Category: วัฒนธรรม

  • อดีตสาวกราเวียร์ ชนะ “บ้านใหญ่” ในการเลือกตั้ง ขึ้นแท่นว่าที่ สส.ที่เซ็กซี่ที่สุดในสภา

    อดีตสาวกราเวียร์ ชนะ “บ้านใหญ่” ในการเลือกตั้ง ขึ้นแท่นว่าที่ สส.ที่เซ็กซี่ที่สุดในสภา

    อดีตเรซควีน-กราเวียร์ไอดอล “ชิซาโตะ โมริชิตะ” คว้าชัยเลือกตั้งญี่ปุ่น ชนะคู่แข่งรุ่นเก๋า หลังนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิยุบสภา

    ชิซาโตะ โมริชิตะ (Chisato Morishita) อดีตเรซควีนและกราเวียร์ไอดอลชื่อดังในญี่ปุ่น กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกจับตาหลังสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบเขตได้สำเร็จ ในศึกเลือกตั้งฉุกเฉินที่นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ประกาศจัดขึ้น ซึ่งผลรวมโดยภาพใหญ่ทำให้พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด

    ชนะคู่แข่งระดับ “ตัวเก๋า” กลายเป็นชัยชนะสำคัญของ LDP

    รายงานจากสื่อหลายสำนักระบุว่า โมริชิตะสามารถเอาชนะ จุน อาซุมิ นักการเมืองรุ่นเก๋าวัย 60 กว่าปีที่ครองพื้นที่มายาวนาน และเคยมีบทบาทในรัฐบาลมาก่อน ถือเป็นหนึ่งในผลการแข่งขันที่ถูกมองว่าสะท้อนกระแสหนุนพรรครัฐบาลในคืนเลือกตั้ง

    จากคนบันเทิงยุค 2000s สู่เส้นทางการเมือง

    โมริชิตะเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิงช่วงทศวรรษ 2000 จากงานเรซควีน (grid girl) งานกราเวียร์ และการออกรายการโทรทัศน์ ก่อนจะค่อยๆ ปรับบทบาทสู่สายงานอื่น รวมถึงการทำงานด้านการศึกษาและกิจกรรมในพื้นที่ท้องถิ่น จากนั้นจึงเข้าสู่การเมืองและลงสนามเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง

    เคยได้ที่นั่งจากระบบสัดส่วน ก่อนชนะ “แบบเขต” ด้วยตัวเอง

    ก่อนหน้านี้ โมริชิตะเคยพยายามลงสมัครและไม่ประสบความสำเร็จในบางครั้ง กระทั่งได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านระบบสัดส่วน (proportional representation) ในช่วงไม่กี่ปีก่อน และต่อมาได้รับตำแหน่งทางการเมืองระดับรองในรัฐบาล กระทั่งการเลือกตั้งครั้งล่าสุดสามารถชนะ “แบบเขต” ได้โดยตรง

    เสียงวิจารณ์เรื่องความสามารถ และบททดสอบหลังชนะเลือกตั้ง

    ตลอดเส้นทางการเมือง โมริชิตะเคยเผชิญเสียงวิจารณ์บนโลกออนไลน์ว่าได้รับโอกาสเพราะภาพลักษณ์มากกว่าความสามารถ รวมถึงมีคลิป/บทสัมภาษณ์เก่าที่ถูกหยิบกลับมาพูดถึงในประเด็นความเข้าใจเรื่อง “อัตราการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร” อย่างไรก็ตาม เมื่อชนะเลือกตั้งแบบเขตได้สำเร็จ ก็ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าบทบาทในสภาฯ ต่อจากนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ผลงานเชิงนโยบายและความน่าเชื่อถือในฐานะผู้แทน

    ภาพรวมการเมืองญี่ปุ่น: เลือกตั้งฉุกเฉินของทาคาอิจิ และเสียงข้างมากของพรรครัฐบาล

    การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิประกาศยุบสภาและจัดเลือกตั้งฉุกเฉิน โดยสื่อหลักต่างประเทศรายงานว่า LDP และพรรคร่วมรัฐบาลกวาดที่นั่งจำนวนมาก ส่งผลให้พรรครัฐบาลมีความได้เปรียบสูงในการเดินหน้านโยบายในช่วงต่อไป

    หมายเหตุ

    บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่โดยสื่อและแหล่งข้อมูลสาธารณะ ณ ช่วงเวลารายงาน ทั้งชื่อบุคคล ตำแหน่ง และรายละเอียดการเลือกตั้งอาจมีการอัปเดตเพิ่มเติมตามประกาศทางการในภายหลัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9873770/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MPZnBKUv7dT9PUNo9R5dE

  • ‘ยศชนัน’ นำทีมเปิดบ้านเพื่อไทย ต้อนรับน้องๆ ราชภัฏนครปฐม คุยเข้มเรื่องอนาคตประเทศไทย

    ‘ยศชนัน’ นำทีมเปิดบ้านเพื่อไทย ต้อนรับน้องๆ ราชภัฏนครปฐม คุยเข้มเรื่องอนาคตประเทศไทย

    ‘ยศชนัน’ นำทีมเปิดบ้านเพื่อไทย ต้อนรับน้องๆ ราชภัฏนครปฐม คุยเข้มเรื่องอนาคตประเทศไทย การปรับตัวให้ทันโลก ย้ำ “เทคโนโลยีคือหัวใจ”

