Category: วัฒนธรรม

  • มก. จับมือ วช. จัดมหกรรมการประกวดศิลปะมวยไทย

    มก. จับมือ วช. จัดมหกรรมการประกวดศิลปะมวยไทย

    การศึกษา

    มก. จับมือ วช. จัดมหกรรมการประกวดศิลปะมวยไทย

    วันอังคาร ที่ 03 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.48 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    มก. จับมือ วช. จัดมหกรรมการประกวดศิลปะมวยไทย

    มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประสบความสำเร็จในการจัดงาน “มหกรรมการประกวดศิลปะมวยไทย” รอบชิงชนะเลิศ โดยมีเยาวชนกว่า 400 คนจากทั่วประเทศเข้าร่วมชิงชัยในมิติของความงดงามและทักษะกีฬา ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คแอนด์สเปลล์ จังหวัดปทุมธานี

    มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสถาบันมวยไทยแห่ง มก. และภาควิชาพลศึกษาและกีฬา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ ร่วมกับ ศูนย์กลางความรู้ศิลปะมวยไทยสู่ระดับโลก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  (วช.) สมาคมกีฬาบาสเกตบอล 3 คน และบริษัท Shoot it  จัดมหกรรมการประกวดศิลปะมวยไทย ทั้งการร่ายรำไหว้ครู ทักษะมวยไทย และคีตะมวยไทย ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อเฟ้นหาความเป็นเลิศทางศิลปะมวยไทยจากเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและอนุรักษ์วัฒนธรรมผ่านกระบวนการทางวิชาการ เพื่อมุ่งสร้างศูนย์กลางความรู้มวยไทยสู่ระดับสากล

    ในพิธีปิดการแข่งขัน ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชด ชมภูนิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตและพัฒนาอย่างยั่งยืน  ดร.เนตรทราย วงศ์อุปราช นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอล 3 คน บริษัท shoot its และ รศ.ดร.ต่อศักดิ์ เลิศจรัสวิไล ผู้อำนวยการสถาบันมวยไทยแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้เกียรติมอบรางวัลและทุนการศึกษาให้กับผู้ที่ชนะเลิศในการประกวดแต่ละประเภท ดังนี้

    ชนะเลิศ การร่ายรำไหว้ครูมวยไทยและทักษะมวยไทย ระดับประถมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนวัดนางพิมพ์  ชนะเลิศ การร่ายรำไหว้ครูมวยไทยและทักษะมวยไทย ระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนบางแพปฐมพิทยา ชนะเลิศ คีตะมวยไทย ระดับประถมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนบ้านวังไผ่ ชนะเลิศ คีตะมวยไทย ระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา

    โอกาสนี้ ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม  รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการตัดสิน ผู้บริหารสถานศึกษา นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมทั้งภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้  ซึ่งการออกกำลังกายด้วยศิลปะมวยไทยเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน สามารถช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง ควบคู่กับการเรียนรู้ศิลปะมวยไทย ฝึกความสามัคคี และการทำงานร่วมกัน  โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยินดีและพร้อมจัดกิจกรรมด้านมวยไทยให้กับทุกคนต่อไปในอนาคต โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดตั้ง สถาบันมวยไทยแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขึ้นเพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนกีฬามวยไทยในภาพรวม

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/467914&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NB1s2UDzf3z-mbvpwyCiM

  • ยูโอบี ชู 3 โครงการเตรียมความพร้อมเยาวชนไทย   สู่ฐานรากพัฒนาประเทศ

    ยูโอบี ชู 3 โครงการเตรียมความพร้อมเยาวชนไทย   สู่ฐานรากพัฒนาประเทศ

    แม้อัตราการเข้าเรียนของเด็กไทยอยู่ในระดับสูง แต่ผลการประเมิน PISA ล่าสุดสะท้อนว่า นักเรียนไทยมากกว่าครึ่งยังมีผลสัมฤทธิ์ทางคณิตศาสตร์ต่ำกว่าระดับมาตรฐานขั้นต่ำ  และ ผลลัพธ์มีความเชื่อมโยงกับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัวอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า คะแนนความรู้ทางการเงินของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 71 โดยกลุ่มเยาวชนมีระดับความรู้และพฤติกรรมการวางแผนการเงินต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ

    นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร  ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนความท้าทายด้าน “ความพร้อม” ของคนรุ่นใหม่ในเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ซึ่งต้องอาศัยทั้งทักษะดิจิทัล วินัยทางการเงิน และความสามารถในการปรับตัว  ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จึงพัฒนาแนวทางสนับสนุนเยาวชนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งสร้างความมั่นคง และความพร้อมตั้งแต่ระดับพื้นฐานการเรียนรู้ ไปจนถึงการส่งเสริมศักยภาพในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนวางรากฐานความพร้อมทางการเรียนรู้ ทำให้UOB โฟกัสใน 3โครงการที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา  ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพื่อให้การพัฒนาประเทศโดยรวมดียิ่งขึ้น

    3โครงการที่UOB ให้การสรับสนุนได้แก่ 1.โครงการห้องเรียนดิจิทัล UOB My Digital Space (MDS)  ทั้งนี้ รายงานปี 2568 จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ระบุว่า โรงเรียนไทยโดยเฉลี่ยมีนักเรียนถึง 17 คนต่อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง สะท้อนความแตกต่างด้านคุณภาพการเข้าถึงอุปกรณ์และโอกาสในการเรียนรู้เชิงที่ผ่านมาธธนาคารฯ ได้ร่วมมือกับโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่ขาดโอกาส ควบคู่กับการพัฒนาทักษะ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ พร้อมอบรมครูให้สามารถบูรณาการเทคโนโลยี          เข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง  นับเป็นการสร้างโอกาสให้การเรียนรู้เข้าถึงเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยดำเนินโครงการมาเป็นเวลา 4ปี ใน10 โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล 10 จังหวัดพบว่าครูและนักเรียน 5,504 คน สามารถยกระดับห้องเรียนดิจิทัลได้  มีการใช้งานหลักสูตรดิจิทัลใน3วิชา คือ วิชาวิทยาศาสตร์  คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ 10,045  คน  เพิ่มศักยภาพครูผู้สอนได้ 144 คน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการเข้าถึงอุปกรณ์ สู่ความสามารถและความมั่นใจในการเรียนรู้ยุคดิจิทัล

