Category: วัฒนธรรม

  • บทบาท Soft Power กับคณะศิลปศาสตร์ SPU: วัยรุ่น Gen Z ทะยานสู่เวทีสากล – คณะศิลปศาสตร์

    บทบาท Soft Power กับคณะศิลปศาสตร์ SPU: วัยรุ่น Gen Z ทะยานสู่เวทีสากล – คณะศิลปศาสตร์

    เฮ้! ชาว Gen Z สุดคูลแห่ง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ทุกคน! 🤟 เคยรู้สึกมั้ยว่าโลกกำลังจับตามองประเทศไทยแบบตาไม่กะพริบ? ไม่ว่าจะซีรีส์สุดปัง, เพลง T-Pop ที่ฮิตติดชาร์ต, หรืออาหารไทยที่ใครๆ ก็ต้องร้องว้าว! ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือพลังของ “Soft Power” ที่พวกเรานี่แหละ คือผู้เล่นคนสำคัญ!

    Soft Power คืออะไร? ทำไมชาว Gen Z อย่างเราต้องแคร์? 🤔

    พูดง่ายๆ Soft Power ก็คือ “พลังแห่งการโน้มน้าวใจ” โดยไม่ใช้การบังคับ แต่ใช้เสน่ห์จากวัฒนธรรม, ค่านิยม, และนโยบายต่างประเทศแทน ลองนึกภาพซีรีส์เกาหลีที่ทำให้เราอยากกินรามยอน หรือเพลงของลิซ่า BLACKPINK ที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักและชื่นชมความเป็นไทยมากขึ้น นั่นแหละ! พลังของมันมหาศาลมาก และสำหรับพวกเราชาว คณะศิลปศาสตร์ ที่เรียนรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมโดยตรง บอกเลยว่านี่คือโอกาสทองในการสร้างอนาคตและสร้างชื่อให้ประเทศเลยนะ!

    ทำไม คณะศิลปศาสตร์ SPU ถึงเป็นขุมพลัง Soft Power? 🌟

    ก็เพราะที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เราไม่ได้สอนแค่ในตำรา แต่เราสร้าง “ตัวจริง” ที่พร้อมออกไปเฉิดฉายในเวทีโลก! คณะของเราคือศูนย์รวมสกิลที่จำเป็นสุดๆ สำหรับการเป็นทูตวัฒนธรรมยุคใหม่

    • 🌐 เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมแบบถึงแก่น

      ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ จีน หรือญี่ปุ่น ที่ SPU เราเรียนกันแบบเจาะลึกไปถึงวัฒนธรรม ความคิด และไลฟ์สไตล์ ทำให้เราไม่ได้เป็นแค่ “คนพูดได้” แต่เป็น “คนที่เข้าใจ” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมเลยล่ะ

    • 💡 ทักษะการสื่อสารและความคิดสร้างสรรค์

      เด็กศิลปศาสตร์ SPU ถูกเทรนให้เป็นนักเล่าเรื่องชั้นยอด! เรามีวิชาและกิจกรรมที่ส่งเสริมการคิดนอกกรอบ การนำเสนอไอเดียเจ๋งๆ เพื่อเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยให้กลายเป็นคอนเทนต์สุดปังที่คนทั่วโลกอยากเสพ

    ใครที่สกิลภาษาจีนเป๊ะๆ แล้วอยากต่อยอดไปสายธุรกิจ ลองดูหลักสูตร ภาษาจีนสื่อสารธุรกิจ ของเราสิ นี่แหละคือการผสานทักษะภาษาเข้ากับโลกธุรกิจเพื่อสร้าง Soft Power ของจริง!

