหม่แล้ว แม้จะจัดตั้งหรือใช้โซเชียลเข้มข้นเท่าใด ก็ชนะไม่ได้หรอกครับ

    ถาม   แล้วการไม่มีสถาบันกษัตริย์ หรือไม่มีกองทัพขนาดใหญ่ในอนาคต  มันจะเป็นอนาคตที่ดีกว่าทุกวันนี้หรือ

    ตอบ   นั่นเป็นเรื่องที่ตีความกันเอาเองจากคำพูดในอดีต  ทุกวันนี้พวกเขาได้ความรับผิดชอบเป็นผู้แทนแล้ว ถ้ายังขืนทำตัวเป็น Activist อยู่เช่นเดิม    ในไม่ช้าก็ต้องเหี่ยวไปเอง จะไม่มีลมพัดพามาขับดันใบเรือเขาอีกต่อไป

    ถาม   อะไรคือ “ Activist ” ในความหมายของอาจารย์

    ตอบ   คือพวกที่จมชีวิตอยู่กับความเคลื่อนไหว ที่ต้องมีอะไรมาให้ต่อต้าน ปฏิเสธ โค่นล้ม อยู่ตลอดเวลา   ถ้าคุณธนาธรยังสลัดคราบ สนนท.ออกไปไม่ได้  หรือคุณปิยะบุตรก็ยังจะเล่นบทนิติราษฎร์ต่อไปอีก ก็จะผิดบทผู้แทน และพรรคนี้ก็จะรับกระแสลมแห่งความเปลี่ยนแปลงต่อไปอีกไม่ได้ผู้คนจะระอาไปเอง  พรรคใหม่ๆเช่นของคุณกรณ์ อาจจะปรับใบมารับลมแทนต่อไปก็ได้

    ถาม  วันนี้เขาหลุดคดีกล่าวหาว่าล้มล้างการปกครองไปแล้ว    ก็น่าจะได้สำนึกขึ้นกระมัง

    ตอบ   ผมว่าน่าจะดีขึ้น  อาการ แกว่งปากหาเสี้ยน หรือ ปากหมาพาโชค น่าจะบรรเทาลง   ส่วนความเคลื่อนไหวของเขาทั้งในสภานอกสภาในฐานะผู้แทนน่าจะเป็นรูปธรรมขึ้น   คุณคอยดูนะครับ..ปัญหาฝุ่นพิษนี่   ผมว่าพวกเขาต้องขยับธงแน่นอน

    ถาม   ความขัดแย้งต่อพรรคนี้ก็น่าจะลดลง

    ตอบ   หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นครับ   อันที่จริงทุกพรรคก็ควรจะปรับสมองหาอนาคตใหม่มาให้ผู้คนด้วย   จะปล่อยให้พรรคอนาคตใหม่เล่นลมอยู่พรรคเดียวไม่ได้

    ถาม   เห็นลุงตู่บอกว่า เจอปัญหาฝุ่นพิษนี่  คนไทยต้องดูแลตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ

    ตอบ   ถ้าลุงเขาคิดและตอบได้แค่นี้จริงๆ  ก็แสดงว่าคุณลุงเป็น “อนาคตเก่า” ที่หวังไม่ได้ และจะต้องอยู่ได้ไม่นานแน่นอน

    ที่เขาว่า “วิ่งไล่ลุง” ก็อาจหมายถึงการไล่ความคิดแบบลุงๆ นี้ก็ได้ คุณว่ามั๊ย ???

                                      จบ..บทความครับ                                             

                                             ข้อสรุป

    ถาม   อนาคตพรรคส้มจะเป็นอย่างไรครับ

    ตอบ   หากผลงานการปกครองสมัยรัฐบาลอนุทิน   สร้าง “ความหวังใหม่”ให้ชาวบ้านไม่ได้ กระแสปฏิวัติจะแรงขึ้น และถ้าพรรคส้มไม่ซุ่มซ่าม รู้จักใช้สมอง ปรับใบรับกระแสที่พลุ่งพล่านให้ดีกว่านี้  เขาก็มีโอกาสกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

    ถาม   แล้วถ้า นายกฯอนุทิน กับกลุ่มมืออาชีพที่ก้าวหน้า  สามารถพัฒนา “ความเจริญใหม่”  ให้ผู้คนพอจะมีความหวังขึ้นมาได้บ้างล่ะครับ

    ตอบ   ส้มก็จะลูกเล็กลง หรือเน่าในเฟะไปเลยก็ได้ครับ

    #แก้วสรรอติโพธิ #การเมืองไทย #เลือกตั้ง2569 #พรรคส้ม #อนาคตใหม่ #ข่าวการเมือง #วิเคราะห์การเมือง #ThaiPolitics #ข่าววันนี้ #กระแสการเมือง #จิตวิทยาการเมือง #WorldEconomicForum #EdelmanTrust #อนุทิน #รัฐบาลไทย #ข่าวด่วน #ประเด็นร้อน #PoliticalNews #ข่าวการเมืองล่าสุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/129402&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Xj9THSkUTdUomB_JeJ0Mj

