Category: วัฒนธรรม

  • ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ มอบเครื่องหมาย “นักกระโดดร่มกองทัพบก” ชั้นกิตติมศักดิ์ | TOPNEWS

    ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ มอบเครื่องหมาย “นักกระโดดร่มกองทัพบก” ชั้นกิตติมศักดิ์ | TOPNEWS

    พลโท อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ มอบเครื่องหมาย “นักกระโดดร่มกองทัพบก” ชั้นกิตติมศักดิ์ ให้กับผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร ณ แหล่งสมาคมนายทหาร หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับเครื่องหมาย“นักกระโดดร่มกองทัพบก” ชั้นกิตติมศักดิ์นี้ เป็นเกียรติยศที่มอบแก่บุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ ทหารรบพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และกองทัพบก โดยจะมีการพิจารณาผู้ที่มีความเหมาะสมในแต่ละปี เพื่อรับมอบในห้วง “วันรบพิเศษ” ซึ่งเป็นวันสำคัญของกำลังพลสายส่งทางอากาศและทหารรบพิเศษ

    ความหมายของเครื่องหมาย “นักโดดร่มกองทัพบก” มีดังนี้
    “ร่มชูชีพและปีกทอง” สื่อถึงผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรส่งทางอากาศ มีขีดความสามารถในการกระโดดร่มลงสู่พื้นที่ปฏิบัติการ เปรียบประดุจนกที่สามารถเคลื่อนที่ในอากาศได้อย่างอิสระ ภายใต้การควบคุมที่แม่นยำ กล้าหาญ และมีวินัยสูงสุด ปีกทองจึงหมายถึงเกียรติยศ ความสามารถ และความไว้วางใจที่กองทัพมอบให้แก่ผู้ปฏิบัติภารกิจทางอากาศ

    “ช้างเอราวัณ” (ไอยราพต) เป็นสัญลักษณ์สำคัญในงานสายรบพิเศษ สื่อถึงพาหนะของพระอินทร์ผู้สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ แสดงถึงอำนาจ ความเข้มแข็ง และศักยภาพในการปฏิบัติการเหนือพื้นดิน ทั้งยังสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของหน่วยรบพิเศษไทยที่ยึดมั่นในความกล้าหาญและความเสียสละ

    “อุณาโลม” เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้า และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกองทัพบก สื่อถึงความเป็นสิริมงคล ความมั่นคง และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องขององค์กร

    ดังนั้น “เครื่องหมายชั้นกิตติมศักดิ์” จะมิใช่การรับรองว่าผู้ได้รับมอบได้ผ่านหลักสูตรกระโดดร่มทางทหารโดยตรง แต่เป็นการยกย่องคุณูปการที่มีต่อภารกิจของหน่วยรบพิเศษ การที่ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 32 (พสบ.) ได้รับมอบเครื่องหมายในครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงแนวคิด “การสร้างเครือข่ายเพื่อความมั่นคง” ที่เชื่อมโยงกำลังพลทางทหารกับผู้นำภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาควิชาการ อันเป็นพลังสนับสนุนสำคัญต่อภารกิจของกองทัพบก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1503620&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18susegvbrNPjcTCOj7s_h

  • ต้องรอด! ศึกตะวันออกกลางปะทุ เขย่าหุ้นโลก น้ำมันจ่อพุ่ง จับตาฮอร์มุซจุดแตกหัก โบรกชี้ช่อง “หุ้นหลบภัย” สงคราม

    ต้องรอด! ศึกตะวันออกกลางปะทุ เขย่าหุ้นโลก น้ำมันจ่อพุ่ง จับตาฮอร์มุซจุดแตกหัก โบรกชี้ช่อง “หุ้นหลบภัย” สงคราม

    ต้องรอด! ศึกตะวันออกกลางปะทุ เขย่าหุ้นโลก น้ำมันจ่อพุ่ง จับตาฮอร์มุซจุดแตกหัก โบรกชี้ช่อง “หุ้นหลบภัย” สงคราม

    ทันทีที่ “สหรัฐฯ และอิสราเอล” เปิดฉากโจมตี “อิหร่าน” ทางอากาศ เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 และอิหร่านตอบโต้ทันทีไปยังฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งที่กระจายในหลายประเทศในตะวันออกกลาง ล่าสุดวันที่ 1 มี.ค.2569 มีรายงานข่าวว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว

    สถานการณ์ปัจจุบันยังมีความเปราะบางสูง “บล.ทิสโก้” แนะนำติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และท่าทีการตอบสนองหลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะจากจีนและรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับอิหร่าน แต่อย่างไรก็ดี โอกาสที่จะเกิดสงครามระดับภูมิภาค ณ ขณะนี้ยังเป็นไปอย่างจำกัด

    ภาพรวมราคาสินทรัพย์เสี่ยงคาดจะตอบสนองทางลบ แต่ “น้ำมันและทองคำ” มีโอกาสปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดจากความเสี่ยงการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันและความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น

    จากการศึกษาเหตุการณ์สงคราม-ความไม่สงบในต่างประเทศนับตั้งแต่ปี 1939 หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวลงโดยเฉลี่ย -8.6% และใช้เวลาประมาณ 16 วันแตะจุดต่ำสุดหรือประมาณ 3 สัปดาห์ ขณะที่ราคาหุ้นมักจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาที่เดิมโดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3 เดือน