    Gen Z ศิลปศาสตร์ SPU จะเป็นผู้เล่นในสนาม Soft Power ได้ยังไง? 🚀

    ง่ายนิดเดียว! แค่ใช้สิ่งที่เรียนมาบวกกับความเป็นตัวเองให้เต็มที่:

    • เป็น Creator: ทำคลิป TikTok รีวิวขนมไทย, เขียนบล็อกเล่าเรื่องเที่ยววัดแบบชิคๆ, หรือทำ Podcast สอนคำศัพท์ภาษาไทยง่ายๆ ที่ชาวต่างชาติควรรู้
    • เป็น Connector: ใช้สกิลภาษาของเราเป็นล่ามในอีเวนต์นานาชาติ, ทำงานในโรงแรมเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว, หรือเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
    • เป็น Innovator: นำผ้าไทยมาออกแบบเป็นแฟชั่นสตรีทแวร์, สร้างบอร์ดเกมที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย, หรือพัฒนาแอปพลิเคชันสอนมวยไทย

    พลังของ Soft Power ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในหน่วยงานรัฐบาลอีกต่อไปแล้ว แต่กระจายอยู่ในมือของคนรุ่นใหม่อย่างพวกเรานี่แหละ! ตามข้อมูลจาก UNESCO มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) คือขุมทรัพย์สำคัญที่คนรุ่นใหม่สามารถนำมาต่อยอดได้อย่างสร้างสรรค์

    เห็นมั้ยว่าพลัง Soft Power อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด และมันเริ่มต้นที่ห้องเรียนของ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม นี่เอง! มาปลดปล่อยศักยภาพและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลกใบนี้ไปด้วยกันนะ!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/liberal-arts/news-activity/23001/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KPPuQ6US3R3PS45M22_05

  • “เมลาเนีย ทรัมป์” นั่งประธานประชุมคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น ถกประเด็นเด็กในพื้นที่ความขัดแย้ง

    “เมลาเนีย ทรัมป์” นั่งประธานประชุมคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น ถกประเด็นเด็กในพื้นที่ความขัดแย้ง

    สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐฯ “เมลาเนีย ทรัมป์” นั่งเก้าอี้ประธานการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ชูประเด็นการศึกษาและสวัสดิภาพเด็กในพื้นที่ความขัดแย้ง ขณะที่อิหร่านโต้เดือด รุมประณามสหรัฐฯ-อิสราเอล ปมเหตุโจมตีโรงเรียนประถมในเมืองมีนาบ จนมีเด็กเสียชีวิตนับร้อย

    นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ในหัวข้อ “เด็ก เทคโนโลยี และการศึกษาในสภาวะความขัดแย้ง” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คู่สมรสของผู้นำประเทศที่ยังอยู่ในตำแหน่ง ได้รับเกียรติให้เป็นประธานในการประชุมของคณะมนตรีชุดนี้ที่มีสมาชิก 15 ประเทศ

    การก้าวเข้ามามีบทบาทครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เข้ารับตำแหน่งประธานหมุนเวียนประจำเดือนของ UNSC และถูกมองว่าเป็นสัญญาณชัดเจนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดึงคนใกล้ชิดและครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

    สำนักงานของนางเมลาเนียระบุว่า เป้าหมายหลักของการประชุมคือการผลักดันด้านการศึกษาเพื่อสร้างความอดทนอดกลั้นและสันติภาพของโลก โดยเธอกล่าวต่อที่ประชุมว่า “สหรัฐฯ ยืนหยัดเคียงข้างเด็กทุกคนทั่วโลก และฉันหวังว่าสันติภาพจะเป็นของพวกคุณในเร็ววัน”

    อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 2 วัน หลังจากเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่คำเตือนจากยูเอ็นเกี่ยวกับความปลอดภัยของเด็กในภูมิภาค โดยนายอามีร์ ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำยูเอ็นออกมาประณามว่าการจัดประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องที่ “น่าละอายและย้อนแย้งอย่างยิ่ง” เนื่องจากมีรายงานว่าการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ส่งผลให้โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมีนาบถูกถล่ม และมีเด็กนักเรียนเสียชีวิตถึง 165 ราย

    ด้านนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่ได้จงใจตั้งเป้าโจมตีโรงเรียนอย่างแน่นอน ขณะที่ทูตอิสราเอลประจำยูเอ็นระบุว่าได้รับรายงานที่ขัดแย้งกัน โดยมีข้อมูลว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) เป็นผู้พุ่งเป้าไปที่โรงเรียนดังกล่าวเอง แต่ทั้งนี้อิสราเอลรู้สึกเสียใจต่อการสูญเสียชีวิตของพลเรือนทุกคน