  • สมุทรสาคร///กรมประมงดีเดย์ 15 ก.พ. 69 ! ประกาศ “ปิดอ่าวไทย” 3 จังหวัด | TOPNEWS

    สมุทรสาคร///กรมประมงดีเดย์ 15 ก.พ. 69 ! ประกาศ “ปิดอ่าวไทย” 3 จังหวัด | TOPNEWS

    ️ประมงมหาชัยอาสามาบอก❗️📢เรื่อง : กรมประมงดีเดย์ 15 ก.พ. 69 ! ประกาศ “ปิดอ่าวไทย” 3 จังหวัด ขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน  วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร  กรมประมง โดยสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร ขอประชาสัมพันธ์มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อนในทะเลอ่าวไทย ประจำปี 2569 (มาตรการปิดอ่าวไทย) เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน

    นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า การดำเนินมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ประจำปี 2569 ยังคงบังคับใช้ในพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง 3 เขตมาตรการ และ 2 ช่วงเวลา คือ

    🔹 ช่วงที่ 1 วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม ของทุกปีเขตมาตรการที่ 1 พื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง เขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครอบคลุมพื้นที่ในทะเล 27,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม ของทุกปี

    🔹 ช่วงที่ 2 วันที่ 16 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 ของทุกปีเขตมาตรการที่ 2 พื้นที่บางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ตามแนวชายฝั่งระยะห่าง 7 ไมล์ทะเลโดยประมาณ ซึ่งเป็นแหล่งที่สัตว์น้ำวัยอ่อนอพยพไปยังพื้นที่เลี้ยงตัวอ่อนในอ่าวไทยตอนใน ครอบคลุมพื้นที่ในทะเล 5,300 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 14 มิถุนายน ของทุกปีเขตมาตรการที่ 3 พื้นที่ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมพื้นที่ในทะเล 2,900 ตารางกิโลเมตร ห้วงเวลาเดียวกับเขตมาตรการที่ 2 ตามแผนที่แนบท้ายของประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลาง โดยในพื้นที่และห้วงเวลาดังกล่าว กำหนดห้ามมิให้ทำการประมง เว้นแต่เป็นการใช้เครื่องมือประมงบางชนิดตามที่ระบุไว้ในประกาศเท่านั้น

    ซึ่งมาตรการปิดอ่าวเป็นมาตรการที่สำคัญ และตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักวิชาการ โดยกรมประมงได้มีการติดตามและประเมินผลทางวิชาการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำและวิถีการทำประมงที่เปลี่ยนแปลงไป และในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการออกประกาศกรมประมงฉบับใหม่เพิ่มเติมจำนวน 4 ฉบับ เนื่องจากมีการปรับปรุงข้อกำหนดในเครื่องมือประมงบางชนิด เพื่อลดประสิทธิภาพการจับพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ เปิดโอกาสให้สัตว์น้ำขยายพันธุ์และเพิ่มปริมาณขึ้นมาทดแทนในธรรมชาติได้อย่างสมดุล ส่งผลให้อัตราการจับสัตว์น้ำ (CPUE)

    ภายหลังสิ้นสุดมาตรการเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนมาตรการอย่างมีนัยสำคัญ ดังจะเห็นได้จากผลการศึกษา 3 เขตมาตรการ พบว่าช่วงเวลาก่อนและระหว่างมาตรการเขตที่ 1 ปลาทูมีขนาดใหญ่กว่าขนาดแรกสืบพันธุ์ (17 เซนติเมตร) เมื่อสิ้นสุดมาตรการพบปลาทูมีขนาดเล็กเกิดขึ้น ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป สอดคล้องกับขนาดลูกปลาทูในเขตมาตรการที่ 2 และ 3 ที่พบว่ามีขนาดความยาวเพิ่มขึ้นหลังสิ้นสุดมาตรการ แสดงให้เห็นว่ามีปลาทูขนาดเล็กเข้ามาทดแทนประชากรปลาทูหลังสิ้นสุดมาตรการทั้ง 3 เขต รวมถึงสถิติการจับสัตว์น้ำเขตอ่าวไทยตอนกลาง เพิ่มขึ้นจาก 198 กิโลกรัมต่อวันในปี 2567 เป็น 276 กิโลกรัมต่อวัน ในปี 2568 แสดงให้เห็นว่ามาตรการปิดอ่าวไทยมีความเหมาะสมและสอดคล้องกันกับวงจรชีวิตสัตว์น้ำ สามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลดีต่อความมั่นคงด้านรายได้ของชาวประมงในระยะยาว

    สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร ขอขอบคุณพี่น้องชาวประมงทุกท่านที่ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดตลอดมา และขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดความสมดุลกับกำลังการผลิตของธรรมชาติ ทำการประมงอย่างรับผิดชอบและปฏิบัติตามแนวทางของมาตรการ คือ “งดจับปลาฤดูมีไข่ อนุรักษ์ไว้ใช้อย่างยั่งยืน”