    ลุ้นสงครามคลี่คลายเร็ว-ไม่ลุกลาม

    บล.ทิสโก้ ขอสังเกตการตอบสนองเชิงลบต่อเหตุการณ์ในระยะหลังๆ หรือ 5 ครั้งล่าสุดจะปรับตัวลงเฉลี่ยเพียง -3.3% และใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์แตะจุดต่ำสุด นอกจากนี้ราคาหุ้นมักจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาที่เดิมโดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1-2 สัปดาห์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความไม่สงบในระยะหลังจะเป็นเหตุการณ์ที่จำกัดวง-ไม่ลุกลามบานปลายเป็นสงครามในวงกว้าง

    มุมมองของ บล.ทิสโก้ ต่อแนวโน้ม “ราคาน้ำมัน” ในระยะสั้นมีโอกาสปรับขึ้นจากปัจจุบันราว 5-10 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล

    ขณะที่ “ราคาทองคำ” บล.ทิสโก้ มองมีโอกาสแกว่งซิกแซกขึ้น เป้าหมายทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่บริเวณ 5,600 ดอลลาร์ฯ/ออนซ์

    กลุ่มหลักคาดได้ประโยชน์-เสียประโยชน์

    🟢กลุ่มพลังงานต้นน้ำ คาดได้ประโยชน์เชิงบวก จากการวิเคราะห์ของเรา ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล จะมีผลต่อ NAV ของ PTTEP ประมาณ 3 บาท/หุ้น หุ้นเด่น PTTEP, PTT

    🟢กลุ่มโรงกลั่น (TOP, SPRC, IRPC, PTTGC) มีแนวโน้มได้รับผลบวกเช่นกัน แต่อาจถูกหักล้างบางส่วนหรือทั้งหมดหากราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น โดยเฉพาะเกรดจากตะวันออกกลาง รวมทั้งค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้น

    🔴กลุ่มเคมีภัณฑ์ (PTTGC, SCC) หากไม่รวมศักยภาพในการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะทำให้ต้นทุนวัตถุดิบแนฟทาสูงขึ้น จะสร้างแรงกดดันต่อกำไร SCC ลดลง ขณะที่ PTTGC จะได้รับการชดเชยบางส่วนจากการใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบ

    🔴กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (OR, PTG) อาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากความเสี่ยงที่อาจถูกแทรกแซงจากรัฐบาล เช่น การกำหนดเพดานราคา กลไกการอุดหนุนหรือควบคุมส่วนต่างกำไร

    🔴กลุ่มสาธารณูปโภค (GULF, GPSC, BGRIM) อาจได้ผลเสีย จากราคาก๊าซ LNG อาจสูงขึ้นหากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ต้นทุนเชื้อเพลิงสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าจะสูงขึ้น และมีความเสี่ยงของการแทรกแซงอัตราค่าไฟฟ้า

    🔴กลุ่มท่องเที่ยวและขนส่ง (สายการบิน) คาดได้รับผลกระทบเชิงลบ จากการกังวลด้านความปลอดภัยในการเดินทาง การเปลี่ยนเส้นทางบิน ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และการระมัดระวังการใช้จ่าย อาจกระทบต่อการฟื้นตัวการท่องเที่ยวไทยโดยโฉพาะในช่วงต้นปีนี้

    🔴MINT เผชิญความอ่อนไหวสูงสุดด้วยความเสี่ยงประมาณ 5-6% จากฐานลูกค้าตะวันออกกลาง ในทางตรงข้าม CENTEL และ AWC มีความยืดหยุ่นมากกว่า โดยมีระดับความเสี่ยงต่ำกว่า 3% เนื่องจากพึ่งพาตลาดในประเทศและเอเชียตะวันออกเป็นหลัก

    เช่นเดียวกับ ERW ที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นกัน เนื่องจากฐานรายได้ส่วนใหญ่มาจากโรงแรมในประเทศ.

    สหรัฐ-อิสราเอลบุกโจมตีอิหร่านแบบเหนือความคาดหมาย

    บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการร่วมโจมตีอิหร่านทางอากาศ โดยกำหนดเป้าหมายบนพื้นที่ของกองทัพ, จรวดมิสไซล์ และโรงงานที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์

    ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคในรอบหลายปี มีรายงานว่าในการโจมตีดังกล่าวได้สังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่านหลายราย รวมถึงนาย Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของประเทศด้วย 

    ขณะเดียวกันอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงจรวจมิสไซล์และใช้โดรนใส่อิสราเอลและฐานทหารของสหรัฐในพื้นที่อ่าวทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าสถานการณ์จะลุกลามออกไปเป็นความขัดแย้งในระดับภูมิภาค และอาจทำให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกสะดุด

    จากข้อมูลล่าสุดของ Energy Information Administration (EIA) ของสหรัฐ ผลผลิตน้ำมันดิบของอิหร่านในเดือนมกราคมอยู่ที่ 3.34 MBD คิดเป็นประมาณ 4% ของอุปทานน้ำมันดิบทั้งโลก 

    นอกจากนี้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านได้ออกมาเตือนว่าอาจจะไม่อนุญาตให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกสำคัญซึ่งถูกใช้ลำเลียงน้ำมันประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันที่ไหลเวียนอยู่ทั่วโลก สร้างความหวาดวิตกให้กับผู้คนทั้งโลก