    ขณะที่นายฟู่ คง เอกอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็นเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างจริงจังต่อเหตุการณ์โจมตีโรงเรียน โดยย้ำว่าเป็นหนึ่งในการละเมิดสิทธิเด็กที่ร้ายแรงที่สุดตามบรรทัดฐานของสหประชาชาติ

    เป็นที่ทราบกันดีว่าประธานาธิบดีทรัมป์มักแสดงการวิพากษ์วิจารณ์ยูเอ็นมาโดยตลอด โดยมองว่าเป็นองค์กรที่ไม่มีประสิทธิภาพและต้องการการปฏิรูปครั้งใหญ่ อีกทั้งสหรัฐฯ ยังมียอดค้างชำระงบประมาณสนับสนุนยูเอ็นจำนวนมหาศาล อย่างไรก็ตาม การส่งนางเมลาเนียมาทำหน้าที่ประธานในครั้งนี้ นายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกยูเอ็น มองว่าเป็นสัญญาณแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ยังคงให้ความสำคัญกับคณะมนตรีความมั่นคงและประเด็นเด็กในภาวะสงคราม

    สำหรับนางเมลาเนีย ทรัมป์ แม้ที่ผ่านมาจะเก็บตัวเงียบจากสายตาประธารชน แต่เธอก็เคยเคลื่อนไหวในประเด็นเด็กมาแล้ว เช่น การเขียนจดหมายถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในปี 2025 เพื่อเรียกร้องให้ส่งตัวเด็กชาวยูเครนที่ถูกนำตัวไปยังรัสเซียในช่วงสงครามกลับคืนสู่ครอบครัว.

    ที่มา Reuters

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2917573&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Yzq1LhXbbVYQDaTS4fKfo

  • จังหวัดสุรินทร์ จัดการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งท้องถิ่น ท้องที่ “งานสืบสานประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อำเภอปราสาท” (เทศกาลของดีอำเภอปราสาทและงานกาชาด ประจำปี 2568)

    จังหวัดสุรินทร์ จัดการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งท้องถิ่น ท้องที่ “งานสืบสานประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อำเภอปราสาท” (เทศกาลของดีอำเภอปราสาทและงานกาชาด ประจำปี 2568)

    จังหวัดสุรินทร์ จัดการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งท้องถิ่น ท้องที่ “งานสืบสานประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อำเภอปราสาท” (เทศกาลของดีอำเภอปราสาทและงานกาชาด ประจำปี 2568)


    3/03/2569 | 16 |

          เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ มอบหมายให้นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งท้องถิ่น ท้องที่ “งานสืบสานประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อำเภอปราสาท” (เทศกาลของดีอำเภอปราสาทและงานกาชาด ประจำปี 2568) 
         โดยมีนายเรืองวิทย์ คูณวัฒนาพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต 7 พันจ่าตรี ทวัช พันธุชิน นายอำเภอปราสาท รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 3 จังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนชาวอำเภอปราสาท เข้าร่วมพิธี
         การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งท้องถิ่น ท้องที่ “งานสืบสานประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อำเภอปราสาท” (เทศกาลของดีอำเภอปราสาทและงานกาชาด ประจำปี 2568) เป็นการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งของตัวแทนผู้นำท้องถิ่น-ท้องที่ จากทุกตำบล ซึ่งผู้ชนะการประกวดจะได้เป็นตัวแทนของอำเภอปราสาท เข้าร่วมแข่งขันในกิจกรรมการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งท้องถิ่น-ท้องที่ ณ เวทีกลาง งานมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์
         สำหรับการจัด “งานสืบสานประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นอำเภอปราสาท” (เทศกาลของดีอำเภอปราสาทและงานกาชาด ประจำปี 2568) นั้น อำเภอปราสาทได้บูรณาการภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จัดงานดังกล่าวขึ้น ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569 ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำสุวรรณภา อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมการออกร้านธารากาชาด การประกวดซุ้มของดีจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง การเดินแบบผ้าไหม การประกวดธิดาปราสาท การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ท้องถิ่น-ท้องที่ การประกวดไก่พันธ์พื้นเมือง การประกวดฉัตรที่ทำจากรวงข้าว กิจกรรม WALK Run และการแสดงประกอบแสง สี เสียง ณ ปราสาททนง 