    ‘พีรวิชญ์ ขันติศุข’ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เผยผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ ว่า พี่เชน (ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย) นำทีมเปิดบ้านเพื่อไทย ต้อนรับน้อง ๆ ราชภัฏนครปฐม

    ถึงรัฐบาลจะยังตั้งไม่เสร็จ แต่ไฟในการทำงานไม่มีแผ่วครับ! วันนี้ พี่เชน พาน้อง ๆ GenZ มาคุยเข้มเรื่องอนาคตประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการปรับตัวให้ทันโลก พี่เชนบอกว่า “เทคโนโลยีคือหัวใจ” ถ้าเราขยับจากผู้ซื้อมาเป็นผู้ผลิต (เช่น เครื่องมือแพทย์) เราจะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของโลกทันที

    พี่กอป่านและพี่เดียร์ มาชวนคุยเรื่องการลงพื้นที่ หาต้นตอของปัญหา และการแก้ไขปัญหาและผลักดันนโยบายผ่านบทบาทของนิติบัญญัติทั้ง ส.ส. เขต และบัญชีรายชื่อ

    ผมเองก็ได้แชร์เรื่อง พรบ.การศึกษา ที่จะช่วยโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับงบประมาณที่ “เป็นธรรม” มากขึ้น (Equity Base)

    ขอบคุณน้อง ๆ ที่พกความสงสัยและพลังมาเต็มกระเป๋า หวังว่าไอเดียจากพี่เชนและพี่ ๆ ทุกคนจะเป็นแรงบันดาลใจให้นะครับ!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/wSk-flcCv&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33a1USC_0vFZT1YQFu8CCs

  • TRUE หนุนเที่ยวไทยจัดเต็ม 5G “ทะเลบัวแดง” รองรับนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ ตามรอย “ลิซ่า”

    TRUE หนุนเที่ยวไทยจัดเต็ม 5G “ทะเลบัวแดง” รองรับนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ ตามรอย “ลิซ่า”

    ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทย เสริมประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ที่ “ทะเลบัวแดง” อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เพื่อรองรับกระแสการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแคมเปญโปรโมตประเทศไทยผ่าน “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador อย่างเป็นทางการ ซึ่งหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวได้นำเสนอทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงดอกบัวบานสะพรั่งสวยสุดระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ และเป็นกระแสสุดฮิตนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติตามรอยอย่างล้นหลาม

    กระแส “ทะเลบัวแดง” ที่อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ และกลุ่มแฟนคลับของลิซ่า สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลที่นิยมใช้มือถือถ่ายภาพ วิดีโอ แชร์คอนเทนต์ ไลฟ์สตรีม ใช้แอปแผนที่นำทาง และเข้าถึงบริการต่างๆ แบบเรียลไทม์ ส่งผลให้การใช้งานดาต้ามือถือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงเห็นความสำคัญและเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ในพื้นที่ เพื่อรองรับประสบการณ์การท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

    เพิ่มสัญญาณ 5G 2600 MHz ครอบคลุมทุกพื้นที่ทะเลบัวแดงรองรับเที่ยวไทย

    ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานข้อมูล Mobility data พบนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5 อันดับแรกที่เดินทางมาทะเลบัวแดงมากที่สุด ได้แก่ 1.จีน 2.เนเธอร์แลนด์ 3.ออสเตรเลีย 4.ญี่ปุ่น และ 5.ลาว โดยการใช้งานอินเทอร์เน็ตมือถือของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นราว 30% โดยภาพรวมมียอดการใช้งาน 5G เติบโตราว 40% หลังเสริมเครือข่ายรองรับกระแสท่องเที่ยวทะเลบัวแดง

    นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราได้ดำเนินการเพิ่มสัญญาณ 5G บนคลื่น 2600 MHz ทุกจุดสำคัญของพื้นที่ทะเลบัวแดง ได้แก่ ท่าบ้านเดียม (ท่าเรือหลักของทะเลบัวแดง)  ท่าบ้านแชแล ท่าบ้านดอนคง ท่าบ้านเชียงเหว โดยเพิ่มทั้งความครอบคลุมและความเร็วของสัญญาณ 5G พร้อมรองรับการใช้งานที่หนาแน่นในช่วงไฮซีซันของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ โดยทั้งหมดครอบคลุมจุดไฮไลต์ถ่ายภาพและตามรอยเช็กอินลิซ่าจากแคมเปญ ททท.”