    อัพกำไร PTTEP พุ่ง 23%

    บล.เคจีไอ ประเมินภาพ “บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP” ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้นอีก 23% เป็น 6.94 หมื่นล้านบาท และปี 2570 ขึ้นอีก 18% เป็น 6.60 หมื่นล้านบาท เนื่องจากฝ่ายวิเคราะห์ปรับใช้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นภายใต้ฉากทัศน์ว่ายังไม่มีปิดช่องแคบ Hormuz ถาวร ทำให้ปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบในปีนี้จาก 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และปีหน้าเป็น 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

    ขณะที่ปรับเพิ่มสมมติฐานราคาระยะยาวจาก 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพื่อสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นในตะวันออกกลาง ทั้งนี้เมื่อเทียบกับในอดีต ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565

    ราคาน้ำมันดิบดูไบ เพิ่มขึ้นจาก 93 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 เป็น 98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในวันที่บุก และวิ่งขึ้นต่อเนื่องจนไปถึงจุดสูงสุดที่ 127 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565 หรือประมาณสองสัปดาห์ต่อมา ก่อนที่จะทยอยขยับลดลงในช่วงหกเดือนหลังจากนั้น

    เชียร์ซื้อ เคาะเป้า 150 บาท

    ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น PTTEP จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” และปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย DCF ปี 2569F จาก 120 บาท เป็น 150 บาท ใช้ WACC ที่ 9% และ terminal growth ที่เพิ่มขึ้นเป็น 1% จาก 0.5%

    โดยการปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมายสะท้อนถึงการปรับเพิ่มประมาณการกำไร รวมถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นที่สถานการณ์จะลุกลามขยายตัวออกไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง และอาจทำให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกสะดุด

    ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากสมมติฐานปี 2569 ของฝ่ายวิเคราะห์จะทำให้ประมาณการกำไรของฝ่ายวิเคราะห์เพิ่มขึ้นประมาณ 5.4 พันล้านบาท คิดเป็น upside ประมาณ 8% จากประมาณการกำไรปี 2569.

    ภาพ SETTRADE

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/738768&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1alHTxrFszQ833IooYiaoV

  • อว. ชวนร่วมงาน ‘One Stop Open House 2026’ เรียนต่อ-ทุน-หลักสูตร-อาชีพ

    อว. ชวนร่วมงาน ‘One Stop Open House 2026’ เรียนต่อ-ทุน-หลักสูตร-อาชีพ

    วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.01 น.

    กระทรวง อว. เชิญชวนร่วมงาน ‘One Stop Open House 2026’ พื้นที่แห่งโอกาสให้เยาวชนไทยได้ค้นหาเส้นทางการศึกษาและอาชีพอย่างครบวงจร โดยรวบรวมบูธจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศมาไว้ในที่เดียว จัดเต็มกว่า 70 บูท พบกันในวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2569 เข้าร่วมงานฟรี! เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 1–2 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    ในงานแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1: Open Mind นำเสนอทิศทางและนโยบายของกระทรวง อว. ในการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 พร้อมด้วยกิจกรรมทดสอบและประเมินศักยภาพ (Skill & Workforce Assessment) เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานค้นพบความถนัดและจุดแข็งของตนเอง โซนที่ 2: Open House เปิดพื้นที่ให้มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศนำเสนอหลักสูตร โอกาสทางการศึกษา และแนวทางการพัฒนาทักษะ (Upskill / Reskill) ควบคู่ไปกับการแนะแนวเส้นทางอาชีพและทุนการศึกษาในหลากหลายสาขาวิชา โซนที่ 3: Open Opportunities ส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษาและอาชีพ ผ่านการนำเสนอเส้นทางอนาคต เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย พร้อมทั้งกิจกรรมทดลองสอบ TCAS เพื่อเสริมความพร้อมในการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

     นอกจากนี้ ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์ตลอดทั้ง 3 วัน เพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้แบบครบมิติ ทั้งด้านวิชาการ เทคโนโลยี และการแนะแนวอาชีพอย่างเข้มข้น รวมทั้งทุนการศึกษาและโอกาสสนับสนุนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. เพื่อสนับสนุนการศึกษาต่อและการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ปิดท้ายด้วยกิจกรรมพิเศษอย่าง “มวยไทย” ทั้งการแสดงพิธีไหว้ครู ร่ายรำมวยไทยโบราณ คีตะมวยไทย การสาธิตแม่ไม้ และเวทีเสวนา “มวยไทยกับเส้นทางการศึกษาและอาชีพ”  เป็นต้น

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/950206&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3josieIph62jFFFLEmTLxo

  • เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของอิหร่านประจำ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวว่า หน่วยงานควรประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีที่ผิดกฎหมายต่อโรงงานนิวเคลียร์เพื่อสันติของอิหร่าน

    เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของอิหร่านประจำ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวว่า หน่วยงานควรประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีที่ผิดกฎหมายต่อโรงงานนิวเคลียร์เพื่อสันติของอิหร่าน

    เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของอิหร่านประจำ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวว่า หน่วยงานควรประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีที่ผิดกฎหมายต่อโรงงานนิวเคลียร์เพื่อสันติของอิหร่าน