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/481784&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rZAlt59yiiTSrIuhNwODK

  • ยื่นภาษีปี 2568 ลดหย่อนบริจาคการศึกษาเหลือแค่ 1 เท่า จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

    ยื่นภาษีปี 2568 ลดหย่อนบริจาคการศึกษาเหลือแค่ 1 เท่า จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

    เช็กให้ชัด ยื่นภาษีปี 2568 ลดหย่อนบริจาคการศึกษาเหลือแค่ 1 เท่า จริงหรือไม่?

    ในโลกออนไลน์มีการส่งต่อข้อมูลที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้เสียภาษี โดยมีการระบุว่าสำหรับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2568 สิทธิในการนำเงินบริจาคด้านการศึกษามาลดหย่อนภาษีจะถูกปรับลดลงเหลือเพียง 1 เท่า จากเดิมที่เคยได้รับสิทธิหักลดหย่อนได้ถึง 2 เท่า ทำให้เกิดความสงสัยและตั้งคำถามถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของภาครัฐ

    กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเพื่อป้องกันความสับสน โดยประสานงานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าข้อมูลดังกล่าวมีที่มาที่ชัดเจนจากข้อกฎหมายปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีในช่วงต้นปี 2568 นี้จริง

    คำถาม

    จริงหรือไม่ที่มีการระบุว่า การยื่นภาษีปี 2568 สิทธิการลดหย่อนภาษีจากการบริจาคเพื่อการศึกษาจะปรับลดลงเหลือเพียง 1 เท่า และมาตรการลดหย่อน 2 เท่าได้สิ้นสุดลงแล้ว?

    การตรวจสอบ

    กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบข้อมูลจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็น “ข่าวจริง” โดยมีรายละเอียดระบุว่า ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 768) พ.ศ. 2566 ได้กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation)

    ข้อกำหนดดังกล่าวกำหนดให้การบริจาคเงินแก่สถานศึกษาตามที่ประกาศกำหนด สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ โดยสิทธินี้มีผลบังคับใช้เฉพาะเงินบริจาคที่กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เท่านั้น

    ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ปีภาษี 2568 (ซึ่งจะยื่นแบบในช่วงต้นปี 2569) หากไม่มีการประกาศขยายเวลาหรือออกกฎหมายฉบับใหม่มารองรับ มาตรการนี้ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวจะสิ้นสุดลง ส่งผลให้การบริจาคตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป จะกลับไปใช้หลักเกณฑ์ปกติคือสามารถนำมาหักลดหย่อนได้เพียง 1 เท่าตามกฎหมายแม่บท

    ข้อเท็จจริง

    ข้อมูลนี้เป็นข่าวจริง โดยสิทธิการลดหย่อนภาษีบริจาคเพื่อการศึกษา 2 เท่า จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 จะเหลือสิทธิลดหย่อนเพียง 1 เท่า ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

    อ้างอิง

    1. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
    2. กรมสรรพากร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9876358/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2J672qOP39hpnhpj01FXf4

  • ยิ่งโตยิ่งสวย! วันนี้ของ “น้องขนุน ” อดีตนักวอลเลย์บอลสาวสุดน่ารักแห่งศึกไทยลีก

    ยิ่งโตยิ่งสวย! วันนี้ของ “น้องขนุน ” อดีตนักวอลเลย์บอลสาวสุดน่ารักแห่งศึกไทยลีก

    ห่างหายจากวงการวอลเลย์บอลไปนานสำหรับ “น้องขนุน” มาริสา โคกสีอำนวย ลิเบอโรสาวสุดน่ารักแห่งวงการลูกยางบ้านเรา ที่หันไปทุ่มเทกับการเรียนแบบเต็มตัว

    marisak2_1

    โดยเธอห่างหายจากการลงเล่นในลีกอาชีพไปร่วม 6 ปี แต่สามารถทำตามความตั้งใจเรียนจบปริญญาตรี จาก มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณะบริหารธุรกิจ เมื่อปี 2566

    aaa

    ซึ่งหนสุดท้ายที่ อดีตนักตบสาววัย 26 ปี ลงเล่นก็คือการเป็นตัวแทนของ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ลงแข่งขันในกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 49 นนทรีเกมส์ ก่อนหยิบเหรียญเงินมาครอง