    ผลทดสอบเครือข่ายทรู คอร์ปอเรชั่น เพิ่มความเร็ว 5G มากกว่า 9 เท่า

    จากรายงานการทดสอบสัญญาณ 5G เปรียบเทียบก่อนและหลังการอัปเกรดในช่วงวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า เครือข่าย 5G ของทรูมีความเร็วเพิ่มขึ้นทุกจุดของแหล่งท่องเที่ยวทะเลบัวแดงอย่างมีนัยสำคัญ โดยบางจุดสัญญาณแรงเพิ่มขึ้นสูงสุดมากกว่า 9 เท่า พร้อมขยายความครอบคลุมต่อเนื่องครบทั้งท่าเรือและจุดถ่ายภาพหลัก อาทิ

    • จุดถ่ายภาพบริเวณทะเลบัวแดง (จุดสุดฮิต) ความเร็ว 5G เพิ่มขึ้น 9.5 เท่า
    • ท่าเรือบ้านเดียม (ท่าหลัก) ความเร็ว 5G เพิ่มขึ้น 4 เท่า
    • ท่าเรือบ้านแชแล ความเร็ว 5G เพิ่มขึ้น 5.6 เท่า
    • เกาะดอนหลวง กลางทะเลบัวแดง และเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง ผาแดงนางไอ่ ความเร็ว 5G เพิ่มมากกว่า 5 เท่า

    นอกจากนี้ ผลทดสอบในภาพรวมยังสะท้อนว่า หลังการอัปเกรดเครือข่าย 5G ของทรูสามารถครอบคลุมพื้นที่สำคัญของทะเลบัวแดงได้ครบถ้วนและต่อเนื่องยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานของนักท่องเที่ยวได้ดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน

    รองรับไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวแบบดิจิทัล แชร์-ไลฟ์-วิดีโอคอล UP สัญญาณความสุขต่อเนื่อง

    จากรายงานทรู คอร์ปอเรชั่น พบว่าการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ครั้งนี้ จะช่วยรองรับพฤติกรรมการใช้งานของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการใช้งานมือถือที่ต้องใช้ความเร็วและความเสถียรสูง อาทิ

    • การอัปโหลดภาพและวิดีโอความละเอียดสูง
    • ไลฟ์สตรีมมิ่งแบบเรียลไทม์
    • วิดีโอคอล
    • การใช้งานแอปพลิเคชันนำทางและบริการท่องเที่ยวต่างๆ

    การเสริมเครือข่าย 5G ดังกล่าวยังช่วยให้พื้นที่ท่องเที่ยวสามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงพีกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้อย่างราบรื่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamphone.com/contents/news-55577.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R0bJAI3QgfG_Kz3YY_hex

  • โจ มณฑานี ดับมั่น บอย ธีระวัฒน์ กางผลคะแนนตอกหน้า จะเรียกร้องมหาวิทยาลัยเพื่อ

    โจ มณฑานี ดับมั่น บอย ธีระวัฒน์ กางผลคะแนนตอกหน้า จะเรียกร้องมหาวิทยาลัยเพื่อ

    โจ มณฑานี ดับมั่น บอย ธีระวัฒน์ กางผลคะแนนตอกหน้า จะเรียกร้องมหาวิทยาลัยเพื่อ

    วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.04 น.

    กลายเป็นประเด็นร้อนแรงกลางเมืองตักศิลา เมื่อวานนี้ (15 ก.พ. 2569) บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ อดีตผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้สถาบันการศึกษาในพื้นที่ออกมามีบทบาทต่อสถานการณ์การเลือกตั้ง โดย บอย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ ว่า “เรียกร้อง! ให้สถาบันการศึกษาของมหาสารคาม แสดงจุดยืนในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อคงไว้ซึ่งความศรัทธาของปวงชน”

    บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ

    และในเวลาต่อมาเจ้าตัวยังได้คอมเมนต์ภาพกราฟิกที่มีรายชื่อสถาบันการศึกษาต่าง ๆ พร้อมข้อความ “ยืนหยัดข้างความโปร่งใส” และระบุเพิ่มเติม ว่า “มองหามหาสารคามบ้านเราไม่เจอ”

    บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ

    ก่อนที่ในเวลาต่อมา โจ มณฑานี อดีตดีเจและนักเขียนชื่อดัง จะเข้าไปคอมเมนต์ตอกกลับแบบเจ็บแสบพร้อมแนบภาพผลคะแนนว่า “จะเรียกร้องมหาวิทยาลัยเพื่อ? คุณแพ้เขาเกือบ 9 พันคะแนนเน่อ”

    Jo Montanee

    โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม เมื่อชาวมหาสารคามและผู้ติดตามของทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น  บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ หรือ โจ มณฑานี เข้าไปแสดงความเห็นอย่างเผ็ดร้อน เช่น

    “ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน อัตลักษณ์ มหาลัยชื่อดังจ.มหาสารคาม แต่เงียบกริบดีครับ 555”

    “อีก7เสียงเบอร์1ขอร่วมด้วยครับ(เหตุไม่ชอบความอยุติธรรมครับ)อย่ายอมครับ”

    “ฝากท่านอธิการ MSU Prayook Srivilai ด้วยครับ”

    “สารคามมีคนคุม ที่ไม่บอกก็รู้ว่าใคร”

    “อย่าดึงสถาบันอันทรงเกียรต์มาสนับสนุนคนแพ้แล้วพาล”

    “เนี่ย พอคนไม่เลือกก็หาว่าเค้าไม่พัฒนา”

    “ทุกเทือคือบ่หาตะดั่ยบอก แสดงว่ามีหยังผิดปกติสำหรับเรื่องนี่ #จากคนขามเรียง”

    บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ

    Jo Montanee

    บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ

    โจ มณฑานี

    ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก บอย ธีระวัฒน์ พรรณะ มหาสารคาม, เฟซบุ๊ก Jo Montanee

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/947467&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TuR1YQQVmzXZjlKmJugSb

  • สสส. จับมือภาคีสุขภาพปากน้ำ โชว์ผลสำเร็จ “โนแอลคัพ 2026” เร่งขยายผล MOU โรงเรียนปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ

    สสส. จับมือภาคีสุขภาพปากน้ำ โชว์ผลสำเร็จ “โนแอลคัพ 2026” เร่งขยายผล MOU โรงเรียนปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ

    ภูมิภาค

    สสส. จับมือภาคีสุขภาพปากน้ำ โชว์ผลสำเร็จ “โนแอลคัพ 2026” เร่งขยายผล MOU โรงเรียนปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ

    วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.07 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่สำหรับการแข่งขันฟุตซอลเยาวชน “SDN FUTSAL NO – L CUP 2026” รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ชิงถ้วยเกียรติยศผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ณ ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง ภายใต้แนวคิด “เพื่อนกัน มันส์โนแอล ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน” เพื่อค้นหายอดทีมเป็นตัวแทนจังหวัดชิงแชมป์ประเทศไทย
        
    นางสาวชนกนันท์ รักษาสนธ์ นักวิเคราะห์และบริหารโครงการอาวุโส จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงการสร้าง “ระบบนิเวศสุขภาวะ” ว่า กิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการขับเคลื่อนงานผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีพื้นที่ปลอดภัย มีต้นแบบเชิงบวก และมีทางเลือกในการใช้ชีวิตห่างไกลปัจจัยเสี่ยง สสส. เชื่อมั่นว่าการสร้างเสริมสุขภาพที่ยั่งยืนต้องเริ่มจาก สร้างนำซ่อม ซึ่งเวทีนี้เป็นมากกว่างานกีฬา
        
    นางนรินทร์รัชต์ สีแก้วน้าใส ผู้อำนวยการสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวถึงการขยายผลสู่สถานศึกษาว่า ทางสำนักงานฯ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อบูรณาการการป้องกันนักดื่มและนักสูบหน้าใหม่ โดยมุ่งเน้นให้สถานศึกษาเป็น “พื้นที่สร้างสรรค์ที่ปลอดภัย” จากปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ ทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและทักษะชีวิตผ่านกิจกรรมกีฬาและศิลปวัฒนธรรมให้แก่เยาวชนอย่างยั่งยืน 
        

    ขณะที่ นางสาวสุพิชญา เลิศประภานนท์ ผู้บริหารศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง ในฐานะหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนหลัก มีความยินดีที่ได้สนับสนุนพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับ สสส.มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา โดยปรารถนาให้เยาวชนในจังหวัดสมุทรปราการมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีระเบียบวินัย และเรียนรู้การอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต บริษัท อิมพีเรียล พลาซ่า จำกัด  ขอขอบคุณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรปราการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต2  สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรปราการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บริษัท กิตตินคร กรุ๊ป จำกัด และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสมุทรปราการ (สคล.สมุทรปราการ) ที่ได้ร่วมส่งเสริมเยาวชนให้มีสุขภาพที่ดี
        

    ด้านข้อมูลเชิงวิชาการ ผศ.ดร.จักรพันธ์ พรมฉลวย ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มนักกีฬาเยาวชน พบว่า พฤติกรรมเสี่ยงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเปรียบเทียบปี 2567 และ 2568 พบว่าพฤติกรรมการสูบบุหรี่ลดลงจากร้อยละ 5.0 เหลือเพียงร้อยละ 1.5 และพฤติกรรมการดื่มสุราลดลงจากร้อยละ 11.0 เหลือร้อยละ 3.5 ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการรณรงค์ผ่านกิจกรรมกีฬา 
        

    ปิดท้ายด้วย นายธิติ ภัทรสิทธิกฤษ ฝ่ายประเมินผลของสำนักงานเครือข่ายงดเหล้า (สคล.ส่วนกลาง) ผู้ร่วมดำเนินงานวิจัยประเมินผล กล่าวเสริมว่า ภาคประชาชนทำงานอย่างใกลิชิดกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ในการรณรงค์ ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเยาวชนมีการดำเนินงานร่วมกับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการ ซึ่งการสำรวจครั้งนี้ใช้รูปแบบ “ไฮบริด” (Hybrid Evaluation) เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ข้อมูลที่ได้จะนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อออกแบบกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาวะให้สอดคล้องกับความต้องการและช่วงวัยของเยาวชน เพื่อลดช่องว่างในการทำงานและสร้างความต่อเนื่องในการสร้างเสริมสุขภาพเยาวชนในพื้นที่เป้าหมายของจังหวัดสมุทรปราการต่อไป
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/466240&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0B9kWCmcLWN1RBy5hsgATi

  • “กรกานต์พยากรณ์” เปิดดวงคนทั้ง 7 วัน ใครมีเกณฑ์รับทรัพย์ 16-22 ก.พ.นี้

    “กรกานต์พยากรณ์” เปิดดวงคนทั้ง 7 วัน ใครมีเกณฑ์รับทรัพย์ 16-22 ก.พ.นี้

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/variety/horoscope/129556&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38SDaHA3-L5DsnerbVJU1y

  • “ไทยฮอนด้า” ร่วม “สพฐ.” จุดพลังสามัคคี “วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 21” ชิงถ้วยพระราชทานฯ

    “ไทยฮอนด้า” ร่วม “สพฐ.” จุดพลังสามัคคี “วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 21” ชิงถ้วยพระราชทานฯ