    ” ความสำเร็จของUOB My Digital Space  เห็นได้จากนักเรียนประมาณ 30% ที่เข้าร่วมโครงการมีผลการเรียนดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเข้าร่วมโครงการ ทำให้โครงการ UOB My Digital Space   ยังเป็น1ในโครงการที่ธนาคารให้การสนับสนุนต่อเนื่องต่อไป”นางสาวธรรัตน กล่าว

    โครงการที่ 2 การสร้างภูมิคุ้มกัน เสริมความมั่้นคงทางการเงินตั้งแต่วัยเรียน หรือโครงการ UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน มุ่งปลูกฝังวินัยทางการเงินและการตัดสินใจอย่างรับผิดชอบ ผ่านทัศนคติและการเรียนรู้เรื่องการจัดทำงบประมาณ การออม และการวางแผนทางการเงิน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โครงการเข้าถึงเยาวชนแล้วกว่า 8,214 คน ใน 72 โรงเรียน ครอบคลุม 33 จังหวัด              ทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้สู่ครอบครัวและชุมชน สะท้อนการเปลี่ยนจากความรู้             ทางการเงิน สู่พฤติกรรมทางการเงินที่มั่นคงและรอบคอบมากขึ้น

    ” ในส่วนนี้ ถ้าถามว่าสำเร็จหรือไม่ เราวัดผลเชิงพฤติกรรม เราพบว่านักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หลายคนกลายเป็นโค้ชการเงินรุ่นใหม่ลงมือถ่ายทอดความรู้ให้ชุมชน  เด็กๆที่อบรม เข้าไปสอนเรื่องการออม การลงทุนให้กับพ่อแม่ หรือคนในชุมชน เช่นการลงทุนก็จะเข้่าไปช่วยคิดวางแผนให้  ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง ในเชิงบวก เราพบว่าก่อนเข้าอบรมทั้งเด็กและครู ไม่มีความรู้เรื่องการเงินเลย ทุกอย่างเป็นศูนย์หมด เขาไม่ว่าวินัยทางการเงินคืออะไร “

    โครงการที่ 3 การเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน (Sustainability Innovation) ผ่านโครงการ UOB Wonder Lab  เป็นการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย เกิดไอเดียสร้างสรรค์ วิเคราะห์ปัญหาจริงในชุมชน และพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เสริมสร้างความคิดเชิงระบบ การทำงานร่วมกัน และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการมุ่งเตรียมคนรุ่นใหม่ให้มีบทบาทในการ           เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน และสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างความมั่นคงให้สังคม ใน ระยะยาว เป็นการหาทางออกที่ยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม

    “UOB Wonder Lab “เป็นการบ่มเพาะเยาวชนที่สนใจพัฒนา โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เปิดพื้นที่ให้ทดลอง ทำงานกับผู้เชี่ยวชาญ และขยายไอเดียสู่การใช้งานจริง สร้างผู้นำรุ่นใหม่ ที่พร้อมขับเคลื่อนอนาคตอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมามี 10 ผลงานที่น่าสนใจมาก ๆและสามารถนำไปใช้งานใช้ประโยชน์ได้จริง”

    นอกจากนี้ ในปี 2569″ UOB Wonder Lab “ยังเพิ่มความเข้มข้นท้าทายไปอีกระดับ นางสาวธรรัตน กล่าวว่า ธนาคารมีแผนที่จะร่วมกับภาคเอกชน คิดโจทย์ให้เยาวชนในUOB Wonder Lab  เข้ามามีส่วนร่วมหาทางออก ซึ่งถือว่าเป็นการเรียนรู้จากปัญหาและสภาพความเป็นจริง เป็นการท้าทายว่าน้องๆที่เข้าร่วมโครงการจะมีแนวคิดแก้ปัญหาแก้โจทย์อย่างไร

    “เป็นการตั้งโจทย์เพื่ออนาคต ให้คนรุ่นใหม่ พรั่งพรูไอเดีย มาแก้ปัญหาจากโจทย์ที่เป็นจริง ของภาคเอกชนซึ่งเป็นลูกค้าของเรา ตั้งประเด็นขึ้นมา ถือว่าเป็นความท้าทายอีกสเต็ปของเยาวชน “

    นางสาวธรรัตน กล่าวปิดท้ายว่า  โครงการที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นความตั้งใจของยูโอบี ที่จะมอบความพร้อมให้เคนรุ่นใหม่ ที่ถือว่าเป็นรากฐานสำคัญของสังคม เพราะถ้าคนรุ่นใหม่ยังไม่พร้อม ประเทศก็จะขาดและไม่พร้อมเหมือนกัน ดังนั้น  การมุ่งมั่นยกระดับพื้นฐาน การ เรียนรู้ เสริมวินัยทางการเงิน และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ก็เพื่อให้คนรุ่นใหม่          มีความมั่นใจและดูแลชีวิตตนเอง  จะเป็นพื้นฐานที่ทำให้สังคมเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/956774/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sY8ak0tJVT1SliwdJHUGS

  • บักกออี: คำกล่าวอ้างของวิตคอฟเป็นเรื่องโกหกเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการดำเนินการทางทหาร

    บักกออี: คำกล่าวอ้างของวิตคอฟเป็นเรื่องโกหกเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการดำเนินการทางทหาร

    บักกออี: คำกล่าวอ้างของวิตคอฟเป็นเรื่องโกหกเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการดำเนินการทางทหาร
    ▪️โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน :
    🔻พวกเราเข้าร่วมโต๊ะเจรจาด้วยความจริงใจ ทั้งที่ภาพการสังหารลูกหลานของอิหร่านยังคงอยู่ต่อหน้าต่อตาเรา
    🔸ลองจินตนาการดูว่า นักการทูตของพวกท่านต้องทนทุกข์เพียงใด ที่ต้องนั่งเผชิญหน้ากับผู้คนซึ่งมือของพวกเขาเปื้อนเลือดของลูกหลานแผ่นดินนี้
    🔻ในการเจรจาที่เจนีวา หลังจากการหารือสองรอบ สหรัฐอเมริกาได้ประกาศว่าเกิด “ความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ” และตกลงกันว่าการเจรจาทางเทคนิคในรอบถัดไปจะจัดขึ้นที่กรุงเวียนนา ซึ่งเป็นข้อเสนอจากฝ่ายตรงข้าม และพวกเราก็ได้ตอบรับ
    🔸นอกจากนี้ ยังมีการตกลงว่าจะดำเนินการเจรจาในระดับการเมืองต่อภายในสัปดาห์เดียวกัน สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ถึงอะไร? แต่ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา กลับมีถ้อยแถลงจากนายวิตคอฟว่า มีการเรียกร้องให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ หยุดโครงการขีปนาวุธ ตัดการสนับสนุนพันธมิตรในภูมิภาคทั้งหมด และแม้กระทั่งยุบกำลังกองทัพเรือของตน
    🔻ขอย้ำอีกครั้งว่า: ไม่มีประเด็นใด ๆ เหล่านี้ถูกหยิบยกขึ้นมาในการเจรจา นี่คือเรื่องโกหกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการดำเนินการทางทหาร

  • รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะรัฐศาสตร์

    รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะรัฐศาสตร์

              คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ประกาศงดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี 3-6 มีนาคม 2569 หลังเกิดโรคระบาดขึ้น ป้องกันนักศึกษาและบุคลากร

    ธรรมศาสตร์ งดการเรียนเพราะโรคระบาด
    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Faculty of Political Science, Thammasat University

              วันที่ 3 มีนาคม 2569 เฟซบุ๊ก Faculty of Political Science, Thammasat University ของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการประกาศงดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีทุกวิชาที่ศูนย์รังสิต ระหว่างวันที่ 3-6 มีนาคม นี้ และเปลี่ยนเป็นรูปแบบออนไลน์แทน เนื่องจากการระบาดของโรคอีสุกอีใสในหมู่นักศึกษาบางส่วน

    ธรรมศาสตร์ งดการเรียนเพราะโรคระบาด

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Faculty of Political Science, Thammasat University

              ถ้าหากมีความคืบหน้าของสถานการณ์ จะรายงานความคืบหน้าและกำหนดนโยบายอีกครั้ง

    ธรรมศาสตร์ งดการเรียนเพราะโรคระบาด

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Faculty of Political Science, Thammasat University

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://health.kapook.com/view299186.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NupmLPNIT5T9FjOl4ASD0

  • ดราม่าติวสอบเข้า ป.1 “หลักแสน”  สู่การปั้น Portfolio เข้ามหาวิทยาลัย

    ดราม่าติวสอบเข้า ป.1 “หลักแสน” สู่การปั้น Portfolio เข้ามหาวิทยาลัย

    กลายเป็นปมร้อนในโซเชียลมีเดีย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังผู้ปกครองคนหนึ่ง โพสต์ข้อความ สรุปค่าใช้จ่าย ในการเรียนติวเสริมนอกห้องเรียน เพื่อเตรียมสอบเข้าโรงเรียนในเครือสาธิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 คิดเป็นเงินเกือบ 300,000 บาท พร้อมกับภาพลูกชายตัวน้อยกว่า 5 ขวบ กำลังตั้งใจทำแบบฝึกหัด และแบบฝึกหัดกองโตข้างตัวหนูน้อย

    ผู้ปกครอง ยังกล่าวถึงวัตถุประสงค์ ในการโพสต์ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ปกครอง ที่สนใจวางแผนสอบเข้าโรงเรียนเครือสาธิต พร้อมย้ำว่า ไม่ได้กดดันลูกชาย เพราะได้เตรียมโรงเรียนเอกชน รองรับไว้แล้ว

    โพตส์ดังกล่าว ถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ทั้งชื่นชมครอบครัว ที่ให้การสนับสนุนลูกน้อย ไปจนถึง แสดงความเป็นห่วงหนูน้อยวัยปฐม ถูกเร่งเรียนหรือไม่ ไปจนถึง ความรู้สึกตกใจค่าใช้จ่ายในการเรียนเสริม ที่สูงกว่า 300,000 บาท

    ข้อมูลจากสภาพัฒน์ ระบุว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการเลี้ยงดูเด็ก 1 คน ตั้งแต่อายุ 0-21 ปี อาจเงินไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท ส่วนใหญ่ เป็นค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ยังไม่นับรวม “เงินเฟ้อการศึกษา” เฉลี่ยร้อยละ 6-7 ขึ้นอยู่กับ ฐานะครอบครัว และสถานศึกษาที่เข้าเรียน

    ไม่เพียงค่าใช้จ่าย ที่อาจกระทบการเข้าถึงโอกาสการศึกษา แต่กระบวนการคัดเลือก เข้ามหาวิทยาลัย ยังอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กไทยหรือไม่

    ปัจจุบัน ระบบคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทย หรือ TCAS กำหนดวิธีคัดเลือก 4 รอบ ได้แก่

    ภาพประกอบข่าว ดราม่าติวสอบเข้า ป.1

    1.รอบพิจารณาผลงาน ความสามารถพิเศษ กิจกรรม รางวัล ผลการเรียน โดยไม่ต้องสอบข้อเขียน เรียกว่า รอบ Portfolio

    2.รอบโควตา ซึ่งเป็นการพิจารณาด้านพื้นที่ เครือข่ายสถานศึกษา หรือความสามารถเฉพาะด้าน

    3.รอบ Admission ใช้คะแนนสอบกลาง

    4.Direct Admission ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย สำหรับสถานศึกษาที่ยังมีที่นั่งคงเหลือ

    สมัครเข้ามหาวิทยาลัย “รอบพอร์ตฯ” ต้องใช้เงินนับหมื่น

    สภาพัฒน์ พบว่า สถิติสัดส่วนผู้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย รอบ Portfolio เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2561 อยู่ที่ 21.5% เป็น 36.3% ในปี 2568

    โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยแนวหน้าของประเทศ ในคณะแพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งกำหนดเกณฑ์คัดเลือกเข้มข้นเจาะจงมากขึ้น เช่น กำหนดให้ผู้สมัคร ต้องมีประสบการณ์โครงงาน หรือ การแข่งขันโอลิมปิควิชาการ มีโครงงานวิจัย หรือ ผลงานสาขาที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังต้องมีคะแนนภาษาในระดับสูงเช่น IELTS ไม่น้อยกว่า 7.0 หรือ TOEFL ไม่น้อยกว่า 100 คะแนน

    การสะสมพอร์ตผลงานดังกล่าว ล้วนต้องแลกมาด้วย ค่าใช้จ่าย เวลา และโอกาส ซึ่งผู้สมัครจากครัวเรือน หรือโรงเรียนที่มีทรัพยากรสูง จะได้เปรียบในการเตรียมตัว (จันทิมา ชัยยะศิริสุวรรณ, 2568)

    ในทางกลับกัน ผู้สมัครจากบริบทที่มีทรัพยากรจำกัด ต้องแบ่งเวลาและพลังงานไปกับภาระอื่น เช่น การทำงานช่วยครอบครัว หรือการเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพเชิงโครงสร้างต่ำกว่า แม้ว่าผู้สมัครทั้งสองกลุ่ม จะมีศักยภาพใกล้เคียงกัน แต่ความเหลื่อมล้าด้านทรัพยากรทำให้บางกลุ่มไม่สามารถแสดงศักยภาพนั้นออกมา ในรูปแบบที่ระบบการคัดเลือกมองเห็นได้อย่างเต็มที่