    สำหรับ มาริสา โคกสีอำนวย เริ่มฉายแววโดดเด่นตั้งแต่เป็นเยาวชน พาทีม “ไก่ฟ้าจูเนียร์” โรงเรียนกีฬานครนนท์วิทยา ๖ กวาดแชมป์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น แชมป์รายการซีเล็คทูน่า รุ่นอายุ ไม่เกิน 18 ปี ประจำปี 2559, แชมป์รายการกีฬานักเรียนโรงเรียนกีฬาระดับประเทศ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ประจำปี 2559

    aa44

    นอกจากนี้ยังถือเคยเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่น่าจับตามองในวงการลูกยางบ้านเรา จนก้าวขึ้นติดทีมชาติในระดับเยาวชนเรียบร้อย ผลงานเด่นคือ เหรียญทอง กีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน 2018 รวมทั้งเคยเล่นวอลเลย์บอลอาชีพกับ 3BB นครนนท์

    ส่วนอนาคตต่อจากนี้ของ “น้องขนุน” มาริสา โคกสีอำนวย ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไรหลังเคยสมัครเข้าประกวด มิสทีน ไทยแลนด์ เมื่อปี 2016 และสนใจในวงการถ่ายแบบ และวงการบันเทิง แต่เชื่อแน่ๆ ว่าบรรดาแฟนคลับของเธอจะต้องส่งกำลังใจกับเส้นทางที่เธอเลือกแน่นอน

    aaa88

    ข้อมูลส่วนตัว

    ชื่อ : มาริสา โคกสีอำนวย
    ชื่อเล่น : ขนุน
    วันเกิด : 11 ธันวาคม พ.ศ. 2542
    เป็นคนจังหวัด : ยโสธร
    ตำแหน่ง : ลิเบอโร
    ส่วนสูง : 165 ซ.ม.
    การศึกษา : ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณะบริหารธุรกิจ
    FB : Kanun Marisa

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/sport/1633519/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04AXwCPpW-pGVkZw_8FLXG

  • สุดสลดใจลูกยางสาวสังเวยชีวิต 20 รายจากเหตุโจมตีทางอากาศในอิหร่าน | เดลินิวส์

    สุดสลดใจลูกยางสาวสังเวยชีวิต 20 รายจากเหตุโจมตีทางอากาศในอิหร่าน | เดลินิวส์

    วงการกีฬาโลกต้องพบกับข่าวเศร้าอีกครั้ง เมื่อนักวอลเลย์บอลหญิงชาวอิหร่านต้องสังเวยชีวิตถึง 20 ราย หลังโรงยิมแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศ ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ ตามรายงานจาก “อัล มายาดีน” สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น

    “อัล มายาดีน” เปิดเผยโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า เหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงยิมในเมืองลาเมิร์ด จังหวัดฟาร์ส หลังการโจมตีอย่างดุดันของอิสราเอล เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

    ขณะที่ องค์กรเสี้ยววงเดือนแดง ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านมนุษยธรรมในประเทศมุสลิม เปิดเผยว่า ปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่าง อิสราเอล และ สหรัฐ ต่อ อิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 ราย และบาดเจ็บอีก 747 ราย โดยเฉพาะการโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 85 รายเลยทีเดียว.