    🔹 เรซา นาญาฟี เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำ IAEA กล่าวเมื่อวันจันทร์ ในการประชุมพิเศษของคณะผู้ว่าการของหน่วยงานว่า ข้อกล่าวอ้างที่ว่าอิหร่านพยายามแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งสหรัฐฯ ใช้เป็นข้ออ้างในการรุกรานประเทศของตนนั้น เป็นเรื่องไม่จริงโดยสิ้นเชิง

    🔹 เขากล่าวเสริมว่า ข้อกล่าวหาเท็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการใช้เล่ห์เหลี่ยมอย่างกว้างขวางในนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ และในอดีตพวกเขาก็เคยใช้กลอุบายเช่นนี้เพื่ออ้างความชอบธรรมให้กับการรุกรานของตนมาแล้ว

    🔹 ผู้แทนถาวรของอิหร่านกล่าวเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ และ “ระบอบอิสราเอล” ภายใต้ข้ออ้างการป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ได้สังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งได้ออกฟัตวาว่าอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงรวมถึงอาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งต้องห้าม พร้อมกับเด็กและพลเรือนอีกหลายร้อยคน

    🔹 นาญาฟี เรียกร้องให้ IAEA ประณามการรุกรานดังกล่าวอย่างเด็ดขาด ในฐานะการละเมิดธรรมนูญของหน่วยงาน ตลอดจนมติและการตัดสินใจของที่ประชุมใหญ่และคณะผู้ว่าการ เนื่องจากตามหลักการเหล่านั้น “การโจมตีด้วยอาวุธหรือการข่มขู่ต่อสถานที่นิวเคลียร์ที่จัดสรรเพื่อวัตถุประสงค์สันติ ถือเป็นการละเมิดหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศ และธรรมนูญของหน่วยงาน”

    🔹 เอกอัครราชทูตอิหร่านกล่าวว่า ความขัดแย้งในปัจจุบันเป็นผลจากความนิ่งเฉยและการไม่ดำเนินการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและ IAEA ต่อการรุกรานของสหรัฐฯ และอิสราเอลในสงคราม 12 วัน พร้อมเตือนว่าการไม่ตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพในขณะนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงที่ผู้รุกรานจะยิ่งฮึกเหิมและกระทำการละเมิดที่โหดร้ายรุนแรงยิ่งขึ้น

    🔹 เขากล่าวว่า คณะผู้ว่าการมีความรับผิดชอบที่จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามภารกิจทางกฎหมายของตน เพราะความนิ่งเฉยจะยิ่งบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจต่อหน่วยงานมากขึ้น🔹 นัจฟีกล่าวถึงการรุกรานร่วมกันของสหรัฐฯ และ “ระบอบอิสราเอล” ระหว่างการเจรจา โดยระบุว่าผลจากการกระทำดังกล่าวทำให้เสาหลักของสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) อ่อนแอลงอย่างมาก และน่าแปลกใจที่การกระทำเหล่านี้เกิดขึ้นจากหนึ่งในประเทศผู้ค้ำประกันสนธิสัญญา ร่วมกับอีกระบอบหนึ่งที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และยังไม่ได้เข้าร่วมเอกสารระหว่างประเทศใด ๆ ว่าด้วยการห้ามอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

    🔹 ผู้แทนถาวรของอิหร่านกล่าวว่า การดำเนินการของอิหร่านเพื่อปกป้องและพิทักษ์ดินแดน อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน พลเมือง และผลประโยชน์ของตน เป็นการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบธรรมตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ และจะดำเนินต่อไปอย่างแข็งขันและมั่นคง จนกว่าการรุกรานจะยุติลงโดยสมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไข

    🔹 เขาย้ำว่า ประวัติศาสตร์อันทรงเกียรติและยืนยาวของอิหร่านเป็นพยานว่า ผู้รุกรานแผ่นดินนี้ล้วนต้องสำนึกเสียใจต่อการกระทำของตนเสมอ

    🔹 ในตอนท้าย เขากล่าวว่า คำสั่งสุดท้ายของผู้นำผู้เป็นชะฮีด ที่ให้ยืนหยัดต่อสู้จนลมหายใจสุดท้าย บัดนี้ได้ดังก้องไปทั่วประเทศ และตามคำสอนทางศาสนา ศักดิ์ศรีไม่ได้รักษาไว้ด้วยการยอมจำนน แต่ด้วยการยืนหยัดและการเสียสละอย่างมั่นคงต่อความอธรรมและความอยุติธรรม

    🔹 การประชุมพิเศษของคณะผู้ว่าการ IAEA จัดขึ้นตามคำร้องขอของอิหร่านและรัสเซีย เพื่อพิจารณาพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับการรุกรานร่วมกันของสหรัฐฯ และ “ระบอบอิสราเอล” ต่อประเทศของตน.