    ความสามารถในการลงทุน ถูกแปลงเป็นความได้เปรียบ

    นอกจากนี้ ยังพบว่าการจัดเตรียมพอร์ตฯ มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับ การนำเสนอผลงานให้ครบตามเกณฑ์ มุ่งผลเชิงปริมาณ มากกว่าส่งเสริมการเรียนรู้เชิงลึก หรือพัฒนาความสนใจอย่างแท้จริง

    อีกทั้ง ยังมีแนวโน้มบิดเบือนเป้าหมายการเรียนรู้ มุ่งแสวงผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ จนนำไปสู่บริการรับจ้างทำผลงาน ส่งผลให้ความสามารถในการลงทุน ถูกแปลงเป็นความได้เปรียบในการคัดเลือก ซึ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสการศึกษา ไม่นับรวม ความเสี่ยงการทุจริตแอบอ้างคัดลอกผลงาน

    แม้ อว.จะยกเว้นค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ TGAT, TPAT ซึ่งเป็นคะแนนประกอบการคัดเลือกในรอบ โควตา Admission และรับตรง ซึ่งสนับสนุนค่าธรรมเนียม 600 บาท แต่นักเรียนไทยส่วนใหญ่ ยังคงมีสัดส่วนสมัครเข้ารับการคัดเลือกด้วยวิธียื่นพอร์ตฯ แม้ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายสูง เช่น ค่าสมัครและสอบสัมภาษณ์บางคณะ 3,000 บาท ค่าสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ ครั้งละ 8,000 บาท ขณะที่ค่าสมัครเข้าค่ายกิจกรรมต่างๆ อาจสูงถึงหลักหมื่นบาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าหอพัก ค่าเดินทาง เป็นต้น

    “เกาหลีใต้” ยกเลิกกิจกรรมนอกหลักสูตรเข้าแฟ้ม

    เกาหลีใต้ ก็มีปัญหาระบบคัดเลือกผ่านรอบยื่นพอร์ตฯ คล้ายกับไทย ทำให้ รัฐบาลเกาหลีใต้ ผลักดันมาตรการสร้างความยุติธรรมระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย 3 แกนหลัก ได้แก่

    1.ยกเลิกการนำกิจกรรมนอกหลักสูตร เรียงความแนะนำตัว และจดหมายรับรอง ตลอดจน จำกัดรายการผลงานที่สามารถนำเสนอได้ เพื่อป้องกันการแข่งขันสะสมผลงาน และอิทธิพลการศึกษาเอกชน 2.เปิดเผยเกณฑ์ประเมินผู้สมัคร เพิ่มกลไกตรวจสอบจากภายนอก

    3.เพิ่มสัดส่วนการรับเข้าผ่านการสอบวัดความสามารถวิชาการ ตลอดจน จัดสรรที่นั่งสำหรับคัดเลือกผู้สมัครจากพื้นที่ด้อยโอกาส

    สภาพัฒน์ แนะเปิดเผยเกณฑ์-ใช้เอไอช่วย ลดอคติ

    ภาพประกอบข่าว ดราม่าติวสอบเข้า ป.1

    ไทย ได้เริ่มทดลอง ระบบ TCASFolio สนับสนุนการจัดทำแฟ้มผลงาน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ควบคู่กับ การปรับลดสัดส่วนรับนักศึกษารอบพอร์ตแล้ว

    สภาพัฒน์ ยังเสนอแนวทางลดความเหลื่อมล้ำเพิ่มเติม เช่น โรงเรียนในพื้นที่เดียวกัน ควรรวมตัวเป็นเครือข่าย แบ่งปันทรัพยากร และโอกาสเรียนรู้ สอนทำพอร์ต ซ้อมสัมภาษณ์

    ขณะที่ มหาวิทยาลัย ควรแสดงความโปร่งใส ในการเปิดเผยเกณฑ์การประเมินอย่างชัดเจน มุ่งพิจารณาผลงานและกิจกรรมที่สอดคล้องหลักสูตรหลัก จัดข้อมูลระบุสถานะทางสังคมผู้สมัคร และใช้เอไอ เพื่อลดการใช้ดุลพินิจ

    นอกจากนี้ หน่วยงานรัฐ ควรพิจารณากำหนดเพดานค่าธรรมเนียมการสมัครรอบพอร์ตฯ เพื่อลดภาระทางการเงินผู้สมัคร จากครัวเรือนรายได้น้อย

    โดยพรรณทิภา ภัทรวรเมธ

    ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส

    อ่านข่าว

    “ไปรษณีย์ไทย” ขนส่งล่าช้า 25 ปลายทางจากเหตุในตะวันออกกลาง

    “สุวรรณภูมิ” แจงระบบเช็กอินทำงานปกติ ชี้คิวสะสมหนาแน่น เหตุปรับนโยบายรับสัมภาระ

    ตำรวจพบข้อมูล “เบน สมิธ” อยู่ยูเออี เร่งขอออกหมายแดง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/502883&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2S1q9mAFiyTYzse-hCK0Ve

  • ส่อง..แบรนด์ไหนทำคะแนนบริการหลังการขายดีสุด?

    ส่อง..แบรนด์ไหนทำคะแนนบริการหลังการขายดีสุด?

    บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยตลาดชั้นนำ เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยประสบการณ์ลูกค้าด้านความพึงพอใจในการนำรถเข้ารับบริการหลังการขายจากศูนย์บริการรถยนต์มาตรฐานของแต่ละยี่ห้อทั่วประเทศ (Service CXI) ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยฯต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ผลการวิจัยฯ พบว่า ภาคบริการหลังการขายของไทยได้ก้าวสู่ช่วงการแข่งขันรูปแบบใหม่แล้ว โดยผลคะแนนความพึงพอใจโดยรวมในครั้งนี้ลดลง แต่ในมุมกลับกัน กลับสะท้อนความคาดหวังของลูกค้าที่ให้ความสำคัญมากขึ้นในด้านความโปร่งใส การให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ และการมีส่วนร่วมหลังการบริการอย่างสม่ำเสมอ

     การศึกษาฯครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของเจ้าของรถยนต์ ทำการเปรียบเทียบผลงาน ความพึงพอใจ มาตรฐานการปฏิบัติงานในส่วนของบริการหลังการขายของรถยนต์แต่ละยี่ห้อ รวมถึงการนำข้อมูลที่สำรวจในอดีตจนถึงปัจจุบันมาวิเคราะห์แนวโน้มของการแข่งขัน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทรถยนต์สามารถพัฒนากลยุทธ์การบริการหลังการขาย และสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้า

    การศึกษาวิจัยฯ ครั้งนี้ ได้ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2568 โดยรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นจากเจ้าของรถยนต์ที่นำรถเข้ารับบริการภายในช่วงเวลาไม่เกิน 10 เดือนนับจากวันที่สัมภาษณ์ และเป็นเจ้าของรถที่มีอายุ 12 ถึง 36 เดือนนับจากวันที่สัมภาษณ์  วัดความพึงพอใจใน 5 ปัจจัยหลักที่ลูกค้าให้ความสำคัญ ได้แก่ 
    1) คุณภาพงานบริการ 
    2) ราคาและความคุ้มค่า 
    3) การบริการจากพนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวกในศูนย์บริการ 
    4) การสื่อสารและความชัดเจน 
    5) ความสะดวก และความง่ายในการเข้าถึงบริการ

    ศิรส สาตราภัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล ประจำประเทศไทย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า “จากการศึกษาวิจัยประสบการณ์ลูกค้าด้านความพึงพอใจในการนำรถเข้ารับบริการหลังการขายจากศูนย์บริการรถยนต์มาตรฐานของแต่ละยี่ห้อทั่วประเทศในครั้งนี้ เราพบประเด็นที่น่าสนใจ เช่น คะแนน Service CXI โดยรวมในปี 2569 ลดลง 2 คะแนน สะท้อนถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์ต่าง ๆ ในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหวังของลูกค้า 

    Honda ได้รับคะแนนสูงถึง 898 คะแนน ขึ้นสู่อันดับหนึ่งในปีนี้ เพิ่มขึ้น 8 คะแนนจากปีก่อนหน้า จากการมุ่งพัฒนากระบวนการให้บริการอย่างเป็นระบบและการสื่อสารกับลูกค้าที่มีความชัดเจน และต่อเนื่องยิ่งขึ้น Toyota ได้ 894 คะแนน (ลดลง 3 คะแนน) Ford 894 คะแนน (ลดลง 2 คะแนน) GWM 893 คะแนน (ลดลง 2คะแนน) แม้คะแนนจะลดลงเล็กน้อย แต่ทั้ง 3 ยี่ห้อ ยังคงอยู่ในกลุ่มผู้ได้คะแนนนำ ส่วน BYD ทำได้ 893 คะแนน (เพิ่มขึ้น 4 คะแนน) เข้ามาอยู่ในกลุ่มผู้นำจากการปรับปรุงภาพลักษณ์ด้านคุณภาพบริการ และความคุ้มค่าด้านราคา ในขณะที่ GAC Aion และ Changan ซึ่งมีจำนวนตัวอย่างเพียงพอสำหรับการจัดอันดับเป็นครั้งแรกในปีนี้ มีคะแนนความพึงพอใจต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม สะท้อนถึงความท้าทายในการสร้างมาตรฐานและส่งมอบประสบการณ์ด้านการบริการหลังการขายที่เป็นเลิศให้กับลูกค้า เนื่องจากเป็นช่วงของการขยายเครือข่าย

    การจัดอันดับดัชนีประสบการณ์ลูกค้าด้านการบริการในประเทศไทย ประจำปี 2569 กลุ่มรถยนต์แบรนด์ยอดนิยม (จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)  Differential 2025 Thailand Service Customer Experience Index Study (Service CXI) SM

    หมายเหตุ: (การศึกษานี้แสดงถึงการประเมินโดยหน่วยงานอิสระและบุคคลที่สามเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าโดยแบรนด์รถยนต์ที่อยู่ในกลุ่มรถยนต์แบรนด์ยอดนิยม (ไม่รวมกลุ่มรถหรู และรถสปอร์ต) ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

    “จุดที่ 2 ผลการศึกษาวิจัยฯ ในปี 2569 ยังชี้ให้เห็นถึงการปรับลดลงของความพึงพอใจใน 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 
    1) คุณภาพงานบริการ 
    2) การบริการจากพนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวกในศูนย์บริการ 
    3) การสื่อสารและความชัดเจน 
    4) ความสะดวกและความง่ายในการเข้าถึงบริการ

     พบว่า ความพึงพอใจของลูกค้าลดลงในหลายประเด็นปลีกย่อย อาทิ ความพึงพอใจในความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของบุคลากรของผู้จำหน่าย คุณภาพงานซ่อม การอัพเดตความคืบหน้าระหว่างซ่อม ความชัดเจนด้านค่าใช้จ่าย รวมถึงบรรยากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกในศูนย์บริการ ซึ่งสะท้อนว่า ลูกค้ามีความคาดหวังที่สูงขึ้นต่อมุมมองทั้งด้านความรู้ทางเทคนิคและความสามารถของบุคลากรของผู้จำหน่าย กระบวนการในการให้บริการและสื่อสารกับลูกค้า รวมถึงความสะดวกสบายในการมาใช้บริการที่ศูนย์บริการ”

     กว่า 80% ของลูกค้ายังคงนิยมจองคิวนัดหมายผ่านโทรศัพท์จากศูนย์บริการ แต่ช่องทางที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดคือ “แอปพลิเคชัน” ของแบรนด์ รองลงมาคือ การสื่อสารผ่านแชทกับบุคลากรของผู้จำหน่าย ผลการศึกษายังยืนยันว่าการติดตามผลหลังการเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ(ไม่ใช่เพียงการติดต่อครั้งเดียว) หลังจากลูกค้าเข้ารับบริการ มีผลต่อความพึงพอใจที่ดีกว่า และช่วยสร้างความรู้สึกผูกพันกับศูนย์บริการได้มากกว่า”

    เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดด้านประสบการณ์บริการหลังการขายของลูกค้า ผู้ผลิตรถยนต์และผู้จำหน่ายควรมุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 
    1)การเสริมสร้างความสม่ำเสมอในการปฏิบัติงานตลอดขั้นตอนการให้บริการ ตั้งแต่การวิเคราะห์และการซ่อมให้ถูกจุดตั้งแต่ครั้งแรก การแจ้งระยะเวลาการซ่อมที่ชัดเจน การสื่อสาร การให้คำแนะนำของที่ปรึกษาการบริการอย่างมืออาชีพ 

    2) ยกระดับความโปร่งใสผ่านการให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ ด้วยการจัดทำใบเสนอราคาที่แจกแจงรายละเอียด อธิบายเงื่อนไขการรับประกันอย่างชัดเจน และสื่อสารความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการรับรู้ถึงความซื่อสัตย์ ความน่าเชื่อถือ 

    3) การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านหลากหลายช่องทางทั้งแอปพลิเคชัน แชท และการติดตามผลเชิงรุกหลังการเข้ารับบริการเพื่อเพิ่มอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำ และสร้างความภักดีในระยะยาว.

    อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/    

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/auto/news/2917507&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0La3T99mwKfuVQ3NrNxR-I

  • ‘ปิยะศิริ’ เล็งเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามเรียน ผนึกทุนยักษ์ CP-อินโดฯ เขย่าโครงสร้าง ‘ทุนมนุษย์’ ดับไฟใต้

    ‘ปิยะศิริ’ เล็งเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามเรียน ผนึกทุนยักษ์ CP-อินโดฯ เขย่าโครงสร้าง ‘ทุนมนุษย์’ ดับไฟใต้

    การที่ ศอ.บต. หันมาให้ความสำคัญกับการศึกษานอกระบบและการฝึกทักษะอาชีพ ถือเป็นการเปิด “ทางเบี่ยง” ให้กับเยาวชนที่อาจจะหลุดจากระบบโรงเรียนปกติ ให้กลับเข้ามามีที่ยืนในสังคมผ่านอาชีพที่มั่นคง การสร้างแรงจูงใจให้เด็กกลุ่มนี้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้ผูกขาดอยู่กับเด็กที่เรียนเก่งที่สุดในห้อง แต่เป็นคนที่กล้าคิดและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง คือหัวใจสำคัญของการดึงเยาวชนออกจากวงโคจรของการเป็นแนวร่วมความรุนแรง

    ‘ปิยะศิริ’ เล็งเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามเรียน ผนึกทุนยักษ์ CP-อินโดฯ เขย่าโครงสร้าง ‘ทุนมนุษย์’ ดับไฟใต้

    หากจะถามว่าการศึกษานอกระบบในมุมมองของ ศอ.บต. มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ภาพของนายปิยะศิริที่แวะไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเด็กๆ กว่า 50 ชีวิต ณ สมาคมคนจีนไหหนำ ปัตตานี คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

    เด็กๆ เหล่านี้กำลังฝึกซ้อมเชิดสิงโตอย่างหนักเพื่อเตรียมงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งเป็นงานวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของพื้นที่ ภายใต้การฝึกซ้อมที่ต้องใช้ “วินัย” และ “ความอดทน” สูงระดับนักกีฬา เด็กกลุ่มนี้ยังสามารถใช้ทักษะที่ได้จากการฝึกฝนไปสร้างรายได้เสริมผ่านการรับจ้างแสดงในจังหวัดท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต นครศรีธรรมราช และกระบี่

    เลขาธิการ ศอ.บต. มองว่านี่คือ “หลักสูตรชีวิต” ที่มีคุณค่าไม่แพ้วิชาการ เพราะมันสอนเรื่องการทำงานเป็นทีม วินัย และการสืบสานวัฒนธรรมที่หลากหลายในพื้นที่พหุวัฒนธรรม การสนับสนุนให้เด็กๆ มีรายได้และเห็นคุณค่าในตัวเองผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรมเช่นนี้ ถือเป็นเครื่องมือเชิงรุกในการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ทางสังคมในระยะยาว

    ‘ปิยะศิริ’ เล็งเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามเรียน ผนึกทุนยักษ์ CP-อินโดฯ เขย่าโครงสร้าง ‘ทุนมนุษย์’ ดับไฟใต้

    นอกเหนือจากการดึงทุนในประเทศ ศอ.บต. ยังเปิดเกมรุกในระดับภูมิภาคด้วยการผนึกกำลังกับ Universitas Widyatama เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี 100% ตลอดหลักสูตรให้กับเยาวชนที่จบชั้น ม.6

    ความน่าสนใจของทุนนี้อยู่ที่ “สาขาวิชา” ที่ถูกเลือกสรรมาอย่างเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรมสารสนเทศ, วิศวกรรมอุตสาหกรรม, การค้าระหว่างประเทศ และการบัญชี ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่ขาดแคลนในพื้นที่ จชต. และเป็นสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานในกลุ่มประเทศอิสลามและอาเซียน

    การส่งเยาวชนไปเรียนที่อินโดนีเซียไม่ได้มีนัยยะแค่เรื่องการศึกษา แต่คือการสร้าง “ทูตวัฒนธรรม” และเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มหาศาลเมื่อเยาวชนเหล่านี้เรียนจบกลับมาพัฒนาบ้านเกิดในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจบริบทโลกและเข้าใจอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง โดยล่าสุด ศอ.บต. ได้ขยายเวลารับสมัครทุนนี้ไปจนถึงวันที่ 7 มีนาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่

    ‘ปิยะศิริ’ เล็งเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามเรียน ผนึกทุนยักษ์ CP-อินโดฯ เขย่าโครงสร้าง ‘ทุนมนุษย์’ ดับไฟใต้

    การขยับตัวของ ศอ.บต. ภายใต้การนำของนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ในครั้งนี้ ทั้งการดึงทุนจากซีพี ออลล์ และการเชื่อมต่อทุนจากอินโดนีเซีย สะท้อนถึงความพยายามในการใช้ “Soft Power” และ “Economic Opportunity” มาเป็นตัวนำหน้าการแก้ปัญหาความมั่นคง

    ความท้าทายที่แท้จริงหลังจากนี้คือ “ระบบการติดตามและประเมินผล” รัฐบาลจะทำอย่างไรให้ทุนการศึกษาเกือบร้อยล้านบาทนี้ไม่ได้หายไปกับตัวเลขสถิติ แต่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นอาชีพที่มั่นคงและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ชุมชนได้จริง รวมถึงการดูแลเยาวชนที่ไปเรียนต่างประเทศให้กลับมาทำงานในพื้นที่แทนการสมองไหลไปสู่ต่างแดน

    หาก “การศึกษาคือเครื่องมือแก้ปัญหาระยะยาว” ตามที่เลขาธิการ ศอ.บต. ลั่นวาจาไว้ วันนี้หมากบนกระดานถูกวางลงไปแล้ว เหลือเพียงเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า หมากตัวนี้จะนำไปสู่ชัยชนะแห่งสันติภาพและความยั่งยืนในชายแดนใต้ได้จริงหรือไม่