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการแข่งขัน “สพฐ.–ไทยฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 21” เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรมแก่เด็กและเยาวชนไทย โดยรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปีการศึกษา 2568 ได้จัดขึ้น ณ สนามฟุตบอล การกีฬาแห่งประเทศไทย 1 (หัวหมาก)

    runnn28

    ดร.อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “กีฬาวิ่ง 31 ขา ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านความเร็วเท่านั้น แต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยหล่อหลอมให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องความสามัคคี ความมีวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และการรู้แพ้ รู้ชนะ ควบคู่กับการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ไทยฮอนด้ารู้สึกยินดีที่ได้สนับสนุนกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และขอชื่นชมทุกทีมที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมเพรียงเป็นหนึ่งเดียว”

    runnn228

    “การแข่งขันในปีที่ 21 นี้ ยังคงจัดขึ้นภายใต้โครงการไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย โดยมุ่งส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนผ่านกิจกรรมกีฬาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความคิด และทักษะการทำงานร่วมกัน ในปีนี้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 200 ทีม จากทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการได้จัดการแข่งขันในระดับจังหวัด และคัดเลือกทีมที่ทำเวลาดีที่สุดจำนวน 20 ทีม ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ นับตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน มีเยาวชนเข้าร่วมแล้วกว่า 510,000 คน และยังคงได้รับความสนใจจากสถานศึกษาทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับรอบชิงชนะเลิศในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเยาวชนที่ได้เข้าชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนับเป็นเกียรติอันสูงสุดของการแข่งขันครั้งนี้”

    runnn26

    สำหรับกติกาการแข่งขันวิ่ง 31 ขา กำหนดให้แต่ละทีมประกอบด้วยนักกีฬา 30 คน โดยมีหัวหน้าทีม 1 คน พร้อมนักกีฬาสำรอง 4 คน และครูผู้ฝึกสอน 1-3 คน โดยนักกีฬาทั้ง 30 คนจะต้องผูกขาเข้าด้วยกัน และวิ่งระยะทาง 50 เมตร ให้เข้าเส้นชัยพร้อมกันให้เร็วที่สุด ซึ่งต้องอาศัยความสามัคคี การประสานงาน และการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

    runnn223

    การแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทยปีนี้ เต็มไปด้วยความเข้มข้นและพลังทีมเวิร์กที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น โดยผลการแข่งขันมีดังนี้

    • ชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนอามานะศักดิ์ (ทีม A) จังหวัดปัตตานี สนับสนุนโดย บริษัท อริยะมอเตอร์ (ปัตตานี) จำกัด ทำเวลาเร็วที่สุด 8.822 วินาที
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านริมใต้ จังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนโดย บริษัท นัติมอเตอร์ จำกัด ทำเวลา 8.998 วินาที
    • รองชนะเลิศอันดับ 3 โรงเรียนบ้านละหานทราย (คุรุราษฎร์บำรุงวิทยา) จังหวัดบุรีรัมย์สนับสนุนโดย บริษัท บุรีรัมย์ยนตรการ จำกัด ทำเวลา 9.153 วินาที

    runnn288

    ทั้งนี้ กีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี เริ่มต้นขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2538 เพื่อส่งเสริมความสามัคคีและฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ ต่อมาในปี 2548 กีฬานี้ได้ถูกนำมาจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และภายหลัง บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขยายการแข่งขันสู่โรงเรียนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนไทยได้พัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ฝึกความอดทน ความมุ่งมั่น และการมีน้ำใจนักกีฬา ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญในการเติบโตเป็นบุคลากรและผู้นำที่มีคุณภาพในอนาคต

    ติดตามความเคลื่อนไหว และผลการแข่งขัน “สพฐ.-ไทยฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี” ได้ที่ www.facebook.com/honda31legs 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/sport/1633006&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ESDgFyR5Bi0JK8nyG4D9z

  • กางแผนดันโป๊กเกอร์ไทยเต็มรูปแบบ ปั้นแชมป์โลกหนุนเศรษฐกิจกีฬา

    กางแผนดันโป๊กเกอร์ไทยเต็มรูปแบบ ปั้นแชมป์โลกหนุนเศรษฐกิจกีฬา

    กางแผนดันโป๊กเกอร์ไทยเต็มรูปแบบ ปั้นแชมป์โลกหนุนเศรษฐกิจกีฬา

    สมาคมกีฬาโป๊กเกอร์ไทยฉลองโปร”ปุณณัตถ์”ครองเบอร์ 1 โลก GPI 2025 ฟันรายได้สะสมทะลุพันล้าน พร้อมกางแผนดันโป๊กเกอร์ไทยเต็มรูปแบบ สู่สถาบันการศึกษาหนุนเศรษฐกิจไทย

    จากโต๊ะแข่งขันสู่ฟันเฟืองเศรษฐกิจ: เจาะแผนสมาคมกีฬาโป๊กเกอร์ไทย ปั้น “มายด์สปอร์ต” สู่เวทีโลก

    หลังจากที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับรองให้ “โป๊กเกอร์” มีสถานะเป็นกีฬาอย่างเป็นทางการ ทิศทางของวงการกีฬาสมองในประเทศไทยก็เปลี่ยนจากเพียงคอมมูนิตี้เฉพาะกลุ่ม สู่การเป็นอุตสาหกรรมกีฬา (Sports Industry) ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง 

    ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 สมาคมกีฬาโป๊กเกอร์ไทย พร้อมด้วย “เทหน้าตัก” ได้จัดงานเฉลิมฉลองผลการแข่งขันระดับชาติ ชูความสำเร็จของบุคลากรไทยที่สะเทือนวงการระดับโลก
     

    กางแผนดันโป๊กเกอร์ไทยเต็มรูปแบบ ปั้นแชมป์โลกหนุนเศรษฐกิจกีฬา

    พันล้านบาทบนหน้าตัก: บทพิสูจน์ขีดความสามารถนักกีฬาไทย

    ไฮไลต์สำคัญคือความสำเร็จของ “โปรปุณณัตถ์ ปุณศรี” ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาเอเชียคนแรกที่คว้าตำแหน่ง GPI World Player of the Year 2025 จาก Global Poker Index ซึ่งเป็นการจัดอันดับที่วัดผลทั้งคุณภาพรายการ จำนวนผู้แข่งขัน และเงินรางวัล

    ตลอด 18 ปีในวงการ โปรปุณณัตถ์กวาดเงินรางวัลสะสมไปแล้วกว่า 31.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือทะลุ 1 พันล้านบาท คว้าถึง 4 รางวัลใหญ่ของ GPI ตอกย้ำภาพลักษณ์ว่า “โป๊กเกอร์” คืออาชีพที่สร้างรายได้และความมั่นคงได้จริง ไม่เพียงเท่านั้น ฝั่งนักกีฬาหญิงอย่าง “เมธาวี ทวีกิจวาที” ก็สามารถผงาดคว้ารางวัล GPI Thailand Female Player of the Year 2025 พร้อมรับเงินรางวัลกว่า 1.7 ล้านบาทจากศึกที่เกาหลีใต้ สะท้อนให้เห็นว่านักกีฬาไทยมีศักยภาพแข่งขันในระดับสากลได้ทุกมิติ

    กางแผนดันโป๊กเกอร์ไทยเต็มรูปแบบ ปั้นแชมป์โลกหนุนเศรษฐกิจกีฬา

    กางแผนยุทธศาสตร์ ดันโป๊กเกอร์สู่สถาบันการศึกษา

    นายธนา จุลพรรณศักดิ์ นายกสมาคมกีฬาโป๊กเกอร์ไทย ได้เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ที่น่าจับตามองเพื่อผลักดันระบบนิเวศน์ของกีฬานี้ในประเทศไทยแบบเต็มรูปแบบ (Full-scale ecosystem) โดยแบ่งออกเป็น 3 แกนหลัก ได้แก่

    การวางโครงสร้างดิจิทัลและระบบสมาชิก: สมาคมฯ เตรียมเปิดตัวเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นศูนย์กลางข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กีฬา และเปิดรับสมัครสมาชิกหลากหลายรูปแบบเพื่อรวมศูนย์คอมมูนิตี้ให้ได้มาตรฐาน กางแผนดันโป๊กเกอร์ไทยเต็มรูปแบบ ปั้นแชมป์โลกหนุนเศรษฐกิจกีฬา

    การบูรณาการด้านการศึกษา: นับเป็นก้าวสำคัญของวงการที่จะมีการเจรจาร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เพื่อต่อยอดเปิดคอร์สหรือหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับกีฬาโป๊กเกอร์ มุ่งสร้างความเข้าใจเชิงสถิติ จิตวิทยา และการบริหารความเสี่ยง

    การสร้างเวทีประลองในประเทศ (Local Tournaments): เตรียมจัดการแข่งขันเก็บคะแนน (Ranking Tournament) ในไทย เพื่อคัดกรองบุคลากรที่มีศักยภาพสูงสุด ก่อนจะให้การสนับสนุนและส่งออกไปชิงชัยในเวทีระดับนานาชาติต่อไป

    กางแผนดันโป๊กเกอร์ไทยเต็มรูปแบบ ปั้นแชมป์โลกหนุนเศรษฐกิจกีฬา

    โอกาสของภาครัฐและเอกชน

    ปัจจุบัน กระแสกีฬาโป๊กเกอร์ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทางสมาคมฯ และภาคเอกชน อย่างบริษัท เทหน้าตัก จำกัด ต่างพร้อมใจกันเดินหน้าผลักดันโอกาสในการแข่งขัน ทว่ากุญแจสำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรมนี้ไปได้ไกล คือการได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันเปลี่ยน “กีฬา” ให้กลายเป็น “Soft Power” และเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ของประเทศต่อไป

    ขณะที่ นางสาวอรนิตย์ เอ่งฉ้วน เผยว่า ความสำเร็จของนักกีฬาไทยในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับโลกได้อย่างแท้จริง โดยภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนทั้งด้านการสื่อสาร การให้ความรู้ และการผลักดันโอกาสแข่งขันในระดับนานาชาติ

    กางแผนดันโป๊กเกอร์ไทยเต็มรูปแบบ ปั้นแชมป์โลกหนุนเศรษฐกิจกีฬา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/lifestyle/738084&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0N74q0iZmGyYaLDC8zrQJm