    ภาพ AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5651831/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LY70nv19JusMqwTN8PybU

  • “ลิณธิภรณ์” ชี้การศึกษาไทยไม่ได้ห่วย ชวนมองย้อนอดีต “ยุคทักษิณ” ใส่ใจเด็กและการศึกษาไทย

    “ลิณธิภรณ์” ชี้การศึกษาไทยไม่ได้ห่วย ชวนมองย้อนอดีต “ยุคทักษิณ” ใส่ใจเด็กและการศึกษาไทย

    “ลิณธิภรณ์” อดีต รมช.ศึกษาฯ ชี้การศึกษาไทยเคยดี ไม่ได้ห่วย ชวนมองย้อนอดีต “ยุคทักษิณ” ใส่ใจเด็กและการศึกษาไทย สร้างโอกาสและความหวังได้ ด้วยคนที่คิดเป็นและทำเป็น

    วันที่ 3 มีนาคม 2569 น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โพสต์ข้อความในเพจส่วนตัว กล่าวถึงกรณี ไอซ์ รัชชนก ศรีนอก มองว่าการศึกษาไทยมันห่วยเพราะมีแต่คนไม่มีความรู้ความสามารถมาบริหาร โดยระบุในเพจส่วนตัว ในการตั้งคำถามว่า จริงไหมที่มีคนบอกว่า เราไม่เคยมีคนดีๆ มาดูแลการศึกษาไทย จนการศึกษามันห่วย

    น.ส.ลิณธิภรณ์ ระบุว่า จริงๆ ในชาตินี้เราเคยมีรัฐมนตรีที่มีความรู้ ความสามารถและแพสชั่นที่จะปฏิรูประบบการศึกษาอยู่ ยุคที่ ดร.ทักษิณ ชินวัตร นั่งควบตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่การศึกษาถูกเขย่าด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ เพื่อสร้างพลเมืองโลก จิ๊กซอว์แต่ละชิ้นที่ ดร.ทักษิณ วางไว้ คือการปลดล็อกศักยภาพเยาวชนไทยในทุกมิติที่หลายคนอาจลืมไปแล้ว

    น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า พ.ศ. 2544 – 2545 ปูพื้นฐานคนและความเท่าเทียม เริ่มต้นด้วยการสร้างศักดิ์ศรีวิชาชีพครู ปรับฐานเงินเดือนและวิทยฐานะ ให้ทัดเทียมอาชีพเฉพาะทาง พร้อมแก้ปัญหาหนี้สินเพื่อดึงคนเก่งกลับเข้าสู่ระบบการสอน ควบคู่กับการเปลี่ยน กยศ. เป็น กองทุน ICL (เรียนก่อน จ่ายเมื่อมีรายได้) เพื่อให้เด็กยากจนเข้าถึงมหาวิทยาลัยได้โดยไม่มีภาระหนี้มาขวางกั้นโอกาส

    พ.ศ. 2546 ทลายกำแพงภาษาและดิจิทัล ยกระดับสู่สากลด้วย โครงการ English Program (EP) ในโรงเรียนรัฐบาล จ้างครูเจ้าของภาษามาสอนวิชาการเพื่อให้เด็กโรงเรียนวัดเก่งเท่าเด็กอินเตอร์ พร้อมนโยบาย อินเทอร์เน็ต 3 บาท (SchoolNet) ทลายกำแพงความรู้ให้เด็กชนบทเข้าถึงข้อมูลทั่วโลกได้เท่าเทียมคนเมือง

    นางสาวลิณธิภรณ์ กล่าวต่ออีกว่า ในช่วงพ.ศ. 2547 กระจายทุนและโรงเรียนในฝัน สร้างโอกาสสู่ระดับรากหญ้าด้วย 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) ส่งเด็กเก่งทุกอำเภอไปชุบตัวเมืองนอกในสาขาที่โลกต้องการโดยไม่สนฐานะ พร้อมอัปเกรดโรงเรียนชนบทเป็น โรงเรียนในฝัน (Lab Schools) ที่อัดฉีดเทคโนโลยีและเน้นการสอนแบบ Child-Centered ให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็นมากกว่าท่องจำ

    พ.ศ. 2548 – 2549 สร้างสมองและพื้นที่ปล่อยของปฏิรูปเชิงลึกถึงระดับพัฒนาการด้วย ถุงรับขวัญ (Baby Box) ส่งต่อความรู้เรื่องการพัฒนาสมอง (BBL) ให้พ่อแม่ปั้นเด็กไทยให้ฉลาดตั้งแต่อยู่ในเปล และสร้าง TK Park พื้นที่เรียนรู้นอกตำราที่รวมดนตรี ศิลปะ และไอทีเข้าด้วยกัน รวมถึงการกวาดล้างยาเสพติดอย่างเด็ดขาดเพื่อดึงเยาวชนกลับสู่ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพในขณะที่เครื่องยนต์การศึกษากำลังเร่งเครื่องสู่ระดับสากล การรัฐประหารกลับเข้ามา หยุดเวลาของเด็กไทยไว้ นโยบายที่กำลังเห็นผลถูกแช่แข็ง ถูกเปลี่ยนชื่อ หรือถูกปล่อยให้ฝ่อไปเพียงเพราะเป็นนโยบายของฝั่งตรงข้ามทางการเมือง