    โดยขอความร่วมมือจากพี่น้องชาวประมง ผู้ประกอบการ และประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศให้คงอยู่สืบไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร ในวันและเวลาราชการ

    กิตติศักดิ์  นาคสมพงษ์ ผู้สื่อข่าวtop new ทั่วไทย จ.สมุทรสาคร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1488581&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GtIwwnHbJo7cXaBFVJ6Tn

  • โจรใต้ป่วนนราฯ! ลอบวางบึ้ม 2 อำเภอ 7 ลูก จนท.รุดตรวจสอบพื้นที่ ไร้ผู้บาดเจ็บ | TOPNEWS

    โจรใต้ป่วนนราฯ! ลอบวางบึ้ม 2 อำเภอ 7 ลูก จนท.รุดตรวจสอบพื้นที่ ไร้ผู้บาดเจ็บ | TOPNEWS

    ต่อมาเวลา 00.00 น. ได้เกิดเหตุระเบิดดังขึ้นห่างจากจุดแรก ประมาณ 300 เมตร ที่บริเวณถังขยะหน้าสำนักงานปศุสัตว์ อ.ยี่งอ ซึ่งตั้งอยู่ ถ.เทศบาล 3 ม.7 ต.ยี่งอ

    และเวลา 02.00 น. ได้เกิดเหตุระเบิดดังขึ้นที่ถังขยะหน้าร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือไอโพน ม.7 ต.ยี่งอ

    จนกระทั่งในเวลา 04.00 น.ได้เกิดเหตุระเบิดดังขึ้นที่ริมถนนก่อนถึงสะพานเหล็กใกล้หอนาฬิการ ม.7 ต.ยี่งอ

    และล่าสุดก็ได้เกิดเสียงระเบิดลูกที่ 5 ดังขึ้นที่บริเวณพุ่มไม้ริมถนนก่อนถึงทางออก อ.ยี่งอ ม.2 ต.ยี่งอ ซึ่งทั้ง 5 จุดเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบในช่วงเช้า ซึ่งระเบิดทั้ง 5 จุด ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

    ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสามารถบันทึกพฤติกรรมของคนร้ายเอาไว้ได้ จำนวน 2 คน ขี่และซ้อนท้าย รถจักรยานยนต์นำระเบิดมาวางไว้บริเวณพุ่มไม้ริมถนนก่อนถึงเส้นทางออก อ.ยี่งอ ที่มุ่งหน้าไปยังถนนเพชรเกษมสาย 42

    ส่วนพื้นที่ อ.ระแงะนั้น เมื่อเวลา 23.32 น. พ.ต.อ.ศุภชัช ณ พัทลุง ผกก.สภ.ระแงะ ได้รับแจ้งจาก นายสุรัตน์ รัตน์เจริญ เจ้าของร้านขายของชำรัตน์เจริญ ตั้งอยู่เลขที่ 27-29 ม.7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ โดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดอโณทัย ได้เข้าตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าสินค้าที่ตั้งไว้บนชั้นภายในร้านได้รับความเสียหาย

    ต่อมาเวลา 01.00 น. ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ถังขยะบริเวณตรงข้ามสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 3 ซึ่งตั้งอยู่ ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ โดยที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

    ซึ่งเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้นัดแนะกันเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นก่อนที่จะถึงเดือนรอมฎอน หรือเทศกาลถือถืออดของพี่น้องชาวไทยมุสลิม

           

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1488405&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2e6iezjGL-loQt-NS2ZVEL

  • ‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจมอง ‘ลต.’ ไร้ทุจริต เชื่อ ‘กกต.’ ลงโทษใครไม่ได้

    ‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจมอง ‘ลต.’ ไร้ทุจริต เชื่อ ‘กกต.’ ลงโทษใครไม่ได้

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง ‘กกต. จะลงโทษผู้ทุจริตการเลือกตั้ง ได้ไหม’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2569 จากประชาชน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้ง กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริตการเลือกตั้ง การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0 

    จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงการทุจริตการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 40.08 ระบุว่า ไม่มีแน่นอน รองลงมา ร้อยละ 23.51 ระบุว่า ไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า ร้อยละ 19.54 ระบุว่า อาจจะมี และร้อยละ 16.87 ระบุว่า มีแน่นอน 

    เมื่อสอบถามตัวอย่างที่ระบุว่า มีการทุจริตการเลือกตั้งแน่นอนและอาจจะมีการทุจริต ในเขตเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 (จำนวน 477 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความสามารถของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริตการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของตนเอง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 58.28 ระบุว่า จะไม่สามารถลงโทษใครได้เลย รองลงมา ร้อยละ 28.93 ระบุว่า อาจจะลงโทษได้บ้าง บางกรณี ร้อยละ 11.32 ระบุว่า จะสามารถลงโทษได้แน่นอน และร้อยละ 1.47 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 38.55 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา ร้อยละ 22.29 ระบุว่า พอใจมาก ร้อยละ 20.84 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ 17.63 ระบุว่าไม่พอใจเลย และร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/nida-poll-february-15-2026&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Bc9ms55hajkYxEZkK8x44