  • มอบทุนการศึกษา 50,000 บาท แก่ทีมผู้ชนะกิจกรรมเวิร์กชอปนำเสนอแผนการลงทุน

    มอบทุนการศึกษา 50,000 บาท แก่ทีมผู้ชนะกิจกรรมเวิร์กชอปนำเสนอแผนการลงทุน

    (12 กุมภาพันธ์ 2569) – สถาบัน KH Academy จัดพิธีปิดหลักสูตร Prep for Financial Advisor เตรียมความพร้อมด้านวิชาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน รุ่นที่ 5 พร้อมมอบทุนการศึกษา 50,000 บาท แก่ทีมผู้ชนะกิจกรรมเวิร์กชอปนำเสนอแผนการลงทุน และมอบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ผ่านการอบรมเกือบ 60 ชีวิต ฟากไพร์มสตรีท และ APM ร่วมเป็นสักขีพยานความสำเร็จก้าวแรกสู่เส้นทางวิชาวิชาชีพการเงินการลงทุนของนิสิตนักศึกษาอย่างคับคั่ง 

    นายบูรพา สงวนวงศ์ Founder ของสถาบันการเรียนรู้ KH Academy นำทีมคณะผู้บริหาร จัดพิธีปิดหลักสูตร Prep for Financial Advisor เตรียมความพร้อมด้านวิชาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน รุ่นที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ณ KH Academy Ratchathewi Campus ซ.พญานาค เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินชั้นนำของประเทศร่วมเป็นสักขีพยานความสำเร็จของนิสิตนักศึกษาที่ผ่านการอบรมหลักสูตรฯ ครั้งนี้กันอย่างคับคั่ง อาทิ ดร.สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปรแมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM พร้อมด้วย คุณมธุรส สาราณียะธรรม , คุณสุพล ค้าพลอยดี กรรมการ บริษัทฯ และคุณณัฐกุล อรัญญเกษม Associate Director บริษัท ไพร์มสตรีท แอดไวเซอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงวิทยากรจากทั้งสององค์กร

    โอกาสนี้ ดร.สมภพ ประธานกรรมการ APM ได้ให้เกียรติเป็นผู้มอบประกาศนียบัตรแก่นิสิตนักศึกษาที่ผ่านการอบรมหลักสูตรฯ จำนวนทั้งสิ้น 56 คน จาก 6 มหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น (Fudan University) ประเทศจีน จากนั้น ดร.สมภพ ได้กล่าวให้โอวาทแก่นิสิตนักศึกษา โดยฝากคาถาสำคัญ 3 ข้อสำหรับผู้ที่อยากประสบความสำเร็จในสายวิชาชีพที่ปรึกษาทางการเงินหรือ Investment Banker ว่า

    “ข้อที่หนึ่ง ต้องเป็นผู้ที่มีความอึดและอดทนโดยเฉพาะในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ข้อที่สอง ให้ความสำคัญ Seniority โดยเน้นที่การให้เกียรติในแง่ของความอาวุโสด้านประสบการณ์และการเรียนรู้ เนื่องจากองค์กรที่แข็งแรงต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม และการเติบโตตามลำดับความรับผิดชอบ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในวิชาชีพ และข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือจริยธรรมความซื่อสัตย์ เพราะเส้นทางสายการเงินจะมีสิ่งท้าทายอยู่เสมอ ผู้ที่จะยืนหยัดในสายวิชาชีพอย่างสง่างามได้ คือผู้ที่ยึดมั่นในความโปร่งใสนั่นเอง” ประธานกรรมการ APM กล่าว

    และหนึ่งในช่วงเวลาไฮไลท์ที่นิสิตนักศึกษาตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อก็คือการประกาศผลทีมผู้ชนะจากกิจกรรมเวิร์กชอป การนำเสนอแผนการลงทุนโดยการจัดโครงสร้างกลุ่มบริษัทและประเมินมูลค่ากิจการ ซึ่งมีทั้งหมด 8 ทีมด้วยกัน ได้แก่ ทีม A – H โดยทีมที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเข้าตากรรมการที่สุด ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 50,000 บาท ไปครอง ได้แก่ ทีม D สมาชิกในทีมประกอบด้วย นายภูริณัฐ ช่วยศรี ปี 4 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , นางสาวมธุรดา โกษาจันทร์ ปี 3 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , นายบริราช อึ้งพงศ์ภัค ปี 3 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , นางสาวจีน่า ศิลปี ปี 2 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , นางสาวธนัญชนก ทองจีน ปี 2 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , นางสาวเกศรินทร์ เลิศวิลัย ปี 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางสาวฌลานันท์ โรจนกตัญญู ปี 3 คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และนางสาวอริษา วงษาเคน ปี 3 คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 

    สำหรับหลักสูตร Prep for Financial Advisor รุ่นที่ 5 ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน หรือ Thailand Capital Market Development Fund (CMDF) โดยเปิดพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมตลอดหลักสูตรฯ จำนวน 12 คลาส รวมระยะเวลา 1 เดือน ได้เก็บเกี่ยวองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ฝึกฝนทักษะจากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในด้านวิชาชีพที่ปรึกษาทางการเงินจากองค์กรชั้นนำของประเทศ ประกอบด้วย บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM , บริษัท ไพร์มสตรีท แอดไวเซอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด , บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI และวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ MUIC  