    จริงที่ว่าการศึกษาไทยไม่ได้พังเพราะกรรมเก่า แต่มันพังเพราะ “วิสัยทัศน์ที่ถูกตัดตอน” ทิ้งให้เราวนเวียนอยู่กับโครงสร้างเดิมๆ ที่ตามโลกไม่ทันมาเกือบ 20 ปี “ลองคิดดูว่าถ้าวันนั้นไม่ถูกขัดจังหวะ ปัจจุบันเราจะมีแม่ทัพทางเศรษฐกิจที่จบจากทุน ODOS กี่หมื่นคน และเด็กไทยจะก้าวไปไกลขนาดไหนในเวทีโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2917649&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XSgQ_fJccKg_x73kSW6QV

  • ยื่นภาษีปี 2568 ลดหย่อนบริจาคการศึกษาเหลือแค่ 1 เท่า จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

    ยื่นภาษีปี 2568 ลดหย่อนบริจาคการศึกษาเหลือแค่ 1 เท่า จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

    เช็กให้ชัด ยื่นภาษีปี 2568 ลดหย่อนบริจาคการศึกษาเหลือแค่ 1 เท่า จริงหรือไม่?

    ในโลกออนไลน์มีการส่งต่อข้อมูลที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้เสียภาษี โดยมีการระบุว่าสำหรับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2568 สิทธิในการนำเงินบริจาคด้านการศึกษามาลดหย่อนภาษีจะถูกปรับลดลงเหลือเพียง 1 เท่า จากเดิมที่เคยได้รับสิทธิหักลดหย่อนได้ถึง 2 เท่า ทำให้เกิดความสงสัยและตั้งคำถามถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของภาครัฐ

    กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเพื่อป้องกันความสับสน โดยประสานงานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าข้อมูลดังกล่าวมีที่มาที่ชัดเจนจากข้อกฎหมายปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีในช่วงต้นปี 2568 นี้จริง

    คำถาม

    จริงหรือไม่ที่มีการระบุว่า การยื่นภาษีปี 2568 สิทธิการลดหย่อนภาษีจากการบริจาคเพื่อการศึกษาจะปรับลดลงเหลือเพียง 1 เท่า และมาตรการลดหย่อน 2 เท่าได้สิ้นสุดลงแล้ว?

    การตรวจสอบ

    กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบข้อมูลจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็น “ข่าวจริง” โดยมีรายละเอียดระบุว่า ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 768) พ.ศ. 2566 ได้กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation)

    ข้อกำหนดดังกล่าวกำหนดให้การบริจาคเงินแก่สถานศึกษาตามที่ประกาศกำหนด สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ โดยสิทธินี้มีผลบังคับใช้เฉพาะเงินบริจาคที่กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เท่านั้น

    ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ปีภาษี 2568 (ซึ่งจะยื่นแบบในช่วงต้นปี 2569) หากไม่มีการประกาศขยายเวลาหรือออกกฎหมายฉบับใหม่มารองรับ มาตรการนี้ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวจะสิ้นสุดลง ส่งผลให้การบริจาคตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป จะกลับไปใช้หลักเกณฑ์ปกติคือสามารถนำมาหักลดหย่อนได้เพียง 1 เท่าตามกฎหมายแม่บท

    ข้อเท็จจริง

    ข้อมูลนี้เป็นข่าวจริง โดยสิทธิการลดหย่อนภาษีบริจาคเพื่อการศึกษา 2 เท่า จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 จะเหลือสิทธิลดหย่อนเพียง 1 เท่า ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

    อ้างอิง

    1. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
    2. กรมสรรพากร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news.sanook.com/9876358/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PNaOJ-LQKKV3Z4vfsxz-A