  • “รมช.องอาจ” เป็นประธาน 81 ปี สถาปนาคุรุสภา มอบรางวัล “ครูถิรคุณ” สดุดี ผอ.-ครูฮีโร่สละชีพปกป้องศิษย์ พร้อมชูวิสัยทัศน์ดึงเทคโนโลยีลดภาระครูคู่คุณธรรม

    “รมช.องอาจ” เป็นประธาน 81 ปี สถาปนาคุรุสภา มอบรางวัล “ครูถิรคุณ” สดุดี ผอ.-ครูฮีโร่สละชีพปกป้องศิษย์ พร้อมชูวิสัยทัศน์ดึงเทคโนโลยีลดภาระครูคู่คุณธรรม

    “รมช.องอาจ” เป็นประธาน 81 ปี สถาปนาคุรุสภา มอบรางวัล “ครูถิรคุณ” สดุดี ผอ.-ครูฮีโร่สละชีพปกป้องศิษย์ พร้อมชูวิสัยทัศน์ดึงเทคโนโลยีลดภาระครูคู่คุณธรรม


    2/03/2569 | 61 |

    เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 8.29 น. นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ครบรอบ 81 ปี  โดยมี ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา พร้อมด้วย คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนผู้รับรางวัล แขกผู้มีเกียรติ และพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมบุณยเกตุ อาคารหอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

    ​โดยในลำดับแรก รมช.ศธ. ได้เป็นประธานพิธีบวงสรวง องค์พระพฤหัสบดี สักการะศาลตายาย พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระยาศรีสุนทรโวหาร และ ฯพณฯ ทวี บุณยเกตุ ผู้ก่อตั้งคุรุสภา และพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น รมช.ศธ. พร้อมผู้ร่วมงาน ได้ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 1 นาที

    ในโอกาสนี้ รมช.ศธ. ได้มอบรางวัล “ครูถิรคุณ” เพื่อประกาศเกียรติคุณยกย่องครูผู้เสียสละและมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ โดย รมช.ศธ. ได้มอบรางวัลแด่ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จังหวัดสงขลา โดยมี นายเจษฎา สินสโมสร สามี เป็นผู้รับมอบแทน และคณะผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่ธุรการ อีก 4 ท่าน ได้แก่ นายคมคาย แก้วพรหม, นางสาวสุวรรณา รัตนบุรี, นางสาวขนิษฐา เครือวัลย์ และนางทิพวรรณ เพชรหนู ซึ่งได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ยืนหยัดปกป้องนักเรียนจากเหตุการณ์อันตรายเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 แม้ต้องประสบอันตรายจนผู้อำนวยการโรงเรียนถึงแก่ชีวิต การกระทำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความหมายอันลึกซึ้งของคำว่า “ครู” ที่เป็นทั้งผู้นำและผู้พิทักษ์ศิษย์อย่างแท้จริง

    ​นอกจากนี้ รมช.ศธ. ยังได้มอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ประกอบด้วย รางวัลผู้มีคุณูปการต่อสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 30 คน, รางวัลผู้บริหารภารกิจคุรุสภา ส่วนภูมิภาค ดีเด่น 17 คน, รางวัลผู้บริหารการศึกษาที่ส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาดีเด่น 34 คน และรางวัล “คนดี ศรีคุรุสภา” จำนวน 8 คน

    ​รมช.ศธ. กล่าวทิ้งท้ายว่า รางวัลครูถิรคุณ มิได้เป็นเพียงโล่ประกาศเกียรติคุณ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเชิดชูความกล้าหาญ ความเสียสละ และความมั่นคงในจิตวิญญาณแห่งวิชาชีพครู อันเป็นคุณค่าที่สังคมไทยให้ความเคารพยกย่องอย่างสูงสุด สำหรับก้าวต่อไปของคุรุสภา รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ มีทิศทางมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู คุรุสภาจึงต้องมีความพร้อมและปรับตัวสู่การเป็นองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เน้นความคล่องตัว (Agility) ปรับตัวเร็วด้วยข้อมูล (Data-driven) เพื่อนำไปสู่การยกระดับการทำงานและลดภาระครูได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนเติบโตอย่างมีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

    กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ. : รายงาน
    2/3/2569

    ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/161997


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/481480&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0PwssJtt2ngn5HR-p7H78p

  • ลงนาม MOU พัฒนาคุณภาพการศึกษาในท้องถิ่นมุ่งส่งเสริมศักยภาพครู

    ลงนาม MOU พัฒนาคุณภาพการศึกษาในท้องถิ่นมุ่งส่งเสริมศักยภาพครู

    มูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น จับมือ เทศบาลเมืองเมืองแกนพัฒนาลงนาม MOU พัฒนาคุณภาพการศึกษาในท้องถิ่น
    มุ่งส่งเสริมศักยภาพครูและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สำหรับสถานศึกษาในสังกัดเทศบาล

    เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569 เทศบาลเมืองเมืองแกนพัฒนา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และมูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในท้องถิ่น อย่างเป็นทางการ ณ หอประชุมโรงเรียนปลาดาว โดยมีผู้บริหารและตัวแทนจากทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมพิธีลงนาม

    การลงนามในครั้งนี้นำโดย นายพสิษฐ์โชติ โกวฤทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองเมืองแกนพัฒนา และ ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการยกระดับการศึกษาของชุมชนในพื้นที่อำเภอแม่แตง

นายพสิษฐ์โชติ โกวฤทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองเมืองแกนพัฒนา ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน โดยยืนยันว่าทางเทศบาลเมืองเมืองแกนพัฒนาพร้อมให้การสนับสนุนและร่วมมืออย่างเต็มที่ในทุกมิติ เพื่อนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก และมุ่งหวังให้การพัฒนาในครั้งนี้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดต่อผู้เรียน

ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ในการยกระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อให้เด็กทุกคนในชุมชน รวมถึงโรงเรียนโดยรอบ สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม โดยโครงการนี้จะมุ่งเน้นการแบ่งปันความรู้และพัฒนาศักยภาพทางวิชาการให้แก่คณะผู้บริหารและครูผู้สอน เพื่อสร้างโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ด้วยรูปแบบที่ทันสมัย พร้อมทั้งเสริมสร้างสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่

    ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้รูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาในสังกัดเทศบาล พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสองหน่วยงาน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีระยะเวลาผูกพัน 1 ปี นับตั้งแต่วันลงนาม นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับภาคประชาสังคมด้านการศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
     

    มูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น เป็นองค์กรนวัตกรรมการศึกษาที่ดำเนินงานมายาวนานกว่า 20 ปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืนผ่านโปรแกรมสำคัญ ได้แก่ โรงเรียนปลาดาวซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบนวัตกรรมการศึกษา แพลตฟอร์ม Starfish Labz สำหรับพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ และ Starfish Class เครื่องมือประเมินสมรรถนะผู้เรียนเชิงรุก

    ผลงานของมูลนิธิได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง โดยโรงเรียนปลาดาวได้รับรางวัล World’s Best School Prizes 2024 สาขา Innovation จาก T4 Education ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลกที่ยกย่องโรงเรียนที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา นอกจากนี้ นวัตกรรมการศึกษา Starfish Maker ยังได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ HundrED Global Collection 2026 หนึ่งในนวัตกรรมการศึกษาที่ดีที่สุด 100 แห่งทั่วโลก คัดเลือกโดย HundrED องค์กรระดับนานาชาติจากฟินแลนด์ที่มุ่งส่งเสริมนวัตกรรมการศึกษาเพื่อเด็กทุกคน

    ในระดับประเทศ มูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่นดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรหลักทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และ Google for Education เป็นต้น เพื่อร่วมพัฒนาและขยายผลนวัตกรรมการศึกษาสู่ครูและนักเรียนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3891960/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20FaKdL4Wmer5RnfE6MCJ4

  • การประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการนักเรียนนักศึกษา ครั้งที่ 68 และการประชุมคณะกรรมการทุนการศึกษา ครั้งที่ 8 (7/ปีการศึกษา 2568) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    การประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการนักเรียนนักศึกษา ครั้งที่ 68 และการประชุมคณะกรรมการทุนการศึกษา ครั้งที่ 8 (7/ปีการศึกษา 2568) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/121462/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TgpD9UPfSF-CnAlsR587q

  • สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี จังหวัดปทุมธานีสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศด้านวิชาการและทักษะวิชาชีพ ควบคู่การบูรณาการภาษาจีน เตรียมความพร้อมกำลังคนอาชีวศึกษาสู่บริบทเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยุคใหม่

    ในการแข่งขันครั้งนี้ ผู้เข้าแข่งขันต้องสอบทั้ง ความรู้วิชาสาขาเฉพาะทาง และ ภาษาจีน เพื่อวัดศักยภาพด้านวิชาชีพควบคู่กับทักษะการสื่อสารระหว่างประเทศ สะท้อนแนวทางการพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์ความร่วมมือไทย–จีน

    พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ประธานมูลนิธิร่มฉัตร และสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา และผู้บริหารจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ

    การแข่งขันจัดขึ้นใน 6 สาขาวิชา ได้แก่
    • การซ่อมบำรุงทางรถไฟและระบบขนส่งทางราง
    • รถยนต์พลังงานใหม่ (ยานยนต์ไฟฟ้า)
    • หุ่นยนต์อัจฉริยะและเมคคาทรอนิกส์
    • โลจิสติกส์
    • การท่องเที่ยวและโรงแรม
    • กราฟิกคอมพิวเตอร์

    มีสถานศึกษาเข้าร่วม 84 แห่ง นักเรียน นักศึกษา 807 คน และครูผู้ควบคุม 207 คน

    ในการแข่งขันครั้งนี้ นักเรียนนักศึกษาโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา สาขาอาหารและโภชนาการ และสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ รวม 11 คน ได้เข้าร่วมแข่งขันในสาขาการท่องเที่ยวและโรงแรม และกราฟิกคอมพิวเตอร์ และสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ดังนี้

    ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
    • นางสาวทองคำ ชั่งสี รางวัลที่ 5 รับเกียรติบัตร เหรียญที่ระลึก และเงินรางวัล 2,000 บาท
    • นางสาวณัชชา วงษ์สงวน รางวัลที่ 8 รับเกียรติบัตร เหรียญที่ระลึก และเงินรางวัล 2,000 บาท
    • นางสาวนงนภัส ทองคำ รางวัลที่ 26 รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล 1,000 บาท
    • นางสาวชวิศา ชื่นนิยม รางวัลที่ 40 รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล 1,000 บาท
    • นางสาวภัทรวรรณ สืบพงษ์ รางวัลที่ 87 รับเกียรติบัตร

    ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
    • นายภัทรศัย วชิรนาวิน รางวัลที่ 8 รับเกียรติบัตร เหรียญที่ระลึก และเงินรางวัล 2,000 บาท
    • นางสาวพัฒน์นรี จำปาทอง รางวัลที่ 12 รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล 1,000 บาท
    • นางสาวฐิติกานต์ พิมพ์เงิน รางวัลที่ 79 รับเกียรติบัตร

    ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความสามารถ และศักยภาพของนักเรียนนักศึกษาในการแข่งขันระดับประเทศ ทั้งในด้าน ทักษะวิชาชีพและความสามารถด้านภาษาจีน อันเป็นทักษะสำคัญของกำลังคนอาชีวศึกษาในยุคอุตสาหกรรมใหม่ และตอกย้ำบทบาทของสถาบันในการพัฒนากำลังคนคุณภาพที่พร้อมก้าวสู่เวทีสากลอย่างมั่นคงต่อไป.
    ขอขอบคุณภาพจากเพจ ศธ.360 องศา 

    ชาติภักดิ์/ข่าว

    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — 2 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — 2 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — 2 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — 2 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — 2 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — 2 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — 2 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — 2 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — 2 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — 2 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — 2 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมยินดีกับนักเรียนนักศึกษา คว้ารางวัลการแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 — 2 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/121434/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BjLj6FbUORCUWsHa6DtEc

  • สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ เปิดตัวหนังสือ “นโยบายการป้องกันการคุกคามทางเพศในองค์กรสื่อ” – สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

    สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ เปิดตัวหนังสือ “นโยบายการป้องกันการคุกคามทางเพศในองค์กรสื่อ” – สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

    ชูหลัก “ความยินยอมทางเพศ” (Sexual Consent) สร้างบรรทัดฐานใหม่ ยกระดับความปลอดภัยให้คนสื่อไทย

    กรุงเทพมหานคร (2 มีนาคม 2569) – สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะผู้วิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำและเผยแพร่หนังสือ “นโยบายการป้องกันการคุกคามทางเพศในองค์กรสื่อ” เพื่อเป็นคู่มือมาตรฐานที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และยุติวัฒนธรรมความเงียบเกี่ยวกับปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในวงการสื่อมวลชนไทย 

    นางสาวนรินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า องค์กรสื่อมีบทบาทสำคัญในฐานะสถาบันทางสังคมที่กำหนดบรรทัดฐานและค่านิยมของสาธารณะ หากสื่อไม่สามารถสร้างความปลอดภัยและความเป็นธรรมภายในองค์กรตนเองได้ ย่อมไม่อาจสร้างความไว้วางใจจากสังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิ การจัดทำนโยบายฉบับนี้จึงเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ที่สะท้อนเจตนารมณ์ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรม

    เนื้อหาภายในหนังสือเล่มนี้ถูกพัฒนาขึ้นจากข้อมูลการศึกษาระดับโลกที่พบว่า ผู้หญิงในองค์กรสื่อมีความเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศสูงถึง 41% และส่วนใหญ่ (กว่า 80%) ไม่กล้ารายงานเหตุการณ์เนื่องจากความกลัวและขาดกลไกที่ชัดเจน สำหรับในประเทศไทย ผลการศึกษาเชิงคุณภาพพบว่าการคุกคามมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่วาจา การส่งภาพอนาจารในกลุ่มแอปพลิเคชันสื่อ ไปจนถึงการล่วงละเมิดทางร่างกายทั้งในห้องข่าวและระหว่างการปฏิบัติงานภาคสนาม 

    ไฮไลต์สำคัญของนโยบายฉบับนี้ประกอบด้วย:

    การใช้หลักความยินยอมทางเพศ (Sexual Consent) เป็นแกนกลาง: เน้นการสื่อสารและการปฏิสัมพันธ์บนพื้นฐานความสมัครใจ ความเคารพ และขอบเขตที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องกฎหมายแต่เป็นวัฒนธรรมองค์กร 

    นิยามการคุกคามที่ครอบคลุม: ครอบคลุมทั้งทางสายตา วาจา ร่างกาย และการคุกคามผ่านระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์  

    ร่างนโยบายที่นำไปใช้ได้จริง: นำเสนอต้นแบบประกาศนโยบายและกลไกการจัดการที่องค์กรสื่อทุกระดับสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เพื่อคุ้มครองบุคลากรทุกเพศสภาพ 

    คณะผู้จัดทำนำโดย ดร.ชเนตตี ทินนาม (จุฬาฯ), ผศ.ดร.โกสุม โอมพรนุวัฒน์ (มธ.) และ อาจารย์พิมพ์พจี เย็นอุรา (มธ.) โดยมุ่งหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้บริหาร บรรณาธิการ และผู้ปฏิบัติงานสื่อ ตระหนักถึงสิทธิในเนื้อตัวร่างกายและร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัย เพื่อให้สื่อมวลชนสามารถทำหน้าที่รายงานข่าวความรุนแรงทางเพศได้อย่างมีจริยธรรมและสง่างาม

    หนังสือ “นโยบายการป้องกันการคุกคามทางเพศในองค์กรสื่อ” ความหนา 72 หน้า จัดพิมพ์โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล์ tjareporter@gmail.com  และดาวน์โหลดหนังสือได้ที่ ดาวน์โหลด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tja.or.th/view/news/1456812&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HJbU28VbTAX1PuytRhetA