    ทั้งนี้ สถาบัน KH Academy ก่อตั้งขึ้นเพื่อสานต่อพันธกิจของ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ในการบ่มเพาะนิสิตนักศึกษาคนรุ่นใหม่สู่เส้นทางวิชาชีพด้านการเงินการลงทุนโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนผู้สนับสนุน ประกอบด้วย บริษัท บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM) , บริษัท ไพร์มสตรีท แอดไวเซอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (BCPG) , บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด , บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (BTS) , ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) และอีกมากมาย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/business-finance/NPpSiWWqy&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YEx7htxoZ8hJRLKGaWQXh

  • พรรคการเมืองใหม่ของเนปาลส่งผู้สมัครจากกลุ่ม LGBTIQ เข้าชิงศึกเลือกตั้งเดือนหน้า

    พรรคการเมืองใหม่ของเนปาลส่งผู้สมัครจากกลุ่ม LGBTIQ เข้าชิงศึกเลือกตั้งเดือนหน้า

    เมื่อเร็วๆ นี้กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศในเนปาลได้เปิดตัวผู้สมัครของพรรคการเมืองใหม่ ก่อนการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม โดยท้าทายชนชั้นนำทางการเมืองสูงวัยที่ถูกโค่นล้มในการลุกฮือครั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้ว

    การลุกฮือต่อต้านการทุจริตเมื่อวันที่ 8-9 กันยายนปีที่แล้ว เกิดจากความโกรธแค้นต่อการที่รัฐบาลสั่งห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ชั่วคราว และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 77 คน

    การลุกฮือดังกล่าวเกิดขึ้นจากความไม่พอใจของประชาชนหลังจากภาวะเศรษฐกิจซบเซามาหลายปี และข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตทางการเมืองที่ฝังรากลึก

    พรรคสังคมนิยมแบบมีส่วนร่วม (Inclusive Socialist Party) ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 500 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ จะส่งผู้สมัครลงแข่งขัน 6 คน

    “ดิฉันได้ขอร้องให้สมาชิกรัฐสภาชุดก่อนๆ ช่วยหยิบยกประเด็นปัญหาของเราขึ้นมา” นูมา ลิมบู ผู้สมัครเพศที่สามซึ่งเป็นผู้นำพรรค กล่าวกับ AFP

    “แต่ถ้าเรามีที่นั่งในสภาแล้ว คนอื่นๆ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดแทนเรา”

    ลิมบูกล่าวว่า พรรคเข้าใจปัญหาในวงกว้างของชุมชนชายขอบ และจะจัดการกับความต้องการไม่เพียงแต่ของชุมชน LGBTIQ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเยาวชนและสตรีด้วย

    “เราเชื่อว่าเพื่อนๆ จากพรรคและชุมชนของเราจะไปถึงรัฐสภา” ลิมบูกล่าว

    การเลือกตั้งจะจัดขึ้นสำหรับสภาผู้แทนราษฎร 275 ที่นั่ง ซึ่งเป็นสภาล่างของรัฐสภา โดย 165 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และ 110 ที่นั่งมาจากบัญชีรายชื่อของพรรค

    พรรคการเมืองอื่นๆ บางพรรคได้ระบุชื่อผู้สมัคร LGBTIQ ในบัญชีรายชื่อการเลือกตั้งแบบสัดส่วน แต่ไม่ได้ส่งผู้สมัครโดยตรง

    เนปาลมีกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิ LGBTIQ ที่ก้าวหน้าที่สุดในเอเชียใต้

    ในปี 2023 คำสั่งชั่วคราวจากศาลฎีกาอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันและคู่รักข้ามเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้

    อย่างไรก็ตาม ไม่มีบุคคลจากกลุ่ม LGBTQ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ นับตั้งแต่ปี 2008 เมื่อสุเนล บาบู ปันต์ ชายรักร่วมเพศที่เปิดเผยตัวตน ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายใต้ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วน

    อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชื่อ ปันต์ ซึ่งเป็นผู้นำในการผลักดันการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของพรรคสังคมนิยมแบบมีส่วนร่วม

    “การขาดการเป็นตัวแทนจากกลุ่ม LGBTQ ทำให้สิทธิที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ไม่ได้ถูกนำไปบัญญัติเป็นกฎหมาย เราต้องร่วมกันแก้ไขปัญหานี้” เขากล่าว

    จากข้อมูลของกลุ่มสิทธิมนุษยชนชั้นนำอย่าง Blue Diamond Society ระบุว่า มีผู้คนมากกว่า 900,000 คนในเนปาลที่ระบุว่าตนเองเป็นกลุ่มคนรักร่วมเพศ

    แม้จะมีความก้าวหน้าทางกฎหมาย แต่ผู้คนในกลุ่ม LGBTQ จำนวนมากยังคงเผชิญกับการเลือกปฏิบัติในด้านการจ้างงาน การดูแลสุขภาพ และการศึกษา

    Agence France-Presse

    Photo – นูมา ลิมบู (ซ้าย) หญิงเพศที่สามและผู้สมัครจากพรรคสังคมนิยมแบบมีส่วนร่วม กล่าวในการแถลงข่าวที่กาฐมาณฑุ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2026 ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศในวันที่ 5 มีนาคม (Photo by PRAKASH MATHEMA / AFP)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/40296&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EDVVif6VbjBL8jXQziCXE