    ‘ปิยะศิริ’ เล็งเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามเรียน ผนึกทุนยักษ์ CP-อินโดฯ เขย่าโครงสร้าง ‘ทุนมนุษย์’ ดับไฟใต้

    ‘ปิยะศิริ’ เล็งเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามเรียน ผนึกทุนยักษ์ CP-อินโดฯ เขย่าโครงสร้าง ‘ทุนมนุษย์’ ดับไฟใต้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/social/378974288&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0StSxWLcA1ajGem5DWv49n

  • ชาวบ้านลุกฮือ! ยื่นค้านเปิด “พระใหญ่ภูเก็ต” จี้เยียวยาศพ 13 ชีวิต-ถามหาความมั่นคงพื้นที่ ก่อนจัดพิธีเปิด | เดลินิวส์

    ชาวบ้านลุกฮือ! ยื่นค้านเปิด “พระใหญ่ภูเก็ต” จี้เยียวยาศพ 13 ชีวิต-ถามหาความมั่นคงพื้นที่ ก่อนจัดพิธีเปิด | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 3 มี.ค. เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต Phuket Info Center โพสต์แชร์กรณีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดินสไลด์บริเวณเขาพระใหญ่ ยื่นหนังสือคัดค้านการเปิดสถานที่ “พระใหญ่ภูเก็ต” จนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างครบถ้วน

    โดยในโพสต์ระบุว่า นายฉลอง ลอยสมุทร ในนามตัวแทนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยและไม่ยินยอมให้มีการจัดพิธีเปิดหรือเปิดให้เข้าชมพระใหญ่ในขณะนี้ พร้อมระบุข้อความว่า “ทำหน้าที่ของประชาชน ทำได้แค่ไหนทำแค่นั้น”

    หนังสือดังกล่าวมีเนื้อหาเรื่อง “ขอคัดค้านการเปิดพระใหญ่ภูเก็ต จนกว่าจะมีการแก้ไขและเยียวยาเรียบร้อย” โดยให้เหตุผลในการคัดค้าน อาทิ

    • ยังไม่มีการสำรวจความมั่นคงของพื้นที่อย่างเป็นอิสระและครอบคลุม ทั้งด้านธรณีวิทยา วิศวกรรมดิน และระบบระบายน้ำ ซึ่งควรได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญและชุมชน
    • ปัญหาการจัดการน้ำและระบบระบายน้ำยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน ซึ่งถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญของเหตุการณ์ดินถล่มก่อนหน้า
    • มีข้อกังวลเกี่ยวกับการบุกรุกหรือการใช้ที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาตในบริเวณรอบโครงการ ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใส
    • ผู้ได้รับผลกระทบด้านทรัพย์สิน รวมถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดินถล่มจำนวน 13 ราย ยังไม่ได้รับการเยียวยาและชดเชยอย่างครบถ้วน
    • ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินคดีหรือการแสวงหาความรับผิดชอบจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย

    ขณะเดียวกัน หนังสือยังเสนอข้อเรียกร้องก่อนการเปิดสถานที่ ได้แก่ ให้ระงับการเปิดหรือจัดพิธีใด ๆ จนกว่าจะมีการตอบสนองข้อเรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษร จัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าตรวจสอบความมั่นคงของพื้นที่และเผยแพร่รายงานต่อสาธารณะ แก้ไขระบบระบายน้ำอย่างถาวร ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกที่ดินและดำเนินคดีหากพบการกระทำผิด จัดทำแผนเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน รวมถึงเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชนอย่างโปร่งใส

    นอกจากนี้ ยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

    ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกจับตามองจากประชาชนในพื้นที่และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างใกล้ชิด ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีท่าทีและแนวทางดำเนินการอย่างไรต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและความเป็นธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5651932/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jfehsEJekU45cbdMZhfVG

  • UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงิน และนวัตกรรม – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงิน และนวัตกรรม – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – แม้อัตราการเข้าเรียนของเด็กไทยอยู่ในระดับสูง แต่ผลการประเมิน PISA ล่าสุดสะท้อนว่า นักเรียนไทยมากกว่าครึ่งยังมีผลสัมฤทธิ์ทางคณิตศาสตร์ต่ำกว่าระดับมาตรฐานขั้นต่ำ  และ ผลลัพธ์มีความเชื่อมโยงกับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัวอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า คะแนนความรู้ทางการเงินของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 71 โดยกลุ่มเยาวชนมีระดับความรู้และพฤติกรรมการวางแผนการเงินต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ

    ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนความท้าทายด้าน “ความพร้อม” ของคนรุ่นใหม่ในเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ซึ่งต้องอาศัยทั้งทักษะดิจิทัล วินัยทางการเงิน และความสามารถในการปรับตัว

    ยูโอบี ประเทศไทย จึงพัฒนาแนวทางสนับสนุนเยาวชนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งสร้างความมั่นคง และความพร้อมตั้งแต่ระดับพื้นฐานการเรียนรู้ ไปจนถึงการส่งเสริมศักยภาพในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน

    วางรากฐานความพร้อมทางการเรียนรู้ 

    ผ่านโครงการห้องเรียนดิจิทัล UOB My Digital Space (MDS) โดยธนาคารร่วมมือกับโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่ขาดโอกาส ควบคู่กับการพัฒนาทักษะ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ พร้อมอบรมครูให้สามารถบูรณาการเทคโนโลยี เข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง

    ปัจจุบันโครงการครอบคลุมโรงเรียน 10 แห่งใน 10 จังหวัด สนับสนุนนักเรียนและครูมากกว่า 5,500 คน มีการใช้งานหลักสูตรดิจิทัลสะสมกว่า 10,000 ผู้ใช้งาน และพัฒนาศักยภาพครูแล้ว 144 คน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการเข้าถึงอุปกรณ์ สู่ความสามารถและความมั่นใจในการเรียนรู้ยุคดิจิทัล

    สร้างภูมิคุ้มกัน เสริมความมั่้นคงทางการเงินตั้งแต่วัยเรียน

    โครงการ UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน มุ่งปลูกฝังวินัยทางการเงินและการตัดสินใจอย่างรับผิดชอบ ผ่านทัศนคติและการเรียนรู้เรื่องการจัดทำงบประมาณ การออม และการวางแผนทางการเงิน

    ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โครงการเข้าถึงเยาวชนแล้วกว่า 8,214 คน ใน 72 โรงเรียน ครอบคลุม 33 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้สู่ครอบครัวและชุมชน สะท้อนการเปลี่ยนจากความรู้ทางการเงิน สู่พฤติกรรมทางการเงินที่มั่นคงและรอบคอบมากขึ้น

    เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน

    ผ่านโครงการ UOB Wonder Lab ธนาคารเปิดพื้นที่ให้เยาวชนระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย วิเคราะห์ปัญหาจริงในชุมชน และพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เสริมสร้างความคิดเชิงระบบ การทำงานร่วมกัน และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการมุ่งเตรียมคนรุ่นใหม่ให้มีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน และสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างความมั่นคงให้สังคม ใน ระยะยาว

    นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร กล่าวว่า “เรามองว่าความพร้อมของคนรุ่นใหม่ เป็นรากฐานสำคัญของสังคม เราจึงมุ่งยกระดับพื้นฐาน การ เรียนรู้ เสริมวินัยทางการเงิน และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง เพราะเมื่อคนรุ่นใหม่มีความมั่นใจและดูแลชีวิตตนเองได้ สังคมก็จะเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว”

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/03/02/621985/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Rtm8LhF_-LTgzfzmYKCP8

  • ‘BNK48’ น้ำตาแห่งความสุข! ปิดฉากงดงาม รุ่น 3 คอนเสิร์ตจบการศึกษา

    ‘BNK48’ น้ำตาแห่งความสุข! ปิดฉากงดงาม รุ่น 3 คอนเสิร์ตจบการศึกษา

    'BNK48' น้ำตาแห่งความสุข! ปิดฉากงดงาม รุ่น 3 คอนเสิร์ตจบการศึกษา

    ‘BNK48’ น้ำตาแห่งความสุข! ปิดฉากงดงาม รุ่น 3 คอนเสิร์ตจบการศึกษา

    นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของวงการไอดอลไทย เมื่อ BNK48 รุ่นที่ 3 จากค่าย iAM จัดคอนเสิร์ตจบการศึกษา BNK48 3rd Generation Graduation Concert “Once Upon a Time… The Rabbit Were Born” ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ณ Fashion Island

    ตลอดระยะเวลา 6 ปีเต็ม สมาชิก BNK48 รุ่นที่ 3 ได้มอบความสุขผ่านเสียงเพลง รอยยิ้ม และพลังบวกในฐานะไอดอลแถวหน้าของวงการ T-POP ไทย และในค่ำคืนสำคัญนี้ พวกเธอได้ขึ้นเวทีร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางแฟนคลับที่มาร่วมส่งกำลังใจแน่นฮอลล์

    'BNK48' น้ำตาแห่งความสุข! ปิดฉากงดงาม รุ่น 3 คอนเสิร์ตจบการศึกษา

    คอนเสิร์ตครั้งนี้จัดเต็มทุกอารมณ์กว่า 30 เพลง ทั้งเพลงสนุกชวนโยก เพลงซึ้งกินใจ และโมเมนต์สุดประทับใจที่ทำเอาหลายคนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นับเป็น “คอนเสิร์ตจบการศึกษา BNK48 รุ่น 3” ที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ แฟนๆ แห่แชร์ภาพและคลิปความทรงจำ จนแฮชแท็กติดเทรนด์ทันที

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการปรากฏตัวของแขกรับเชิญสุดพิเศษที่ทุกคนคิดถึง ไม่ว่าจะเป็น ปัญ เจนนิษฐ์ ตาหวาน ปูเป้ รวมถึงอดีตสมาชิกอย่าง เจ้าเข็ม แพมแพม ปาเอญ่า พิม และป๊อปเป้อ ชิไฮนิน ผู้จัดการวง BNK48 ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาแห่งความทรงจำนี้ สร้างเสียงกรี๊ดและรอยยิ้มให้แฟนคลับอย่างล้นหลาม

    'BNK48' น้ำตาแห่งความสุข! ปิดฉากงดงาม รุ่น 3 คอนเสิร์ตจบการศึกษา

    สำหรับสมาชิกที่จบการศึกษาในครั้งนี้มีทั้งหมด 8 คน ได้แก่ (อีฟ) อิสรีย์ ทวีกุลพาณิชย์, (เอิร์ธ) นภสรณ์ ศิริปาณี, (ยาหยี) ณัฏฐธิดา อาสนานิ, (เกรซ) วิรัลพัชร ธำรงค์พันธวนิช, (พีค) ภูษิตา วัฒนากรแก้ว, (เอิร์น) วชิราพร พัฒนพานิช, (มีน) ณัฐธันยา ดุลยพล และ (ข้าวฟ่าง) ญาณิศา เมืองคำ โดยทั้ง 8 สาวพร้อมเติบโตและเดินหน้าสู่เส้นทางใหม่ของชีวิต

    ขณะที่สมาชิกบางส่วนอย่าง (ฮูพ) ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย, (แพนเค้ก) พิทยาภรณ์ เกียรติฐิตินันท์, (โยเกิร์ต) นพรดา เลิศวิริยะพร, (โมเน่ต์) ภาริตา ริเริ่มกุล และ (เฟม) นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์ จะยังคงใช้นามสกุล BNK48 ต่อไป และสานต่อความฝันบนเส้นทางไอดอล

    'BNK48' น้ำตาแห่งความสุข! ปิดฉากงดงาม รุ่น 3 คอนเสิร์ตจบการศึกษา

    ค่ำคืน “Once Upon a Time… The Rabbit Were Born” จึงไม่ใช่เพียงคอนเสิร์ตอำลา แต่คือบทสรุปของความทรงจำ ความผูกพัน และการเติบโตของเหล่ากระต่ายน้อยรุ่นที่ 3 ที่พร้อมโบยบินสู่โลกกว้าง ท่ามกลางกำลังใจจากแฟนคลับทั่วประเทศ

    สรุปข่าวคมชัดลึก

    “BNK48 รุ่นที่ 3” ปิดฉากอย่างงดงามในคอนเสิร์ตจบการศึกษา “Once Upon a Time… The Rabbit Were Born” จัดเต็มกว่า 30 เพลง พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ สร้างความประทับใจและเสียงชื่นชมบนโลกออนไลน์ สมาชิก 8 คนจบการศึกษา เตรียมเดินหน้าสู่เส้นทางใหม่ ขณะที่บางส่วนยังคงสานต่อความฝันในนาม BNK48

    #BNK48 #BNK48รุ่น3 #GraduationConcert #OnceUponATimeTheRabbitWereBorn #ไอดอลไทย #คอนเสิร์ตBNK48

    'BNK48' น้ำตาแห่งความสุข! ปิดฉากงดงาม รุ่น 3 คอนเสิร์ตจบการศึกษา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/music/614126&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RgwK3KVibMZQP7O-K_Clc