  • ‘คุรุสภา’ ครบ 81ปี ยกย่องเชิดชูครูดี พร้อมพัฒนาศักยภาพครูยุคใหม่ เปี่ยมคุณธรรม | เดลินิวส์

    ‘คุรุสภา’ ครบ 81ปี ยกย่องเชิดชูครูดี พร้อมพัฒนาศักยภาพครูยุคใหม่ เปี่ยมคุณธรรม | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 2 มี.ค. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ครบรอบ 81 ปี โดยมีนายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี

    โดยในพิธีมีการประกาศเกียรติคุณยกย่องครูผู้เสียสละ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ โดยมอบรางวัล “ครูถิรคุณ” แด่ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ซึ่งมี นายเจษฎา สินสโมสร สามี เป็นผู้รับมอบ และมอบรางวัล “ครูถิรคุณ” แก่ คณะผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่ธุรการ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ได้แก่ นายคมคาย แก้วพรหม นางสาวสุวรรณา รัตนบุรี รองผู้อำนวยการโรงเรียน นางสาวขนิษฐา เครือวัลย์ ครู และ นางทิพวรรณ เพชรหนู เจ้าหน้าที่ธุรการ ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง รอบคอบ และเปี่ยมด้วยความรับผิดชอบสูงสุด ต่อหน้าที่ แสดงให้สังคมประจักษ์ถึงความมั่นคงในอุดมการณ์แห่งวิชาชีพ และความเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม อันเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของครูและบุคลากรทางการศึกษา และได้มอบรางวัลผู้มีคุณูปการต่อสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จำนวน 30 คนรางวัลผู้บริหารภารกิจคุรุสภา ส่วนภูมิภาค ดีเด่น จำนวน 17 คน รางวัลผู้บริหารการศึกษาที่ส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาดีเด่น ประจำปี 2568 จำนวน 34 คน และรางวัล “คนดี ศรีคุรุสภา” จำนวน 8 คน เพื่อเป็นการยกย่องแก่ผู้สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา รวมทั้งเป็นกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน

    นายองอาจ กล่าวว่า รางวัล “ครูถิรคุณ” ที่มอบในวันนี้ มิได้เป็นเพียงโล่ประกาศเกียรติคุณ หากแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเชิดชูเกียรติคุณ ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความมั่นคงในจิตวิญญาณแห่งวิชาชีพครู อันเป็นคุณค่าที่สังคมไทยให้ความเคารพยกย่องอย่างสูงสุด ซึ่งทุกท่านได้แสดงออกโดยมิได้คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง หากแต่คำนึงถึงชีวิตและความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ยืนหยัดปกป้องนักเรียนและบุคลากรด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู อย่างแท้จริง แม้ต้องประสบอันตรายถึงชีวิต การกระทำของท่านสะท้อนให้เห็นถึงความหมายอันลึกซึ้ง ของคำว่า “ครู” ผู้เป็นทั้งผู้นำ ผู้เสียสละ และผู้พิทักษ์ศิษย์อย่างแท้จริง เกียรติคุณและความดีงามของท่าน จะคงอยู่ในความทรงจำของวงการศึกษาไทยตราบนานเท่านาน

    “ในโอกาสครบรอบ 81 ปี ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ มีทิศทางการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง โดยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการศึกษา มุ่งเน้น การพัฒนาคุณภาพการศึกษาควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู ซึ่งถือเป็นหัวใจของการพัฒนา ระบบการศึกษา บุคลากรของคุรุสภาจึงมีบทบาทสำคัญ โดยต้องความพร้อมและสมรรถนะที่เหมาะสม กับการเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ยุคใหม่ ที่พร้อมปฏิบัติงานได้ทุกที่ ทุกเวลา มุ่งมั่นยกระดับงานด้านการให้บริการขององค์กรสู่การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เน้นความคล่องตัว ปรับตัวเร็วด้วยข้อมูลนำไปสู่การยกระดับการทำงานด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยลดภาระครูได้อย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มศักยภาพการให้บริการเต็มรูปแบบ ส่งผลต่อผู้เรียนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียม สร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจจากสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน” รมช.ศธ. กล่าว

    ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า นับตั้งแต่จัดตั้งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2488 ถึงปัจจุบัน การดำเนินงานของคุรุสภาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่กำหนดมาตรฐานและควบคุมวิชาชีพครูเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยสร้างครูที่มีคุณภาพ ซึ่งงานในวันนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการสืบทอดประวัติศาสตร์และเจตนารมณ์ของการจัดตั้งคุรุสภาให้เป็นสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มุ่งมั่นดำเนินการด้านการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพให้มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบวิชาชีพและสังคม

    “ก้าวต่อไปของคุรุสภาจะมุ่งมั่นพัฒนาและขับเคลื่อนพันธกิจเพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ และพัฒนาวิชาชีพ ให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับในระดับสากลพร้อมพัฒนาศักยภาพ “ครูยุคใหม่” ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมและจรรยาบรรณของวิชาชีพ มีจิตวิญญาณความเป็นครู เพื่อสร้างคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม และพัฒนาการศึกษาไทยให้มั่นคง และยั่งยืนสืบไป” เลขาธิการคุรุสภากล่าว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5649911/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AqB_1gd5GymUrjb3TNOB2