  • กรมสรรพากร เผยยื่นภาษีปี 68 ลดหย่อนบริจาคการศึกษาเหลือแค่ 1 เท่า

    กรมสรรพากร เผยยื่นภาษีปี 68 ลดหย่อนบริจาคการศึกษาเหลือแค่ 1 เท่า

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง โพสต์ระบุว่า
    จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ระบุว่า “ยื่นภาษีปี 2568 ลดหย่อนบริจาคการศึกษาเหลือแค่ 1 เท่า” นั้น เป็นข่าวจริง ตามที่กรมสรรพากรชี้แจง พระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 768 พ.ศ. 2566 กำหนดให้การบริจาคผ่านระบบ e-Donation แก่สถานศึกษา สามารถนำไปหักลดหย่อนได้ 2 เท่า เฉพาะเงินบริจาคที่ทำตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2567 เท่านั้น

    ดังนั้น เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าวแล้ว (เริ่มปีภาษี 2568) สิทธิประโยชน์การหักลดหย่อนแบบ 2 เท่าจะสิ้นสุดลง เป็นมาตรการชั่วคราวไม่ใช่สิทธิถาวรทางภาษี และกลับไปใช้หลักเกณฑ์ปกติ คือลดหย่อนได้เพียง 1 เท่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000021137&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xd_5h4xLedr0Phnn5L6KD

  • คอนเสิร์ตจบการศึกษาโบกมือลา BNK48 รุ่น 3 | เดลินิวส์

    คอนเสิร์ตจบการศึกษาโบกมือลา BNK48 รุ่น 3 | เดลินิวส์

    BNK48 3rd Generation Graduation Concert “Once Upon a Time… The Rabbit Were Born คอนเสิร์ตจบการศึกษา BNK48 รุ่น 3 ซึ่งมีสมาชิก BNK48 ทุกรุ่นทั้งหมด 44 คน พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษที่มาร่วมส่งท้าย

    บรรยกาศภายในงานเต็มไปด้วยแฟนๆ ที่มาส่งกำลังใจการขึ้นเวทีด้วยกันครั้งสุดท้ายของเจ้ากระต่ายน้อยรุ่นที่ 3 แต่ละพาร์ทโชว์จัดเต็มมาเสิร์ฟให้ชมครบทุกอารมณ์แบบจุกๆ กว่า 30 เพลง พร้อมเซอร์ไพรส์แขกรับเชิญสุดพิเศษที่ทุกคนคิดถึง อาทิ ปัญ เจนนิษฐ์ ตาหวาน ปูเป้ รวมถึงอดีตสมาชิกวง เจ้าเข็ม แพมแพม ปาเอญ่า พิม และ ป๊อปเป้อ ชิไฮนิน หรือผู้จัดการวง BNK48 ที่ได้มารวมอยู่ในโมเมนต์ดีๆ ในครั้งนี้ไปด้วยกัน

    สมาชิกที่จบการศึกษามีทั้งหมด 8 คน ได้แก่ (อีฟ) อิสรีย์ ทวีกุลพาณิชย์, (เอิร์ธ) นภสรณ์ ศิริปาณี, (ยาหยี) ณัฏฐธิดา อาสนานิ, (เกรซ) วิรัลพัชร ธำรงค์พันธวนิช, (พีค) ภูษิตา วัฒนากรแก้ว, (เอิร์น) วชิราพร พัฒนพานิช, (มีน) ณัฐธันยา ดุลยพล และ (ข้าวฟ่าง) ญาณิศา เมืองคำ

    ส่วน (ฮูพ) ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย, (แพนเค้ก) พิทยาภรณ์ เกียรติฐิตินันท์, (โยเกิร์ต) นพรดา เลิศวิริยะพร, (โมเน่ต์) ภาริตา ริเริ่มกุล และ (เฟม) นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์ จะยังใช้นามสกุล BNK48 ต่อไป

    ฝากแฟนๆ เป็นกำลังใจให้กับสมาชิกรุ่นที่ 3 กับทุกเส้นทางในอนาคตต่อไปด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5653272/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PufWx2KOPVPaEKsQh770q